พาวเวอร์สปอตชั้นนำของนาโกย่าที่ซ่อนดาบศักดิ์สิทธิ์! คู่มือเที่ยวศาลเจ้าอัตสึตะ

พาวเวอร์สปอตชั้นนำของนาโกย่าที่ซ่อนดาบศักดิ์สิทธิ์! คู่มือเที่ยวศาลเจ้าอัตสึตะ

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

ถ้าอยากหามุมสงบ ๆ ในเมืองนาโกย่าที่เดินเข้าไปแล้วรู้สึกถึงความขลังแบบทันที “ศาลเจ้าอัตสึตะ” (Atsuta Jingu) คือหนึ่งในที่ที่คนมักนึกถึง
ที่นี่เป็นพาวเวอร์สปอตอันดับต้น ๆ ของเมือง แถมยังได้รับการยกย่องว่ามีศักดิ์สูงจนถูกนำไปเปรียบเทียบกับ “ศาลเจ้าอิเสะ” (Ise Jingu) ซึ่งถือว่าโดดเด่นเป็นพิเศษในบรรดาศาลเจ้ามากมาย และยังเป็นที่เก็บรักษาสมบัติล้ำค่าของญี่ปุ่น
เพราะอย่างนั้นภายในจึงมีไฮไลต์ให้ชมหลายจุด และเป็นสถานที่ที่ทำให้คุณสัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้อย่างใกล้ชิด
มารู้จักเสน่ห์ของ “ศาลเจ้าอัตสึตะ” ที่อัดแน่นทั้งจุดน่าเที่ยว ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมกันแบบจัดเต็มกันเถอะ

ศาลเจ้าอัตสึตะเป็นสถานที่แบบไหน?

“ศาลเจ้าอัตสึตะ” (Atsuta Jingu) ตั้งอยู่ที่เขตอัตสึตะ เมืองนาโกย่า จังหวัดไอจิ
ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 113 และมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,900 ปี
ว่ากันว่าได้รับศรัทธาอย่างแรงกล้าจากเหล่าขุนศึกยุคเซ็งโงกุ โดยมีโอดะ โนบุนางะ (Oda Nobunaga) เป็นหนึ่งในผู้ศรัทธาที่โดดเด่น จึงนับเป็นพาวเวอร์สปอตชั้นนำของนาโกย่า
เทพเจ้าที่ประดิษฐานมีทั้งหมด 6 องค์ รวมถึงอัตสึตะโอมิคามิ (Atsuta Okami), อะมาเทราสึ โอมิคามิ (Amaterasu Omikami) และยามาโตะ ทาเครุ โนะ มิโคโตะ (Yamato Takeru no Mikoto)
ที่นี่มีชื่อเสียงจากการประดิษฐาน “ดาบศักดิ์สิทธิ์คุซานางิ” (Kusanagi no Tsurugi) หนึ่งใน “สามเครื่องราชกกุธภัณฑ์” ซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่าที่สืบทอดในราชวงศ์ญี่ปุ่น
พรที่เชื่อว่าจะได้รับมีหลากหลาย ตั้งแต่ความปลอดภัยในครอบครัว สุขภาพแข็งแรง การขอคู่ ไปจนถึงความก้าวหน้าและโชคลาภด้านการงาน
พื้นที่ศาลเจ้ากว้างประมาณ 190,000 ตร.ม. นอกจากศาลหลักแล้วยังมีศาลรอง ศาลสาขา รวมกันถึง 45 ศาล และมีพิพิธภัณฑ์สมบัติ (Treasure Hall) ที่จัดเก็บโบราณวัตถุและเอกสารล้ำค่าไว้ด้วย
บริเวณศาลเจ้าร่มรื่นด้วยธรรมชาติ แค่เดินเล่นตามทางสักการะก็รู้สึกผ่อนคลายได้
ในบรรดาเครื่องรางต่าง ๆ ของ “ศาลเจ้าอัตสึตะ” ที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือ “คัตสึมาโมริ” (Katsu Mamori)
เป็นชุดเครื่องรางลายที่ได้แรงบันดาลใจจากลวดลายชุดบูงะคุ พร้อมสายคัตสึฮิโมะคล้ายกำไลมิสซังกา เชื่อกันว่าพกแล้วจะนำพาชัยชนะมาให้
เช่นเดียวกับที่โอดะ โนบุนางะเคยมาขอพรให้ชนะศึกโอเคฮาซามะ (Okehazama no Tatakai) และได้รับชัยชนะจริง หากคุณมีศึกใหญ่หรือความท้าทายสำคัญรออยู่ ลองมา “ศาลเจ้าอัตสึตะ” เพื่อเติมพลังใจกันดูไหม

