
【คู่มือเที่ยวถ้ำริวเซ็นโด】สัมผัสประสบการณ์ลึกลับในหนึ่งในสามถ้ำหินงอกหินย้อยที่ยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น
แค่ก้าวเข้าไปก็เหมือนหลุดไปอีกโลก—ทะเลสาบใต้ดินสีฟ้าใสของ “ถ้ำริวเซ็นโด” (Ryusendo) ขึ้นชื่อว่ามีความใสระดับแนวหน้าของโลก
ระหว่างทางจะได้ชมความงดงามของหินงอกหินย้อยไปพร้อมกัน และที่นี่ยังถูกยกให้เป็นหนึ่งในสามถ้ำหินงอกหินย้อยที่ยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่นอีกด้วย
บรรยากาศชวนให้สัมผัสถึงความลี้ลับของธรรมชาติแบบเต็มๆ
ต่อไปนี้จะพาไปดูไฮไลต์ของ “ถ้ำริวเซ็นโด” ที่ให้คุณดื่มด่ำทั้งความมหัศจรรย์และความงามของธรรมชาติ
ถ้ำริวเซ็นโดเป็นสถานที่แบบไหน?
“ถ้ำริวเซ็นโด” (Ryusendo) ตั้งอยู่ในเมืองอิวาอิซูมิ (Iwaizumi) อำเภอชิโมเฮอิ (Shimohei) จังหวัดอิวาเตะ และยังมีอีกชื่อว่า “อิวาอิซูมิ ยูชุทสึ” (Iwaizumi Yushutsu)
สำหรับคนที่สงสัยว่า “ถ้ำหินงอกหินย้อย” หมายถึงอะไร นี่คือถ้ำที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่หินปูน
ที่นี่ถูกนับเป็นหนึ่งในสามถ้ำหินงอกหินย้อยที่ยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น หินงอกหินย้อยที่งดงามราวงานศิลป์และทะเลสาบใต้ดินสีฟ้าใส ทำให้เกิดทิวทัศน์ที่เหมือนอยู่อีกโลกหนึ่ง
บรรยากาศชวนฝันและลึกลับนี้ถือเป็นเสน่ห์ที่หาได้ยากจากถ้ำอื่นๆ
ทั้งถ้ำริวเซ็นโดและค้างคาวที่อาศัยอยู่ภายใน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติของประเทศญี่ปุ่นด้วย
ภายในถ้ำมีค้างคาวอาศัยอยู่ 5 ชนิด เช่น ค้างคาวเทงุ ดังนั้นอยากให้ลองสังเกตค้างคาวควบคู่ไปกับหินงอกหินย้อยและทะเลสาบใต้ดินด้วย
อุณหภูมิภายในถ้ำคงที่ตลอดปีอยู่ที่ประมาณ 10°C
ในหน้าร้อน หากใส่เสื้อแขนสั้นหรือเดรสอาจรู้สึกหนาวเล็กน้อย จึงสบายใจกว่าหากมีเสื้อคลุมติดตัวไปด้วย
แนะนำให้เตรียมไว้ล่วงหน้า
ต่อไปขออธิบายโครงสร้างของ “ถ้ำริวเซ็นโด” กัน
ความยาวรวมภายในถ้ำ (เท่าที่ทราบ) อยู่ที่ 4,088 เมตร โดยเปิดให้เข้าชม 700 เมตร
ทะเลสาบใต้ดินที่พบแล้วมีทั้งหมด 8 แห่ง
ไฮไลต์ของ “ถ้ำริวเซ็นโด” ได้แก่ ทะเลสาบใต้ดิน 3 แห่งที่เปิดให้ชม และ “พระราชวังสึกิ” เป็นต้น
ยังมีส่วนที่ไม่ทราบอีกมาก ทำให้ภาพรวมทั้งหมดยังคงเต็มไปด้วยปริศนา
นี่คือถ้ำแห่งความลี้ลับอย่างแท้จริง

