【คู่มือเที่ยวหอคอยซึเท็นคาคุ】ไปเพลิดเพลินกับสัญลักษณ์แห่งโอซากากัน!

【คู่มือเที่ยวหอคอยซึเท็นคาคุ】ไปเพลิดเพลินกับสัญลักษณ์แห่งโอซากากัน!

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

ถ้าเดินเล่นแถวโอซากาแล้วเงยหน้ามอง คุณอาจได้เห็น “หอคอยซึเท็นคาคุ” โผล่มาให้ทักทายอยู่ไม่ไกล
ที่นี่เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมือง เคียงคู่กับป้ายกูลิโกะที่โดทงโบริและ “คุอิดาโอเระ ทาโร่”
แม้จะดังมาก แต่หลายคนอาจยังไม่แน่ใจว่ามีอะไรให้ทำบ้าง
อ่านบทความนี้แล้วจะพอเห็นภาพว่า “หอคอยซึเท็นคาคุ” เป็นที่แบบไหน และควรเริ่มเก็บไฮไลต์จากจุดไหนก่อน
ก่อนจะไปเที่ยว “ชินเซไก” หรือ “หอคอยซึเท็นคาคุ” มาเตรียมตัวล่วงหน้ากันไว้สักนิด

หอคอยซึเท็นคาคุเป็นสถานที่แบบไหน?

หอคอยชมวิว “ซึเท็นคาคุ” ตั้งอยู่ใจกลางย่านคึกคักที่รู้จักกันในชื่อ “ชินเซไก” (Shinsekai)
ในปี 1912 ได้มีการสร้าง “ซึเท็นคาคุ” ที่มีภาพลักษณ์เหมือนนำหอไอเฟลไปวางบนประตูชัยแห่งปารีส ด้วยความสูง 75 เมตร ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในญี่ปุ่นในเวลานั้น
ต่อมาในปี 1943 เกิดไฟไหม้จนต้องรื้อถอน แต่ได้สร้างขึ้นใหม่ในปี 1956
“ซึเท็นคาคุ” ในปัจจุบันคือรุ่นที่ 2 มีความสูงรวมเสาไฟฟ้า 108 เมตร
ว่ากันว่าได้ชื่อ “ซึเท็นคาคุ” จากนักปราชญ์ขงจื๊อช่วงต้นยุคเมจิ “ฟุจิซาวะ นังกาคุ” โดยมีความหมายว่า “อาคารสูงที่เชื่อมถึงสวรรค์”

ตั้งแต่ชั้นใต้ดิน 1 ถึงชั้น 5 และดาดฟ้า มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลายตามแต่ละชั้น เหมาะสำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่
ชั้น 4 ขึ้นไปเป็นจุดชมวิว โดยแต่ละชั้นมีบรรยากาศและคอนเซ็ปต์แตกต่างกัน
ชั้น 3 จัดแสดงไดโอราม่าและวิดีโอของ “ชินเซไก” เมื่อประมาณ 100 ปีก่อน และยังมีคาเฟ่ให้แวะพักได้ด้วย
ที่ดาดฟ้าชั้น 3 “สวนซึเท็นคาคุ” คุณสามารถเดินเล่นในบรรยากาศคล้ายสวนญี่ปุ่นได้
ชั้น 2 และชั้นใต้ดิน 1 มีร้านขายของฝากสไตล์โอซากาและร้านแอนเทนน่าช็อปของผู้ผลิตอาหาร สามารถเลือกซื้อของฝากได้
ถ้ามาช่วงกลางคืน อยากชวนให้แวะ “สมาคมร้านค้าถนนฮนโดริซึเท็นคาคุ” ที่ขึ้นชื่อว่า “มองเห็นซึเท็นคาคุได้สวยที่สุด” จะได้ชมทั้งหอคอยซึเท็นคาคุที่เปิดไฟและวิวชินเซไกไปพร้อมกัน

สัญลักษณ์ของโอซากา “หอคอยซึเท็นคาคุ”
สัญลักษณ์ของโอซากา “หอคอยซึเท็นคาคุ”
มาสนุกกับวิวชินเซไกและหอคอยซึเท็นคาคุที่เปิดไฟยามค่ำคืนกัน
มาสนุกกับวิวชินเซไกและหอคอยซึเท็นคาคุที่เปิดไฟยามค่ำคืนกัน