ศาลเจ้าอัตสึตะมีพื้นที่ภายในประมาณ 190,000 ตารางเมตร
ศาลเจ้าอัตสึตะมีพื้นที่ภายในประมาณ 190,000 ตารางเมตร

ที่มาของศาลเจ้าอัตสึตะ

ประวัติของ “ศาลเจ้าอัตสึตะ” เริ่มต้นในปี ค.ศ. 113 เมื่อวีรบุรุษยามาโตะ ทาเครุ ซึ่งเป็นพระโอรสของจักรพรรดิในขณะนั้นสิ้นพระชนม์ และมิยาสึฮิเมะ โนะ มิโคโตะ (Miyasu-hime no Mikoto) พระชายา ได้อัญเชิญ “ดาบศักดิ์สิทธิ์คุซานางิ” มาประดิษฐาน
“ดาบศักดิ์สิทธิ์คุซานางิ” เป็นดาบในตำนานที่ปรากฏในเทพปกรณัมญี่ปุ่น และเชื่อว่าเป็นดาบที่ยามาโตะ ทาเครุใช้ในการปราบปรามดินแดนต่าง ๆ
ในปี ค.ศ. 1560 โอดะ โนบุนางะซึ่งมาขอพรให้ชนะศึก ได้ถวายกำแพงดินเป็นการตอบแทน ซึ่งยังคงหลงเหลือจนถึงปัจจุบันในชื่อ “กำแพงโนบุนางะ” (Nobunaga-bei)
แม้จะถูกไฟสงครามเผาทำลายในปี ค.ศ. 1945 แต่ก็ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1955

บริเวณศาลเจ้าที่มีประวัติยาวนานกว่า 1,900 ปี เปี่ยมด้วยความสงบและบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์
บริเวณศาลเจ้าที่มีประวัติยาวนานกว่า 1,900 ปี เปี่ยมด้วยความสงบและบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์

การเดินทางไปศาลเจ้าอัตสึตะ

ถ้าออกเดินทางจาก “สถานีนาโกย่า” ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางการท่องเที่ยวของเมือง วิธีไปที่ง่ายคือขึ้นรถไฟสาย Meitetsu Nagoya Main Line ไปลงที่ “เมเท็ตสึจิงกูมาเอะ” (Meitetsu Jingumae)
ออกทางออกแล้วเลี้ยวซ้าย เดินประมาณ 100 เมตรจะถึงประตูทิศตะวันออก ใช้เวลาราวประมาณ 10 นาที
อย่างไรก็ตาม จุดนี้ไม่ใช่ทางเข้าด้านหน้า หากอยากเริ่มเดินจากเสาโทริอิที่ 1 ให้ไปที่ประตูทิศใต้

เวลาเข้าชมและค่าเข้าชมศาลเจ้าอัตสึตะ

“ศาลเจ้าอัตสึตะ” เข้าชมฟรี และเปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ส่วน “พิพิธภัณฑ์สมบัติ” ภายในบริเวณศาลเจ้า จะมีเวลาเปิดทำการและค่าเข้าชมดังนี้

เวลาเปิด
9:00–16:30
ค่าเข้าชม
・ผู้ใหญ่: 500 เยน
・นักเรียนประถมและมัธยมต้น: 200 เยน

ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของศาลเจ้าอัตสึตะคือเมื่อไหร่?

ถ้าถามว่าช่วงไหนเหมาะกับการไป “ศาลเจ้าอัตสึตะ” เป็นพิเศษ คำตอบมักอยู่ที่หน้าร้อน
ในงาน “เทศกาลอัตสึตะ” (Atsuta Matsuri) ซึ่งจัดช่วงต้นเดือนมิถุนายน จะมีการถวายการแสดงศิลปะและศิลปะการต่อสู้ภายในบริเวณศาลเจ้า
เป็นโอกาสดีที่จะได้ชมศิลปะและวิถีดั้งเดิมของญี่ปุ่นด้วยตาตัวเอง เช่น คิวโด ซูโม่ ชาโด และไฮกุ
พอถึงช่วงเย็น “เคนโตมากิวาระ” (Kento Makiwara) ที่มีโคมไฟจำนวนมากห้อยบนหลังคาทรงครึ่งทรงกลมจะสว่างไสว สร้างบรรยากาศงดงามมีเสน่ห์
อีกทั้งยังมีการจุดดอกไม้ไฟราวประมาณ 1,000 นัดจาก “สวนอัตสึตะจิงกู” (Atsuta Jingu Park) ใกล้ ๆ ทำให้ได้สัมผัสบรรยากาศหน้าร้อนและวัฒนธรรมดั้งเดิมไปพร้อมกัน

