【คู่มือเที่ยวถ้ำริวเซ็นโด】สัมผัสประสบการณ์ลึกลับในหนึ่งในสามถ้ำหินงอกหินย้อยที่ยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น

【คู่มือเที่ยวถ้ำริวเซ็นโด】สัมผัสประสบการณ์ลึกลับในหนึ่งในสามถ้ำหินงอกหินย้อยที่ยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

แค่ก้าวเข้าไปก็เหมือนหลุดไปอีกโลก—ทะเลสาบใต้ดินสีฟ้าใสของ “ถ้ำริวเซ็นโด” (Ryusendo) ขึ้นชื่อว่ามีความใสระดับแนวหน้าของโลก
ระหว่างทางจะได้ชมความงดงามของหินงอกหินย้อยไปพร้อมกัน และที่นี่ยังถูกยกให้เป็นหนึ่งในสามถ้ำหินงอกหินย้อยที่ยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่นอีกด้วย
บรรยากาศชวนให้สัมผัสถึงความลี้ลับของธรรมชาติแบบเต็มๆ
ต่อไปนี้จะพาไปดูไฮไลต์ของ “ถ้ำริวเซ็นโด” ที่ให้คุณดื่มด่ำทั้งความมหัศจรรย์และความงามของธรรมชาติ

ถ้ำริวเซ็นโดเป็นสถานที่แบบไหน?

“ถ้ำริวเซ็นโด” (Ryusendo) ตั้งอยู่ในเมืองอิวาอิซูมิ (Iwaizumi) อำเภอชิโมเฮอิ (Shimohei) จังหวัดอิวาเตะ และยังมีอีกชื่อว่า “อิวาอิซูมิ ยูชุทสึ” (Iwaizumi Yushutsu)
สำหรับคนที่สงสัยว่า “ถ้ำหินงอกหินย้อย” หมายถึงอะไร นี่คือถ้ำที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่หินปูน
ที่นี่ถูกนับเป็นหนึ่งในสามถ้ำหินงอกหินย้อยที่ยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น หินงอกหินย้อยที่งดงามราวงานศิลป์และทะเลสาบใต้ดินสีฟ้าใส ทำให้เกิดทิวทัศน์ที่เหมือนอยู่อีกโลกหนึ่ง
บรรยากาศชวนฝันและลึกลับนี้ถือเป็นเสน่ห์ที่หาได้ยากจากถ้ำอื่นๆ
ทั้งถ้ำริวเซ็นโดและค้างคาวที่อาศัยอยู่ภายใน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติของประเทศญี่ปุ่นด้วย
ภายในถ้ำมีค้างคาวอาศัยอยู่ 5 ชนิด เช่น ค้างคาวเทงุ ดังนั้นอยากให้ลองสังเกตค้างคาวควบคู่ไปกับหินงอกหินย้อยและทะเลสาบใต้ดินด้วย

อุณหภูมิภายในถ้ำคงที่ตลอดปีอยู่ที่ประมาณ 10°C
ในหน้าร้อน หากใส่เสื้อแขนสั้นหรือเดรสอาจรู้สึกหนาวเล็กน้อย จึงสบายใจกว่าหากมีเสื้อคลุมติดตัวไปด้วย
แนะนำให้เตรียมไว้ล่วงหน้า

ต่อไปขออธิบายโครงสร้างของ “ถ้ำริวเซ็นโด” กัน
ความยาวรวมภายในถ้ำ (เท่าที่ทราบ) อยู่ที่ 4,088 เมตร โดยเปิดให้เข้าชม 700 เมตร
ทะเลสาบใต้ดินที่พบแล้วมีทั้งหมด 8 แห่ง
ไฮไลต์ของ “ถ้ำริวเซ็นโด” ได้แก่ ทะเลสาบใต้ดิน 3 แห่งที่เปิดให้ชม และ “พระราชวังสึกิ” เป็นต้น
ยังมีส่วนที่ไม่ทราบอีกมาก ทำให้ภาพรวมทั้งหมดยังคงเต็มไปด้วยปริศนา
นี่คือถ้ำแห่งความลี้ลับอย่างแท้จริง

