【คู่มือเที่ยวโออุจิจูคุ】เมืองพักแรมที่สัมผัสวัฒนธรรมและวิถีชีวิตสมัยเอโดะได้

【คู่มือเที่ยวโออุจิจูคุ】เมืองพักแรมที่สัมผัสวัฒนธรรมและวิถีชีวิตสมัยเอโดะได้

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

ถนนสายเก่าที่มีบ้านพื้นเมืองหลังคามุงจากเรียงรายอยู่สองข้างทาง คือภาพชวนสะดุดตาของ “โออุจิจูคุ” (Ouchi-juku)
สถานที่แห่งนี้เป็นเมืองพักแรมเก่าที่ยังคงหลงเหลือบรรยากาศของเมืองซึ่งรุ่งเรืองในสมัยเอโดะไว้อย่างชัดเจน
ภาพบ้านพื้นเมืองหลังคามุงจากที่เรียงรายตลอดแนวถนนสายเก่า ชวนให้รู้สึกถึงเสน่ห์และประวัติศาสตร์เฉพาะแบบญี่ปุ่น
บทความนี้จะพาไปรู้จักข้อมูลพื้นฐานของโออุจิจูคุ วิธีการเดินทาง รวมถึงวิธีเที่ยวที่น่าสนใจ
หากอ่านบทความนี้จบ คุณน่าจะสนุกกับการเที่ยวโออุจิจูคุได้มากยิ่งขึ้น

โออุจิจูคุเป็นสถานที่แบบไหน?

ถ้าอยากนึกภาพเมืองเก่าที่ยังเก็บบรรยากาศสมัยเอโดะไว้ได้ชัดเจน โออุจิจูคุก็เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ชวนให้นึกถึงได้ไม่ยาก
“โออุจิจูคุ” เป็นชื่อเรียกเมืองพักแรมเก่าในเขตมินามิไอซุ จังหวัดฟุกุชิมะ
แม้หลังการเปิดใช้ทางรถไฟจะไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเมืองพักแรมอีกต่อไป แต่สถานที่แห่งนี้ก็ยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบันในฐานะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ
ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารดั้งเดิมสำคัญของประเทศ และทัศนียภาพแบบดั้งเดิมก็ได้รับการดูแลรักษาไว้ด้วยความพยายามของชาวบ้าน ภายใต้หลัก 3 ประการของกฎชุมชน คือ “ไม่ขาย ไม่ให้เช่า และไม่รื้อทำลาย”
มีบ้านพื้นเมืองหลังคามุงจากเรียงรายมากกว่า 30 หลัง และยังคงรักษาทิวทัศน์เมืองสมัยเอโดะไว้แทบจะเหมือนเดิม
ที่โออุจิจูคุ คุณสามารถลิ้มลองอาหารท้องถิ่น และยังมีที่พักที่สามารถเข้าพักในอาคารมรดกทางวัฒนธรรมได้อีกด้วย
บ้านญี่ปุ่นโบราณให้บรรยากาศที่มีเอกลักษณ์ และอบอวลด้วยความรู้สึกชวนให้นึกถึงวันวาน
คุณน่าจะได้สัมผัสความรู้สึกราวกับย้อนเวลากลับไปในอดีต
มีกิจกรรมให้สัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิมตลอดทั้งปี และยังมีงานเทศกาลตามฤดูกาลจัดขึ้นด้วย
หากอยากสัมผัสวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด ลองหาโอกาสมาเยือนโออุจิจูคุดูสักครั้ง

มาลองสัมผัสบรรยากาศราวกับย้อนกลับไปสมัยเอโดะกัน
มาลองสัมผัสบรรยากาศราวกับย้อนกลับไปสมัยเอโดะกัน

การเดินทางไปโออุจิจูคุ

หากออกเดินทางจากสถานีโคริยามะ ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางสำคัญสำหรับการท่องเที่ยวในฟุกุชิมะ สามารถไปโออุจิจูคุได้ตามเส้นทางต่อไปนี้

เส้นทาง
1. ขึ้นรถบัสด่วนที่ “หน้า​สถานีโคริยามะ” และลงที่ “หน้า​สถานีไอซุวากามัตสึ”
2. จาก “สถานีไอซุวากามัตสึ” ขึ้นรถไฟสายทาดามิ แล้วลงที่ “สถานียุโนะคามิออนเซ็น”
3. เดินประมาณ 5 นาที แล้วขึ้นรถบัสจาก “หน้า​สถานียุโนะคามิออนเซ็น” ไปลงที่ “โออุจิชิตะ”
4. จาก “โออุจิชิตะ” เดินอีกเพียงเล็กน้อย
ระยะเวลา
ประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของโออุจิจูคุคือเมื่อไร?

ถ้ากำลังเลือกช่วงเวลาสำหรับมาเที่ยวโออุจิจูคุ ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวถือว่าเหมาะเป็นพิเศษ
ภาพภูเขารอบด้านที่แต่งแต้มด้วยสีแดงและสีส้มสดดุจเปลวไฟ ตัดกับบ้านพื้นเมืองหลังคามุงจากที่เรียงรายกันอยู่นั้นงดงามน่าประทับใจ เป็นทิวทัศน์พิเศษที่กล่าวได้ว่าแทบจะพบได้เฉพาะในญี่ปุ่น
ในฤดูหนาว บริเวณโดยรอบรวมถึงบ้านหลังคามุงจากจะถูกปกคลุมด้วยหิมะหนาทั่วทั้งพื้นที่ กลายเป็นโลกสีขาวเงินอันสวยงาม
คุณน่าจะได้สัมผัสประสบการณ์แปลกพิเศษที่ทั้งงดงามและชวนให้รู้สึกคิดถึงวันวานอยู่ในเวลาเดียวกัน
ในฤดูหนาวยังมีเทศกาลหิมะ ซึ่งคุณสามารถชมแสงไฟจากโคมหิมะที่ส่องไหวอย่างชวนฝันได้ด้วย

สัมผัสเสน่ห์แบบญี่ปุ่นจากภูเขาและบ้านเรือนที่แต่งแต้มด้วยสีสันอันงดงาม
สัมผัสเสน่ห์แบบญี่ปุ่นจากภูเขาและบ้านเรือนที่แต่งแต้มด้วยสีสันอันงดงาม
โออุจิจูคุในฤดูหนาวที่ปกคลุมด้วยโลกสีขาวเงิน
โออุจิจูคุในฤดูหนาวที่ปกคลุมด้วยโลกสีขาวเงิน
แสงจากโคมหิมะส่องสว่างรอบด้านอย่างนุ่มนวล
แสงจากโคมหิมะส่องสว่างรอบด้านอย่างนุ่มนวล

3 วิธีเที่ยวที่จะช่วยให้คุณสัมผัสเสน่ห์ของโออุจิจูคุได้อย่างเต็มที่

เสน่ห์ของโออุจิจูคุไม่ได้มีแค่การเดินชมเมืองและทิวทัศน์เท่านั้น ยังมีวิธีสนุกกับที่นี่ได้อีกหลายแบบด้วย
ถ้าลองทำตามวิธีที่จะแนะนำต่อจากนี้ คุณน่าจะได้ดื่มด่ำกับเสน่ห์ของโออุจิจูคุอย่างเต็มที่

1. เพลิดเพลินกับสถานที่ที่ทำให้สัมผัสขนบธรรมเนียมและวิถีชีวิตสมัยเอโดะได้

โออุจิจูคุเคยรุ่งเรืองในฐานะเมืองพักแรมบนถนนชิโมสึเกะ ซึ่งเชื่อมไอซุกับภูมิภาคคันโตเข้าด้วยกัน
ในสมัยเมจิ ระหว่างปี ค.ศ. 1868–1912 การเปลี่ยนแปลงเส้นทางคมนาคมจากการพัฒนารถไฟทำให้โออุจิจูคุรอดพ้นจากการพัฒนาเมืองขนานใหญ่
แม้บทบาทในฐานะเมืองพักแรมจะลดลง แต่ก็กลายเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทิวทัศน์ของเมืองในอดีตยังคงอยู่มาจนถึงวันนี้
ด้วยความพยายามของชาวบ้านที่ต้องการสืบทอดประเพณีและอนุรักษ์ทัศนียภาพดั้งเดิม ปัจจุบันเราจึงยังได้เห็นบรรยากาศเมืองสมัยเอโดะอย่างชัดเจน
ภายในโออุจิจูคุยังมีพิพิธภัณฑ์และสถานที่ต่าง ๆ ที่ช่วยให้มองเห็นวิถีชีวิตในสมัยเอโดะ และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ได้อีกด้วย
ที่ “หอจัดแสดงทิวทัศน์เมืองโออุจิจูคุ” (Ouchi-juku Machinami Tenjikan) มีการจัดแสดงเอกสารเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมในอดีตและเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงสามารถชมเตาอิโรริซึ่งปัจจุบันหาได้ยากแล้ว
นับเป็นประสบการณ์ล้ำค่าที่ช่วยให้คุณเข้าใจชีวิตผู้คนในสมัยนั้นได้ใกล้ตัวมากขึ้น