แค่ได้เห็น “เคนโตมากิวาระ” ที่สว่างไสว ก็น่าจะสัมผัสเสน่ห์แบบญี่ปุ่นได้เต็ม ๆ
แค่ได้เห็น “เคนโตมากิวาระ” ที่สว่างไสว ก็น่าจะสัมผัสเสน่ห์แบบญี่ปุ่นได้เต็ม ๆ

6 ไฮไลต์ห้ามพลาดของศาลเจ้าอัตสึตะ ที่ยังคงเรื่องราวประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และตำนาน

“ศาลเจ้าอัตสึตะ” เป็นพาวเวอร์สปอตตัวแทนของนาโกย่าที่มีประวัติยาวนาน
ด้วยความที่มีประวัติยาวนาน ภายในบริเวณศาลเจ้าจึงมีจุดต่าง ๆ ที่หลงเหลือตำนานและเรื่องเล่ามากมายกระจายอยู่ทั่ว
อีกอย่างคือมีศาลย่อยจำนวนมาก (ศาลเจ้าที่ประดิษฐานแยกจากศาลหลัก) จึงยิ่งเดินเพลินและมีไฮไลต์ให้ชมเยอะเป็นพิเศษ
ลองใช้ 6 จุดน่าสนใจต่อไปนี้เป็นแกนหลัก แล้วค่อย ๆ เดินเล่นชมบริเวณศาลเจ้าอย่างสบาย ๆ กัน

1. ชมสมบัติที่ถ่ายทอดประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้ที่ “พิพิธภัณฑ์สมบัติศาลเจ้าอัตสึตะ”

“พิพิธภัณฑ์สมบัติศาลเจ้าอัตสึตะ” (Atsuta Jingu Homotsukan) จัดเก็บของบริจาคจากราชวงศ์ ตระกูลโชกุน ไดเมียว ศาลเจ้า และประชาชนทั่วไป รวมกว่า 6,000 ชิ้น เช่น เครื่องสักการะโบราณ ดาบ กระจกญี่ปุ่น หน้ากากบูงะคุ และเอกสารโบราณ
ในจำนวนนี้มีสมบัติที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติชาติ วัตถุวัฒนธรรมสำคัญ และวัตถุวัฒนธรรมของจังหวัดไอจิ รวมถึง 180 ชิ้น
ห้ามพลาดโบราณวัตถุล้ำค่าที่หาไม่ได้จากที่อื่น เช่น มีดสั้นสมบัติชาติ “ไรคุนิโทชิ” (Rai Kunitoshi), วัตถุวัฒนธรรมสำคัญ “กล่องเครื่องเขียนลายมากิเอะดอกเบญจมาศ” (Kiku Makie Tebako) และหน้ากากบูงะคุไม้ “เรียวโอะ” (Ryo-o)
ด้วยความที่มีการประดิษฐาน “ดาบศักดิ์สิทธิ์คุซานางิ” จึงมีการถวายดาบจำนวนมาก และในปี ค.ศ. 2021 ได้สร้าง “คุซานางิคัง” (Kusanagi-kan) ขึ้นใหม่เพื่อจัดแสดงดาบล้ำค่า
“คุซานางิคัง” อยู่ตรงข้าม “พิพิธภัณฑ์สมบัติศาลเจ้าอัตสึตะ” ดังนั้นอย่าลืมแวะเที่ยวทั้งสองแห่งพร้อมกัน

ไปชมสมบัติที่อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่นกัน
ไปชมสมบัติที่อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่นกัน
อย่าลืมเที่ยว “คุซานางิคัง” ที่จัดแสดงดาบล้ำค่าไปพร้อมกัน
อย่าลืมเที่ยว “คุซานางิคัง” ที่จัดแสดงดาบล้ำค่าไปพร้อมกัน

2. ถ้าอยากขอพรเรื่องค้าขายรุ่งเรืองในนาโกย่า ต้องที่นี่! “ศาลเจ้าคามิจิกามะ”

