
คู่มือเที่ยวโตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree): สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษและชมวิวที่หาได้ที่นี่เท่านั้น
ลองนึกภาพโตเกียวในมุมกว้างสุดสายตา—แล้วค่อย ๆ เงยหน้ามอง “โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree)”.
ที่นี่เป็นจุดที่คุณจะได้มองเห็นมหานครโตเกียวแบบพาโนรามาจากหอคอยที่สูงที่สุดในโลก
ทิวทัศน์ของกลุ่มตึกระฟ้าที่แผ่ขยายอยู่เบื้องล่างนั้นงดงามตระการตาอย่างแท้จริง
บริเวณรอบ ๆ ยังมีศูนย์การค้าและพื้นที่พักผ่อนที่ให้เพลิดเพลินกับอาหารและการช้อปปิ้ง ทำให้สนุกได้หลายรูปแบบ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของที่นี่
บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักเสน่ห์และจุดน่าสนใจต่าง ๆ ของ “โตเกียวสกายทรี” แบบละเอียด เพื่อให้คุณเที่ยวได้อย่างเต็มอิ่ม
โตเกียวสกายทรีเป็นสถานที่แบบไหน?
“โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree)” เป็นหอส่งสัญญาณโทรคมนาคมและสถานที่ท่องเที่ยว ตั้งอยู่ที่โอชิอาเกะ เขตสุมิดะ กรุงโตเกียว
เป็นแลนด์มาร์กของโตเกียวคู่กับ “โตเกียวทาวเวอร์ (Tokyo Tower)” และเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยม
โตเกียวสกายทรีสูง 634 เมตร ได้รับการรับรองจาก “กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด” ว่าเป็นหอคอยที่สูงที่สุดในโลก
ไฮไลต์สำคัญคือชั้นชมวิวที่มองเห็นที่ราบคันโตได้แบบพาโนรามา
ด้วยความสูงอันโดดเด่น ตึกสูงของมหานครโตเกียวที่มองจากที่นี่จะดูเหมือนโมเดลจำลองเลยทีเดียว
แน่นอนว่าวิวกลางวันสวยมาก แต่ยามค่ำคืนที่ตึกสูงและโตเกียวทาวเวอร์ส่องแสงระยิบระยับก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์เช่นกัน
ตัวโตเกียวสกายทรีที่ถูกประดับไฟก็ไม่ควรพลาด
แนะนำให้ชมโตเกียวสกายทรีที่ส่องไฟหลากสีและหลายแพตเทิร์นจากจุดชมวิวกลางคืนรอบ ๆ ด้วย
บริเวณเชิงหอคอยมีศูนย์การค้า “โตเกียวโซรามาจิ (Tokyo Solamachi)” ที่มีร้านค้ามากกว่า 300 ร้านรวมตัวกัน
ที่นี่ไม่เพียงสนุกกับการช้อปปิ้งและอาหาร แต่ยังมีอควาเรียมและท้องฟ้าจำลองให้เที่ยวได้อีกด้วย
มาเที่ยวโตเกียวสกายทรีแล้ว อย่าลืมแวะเที่ยว “โตเกียวโซรามาจิ” ด้วย

ที่มาของการสร้างโตเกียวสกายทรี
“โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree)” เป็นหอส่งสัญญาณรวมสำหรับส่งสัญญาณโทรทัศน์และวิทยุ
ส่วน “โตเกียวทาวเวอร์ (Tokyo Tower)” ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1958 ในสวนชิบะ เขตมินาโตะ ในฐานะหอส่งสัญญาณรวมสำหรับโทรทัศน์และวิทยุ FM
ตอนสร้างเสร็จใหม่ ๆ เคยเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลก แต่เมื่อมีตึกระฟ้าสูงมาก ๆ สร้างขึ้นรอบ ๆ มากขึ้น ความสูงของโตเกียวทาวเวอร์เริ่มทำให้สัญญาณส่งไปได้ยากขึ้น
เพื่อให้ส่งสัญญาณได้ดีขึ้น และขยายพื้นที่รับสัญญาณบริการออกอากาศดิจิทัลสำหรับมือถืออย่าง “วันเซก (One Seg)” จึงสร้าง “โตเกียวสกายทรี” ในปี ค.ศ. 2012
ปัจจุบันมีการส่งสัญญาณโทรทัศน์ดิจิทัลภาคพื้นดินจากโตเกียวสกายทรี ขณะที่โตเกียวทาวเวอร์ทำหน้าที่เป็นเสาส่งสัญญาณสำหรับวิทยุ FM