การเดินทางไปหอคอยซึเท็นคาคุ

“หอคอยซึเท็นคาคุ” อยู่ในย่านใจกลางเมือง เลยเลือกเดินทางได้หลายสาย หลายสถานี
สถานีที่ใกล้ที่สุด และระยะเวลาเดินจากสถานี มีดังนี้

สถานีเอบิสุโจ สายซากาอิซุจิ Osaka Metro
เดิน 3 นาทีจากทางออก 3
สถานีเอบิสุโจ สายฮันไค รถไฟฮันไค
เดินประมาณ 3 นาที
สถานีโดบุตสึเอ็นมาเอะ สายมิโดซุจิ Osaka Metro
เดิน 6 นาทีจากทางออก 1
สถานีชินอิมามิยะ สายโอซากะลูป JR
เดิน 6 นาทีจากทางออกซึเท็นคาคุ (ทางออกตะวันออก)
สถานีชินอิมามิยะ สายนันไคหลัก รถไฟนันไค
เดิน 10 นาทีจากทางออกฝั่งตะวันตก

จากสถานี JR โอซากะ ซึ่งมักใช้เป็นจุดเปลี่ยนเส้นทางในการเที่ยวโอซากา สามารถนั่งสาย JR โอซากะลูปประมาณ 17 นาทีไปถึงสถานีชินอิมามิยะได้
ส่วนจากสถานีชินโอซากะ ให้นั่งสายมิโดซุจิ Osaka Metro ไปลงสถานีโดบุตสึเอ็นมาเอะ ใช้เวลาประมาณ 21 นาที
หากกังวลเรื่องการเดินทางภายในโอซากา ลองดูบทความนี้ที่อธิบายเคล็ดลับการใช้ระบบขนส่งในโอซากาไว้ด้วย

เวลาเปิดของหอคอยซึเท็นคาคุและค่าเข้าชมจุดชมวิว

เวลาเปิดและค่าเข้าชมจุดชมวิวของ “หอคอยซึเท็นคาคุ” เรารวมไว้ให้ในตารางด้านล่างแล้ว ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้เลย

เวลาเปิดของหอคอยซึเท็นคาคุ

เวลาเปิดของแต่ละโซนภายใน “หอคอยซึเท็นคาคุ” ไม่เหมือนกัน หากจะไปช่วงกลางคืนควรตรวจสอบให้ดี
ข้อมูลต่อไปนี้เป็นข้อมูลตั้งแต่1 มีนาคม 2026 เป็นต้นไป

จุดชมวิวทั่วไป
9:00–21:45
(เข้าชมได้ถึง 21:15)
จุดชมวิวกลางแจ้งพิเศษ
9:00–21:45
(เข้าชมได้ถึง 21:35)
ร้าน Select Shop (ชั้น 3)
9:00–19:30
ร้าน Official Shop (ชั้น 2)
9:00–21:30
Wakuwaku Land (ชั้นใต้ดิน)
9:00–21:30

ค่าเข้าชมจุดชมวิวของหอคอยซึเท็นคาคุ

ราคาของ “หอคอยซึเท็นคาคุ” มีดังนี้ หากอยากเข้า “เท็มโบ พาราไดซ์” (จุดชมวิวกลางแจ้งพิเศษ) และ “TIP THE TSUTENKAKU” (จุดชมวิวแบบยื่นออกไป) จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากค่าจุดชมวิวทั่วไปตามตารางด้านล่าง

ค่าบัตรจุดชมวิวทั่วไป
・ผู้ใหญ่ (อายุ 15 ปีขึ้นไป): 1,200 เยน
・เด็ก (อายุ 5–14 ปี): 600 เยน
จุดชมวิวกลางแจ้งพิเศษ/ จุดชมวิวแบบยื่นออกไป
・ผู้ใหญ่ (อายุ 15 ปีขึ้นไป): +300 เยน
・เด็ก (อายุ 5–14 ปี) +200 เยน
ค่าบริการ Tower Slider (ต่อ 1 ครั้ง)
・ผู้ใหญ่ (อายุ 15–65 ปี): 1,000 เยน
・เด็ก (อายุ 7–14 ปี): 500 เยน

