ท่ามกลางบรรยากาศอันสงบของคิตะยามะ วัดแห่งนี้มีที่มาจาก “คิตะยามะเด็ง” ที่พำนักของอาชิคางะ โยชิมิตสึ (Ashikaga Yoshimitsu) โชกุนลำดับที่ 3 แห่งรัฐบาลโชกุนมุโรมาจิ โดยตั้งชื่อว่าโระคุองจิ (Rokuonji) ตามนามทางธรรมของโยชิมิตสึ และเป็นวัดย่อยนอกเขตวัดหลักของวัดโชโคคุจิที่เขาเป็นผู้ก่อตั้งขึ้นเอง
ระฆังที่หอระฆังซึ่งอยู่ถัดจากประตูเข้าไปทันที เชื่อกันว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยคามาคุระ และมีเสียงแบบโอโชโจ ซึ่งใกล้เคียงกับโน้ตลาในดนตรีตะวันตก ชื่อเรียกทั่วไปว่า “คิงคะคุจิ” มีที่มาจากศาลพระบรมสารีริกธาตุที่ตั้งอยู่หน้าสระน้ำและปิดทับด้วยแผ่นทองคำ หลังคาแบบโคเคระบุคิที่มุงด้วยแผ่นไม้สนฮิโนกิบางซ้อนกัน รวมถึงทองคำบริสุทธิ์ที่ติดด้วยรักเป็นชั้นๆ บนชั้น 2 และชั้น 3 ล้วนถ่ายทอดความรุ่งเรืองของอาชิคางะ โยชิมิตสึมาจนถึงปัจจุบัน
วัดแห่งนี้ถูกวางเพลิงจนเสียหายในปี ค.ศ. 1950 และได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1955 เมื่อมีการรื้อซ่อมในสมัยเมจิ ได้มีการเก็บแบบแปลนและเอกสารรายละเอียดต่างๆ ไว้อย่างครบถ้วน จึงสามารถฟื้นฟูให้กลับมาใกล้เคียงกับรูปแบบเดิมได้เกือบทั้งหมด
เมื่อเดินต่อจากหอระฆังไปอีก จะพบกับเรือนชาชื่อ “เซ็กกะเท” ที่เชื่อกันว่าสร้างขึ้นตามคำสั่งของโฮริน โจโช ผู้ดูแลคิงคะคุในสมัยเอโดะ และ “ฟุโดโด” ที่อูกิตะ ฮิเดอิเอะสร้างขึ้นในสมัยอาซุจิโมโมยามะ
จุดเด่น
-
บรรยากาศของศาลพระบรมสารีริกธาตุและสระน้ำจะเปลี่ยนไปอย่างงดงามในแต่ละฤดูกาล
-
เส้นทางสักการะเป็นแบบเดินชมทางเดียว เดินผ่านแล้วจะไม่สามารถย้อนกลับมาตามเส้นทางเดิมได้
-
ข้างศาลพระบรมสารีริกธาตุมี “กิงกะเซ็น” น้ำใสที่เล่ากันว่าอาชิคางะ โยชิมิตสึใช้ชงชา
-
“ริคุชูโนะมัตสึ” เป็นต้นสนทรงเรือที่ดูสง่างาม โดยเชื่อกันว่าย้ายมาปลูกใหม่จากต้นบอนไซของอาชิคางะ โยชิมิตสึ