“โตเกียวสกายทรีทาวน์” ที่คนไม่ค่อยรู้จักคืออะไร
รู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้ว “โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree)” เป็นส่วนหนึ่งของย่านที่เรียกว่า “โตเกียวสกายทรีทาวน์ (Tokyo Skytree Town)”
สำหรับคนที่สงสัยว่า “โตเกียวสกายทรีทาวน์” หมายถึงอะไร—นี่คือย่านที่ประกอบด้วย 3 สถานที่หลัก ได้แก่ “โตเกียวสกายทรี”, “โตเกียวโซรามาจิ (Tokyo Solamachi)”
และ “โตเกียวสกายทรี อีสต์ทาวเวอร์ (Tokyo Skytree East Tower)” ครอบคลุมพื้นที่กว้างประมาณ 3.69 เฮกตาร์
ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Rising East” คุณจะได้สัมผัสวัฒนธรรมงานฝีมือของเอโดะ-โตเกียว และบรรยากาศแบบย่านชิตามาจิ
ศูนย์การค้าอยู่ใกล้ ๆ กันนี่แหละ และยังมีลานกับสวนที่ปลูกต้นไม้ให้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ตามฤดูกาล
ลองเดินเล่นรอบ ๆ ไม่ใช่แค่โตเกียวสกายทรีและโตเกียวโซรามาจิ คุณอาจเจอจุดลับที่คาดไม่ถึงก็ได้

ความแตกต่างระหว่างโตเกียวสกายทรีกับโตเกียวทาวเวอร์
ทั้ง “โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree)” และ “โตเกียวทาวเวอร์ (Tokyo Tower)” ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นหอส่งสัญญาณ
สองแลนด์มาร์กใหม่-เก่าที่มักถูกนำมาเปรียบเทียบกันนั้น ต่างกันอย่างไรบ้าง มาดูกัน
หากเทียบความสูง ตัวโตเกียวสกายทรีสูงกว่าประมาณเกือบ 2 เท่า
เมื่อมองลงมาจากชั้นชมวิว จะเห็นกลุ่มตึกระฟ้าดูราวกับโมเดลขนาดจิ๋ว
ชั้นชมวิวของโตเกียวทาวเวอร์มีตึกสูงระดับใกล้เคียงกันอยู่หลายแห่ง ดังนั้นหากเทียบ “ความสูง” โตเกียวสกายทรีจะโดดเด่นกว่า
ไม่เพียงเท่านั้น โตเกียวสกายทรีมีทั้งศูนย์การค้าและสถานที่ทางวัฒนธรรมที่ครบครันกว่า
ถ้าต้องการสัมผัสเทคโนโลยีล้ำสมัยของญี่ปุ่นและสนุกได้หลายรูปแบบ ก็พูดได้ว่าโตเกียวสกายทรีตอบโจทย์กว่า
แม้ด้านฟังก์ชันการใช้งานโตเกียวสกายทรีจะเหนือกว่า แต่สำหรับชาวญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อย โตเกียวทาวเวอร์ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของโตเกียวอยู่
และหลายคนก็รู้สึกถึงความคิดถึงจากภาพโตเกียวทาวเวอร์ที่ส่องไฟอย่างมีเสน่ห์ ดังนั้นในแง่อารมณ์และบรรยากาศ โตเกียวทาวเวอร์อาจกินขาดกว่า
อยากให้ลองอ่านบทความที่เปรียบเทียบความต่างของโตเกียวสกายทรีและโตเกียวทาวเวอร์แบบเจาะลึกด้วย