การเดินทางไปถ้ำริวเซ็นโด
ขอแนะนำวิธีเดินทางจากสถานี JR โมริโอกะ ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางการเดินทางเพื่อท่องเที่ยวโมริโอกะ ไปยัง “ถ้ำริวเซ็นโด”
จากสถานี JR โมริโอกะไป “ถ้ำริวเซ็นโด” ไม่สามารถเดินทางด้วยรถไฟได้ เนื่องจากสาย JR อิวาอิซูมิ ถูกยกเลิกให้บริการแล้ว จึงต้องเดินทางด้วยรถบัสแทน
วิธีไปด้วยรถบัส: ขึ้น JR Bus Tohoku สาย “ฮายาซากะโคเก็น (ไปอิวาอิซูมิ)” จากทางออกทิศตะวันออกของสถานี JR โมริโอกะ แล้วลงที่ป้าย “ริวเซ็นโดมาเอะ” จากป้ายเดินต่อ 1 นาทีถึงที่หมาย
ใช้เวลารวมประมาณ 2 ชั่วโมง 15 นาที
JR Bus Tohoku ที่ออกจากทางออกทิศตะวันออกของสถานี JR โมริโอกะ ให้บริการวันละเพียง 4 เที่ยว จึงควรระวังอย่าให้พลาดรถ
เวลาเปิดทำการและค่าเข้าชมของถ้ำริวเซ็นโด
เวลาเปิดทำการและค่าเข้าชมของ “ถ้ำริวเซ็นโด” โปรดดูตามตารางด้านล่าง
เปิดให้เข้าชมตลอดปี แต่ในบางกรณีอาจปิดชั่วคราวเนื่องจากระดับน้ำภายใน “ถ้ำริวเซ็นโด” เพิ่มสูงขึ้น เป็นต้น หากต้องการทราบสถานะการเปิดให้บริการแบบเรียลไทม์ โปรดตรวจสอบที่เว็บไซต์ทางการ
- เวลาเปิด
-
・ตุลาคม–เมษายน 8:30–17:00
・พฤษภาคม–กันยายน 8:30–18:00 - ราคา
-
・ผู้ใหญ่: 1,100 เยน
・นักเรียนประถมและมัธยมต้น: 550 เยน
ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำสำหรับถ้ำริวเซ็นโดคือช่วงไหน?
ถ้าถามว่าช่วงไหนเหมาะกับการเที่ยวถ้ำริวเซ็นโดเป็นพิเศษ คำตอบคือฤดูหนาว
เพราะทะเลสาบใต้ดินจะมองเห็นได้สวยมากเป็นพิเศษ
เมื่อพื้นผิวด้านนอกกลายเป็นน้ำแข็ง ก็จะไม่มีหยดน้ำตกลงมาจากด้านบน และน้ำก็ไม่ขุ่นจากกระแสน้ำด้วย
ในทางกลับกัน ช่วงฝนตกหรือช่วงน้ำจากหิมะละลาย ระดับน้ำของทะเลสาบใต้ดินจะสูงขึ้น และกระแสน้ำจะแรงขึ้น
ผลคือ ตะกอนอนุภาคละเอียดที่ตกค้างอยู่ก้นทะเลสาบจะฟุ้งขึ้นมา ทำให้น้ำดูขุ่น
เพราะอย่างนี้ ฤดูหนาวจึงเป็นช่วงที่แนะนำ
อีกจุดที่น่าสนใจคือมีอีเวนต์เฉพาะฤดูหนาว เช่น กิจกรรมไขปริศนาภายในถ้ำ และการชมค้างคาว
ดื่มด่ำบรรยากาศลึกลับ! 5 ไฮไลต์ห้ามพลาดของถ้ำริวเซ็นโด
ใน “ถ้ำริวเซ็นโด” มีจุดให้หยุดมองอยู่เรื่อยๆ ตั้งแต่หินงอกหินย้อยราวงานศิลป์ ไปจนถึงทะเลสาบใต้ดินที่ส่องประกายสีน้ำเงินงดงาม
ที่นี่ยังโด่งดังในฐานะ “จุดพลังงานด้านความรักที่ทำให้สมหวัง” จึงได้รับความนิยมสูงจากคู่รักด้วย
ในบรรดาไฮไลต์มากมายของ “ถ้ำริวเซ็นโด” ต่อไปนี้คือจุดที่คัดมาแล้วว่าไม่ควรพลาด
1. “ทะเลสาบใต้ดินแห่งที่ 1” สวยจนเหมือนจะถูกดูดเข้าไป
“ทะเลสาบใต้ดินแห่งที่ 1” เปิดให้ท่องเที่ยวได้ตั้งแต่ปี 1959
ในบรรดาทะเลสาบใต้ดิน 3 แห่งที่เข้าชมได้ ที่นี่ตื้นที่สุด โดยมีความลึก 35 เมตร
จุดเด่นคือสีน้ำเงินใสที่ทั้งลึกลับและงดงามเงางาม
สีน้ำเงินสวยราวจะดูดสายตานี้ถูกเรียกว่า “ดรากอนบลู”
น้ำของทะเลสาบใต้ดินที่ใสเป็นพิเศษนี้ยังได้รับคัดเลือกใน “100 แหล่งน้ำชื่อดังของญี่ปุ่น” ด้วย

