
【คู่มือท่องเที่ยวศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ】ออกตามหาวิวสุดตระการตาที่ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และศาลเจ้ากลมกลืนกัน
ภาพเสาโทริอิที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเลนั้น แค่เห็นก็พาให้นึกถึงมิยาจิมะขึ้นมาทันที
“ศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ (Itsukushima Jinja)” คือจุดที่ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของมิยาจิมะกับสถาปัตยกรรมอันงามสง่ามาบรรจบกันอย่างลงตัว จึงมีนักท่องเที่ยวมาเยือนเป็นจำนวนมากทุกวัน
ถ้าอยากเที่ยว “ศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ” ให้ได้แบบจุใจ ลองเช็กไฮไลต์ ช่วงฤดูกาลที่แนะนำ รวมถึงของกินและจุดท่องเที่ยวรอบๆ ไว้ล่วงหน้าจากบทความนี้กัน
ศาลเจ้าอิตสึกุชิมะเป็นสถานที่แบบไหน?
“ศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ (Itsukushima Jinja)” ตั้งอยู่ที่มิยาจิมะ เมืองฮัตสึไคจิ จังหวัดฮิโรชิมะ
มิยาจิมะได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “สามทิวทัศน์งดงามของญี่ปุ่น” เนื่องจากมีทัศนียภาพโดดเด่นเป็นพิเศษ
ศาลเจ้าอิตสึกุชิมะซึ่งเป็นส่วนสำคัญของทิวทัศน์อันยอดเยี่ยมนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกพร้อมกับทะเลด้านหน้าและป่าดึกดำบรรพ์ด้านหลัง
ไม่ใช่แค่โทริอิเท่านั้น ตัวศาลเจ้าเองก็สร้างอยู่เหนือผิวน้ำเช่นกัน และเมื่อถึงช่วงน้ำขึ้นจะดูราวกับลอยอยู่บนทะเล เป็นเอกลักษณ์ที่หาชมได้ยาก
อีกหนึ่งจุดเด่นคือการก่อสร้างด้วยสไตล์ที่อยู่อาศัยของชนชั้นสูงในสมัยเฮอัน (ค.ศ. 794–1185) ที่เรียกว่า “ชินเด็น-ซึคุริ”
ด้วยประวัติยาวนานอย่างน้อยกว่า 1,400 ปี สิ่งปลูกสร้างเกือบทั้งหมดภายในบริเวณศาลเจ้าจึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติประจำชาติหรือทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญ
ทิวทัศน์อันสง่างามที่ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของทะเลเซโตะในและป่าดึกดำบรรพ์ด้านหลัง ผสานกับสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่งดงาม คือสิ่งที่ไม่ควรพลาด
หลังพระอาทิตย์ตกยังมีการเปิดไฟไลต์อัปศาลเจ้าอิตสึกุชิมะให้ดูราวกับภาพฝัน ซึ่งก็น่าชมไม่แพ้กัน
เทพประธานที่ประดิษฐานในศาลเจ้าอิตสึกุชิมะคือเทพสตรีสามองค์ที่รู้จักกันในชื่อ “มุนาคาตะ ซันนโยชิน”
เชื่อกันว่าจะได้รับพรหลากหลายด้าน เช่น ความปลอดภัยในการเดินเรือและการเดินทาง ความปลอดภัยบนท้องถนน โชคลาภเรื่องเงิน และขอชัยชนะ
ไม่เพียงมาชมวิวสวยเท่านั้น หากอยากอธิษฐานให้ทริปเที่ยวมิยาจิมะราบรื่นปลอดภัย ก็ลองแวะมาเยือนดู
จุดกำเนิดของศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ
กล่าวกันว่าซาเอกิ โนะ คุราโมโตะ (Saeki no Kuramoto) ผู้มีอิทธิพลในมิยาจิมะได้รับนิมิตจากเทพเจ้า จึงก่อตั้ง “ศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ (Itsukushima Jinja)” ในปี ค.ศ. 593
ต่อมาไทระ โนะ คิโยโมริ (Taira no Kiyomori) ซามูไรผู้มีอำนาจอย่างมากในสมัยเฮอัน มีศรัทธาแรงกล้าต่อศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ และในปี ค.ศ. 1168 ได้สร้างอาคารศาลเจ้าและระเบียงทางเดินที่เชื่อมอาคารต่างๆ เข้าด้วยกัน
เนื่องจากนับถือมิยาจิมะทั้งเกาะเป็น “เทพเจ้า” เพื่อหลีกเลี่ยงการทำให้ผืนดินของเกาะเสียหาย จึงสร้างศาลเจ้าอิตสึกุชิมะไว้เหนือทะเล ไม่ได้สร้างบนแผ่นดิน
แม้จะได้รับความเสียหายหลายครั้งจากภัยธรรมชาติ เช่น ลมพายุ ฟ้าผ่า หรือจากไฟไหม้ แต่ด้วยแรงช่วยเหลือจากผู้คนจำนวนมากที่มีศรัทธา จึงได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ทุกครั้ง


การเดินทางไปศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ
จาก “สถานีฮิโรชิมะ” ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเดินทางท่องเที่ยวในฮิโรชิมะ สามารถไป “ศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ” ได้ด้วยรถไฟและเรือเฟอร์รี
ระหว่างนั่งเรือเฟอร์รี ลองมองกลับไปที่วิวของมิยาจิมะและศาลเจ้าอิตสึกุชิมะด้วย บอกเลยว่าสวยมาก
- เส้นทาง
-
1. จาก “สถานีฮิโรชิมะ” ขึ้น “JR สายซันโย (Sanyo Main Line) มุ่งหน้าอิวะคุนิ” ลงที่ “สถานีมิยาจิมะกุจิ”
2. เดินจาก “สถานีมิยาจิมะกุจิ” ไป “ท่าเรือมิยาจิมะกุจิ”
3. ขึ้นเรือเฟอร์รีจาก “ท่าเรือมิยาจิมะกุจิ” ใช้เวลาประมาณ 10 นาที - ระยะเวลาเดินทาง
- ประมาณ 50 นาที
ค่าเข้าชมและเวลาเข้าชมศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ
ค่าเข้าชมและเวลาเข้าชมของ “ศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ” สรุปไว้ในตารางด้านล่างแล้ว ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้
เวลาเข้าชมจะแตกต่างกันตามช่วงเวลา แนะนำให้ตรวจสอบก่อนเดินทางอีกครั้ง
ค่าเข้าชม
- ผู้ใหญ่
- 300 เยน
- นักเรียนมัธยมปลาย
- 200 เยน
- นักเรียนประถม–มัธยมต้น
- 100 เยน
เวลาเข้าชม
- 1 มกราคม
- 0:00–18:30
- 2 มกราคม–3 มกราคม
- 6:30–18:30
- 4 มกราคม–สิ้นเดือนกุมภาพันธ์
- 6:30–17:30
- 1 มีนาคม–14 ตุลาคม
- 6:30–18:00
- 15 ตุลาคม–30 พฤศจิกายน
- 6:30–17:30
- 1 ธันวาคม–31 ธันวาคม
- 6:30–17:00
ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำสำหรับศาลเจ้าอิตสึกุชิมะคือช่วงไหน?
ถ้าถามว่าช่วงไหนเหมาะกับการเที่ยว “ศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ” เป็นพิเศษ คำตอบคือฤดูใบไม้ร่วง
ที่มิยาจิมะมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีหลายแห่ง เช่น “สวนโมมิจิดานิ” และ “ไดโชอิน”
ได้เที่ยวศาลเจ้าอิตสึกุชิมะที่สวยงามได้ทุกฤดูกาล แล้วค่อยตระเวนชมใบไม้เปลี่ยนสีไปด้วย น่าจะทำให้คุณเพลิดเพลินกับเกาะนี้ได้เต็มอิ่ม