การเดินทางไปโตเกียวสกายทรี
ขอแนะนำวิธีเดินทางจาก “สถานีโตเกียว (Tokyo Station)” ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเดินทางสำหรับเที่ยวโตเกียว ไปยัง “โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree)”
เนื่องจากสถานีที่ใกล้ที่สุดเชื่อมต่อกับโตเกียวสกายทรีโดยตรง พอไปถึงสถานีแล้วก็แทบไม่ต้องกังวลเรื่องหลงทาง
- เส้นทาง
-
1. จากสถานี JR Tokyo นั่งรถไฟ JR สายโซบุ (แบบ Rapid) ลงที่สถานีคินชิโจ (Kinshicho)
2. ต่อรถไฟ Tokyo Metro สายฮันโซมง (Hanzomon Line) ลงที่สถานีโอชิอาเกะ (สกายทรี) (Oshiage (Skytree))
3. ลงที่สถานีโอชิอาเกะ (หน้าโตเกียวสกายทรี) แล้วเดิน 1–2 นาที - ระยะเวลา
- ประมาณ 11 นาที
เวลาเปิด-ปิดและค่าเข้าชมของโตเกียวสกายทรี
เวลาเปิด-ปิดของ “โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree)” สรุปไว้ในตารางด้านล่าง ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้เลย
ค่าเข้าชมที่ระบุในตารางเป็นราคาบัตรซื้อหน้างาน แต่ถ้าซื้อบัตรล่วงหน้าผ่านออนไลน์ก็จะคุ้มขึ้นเล็กน้อย
- เวลาเปิด
- 10:00–22:00 (เข้าชมได้ถึง 21:00)
- ค่าเข้าชม (วันธรรมดา)
-
・บัตรเซ็ต (Tembo Deck + Tembo Galleria): 3,500 เยน
・Tembo Deck: 2,400 เยน (+ Tembo Galleria: 1,100 เยน) - ค่าเข้าชม (วันหยุด)
-
・บัตรเซ็ต (Tembo Deck + Tembo Galleria): 3,800 เยน
・Tembo Deck: 2,600 เยน (+ Tembo Galleria: 1,200 เยน)
3 ไฮไลต์ชมวิวสุดตระการตาที่หาได้ที่โตเกียวสกายทรีเท่านั้น
“โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree)” มีทั้งแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และสถานบันเทิงที่ครบครัน แต่สิ่งที่หลายคนตั้งใจมาที่สุดก็คือวิวจากความสูงอันโดดเด่น
ทิวทัศน์ของโตเกียวที่มองจากชั้นชมวิว เป็นภาพที่หาได้ที่โตเกียวสกายทรีเท่านั้น
วันที่อากาศดีจะมองเห็นที่ราบคันโตได้แบบพาโนรามา และยังเพลิดเพลินกับวิวกลางคืนที่สวยงามได้ด้วย
ถ้าเก็บไฮไลต์ที่จะแนะนำต่อไปนี้ให้ครบ รับรองว่าจะได้ดื่มด่ำกับวิวสุดอลังการ ซึ่งเป็นเสน่ห์อันดับหนึ่งของโตเกียวสกายทรีแน่นอน
1. “Tembo Deck” จุดชมวิวสูง 350 ม. ที่เต็มไปด้วยลูกเล่นและสิ่งอำนวยความสะดวก
“Tembo Deck” ซึ่งประกอบด้วยชั้น 340, 345 และ 350 เป็นจุดที่คุณจะได้ชมวิวจากความสูง 350 เมตรเหนือพื้นดิน
จุดเด่นคือการออกแบบที่โปร่งโล่ง ด้วยกระจกบานใหญ่สูงมากกว่า 5 เมตรล้อมรอบ 360 องศา มองไกลได้ตั้งแต่ใต้ฐานหอคอยไปจนถึงไกลราว 70 กิโลเมตร
พื้นกระจกจะทำให้ได้สัมผัสความตื่นเต้น เมื่อมองลงไปเห็นวิวจากความสูง 350 เมตรอยู่ใต้เท้า
ที่ “SKYTREE ROUND THEATER (Skytree Round Theater)” ซึ่งใช้กระจกหน้าต่างเป็นจอขนาดยักษ์ จะมีอีเวนต์ช่วงกลางคืนเท่านั้น พร้อมฉายภาพที่ทรงพลังน่าประทับใจ
ยังมีเคาน์เตอร์จำหน่ายบัตรขึ้น “Tembo Galleria”, บริการถ่ายภาพ และคาเฟ่ ให้สนุกกับความสูง 350 เมตรได้หลากหลายรูปแบบ