“ศาลเจ้าคามิจิกามะ” (Kamichikama Jinja) ตั้งอยู่ทางซ้ายมือเมื่อมุ่งไปยังศาลหลัก และอยู่ติดกับเสาโทริอิที่ 1
เป็นศาลเจ้าขนาดเล็กในสังกัด “ศาลเจ้าอัตสึตะ” ที่ประดิษฐานโอวาริคุนิโนะมิยัตสึโกะ (Owari Kuninomiyatsuko)
พรที่เชื่อว่าจะได้รับ ได้แก่ ค้าขายรุ่งเรือง ความปลอดภัยในครอบครัว และขอให้สอบผ่าน
พิธี “ฮัตสึเอะบิสึ” (Hatsu Ebisu) ที่จัดขึ้นทุกวันที่ 5 มกราคม เป็นพิธีกรรมเพื่ออธิษฐานให้ค้าขายรุ่งเรือง
ในวันนี้ผู้คนจำนวนมากจะมาเพื่อขอรับเครื่องราง “อิจิบันฟุดะ” (Ichiban Fuda)
มีคำบอกเล่าว่าหลังได้รับ “อิจิบันฟุดะ” แล้ว ถ้ากลับบ้านโดยไม่พูดคุยกับใครเพื่อไม่ให้โชคลาภหลุดลอย จะได้รับพรแห่งความเป็นสิริมงคล

ถ้าต้องการขอพรเรื่องค้าขายรุ่งเรือง นี่คือศาลเจ้าที่ควรแวะให้ได้
ถ้าต้องการขอพรเรื่องค้าขายรุ่งเรือง นี่คือศาลเจ้าที่ควรแวะให้ได้

3. กำแพงดินประวัติศาสตร์ที่โอดะ โนบุนางะถวาย “กำแพงโนบุนางะ”

“กำแพงโนบุนางะ” (Nobunaga-bei) เป็นกำแพงดินยาว 120 เมตร สร้างด้วยการผสมดินและปูนขาวกับน้ำมันเป็นวัสดุประสาน แล้วก่อเรียงซ้อนร่วมกับกระเบื้อง
เป็นกำแพงดินที่โอดะ โนบุนางะถวายเพื่อเป็นการขอบคุณ หลังจากอธิษฐานขอชัยชนะที่ “ศาลเจ้าอัตสึตะ” แล้วชนะศึกโอเคฮาซามะ (Okehazama no Tatakai)
เดิมทีมีความยาว 400 เมตร แต่ปัจจุบันเหลือเพียงราวหนึ่งในสามเท่านั้น
ยังถูกนับเป็นหนึ่งใน “กำแพงดิน 3 อันดับของญี่ปุ่น” อีกด้วย

แม้จะเหลืออยู่เพียงบางส่วน แต่ได้ชมใกล้ ๆ ก็ถือเป็นจุดที่น่าดีใจ
แม้จะเหลืออยู่เพียงบางส่วน แต่ได้ชมใกล้ ๆ ก็ถือเป็นจุดที่น่าดีใจ

4. “ศาลหลัก” อันศักดิ์สิทธิ์ที่เก็บรักษาสมบัติล้ำค่าของญี่ปุ่น

ศาลเจ้าที่ประดิษฐานเทพหลักของ “ศาลเจ้าอัตสึตะ” คืออัตสึตะโอมิคามิ และยังเป็นสถานที่เก็บรักษา “ดาบศักดิ์สิทธิ์คุซานางิ” ด้วย
ในปี ค.ศ. 1893 ได้ปรับปรุงให้เป็นสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม “ชินเมอิซึคุริ” เช่นเดียวกับ “ศาลเจ้าอิเสะ” ซึ่งถือว่าโดดเด่นเป็นพิเศษในบรรดาศาลเจ้ามากมาย
แน่นอนว่าเหตุผลก็เพราะที่นี่เป็นสถานที่เก็บรักษา “ดาบศักดิ์สิทธิ์คุซานางิ”
บทบาทของศาลหลักคือการพิทักษ์ “ดาบศักดิ์สิทธิ์คุซานางิ” ซึ่งได้ปฏิบัติกันมายาวนาน
แม้ตัวอาคารจะงดงามสง่า แต่ผู้สักการะสามารถเข้าได้เพียงบริเวณศาลสักการะเท่านั้น และไม่สามารถเข้าไปภายในได้
ถึงอย่างนั้น ก็อยากให้แวะมาลองยืนรับบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ที่อบอวลอยู่รอบ ๆ ดูสักครั้ง

ลองชมศาลหลักที่อบอวลด้วยบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์จากด้านนอก
ลองชมศาลหลักที่อบอวลด้วยบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์จากด้านนอก