2. “ทะเลสาบใต้ดินแห่งที่ 2” งดงามราวอัญมณี
“ทะเลสาบใต้ดินแห่งที่ 2” เป็นทะเลสาบที่ยืนยันการมีอยู่จากการสำรวจดำน้ำโดยนักสำรวจถ้ำในปี 1962
มีความลึก 38 เมตร
ทางตอนเหนือของ “ภูเขาอุเรระซัง” ที่เป็นที่ตั้งของถ้ำริวเซ็นโด เป็นพื้นที่ป่าไม้กว้างใหญ่ น้ำฝนและน้ำจากหิมะละลายที่ไหลมารวมกันจึงกลายเป็นทะเลสาบใต้ดินของถ้ำริวเซ็นโด
“ทะเลสาบใต้ดินแห่งที่ 2” ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ให้สวยราวอัญมณี เป็นอีกจุดที่ควรไปชม

3. จุดยอดนิยมของคู่รัก “ทะเลสาบใต้ดินแห่งที่ 3”
“ทะเลสาบใต้ดินแห่งที่ 3” คือจุดสุดท้ายของ “ถ้ำริวเซ็นโด” ที่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมได้
ด้วยความลึกถึง 98 เมตร จึงดูเหมือนว่าสีจะค่อยๆ เปลี่ยนไล่ระดับลงไปสู่ด้านล่าง
ขึ้นอยู่กับตำแหน่งไฟใต้น้ำและมุมมอง บางครั้งรูปทรงของทะเลสาบจะดูเหมือนรูปหัวใจ ทำให้เป็นจุดยอดนิยมของคู่รัก
พื้นที่งดงามที่น้ำและแสงสร้างร่วมกัน เหมาะกับการมาเดตเป็นอย่างยิ่ง

4. อยู่ในถ้ำแต่เหมือนพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์? “พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ถ้ำริวเซ็นชินโด”
“พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ถ้ำริวเซ็นชินโด” เป็นพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่อยู่ในถ้ำ และนับเป็นพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ในถ้ำธรรมชาติแห่งแรกของโลก
ถ้ำริวเซ็นชินโดถูกค้นพบในปี 1967 ระหว่างการก่อสร้างขยายถนนจังหวัด
เนื่องจากตั้งอยู่คนละฝั่งของแม่น้ำตรงข้ามกับถ้ำริวเซ็นโด จึงมีความเป็นไปได้สูงว่าในอดีตเคยเป็นถ้ำที่เชื่อมต่อกัน
มีร่องรอยการไหลของน้ำหลงเหลืออยู่ และถ้ำหินงอกหินย้อยพัฒนาได้ดี ทำให้เป็นสถานที่ที่มีคุณค่าทางวิชาการ
5. “พระราชวังสึกิ” จุดพลังงานยอดนิยมที่เชื่อกันว่าทำให้ความรักสมหวัง
“พระราชวังสึกิ” เป็นจุดที่สามารถเพลิดเพลินกับการเปลี่ยนแปลงของแสงอย่างชวนฝัน จากการประดับไฟ LED 5 สี
ชื่อมาจากภาพของหินงอกหินย้อยภายในถ้ำที่ดูราวกับโลกของดวงจันทร์
ว่ากันว่า เมื่อมองจากทางเดินขากลับของ “พระราชวังสึกิ” ไปยังทางเข้า ผิวหินจะดูเหมือนรูปหัวใจ จึงมีคู่รักจำนวนมากที่จับมือกันเดินลอดผ่านไป
ที่นี่ยังได้รับความนิยมในฐานะ “จุดพลังงานด้านความรักที่ทำให้สมหวัง” ด้วย

