
คู่มือเที่ยวปราสาทโคคุระ: สัมผัสประวัติศาสตร์โคคุระและวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น
ถ้าได้มาเดินแถวโคคุระ เมืองคิตะคิวชู จุดที่สะดุดตาและชวนให้แวะมากที่สุดแห่งหนึ่งก็คือ “ปราสาทโคคุระ” (Kokura Castle)
ไม่ใช่แค่หอคอยปราสาทที่มีโครงสร้างโดดเด่นเท่านั้น เพราะบริเวณโดยรอบยังมีจุดท่องเที่ยวที่ให้สัมผัสกลิ่นอายญี่ปุ่นและวัฒนธรรมดั้งเดิมอยู่มากมาย
มาเที่ยว “ปราสาทโคคุระ” แล้วเข้าชมหอคอยปราสาทอย่างเดียวถือว่าน่าเสียดาย
บทความนี้จะพาไปรู้จักทั้งประวัติและจุดเด่นของ “ปราสาทโคคุระ” พร้อมแนะนำไฮไลต์รอบๆ ไปด้วยกัน
ถ้าอยากเที่ยว “ปราสาทโคคุระ” ให้คุ้มแบบ 120% บอกเลยว่าไม่ควรพลาดบทความนี้
ปราสาทโคคุระเป็นสถานที่แบบไหน?
“ปราสาทโคคุระ” (Kokura Castle) ตั้งอยู่ที่ย่านโคคุระ เมืองคิตะคิวชู จังหวัดฟุกุโอกะ ซึ่งเป็นประตูเชื่อมระหว่างเกาะฮอนชูและคิวชู
ถ้าเดินเข้ามาในพื้นที่ “สวนคัตสึยามะ” (Katsuyama Park) จะได้ชมทั้งหอคอยปราสาทที่บูรณะขึ้นใหม่ รวมถึงประตูทางเข้าใหญ่และหอคอยย่อยต่างๆ
หอคอยของ “ปราสาทโคคุระ” ถูกเรียกว่า “หอคอยแบบคาระซึคุริ” (Karazukuri) จุดเด่นคือหลังคาระหว่างชั้น 4 กับชั้น 5 ไม่มีชายคา และชั้น 5 มีขนาดใหญ่กว่าชั้น 4
โดยทั่วไปหอคอยปราสาทมักจะค่อยๆ เล็กลงเมื่อสูงขึ้น ดังนั้นหอคอยของ “ปราสาทโคคุระ” จึงนับว่าเป็นรูปแบบที่ค่อนข้างพิเศษ
กำแพงหินของปราสาทที่ก่อแบบ “โนซึระซึมิ” (Nozura-zumi) ให้ความรู้สึกเรียบง่ายแต่ทรงพลัง
สำหรับคนที่สงสัยว่า “โนซึระซึมิ” คืออะไร วิธีนี้คือการเรียงหินที่แทบไม่ตัดแต่ง แล้วอัดหินก้อนเล็กลงในช่องว่างให้แน่น
ภายในหอคอยแบ่งเป็นชั้น 1 ถึงชั้น 5 และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ที่ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ของโคคุระ
รอบๆ หอคอยยังมี “สวนปราสาทโคคุระ” (Kokura Castle Garden) ที่จำลองสวนของไดเมียว, “ชิโระเทอร์เรซ” (Shiro Terrace) สำหรับซื้อของฝาก รวมถึงศาลเจ้ายาซากะและจุดท่องเที่ยวอื่นๆ
ที่นี่ยังขึ้นชื่อว่าเป็นจุดชมซากุระ และเมื่อถึงช่วงซากุระบานจะมีงาน “เทศกาลซากุระปราสาทโคคุระ” (Kokura Castle Sakura Festival) พร้อมอีเวนต์หลากหลาย

จุดกำเนิดและประวัติศาสตร์ของปราสาทโคคุระ
โคคุระหันหน้าออกสู่ช่องแคบคังมง และมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางคมนาคม จึงทำให้ตระกูลโมริ (Mori) ผู้ทรงอำนาจแห่งภูมิภาคชูโกกุสร้างปราสาทขึ้น ณ บริเวณที่เป็นที่ตั้งของปราสาทโคคุระในปัจจุบัน
