เมื่อก้าวเข้ามาในพื้นที่เดิมของ “มหกรรมโลกญี่ปุ่น” ที่จัดขึ้นในปี 1970 จะพบกับสวนสาธารณะกว้างใหญ่ที่อุดมไปด้วยธรรมชาติ ทั้งป่าและพื้นที่ชนบท พร้อม “หอคอยพระอาทิตย์” ผลงานของทาโร่ โอกาโมโตะ (Taro Okamoto) ที่คอยต้อนรับผู้มาเยือน ภายใน “หอคอยพระอาทิตย์” สามารถเข้าชมได้โดยให้สิทธิ์ผู้จองล่วงหน้าก่อน และจะได้สัมผัสความยิ่งใหญ่ของ “ต้นไม้แห่งชีวิต” ที่สร้างจากเหล็กกล้าสูงประมาณ 41 เมตร ทั้งนี้ หากในวันนั้นยังมีที่ว่าง อาจมีการจำหน่ายบัตรเข้าชมหน้างานด้วย
ภายในพื้นที่กว้างขวางมีโซน “สวนธรรมชาติวัฒนธรรม” และ “สวนญี่ปุ่น” ที่สามารถเพลิดเพลินกับดอกไม้และใบไม้เปลี่ยนสีตามฤดูกาลได้ ที่โซลาร์โดภายในอุทยานธรรมชาติ ก็ยังสามารถชมวิวเมืองแบบพาโนรามาจากหอชมวิวที่ระดับความสูง 82 เมตรได้ อีกมุมหนึ่งอย่าง “อุโมงค์สี” ยังมอบประสบการณ์จำลองการมองเห็นแบบแมลงผ่านฉากสีส้มเรืองแสงด้วย
ภายในสวนยังมีสถานที่ด้านวัฒนธรรมกระจายอยู่หลายแห่ง เช่น “พิพิธภัณฑ์หัตถศิลป์พื้นบ้านญี่ปุ่น” ที่จัดแสดงงานหัตถกรรมชั้นเยี่ยม และ “พิพิธภัณฑสถานชาติพันธุ์วิทยาแห่งชาติ” ที่ทำการสำรวจและวิจัยด้านชาติพันธุ์วิทยาและมานุษยวิทยาวัฒนธรรม ส่วน “เอ็กซ์โป ’70 พาวิลเลียน” ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์ที่ใช้พื้นที่เดิมของอาคารเหล็กจากงานโอซาก้าเอ็กซ์โป มีการจัดแสดงเอกสารและวัตถุประมาณ 80 รายการ รวมราว 3,000 ชิ้น
ในเดือนมีนาคม ปี 2020 ได้เปิด “บัมปาคุ บีสต์” หอแอธเลติกขนาดใหญ่ระดับโลก ที่นี่เป็นสถานที่แอคทิวิตี้แนวผจญภัยที่ใช้โครงนั่งร้านทรงหกเหลี่ยม และสามารถสนุกกับกิจกรรมได้ 120 ประเภท เช่น การปีนหน้าผาจำลองและสแลคไลน์
จุดเด่น
-
สวนธรรมชาติขนาดใหญ่บนพื้นที่เดิมของ “มหกรรมโลกญี่ปุ่น (โอซาก้าเอ็กซ์โป)” ปี 1970
-
สัญลักษณ์ของสวนแห่งนี้คือ “หอคอยพระอาทิตย์” ซึ่งสร้างโดยทาโร่ โอกาโมโตะ
-
ภายในมีทั้งโซน “สวนธรรมชาติวัฒนธรรม” และ “สวนญี่ปุ่น”
-
สถานที่ด้านวัฒนธรรมก็มีอยู่หลายแห่ง รวมถึง “เอ็กซ์โป ’70 พาวิลเลียน”
-
อีกจุดที่ได้รับความนิยมคือ “บัมปาคุ บีสต์” หอแอธเลติกขนาดใหญ่ระดับโลก