
เที่ยวโอคายามะห้ามพลาด! คู่มือท่องเที่ยวปราสาทโอคายามะ หนึ่งในสามปราสาทชื่อดังของจังหวัดโอคายามะ
แค่ได้เห็นโทนสีดำตัดกับประกายทองของ “ปราสาทโอคายามะ” ก็ชวนให้อยากเดินเข้าไปสำรวจแล้ว
นอกจากหอคอยหลักแล้ว จุดน่าสนใจยังมีอีกหลายมุม และ “ปราสาทโอคายามะ” ในยามค่ำที่มีการไลต์อัปช่วงเวลาจำกัดก็เป็นไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด
เดินทางสะดวกและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรแวะเมื่อมาเที่ยวโอคายามะ บทความนี้จะพาไปรู้จักประวัติและจุดเด่นที่ควรรู้ เพื่อให้คุณได้เที่ยว “ปราสาทโอคายามะ” อย่างเต็มอิ่ม
ปราสาทโอคายามะเป็นสถานที่แบบไหน?
ถ้าได้มาเดินเล่นในเมืองโอคายามะ คุณจะเจอ “ปราสาทโอคายามะ” ตั้งตระหง่านอยู่ในจังหวัดโอคายามะ และยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน “100 ปราสาทชื่อดังของญี่ปุ่น”
เมื่อรวมกับ “ปราสาทสึยามะ (Tsuyama-jo)” หนึ่งในสามปราสาทฮิรายามะชื่อดังของญี่ปุ่น และ “ปราสาทบิตชูมัตสึยามะ (Bitchu Matsuyama-jo)” หนึ่งในสามปราสาทภูเขาชื่อดังของญี่ปุ่นที่อยู่ภายในจังหวัดเดียวกัน จึงถูกเรียกรวมว่า “สามปราสาทชื่อดังแห่งจังหวัดโอคายามะ”
หากพูดถึง “ปราสาทโอคายามะ” สิ่งที่โดดเด่นคือหอคอยหลักสีดำสนิท ซึ่งกรุแผ่นไม้ผิวด้านนอกที่ทาด้วยแล็กเกอร์สีดำ
ด้วยรูปลักษณ์สีดำจึงมีอีกชื่อว่า “อุโจ (Ujo)” หรือ “ปราสาทอีกา”
และเพราะใช้กระเบื้องมุงหลังคาปิดทองคำเปลว จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “คินอุโจ (Kin-jo)”
ตัวปราสาทเคยถูกไฟไหม้จนสูญเสียไปจากการโจมตีทางอากาศในปี ค.ศ. 1945 แต่ได้รับการสร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1966 และปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ถ่ายทอดประวัติศาสตร์โอคายามะตั้งแต่ยุคเซ็นโกคุจนถึงยุคเอโดะ
ไฮไลต์อีกอย่างคือ “หอคอยสึกิมิยากุระ (Tsukimi Yagura)” และ “หอคอยนิชิมารุนิชิเตะยากุระ (Nishimaru Nishite Yagura)” ที่รอดพ้นจากสงคราม รวมถึงกำแพงหินที่สร้างโดยเจ้าเมืองในแต่ละยุคสมัย
ใกล้กับ “ปราสาทโอคายามะ” ยังมีสวนญี่ปุ่นขนาดใหญ่ “สวนโอคายามะโคราคุเอ็น (Okayama Korakuen)” ที่สร้างขึ้นเพื่อเจ้าเมือง จึงมีคนจำนวนมากที่เที่ยวทั้งสองแห่งควบคู่กัน
“ปราสาทโอคายามะ” สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1597 โดยอุคิตะ ฮิเดอิเอะ (Ukita Hideie) ซึ่งเป็นไดเมียว (ซามูไรที่รับใช้โชกุน) โดยใช้เวลาสร้างนาน 8 ปี
เล่ากันว่าได้รับคำชี้แนะจากโทโยโตมิ ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyoshi) ในการก่อสร้างปราสาท
ต่อมา โคบายากาวะ ฮิเดอากิ (Kobayakawa Hideaki) และตระกูลอิเคดะ ซึ่งเป็นเจ้าเมืองรุ่นถัดไป ได้สืบทอดและพัฒนาเมืองปราสาทที่ได้รับการจัดผังไว้แล้ว ขยายต่อเนื่องจนเชื่อมโยงมาสู่เมืองโอคายามะในปัจจุบัน