ไม่ได้มีแค่โทริอิ! 5 ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดในศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ
เสน่ห์ของ “ศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ” คือทัศนียภาพที่ธรรมชาติโดยรอบและตัวศาลเจ้ากลมกลืนกันอย่างงดงาม และจากนี้เราจะพาโฟกัสไปที่สิ่งปลูกสร้างภายในศาลเจ้า พร้อมแนะนำจุดเด่นต่างๆ
อยากให้คุณได้ซึมซับความงามของอาคารสีแดงชาด รวมถึงรายละเอียดของรูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมที่กระจายอยู่ทั่วบริเวณด้วย
โทริอิที่สร้างอยู่เหนือทะเลนั้นเด่นสะดุดตาแน่นอน แต่สิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ก็มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน ลองสังเกตไปทีละจุดดู
1. จุดเริ่มต้นการสักการะศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ “ศาลเจ้ามาโรอุโดะ”
เมื่อมาเยือน “ศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ” ให้เริ่มสักการะจากศาลเจ้าสาขาที่อยู่ตรงทางเข้า นั่นคือ “ศาลเจ้ามาโรอุโดะ (Maroudo Jinja)”
ศาลเจ้าสาขา หมายถึงศาลเจ้าที่ประดิษฐานเทพซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับเทพประธาน
อาคารหลักของ “ศาลเจ้ามาโรอุโดะ” ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติประจำชาติ ดังนั้นนอกจากไหว้ขอพรแล้ว อยากให้สังเกตรูปแบบสถาปัตยกรรมและงานตกแต่งด้วย
อาคารอื่นๆ นอกเหนือจากอาคารหลักก็ใช้รูปแบบสถาปัตยกรรมชั้นสูงเช่นกัน มองไปทางไหนก็สวยงาม
ภายใน “ศาลเจ้ามาโรอุโดะ” ประดิษฐานเทพ 5 องค์ และมีชื่อเสียงเรื่องพรด้านความรัก
นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่ามีพรด้านความงาม การหายป่วย และปัดเป่าสิ่งไม่ดีด้วย

2. สัญลักษณ์ของมิยาจิมะ “โทริอิใหญ่” ที่ตั้งตระหง่านกลางทะเล
“โทริอิใหญ่” กลางทะเล ไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของ “ศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ” เท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของมิยาจิมะด้วย
เช่นเดียวกับอาคารศาลเจ้า เพื่อไม่ให้สร้างรอยแผลบนมิยาจิมะซึ่งเป็นวัตถุแห่งความศรัทธา จึงสร้าง “โทริอิใหญ่” ไว้เหนือทะเลเช่นกัน
มีความสูง 16.6 เมตร และน้ำหนักรวม 60 ตัน เป็นโทริอิไม้ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
ภาพที่โทริอิขนาดมหึมา อาคารศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ และธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของมิยาจิมะผสานกัน คือวิวสุดตระการตาอย่างแท้จริง
อีกหนึ่งเสน่ห์คือรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปตามน้ำขึ้นน้ำลง
ลองชม “วิวที่เกิดจากศรัทธา” นี้จากหลายมุม หลายช่วงเวลา แล้วคุณจะเห็นความต่างที่น่าสนุก


3. “ระเบียงทางเดินด้านตะวันออก” ที่แค่เดินก็รู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์
“ระเบียงทางเดินด้านตะวันออก” ที่เชื่อมทางเข้าของ “ศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ” กับศาลเจ้าหลัก ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติประจำชาติร่วมกับอาคารศาลเจ้าโดยรอบ
ระเบียงทางเดินสีแดงชาดอันงดงามที่รายล้อมด้วยเสา ดูเคร่งขรึมและชวนให้รู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์ เดินไปเรื่อยๆ ก็เหมือนจะรับรู้บรรยากาศนั้นได้เอง
ระหว่างเดินบน “ระเบียงทางเดินด้านตะวันออก” อย่าลืมมองที่พื้นด้วย คุณจะสังเกตเห็นว่าพื้นไม้มีช่องว่าง
ช่องนี้เรียกว่า “เมะสึคาชิ (Mesukashi)” มีหน้าที่ช่วยลดแรงของคลื่น
ลองสังเกตรายละเอียดของความพิถีพิถันที่ทำขึ้นเพื่อรองรับน้ำขึ้นน้ำลงให้ดีๆ