บรรยากาศชวนฝันและลึกลับนี้เป็นเสน่ห์ที่หาไม่ได้จากถ้ำอื่น
บรรยากาศชวนฝันและลึกลับนี้เป็นเสน่ห์ที่หาไม่ได้จากถ้ำอื่น

การเดินทางไปถ้ำริวเซ็นโด

ขอแนะนำวิธีเดินทางจากสถานี JR โมริโอกะ ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางการเดินทางเพื่อท่องเที่ยวโมริโอกะ ไปยัง “ถ้ำริวเซ็นโด”
จากสถานี JR โมริโอกะไป “ถ้ำริวเซ็นโด” ไม่สามารถเดินทางด้วยรถไฟได้ เนื่องจากสาย JR อิวาอิซูมิ ถูกยกเลิกให้บริการแล้ว จึงต้องเดินทางด้วยรถบัสแทน
วิธีไปด้วยรถบัส: ขึ้น JR Bus Tohoku สาย “ฮายาซากะโคเก็น (ไปอิวาอิซูมิ)” จากทางออกทิศตะวันออกของสถานี JR โมริโอกะ แล้วลงที่ป้าย “ริวเซ็นโดมาเอะ” จากป้ายเดินต่อ 1 นาทีถึงที่หมาย
ใช้เวลารวมประมาณ 2 ชั่วโมง 15 นาที
JR Bus Tohoku ที่ออกจากทางออกทิศตะวันออกของสถานี JR โมริโอกะ ให้บริการวันละเพียง 4 เที่ยว จึงควรระวังอย่าให้พลาดรถ

เวลาเปิดทำการและค่าเข้าชมของถ้ำริวเซ็นโด

เวลาเปิดทำการและค่าเข้าชมของ “ถ้ำริวเซ็นโด” โปรดดูตามตารางด้านล่าง
เปิดให้เข้าชมตลอดปี แต่ในบางกรณีอาจปิดชั่วคราวเนื่องจากระดับน้ำภายใน “ถ้ำริวเซ็นโด” เพิ่มสูงขึ้น เป็นต้น หากต้องการทราบสถานะการเปิดให้บริการแบบเรียลไทม์ โปรดตรวจสอบที่เว็บไซต์ทางการ

เวลาเปิด
・ตุลาคม–เมษายน 8:30–17:00
・พฤษภาคม–กันยายน 8:30–18:00
ราคา
・ผู้ใหญ่: 1,100 เยน
・นักเรียนประถมและมัธยมต้น: 550 เยน

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำสำหรับถ้ำริวเซ็นโดคือช่วงไหน?

ถ้าถามว่าช่วงไหนเหมาะกับการเที่ยวถ้ำริวเซ็นโดเป็นพิเศษ คำตอบคือฤดูหนาว
เพราะทะเลสาบใต้ดินจะมองเห็นได้สวยมากเป็นพิเศษ
เมื่อพื้นผิวด้านนอกกลายเป็นน้ำแข็ง ก็จะไม่มีหยดน้ำตกลงมาจากด้านบน และน้ำก็ไม่ขุ่นจากกระแสน้ำด้วย
ในทางกลับกัน ช่วงฝนตกหรือช่วงน้ำจากหิมะละลาย ระดับน้ำของทะเลสาบใต้ดินจะสูงขึ้น และกระแสน้ำจะแรงขึ้น
ผลคือ ตะกอนอนุภาคละเอียดที่ตกค้างอยู่ก้นทะเลสาบจะฟุ้งขึ้นมา ทำให้น้ำดูขุ่น
เพราะอย่างนี้ ฤดูหนาวจึงเป็นช่วงที่แนะนำ
อีกจุดที่น่าสนใจคือมีอีเวนต์เฉพาะฤดูหนาว เช่น กิจกรรมไขปริศนาภายในถ้ำ และการชมค้างคาว