ต่อมา โฮโซคาวะ ทาดาโอกิ (Hosokawa Tadaoki) ไดเมียวผู้มีผลงานในศึกเซกิงาฮาระ ได้เข้ามาปกครองดินแดนโคคุระ
ในปี 1602 โฮโซคาวะ ทาดาโอกิเริ่มก่อสร้าง และแล้วเสร็จในอีก 7 ปีถัดมา คือปี 1609
ปี 1837 เกิดไฟไหม้ภายในปราสาทจนเสียหาย แต่ในปี 1839 ได้บูรณะขึ้นใหม่โดยไม่มีหอคอยปราสาท
ตั้งแต่ปลายสมัยเอโดะ ที่นี่เคยถูกใช้เป็นฐานและจุดยุทธศาสตร์ในช่วงสงคราม และหลังสงครามแปซิฟิกก็ถูกสหรัฐอเมริกาเข้ายึดครอง
จากนั้นในปี 1957 จึงถูกส่งคืน และในปี 1959 ได้สร้างหอคอยปราสาทขึ้นใหม่ จนกลายเป็นรูปลักษณ์อย่างที่เห็นในปัจจุบัน

การเดินทางไปปราสาทโคคุระ
ถ้าจะเริ่มต้นจาก “สนามบินคิตะคิวชู” (มีเที่ยวบินระหว่างประเทศด้วย) วิธีเดินทางไปปราสาทโคคุระทำได้ไม่ยาก
แถวสนามบินไม่มีสถานีรถไฟใกล้ๆ จึงต้องพึ่งรถบัสเป็นหลัก
เส้นทางและเวลาที่ใช้โดยประมาณมีดังนี้
- เส้นทาง
-
1. ขึ้นรถบัสสนามบินที่ “สนามบินคิตะคิวชู” ลงที่ “ศูนย์รถบัสสถานีโคคุระ”
2. จาก “ศูนย์รถบัสสถานีโคคุระ” ต่อรถบัสนิชิเท็ตสึ ลงที่ป้าย “มุโรมาจิ ริเวอร์วอล์ก”
3. เดินประมาณ 8 นาทีจาก “มุโรมาจิ ริเวอร์วอล์ก” ก็ถึง - ระยะเวลา
- ประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที
เวลาเปิดทำการและค่าเข้าชมปราสาทโคคุระ
เวลาเปิดทำการและค่าเข้าชมปราสาทโคคุระดูได้จากตารางด้านล่าง
เปิดทุกวันไม่มีวันหยุด แต่เวลาเปิดอาจต่างกันในบางวัน ถ้าต้องการข้อมูลแบบเรียลไทม์ แนะนำให้ตรวจสอบที่เว็บไซต์ทางการ
- เวลาเปิด
-
・เมษายน–ตุลาคม 9:00–20:00
・พฤศจิกายน–มีนาคม 9:00–19:00 - ค่าเข้าชม
-
・ผู้ใหญ่: 350 เยน
・นักเรียนมัธยมต้น/มัธยมปลาย: 200 เยน
・นักเรียนประถม: 100 เยน
4 ไฮไลต์ของปราสาทโคคุระที่ได้สัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิมและประวัติศาสตร์
เที่ยว “ปราสาทโคคุระ” (Kokura Castle) แล้ว ถ้าเผื่อเวลาให้รอบๆ อีกนิดจะสนุกขึ้นเยอะ เพราะยังมีไฮไลต์ให้แวะต่อได้อีกหลายจุด
บริเวณใกล้ๆ มีทั้งจุดเรียนรู้และทดลองทำเกี่ยวกับวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น รวมถึงที่ซื้อของฝากสไตล์โคคุระและแหล่งชิมของอร่อย
ถ้าอยากเที่ยว “ปราสาทโคคุระ” ให้คุ้มแบบ 120% ลองใช้ไฮไลต์ที่แนะนำต่อไปนี้เป็นไอเดียได้เลย
1. “หอคอยปราสาท” ที่เรียนรู้ประวัติศาสตร์โคคุระได้แบบสนุกๆ