การเดินทางไปปราสาทโอคายามะ
เริ่มจากสถานี JR Okayama ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเดินทางของโอคายามะ แล้วไป “ปราสาทโอคายามะ” ได้ไม่ยาก
เดินทางได้ทั้งรถไฟและรถบัส แต่ถ้าอยากลองอะไรที่ไม่ค่อยได้เห็นในญี่ปุ่น แนะนำรถราง
จากสถานี JR Okayama ให้ขึ้นรถรางสายโอคายามะเด็นกิคิโด (Okayama Electric Tramway) สายฮิงาชิยามะ (Higashiyama) มุ่งหน้าไปฮิงาชิยามะ แล้วลงที่สถานีโจเกะ (Shiroshita)
จากนั้นเดินประมาณ 10 นาทีจะถึง “ปราสาทโอคายามะ” รวมเวลาเดินทางพร้อมเวลาขึ้นรถรางแล้วประมาณ 15 นาที
แม้จะใช้เวลามากขึ้นเล็กน้อย แต่สามารถเดินจากสถานีได้เช่นกัน ลองเดินไปพร้อมชมบรรยากาศเมืองโอคายามะก็น่าสนุกไม่น้อย
เวลาเปิดทำการและค่าเข้าชมปราสาทโอคายามะ
เรื่องเวลาเปิดทำการและค่าเข้าชมของ “ปราสาทโอคายามะ” เช็กได้จากตารางด้านล่างเลย
ส่วนช่วงที่มีการจัดงานอีเวนต์ บางครั้งอาจมีการขยายเวลาเปิดทำการ
- เวลาเปิด
- 9:00–17:30 (เข้าชมได้ถึง 17:00)
- วันหยุด
- 29 ธันวาคม–31 ธันวาคม
- ค่าเข้าชม
-
・ผู้ใหญ่ (อายุ 15 ปีขึ้นไป): 400 เยน
・นักเรียนประถม–มัธยมต้น: 100 เยน
・เด็กก่อนวัยเรียน: ฟรี
ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของปราสาทโอคายามะคือช่วงไหน?
สำหรับ “ปราสาทโอคายามะ” ไม่ว่าจะมาในฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน หรือฤดูใบไม้ร่วง ก็สนุกได้เสมอ
ในทั้ง 3 ฤดูกาลนี้ จะมีงานไลต์อัปบรรยากาศแฟนตาซี “อุโจโทเก็นเคียว (Ujo Togenkyo)” ที่จัดขึ้นที่ “ปราสาทโอคายามะ” และฝั่งตรงข้ามแม่น้ำอาซาฮิคาวะก็มี “สวนโคราคุเอ็น (Korakuen)” หนึ่งใน “สามสวนชื่อดังของญี่ปุ่น” ที่จัดงานไลต์อัป “เก็นโซเทเอ็น (Gensoteien)” เช่นกัน
เพราะธีมและรายละเอียดเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ลองเลือกช่วงเวลาที่เหมาะกับสไตล์ที่คุณชอบได้เลย
ห้ามพลาดเด็ดขาด! 5 ไฮไลต์ของปราสาทโอคายามะ
พูดถึง “ปราสาทโอคายามะ” หลายคนจะนึกถึงหอคอยหลักที่เป็นที่มาของชื่อ “ปราสาทอีกา” แต่จริง ๆ แล้วมีจุดน่าสนใจอื่น ๆ อีกมาก
ด้านล่างนี้คือ 5 ไฮไลต์ที่อยากให้เก็บให้ครบ ถ้าตั้งใจจะเที่ยว “ปราสาทโอคายามะ” แบบเต็มอิ่ม
1. ครบเครื่องเรื่องน่าชม! “หอคอยหลัก” ที่เป็นพิพิธภัณฑ์ด้วย
แม้หอคอยหลักจะโด่งดังจากรูปลักษณ์สีดำและสีทองที่ใช้แผ่นไม้ทาแล็กเกอร์สีดำและกระเบื้องปิดทองคำเปลว แต่ความน่าสนใจไม่ได้มีแค่นั้น
ยังมีเอกลักษณ์อย่างโครงสร้างแบบผสม “โบโระกาตะ” 4 ชั้น 6 ชั้นใน (4重6階), ผังอาคารที่เป็นรูปห้าเหลี่ยมไม่สมมาตร และกำแพงหินขนาดใหญ่ เป็นต้น
ไม่ใช่แค่มองจากไกล ๆ แนะนำให้เข้าไปใกล้ ๆ แล้วชมรายละเอียดให้ทั่ว
เดิมเคยถูกกำหนดเป็นสมบัติชาติ แต่ถูกเผาทำลายจากการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ของโอคายามะในปี ค.ศ. 1945
ต่อมาสร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1966 และปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์
ภายในมีทั้งหมด 7 ชั้น ตั้งแต่ชั้นใต้ดิน 1 ถึงชั้น 6 นอกจากจัดแสดงเอกสารและสิ่งของที่บอกเล่าประวัติศาสตร์โอคายามะแล้ว ยังมีโซนกิจกรรม体验ตามธีมยุคเอโดะและยุคเซ็นโกคุให้ร่วมสนุกได้ด้วย