ดื่มด่ำบรรยากาศลึกลับ! 5 ไฮไลต์ห้ามพลาดของถ้ำริวเซ็นโด

ใน “ถ้ำริวเซ็นโด” มีจุดให้หยุดมองอยู่เรื่อยๆ ตั้งแต่หินงอกหินย้อยราวงานศิลป์ ไปจนถึงทะเลสาบใต้ดินที่ส่องประกายสีน้ำเงินงดงาม
ที่นี่ยังโด่งดังในฐานะ “จุดพลังงานด้านความรักที่ทำให้สมหวัง” จึงได้รับความนิยมสูงจากคู่รักด้วย
ในบรรดาไฮไลต์มากมายของ “ถ้ำริวเซ็นโด” ต่อไปนี้คือจุดที่คัดมาแล้วว่าไม่ควรพลาด

1. “ทะเลสาบใต้ดินแห่งที่ 1” สวยจนเหมือนจะถูกดูดเข้าไป

“ทะเลสาบใต้ดินแห่งที่ 1” เปิดให้ท่องเที่ยวได้ตั้งแต่ปี 1959
ในบรรดาทะเลสาบใต้ดิน 3 แห่งที่เข้าชมได้ ที่นี่ตื้นที่สุด โดยมีความลึก 35 เมตร
จุดเด่นคือสีน้ำเงินใสที่ทั้งลึกลับและงดงามเงางาม
สีน้ำเงินสวยราวจะดูดสายตานี้ถูกเรียกว่า “ดรากอนบลู”
น้ำของทะเลสาบใต้ดินที่ใสเป็นพิเศษนี้ยังได้รับคัดเลือกใน “100 แหล่งน้ำชื่อดังของญี่ปุ่น” ด้วย

สามารถชมผิวน้ำสีฟ้างดงามที่เรียกกันว่า “ดรากอนบลู” ได้
สามารถชมผิวน้ำสีฟ้างดงามที่เรียกกันว่า “ดรากอนบลู” ได้

2. “ทะเลสาบใต้ดินแห่งที่ 2” งดงามราวอัญมณี

“ทะเลสาบใต้ดินแห่งที่ 2” เป็นทะเลสาบที่ยืนยันการมีอยู่จากการสำรวจดำน้ำโดยนักสำรวจถ้ำในปี 1962
มีความลึก 38 เมตร
ทางตอนเหนือของ “ภูเขาอุเรระซัง” ที่เป็นที่ตั้งของถ้ำริวเซ็นโด เป็นพื้นที่ป่าไม้กว้างใหญ่ น้ำฝนและน้ำจากหิมะละลายที่ไหลมารวมกันจึงกลายเป็นทะเลสาบใต้ดินของถ้ำริวเซ็นโด
“ทะเลสาบใต้ดินแห่งที่ 2” ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ให้สวยราวอัญมณี เป็นอีกจุดที่ควรไปชม

“ทะเลสาบใต้ดินแห่งที่ 2” งดงามราวอัญมณี
“ทะเลสาบใต้ดินแห่งที่ 2” งดงามราวอัญมณี

3. จุดยอดนิยมของคู่รัก “ทะเลสาบใต้ดินแห่งที่ 3”

“ทะเลสาบใต้ดินแห่งที่ 3” คือจุดสุดท้ายของ “ถ้ำริวเซ็นโด” ที่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมได้
ด้วยความลึกถึง 98 เมตร จึงดูเหมือนว่าสีจะค่อยๆ เปลี่ยนไล่ระดับลงไปสู่ด้านล่าง
ขึ้นอยู่กับตำแหน่งไฟใต้น้ำและมุมมอง บางครั้งรูปทรงของทะเลสาบจะดูเหมือนรูปหัวใจ ทำให้เป็นจุดยอดนิยมของคู่รัก
พื้นที่งดงามที่น้ำและแสงสร้างร่วมกัน เหมาะกับการมาเดตเป็นอย่างยิ่ง

ไล่เฉดสีสวยๆ ที่เกิดจากทะเลสาบใต้ดินและแสงไฟ เป็นภาพที่ไม่ควรพลาด
ไล่เฉดสีสวยๆ ที่เกิดจากทะเลสาบใต้ดินและแสงไฟ เป็นภาพที่ไม่ควรพลาด