“หอคอยปราสาท” ที่ปรับโฉมใหม่ในปี 2019 แบ่งเป็นชั้น 1 ถึงชั้น 5 และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ที่ให้สัมผัสเรื่องราวของโคคุระ
ชั้น 1 เล่าเรื่องประวัติศาสตร์โคคุระราว 400 ปีผ่านโรงภาพยนตร์ที่ทรงพลัง ส่วนชั้น 2 จัดแสดงประวัติของผู้ปกครองที่ดูแลโคคุระมาอย่างยาวนาน และมีโมเดล “ปราสาทโคคุระ” ในยุคก่อตั้ง ช่วยให้เรียนรู้ได้อย่างเพลิดเพลิน
ชั้น 3 แนะนำชีวประวัติของนักดาบชื่อดัง มิยาโมโตะ มุซาชิ (Miyamoto Musashi) และซาซากิ โคจิโร่ (Sasaki Kojiro)
ที่ “จุดถ่ายภาพกันริวจิมะ” (Ganryujima Photo Spot) มีฟิกเกอร์มุซาชิในท่ากำลังฟัน
ลองโพสเป็นโคจิโร่แล้วถ่ายรูปเก็บไว้ดูสิ
ชั้น 4 เป็นพื้นที่แกลเลอรีสำหรับนิทรรศการพิเศษและผลงานของประชาชน
ชั้น 5 เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นเมืองโคคุระได้กว้างไกล
- ชั้น 1
- โรงภาพยนตร์สุดอลังการถ่ายทอดประวัติศาสตร์โคคุระ
- ชั้น 2
- นิทรรศการเกี่ยวกับผู้ปกครองโคคุระและประวัติของปราสาทโคคุระ
- ชั้น 3
- นิทรรศการเกี่ยวกับนักดาบ มิยาโมโตะ มุซาชิ และซาซากิ โคจิโร่
- ชั้น 4
- พื้นที่แกลเลอรี
- ชั้น 5
- จุดชมวิวของหอคอย
อีกจุดที่น่าประทับใจคือมีลิฟต์ให้บริการตั้งแต่ชั้น 1 ถึงชั้น 5
นอกจากภายในปราสาทแล้ว ตัวหอคอยแบบ “คาระซึคุริ” และกำแพงหินที่ให้ความรู้สึกทรงพลัง ก็เป็นอีกไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด

2. “ปราสาทโคคุระในฤดูใบไม้ผลิ” กับวิวกลิ่นอายญี่ปุ่น
ถ้าถามว่าช่วงไหนเหมาะกับการมา “ปราสาทโคคุระ” มากที่สุด หลายคนจะนึกถึงฤดูใบไม้ผลิ เพราะที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องซากุระ
เมื่อถึงช่วงซากุระบาน จะได้ชมโยชิโนะซากุระและซากุระย้อยที่ปลูกรอบๆ ปราสาทประมาณ 300 ต้นบานสะพรั่งอย่างสวยงาม
ภาพปราสาทเคียงคู่ซากุระที่อบอวลด้วยบรรยากาศแบบญี่ปุ่นเป็นวิวที่ควรเห็นสักครั้ง
โดยทั่วไปช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนจะมีงาน “เทศกาลซากุระปราสาทโคคุระ” (Kokura Castle Sakura Festival) มีร้านอาหารมาออกบูธและอีเวนต์หลากหลาย ให้เดินเล่นได้เพลินกว่าการชมดอกไม้เฉยๆ
ช่วงงาน หลังพระอาทิตย์ตกจะมีการไลต์อัปหอคอยและซากุระ ให้ชมวิวแฟนตาซีได้ด้วย
-
ไปเพลิดเพลินกับภาพปราสาทโคคุระคู่ซากุระกัน
-
อีกบรรยากาศที่พลาดไม่ได้: ปราสาทกับซากุระยามค่ำคืนที่ไลต์อัป