2. “Tembo Galleria” ชมวิวจากจุดที่สูงที่สุด
“Tembo Galleria” ที่ทอดยาวตั้งแต่ชั้น 445 ถึงชั้น 450 ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้
ระหว่างเดินไปตามทางเดินกระจกทรงท่อ พร้อมชมวิวจากความสูง 450 เมตรเหนือพื้นดิน คุณจะรู้สึกราวกับกำลังเดินเล่นอยู่กลางอากาศ
เดินต่อไปเรื่อย ๆ จะไปถึงชั้น 450 ซึ่งเป็นจุดสูงสุด “โซราคะระพอยต์ (Sorakara Point)”
ที่ “โซราคะระพอยต์” จะมีการจัดแสงและกระจกให้เกิดบรรยากาศชวนพิศวง สัมผัสความกว้างไกล ความโค้งของโลก และความรู้สึกเหมือนลอยอยู่ได้
อีกข้อดีคือมีแสงส่องลงมาจากด้านบน ทำให้ถ่ายรูปออกมาสว่างและสวยงาม

3. มีให้เห็นแค่ที่นี่! วิวกลางคืนของมหานครและสกายทรีที่ส่องไฟ
สถานที่เดียวที่สามารถชมวิวกลางคืนของมหานครโตเกียวจากความสูง 450 เมตรได้ คือ “โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree)”
ตึกสูงที่ดูเหมือนโมเดลจิ๋ว ทางด่วนที่ทอดยาว และแสงไฟบนสะพานเลียบแม่น้ำสุมิดะ ล้วนเป็นภาพที่งดงามตระการตา
ชมวิวกลางคืนจากภายในโตเกียวสกายทรีให้เต็มอิ่มแล้ว ค่อยออกไปดู “โตเกียวสกายทรี” ที่ส่องไฟจากด้านนอกกันต่อก็ได้
โตเกียวสกายทรีที่ตกแต่งด้วยไลต์ติ้งซึ่งได้แรงบันดาลใจจาก “อิกิ (Iki)”, “มิยาบิ (Miyabi)”, “โนโบริ (Nobori)” นั้นสวยงามมากจริง ๆ
หากอยากเพลิดเพลินกับวิวกลางคืนของโตเกียวสกายทรี อย่าลืมดูบทความด้านล่างเป็นข้อมูลเพิ่มเติมด้วย


2 จุดที่ควรไปในโตเกียวโซรามาจิ
“โตเกียวโซรามาจิ (Tokyo Solamachi)” เป็นศูนย์การค้าที่รวมร้านค้ามากกว่า 300 ร้านไว้ในที่เดียว บรรยากาศคึกคักแบบย่านชิตามาจิของโตเกียว
นอกจากช้อปปิ้งและอิ่มอร่อยกับอาหารแล้ว ยังมีสถานที่ทางวัฒนธรรมอย่างอควาเรียมและท้องฟ้าจำลองให้แวะไปสนุกได้ด้วย
ต่อไปนี้คือจุดที่ควรไปเป็นพิเศษใน “โตเกียวโซรามาจิ” ที่คัดมาให้แล้ว
1. ซุมิดะอควาเรียม
อควาเรียมที่อยู่บนชั้น 5 และ 6 ของโซนเวสต์ยาร์ด ในโตเกียวสกายทรีทาวน์
เป็นอควาเรียมในอาคารทั้งหมด พร้อมระบบผลิตน้ำทะเลเทียมเฉพาะตัว ทำให้ได้ตู้จัดแสดงที่สวยงามและเหมาะกับสิ่งมีชีวิต
ใช้คีย์เวิร์ดว่า “ยิ่งเข้าใกล้ ยิ่งชอบมากขึ้น” จึงสามารถชมสัตว์ต่าง ๆ ได้แบบใกล้ชิด
ทั้งเพนกวินที่ว่ายน้ำอย่างอิสระในสระโถงเปิดโล่งระหว่างชั้น 5–6, “ตู้ปลาขนาดใหญ่โตเกียว” ที่จำลองทะเลของหมู่เกาะโตเกียว 219 เกาะ เช่น หมู่เกาะโอกาซาวาระ และ “เอโดเรียม (Edorium)” ที่จัดแสดงปลาทองสีสันสวยงามราว 20 สายพันธุ์ เรียกได้ว่าไฮไลต์แน่นจนแทบไม่น่าเชื่อว่าอยู่ในตึก