เพลิดเพลินกับพิพิธภัณฑ์และสถานที่ที่บอกเล่าวิถีชีวิตและขนบธรรมเนียมสมัยเอโดะ
เพลิดเพลินกับพิพิธภัณฑ์และสถานที่ที่บอกเล่าวิถีชีวิตและขนบธรรมเนียมสมัยเอโดะ

2. พักค้างคืนในบ้านพื้นเมืองและคลังเก่าที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยเอโดะ

ในโออุจิจูคุมีบ้านพื้นเมืองที่เปิดให้เข้าพักได้ด้วย
การได้พักในอาคารมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าเช่นนี้ นับเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากมาก
ที่พักทั่วไปอาจให้บรรยากาศอีกแบบ แต่การมาพักที่นี่เปิดโอกาสให้ได้สัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น
หนึ่งในที่พักที่สามารถเข้าพักได้ในโออุจิจูคุคือ “มินชุกุอิเซยะ” (Minshuku Iseya) ซึ่งมีจุดเด่นสำคัญอยู่ที่บรรยากาศอบอุ่นแบบบ้าน ๆ
ที่นี่เปิดเป็นที่พักมาตั้งแต่สมัยเอโดะ จึงมอบประสบการณ์การเข้าพักที่ยังคงกลิ่นอายของยุคนั้นไว้อย่างชัดเจน
อีกแห่งคือ “คุระโนะมินชุกุ ฮนเกะโองิยะ” (Kura no Minshuku Honke Ogiya) ซึ่งไม่ได้ให้พักในบ้านหลังคามุงจากอันเป็นเอกลักษณ์ แต่เป็นที่พักแห่งเดียวในโออุจิจูคุที่คุณจะได้พักในคลังเก่า
เตาอิโรริที่ให้ความรู้สึกหนักแน่นและทรงเสน่ห์ก็ช่วยเติมบรรยากาศได้อย่างยอดเยี่ยม จนคุณน่าจะดื่มด่ำกับความรู้สึกย้อนวันวานได้เต็มที่

ดื่มด่ำกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นในที่พักที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยเอโดะ
ดื่มด่ำกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นในที่พักที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยเอโดะ
ยังได้สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่จากการพักในคลังเก่าอีกด้วย
ยังได้สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่จากการพักในคลังเก่าอีกด้วย

3. เพลิดเพลินกับอาหารท้องถิ่นและการเดินชิมของอร่อย

อีกหนึ่งความน่าสนใจของโออุจิจูคุคือการได้ลิ้มลองอาหารท้องถิ่นในบ้านโบราณที่เปี่ยมด้วยบรรยากาศน่าหลงใหล
ในบรรดาเมนูต่าง ๆ อยากชวนให้ลองชิม “ทาคาโตะโซบะ” เป็นพิเศษ
สำหรับคนที่สนใจอาหารท้องถิ่นของไอซุ เมนูนี้เป็นอาหารที่สืบทอดกันมาในภูมิภาคไอซุของจังหวัดฟุกุชิมะ และอธิบายง่าย ๆ ได้ว่าเป็นโซบะที่เสิร์ฟพร้อมไชเท้าขูด
จุดเด่นของทาคาโตะโซบะในโออุจิจูคุคือการใช้ต้นหอมยาวแทนตะเกียบ โดยแนะนำให้กินต้นหอมไปพร้อมกันในฐานะเครื่องเคียง
“อิโมโมจิ” ที่เสียบไม้ก็เป็นอีกหนึ่งของขึ้นชื่อและเหมาะกับการถือกินระหว่างเดินเล่นมาก
เมนูนี้ไม่ได้ทำจากข้าวเหนียว แต่ทำจากแป้งมันฝรั่งผสมกับมันฝรั่ง จึงอิ่มท้องไม่น้อย
นอกจากนี้ยังมีมันจูทอด ซึ่งทั้งสองอย่างถือกินด้วยมือเดียวได้ จึงเหมาะกับการเดินเล่นชมทิวทัศน์เมืองไปพร้อมกับชิมของอร่อย