5. “ต้นการบูรใหญ่” ที่อาจได้พบงูขาวซึ่งเชื่อว่าเสริมโชคลาภการเงิน

“ต้นการบูรใหญ่” (O-kusu) ที่เชื่อว่ามีอายุกว่า 1,000 ปี ตั้งอยู่ทางซ้ายมือเมื่อมุ่งไปยังศาลหลัก ถัดจากเสาโทริอิที่ 2 มีความสูง 20 เมตร และเส้นรอบวงลำต้น 7.7 เมตร
ว่ากันว่ามีงูขาวอาศัยอยู่ จึงมีการถวายไข่ทุกวัน
เชื่อกันว่าหากได้พบงูขาวจะช่วยเสริมโชคลาภด้านการเงิน ดังนั้นเมื่อมา “ต้นการบูรใหญ่” ลองสังเกตรอบ ๆ ดู
ภายในบริเวณศาลเจ้ามีต้นการบูรยักษ์ 7 ต้น เรียกว่า “นานะฮงคุสุ” (Nanahon Kusu) และ “ต้นการบูรใหญ่” ก็เป็นหนึ่งในนั้น
น่าเสียดายที่ต้นที่ผู้มาเยือนสามารถชมได้มีเพียง 3 ต้น รวมถึง “ต้นการบูรใหญ่” ด้วย
ระหว่างเดินเที่ยว อย่าลืมให้ความสนใจกับต้นการบูรขนาดยักษ์ต้นอื่น ๆ ด้วย

“ต้นการบูรใหญ่” ที่ทำให้รู้สึกถึงความยาวนานของประวัติศาสตร์
“ต้นการบูรใหญ่” ที่ทำให้รู้สึกถึงความยาวนานของประวัติศาสตร์

6. “ศาลเจ้าชิมิสึ” ที่มีทั้งเรื่องเล่าและพรหลากหลาย

“ศาลเจ้าชิมิสึ” (Shimizu-sha) อยู่บน “ทางเดินโคโคโระ” (Kokoro no Komichi) ข้างศาลหลัก
ประดิษฐานมิสึฮะโนะเมะโนะคามิ (Mizuha-no-me no Kami) เทพแห่งสายน้ำที่มีรูปลักษณ์เป็นหญิงงาม
ด้านหลังมีน้ำพุธรรมชาติไหลอยู่ เรียกว่า “โอะชิมิสึซามะ” (Oshimizu-sama) และมีเรื่องเล่าว่าหากใช้น้ำนี้ล้างตาจะช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับดวงตาได้
อีกความเชื่อหนึ่งคือ หากล้างผิวด้วยน้ำพุ จะช่วยให้ผิวสวยขึ้นด้วย
หินสลักที่ตั้งอยู่กลางจุดที่น้ำไหล มีทฤษฎีว่าเป็นส่วนหนึ่งของหินที่ใช้อุทิศให้ “หยางกุ้ยเฟย” (Yang Guifei) ผู้เลื่องชื่อว่าเป็นหญิงงามผู้ล่มบ้านเมือง และว่ากันว่าหากราดน้ำบนหินสลัก 3 ครั้งพร้อมอธิษฐาน คำขอจะสมหวัง

ศาลเจ้าชิมิสึตั้งอยู่ในพื้นที่เงียบสงบ
ศาลเจ้าชิมิสึตั้งอยู่ในพื้นที่เงียบสงบ
น้ำพุที่เชื่อว่าให้พรได้หลากหลาย
น้ำพุที่เชื่อว่าให้พรได้หลากหลาย

อร่อยกับอาหารขึ้นชื่อของนาโกย่าได้! 3 ร้านอาหารยอดนิยมรอบศาลเจ้าอัตสึตะ

แถว ๆ “ศาลเจ้าอัตสึตะ” มีร้านดังสำหรับลิ้มลองอาหารขึ้นชื่อของนาโกย่ากระจายอยู่หลายแห่ง
โดยเฉพาะ “ฮิตสึมาบุชิ” (Hitsumabushi) ที่ขึ้นชื่อมาก และหลายคนก็มักจัดทริปไหว้ศาลเจ้าอัตสึตะควบคู่กับการกินฮิตสึมาบุชิไปด้วย
ต่อไปนี้คือ 3 ร้านยอดนิยมที่คัดมาให้ ทั้งร้านฮิตสึมาบุชิชื่อดัง และร้านที่ได้ชิมเมนูขึ้นชื่ออื่น ๆ ของนาโกย่าด้วย

1. อัตสึตะ โฮไรเคน สาขาหลัก

ร้านต้นกำเนิดเมนูปลาไหลชื่อดังของนาโกย่า “ฮิตสึมาบุชิ” ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1873 ในย่านหน้าศาลเจ้าของอัตสึตะ
สำหรับคนที่อยากรู้จักเมนูนี้ให้ชัด ๆ “ฮิตสึมาบุชิ” คือการหั่นปลาไหลย่างคาบายากิเป็นชิ้นเล็ก ๆ วางบนข้าวที่เสิร์ฟในภาชนะที่เรียกว่า “โอฮิตสึ” และเป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของอัตสึตะ โฮไรเคน
ใช้ปลาไหลสดย่างด้วยถ่านบินโจตัน ทำให้หนังกรอบ เนื้อฟูนุ่ม