3. “สวนปราสาทโคคุระ” ที่เรียนรู้และได้ลองสัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น
“สวนปราสาทโคคุระ” (Kokura Castle Garden) เป็นพื้นที่ที่บูรณะบ้านพักของตระกูลโอกาซาวาระ (Ogasawara) ไดเมียวผู้เคยปกครองโคคุระในอดีต
ภายในจำลองทั้งสวนของไดเมียวและ “โชอิน” พื้นที่รับรองแขกแบบบ้านซามูไรที่เป็นลักษณะเด่นของยุคเอโดะ
เป็นสถานที่หาชมได้ยากที่จัดขึ้นเพื่อแนะนำแนวคิดวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นอย่าง “ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่” และ “จิตใจของการต้อนรับ”
“สวนปราสาทโคคุระ” แบ่งเป็น 4 โซน ได้แก่ สวน, โชอิน, กิจกรรม体验, และนิทรรศการ พร้อมแนะนำทั้งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมการใช้ชีวิต
รายละเอียดกิจกรรมในแต่ละโซน ดูได้จากตารางด้านล่าง
- โซนสวน
- เดินชมสวนรอบสระน้ำและเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ตามฤดูกาล
- โซนโชอิน
- ชมอาคารไม้ตามรูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิม “โชอินซึคุริ” และมองเห็นสวนกับปราสาทโคคุระจากภายในโชอิน
- โซนกิจกรรม
- สัมผัสประสบการณ์งานน้ำชาพร้อมชิมมัทฉะและขนมญี่ปุ่นในห้องชา
- โซนนิทรรศการ
- เพลิดเพลินกับการจัดแสดงเอกสารที่ช่วยเรียนรู้ประวัติของมารยาทแบบญี่ปุ่น และนิทรรศการธีมวัฒนธรรมการใช้ชีวิตแบบดั้งเดิม
-
โชอินในสวนโคคุระนั้นงดงามแม้แค่ตัวอาคาร
-
แม้แต่ทางเข้าห้องชาก็ให้ความรู้สึกมีเสน่ห์แบบญี่ปุ่น
4. “ชิโระเทอร์เรซ” ที่ได้สัมผัสความเป็น “โคคุระสไตล์”
“ชิโระเทอร์เรซ” (Shiro Terrace) ที่อยู่ใกล้ “ปราสาทโคคุระ” แบ่งเป็น 4 โซน ได้แก่ เลานจ์, ของฝาก, ข้อมูลท่องเที่ยว และมุมอาหารและเครื่องดื่ม
แวะโซนของฝากเพื่อเลือกซื้อของที่เป็นเอกลักษณ์ของโคคุระได้ ส่วนมุมอาหารและเครื่องดื่มก็มีมัทฉะและขนมมัทฉะจากร้านชาเก่าแก่ของโคคุระให้ลอง
ทุกโซนตกแต่งด้วยบรรยากาศแบบญี่ปุ่น ทำให้ที่นี่ก็เป็นอีกจุดที่น่าจะได้ซึมซับกลิ่นอายญี่ปุ่นเช่นกัน
ถ้าเดินเที่ยวปราสาทโคคุระและรอบๆ จนเริ่มเหนื่อย แวะพักที่ “ชิโระเทอร์เรซ” กันเถอะ

3 แหล่งท่องเที่ยวในโคคุระที่ควรไปพร้อมกับปราสาทโคคุระ
โคคุระไม่ได้มีแค่ “ปราสาทโคคุระ” เท่านั้น แต่ยังมีจุดน่าสนใจอีกมาก
ที่นี่คัดมาให้แล้วกับแหล่งท่องเที่ยวที่เดินทางจาก “ปราสาทโคคุระ” ได้สะดวกและน่าไปเป็นพิเศษ
1. พิพิธภัณฑ์มังงะเมืองคิตะคิวชู