4. อยู่ในถ้ำแต่เหมือนพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์? “พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ถ้ำริวเซ็นชินโด”

“พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ถ้ำริวเซ็นชินโด” เป็นพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่อยู่ในถ้ำ และนับเป็นพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ในถ้ำธรรมชาติแห่งแรกของโลก
ถ้ำริวเซ็นชินโดถูกค้นพบในปี 1967 ระหว่างการก่อสร้างขยายถนนจังหวัด
เนื่องจากตั้งอยู่คนละฝั่งของแม่น้ำตรงข้ามกับถ้ำริวเซ็นโด จึงมีความเป็นไปได้สูงว่าในอดีตเคยเป็นถ้ำที่เชื่อมต่อกัน
มีร่องรอยการไหลของน้ำหลงเหลืออยู่ และถ้ำหินงอกหินย้อยพัฒนาได้ดี ทำให้เป็นสถานที่ที่มีคุณค่าทางวิชาการ

5. “พระราชวังสึกิ” จุดพลังงานยอดนิยมที่เชื่อกันว่าทำให้ความรักสมหวัง

“พระราชวังสึกิ” เป็นจุดที่สามารถเพลิดเพลินกับการเปลี่ยนแปลงของแสงอย่างชวนฝัน จากการประดับไฟ LED 5 สี
ชื่อมาจากภาพของหินงอกหินย้อยภายในถ้ำที่ดูราวกับโลกของดวงจันทร์
ว่ากันว่า เมื่อมองจากทางเดินขากลับของ “พระราชวังสึกิ” ไปยังทางเข้า ผิวหินจะดูเหมือนรูปหัวใจ จึงมีคู่รักจำนวนมากที่จับมือกันเดินลอดผ่านไป
ที่นี่ยังได้รับความนิยมในฐานะ “จุดพลังงานด้านความรักที่ทำให้สมหวัง” ด้วย

“พระราชวังสึกิ” กับความงามของการเปลี่ยนแปลงของแสงที่ชวนฝัน
“พระราชวังสึกิ” กับความงามของการเปลี่ยนแปลงของแสงที่ชวนฝัน

ข้อห้ามที่ควรรู้เมื่อเที่ยวถ้ำริวเซ็นโด

เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยระหว่างเข้าชมถ้ำริวเซ็นโด มีข้อห้ามที่ต้องปฏิบัติตาม
โปรดรักษาข้อห้ามด้านล่าง เพื่อให้ทุกคนได้เที่ยวชมอย่างสนุกและปลอดภัย

  • ห้ามทำให้หินงอกหินย้อยเสียหาย (รวมถึงการหัก)
  • ห้ามโยนเหรียญลงในน้ำ เช่น ทะเลสาบใต้ดินภายในถ้ำริวเซ็นโด
  • สัตว์เลี้ยงห้ามนำเข้าไปในถ้ำ
  • ห้ามเข้าไปในถ้ำในสภาพมึนเมา
  • ห้ามใช้โดรนภายในถ้ำริวเซ็นโด
  • ห้ามสูบบุหรี่ภายในถ้ำริวเซ็นโดและบริเวณสวนริวเซ็นโด

ภายในถ้ำริวเซ็นโดไม่มีห้องน้ำ จึงควรเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยก่อนเข้าไปชมถ้ำ

เดินชมถ้ำแล้วแวะพักที่ “สวนริวเซ็นโด”