การซื้อตั๋วแต่ละประเภทจำเป็นต้องจองเวลาเข้าชม และในวันจริงอาจมีช่วงรอคิว จึงแนะนำให้ซื้อตั๋วออนไลน์ล่วงหน้า นอกจากนี้หลังช่วงเย็นไปแล้วตั๋วอาจขายหมดได้ ควรเผื่อเวลาในการเดินทางมาให้พอ

ห้ามพลาด! 5 ไฮไลต์น่าเที่ยวของหอคอยซึเท็นคาคุ

ต่อไปขอคัด 5 จุดไฮไลต์ยอดนิยมของ “หอคอยซึเท็นคาคุ” มาเล่าให้ฟัง
แต่ละชั้นมีเสน่ห์คนละแบบ แนะนำให้เริ่มจากจุดคลาสสิกก่อน แล้วค่อยไล่เก็บชั้นอื่นๆ กับมุมเล็กๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติม
เดินตามนี้น่าจะช่วยให้คุณสนุกกับเสน่ห์ของ “หอคอยซึเท็นคาคุ” ได้แบบครบๆ

1. จุดดังที่สุดของหอคอยซึเท็นคาคุ “จุดชมวิวสีทอง”

จุดชมวิวบนชั้น 5 ของหอคอยซึเท็นคาคุ ที่ความสูง 87.5 เมตรจากพื้นดิน
เป็นจุดที่มีชื่อเสียงที่สุดของ “หอคอยซึเท็นคาคุ” และจากตรงนี้สามารถมองเห็นวิวเมืองโอซากาได้แบบพาโนรามา
ตามชื่อเลย ภายในตกแต่งด้วยสีทอง โดยว่ากันว่าได้แรงบันดาลใจจาก “ห้องชงชาทองคำ” ของโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ
แม้เชื่อกันว่าห้องชงชาทองคำเคยอยู่ในปราสาทโอซากา แต่ปัจจุบันได้สูญหายไปแล้ว จึงไม่มีของจริงหลงเหลืออยู่

ชมวิวเมืองโอซากาได้แบบเต็มตาจากจุดชมวิวที่ตกแต่งด้วยสีทอง
ชมวิวเมืองโอซากาได้แบบเต็มตาจากจุดชมวิวที่ตกแต่งด้วยสีทอง

2. เทพเจ้า “รูปปั้นบิลลิเคน” ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของโอซากา

ที่ “จุดชมวิวสีทอง” มีเทพเจ้าที่เรียกว่า “บิลลิเคนซัง” ประทับอยู่
“บิลลิเคนซัง” คือเทพแห่งความสุขที่เล่ากันว่าหากลูบฝ่าเท้าแล้วจะได้รับพร
มีเอกลักษณ์ที่ดวงตาเชิดและศีรษะแหลม
แวะมาถึง “จุดชมวิวสีทอง” แล้ว อย่าลืมลูบฝ่าเท้า “บิลลิเคนซัง” เพื่อรับพรด้วย
“บิลลิเคนซัง” องค์ปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 3 ซึ่งทำขึ้นใหม่ในโอกาสครบรอบ 100 ปีของหอคอยซึเท็นคาคุในปี 2012
ว่ากันว่าต้นกำเนิดมาจากผลงานที่ศิลปินชาวอเมริกัน “ฟลอเรนซ์ พริตซ์” สร้างขึ้นโดยมีต้นแบบจากเทพเจ้าที่เห็นในความฝัน และได้เผยแพร่เข้าสู่ญี่ปุ่นในปี 1909
ปัจจุบันเป็นที่รักในฐานะเทพเจ้าสัญลักษณ์ของโอซากา

ลูบฝ่าเท้าบิลลิเคนซังเพื่อรับพร
ลูบฝ่าเท้าบิลลิเคนซังเพื่อรับพร

3. ถ้ามาชมหอคอยซึเท็นคาคุกลางคืน ห้ามพลาด “จุดชมวิวแห่งแสง”