2. “หอคอยสึกิมิยากุระ” อาคารล้ำค่าที่ขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญ
“หอคอยสึกิมิยากุระ (Tsukimi Yagura)” สร้างขึ้นในยุคเอโดะ และเป็นหอคอยเพียงแห่งเดียวที่ยังคงอยู่ ณ จุดที่เคยเป็นฮงมารุของ “ปราสาทโอคายามะ”
เป็นอาคารล้ำค่าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ
เล่ากันว่า “หอคอยสึกิมิยากุระ” ไม่ได้มีไว้เพื่อการป้องกันปราสาทเท่านั้น แต่ยังสร้างเพื่อชมทิวทัศน์ตามฤดูกาลและจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ด้วย
มีแนวคิดหนึ่งที่ว่าเพราะเจ้าเมืองใช้ที่นี่ชมพระจันทร์ จึงถูกเรียกว่า “หอคอยชมจันทร์”
มองจากภายนอกเหมือนอาคาร 2 ชั้น แต่จริง ๆ แล้วเป็น 3 ชั้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่น่าสนใจ

3. “อุโจโทเก็นเคียว” ชมหอคอยหลักในบรรยากาศแฟนตาซี
งานไลต์อัปของ “ปราสาทโอคายามะ” อย่าง “อุโจโทเก็นเคียว (Ujo Togenkyo)” ก็เป็นอีกไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด
จัดขึ้นในฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง โดยธีมและรายละเอียดจะแตกต่างกันไปตามปีและฤดูกาล
แม้ภายในพื้นที่ปราสาทเอง แต่ละโซนก็มีธีมต่างกัน ทำให้ได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพหลากหลายรูปแบบ
ช่วงที่มี “อุโจโทเก็นเคียว” จะมีงานไลต์อัปที่ “สวนโอคายามะโคราคุเอ็น” ด้วย ถ้ามีเวลา ลองไปชมทั้งสองงานควบคู่กัน
อยากให้ลองเที่ยวทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อสัมผัสความงดงามที่ชวนฝันและมีเสน่ห์ของ “ปราสาทโอคายามะ” และ “สวนโอคายามะโคราคุเอ็น”


4. “หอคอยนิชิเตะยากุระ” ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ปราสาทโอคายามะคู่กับหอคอยสึกิมิยากุระ
“หอคอยนิชิเตะยากุระ (Nishite Yagura)” เป็นอาคารที่รอดพ้นจากสงครามเช่นเดียวกับ “หอคอยสึกิมิยากุระ” และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ
เชื่อกันว่าสร้างขึ้นราวปี ค.ศ. 1603–1615 และเป็นอาคารที่เจ้าเมืองใช้พักอาศัยร่วมกับครอบครัวหลังเกษียณตัวเอง
จึงมีการออกแบบให้เหมาะกับการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ชั้น 2 เป็นห้องโถงปูเสื่อทาทามิพร้อมโทโคโนมะ และมีหน้าต่างแบบบานฝนพร้อมโชจิรับแสงที่ยกสูงระดับเอว เป็นต้น