4. “ศาลเจ้าหลัก” โครงสร้างที่หาชมได้ยากแม้ในญี่ปุ่น
“ศาลเจ้าหลัก” ซึ่งประกอบด้วยอาคารฮอนเด็น เฮเด็น ไฮเด็น และฮาราเอะเด็น ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติประจำชาติเช่นกัน
ทั้งฮอนเด็นที่ไม่สมมาตรซ้าย-ขวา และรูปทรงหลังคาอันหายากที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่ง ทำให้มีจุดชมมากมาย เพราะเป็นกลุ่มอาคารขนาดใหญ่
ยังเห็นการออกแบบเพื่อช่วยลดความเสียหายจากคลื่นและลมในหลายจุด จึงนับเป็นโครงสร้างที่มีเอกลักษณ์ในบรรดาศาลเจ้าญี่ปุ่น
เมื่อมาเยือน “ศาลเจ้าหลัก” นอกจากสักการะแล้ว ลองใช้เวลาเดินดูรายละเอียดของอาคารให้ทั่วด้วย

5. “ทาคะบูไต” ชมระบำดั้งเดิมพร้อมวิวสุดตระการตาได้ในคราวเดียว
เวทีที่อยู่ด้านหน้าฮาราเอะเด็นของศาลเจ้าหลัก ล้อมด้วยราวกันตกสีแดงชาด จะมีการแสดง “บูกากุ” ราวปีละประมาณ 11 ครั้ง
บูกากุคือระบำดั้งเดิมของญี่ปุ่น ซึ่งไทระ โนะ คิโยโมริ เป็นผู้นำจากเกียวโตมาสู่มิยาจิมะ
เมื่อมีโทริอิใหญ่ที่สร้างอยู่เหนือทะเลเป็นฉากหลัง นักแสดงในชุดอันงดงามที่ร่ายรำจะทำให้สัมผัสได้ถึงรสชาติแบบญี่ปุ่นอย่างแท้จริง
เวทีที่จัดแสดงบูกากุเรียกว่า “ทาคะบูไต” เป็นหนึ่งใน “สามเวทีแห่งญี่ปุ่น” และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติประจำชาติด้วย
ตัว “ทาคะบูไต” เองก็มีจุดน่าสนใจมากมาย เช่น เสาราวกันตกที่ติดตั้งมาตั้งแต่สมัยมุโรมาจิ และลวดลายป้องกันสิ่งชั่วร้าย
หากอยากชมบูกากุ ลองเข้าร่วมพิธีเทศกาลตามตารางด้านล่าง
- เทศกาลไซตันไซ (Saitan-sai)
- 1 มกราคม
- เทศกาลฟุตสึกะไซ (Futsuka-sai)
- 2 มกราคม
- เทศกาลกันชิไซ (Ganshi-sai)
- 3 มกราคม
- เทศกาลจิคิวไซ (Chikyū-sai)
- 5 มกราคม
- เทศกาลเท็นโจไซ (Tenchō-sai)
- 23 กุมภาพันธ์
- เทศกาลโทคะไซ (Tōka-sai)
- 15 เมษายน
- พิธีซุยโคะเท็นโน เรียวไฮชิกิ (Suiko Tennō Ryōhaishiki)
- 18 พฤษภาคม
- เทศกาลศาลเจ้าสาขาจิโกะเซ็น (Sessha Jigozen Jinja-sai)
- 5 เดือน 5 ตามปฏิทินจันทรคติแบบดั้งเดิม
- เทศกาลชิริตสึไซ (Shiritsu-sai)
- 5 เดือน 6 ตามปฏิทินจันทรคติแบบดั้งเดิม
- เทศกาลคิคุคะไซ (Kikka-sai)
- 15 ตุลาคม
- เทศกาลศาลเจ้าสาขาซันโน (Sessha San'ō Jinja-sai)
- 23 ตุลาคม