“จุดชมวิวแห่งแสง” อยู่ที่ชั้น 4 ใต้ “จุดชมวิวสีทอง” ลงมา 1 ชั้น
จุดชมวิวนี้มองเห็นเมืองโอซากาผ่านหน้าต่างบานใหญ่ และพอถึงกลางคืนบรรยากาศจะเปลี่ยนไป คล้ายดิสโก้ด้วยลูกบอลกระจกและไฟสีสันจัดจ้าน
ลองชมวิวกลางคืนของโอซากาไปพร้อมกับการจัดแสงแบบฉบับโอซากาดูสักครั้ง
ที่นี่ยังมีการคอลแลบกับอนิเมะ มังงะ และคาแรกเตอร์ต่างๆ อยู่บ่อยครั้ง

“จุดชมวิวแห่งแสง” ที่เปลี่ยนเป็นบรรยากาศคล้ายดิสโก้ยามค่ำคืน
“จุดชมวิวแห่งแสง” ที่เปลี่ยนเป็นบรรยากาศคล้ายดิสโก้ยามค่ำคืน

4. “เท็มโบ พาราไดซ์” และ “TIP THE TSUTENKAKU”

จุดชมวิวกลางแจ้งพิเศษ “เท็มโบ พาราไดซ์” คือจุดชมวิวที่สูงที่สุดของ “หอคอยซึเท็นคาคุ”
คุณสามารถเดินบนทางเดินรอบนอกกลางแจ้งที่ความสูง 94.5 เมตร พร้อมชมวิวเมืองโอซากาได้แบบเต็มตา
ด้วยมุมมองที่แทบไม่มีอะไรมาบดบัง ทำให้ได้วิวที่ทรงพลังกว่าจุดชมวิวในอาคาร
ส่วน “TIP THE TSUTENKAKU” เป็นจุดชมวิวแบบยื่นออกไปที่อยู่กลางแจ้งเช่นกัน และขึ้นชื่อว่าให้ความหวาดเสียวที่สุดใน “หอคอยซึเท็นคาคุ”
พื้นเป็นแบบใส มองลงไปด้านล่างได้จากความสูง 92.5 เมตร ให้ความรู้สึกเหมือนเดินเล่นอยู่กลางอากาศ

“เท็มโบ พาราไดซ์” ที่ให้คุณได้ชมวิวแบบเต็มอารมณ์
“เท็มโบ พาราไดซ์” ที่ให้คุณได้ชมวิวแบบเต็มอารมณ์
“TIP THE TSUTENKAKU” จุดที่ให้ความตื่นเต้นที่สุดในหอคอยซึเท็นคาคุ
“TIP THE TSUTENKAKU” จุดที่ให้ความตื่นเต้นที่สุดในหอคอยซึเท็นคาคุ

5. ไม่ได้มีแค่วิว! ต้องลอง “Tower Slider”

เครื่องเล่นสายหวาดเสียวที่เปิดใหม่ในปี 2022 เป็นสไลเดอร์แบบท่อ ความยาวรวม 60 เมตร
เริ่มจากชั้น 3 ของ “หอคอยซึเท็นคาคุ” ที่ความสูง 22 เมตรจากพื้นดิน แล้วไถลวนรอบด้านนอกของเสาลิฟต์ลงไปถึงชั้น 1 ในเวลาประมาณ 10 วินาที
ท่อช่วงบนเป็นแบบใส เลยมองเห็นตัวหอคอยซึเท็นคาคุและทิวทัศน์ย่านชินเซไกระหว่างที่ไถลลงมาได้
ถ้าชอบเครื่องเล่นแนวตื่นเต้น แนะนำให้ลองสักครั้ง

เครื่องเล่นสายหวาดเสียวที่เปิดใหม่ “Tower Slider”
เครื่องเล่นสายหวาดเสียวที่เปิดใหม่ “Tower Slider”

เติมพลังก่อนเที่ยวชินเซไก! 3 ร้านอาหารยอดนิยมรอบหอคอยซึเท็นคาคุ

ย่านชินเซไกที่เป็นที่ตั้งของ “หอคอยซึเท็นคาคุ” รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง มีร้านอาหารที่ได้ลิ้มรสเมนูโอซากาและร้านยอดนิยมมากมาย
เที่ยว “หอคอยซึเท็นคาคุ” แบบเต็มอิ่มแล้ว ก่อนจะออกเดินต่อใน “ชินเซไก” แวะเติมพลังที่ 3 ร้านต่อไปนี้กัน