5. “พิพิธภัณฑ์ศิลปะฮายาชิบาระ” ที่จัดแสดงดาบญี่ปุ่นระดับสมบัติชาติ
“พิพิธภัณฑ์ศิลปะฮายาชิบาระ (Hayashibara Museum of Art)” เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนของจังหวัดโอคายามะ ตั้งอยู่บนพื้นที่ซากปราสาทโอคายามะ
แม้จะอยู่ห่างจาก “สวนอุโจ (Ujo Park)” ซึ่งเป็นพื้นที่ที่จัดภูมิทัศน์บริเวณซากปราสาทโอคายามะเล็กน้อย แต่ขอแนะนำให้แวะไปด้วย เพราะจัดแสดงโบราณศิลป์ล้ำค่าที่สืบทอดมาจากตระกูลอิเคดะ ซึ่งเคยเป็นเจ้าเมืองปราสาทโอคายามะ
ภายในจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ เกราะ ภาพวาด โดยมีดาบเป็นหลัก และยังได้ชมดาบญี่ปุ่นระดับสมบัติชาติ รวมถึงฉากกั้น (บียวบุ) ที่เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญ
หากชอบประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ควรไปเยือน

3 แหล่งท่องเที่ยวรอบปราสาทโอคายามะ
“ปราสาทโอคายามะ” ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโอคายามะ และเดินทางไปสถานี JR Okayama ได้สะดวก ทำให้เที่ยวสถานที่รอบ ๆ ได้ง่าย
ต่อไปนี้คือแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงที่อยากแนะนำให้ไปควบคู่กับ “ปราสาทโอคายามะ” พร้อมเสน่ห์ของแต่ละที่
1. สวนโอคายามะโคราคุเอ็น
สวนไดเมียวที่สร้างขึ้นโดยอิเคดะ สึนะมาสะ เจ้าแคว้นโอคายามะ เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อน และแล้วเสร็จในระดับหนึ่งในปี ค.ศ. 1700
ในสมัยของสึนะมาสะ สวนแห่งนี้เป็นสวนที่เน้นการชมวิวจากห้องนั่งเล่นภายในสวน แต่ด้วยสถานการณ์ของสังคมในแต่ละยุคและรสนิยมของเจ้าแคว้น ทัศนียภาพของสวนจึงค่อย ๆ เปลี่ยนไป มีการทำทางน้ำและสระน้ำเพิ่มขึ้น ทำให้เดินชมรอบสวนได้เพลิดเพลินยิ่งขึ้น
“เอ็นโยเท (Enyotei)” ซึ่งเคยใช้เป็นห้องรับแขกของเจ้าแคว้น เป็นอาคารที่สำคัญที่สุด และออกแบบให้มองเห็นวิวภายในสวนได้แบบพาโนรามา
“ริวเท็น (Ryuten)” เป็นอาคารที่ใช้สำหรับเจ้าแคว้นในการเดินชมสวน รับรองแขกคนสำคัญ และเป็นที่พักผ่อน โดยมีเอกลักษณ์คือมีทางน้ำไหลผ่านตรงกลาง ซึ่งพบได้ไม่บ่อยนัก

2. ปราสาทบิตชูมัตสึยามะ
ปราสาทที่ยังคงมีหอคอยหลักดั้งเดิมหลงเหลืออยู่ทั่วญี่ปุ่นมี 12 แห่ง รวมถึงปราสาทบิตชูมัตสึยามะด้วย แต่ในบรรดาปราสาทภูเขา มีเพียงปราสาทบิตชูมัตสึยามะเท่านั้นที่ยังคงมีหอคอยหลักดั้งเดิมอยู่
นอกจากหอคอยหลักแบบ 2 ชั้นแล้ว ยังมีหอคอยสองชั้นและส่วนหนึ่งของกำแพงดินหลงเหลืออยู่ สามารถเข้าชมภายในหอคอยหลัก เช่น ห้องต่าง ๆ ที่เตรียมไว้สำหรับการตั้งรับการล้อมปราสาท และห้องโถงใหญ่ที่มีเตาอิโรริได้
ภูเขากะกิวซังซึ่งมีความสูงประมาณ 480 เมตร ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเขตเมือง เป็นชื่อเรียกรวมของยอดเขา 4 ยอด ได้แก่ “โอมัตสึยามะ (Omatsuyama)”, “เท็นจินโนะมารุ (Tenjin-no-maru)”, “โคมัตสึยามะ (Komatsuyama)” และ “มาเอยามะ (Maeyama)” โดยตัวปราสาทถูกสร้างขึ้นโดยมี 4 ยอดเขานี้เป็นศูนย์กลาง
ส่วนที่ยังคงเหลืออยู่ในปัจจุบันคือเขตปราสาทยุคใกล้สมัยใหม่บน “โคมัตสึยามะ” ที่ความสูง 430 เมตร ซึ่งเป็นการปรับปรุงจากปราสาทในยุคกลาง