มาลองประสบการณ์แปลกใหม่กับการใช้ต้นหอมยาวแทนตะเกียบกัน
มาลองประสบการณ์แปลกใหม่กับการใช้ต้นหอมยาวแทนตะเกียบกัน

อีเวนต์ฤดูร้อนและฤดูหนาวที่ทำให้โออุจิจูคุมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น

โออุจิจูคุมีอีเวนต์น่าสนใจให้แวะชมได้ในแต่ละฤดูกาล
ท่ามกลางธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปตามสี่ฤดู คุณน่าจะได้สัมผัสประสบการณ์น่าประทับใจที่หาได้เฉพาะที่โออุจิจูคุเท่านั้น
จากนี้ไปเราจะคัดเลือกอีเวนต์ยอดนิยมที่จัดขึ้นในโออุจิจูคุมาแนะนำกันเป็นพิเศษ
ถ้าเป็นไปได้ อยากแนะนำให้ลองวางแผนมาเที่ยวให้ตรงกับช่วงเวลาจัดงานที่กำลังจะแนะนำต่อไปนี้

“ฮันเงะมัตสึริ” เทศกาลที่ให้สัมผัสวัฒนธรรมแบบญี่ปุ่น

เทศกาล “ฮันเงะมัตสึริ” (Hange Matsuri) จัดขึ้นทุกปีในวันที่ 2 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันฮันเงะ
ฮันเงะมัตสึริเป็นพิธีประจำศาลเจ้าทาคาคุระ โดยอุทิศให้แก่เจ้าชายทาคาคุระ โมจิฮิโตะ พระโอรสองค์ที่ 2 ของจักรพรรดิโกะชิราคาวะ
ในวันก่อนงาน จะมีเสียงดนตรีโอฮายาชิและเสียงกลองดังไปจนดึกท่ามกลางแสงเล็ก ๆ จากโคมและเทียน ส่วนในวันงานจะมีขบวนผู้คนในชุดสีขาวเดินแห่ไปทั่วโออุจิจูคุ
นี่คือเทศกาลที่มีเสน่ห์ด้วยบรรยากาศเคร่งขรึมและศักดิ์สิทธิ์ และน่าจะทำให้คุณได้สัมผัสแง่มุมหนึ่งของวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด

เสาโทริอิของศาลเจ้าทาคาคุระ สถานที่จัดพิธีเทศกาล
เสาโทริอิของศาลเจ้าทาคาคุระ สถานที่จัดพิธีเทศกาล

“เทศกาลหิมะ” ที่มีดอกไม้ไฟสวยงามท่ามกลางบรรยากาศชวนฝัน

เทศกาลหิมะของโออุจิจูคุจัดขึ้นทุกปีในวันเสาร์และวันอาทิตย์สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนกุมภาพันธ์
หากได้เดินเล่นในโออุจิจูคุที่ปกคลุมด้วยหิมะลึก พร้อมแสงไฟจากโคมหิมะที่ส่องสว่างไปทั่ว คุณน่าจะได้ความทรงจำที่ยากจะลืม
แม้ภายในงานจะคึกคักด้วยกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การประกวดแต่งกายแฟนซีและการแสดงเพลง แต่ไฮไลต์อันดับหนึ่งน่าจะเป็นดอกไม้ไฟที่จุดขึ้นในยามค่ำคืน
โดยทั่วไปดอกไม้ไฟมักชมกันในฤดูร้อน แต่ดอกไม้ไฟที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าใสของฤดูหนาวนั้นงดงามยิ่งกว่าเดิม
ทิวทัศน์ของโออุจิจูคุที่ปกคลุมด้วยหิมะและภาพงดงามที่ดอกไม้ไฟสร้างขึ้นถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด
อย่าลืมเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวให้พร้อม แล้วลองมาร่วมงานกันดู