1. มุเท็ปโป สาขาโอซากา

ร้านราเมงที่ก่อตั้งในปี 1998 ที่เมืองนารา จังหวัดนารา และปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่ที่เมืองคิซึกาวะ จังหวัดเกียวโต แม้จะมีเพียง 3 สาขาที่ใช้ชื่อ “มุเท็ปโป” คือที่เกียวโต โอซากา และโตเกียว แต่เป็นร้านดังที่มีแฟนๆ ทั่วประเทศ
จุดเด่นที่สุดคือซุปทงคตสึเข้มข้นมากจนแม้แต่คนชอบรสเข้มๆ พอลองครั้งแรกก็มักจะประหลาดใจ วัตถุดิบที่ใช้ทำซุปมีแค่กระดูกหมูคุณภาพที่คัดสรรแล้วและน้ำเท่านั้น โดยต้มกระดูกหมูถึงประมาณ 300 กิโลกรัมอย่างพิถีพิถัน จนได้ซุปเข้มข้นระดับที่หาที่ไหนเหมือนได้ยาก

ร้านราเมงที่ภูมิใจกับซุปเข้มข้นที่ไม่เหมือนใคร ต้มกระดูกหมูจากในประเทศอย่างพิถีพิถัน
ร้านราเมงที่ภูมิใจกับซุปเข้มข้นที่ไม่เหมือนใคร ต้มกระดูกหมูจากในประเทศอย่างพิถีพิถัน

2. โอซากา ชินเซไก ต้นตำรับคุชิคัตสึ ดารุมะ สาขาหลักชินเซไก

ก่อตั้งในปี 1929 อยู่ใกล้แลนด์มาร์กของโอซากาอย่างหอคอยซึเท็นคาคุ เป็นสาขาหลักของ “คุชิคัตสึ ดารุมะ” ที่มีหลายสาขาในเมืองโอซากา
คุชิคัตสึทอดด้วยน้ำมันสูตรเฉพาะของดารุมะ ช่วยลดกลิ่นและความเลี่ยนของน้ำมัน กินง่าย ไม่หนักท้อง
เกล็ดขนมปังที่ใช้ทำแป้งชุบทอดละเอียดมาก ทำให้แป้งบางและกรอบ
มีคุชิคัตสึให้เลือกประมาณ 40 ชนิด เช่น เนื้อวัว หมู กุ้ง มะเขือเทศ หอมหัวใหญ่ เห็ดชิตาเกะ ฯลฯ คุชิคัตสึที่ทอดใหม่ๆ นำไปจุ่มซอสสูตรออริจินัลที่พัฒนามาอย่างพิถีพิถันก่อนรับประทาน

ร้านดังของคุชิคัตสึ เมนู 대표 ของกินโอซากา
ร้านดังของคุชิคัตสึ เมนู 대표 ของกินโอซากา

3. กริล มารุโยชิ

ร้านอาหารสไตล์โยโชกุ (อาหารตะวันตกแบบญี่ปุ่น) ที่อยู่ใน “เวีย อาเบโนะ วอล์ก” โซนร้านอาหารเรียงราย ซึ่งติดกับศูนย์การค้า “อาเบโนะ คิวส์ มอลล์” ใกล้สถานีเท็นโนจิ ก่อตั้งมากว่า 70 ปี และยึดคติ “รสชาติเดิมไม่เปลี่ยน พร้อมความจริงใจ” ทำอาหารแบบพิถีพิถันมาตลอด
เมนูขึ้นชื่อ “โรลกะหล่ำปลีพิเศษ” มีเอกลักษณ์ที่ขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 10 ซม. กะหล่ำปลีที่เคี่ยวจนละลายในปากเข้ากันอย่างลงตัวกับหมูสับฉ่ำๆ และยังได้ลิ้มรสด้วยซอส 2 แบบที่เสิร์ฟมาคู่กัน คือเดมิกลาซและซอสแกงกะหรี่