ข้อห้ามที่ควรรู้เมื่อเที่ยวถ้ำริวเซ็นโด
เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยระหว่างเข้าชมถ้ำริวเซ็นโด มีข้อห้ามที่ต้องปฏิบัติตาม
โปรดรักษาข้อห้ามด้านล่าง เพื่อให้ทุกคนได้เที่ยวชมอย่างสนุกและปลอดภัย
- ห้ามทำให้หินงอกหินย้อยเสียหาย (รวมถึงการหัก)
- ห้ามโยนเหรียญลงในน้ำ เช่น ทะเลสาบใต้ดินภายในถ้ำริวเซ็นโด
- สัตว์เลี้ยงห้ามนำเข้าไปในถ้ำ
- ห้ามเข้าไปในถ้ำในสภาพมึนเมา
- ห้ามใช้โดรนภายในถ้ำริวเซ็นโด
- ห้ามสูบบุหรี่ภายในถ้ำริวเซ็นโดและบริเวณสวนริวเซ็นโด
ภายในถ้ำริวเซ็นโดไม่มีห้องน้ำ จึงควรเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยก่อนเข้าไปชมถ้ำ
เดินชมถ้ำแล้วแวะพักที่ “สวนริวเซ็นโด”
เดินออกมาจากถ้ำแล้ว หากอยากพักหายเหนื่อยสักนิด ลองแวะ “สวนริวเซ็นโด” ที่อยู่บริเวณด้านนอกถ้ำริวเซ็นโด
ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ศูนย์ท่องเที่ยวถ้ำริวเซ็นโด และคาเฟ่
นอกจากจะซื้อของฝากเกี่ยวกับ “ถ้ำริวเซ็นโด” ได้แล้ว ยังมีจุดพักผ่อนฟรีให้นั่งพักหายเหนื่อยด้วย
ที่คาเฟ่มีเมนูที่ใช้ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของอิวาอิซูมิและวัตถุดิบตามฤดูกาล เหมาะสำหรับมื้อกลางวันเช่นกัน
อาหารที่ได้ลิ้มลองพร้อมชมลำธารจากที่นั่งเทอร์เรซ ก็ยิ่งพิเศษเข้าไปอีก
หลังเที่ยว “ถ้ำริวเซ็นโด” แล้ว แนะนำให้แวะ “สวนริวเซ็นโด” เพื่อพักผ่อนสักครู่

3 จุดชมวิวสวยที่อยากแนะนำให้เที่ยวควบคู่กับถ้ำริวเซ็นโด
หลังดื่มด่ำบรรยากาศลึกลับของถ้ำริวเซ็นโดแล้ว ลองออกไปเที่ยวจุดชมวิวสวยๆ ในอิวาเตะกันต่อ
อิวาเตะมีสถานที่วิวสวยจำนวนมาก ให้เพลิดเพลินกับธรรมชาติหลากหลายแบบ ทั้งชายฝั่งหิน ทะเลสาบ และหุบเขา
ต่อไปนี้คือจุดชมวิวที่แนะนำในอิวาเตะ
1. หาดโจโดกาฮามะ
“หาดโจโดกาฮามะ” (Jodogahama) เป็นอ่าวชายฝั่งหินที่หันหน้าออกสู่ชายฝั่งซันริคุ และเป็นหนึ่งในแหล่งทิวทัศน์ชื่อดังของญี่ปุ่น
ว่ากันว่าราวปี 1680 พระเรเคียว (Reikyo) ได้เห็นชายหาดหินสีขาว ผิวน้ำทะเลใสสวย และภูมิประเทศซับซ้อนที่ดูเหนือโลก จึงอุทานว่า “ชวนให้นึกถึงแดนสุขาวดี” และกลายมาเป็นที่มาของชื่อสถานที่นี้
แนวชายฝั่งที่มีรูปทรงซับซ้อนซึ่งเกิดจากพลังของทะเลและผืนดิน ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่จนสัมผัสได้ถึงพลังของธรรมชาติ
ไฮไลต์ที่ได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษคือ “ถ้ำสีน้ำเงิน” พื้นที่สีน้ำเงินที่เกิดจากแสงอาทิตย์และน้ำทะเลที่มีความใสสูง ให้คุณสัมผัสพลังงานลี้ลับของธรรมชาติได้อย่างน่าประทับใจ