2. โคนิกะ มิโนลตะ แพลนเนทาเรียม เท็นคู in โตเกียวสกายทรีทาวน์®
ท้องฟ้าจำลองบนชั้น 7 ของโซนอีสต์ยาร์ด ในโตเกียวสกายทรีทาวน์
เป็นท้องฟ้าจำลองที่ยึดคอนเซ็ปต์ “ท้องฟ้าจำลองเพื่อความบันเทิงสำหรับผู้ใหญ่” ภายใต้ชื่อ “โคนิกะ มิโนลตะ ‘โอซอระ’ (Konica Minolta ‘Ozora’)”
มีโปรแกรมหลากหลายสำหรับผู้ใหญ่ ตั้งแต่งานแนวฮีลลิ่งที่มีกลิ่นอโรมาออริจินัล ไปจนถึงผลงานคอลแลบกับศิลปินชื่อดัง และผลงานเรต R18 ที่ฉายเฉพาะตอนกลางคืน “โอโตนะ แพลนเนทาเรียม (Otona Planetarium)”

เพลิดเพลินกับวิวสวยด้วย! 3 ร้านอาหารยอดนิยมในโตเกียวโซรามาจิ
ใน “โตเกียวโซรามาจิ (Tokyo Solamachi)” มีร้านอาหารอยู่มากมาย
ในบรรดานั้น เราคัดร้านที่ทั้งได้ชมวิวและอิ่มอร่อยกับอาหารคุณภาพ มาแนะนำกัน
1. Brasserie Aux Amis Tokyo Skytree Solamachi
ร้านอาหารฝรั่งเศสบนชั้น 30 ของโตเกียวสกายทรีทาวน์ โซรามาจิ จากหน้าต่างบานใหญ่สองด้านสามารถชมวิวสวย ๆ ของสกายทรี โตเกียวทาวเวอร์ และอ่าวโตเกียวได้
เมนูเสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสสไตล์คลาสสิก โดยใช้วัตถุดิบคุณภาพ เช่น ล็อบสเตอร์จากฝรั่งเศส อีกทั้งยังมีลิสต์ไวน์มากกว่า 250 ชนิดให้เลือกตลอดเวลา

2. คุนิมิ (Kunimi)
ร้านอาหารญี่ปุ่นบนชั้นบนสุดของโซรามาจิ อยู่ติดกับสกายทรีแบบใกล้มาก
กลางวันสกายทรีสูงสง่าตระหง่าน ส่วนกลางคืนเป็นภาพที่ชวนฝัน และสามารถชมได้จากในร้านราวกับอยู่ตรงหน้า
เมนูยอดนิยมคืออาหารที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่ เช่น ปูที่ส่งตรงทั้งเป็นจากฮอกไกโด และเป็ดที่เตรียมสดในตอนเช้า

3. Tenku LOUNGE TOP of TREE / Tokyo Solamachi 31F
ร้านอาหารชื่อดังเรื่องวิว ตั้งอยู่ชั้น 31 ของศูนย์การค้าขนาดใหญ่ “โตเกียวโซรามาจิ (Tokyo Solamachi)” ที่อยู่ติดกับโตเกียวสกายทรี
สามารถนั่งรับประทานอาหารแบบสบาย ๆ พร้อมชมวิวกว้างใหญ่จากความสูง 150 เมตรเหนือพื้นดิน
โตเกียวสกายทรีที่อยู่ตรงหน้ามองเห็นได้จากทุกที่นั่งทั้ง 65 ที่นั่งแบบพาโนรามา
ที่นั่งริมหน้าต่างยังเป็นเบนช์ซีต และด้วยกระจกจากพื้นจรดเพดาน จึงมองเห็นได้ถึงปลายยอดสกายทรี