3. ปราสาทสึยามะ
ต้นกำเนิดคือปราสาทสึรุยามะ (Tsuruyama-jo) ที่ยามานะ ทาดามาสะสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1441 และถูกทิ้งร้างจนกลายเป็นปราสาทร้างจากสงครามโอ닌และบุนเม
ต่อมา โมริ ทาดามาสะ น้องชายของโมริ รัมมารุ ผู้เป็นที่รู้จักว่าเป็นคนใกล้ชิดของโอดะ โนบุนากะ ได้เปลี่ยนชื่อ “สึรุยามะ” เป็น “สึยามะ” และเริ่มสร้างปราสาท
ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1604 ใช้เวลานาน 13 ปีจึงสร้างปราสาทขนาดใหญ่เสร็จสมบูรณ์ และกลายเป็นหนึ่งในสามปราสาทฮิรายามะชื่อดังของญี่ปุ่น
บริเวณรอบซากปราสาทได้รับการจัดเป็นสวนสาธารณะสึรุยามะ และยังเป็นที่รู้จักในฐานะจุดชมซากุระชื่อดังที่มีต้นซากุระบานสะพรั่งมากถึงประมาณ 1,000 ต้น
ในช่วงฤดูกาล สามารถชมซากุระที่ถูกไลต์อัปจากบนกำแพงหินได้ด้วย

รีวิวของปราสาทโอคายามะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปราสาทโอคายามะ
Q
สามปราสาทชื่อดังของโอคายามะ นอกจากปราสาทโอคายามะมีอะไรบ้าง?
ปราสาทสึยามะและปราสาทบิตชูมัตสึยามะ คือสองแห่งที่เป็น “สามปราสาทชื่อดังของโอคายามะ” นอกเหนือจากปราสาทโอคายามะ
Q
ใครเป็นผู้สร้างปราสาทโอคายามะ?
อุคิตะ ฮิเดอิเอะเป็นผู้สร้าง โดยได้รับคำชี้แนะจากโทโยโตมิ ฮิเดโยชิ
Q
ค่าเข้าชมปราสาทโอคายามะเท่าไร?
ผู้ใหญ่ (อายุ 15 ปีขึ้นไป) 400 เยน นักเรียนประถมและมัธยมต้น 100 เยน และเด็กก่อนวัยเรียนเข้าฟรี
บทสรุป
เราได้พาคุณไปรู้จักประวัติและไฮไลต์ของ “ปราสาทโอคายามะ” รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวรอบ ๆ กันแล้ว
ถ้าเก็บประเด็นสำคัญและจุดเด่นที่เล่าไว้ในบทความนี้ได้ เวลาไปเดินชมจริงก็จะสนุกและอินมากขึ้น
ถ้ามาเที่ยว “ปราสาทโอคายามะ” อย่าลืมแวะ “สวนโอคายามะโคราคุเอ็น” ควบคู่กันด้วย
“ปราสาทโอคายามะ” ที่มองจาก “สวนโอคายามะโคราคุเอ็น” ซึ่งตั้งอยู่ติดกันคนละฝั่งแม่น้ำนั้นสวยงามมาก และตัว “สวนโอคายามะโคราคุเอ็น” เองก็มีจุดน่าชมมากมาย
เสน่ห์ของ “สวนโอคายามะโคราคุเอ็น” เราได้แนะนำไว้ในบทความนี้ด้วย ลองอ่านควบคู่กันได้เลย