เดินออกมาจากถ้ำแล้ว หากอยากพักหายเหนื่อยสักนิด ลองแวะ “สวนริวเซ็นโด” ที่อยู่บริเวณด้านนอกถ้ำริวเซ็นโด
ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ศูนย์ท่องเที่ยวถ้ำริวเซ็นโด และคาเฟ่
นอกจากจะซื้อของฝากเกี่ยวกับ “ถ้ำริวเซ็นโด” ได้แล้ว ยังมีจุดพักผ่อนฟรีให้นั่งพักหายเหนื่อยด้วย
ที่คาเฟ่มีเมนูที่ใช้ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของอิวาอิซูมิและวัตถุดิบตามฤดูกาล เหมาะสำหรับมื้อกลางวันเช่นกัน
อาหารที่ได้ลิ้มลองพร้อมชมลำธารจากที่นั่งเทอร์เรซ ก็ยิ่งพิเศษเข้าไปอีก
หลังเที่ยว “ถ้ำริวเซ็นโด” แล้ว แนะนำให้แวะ “สวนริวเซ็นโด” เพื่อพักผ่อนสักครู่

นอก “ถ้ำริวเซ็นโด” ก็มีทิวทัศน์สวยงามให้ชมเช่นกัน
นอก “ถ้ำริวเซ็นโด” ก็มีทิวทัศน์สวยงามให้ชมเช่นกัน

3 จุดชมวิวสวยที่อยากแนะนำให้เที่ยวควบคู่กับถ้ำริวเซ็นโด

หลังดื่มด่ำบรรยากาศลึกลับของถ้ำริวเซ็นโดแล้ว ลองออกไปเที่ยวจุดชมวิวสวยๆ ในอิวาเตะกันต่อ
อิวาเตะมีสถานที่วิวสวยจำนวนมาก ให้เพลิดเพลินกับธรรมชาติหลากหลายแบบ ทั้งชายฝั่งหิน ทะเลสาบ และหุบเขา
ต่อไปนี้คือจุดชมวิวที่แนะนำในอิวาเตะ

1. หาดโจโดกาฮามะ

“หาดโจโดกาฮามะ” (Jodogahama) เป็นอ่าวชายฝั่งหินที่หันหน้าออกสู่ชายฝั่งซันริคุ และเป็นหนึ่งในแหล่งทิวทัศน์ชื่อดังของญี่ปุ่น
ว่ากันว่าราวปี 1680 พระเรเคียว (Reikyo) ได้เห็นชายหาดหินสีขาว ผิวน้ำทะเลใสสวย และภูมิประเทศซับซ้อนที่ดูเหนือโลก จึงอุทานว่า “ชวนให้นึกถึงแดนสุขาวดี” และกลายมาเป็นที่มาของชื่อสถานที่นี้
แนวชายฝั่งที่มีรูปทรงซับซ้อนซึ่งเกิดจากพลังของทะเลและผืนดิน ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่จนสัมผัสได้ถึงพลังของธรรมชาติ
ไฮไลต์ที่ได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษคือ “ถ้ำสีน้ำเงิน” พื้นที่สีน้ำเงินที่เกิดจากแสงอาทิตย์และน้ำทะเลที่มีความใสสูง ให้คุณสัมผัสพลังงานลี้ลับของธรรมชาติได้อย่างน่าประทับใจ

ราวกับ “แดนสุขาวดี” ดื่มด่ำวิวสวยเหนือโลกได้ที่แหล่งทิวทัศน์ชื่อดังแห่งนี้
ราวกับ “แดนสุขาวดี” ดื่มด่ำวิวสวยเหนือโลกได้ที่แหล่งทิวทัศน์ชื่อดังแห่งนี้

2. ทะเลสาบกันโด

ทะเลสาบกันโด (Gando) เป็นทะเลสาบเขื่อนที่สร้างขึ้นในปี 1961 จากการก่อสร้าง “เขื่อนกันโด”
มีบรรยากาศลึกลับรายล้อมด้วยป่าไม้ เช่น เบิร์ชขาวและสนแดง และขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์งดงามจนถูกกล่าวว่าเป็นทะเลสาบ人工ที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น
พื้นที่มีไม้ใบกว้างขึ้นหนาแน่น เปลี่ยนบรรยากาศไปตามฤดูกาล เช่น เขียวสดในฤดูใบไม้ผลิและสีสันใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง อีกทั้งยังมีลานกางเต็นท์ ลานกิจกรรม และทางเดินเล่นที่จัดไว้พร้อม
ด้วยภูมิอากาศเย็นสบายที่ระดับความสูง 700 เมตร ที่นี่จึงเป็นสวนธรรมชาติที่เหมาะกับการเดินเล่นอย่างเพลิดเพลิน ตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิจนถึงต้นฤดูร้อน พร้อมชมดอกมิสึบาโช ดอกลิลลี่หุบเขา และดอกเรนเกะสึสึจิ เป็นต้น