อิ่มอร่อยกับอาหารมิยาจิมะ! 3 ร้านอาหารยอดนิยมรอบศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ
แถวมิยาจิมะที่เป็นที่ตั้งของ “ศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ” เดินเพลินๆ ก็เจอของอร่อยให้แวะชิมอยู่เรื่อยๆ
“โอโคโนมิยากิ” กับ “อะเกะโมมิจิ” โด่งดังอยู่แล้ว แต่ถ้าพูดถึงอาหารมิยาจิมะจริงๆ ก็ขาด “หอยนางรม” และ “ปลาไหลคองเกอร์ (อะนะโกะ)” ไปไม่ได้
ต่อไปนี้คือร้านอาหารยอดนิยมที่คัดมาแล้ว ซึ่งสามารถลิ้มรสอาหารมิยาจิมะได้ใกล้ศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ
1. อะนะโกะเมชิ อุเอะโนะ สาขาหลักมิยาจิมะกุจิ
“อะนะโกะเมชิ อุเอะโนะ” ที่มิยาจิมะกุจิ เป็นร้านเก่าแก่ก่อตั้งเมื่อปีเมจิที่ 34 (ค.ศ. 1901) เมนูขึ้นชื่อคือ “อะนะโกะเมชิ” ที่ผู้ก่อตั้ง คุณอุเอะโนะ ทานิงิจิ คิดค้นขึ้นและวางขายเป็นเอคิเบ็ง (ข้าวกล่องสถานีรถไฟ) จนกลายเป็นร้านยอดนิยม
“อะนะโกะเมชิ” ที่ย่างปลาไหลคองเกอร์ชิ้นหนาอย่างพิถีพิถัน แล้วราดซอสสูตรลับที่เติมต่อเนื่องมาตั้งแต่ก่อตั้งร้าน คือความอร่อยระดับสุดยอด

2. ยากิกะกิ โนะ ฮายาชิ
ถนนช้อปปิ้งมิยาจิมะโอะโมเตะซันโด อยู่ระหว่างท่าเรือเฟอร์รีของมิยาจิมะไปยังศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ
“ยากิกะกิ โนะ ฮายาชิ” ที่ตั้งอยู่ช่วงกลางของถนน เป็นร้านต้นกำเนิดหอยนางรมย่างที่เปิดมายาวนานกว่า 75 ปี
หอยนางรมย่างคัดเฉพาะหอยนางรมแบรนด์ท้องถิ่น “จิโกะเซ็นคะกิ (Jigozen Kaki)” ที่ได้รับการยอมรับสูงทั่วประเทศ โดยเลือกหอยขนาดใหญ่ อัดแน่นด้วยรสชาติ คุณภาพระดับสูงสุดที่เลี้ยงครบ 3 ปี

3. โมมิจิโด สาขาหลัก
ร้านขนมญี่ปุ่นเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนถนนช้อปปิ้งโอะโมเตะซันโด ซึ่งเชื่อมจากท่าเรือมิยาจิมะไปยังมรดกโลก “ศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ”
ก่อตั้งเมื่อปีเมจิที่ 45 (ค.ศ. 1912) ยาวนานกว่า 100 ปี เป็นร้านดังที่จำหน่ายขนมขึ้นชื่ออย่าง “โมมิจิมันจู” ซึ่งเป็นของฝากตัวแทนทั้งมิยาจิมะและฮิโรชิมะ
สินค้าซิกเนเจอร์ของโมมิจิโด ที่ยึดถือแนวคิด “นำเสนอวิธีสนุกกับโมมิจิมันจูในรูปแบบใหม่” คือ อะเกะโมมิจิ® ที่เปิดตัวในปี ค.ศ. 2002