ร้านต้นกำเนิดเมนูปลาไหลขึ้นชื่อของนาโกย่า “ฮิตสึมาบุชิ” ที่สนุกกับการกินได้ 3 แบบ
ร้านต้นกำเนิดเมนูปลาไหลขึ้นชื่อของนาโกย่า “ฮิตสึมาบุชิ” ที่สนุกกับการกินได้ 3 แบบ

2. มิยะคิชิเมน สาขาจิงกู

ใกล้เสาโทริอิที่ 2 บริเวณใจกลางศาลเจ้าอัตสึตะ มี “ลานคุซานางิ” (Kusanagi Hiroba) ที่เปิดในปี ค.ศ. 2021
มีการจัดทางเดินรอบบ่อน้ำ เป็นพื้นที่พักผ่อนของผู้มาสักการะ และได้รับความนิยมอย่างมาก
“มิยะคิชิเมน สาขาจิงกู” (Miya Kishimen Jinguten) ที่มีต้นกำเนิดจากศาลเจ้าอัตสึตะและเคยเปิดให้บริการภายในบริเวณศาลเจ้ามานาน ก็ได้ปรับโฉมใหม่ให้เข้ากับการเปิดลานนี้
ท่ามกลางบรรยากาศสดชื่นที่รายล้อมด้วยสีเขียวเข้ม คุณจะได้เพลิดเพลินกับรสชาติของร้านเก่าแก่แบบเต็มที่
ภายในพื้นที่โอเพ่นแอร์มีหลังคา สะอาดสบาย มีเมนูคิชิเมนให้เลือกหลากหลาย รวมถึงเมนูมาตรฐาน “มิยะคิชิเมน”

คิชิเมน เมนูขึ้นชื่อของนาโกย่า ที่ได้ลิ้มลองท่ามกลางความเขียวขจีในบริเวณศาลเจ้าอัตสึตะอันกว้างใหญ่
คิชิเมน เมนูขึ้นชื่อของนาโกย่า ที่ได้ลิ้มลองท่ามกลางความเขียวขจีในบริเวณศาลเจ้าอัตสึตะอันกว้างใหญ่

3. คิโยเมะซะเรียว จิงกูมาเอะ

ร้านขนมหวานที่ตั้งอยู่ตรงทางเข้าสู่ศาลเจ้าอัตสึตะ ใกล้ทางออกฝั่งตะวันตกของสถานีเมเท็ตสึจิงกูมาเอะ
เป็นร้านในเครือโดยตรงของร้านวากาชิชื่อดัง “คิโยเมะโมจิ โซฮอนเกะ” (Kiyome Mochi Sohonke) ที่ก่อตั้งตั้งแต่ปีโชวะที่ 10 (ค.ศ. 1935) และสั่งสมประวัติยาวนานเกือบ 90 ปี ภายในร้านมีบรรยากาศเรโทร และคึกคักไปด้วยลูกค้าท้องถิ่นและผู้มาสักการะอยู่เสมอ
เมนูขึ้นชื่อคือ “คิโยเมะโมจิ” (Kiyome Mochi) ที่มีสโลแกนว่า “มาไหว้อัตสึตะต้องคิโยเมะโมจิ” และ “ของฝากจากนาโกย่าต้องคิโยเมะโมจิ”

คิโยเมะโมจิ ของขึ้นชื่อแห่งอัตสึตะ ที่ได้ลิ้มลองในร้านขนมหวานของร้านวากาชิเก่าแก่
คิโยเมะโมจิ ของขึ้นชื่อแห่งอัตสึตะ ที่ได้ลิ้มลองในร้านขนมหวานของร้านวากาชิเก่าแก่

3 สถานที่ท่องเที่ยวที่อยากให้แวะไปพร้อมกับศาลเจ้าอัตสึตะ

ละแวก “ศาลเจ้าอัตสึตะ” ยังมีจุดน่าแวะอีกหลายที่ที่ทำให้รู้สึกถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่น
ต่อไปนี้คือสถานที่ท่องเที่ยวที่คัดมาว่าเหมาะจะแวะต่อหลังไหว้ศาลเจ้าเป็นพิเศษ