“พิพิธภัณฑ์มังงะเมืองคิตะคิวชู” (Kitakyushu Manga Museum) เปิดในปี 2012 ณ เมืองคิตะคิวชูที่ผลิตนักวาดมังงะชื่อดังมากมาย เช่น เลจิ มัตสึโมโตะ (Leiji Matsumoto), เซโซ วาตาเสะ (Seizo Watase) และสึคาสะ โฮโจ (Tsukasa Hojo)
เป็นสถานที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของมังงะผ่านนิทรรศการภายใต้ธีม “ดู・อ่าน・วาด”
ในบรรดาโซนต่างๆ ที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษคือ “โซนอ่าน” ซึ่งมีหนังสือรวมเล่มมังงะในคลังกว่า 70,000 เล่ม
นอกจากจะอ่านได้อย่างอิสระภายในอาคารแล้ว ยังมี “ซอมเมอลิเยร์มังงะ” คอยตอบคำถามเกี่ยวกับมังงะอีกด้วย
อย่าลืมเช็กอีเวนต์ที่จัดเป็นประจำด้วย ไม่ว่าจะเป็นนิทรรศการและทอล์กโชว์ของนักวาดมังงะชื่อดัง ไปจนถึงคลาสสอนวาดมังงะโดยวิทยากร และวงอ่านหนังสือในธีมต่างๆ

2. ตลาดทังกะ
“ตลาดทังกะ” (Tanga Market) ครัวของชาวเมืองคิตะคิวชู ตั้งอยู่ห่างจากสถานี JR โคคุระ เดินประมาณ 10 นาที
บรรยากาศชวนให้นึกถึงความหลัง ราวกับได้ย้อนเวลากลับไปยุคโชวะ
ตลอดแนวถนนยาว 180 เมตร มีร้านเรียงรายราว 120 ร้าน ทั้งปลา ผัก ไปจนถึงกับข้าวสำเร็จรูปและของแปรรูป รวมถึงร้าน “นุคะดะคิ” เมนูขึ้นชื่อของโคคุระด้วย
สำหรับคนที่อยากรู้ว่า “นุคะดะคิ” คืออะไร นี่คืออาหารท้องถิ่นโคคุระที่นำรำข้าวหมักใส่ลงในน้ำต้ม แล้วเคี่ยวปลาซาร์ดีนหรือปลาแมกเคอเรลให้ได้รสหวานเค็มกลมกล่อม บางร้านยังภูมิใจกับ “รำหมักอายุกว่าร้อยปี” ที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่นด้วย ลองแวะไปเช็กกันได้

3. ชะชะทาวน์ โคคุระ
อีกที่ที่แวะได้ง่ายคือศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่รวมความหลากหลายไว้ครบ ทั้งโรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่ 10 โรง เกมเซ็นเตอร์ ร้านดังระดับประเทศ และแบรนด์ที่กำเนิดจากคิวชู
ภายในพื้นที่กว้างมีร้านค้ากระจายตัว ทำให้รู้สึกราวกับเดินตระเวนร้านริมถนนในเมือง
มีครบทั้งแฟชั่น ของแต่งบ้าน ร้าน 100 เยน อุปกรณ์และบริการมือถือ ฯลฯ พร้อมไลน์อัปหลากหลาย รวมถึงฟู้ดคอร์ตและร้านอาหาร

3 ร้านอาหารยอดนิยมใกล้ปราสาทโคคุระ
เดินชมปราสาทจนได้ซึมซับทั้งประวัติศาสตร์และบรรยากาศเมืองปราสาทแล้ว ก็น่าจะถึงเวลาตามหา “ของกินย่านเมืองปราสาท” กันต่อ
แถวนี้มีตั้งแต่ร้านสบายๆ ที่แวะได้ง่ายระหว่างเที่ยว ไปจนถึงร้านเฉพาะทางที่ดึงเอกลักษณ์ของวัตถุดิบออกมาได้ดี ใกล้ปราสาทโคคุระจึงมีตัวเลือกที่ช่วยเติมอารมณ์ทริปให้สนุกยิ่งขึ้น