อยากชวนให้ลองชมดอกไม้ไฟยามค่ำคืนด้วยเช่นกัน
อยากชวนให้ลองชมดอกไม้ไฟยามค่ำคืนด้วยเช่นกัน

3 ร้านอาหารยอดนิยมในโออุจิจูคุที่ลิ้มลองอาหารท้องถิ่นได้

ถ้ามาโออุจิจูคุ อีกอย่างที่ไม่อยากให้พลาดก็คืออาหารพื้นบ้านแบบดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาในภูมิภาคนี้
ไม่ว่าจะนั่งกินอาหารพื้นเมืองพร้อมชมทิวทัศน์เมืองสมัยเอโดะ หรือรับประทานรอบเตาอิโรริ ก็ชวนให้รู้สึกราวกับได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต
ต่อไปนี้คือร้านอาหารยอดนิยมที่ให้คุณได้สัมผัสทั้งรสชาติอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมและบรรยากาศอันมีเสน่ห์

1. โออุจิจูคุ ยามากาตะยะ

“ยามากาตะยะ” ตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางของโออุจิจูคุ เป็นทั้งร้านอาหารและร้านขายของฝากที่ให้บริการโซบะ คากิโกริ และเซ็มเบ้ เป็นต้น
เมนูยอดนิยมของร้านคือ “ไคโดโอโรชิโซบะ” อาหารขึ้นชื่อของโออุจิจูคุ
เมนูนี้เป็นอาหารพื้นเมืองที่มีเอกลักษณ์ โดยใช้ต้นหอมยาวที่เสิร์ฟมาคู่กันแทนตะเกียบ และยังสามารถกัดกินต้นหอมเป็นเครื่องเคียงได้ด้วย

ลิ้มลองโซบะและคากิโกริขึ้นชื่อของโออุจิจูคุในบ้านหลังคามุงจาก
ลิ้มลองโซบะและคากิโกริขึ้นชื่อของโออุจิจูคุในบ้านหลังคามุงจาก

2. โออุจิจูคุ มิซาวะยะ

ร้านโซบะในโออุจิจูคุแห่งนี้ดัดแปลงจากบ้านโบราณ ภายในร้านเป็นพื้นที่สไตล์ญี่ปุ่นแท้ที่ให้ความรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย มีนาฬิกาลูกตุ้มบอกเวลา และในฤดูหนาวจะมีเตาอิโรริพร้อมถ่านไฟให้ความอบอุ่น ถ้วยโซบะที่เรียงรายอยู่บนผนังก็เป็นอีกจุดที่ไม่ควรพลาด
หากมาเยือนมิซาวะยะ เมนูที่ควรลองอย่างยิ่งคือ “ทาคาโตะโซบะ” ซึ่งว่ากันว่าเป็นเมนูโปรดของเจ้าแคว้นไอซุในอดีต
มีสาเกท้องถิ่นให้เลือกหลายชนิดด้วย หนึ่งในนั้นคือ “เซ็ตจูฮิเมะ โออุจิจูคุ” ซึ่งเป็นสาเกต้นตำรับของมิซาวะยะที่บ่มท่ามกลางหิมะนาน 100 วัน รวมถึงยังมีเมนูอาหารจานเดียวที่เข้ากับสาเก เช่น ปลาน้ำจืดและเทมปุระ

ลิ้มลอง “ทาคาโตะโซบะ” เมนูขึ้นชื่อ โดยใช้ต้นหอมยาวแทนตะเกียบในเมืองพักแรมที่ยังคงทิวทัศน์สมัยเอโดะ
ลิ้มลอง “ทาคาโตะโซบะ” เมนูขึ้นชื่อ โดยใช้ต้นหอมยาวแทนตะเกียบในเมืองพักแรมที่ยังคงทิวทัศน์สมัยเอโดะ