1. สวนฮาคุโจ

สวนญี่ปุ่นแบบเดินชมรอบสระ (Chisen Kaiyu-shiki) ที่ออกแบบโดยใช้ภูมิประเทศของภูมิภาคชูบุเป็นแรงบันดาลใจ
มีพื้นที่ 3.7 เฮกตาร์ ถือเป็นสวนขนาดใหญ่ระดับต้น ๆ ของภูมิภาคโทไค
จำลองเนินเขาเป็นภูเขาออนตาเกะ และถ่ายทอดภาพความงามตามธรรมชาติของชูบุ เช่น สายน้ำคิโซกาวะที่ไหลจากต้นน้ำลงสู่หุบเขาเนซาเมะโนะโทโคะ
ทิวทัศน์ช่วงที่กระแสน้ำของคิโซกาวะสงบลงและแยกเป็นสายน้ำอิบิกาวะกับนาการากาวะนั้นกว้างใหญ่อลังการ เดินชมสวนไปพร้อมจินตนาการตามจะยิ่งสนุก

สวนญี่ปุ่นที่งดงามและถ่ายทอดธรรมชาติของภูมิภาคชูบุ
สวนญี่ปุ่นที่งดงามและถ่ายทอดธรรมชาติของภูมิภาคชูบุ

2. ปราสาทนาโกย่า

ปราสาทขนาดใหญ่ระดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น สร้างขึ้นช่วงต้นยุคเอโดะตามคำสั่งของโทกุงาวะ อิเอยาสึ ผู้สถาปนาโชกุนเอโดะ
บนยอดหอคอยปราสาทที่มีหลังคา 5 ชั้น มีชาจิโฮโคะสีทอง 2 ตัวเปล่งประกาย กลายเป็นสัญลักษณ์ของนาโกย่า
พระราชวังฮงมารุที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1615 เพื่อเป็นที่พำนักของเจ้าแคว้นและเป็นสถานที่ว่าราชการก็น่าชมไม่แพ้กัน
ส่วนปราสาทเดิม “ปราสาทนาโกโนะ” ว่ากันว่าโอดะ โนบุนางะเคยใช้ชีวิตในวัยเด็กที่นั่น

หอคอยปราสาทที่มีชาจิโฮโคะสีทอง 2 ตัวเปล่งประกาย และพระราชวังฮงมารุที่สง่างามด้วยภาพวาดบนฉากกั้น
หอคอยปราสาทที่มีชาจิโฮโคะสีทอง 2 ตัวเปล่งประกาย และพระราชวังฮงมารุที่สง่างามด้วยภาพวาดบนฉากกั้น

3. โคฟุนชิราทสึกะ

หนึ่งในสุสานโบราณ (โคฟุน) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ ภายใน “กลุ่มโคฟุนชิดามิ” (Shidami Kofungun) ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของเมืองนาโกย่า จังหวัดไอจิ
เป็นโคฟุนแบบกุญแจ (Zenpo Kofun) ที่สร้างขึ้นช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 4 โดยอาศัยขอบชานตลิ่งริมแม่น้ำโชไนในการก่อสร้าง ถือเป็นสุสานโบราณระดับเก่าแก่ที่สุดกลุ่มหนึ่งในจังหวัด
มีความยาวราวประมาณ 115 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางส่วนท้ายวงกลมราวประมาณ 75 เมตร และความยาวส่วนหน้าราวประมาณ 43 เมตร นับเป็นโคฟุนแบบกุญแจที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ภายในจังหวัด

โคฟุนแบบกุญแจขนาดใหญ่ ที่เก่าแก่ระดับต้น ๆ ในจังหวัดและมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3
โคฟุนแบบกุญแจขนาดใหญ่ ที่เก่าแก่ระดับต้น ๆ ในจังหวัดและมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3

3 ที่พักแนะนำใกล้ศาลเจ้าอัตสึตะ

“ศาลเจ้าอัตสึตะ” พาวเวอร์สปอตตัวแทนของนาโกย่า ถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการเที่ยวในเมือง
หลังไหว้ศาลเจ้า ย่านที่เลือกพักได้สะดวกคือรอบสถานีนาโกย่า ซึ่งเดินทางต่อได้ง่าย
ต่อไปนี้คือที่พักคัดสรรในย่านสถานีนาโกย่า ที่สะดวกทั้งเที่ยวและหาร้านอาหาร

1. นาโกย่า ปรินซ์ โฮเทล สกาย ทาวเวอร์

โรงแรมที่เชื่อมตรงกับสถานี “ซาซาชิมะไลฟ์” (Sasashima Live) ห่างจากสถานีนาโกย่าเพียง 1 สถานีด้วยรถไฟสาย Aonami ของ Nagoya Rinkai Rapid Transit
ห้องพักทั้งหมดอยู่บนชั้นสูงเหนือพื้นดินชั้น 32–36 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เรือลอยฟ้า” ทำให้ชมวิวกลางคืนของนาโกย่าได้แบบพาโนรามา
มองรถไฟที่เข้าออกสถานีนาโกย่าจากที่สูงไปเรื่อย ๆ จะให้ความรู้สึกเหมือนกำลังดูไดโอรามา