มาดูร้านที่น่าจะทำให้คุณได้พบรสชาติแบบคิตะคิวชู พร้อมเก็บความประทับใจจากการเดินเที่ยวปราสาทไปด้วยกัน
1. Cafe Mictea Labo
คาเฟ่ชาญี่ปุ่นที่เปิดในเดือนกุมภาพันธ์ 2024
ตั้งอยู่ย่านมุโรมาจิ โดยเข้าไปในซอยจากสถานี JR นิชิโคคุระเล็กน้อย กำลังเป็นที่พูดถึงจากประสบการณ์ชาสไตล์ใหม่ที่ผสานชาญี่ปุ่นเข้ากับเครื่องเทศและแนวคิดแบบวะคันโย (Wa-Kan-Yo) ช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าทั้งใจและกายจากชีวิตประจำวัน

2. โอโคโนมิยากิ อิชิน
ร้านโอโคโนมิยากิที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1990 ในเขตโคคุระคิตะ เมืองคิตะคิวชู จังหวัดฟุกุโอกะ
โอโคโนมิยากิของอิชินมีความหนาเป็นพิเศษ ด้านนอกกรอบ ด้านในนุ่มชุ่มฉ่ำ ให้สัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์
แป้งผสมสาเกท้องถิ่นของโคคุระ แล้วพักข้ามคืน จนได้ความนุ่มหนึบชวนติดใจ

3. ชิโรยะ สาขาโคคุระ
ชิโรยะเบเกอรี่ สาขาโคคุระ (Shiroya Bakery Kokura) เป็นร้านเบเกอรี่เก่าแก่ในย่านโคคุระ เมืองคิตะคิวชู ที่ชาวท้องถิ่นรักกันมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1950
อยู่ใกล้สถานี JR โคคุระ และตั้งในอาเขตย่านช้อปปิ้งโคคุระชูโอ ทำเลสะดวกมาก
เป็นร้านที่เลือกขนมปังจากตู้โชว์ได้ตามชอบ และฮิตจนมักมีคิวยาวอยู่เสมอ

รีวิวปราสาทโคคุระ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปราสาทโคคุระ
Q
ใครเป็นคนสร้างปราสาทโคคุระ และสร้างเมื่อไหร่?
โฮโซคาวะ ทาดาโอกิ ผู้มีผลงานในศึกเซกิงาฮาระ เริ่มสร้างในปี 1602
Q
ซากุระรอบๆ ปราสาทโคคุระช่วงไหนสวยที่สุด?
ช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนเป็นช่วงที่สวยที่สุด
บทสรุป
สรุปแล้ว “ปราสาทโคคุระ” (Kokura Castle) เป็นจุดที่ได้สัมผัสประวัติศาสตร์โคคุระแบบใกล้ชิด และยังมีไฮไลต์รอบๆ ให้เดินต่อเพื่อทำความรู้จักวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นไปพร้อมกัน
หากอยากสัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่นในเมืองคิตะคิวชู ที่นี่เป็นอีกจุดที่อยากให้คุณลองแวะมาให้ได้
จังหวัดฟุกุโอกะยังมีที่น่าเที่ยวอีกเยอะมาก นับรวมให้ครบในบทความเดียวคงเล่าไม่หมดจริงๆ
ถ้าอยากเที่ยวฟุกุโอกะให้เต็มอิ่ม ลองดูบทความนี้ที่คัดจุดเด่นมาให้แล้วเป็นแนวทางได้เลย