ยึดมั่นรสชาติเดิมและความจริงใจ ทำอาหารโยโชกุมายาวนานกว่า 70 ปี
ยึดมั่นรสชาติเดิมและความจริงใจ ทำอาหารโยโชกุมายาวนานกว่า 70 ปี

3 แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมใกล้หอคอยซึเท็นคาคุ

รอบๆ “หอคอยซึเท็นคาคุ” มีอะไรให้แวะมากกว่า “ชินเซไก” อย่างเดียว ทั้งตึกสูงที่สูงกว่าซึเท็นคาคุ และสวนสัตว์ที่มีประวัติยาวนานจนถึง 100 ปี รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอื่นๆ ของโอซากาอีกมาก
ถ้ามีแพลนไป “หอคอยซึเท็นคาคุ” ลองเผื่อเวลาไว้แวะ 3 สถานที่ต่อไปนี้ด้วย

1. สมาคมร้านค้าถนนฮนโดริชินเซไก

เขตเอบิสุฮิงาชิ เมืองนานิวะ ที่มี “หอคอยซึเท็นคาคุ”, “จันจัน โยโกโจ” และ “สปาเวิลด์” ตั้งอยู่ ถูกเรียกกันทั่วไปว่า “ชินเซไก”
จุดเริ่มต้นของชื่อนี้ย้อนกลับไปถึงปี 1912 ช่วงที่ “หอคอยซึเท็นคาคุ” และสวนสนุก “ลูนาพาร์ก” (ซึ่งเป็นสวนสนุกแห่งที่สองของญี่ปุ่น) เปิดให้บริการในพื้นที่นี้
ด้วยความหมายว่า “สถานที่ใหม่ของโอซากา” จึงเริ่มถูกเรียกว่า “ชินเซไก”
จากนั้นพื้นที่นี้ก็พัฒนาเป็นย่านบันเทิง กลายเป็นฉากของภาพยนตร์และละครมากมาย และเป็นสถานที่ที่มักถูกพูดถึงเสมอเมื่อเอ่ยถึง “โอซากา”
“สมาคมร้านค้าถนนฮนโดริซึเท็นคาคุ” ซึ่งทอดยาวเป็นเส้นตรงจากทางออก 3 ของสถานีเอบิสุโจ สายซากาอิซุจิ Osaka Metro ไปยังหอคอยซึเท็นคาคุ เป็นถนนที่เหมาะกับการตระเวนกินของสไตล์ย่านชิตามาจิ เช่น ร้านกาแฟย้อนยุคและร้านโอโคโนมิยากิ ที่นี่ขึ้นชื่อว่า “มองเห็นซึเท็นคาคุได้สวยที่สุด” ด้วย

ย่านที่รวมของขึ้นชื่อของโอซากาไว้แน่นๆ เหมาะกับการลุยของอร่อยสไตล์ย่านชิตามาจิ
ย่านที่รวมของขึ้นชื่อของโอซากาไว้แน่นๆ เหมาะกับการลุยของอร่อยสไตล์ย่านชิตามาจิ

2. อาเบโนะ ฮารุคาสุ

อาคารอเนกประสงค์ความสูงระฟ้าที่เปิดในปี 2014 ด้วยความสูงจากพื้นดิน 300 เมตร
ตั้งแต่ชั้นใต้ดิน 2 ถึงชั้น 14 มี “อาเบโนะ ฮารุคาสุ คินเท็ตสึ ฮอนเท็น (ห้างคินเท็ตสึ)” และ “อาเบโนะ ฮารุคาสุ ไดนิ่ง” อยู่ภายใน
จุดชมวิว “ฮารุคาสุ 300 (จุดชมวิว)” เป็นโครงสร้าง 3 ชั้น ได้แก่ชั้น 58, 59 และ 60
ชั้น 60 ซึ่งเป็นชั้นบนสุด เดินทางจากประตูทางเข้าชั้น 16 ด้วยลิฟต์เฉพาะ จะพบกับทางเดินในอาคารที่เป็นกระจกตั้งแต่พื้นจรดเพดาน ให้ความรู้สึกเหมือนเดินเล่นอยู่บนฟ้า เป็นพื้นที่ที่น่าทึ่งมาก
หากสภาพอากาศเอื้ออำนวย สามารถมองเห็นได้ไกลตั้งแต่เกียวโต ไปจนถึงเทือกเขาร็อคโค สะพานอากาชิไคเคียว เกาะอาวาจิ และเทือกเขาอิโคมะ เป็นต้น