มีที่นี่เท่านั้น! 2 ของฝากยอดนิยมจากโตเกียวสกายทรี
หลังจากชมวิวสุดอลังการของโตเกียวที่ “โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree)” และเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งและอาหารที่ “โตเกียวโซรามาจิ (Tokyo Solamachi)” แล้ว อย่าลืมพกความทรงจำกลับบ้านพร้อมของฝากจากโตเกียวสกายทรีกันด้วย
ของฝากมีให้เลือกเยอะก็จริง แต่ครั้งนี้เราคัดเฉพาะของฝากลิมิเต็ดที่มีเฉพาะที่โตเกียวสกายทรีมาแนะนำ
1. กินซ่า ทามายะ “โตเกียวสกายทรี โกมะทามาโกะ”
ขนมรูปไข่น่ารัก
ห่อเพสต์งาดำและไส้งาดำด้วยแป้งคัสเตลลา แล้วเคลือบด้วยไวต์ช็อกโกแลต
“โตเกียวทามาโกะ โกมะทามาโกะ” ที่ซื้อได้ที่ร้าน Sora no Komachi ในโตเกียวโซรามาจิ ชั้น 4 ของโตเกียวสกายทรี จะมีแพ็กเกจเวอร์ชันโตเกียวสกายทรีจำหน่ายแบบลิมิเต็ด

2. กินซ่า บูร์มิช “โตเกียวสกายทรี® คาราเมลวาฟเฟิล”
“กินซ่า บูร์มิช (Ginza Boul’Mich)” ร้านขนมสไตล์ฝรั่งเศสที่มีสาขาหลักอยู่ย่านกินซ่า ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1973
ทั้งรสชาติ ดีไซน์ ไปจนถึงการสื่อสารกับลูกค้า ล้วนตั้งใจสร้างเซอร์ไพรส์ที่เต็มไปด้วยความสุขและความสนุกผ่านขนม เพื่อให้เป็นความทรงจำของผู้มาเยือนทุกครั้ง
คาราเมลวาฟเฟิลนี้เป็นสินค้าที่มีจำหน่ายเฉพาะสาขาโตเกียวโซรามาจิ และยังถูกจับตาในฐานะของฝากล่าสุดที่ดูทันสมัย

3 สถานที่ท่องเที่ยวใกล้โตเกียวสกายทรี
เขตสุมิดะที่เป็นที่ตั้งของ “โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree)” รวมถึงอาซากุสะที่สามารถเดินไปได้ มีสถานที่มากมายให้สนุกกับวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น
เที่ยวโตเกียวสกายทรีเต็มอิ่มแล้ว ลองแวะเที่ยวต่อยังสถานที่ใกล้ ๆ ที่อยากแนะนำเหล่านี้ด้วย
1. วัดเซ็นโซจิ (Sensoji)
แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอาซากุสะ มีผู้มาสักการะมากกว่า 30 ล้านคนต่อปี
เป็นวัดที่เป็นตัวแทนของโตเกียว มีงานประจำปีหลากหลาย เช่น ไหว้ปีใหม่ (ฮัตสึโมเดะ) และเทศกาลเซ็ตสึบุน
คามินาริมง (ประตูสายฟ้า) ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของอาซากุสะ มีโคมแดงขนาดใหญ่แขวนอยู่ และมีรูปปั้นเทพลมกับเทพสายฟ้าอยู่สองข้าง
ถนนช้อปปิ้ง “นากามิเสะ” ยาวประมาณ 250 เมตรจากคามินาริมงไปถึงวิหารหลัก เรียงรายด้วยร้านขายของฝากและร้านอาหาร

