
รู้จักเทศกาลดอกไม้ไฟยอดนิยมและมีชื่อเสียงในญี่ปุ่น พร้อมวิธีสนุกแบบเต็มอิ่ม! คู่มือครบจบเรื่องเทศกาลดอกไม้ไฟ
หน้าร้อนในญี่ปุ่นมีหลายอย่างให้นึกถึง แต่หนึ่งในบรรยากาศที่หลายคนรอคอยก็คือเทศกาลดอกไม้ไฟ
บทความนี้จะพาไปรู้จัก “3 เทศกาลดอกไม้ไฟยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น” ซึ่งถือเป็นตัวแทนของเทศกาลดอกไม้ไฟในญี่ปุ่น พร้อมคัดงานยอดนิยมจากทั่วประเทศมาให้รู้จัก
และยังอธิบายวิธีสนุกกับเทศกาลดอกไม้ไฟให้เต็มที่ รวมถึงข้อควรระวังต่างๆ ที่ควรรู้ก่อนไปร่วมงาน
จุดกำเนิดของเทศกาลดอกไม้ไฟที่กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งฤดูร้อนคืออะไร
ถ้าย้อนดูที่มาของเทศกาลดอกไม้ไฟในญี่ปุ่น ต้องย้อนไปถึงปี 1733
ในเวลานั้น ญี่ปุ่นประสบกับภาวะอดอยากและการระบาดของโรค ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากทั่วประเทศ
เพื่อไว้อาลัยให้ผู้ล่วงลับ และขับไล่วิญญาณร้ายที่เชื่อว่าเป็นต้นเหตุของความอดอยากและโรคระบาด จึงมีการจัด “เทศกาลซุยจิน” ในวันเปิดแม่น้ำสุมิดะ
การจุดดอกไม้ไฟเพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่ผู้เสียชีวิตในงานเทศกาลนั้น ได้กลายมาเป็นรากฐานของเทศกาลดอกไม้ไฟในปัจจุบัน
ด้วยความที่ผู้คนในเอโดะชื่นชอบความครึกครื้นสวยงาม อีกทั้งการนั่งชมดอกไม้ไฟริมแม่น้ำพร้อมรับลมยามค่ำคืนในช่วงหน้าร้อนก็ช่วยคลายร้อนได้ดี ทำให้เทศกาลดอกไม้ไฟค่อยๆ กลายเป็นธรรมเนียมประจำฤดูร้อน

ทั้งขนาด ความงาม และจำนวนพลุ ล้วนอยู่ในระดับแถวหน้า! 3 เทศกาลดอกไม้ไฟยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น
ในญี่ปุ่นมีการจัดเทศกาลดอกไม้ไฟนับไม่ถ้วน ตั้งแต่ฤดูร้อนไปจนถึงฤดูใบไม้ร่วง
ในบรรดางานทั้งหมด งานที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษจะถูกเรียกรวมว่า “3 เทศกาลดอกไม้ไฟยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น” และดึงดูดผู้ชมจำนวนมากจากทั้งในและต่างประเทศ
ต่อไปนี้คือเสน่ห์ของ “3 เทศกาลดอกไม้ไฟยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น” ที่โดดเด่นทั้งจำนวนดอกไม้ไฟ ความงดงาม และขนาดของงานในระดับแถวหน้าของประเทศ
1. โอมางาริ โนะ ฮานาบิ
โอมางาริ โนะ ฮานาบิ (Omagari no Hanabi) คือสัญลักษณ์แห่งฤดูร้อนของจังหวัดอาคิตะ โดยมีจุดกำเนิดจากงานดอกไม้ไฟที่จัดขึ้นในปี 1910 เพื่อเป็นกิจกรรมพิเศษในเทศกาลของศาลเจ้าสุวะที่เมืองโอมางาริ
ช่างดอกไม้ไฟที่ผ่านการคัดเลือกจากทั่วประเทศจะมารวมตัวกัน และประชันผลงานที่ทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อชิงตำแหน่งอันดับ 1 ของญี่ปุ่น
ระหว่างช่วงการแข่งขันจะมี “ดอกไม้ไฟที่ผู้จัดงานนำเสนอ” ซึ่งเป็นไวด์สตาร์ไมน์ขนาดยักษ์ที่ใช้เวลาสร้างสรรค์ตลอด 1 ปี เป็นโปรแกรมสุดอลังการที่สตาร์ไมน์เรียงเป็นแถวจะถูกจุดขึ้นพร้อมกันตามจังหวะดนตรี
โดยเฉพาะ “ดอกไม้ไฟที่ผู้จัดงานนำเสนอ” ถือว่าเป็นไฮไลต์สุดตระการตา และมีผู้ชมจำนวนมากที่เดินทางมาเพื่อชมส่วนนี้โดยเฉพาะ
ทุกปีมีผู้ชมเดินทางมาจากทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ รวมแล้วประมาณ 700,000 คน จนหลังจบงานยังเกิดการจราจรติดขัดทั่วเมืองยาวไปจนดึกดื่น