อาคารอเนกประสงค์ความสูงระฟ้า 300 เมตรจากพื้นดิน จากจุดชมวิวบนชั้นบนสุดสามารถมองเห็นโอซากาได้กว้างไกล
อาคารอเนกประสงค์ความสูงระฟ้า 300 เมตรจากพื้นดิน จากจุดชมวิวบนชั้นบนสุดสามารถมองเห็นโอซากาได้กว้างไกล

3. สวนสัตว์เท็นโนจิ

เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 1 มกราคม 1915 และครบรอบ 100 ปีในปี 2015
ภายในพื้นที่ประมาณ 11 ha เลี้ยงสัตว์ประมาณ 180 ชนิด รวมราว 1,000 ตัว/รายการ พร้อมโซนต่างๆ เช่น อาคารศึกษาสัตว์เลื้อยคลาน “ไอฟ่า” และ “โซนอัฟริกาซาวันนา” ที่มีฮิปโป ยีราฟ สิงโต เป็นต้น โดยนำแนวคิดการจัดแสดงเชิงนิเวศที่จำลองภูมิทัศน์ของถิ่นอาศัยจริงให้ใกล้เคียงที่สุดมาใช้
ใน “โซนอัฟริกาซาวันนา” มีสัตว์ที่อาศัยอยู่ในซาวันนาอย่างยีราฟและสิงโตให้ชม แล้วก็ยังมีโซนหมาป่า-เสือ-สัตว์ขนาดเล็ก ที่มีหมาป่าจีนและเสืออามูร์ รวมถึงนกคอนดอร์และแพนด้าแดงเสฉวนด้วย

สวนสัตว์เก่าแก่ที่เลี้ยงสัตว์ไว้ประมาณ 180 ชนิด รวมราว 1,000 ตัว/รายการ
สวนสัตว์เก่าแก่ที่เลี้ยงสัตว์ไว้ประมาณ 180 ชนิด รวมราว 1,000 ตัว/รายการ

3 ที่พักแนะนำใกล้หอคอยซึเท็นคาคุ

ในเมืองโอซากาที่เดินทางจากบริเวณหอคอยซึเท็นคาคุได้สะดวก มีที่พักให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่โรงแรมริมแม่น้ำที่ให้บรรยากาศโปร่งสบาย โรงแรมเก่าแก่ที่เด่นเรื่องบริการคุณภาพ ไปจนถึงที่พักพร้อมออนเซ็นสำหรับผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง
ต่อไปนี้คือ 3 ที่พักแนะนำที่บาลานซ์ระหว่างการเที่ยวและการเข้าพักได้ดี ลองใช้เป็นแนวทางได้เลย

1. โรงแรมโอซากา ริเวอร์ไซด์

โรงแรมที่อยู่ห่างจากสถานี JR โอซากาเพียง 2 สถานี และเดิน 2 นาทีจากสถานีซากุระโนะมิยะ บนสายโอซากะลูป
ต่อรถไปสายหลักต่างๆ ได้อย่างลื่นไหล เดินทางไปจุดท่องเที่ยวยอดนิยมของโอซากาได้สะดวก จึงได้รับความนิยมในฐานะที่พักฐานสำหรับท่องเที่ยว
ริมแม่น้ำโอคาวะที่ไหลผ่านใกล้โรงแรม มีจุดชมซากุระหลายแห่ง เช่น โรงกษาปณ์ และสวนเคมะซากุระโนะมิยะ หากมาพักช่วงซากุระบาน แนะนำให้ไปเดินเล่นชมอุโมงค์ซากุระที่บานเต็มที่ด้วย

โรงแรมที่เหมาะกับเที่ยวโอซากา ด้วยการเดินทางสะดวกและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
โรงแรมที่เหมาะกับเที่ยวโอซากา ด้วยการเดินทางสะดวกและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