เพลิดเพลินกับวิวกลางคืนจากโรงแรมในนาโกย่า
เพลิดเพลินกับวิวกลางคืนจากโรงแรมในนาโกย่า

2. นาโกย่า แมริออท อะโซเซีย โฮเทล

โรงแรมที่ตั้งอยู่ภายใน JR Central Towers
จากห้องพักและห้องอาหารที่อยู่ชั้น 15–52 สามารถชมวิวเมืองนาโกย่าได้แบบเต็มตา
มีห้องพักหลากหลายรูปแบบ ทั้งคอนเซียร์จฟลอร์และสวีทสำหรับการเข้าพักระดับพรีเมียม รวมถึงห้องแฟมิลี่ที่พักได้ 3–4 คน
ทุกแบบมีผังห้องกว้างขวางเป็นจุดเด่น และให้ความรู้สึกหรูหราอย่างเต็มที่

พักแบบเหนือระดับในโรงแรมโลเคชันยอดเยี่ยมที่มองเห็นวิวเมืองนาโกย่าได้ทั่ว
พักแบบเหนือระดับในโรงแรมโลเคชันยอดเยี่ยมที่มองเห็นวิวเมืองนาโกย่าได้ทั่ว

3. เดอะ สตริงส์ โฮเทล นาโกย่า

ทำเลดีเยี่ยม เดินถึงสถานี JR “นาโกย่า” ได้ และเดินจากสถานีซาซาชิมะไลฟ์ของสาย Aonami ราวประมาณ 3 นาที ทั้งยังให้บรรยากาศรีสอร์ตคุณภาพสูงที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้หนีจากชีวิตประจำวัน
ที่ลานกลาง “คาบานาการ์เดน” (Cabana Garden) ซึ่งมองเห็นมหาวิหาร คุณสามารถใช้เวลาแบบโปร่งสบายริมสายน้ำ พร้อมรับลมอ่อน ๆ ได้อย่างเพลิดเพลิน
ห้องพักที่ตกแต่งอย่างมีสไตล์มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและแอมเมนิตี้ที่ใส่ใจ เช่น นาโนวอเตอร์ เรนชาวเวอร์ และผ้าห่มขนเป็ด เพื่อการเข้าพักที่สบาย

โรงแรมที่ตกแต่งอย่างมีรสนิยมและพร้อมมอบช่วงเวลาพิเศษให้คุณ
โรงแรมที่ตกแต่งอย่างมีรสนิยมและพร้อมมอบช่วงเวลาพิเศษให้คุณ

รีวิวของศาลเจ้าอัตสึตะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับศาลเจ้าอัตสึตะ

Q

เทพเจ้าที่ประดิษฐานที่ศาลเจ้าอัตสึตะมีองค์ไหนบ้าง?

A

มีทั้งหมด 6 องค์ ได้แก่ อัตสึตะโอมิคามิ, อะมาเทราสึ โอมิคามิ, ยามาโตะ ทาเครุ โนะ มิโคโตะ, มิยาสึฮิเมะ โนะ มิโคโตะ, ซุซาโนะโอะ โนะ มิโคโตะ และทะเกะอินะดาเนะ โนะ มิโคโตะ

Q

ศาลเจ้าอัตสึตะขอพรเรื่องอะไรได้บ้าง?

A

ความปลอดภัยในครอบครัว สุขภาพแข็งแรง การขอคู่ ความก้าวหน้าและโชคลาภด้านการงาน ค้าขายรุ่งเรือง และขอให้สอบผ่าน

Q

ขอรับโกะชูอินที่ศาลเจ้าอัตสึตะได้ไหม?

A

ได้ ไปที่จุดมอบของสักการะ (Juyosho) ที่อยู่ข้างศาลหลักได้เลย

บทสรุป

“ศาลเจ้าอัตสึตะ” (Atsuta Jingu) มีจุดให้แวะชมอยู่หลายอย่าง ทั้งมุมสำหรับรับพรในแบบพาวเวอร์สปอต และจุดที่ทำให้สัมผัสประวัติศาสตร์กับวัฒนธรรมได้ใกล้ ๆ
ลองใช้บทความนี้เป็นแนวทาง แล้วค่อย ๆ เดินสำรวจด้วยตัวเอง พร้อมรับพรอันทรงพลังกลับไปกัน
ในเมืองนาโกย่ายังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกหลากหลาย ทั้งแนวประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม รวมถึงสถานที่พักผ่อนและของอร่อย
ถ้าอยากเที่ยวนาโกย่าให้เต็มอิ่ม อย่าลืมอ่านบทความนี้ประกอบด้วย