2. สวนสุมิดะ (เขตไทโตะ)
สวนสาธารณะของเขตไทโตะที่ทอดยาวเลียบฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุมิดะ
ส่วนสวนที่ทอดยาวเลียบฝั่งตะวันออกเป็นสวนสุมิดะของเขตสุมิดะ
ภายในสวนที่มีพื้นที่มากกว่า 10 เฮกตาร์ มีต้นซากุระจำนวนมากปลูกรอบ ๆ “ลานซากุระ” เป็นหลัก
นอกจากโซเมอิโยชิโนะและโอโอชิมะซากุระแล้ว ยังมีต้นลูกหลานของซากุระกิ่งย้อย “มิฮารุทากิซากุระ (Miharu Takizakura)” ซึ่งคาดว่ามีอายุมากกว่า 1,000 ปี จากเมืองมิฮารุ อำเภอทามุระ จังหวัดฟุกุชิมะ ปลูกไว้เป็นต้นสัญลักษณ์ด้วย ช่วงฤดูชมซากุระจึงมีผู้คนมาชมจำนวนมากไม่เพียงแต่จากท้องถิ่น แต่ยังมาจากต่างจังหวัด ทำให้เป็นจุดชมซากุระชื่อดัง

3. อาซากุสะ ฮานายาชิกิ (Asakusa Hanayashiki)
“อาซากุสะ ฮานายาชิกิ (Asakusa Hanayashiki)” สวนสนุกที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ตั้งอยู่ย่านอาซากุสะ โตเกียวซึ่งรายล้อมด้วยแหล่งท่องเที่ยวมากมาย
ประวัติย้อนไปถึงปี ค.ศ. 1853 ย้อนถึงยุคเอโดะ และเดินทางผ่านกาลเวลามายาวนานราว 170 ปีจนถึงปัจจุบัน
ในสวนมีทั้งเครื่องเล่นคลาสสิก เช่น “โรลเลอร์โคสเตอร์” ที่ว่ากันว่าเก่าแก่ที่สุดที่ยังคงอยู่ในญี่ปุ่น, “แพนด้าคาร์®” สไตล์เรโทรชวนคิดถึง, “ม้าหมุน” รวมถึงโซนใหม่อย่างบ้านนินจาสำหรับเด็ก “นินนินพาร์ก (Ninnin Park)” ที่เปิดในปี ค.ศ. 2019 รวมแล้วมีเครื่องเล่นหลากหลายทั้งเก่าและใหม่ทั้งหมด 15 รายการ

บทความแนะนำสำหรับคนที่อยากรู้สถานที่เที่ยวรอบ ๆ มากขึ้น
รอบ ๆ “โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree)” ยังมีสถานที่น่าสนใจอีกมาก—แค่ในบทความนี้คงแนะนำได้ไม่หมด
ลองอ่านบทความนี้เพิ่มเติมที่คัดสถานที่ท่องเที่ยวรอบ ๆ มาให้แล้วด้วย
3 ที่พักแนะนำใกล้โตเกียวสกายทรี
แค่เงยหน้าขึ้นก็เห็นสกายทรี—โตเกียวเป็นเมืองที่ทำให้อยากเงยสายตามองอยู่เสมอ
ครั้งนี้เราคัดโรงแรมสูงที่เด่นเรื่องวิวมาให้ทั้งหมด รับรองว่าทริปของคุณจะยกระดับขึ้นอีกขั้น
เป็นเซเลกชันสำหรับคนที่อยากสัมผัสสเกลของโตเกียวให้เต็มที่ ทั้งกลางวันและกลางคืน
1. เดอะ พรินซ์ พาร์คทาวเวอร์ โตเกียว (The Prince Park Tower Tokyo)
“เดอะ พรินซ์ พาร์คทาวเวอร์ โตเกียว (The Prince Park Tower Tokyo)” เป็นโรงแรมหรู ตั้งอยู่ภายในสวนชิบะ เขตมินาโตะ โตเกียว
อยู่ใกล้โตเกียวทาวเวอร์มาก และขึ้นชื่อว่าเป็นจุดชมวิวชั้นยอดที่น่าประทับใจ
แม้อยู่ใจกลางเมืองแต่เงียบสงบ เสน่ห์คือได้ใช้เวลาสุดพิเศษราวกับอยู่รีสอร์ต