2. ทะเลสาบกันโด
ทะเลสาบกันโด (Gando) เป็นทะเลสาบเขื่อนที่สร้างขึ้นในปี 1961 จากการก่อสร้าง “เขื่อนกันโด”
มีบรรยากาศลึกลับรายล้อมด้วยป่าไม้ เช่น เบิร์ชขาวและสนแดง และขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์งดงามจนถูกกล่าวว่าเป็นทะเลสาบ人工ที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น
พื้นที่มีไม้ใบกว้างขึ้นหนาแน่น เปลี่ยนบรรยากาศไปตามฤดูกาล เช่น เขียวสดในฤดูใบไม้ผลิและสีสันใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง อีกทั้งยังมีลานกางเต็นท์ ลานกิจกรรม และทางเดินเล่นที่จัดไว้พร้อม
ด้วยภูมิอากาศเย็นสบายที่ระดับความสูง 700 เมตร ที่นี่จึงเป็นสวนธรรมชาติที่เหมาะกับการเดินเล่นอย่างเพลิดเพลิน ตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิจนถึงต้นฤดูร้อน พร้อมชมดอกมิสึบาโช ดอกลิลลี่หุบเขา และดอกเรนเกะสึสึจิ เป็นต้น

3. ช่องเขาเกบิเค
ช่องเขาที่ตั้งตระหง่านตามแนวแม่น้ำซะเท็ตสึกาวะ (Satetsu River) ซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาของแม่น้ำคิตะคามิที่ไหลผ่านตอนเหนือ–ใต้ของจังหวัดอิวาเตะ
เกิดจากการกัดเซาะตามธรรมชาติ หน้าผาสูง 50–100 เมตรทอดยาวต่อเนื่องประมาณ 2 กิโลเมตร ทิวทัศน์ชวนฝันที่มีหินรูปร่างแปลกตา ถ้ำ และน้ำตกกระจายอยู่เป็นระยะ ถูกนับเป็นหนึ่งใน “100 วิวสวยของญี่ปุ่น” และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน/สถานที่งดงามและอนุสรณ์ธรรมชาติของประเทศด้วย
หากอยากชมทิวทัศน์อันทรงพลังจากบนผิวน้ำ แนะนำให้ใช้บริการ “ล่องเรือ” ซึ่งใช้เวลาประมาณ 90 นาทีไป-กลับ คนพายเรือจะใช้ไม้ค้ำเพียงต้นเดียวควบคุมเรืออย่างชำนาญ และบทเพลงที่คนพายร้องอย่าง “เคบิโออิวาเกะ” ก็เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของช่องเขาเกบิเค

รีวิวจากผู้มาเยือนถ้ำริวเซ็นโด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับถ้ำริวเซ็นโด
Q
ใกล้ถ้ำริวเซ็นโดมีโรงแรมไหม?
มีโรงแรมหลายแห่งที่อยู่ในระยะเดินถึงถ้ำริวเซ็นโด เช่น โรงแรมริวเซ็นโดออนเซ็น เป็นต้น
Q
ถ้ำริวเซ็นโดถ่ายรูปได้ไหม?
ภายในพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ถ้ำริวเซ็นชินโดห้ามถ่ายภาพ แต่ภายในถ้ำริวเซ็นโดสามารถถ่ายภาพได้
บทสรุป
“ถ้ำริวเซ็นโด” (Ryusendo) หนึ่งในสามถ้ำหินงอกหินย้อยที่ยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น เป็นสถานที่ที่คุณจะได้เห็นหินงอกหินย้อยราวงานศิลป์ และทะเลสาบใต้ดินสีฟ้าลึกลับงดงามที่เรียกว่า “ดรากอนบลู”
อีกเสน่ห์หนึ่งคือความจริงที่ว่ายังมีหลายอย่างที่ยังไม่ถูกไขปริศนาอย่างสมบูรณ์ ทำให้ที่นี่ดูน่าค้นหาเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ยังมีด้านที่เป็นจุดพลังงานสายสปิริต ยิ่งทำให้เต็มไปด้วยเสน่ห์หลากหลาย
นอกจาก “ถ้ำริวเซ็นโด” แล้ว จังหวัดอิวาเตะยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมาก ลองใช้บทความหน้าถัดไปเป็นไอเดีย แล้ววางแผนทริปเที่ยวอิวาเตะของคุณกัน