2. การแข่งขันดอกไม้ไฟแห่งชาติสึจิอุระ
งานนี้มีต้นกำเนิดจากเทศกาลดอกไม้ไฟที่เจ้าอาวาสในเมืองสึจิอุระ จังหวัดอิบารากิ จัดขึ้นในปี 1925 ริมทะเลสาบคาซึมิกาอุระ เพื่อไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจากหน่วยการบิน และกระตุ้นเศรษฐกิจของสึจิอุระที่กำลังซบเซา
งานนี้ถูกนับเป็นหนึ่งใน “3 เทศกาลดอกไม้ไฟยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น” และโดยทั่วไปมีผู้ชมมากถึง 650,000 คนในแต่ละปี
สิ่งที่ควรทราบคือ ในบรรดา “3 เทศกาลดอกไม้ไฟยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น” งานนี้เป็นงานเดียวที่ไม่ได้จัดในฤดูร้อน แต่จัดในเดือนพฤศจิกายน
“การแข่งขันดอกไม้ไฟแห่งชาติสึจิอุระ” เป็น “เวทีแข่งขัน” ที่ช่างดอกไม้ไฟจากทั่วประเทศมาประชันฝีมือกัน และยังถูกขนานนามว่าเป็นงานตัดสิน “สุดยอดสตาร์ไมน์ของญี่ปุ่น”
สำหรับคนที่สนใจประเภทของดอกไม้ไฟ “สตาร์ไมน์” คือดอกไม้ไฟยิงขึ้นฟ้าประเภทหนึ่งที่จุดลูกไฟพร้อมกันตั้งแต่หลายสิบถึงหลายร้อยลูก
ภาพที่ได้จึงทรงพลัง และมักถูกใช้ในช่วงฟินาเล่ของงานดอกไม้ไฟ
ถ้าอยากชมดอกไม้ไฟที่ทรงพลังที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ลองไปเยือน “การแข่งขันดอกไม้ไฟแห่งชาติสึจิอุระ” กันดู

3. เทศกาลดอกไม้ไฟยิ่งใหญ่เทศกาลนางาโอกะ
นี่คือหนึ่งใน “3 เทศกาลดอกไม้ไฟยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น” และเป็นภาพประจำฤดูร้อนของจังหวัดนีงาตะ จุดเริ่มต้นมาจากการจัด “เทศกาลฟื้นฟูนางาโอกะ” ตั้งแต่ปี 1946 เพื่อไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจำนวนมากจากการโจมตีทางอากาศที่นางาโอกะเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 1945 และเพื่ออธิษฐานให้เมืองฟื้นตัว
ต่อมาในปี 1947 เทศกาลดอกไม้ไฟก็กลับมาจัดอีกครั้ง ตามธรรมเนียมในเวลา 22:30 ของวันที่ 1 สิงหาคม ซึ่งเป็นเวลาที่การโจมตีทางอากาศเริ่มต้น จะมีการยิงดอกไม้ไฟลูกขนาดใหญ่สีขาว 3 ลูก พร้อมตีระฆังไว้อาลัย ดังนั้นงานดอกไม้ไฟจึงจัดในวันที่ 2 และ 3 สิงหาคมของทุกปีแบบตายตัว
ไฮไลต์คือ “ดอกไม้ไฟโชซันชาคุดามะ (ขนาดเบอร์ 30)” อันขึ้นชื่อ ซึ่งบานเป็นวงใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลางถึง 650 เมตรบนท้องฟ้ายามค่ำคืน รวมถึง “ไนแองการาซูเปอร์ไวด์สตาร์ไมน์” ดอกไม้ไฟชุดสุดอลังการที่ถูกจุดต่อเนื่องจนแทบมองไม่เต็มสายตา ให้ความตื่นตาตื่นใจอย่างเต็มที่