3 จุดท่องเที่ยวใกล้ศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ
มิยาจิมะซึ่งเป็นเป้าหมายแห่งศรัทธามาตั้งแต่โบราณ ไม่ได้มีเพียงสถาปัตยกรรมเก่าแก่เท่านั้น แต่ธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์ก็เป็นอีกเสน่ห์ที่สัมผัสได้ชัดเจน
หลังเที่ยว “ศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ” จนเต็มอิ่มแล้ว ลองแวะจุดต่อไปนี้ เพื่อเก็บบรรยากาศของมิยาจิมะให้ครบขึ้นอีกนิด
1. มิยาจิมะ มิซัง ไดฮนซัง ไดโชอิน
วัดที่มีประวัติยาวนานที่สุดในมิยาจิมะ จังหวัดฮิโรชิมะ ก่อตั้งขึ้นในปีไดโดที่ 1 (ค.ศ. 806) กล่าวกันว่า หลังโคโบ ไดชิ กลับจากจีน เขาได้ข้ามมาที่มิยาจิมะและฝึกบำเพ็ญเพียรบนภูเขามิเซ็น ก่อนจะก่อตั้งวัดนี้
ภูเขาศักดิ์สิทธิ์มิเซ็นมีโบราณสถานที่เชื่อว่าเป็นร่องรอยของโคโบ ไดชิกระจายอยู่หลายแห่ง และ “ไดโชอิน” คือวัดหลักที่ดูแลสถานที่เหล่านั้น
ภายในบริเวณวัดมีการประดิษฐานซันคิ ไดกงเง็น เทพผู้พิทักษ์แห่งมิเซ็น รวมถึงนามิคิริ ฟุโดเมียวโอ ที่โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ อธิษฐานในฐานะพระคุ้มครอง และจูอิจิเมน คันเซออน โบซัตสึ ซึ่งเคยเป็นพระพุทธประจำถิ่นของศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ เป็นต้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เชื่อกันว่ามีพรด้านปัดเป่าสิ่งไม่ดีและเสริมดวง จนถูกนับเป็นหนึ่งใน “สามไดชิผู้เลื่องชื่อด้านปัดเป่าสิ่งไม่ดีและเสริมดวงของญี่ปุ่น”

2. ภูเขามิเซ็น
ภูเขามิเซ็นตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางของมิยาจิมะ เกาะนอกชายฝั่งจังหวัดฮิโรชิมะที่ได้รับศรัทธาอย่างลึกซึ้งมาตั้งแต่โบราณในฐานะ “เกาะแห่งเทพเจ้า”
นับตั้งแต่โคโบ ไดชิ ก่อตั้งในปี ค.ศ. 806 ภูเขานี้ได้รับการเคารพในฐานะภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของความเชื่อแบบบูชาภูเขา และป่าดึกดำบรรพ์มิเซ็นที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์จนถึงปัจจุบัน ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโกร่วมกับ “ศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ”

3. กระเช้ามิยาจิมะ
ภูเขามิเซ็น ซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 535 เมตร เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดบนเกาะ และเป็นสถานที่ที่ได้รับการเคารพเป็นพิเศษในหมู่มิยาจิมะ ซึ่งทั้งเกาะถูกยกให้เป็นวัตถุแห่งศรัทธามาตั้งแต่โบราณ
หากใช้กระเช้ามิยาจิมะ จะเดินทางรวมเวลานั่งประมาณ 15 นาที ไปถึงสถานีชิชิอิวะที่ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 433 เมตรได้

3 ที่พักแนะนำใกล้ศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ
โทริอิใหญ่ที่เหมือนลอยอยู่บนทะเล ทำให้ “ศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ” กลายเป็นหนึ่งในภาพจำของญี่ปุ่นที่หลายคนอยากเห็นสักครั้ง
บรรยากาศเงียบสงบที่ไหลเวียนทั่วทั้งเกาะ และทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปตามน้ำขึ้นน้ำลง มักจะตราตรึงอยู่ในใจผู้มาเยือน
เราคัดที่พักแนะนำมาให้ 3 แห่ง ลองปล่อยใจไปกับเวลาของเกาะ แล้วใช้ค่ำคืนพิเศษให้เต็มที่
1. โรงแรมมิยาจิมะ เบ็ตโซ
โรงแรมสไตล์ญี่ปุ่นโมเดิร์นที่เปิดในปี ค.ศ. 2017 ตั้งอยู่ทำเลดี เดินเพียง 1 นาทีจากท่าเรือมิยาจิมะ
ผลิตโดยเรียวกัง “คินซุยคัง (Kinsuikan)” ที่มีประวัติบนมิยาจิมะยาวนานกว่า 120 ปี โดยมีคอนเซ็ปต์ว่าเป็น “บ้านของมิยาจิมะสำหรับผู้ใหญ่ ที่ผ่อนคลายได้เหมือนวิลล่าส่วนตัว”
ห้องพักบรรยากาศหรูหรามีรสนิยม จัดเตรียมห้องคอนเซ็ปต์ 3 แบบ ที่ได้แรงบันดาลใจจาก “มาจิยะ/ทะเล/ภูเขา” ของมิยาจิมะ