ทะเลสาบ人工ที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น และยังตกปลาวากาซางิบนผิวน้ำแข็งได้
ทะเลสาบ人工ที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น และยังตกปลาวากาซางิบนผิวน้ำแข็งได้

3. ช่องเขาเกบิเค

ช่องเขาที่ตั้งตระหง่านตามแนวแม่น้ำซะเท็ตสึกาวะ (Satetsu River) ซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาของแม่น้ำคิตะคามิที่ไหลผ่านตอนเหนือ–ใต้ของจังหวัดอิวาเตะ
เกิดจากการกัดเซาะตามธรรมชาติ หน้าผาสูง 50–100 เมตรทอดยาวต่อเนื่องประมาณ 2 กิโลเมตร ทิวทัศน์ชวนฝันที่มีหินรูปร่างแปลกตา ถ้ำ และน้ำตกกระจายอยู่เป็นระยะ ถูกนับเป็นหนึ่งใน “100 วิวสวยของญี่ปุ่น” และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน/สถานที่งดงามและอนุสรณ์ธรรมชาติของประเทศด้วย
หากอยากชมทิวทัศน์อันทรงพลังจากบนผิวน้ำ แนะนำให้ใช้บริการ “ล่องเรือ” ซึ่งใช้เวลาประมาณ 90 นาทีไป-กลับ คนพายเรือจะใช้ไม้ค้ำเพียงต้นเดียวควบคุมเรืออย่างชำนาญ และบทเพลงที่คนพายร้องอย่าง “เคบิโออิวาเกะ” ก็เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของช่องเขาเกบิเค

เพลิดเพลินกับหน้าผาชันและทิวทัศน์สี่ฤดูจากบนเรือที่คนพายบังคับ
เพลิดเพลินกับหน้าผาชันและทิวทัศน์สี่ฤดูจากบนเรือที่คนพายบังคับ

รีวิวจากผู้มาเยือนถ้ำริวเซ็นโด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับถ้ำริวเซ็นโด

Q

ใกล้ถ้ำริวเซ็นโดมีโรงแรมไหม?

A

มีโรงแรมหลายแห่งที่อยู่ในระยะเดินถึงถ้ำริวเซ็นโด เช่น โรงแรมริวเซ็นโดออนเซ็น เป็นต้น

Q

ถ้ำริวเซ็นโดถ่ายรูปได้ไหม?

A

ภายในพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ถ้ำริวเซ็นชินโดห้ามถ่ายภาพ แต่ภายในถ้ำริวเซ็นโดสามารถถ่ายภาพได้

บทสรุป

“ถ้ำริวเซ็นโด” (Ryusendo) หนึ่งในสามถ้ำหินงอกหินย้อยที่ยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น เป็นสถานที่ที่คุณจะได้เห็นหินงอกหินย้อยราวงานศิลป์ และทะเลสาบใต้ดินสีฟ้าลึกลับงดงามที่เรียกว่า “ดรากอนบลู”
อีกเสน่ห์หนึ่งคือความจริงที่ว่ายังมีหลายอย่างที่ยังไม่ถูกไขปริศนาอย่างสมบูรณ์ ทำให้ที่นี่ดูน่าค้นหาเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ยังมีด้านที่เป็นจุดพลังงานสายสปิริต ยิ่งทำให้เต็มไปด้วยเสน่ห์หลากหลาย
นอกจาก “ถ้ำริวเซ็นโด” แล้ว จังหวัดอิวาเตะยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมาก ลองใช้บทความหน้าถัดไปเป็นไอเดีย แล้ววางแผนทริปเที่ยวอิวาเตะของคุณกัน