กลางอ่าวคินโคะมีซากุระจิมะตั้งตระหง่านอยู่ในฐานะสัญลักษณ์ของคาโกชิมะ และได้รับการกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติคิริชิมะ-คินโคะวัง ภูเขาไฟประกอบแห่งนี้ก่อตัวขึ้นเมื่อประมาณ 26000 ปีก่อน และเกิดการปะทุครั้งใหญ่ซ้ำมาแล้ว 17 ครั้ง เดิมทีสมชื่อว่าเป็น “เกาะ” แต่ลาวาจากการปะทุครั้งใหญ่ในปี 1914 ได้ถมช่องแคบจนเชื่อมต่อกับคาบสมุทรโอสุมิ ทำให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดิน ปัจจุบันก็ยังคงมีการปะทุขนาดเล็กเกิดขึ้นแทบทุกวัน
อย่างไรก็ตาม ซากุระจิมะก็ยังเป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนจำนวนมาก ทั้งพืชผลการเกษตรรสอร่อยและบ่อน้ำพุร้อนที่ช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้า ล้วนเป็นพรจากภูเขาไฟที่มอบความอุดมสมบูรณ์ให้กับผู้คน
ภาพของซากุระจิมะที่พ่นกลุ่มควันขึ้นสู่ท้องฟ้านั้นเต็มไปด้วยพลังและดึงดูดผู้มาเยือนได้อย่างมาก หากมีโอกาสก็น่าแวะไปสัมผัสด้วยตนเองสักครั้ง
อีกหนึ่งเสน่ห์คือเดินทางได้ง่ายจากย่านใจกลางเมืองคาโกชิมะ โดยนั่งเรือเฟอร์รี่ซากุระจิมะใช้เวลาประมาณ 15 นาที เรือเฟอร์รี่เชื่อมระหว่างท่าเรือคาโกชิมะกับท่าเรือซากุระจิมะ วิวระหว่างทางก็ดีมาก สามารถชมซากุระจิมะที่พ่นควัน เมืองคาโกชิมะ และหากโชคดีก็อาจได้เห็นปลาโลมาจากบนเรือด้วย
สำหรับผู้ที่อยากสัมผัสแนวภูเขาที่อยู่ใกล้ตรงหน้าอย่างเต็มตา ขอแนะนำ “จุดชมวิวยูโนะฮิระ” ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดบนซากุระจิมะที่บุคคลทั่วไปสามารถเข้าไปได้
ที่ “สวนซากุระจิมะ โยกัง นางิสะ” ก็มีบ่อแช่เท้าให้ใช้บริการฟรี บ่อแช่เท้าแห่งนี้ยาวถึงประมาณ 100 เมตร และถือเป็นหนึ่งในบ่อแช่เท้าขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เหมาะสำหรับการพักผ่อนคลายขาหลังเดินเที่ยวรอบเกาะ
จุดเด่น
-
ภาพซากุระจิมะที่ยังคงพ่นควันอย่างต่อเนื่อง เป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดผู้คนจำนวนมาก
-
จากท่าเรือคาโกชิมะไปยังท่าเรือซากุระจิมะ เดินทางสะดวกด้วยเรือเฟอร์รี่ ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
-
มีผลผลิตทางการเกษตรรสอร่อย เช่น หัวไชเท้าซากุระจิมะ และส้มมิคังลูกเล็กซากุระจิมะ รวมถึงบ่อน้ำพุร้อนที่ช่วยคลายความเหนื่อยล้า
-
สถานที่ที่ทำให้สัมผัสได้ถึงพลังการเคลื่อนไหวของโลก
-
บางวันถ้าโชคดี ก็อาจได้เห็นปลาโลมาจากบนเรือเฟอร์รี่