5 เทศกาลดอกไม้ไฟยอดนิยมที่เติมสีสันให้ฤดูร้อนของญี่ปุ่น
เมื่อพ้นจากรายชื่อ “3 เทศกาลดอกไม้ไฟยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น” ไปแล้ว ก็ยังมีเทศกาลดอกไม้ไฟน่าสนใจอีกมากมายทั่วญี่ปุ่น
ต่อไปนี้คือการคัดเลือกเทศกาลดอกไม้ไฟที่ทั้งดังและได้รับคำชมสูง ซึ่งได้รับความนิยมรองลงมาจาก “3 เทศกาลดอกไม้ไฟยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น”
1. เทศกาลดอกไม้ไฟแม่น้ำสุมิดะ
“เทศกาลดอกไม้ไฟแม่น้ำสุมิดะ” คือเทศกาลดอกไม้ไฟที่เก่าแก่ที่สุด และถือเป็นต้นกำเนิดของเทศกาลดอกไม้ไฟในญี่ปุ่น
งานจัดขึ้นทุกวันเสาร์สุดท้ายของเดือนกรกฎาคมบริเวณริมแม่น้ำสุมิดะ โดยมีจุดยิงดอกไม้ไฟ 2 จุด คือสถานที่จัดงานแห่งที่ 1 ตั้งแต่ท้ายน้ำของสะพานซากุระบาชิถึงเหนือน้ำของสะพานโคโตโตอิบาชิ และสถานที่จัดงานแห่งที่ 2 ตั้งแต่ท้ายน้ำของสะพานโคมากาตะบาชิถึงเหนือน้ำของสะพานอูมายะบาชิ
มีเพียง “เทศกาลดอกไม้ไฟแม่น้ำสุมิดะ” เท่านั้นที่คุณจะได้ชมดอกไม้ไฟสุดตระการตาประมาณ 20,000 นัด พร้อมกับแลนด์มาร์กของโตเกียวอย่างตึกสูง โตเกียวทาวเวอร์ และโตเกียวสกายทรี
อีกเสน่ห์หนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของโตเกียวคือคุณสามารถชมดอกไม้ไฟระหว่างรับประทานอาหารเย็นที่ร้านอาหาร หรือเงยหน้ามองดอกไม้ไฟจากเรือยากาตะบุเนะที่ลอยอยู่ในแม่น้ำสุมิดะได้ด้วย

2. เทศกาลดอกไม้ไฟบนทะเลสาบสุวะ
“เทศกาลดอกไม้ไฟบนทะเลสาบสุวะ” จัดขึ้นทุกปีในเดือนสิงหาคมที่ทะเลสาบสุวะ จังหวัดนากาโนะ
งานครั้งแรกจัดขึ้นในปี 1949 ด้วยความหวังให้ประชาชนฟื้นตัวได้โดยเร็วหลังสงครามยุติ และต่อมางานก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันกลายเป็นเทศกาลดอกไม้ไฟขนาดใหญ่ที่มีผู้ชมมากถึง 500,000 คน
จุดเด่นของ “เทศกาลดอกไม้ไฟบนทะเลสาบสุวะ” คือดอกไม้ไฟจำนวนมหาศาลที่ถูกจุดจนเต็มผืนน้ำ และ “เสียง” ของดอกไม้ไฟที่สะท้อนก้องไปถึงแกนลำตัว
ทะเลสาบสุวะซึ่งเป็นจุดยิงดอกไม้ไฟนั้นล้อมรอบด้วยภูเขาทั้งสี่ด้าน ทำให้เสียงดอกไม้ไฟสะท้อนกับแนวเขาและยิ่งทรงพลัง เป็นเทศกาลดอกไม้ไฟที่สนุกได้ทั้งทางสายตาและการได้ยินอย่างแท้จริง