2. มิยาจิมะ ชิโอะยุออนเซ็น คินซุยคัง
เรียวกังเก่าแก่ก่อตั้งเมื่อปีเมจิที่ 35 (ค.ศ. 1902) ตั้งอยู่ทำเลดี เดินประมาณ 3 นาทีถึงศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ ภายในพื้นที่มีน้ำพุร้อนธรรมชาติผุดขึ้น ซึ่งถือว่าหายากในมิยาจิมะ
ให้ความสำคัญกับประเพณีและประวัติศาสตร์อันเป็นเอกลักษณ์ของมิยาจิมะ พร้อมพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่น ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2023 ได้เพิ่มห้องพักที่มีออนเซ็นกึ่งเอาต์ดอร์แบบจำกัดวันละ 1 ห้อง และสร้างรูฟท็อปเลานจ์แห่งเดียวบนมิยาจิมะ
มีห้องพักหลากหลายรูปแบบ เลือกได้กว้างตามแผนการเดินทางและสมาชิกในทริป

3. อิตสึกุชิมะ อิโระฮะ
“อิตสึกุชิมะ อิโระฮะ” อยู่ห่างจากท่าเรือมิยาจิมะเดิน 5 นาที ตั้งอยู่ตรงหน้าถนนช้อปปิ้งโอะโมเตะซันโดพอดี เป็นที่พักรูปแบบใหม่ที่ลบภาพจำเดิมๆ ของที่พักอย่างเรียวกังหรือโรงแรม
ภายในอาคารใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ หิน และกระดาษวาชิ มีเก้าอี้ดีไซน์เนอร์ที่มีเอกลักษณ์เรียงราย ทำให้บรรยากาศดูหรูหราและมีรสนิยม จุดเด่นคือสวีท 2 แบบที่มีบรรยากาศต่างกัน ซึ่งสร้างขึ้นใหม่ในช่วงรีโนเวตปี ค.ศ. 2022

รีวิวจากผู้มาเยือนศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ
Q
เทพเจ้าที่ประดิษฐานในศาลเจ้าอิตสึกุชิมะคือใคร?
ประดิษฐานเทพ 3 องค์ที่เรียกว่า “มุนาคาตะ ซันนโยชิน”
Q
ศาลเจ้าอิตสึกุชิมะขอพรเรื่องอะไรได้บ้าง?
เชื่อกันว่าจะได้รับพรด้านการเดินเรือ ความปลอดภัยบนท้องถนน โชคลาภเรื่องเงิน และการขอชัยชนะ เป็นต้น
Q
ขอรับโกะชูอินที่ศาลเจ้าอิตสึกุชิมะได้ไหม?
สามารถรับโกะชูอินได้ที่จุดรับตราประทับภายในอาคารศาลเจ้า
บทสรุป
เราได้แนะนำเสน่ห์และไฮไลต์ของ “ศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ” รวมถึงฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำและจุดแนะนำโดยรอบไปแล้ว เป็นอย่างไรกันบ้าง
ถ้ามีโอกาส อยากให้คุณได้ไปเห็นวิวลึกลับชวนหลงใหลที่เกิดจากอาคารสีแดงชาดอันงดงาม ความเขียวชอุ่มที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ และทะเลสีฟ้าเป็นประกาย ด้วยตาตัวเองที่ “ศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ”
ลองใช้บทความนี้ประกอบกับบทความด้านล่างที่รวบรวมสถานที่ไฮไลต์และอาหารของจังหวัดฮิโรชิมะ แล้วไปเที่ยวฮิโรชิมะให้เต็มอิ่มกัน