2. โรงแรมโอคุระ โตเกียว (The Okura Tokyo)
“โรงแรมโอคุระ โตเกียว (The Okura Tokyo)” เป็นโรงแรมหรู ตั้งอยู่ย่านโทระโนะมง โตเกียว
ประกอบด้วย 2 อาคาร ได้แก่ อาคารสูง “Okura Prestige Tower” และอาคารกลาง “Okura Heritage Wing”
ผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นกับความโมเดิร์น จนได้พื้นที่ที่ให้ความรู้สึกเรียบหรูแบบเมืองใหญ่
ห้องพักของทั้งสองอาคารมีทั้งแบบที่มีหน้าต่างบานใหญ่ในห้องนั่งเล่น และแบบวิวจากอ่างอาบน้ำที่มองออกไปเห็นทิวทัศน์ได้ ส่วนห้องพักใน Prestige Tower จะอยู่ตั้งแต่ชั้น 28 ขึ้นไป เพื่อให้เพลิดเพลินกับวิวโตเกียวได้อย่างเต็มที่

3. เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน โตเกียว (The Ritz-Carlton, Tokyo)
โรงแรมหรูที่มีห้องพักทั้งหมด 245 ห้อง ตั้งอยู่บนชั้น 45–53 ของอาคาร “โตเกียวมิดทาวน์ (Tokyo Midtown)” ซึ่งเชื่อมต่อกับสถานีรปปงหงิ (Roppongi) โดยตรง
ห้องพักเป็นพื้นที่ที่ผสานความตะวันออกและตะวันตกอย่างลงตัว และจากหน้าต่างบานใหญ่สามารถชมวิวรอบโตเกียวได้แบบพาโนรามา เช่น สวนรอบพระราชวัง, ย่านอ่าวโตเกียว และภูเขาไฟฟูจิ
ภายในมีร้านอาหารหลากหลาย เช่น “Héritage By Kei Kobayashi (Eritage by Kei Kobayashi)” ที่ได้รับมิชลิน 1 ดาว, ร้านอาหารญี่ปุ่น “Hinokizaka” และบิสโทรโนมี “Towers”

รีวิวโตเกียวสกายทรี
มีการแปลบางส่วนด้วย AI
-
มองวิวกลางคืนของโตเกียวจากความสูง 450 ม. รู้สึกเหมือนนั่งเครื่องบินเลย เห็นโตเกียวทั้งเมืองอยู่ใต้สายตา แสงไฟของเมืองใหญ่ระยิบระยับ แล้วก็ทำให้รู้สึกว่าตัวเองเล็กลงทันที
-
มิ.ย. 2025 เราซื้อตั๋วขึ้นจุดชมวิวโตเกียวสกายทรีพอดี แล้วช่วงนั้นกินมังสวิรัติเลยไปร้านอาหารมังฯ ด้วย เดินไปเจอสวนเล็กๆ ที่มองเห็นสกายทรีได้ด้วย เป็นอะไรที่ได้มาแบบไม่คาดคิดเลย ถือเป็นประสบการณ์ที่พิเศษมากในการเดินทางครั้งนี้
-
ขึ้นไปชั้นสูงๆ วิวสวยดี แต่บางวันอากาศไม่ค่อยใส มุมมองก็ธรรมดาๆ โดยเฉพาะถ้าตั๋วแพงจะรู้สึกว่าไม่ค่อยคุ้ม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโตเกียวสกายทรี
Q
โตเกียวสกายทรีมีถึงกี่ชั้น?
มีถึงชั้น 450
Q
โตเกียวสกายทรีสูงเป็นอันดับที่เท่าไรของโลก?
หากนับเฉพาะหอส่งสัญญาณ ถือว่าสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก
Q
เข้าโตเกียวสกายทรีได้ฟรีถึงตรงไหน?
เข้าฟรีได้ถึงชั้น 5
บทสรุป
เราได้พาไปรู้จักไฮไลต์และเสน่ห์ของสัญลักษณ์ใหม่แห่งโตเกียว “โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree)” กันแล้ว
เพราะที่นี่อัดแน่นด้วยวิวและประสบการณ์ที่หาได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น ถ้ามาเที่ยวโตเกียว อยากให้ลองแวะมาอย่างน้อยสักครั้ง
โตเกียวเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นและเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม นอกจาก “โตเกียวสกายทรี” ยังมีสถานที่น่าสนใจอีกมากมาย
ถ้าอยากเที่ยวโตเกียวให้เต็มอิ่ม ลองใช้บทความนี้ที่คัดจุดท่องเที่ยวมาให้แล้วเป็นแนวทางเพิ่มเติมดู