3. เทศกาลดอกไม้ไฟนานิวะ โยโดกาวะ
“เทศกาลดอกไม้ไฟนานิวะ โยโดกาวะ” จัดขึ้นทุกปีในเดือนสิงหาคมที่แม่น้ำชินโยโดกาวะ เมืองโอซาก้า
ดอกไม้ไฟลูกใหญ่ที่งดงาม “ไวด์สตาร์ไมน์” ที่จุดดอกไม้ไฟจำนวนมาก และ “ดอกไม้ไฟใต้น้ำ” ที่ปล่อยพลุลงสู่ผิวน้ำจนเกิดเป็นรูปครึ่งวงกลม ต่างก็สร้างความอลังการเกินคาดสำหรับงานที่จัดกลางเมือง
และการได้ชมวิวเมืองยามค่ำคืนเป็นฉากหลังของดอกไม้ไฟขนาดใหญ่ระดับนี้ ก็เป็นเสน่ห์เฉพาะของเทศกาลดอกไม้ไฟในเขตเมืองเช่นกัน

4. มินาโตะ HANABI-2024- 5 วันแต่งแต้มสีสันให้โกเบ
“มินาโตะ HANABI” ถูกกำหนดให้จัดขึ้นในฐานะงานที่มาสืบต่อจาก “เทศกาลดอกไม้ไฟทางทะเลมินาโตะโกเบ” ซึ่งเคยจัดที่บริเวณท่าเรือโกเบ เมืองโกเบ จังหวัดเฮียวโงะ
นี่คืออีเวนต์ดอกไม้ไฟขนาดเล็กแบบกระจายหลายวัน ซึ่งจัดต่อเนื่อง 5 วันในเดือนตุลาคมของทุกปี ทำให้มีโอกาสไปชมได้มากขึ้นอย่างน่ายินดี
การแสดงที่ดอกไม้ไฟปกคลุมทั่วผืนทะเล และเอฟเฟกต์ที่ดอกไม้ไฟร่วงลงสู่ทะเลนั้นน่าตื่นตาตื่นใจมาก
อีกหนึ่งไฮไลต์คือ “ดอกไม้ไฟประกอบดนตรี” ที่จุดขึ้นพร้อมเสียงเพลงในเมริเคนพาร์กซึ่งเป็นจุดชมงาน

5. เทศกาลดอกไม้ไฟอาชิคางะ
“เทศกาลดอกไม้ไฟอาชิคางะ” จัดขึ้นทุกปีในเดือนสิงหาคมบริเวณริมแม่น้ำวาตาราเสะ เริ่มจัดครั้งแรกในปี 1903 และเป็นงานประเพณีที่สืบต่อมายาวนานกว่า 110 ปี
มีการจุดดอกไม้ไฟประมาณ 25,000 นัด ถือเป็นหนึ่งในงานขนาดใหญ่ที่สุดของภูมิภาคคันโต และมีผู้ชมมากกว่า 500,000 คนทุกปี จนบางครั้งถูกเรียกว่า “ค่ำคืนคลายร้อนของผู้คน 500,000 คน”
ดอกไม้ไฟลูกใหญ่ตามธรรมเนียม ดอกไม้ไฟชุดพิเศษ และดอกไม้ไฟชื่อดังที่สร้างโดยช่างดอกไม้ไฟมีชื่อเสียง จะเติมเต็มท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มยามค่ำคืนอย่างงดงามตระการตา