2. โรงแรมอิมพีเรียล โอซากา

ตั้งอยู่ที่ซากุระโนะมิยะ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดชมซากุระชื่อดังของคันไซ
ใกล้ๆ มีแม่น้ำโอคาวะไหลเอื่อย รายล้อมด้วยดอกไม้และความเขียวขจี เป็นโลเคชันที่ยอดเยี่ยม ให้คุณได้ใช้เวลาอย่างผ่อนคลายแม้อยู่ใจกลางเมือง
ตั้งแต่เปิดให้บริการในปี 1890 (เมจิ 23) ที่ฮิบิยะ โตเกียว ในฐานะโรงแรมรับรองแขกของญี่ปุ่น “จิตวิญญาณแห่งการต้อนรับ” ของโรงแรมอิมพีเรียลที่สืบทอดมากว่า 130 ปี ชวนให้รู้สึกสบายใจทั้งกายและใจผ่านการบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด

พักอย่างสง่างามในพื้นที่คุณภาพที่อบอวลด้วยจิตวิญญาณแห่งการต้อนรับ
พักอย่างสง่างามในพื้นที่คุณภาพที่อบอวลด้วยจิตวิญญาณแห่งการต้อนรับ

3. ออนเซ็นธรรมชาติ ฮานะนามิ โนะ ยู โอยาโดะ โนโนะ โอซาก้า โยโดยาบาชิ

แบรนด์พรีเมียมสไตล์ญี่ปุ่นที่ดูแลโดยเครือโรงแรม “ดอร์มี อินน์” ซึ่งมีสาขาทั่วญี่ปุ่น จุดเด่นคือวัฒนธรรม “เสื่อทาทามิ” ที่ให้ถอดรองเท้าแล้วผ่อนคลาย ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนญี่ปุ่น รวมถึงนักท่องเที่ยวภายในประเทศ ได้สัมผัสความงดงามของวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด
ภายในอาคารทั้งห้องพักและล็อบบี้ปูเสื่อทาทามิทั้งหมด จุดเด่นคือความสบายเหมือนอยู่บ้าน สามารถถอดรองเท้าแล้วใช้เวลาได้อย่างผ่อนคลาย
เพราะสนุกกับวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นได้แบบไม่ยุ่งยาก ที่นี่เลยได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้ใช้บริการชาวต่างชาติด้วย

แบรนด์พรีเมียมสไตล์ญี่ปุ่นของดอร์มี อินน์ ที่ปูเสื่อทาทามิทั้งอาคาร
แบรนด์พรีเมียมสไตล์ญี่ปุ่นของดอร์มี อินน์ ที่ปูเสื่อทาทามิทั้งอาคาร

รีวิวของหอคอยซึเท็นคาคุ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหอคอยซึเท็นคาคุ

Q

หอคอยซึเท็นคาคุสูงกี่เมตร?

A

เมื่อรวมความสูงของเสาไฟฟ้าแล้ว สูง 108 เมตรจากพื้นดิน

Q

ที่มาของชื่อหอคอยซึเท็นคาคุคืออะไร?

A

ว่ากันว่าได้ชื่อ “ซึเท็นคาคุ” ด้วยความหมายว่า “อาคารสูงที่เชื่อมถึงสวรรค์”

Q

สร้างหอคอยซึเท็นคาคุขึ้นมาเพราะอะไร?

A

ว่ากันว่าไม่ได้สร้างขึ้นในฐานะ “หอโทรทัศน์” แบบโตเกียวทาวเวอร์ แต่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยว

บทสรุป

พออ่านมาถึงตรงนี้ ก็น่าจะพอเห็นภาพแล้วว่า “หอคอยซึเท็นคาคุ” มีอะไรน่าแวะบ้าง ตั้งแต่ไฮไลต์ในหอคอย ไปจนถึงของกินและแหล่งท่องเที่ยวรอบๆ
ในฐานะสัญลักษณ์ของโอซากา เชื่อว่าหลายคนคงใส่ไว้ในลิสต์ทริปอยู่แล้ว
หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณวางแผนและสนุกกับ “หอคอยซึเท็นคาคุ” ได้แบบ 120%
ถ้าอยากรู้จักแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในโอซากาเพิ่มเติม ลองอ่านบทความนี้ด้วย