หากพูดถึงวัดสำคัญของเมืองนารา วัดยาคุชิจิ (Yakushiji) ก็เป็นอีกแห่งที่ชวนให้นึกถึงขึ้นมา วัดใหญ่ประจำสำนักโฮสโซแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ในฐานะหนึ่งในทรัพย์สินองค์ประกอบของ “มรดกทางวัฒนธรรมแห่งเมืองโบราณนารา” เดิมสร้างขึ้นที่ฟูจิวาระเคียวในอาสุกะเมื่อปี ค.ศ. 680 โดยจักรพรรดิเท็มมุเพื่ออธิษฐานขอให้อาการประชวรของพระมเหสีหายดี และหลังการย้ายเมืองหลวงไปยังเฮโจเคียว ก็ได้ย้ายมายังที่ตั้งปัจจุบันในปี ค.ศ. 718
วัดแห่งนี้เป็นแห่งแรกในญี่ปุ่นที่ใช้ผังวัดแบบ “ยาคุชิจิ” โดยมีวิหารทองคอนโดประดิษฐานพระประธานอยู่ตรงกลาง มีเจดีย์อยู่ทั้งซ้ายและขวา และล้อมรอบด้วยระเบียงคด อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรม “ริวงูซึคุริ” ที่ติดหลังคาตกแต่งซึ่งเรียกว่า โมโคชิ ไว้กับวิหารและเจดีย์ ทำให้อาคารดูเหมือนมีหลายชั้นมากกว่าความเป็นจริงและให้ความรู้สึกโอ่อ่างดงาม ภายในวัดมีสมบัติแห่งชาติ 9 รายการ เช่น เจดีย์ตะวันออกซึ่งเป็นอาคารเพียงหนึ่งเดียวที่ยังคงอยู่จากสมัยนารา และพระพุทธรูปยาคุชิซันซนซึ่งเป็นพระประธาน นอกจากนี้ยังมีทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญอีก 26 รายการ รวมถึงศาลเจ้าคิวกะโอกะฮาจิมังกูซึ่งเป็นศาลเจ้าผู้พิทักษ์ของวัด โดยเฉพาะเจดีย์ตะวันออกที่ซ่อมบูรณะด้วยการรื้อทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์ในปี 2021 และได้กลับคืนสู่ความงามเมื่อ 1,300 ปีก่อน ถือเป็นไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด
ตลอดทั้งปีมีการจัดกิจกรรมที่บุคคลทั่วไปเข้าร่วมได้ เช่น คลาสคัดลอกพระสูตร งานแสดงธรรม และการเข้าชมพิเศษในฤดูใบไม้ร่วง ภายในวัดยังมีดอกบัวบานให้ชมตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนสิงหาคม ส่วนฤดูใบไม้ผลิก็มีซากุระและดอกบ๊วยให้แวะชมกันได้
จุดเด่น
-
วัดใหญ่ประจำสำนักโฮสโซที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม
-
เริ่มสร้างที่อาสุกะในสมัยจักรพรรดิเท็มมุ ก่อนย้ายมายังที่ตั้งปัจจุบันหลังการย้ายเมืองหลวงไปยังเฮโจเคียว
-
เป็นวัดแห่งแรกในญี่ปุ่นที่ใช้ผังวัด โดยวางเจดีย์ไว้ซ้ายและขวาของวิหารทองคอนโดตรงกลาง
-
ภายในประดิษฐานสมบัติแห่งชาติ 9 รายการ รวมถึงพระพุทธรูปยาคุชิซันซนซึ่งเป็นพระประธาน
-
ช่วงต้นฤดูร้อนถึงฤดูร้อน เหมาะสำหรับชมดอกบัวที่บานสวยภายในวัด