3 วิธีสนุกกับเทศกาลดอกไม้ไฟให้เต็มอิ่ม 120%
เมื่อไป “เทศกาลดอกไม้ไฟ” ซึ่งเป็นภาพแทนของฤดูร้อน ลองอย่าหยุดแค่การชมดอกไม้ไฟเพียงอย่างเดียว แต่สัมผัสบรรยากาศเทศกาลแบบญี่ปุ่นให้เต็มที่ด้วย
หากลองทำ 3 วิธีที่จะแนะนำต่อไปนี้ คุณน่าจะสนุกกับเทศกาลดอกไม้ไฟได้อย่างเต็มอิ่มยิ่งขึ้น
1. ชมดอกไม้ไฟในชุดยูกาตะ
ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศเทศกาล ชุดยูกาตะคือสิ่งที่ขาดไม่ได้
ในสมัยเอโดะซึ่งเป็นยุคกำเนิดของเทศกาลดอกไม้ไฟ การใส่ยูกาตะออกไปเที่ยวงานเทศกาลหรือชมดอกไม้เป็นสิ่งที่ได้รับความนิยม จึงทำให้การสวมยูกาตะไปชมดอกไม้ไฟกลายเป็นภาพคุ้นตาตั้งแต่อดีต
บริเวณรอบสถานที่จัดงานดอกไม้ไฟมักมีร้านให้เช่ายูกาตะอยู่มากมาย ดังนั้นแม้จะไม่ได้เตรียมชุดมาก็ไม่ต้องกังวล

2. สนุกกับของกินและเกมที่แผงลอย
ในเทศกาลดอกไม้ไฟ มักมีแผงลอยตั้งอยู่ใกล้สถานที่จัดงาน ให้ได้อร่อยกับอาหารอย่างทาโกะยากิ ยากิโซบะ และคาคิโกริ รวมถึงสนุกกับเกมอย่างช้อนปลาทองหรือยิงปืนงานวัด
การไปถึงก่อนเวลาจุดดอกไม้ไฟเล็กน้อย แล้วแวะสนุกกับของกินและเกมที่แผงลอย ก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์สำคัญของเทศกาลดอกไม้ไฟ

3. ถ้าดอกไม้ไฟสวยมาก ลองเปล่งเสียงเชียร์ดู
ตั้งแต่สมัยเอโดะ เมื่อมีดอกไม้ไฟที่งดงามถูกจุดขึ้น ผู้ชมมักตะโกนว่า “ทามายะ!” หรือ “คางิยะ!” ด้วยเสียงดัง
เดิมทีในการแสดงดอกไม้ไฟที่แม่น้ำสุมิดะ มีช่างดอกไม้ไฟชื่อ “ทามายะ” อยู่ทางเหนือน้ำ และ “คางิยะ” อยู่ทางท้ายน้ำ การตะโกนชื่อร้านของช่างดอกไม้ไฟที่จุดได้สวยงามจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของธรรมเนียมนี้
ตามธรรมเนียมดั้งเดิมควรตะโกนชื่อร้านของช่างดอกไม้ไฟที่จุดได้สวยจริงๆ แต่ในปัจจุบันไม่ว่าดอกไม้ไฟชุดไหน ผู้คนก็มักร้องว่า “ทามายะ!” หรือ “คางิยะ!”
ถ้ามีโอกาส ลองไม่ต้องเขิน แล้วร่วมเปล่งเสียงเชียร์ดูสักครั้ง

3 ข้อที่ควรรู้และระวังเมื่อไปเทศกาลดอกไม้ไฟ
หลายคนไปงานดอกไม้ไฟโดยไม่ได้หาข้อมูลหรือเตรียมตัวล่วงหน้า เลยทำให้สนุกได้ไม่เต็มที่
เพื่อไม่ให้ทริปชมดอกไม้ไฟที่ตั้งใจไว้ต้องเสียบรรยากาศ อย่าลืมใส่ใจกับ 3 ข้อต่อไปนี้ก่อนออกเดินทาง
1. วันและเวลาอาจเปลี่ยนตามสภาพอากาศ
ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ วันจัดงานอาจมีการเปลี่ยนแปลง หรือเวลาอาจเลื่อนให้เร็วขึ้นหรือช้าลงได้
ตั้งแต่วันก่อนงาน ควรเช็กพยากรณ์อากาศและเว็บไซต์ทางการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ปรับแผนได้อย่างยืดหยุ่น

2. บางจุดอาจมองเห็นดอกไม้ไฟไม่สวยเพราะคนเยอะหรือมีอาคารบัง
ไปถึงงานดอกไม้ไฟแล้วแต่กลับมองไม่เห็นเพราะคนแน่นหรือมีอาคารบัง คงน่าเสียดายไม่น้อย
จึงควรหาข้อมูลล่วงหน้าทางอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับจุดชมดอกไม้ไฟที่สวยงาม และย้ายไปยังจุดชมก่อนเวลาเริ่มจุดเล็กน้อย
ทำแบบนี้แล้วคุณน่าจะได้ชมดอกไม้ไฟที่ทั้งสวยและทรงพลังอย่างสบายๆ
ในบางงาน อาจอนุญาตให้ปูเสื่อปิกนิกหรืออุปกรณ์คล้ายกันเพื่อจับจองพื้นที่ในจุดชมวิวดีๆ ได้ด้วย

3. ช่วงก่อนและหลังงาน ระบบขนส่งจะหนาแน่นมาก
ถ้าเป็นเทศกาลดอกไม้ไฟยอดนิยม ในวันงานทั้งรถไฟ รถบัส และแท็กซี่มักแน่นมาก จึงควรเผื่อเวลาในการเดินทางให้มากพอ
โดยเฉพาะหลังจบงาน มักมีคิวยาวที่จุดขายตั๋วสถานี หรือรถไฟแน่นจนขึ้นไม่ได้ ทำให้การใช้ขนส่งสาธารณะลำบากมาก
แนะนำให้ออกจากจุดชมก่อนงานจบเล็กน้อย หรือรอสักพักหลังงานจบแล้วค่อยใช้ขนส่งสาธารณะ
อีกทางหนึ่ง หากเดินจากสถานีที่ใกล้สถานที่จัดงานไปยังสถานีถัดไป อาจช่วยเลี่ยงความแออัดได้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเทศกาลดอกไม้ไฟ
Q
ควรพกอะไรไปงานดอกไม้ไฟบ้าง?
ฤดูร้อนของญี่ปุ่นมักมีฝนตกกะทันหัน จึงควรพกร่มไว้เสมอ และหากตั้งใจจะนั่งชมดอกไม้ไฟตามจุดต่างๆ การพกเสื่อปิกนิกไปด้วยก็จะช่วยให้สบายมากขึ้น
Q
การแต่งตัวไปงานดอกไม้ไฟมีมารยาทอะไรเป็นพิเศษไหม?
ไม่มีมารยาทเฉพาะเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากต้องเดินท่ามกลางอากาศร้อนและผู้คนจำนวนมาก จึงแนะนำให้สวมเสื้อผ้าที่บางเบาและเปื้อนได้โดยไม่ต้องกังวล
Q
ถ้าอยากหลีกเลี่ยงความแออัดของระบบขนส่ง ควรทำอย่างไร?
คุณสามารถเริ่มเดินทางกลับก่อนเวลางานจบเล็กน้อย หรือรอหลังงานจบไปสักพักแล้วค่อยใช้ขนส่งสาธารณะ ก็จะช่วยหลีกเลี่ยงความแออัดได้ นอกจากนี้ยังแนะนำให้เดินไปขึ้นรถไฟจากสถานีที่อยู่ห่างจากสถานที่จัดงานเล็กน้อยแทนสถานีใกล้ที่สุด
บทสรุป
เราได้พาไปรู้จักทั้งเทศกาลดอกไม้ไฟยอดนิยม รวมถึงวิธีและเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณสนุกกับงานได้เต็มที่
หากอยากเลือกจุดหมายท่องเที่ยวโดยยึดเทศกาลดอกไม้ไฟเป็นหลัก “3 เทศกาลดอกไม้ไฟยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น” ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจมาก แต่ถ้ามีแผนเที่ยวไว้อยู่แล้ว ลองเลือกไปร่วมงานที่อยู่ใกล้ที่สุดจากรายชื่อเทศกาลยอดนิยมที่แนะนำในบทความนี้ก็ได้ แล้วค่อยๆ สัมผัสเสน่ห์ของฤดูร้อนญี่ปุ่นผ่านเทศกาลดอกไม้ไฟ
นอกจากนี้ หากอยากสนุกกับฤดูร้อนของญี่ปุ่นให้มากขึ้น ลองอ่านบทความแนะนำสระว่ายน้ำยอดนิยมและมีชื่อเสียงในญี่ปุ่นต่อได้เช่นกัน