3. โออุจิจูคุ คินทาโรโซบะ ยามาโมโตะยะ

ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1978 ร้านโซบะแห่งนี้ยังคงสืบทอดวิธีกินแบบดั้งเดิมของโออุจิจูคุที่เรียกว่า “คุรุมิโซบะ” ซึ่งเป็นการผสมวอลนัตบดลงในน้ำซุปโซบะ
วอลนัตที่ใช้คือ “เท็นเน็นยามะกุรุมิ” ซึ่งขึ้นเองตามธรรมชาติในท้องถิ่นแถบไอซุ
“เท็นเน็นยามะกุรุมิ” มีจุดเด่นคือขมน้อยกว่า “เซโยกุรุมิ” และมีกลิ่นกับรสชาติที่เข้มข้นกว่า

ร้านโซบะที่สืบทอด “คุรุมิโซบะ” อาหารท้องถิ่นของโออุจิจูคุ
ร้านโซบะที่สืบทอด “คุรุมิโซบะ” อาหารท้องถิ่นของโออุจิจูคุ

เหมาะเป็นฐานเที่ยวไอซุด้วย! 4 เรียวกังยอดนิยมใกล้โออุจิจูคุ

ถ้าอยากหาที่พักแถบใกล้โออุจิจูคุเพื่อใช้เป็นฐานเที่ยวไอซุ ย่านออนเซ็นใกล้เคียงก็ถือว่าสะดวกมาก
ห่างจากโออุจิจูคุประมาณ 20 นาทีโดยรถยนต์หรือแท็กซี่ คือย่านออนเซ็นอันเงียบสงบ “ยุโนะคามิออนเซ็น”
ส่วนในระยะประมาณ 30 นาที จะมี “อาชิโนะมากิออนเซ็น” ย่านออนเซ็นที่ได้ชื่อว่าเป็นห้องรับแขกชั้นในของไอซุ
ทั้งสองแห่งเป็นย่านออนเซ็นที่สามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์งดงามท่ามกลางความเงียบสงบ เดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ในภูมิภาคไอซุได้สะดวก และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นฐานท่องเที่ยวไอซุ
หากคุณไม่ได้เข้าพักภายในโออุจิจูคุ หรืออยากเพลิดเพลินกับออนเซ็นเพิ่มเติม ขอแนะนำให้เลือกพักที่ยุโนะคามิออนเซ็นหรืออาชิโนะมากิออนเซ็นที่จะแนะนำต่อไปนี้

1. ไอซุยุโนะคามิออนเซ็น โฮเทลโอชิมะ

“โฮเทลโอชิมะ” ในยุโนะคามิออนเซ็น ซึ่งคึกคักมาตั้งแต่สมัยเอโดะในฐานะแหล่งพักฟื้นด้วยน้ำพุร้อนชั้นนำของห้องรับแขกชั้นในแห่งไอซุ
ที่พักแห่งนี้ตั้งอยู่ในทำเลดี เดินจากสถานียุโนะคามิออนเซ็นของรถไฟไอซุเพียง 1 นาที โดยสถานีนี้มีชื่อเสียงจากอาคารสถานีหลังคามุงจากซึ่งพบได้ยากแม้ในญี่ปุ่น
จากห้องพักทั้งหมด 7 ห้อง ห้องฝั่งรางรถไฟโดดเด่นด้วยวิวรถไฟจากหน้าต่าง

ที่พักยอดนิยมกับห้องวิวรถไฟและอ่างอาบน้ำกลางแจ้งที่มองเห็นหุบเขาแบบพาโนรามา
ที่พักยอดนิยมกับห้องวิวรถไฟและอ่างอาบน้ำกลางแจ้งที่มองเห็นหุบเขาแบบพาโนรามา

2. ไอซุอาชิโนะมากิออนเซ็น มารุมิเนะ ฮานาเระ ซันซุย

ลักชัวรีรีสอร์ตพร้อมห้องพักจำกัดเพียง 6 ห้อง ตั้งอยู่ในอาชิโนะมากิออนเซ็น บริเวณห้องรับแขกชั้นในแห่งไอซุ
ห้องพักแบบวิลล่าแยกอิสระทั้ง 6 หลัง ตกแต่งด้วยเสน่ห์ของไอซุและบรรยากาศสไตล์ญี่ปุ่นแท้ พร้อมพื้นที่กว้างขวางทุกห้องขนาดอย่างน้อย 70 ตารางเมตร
ห้องที่ใหญ่ที่สุด “ดันเก็ตสึ” มีพื้นที่ 130 ตารางเมตร และยังมอบวิวสวยเยี่ยมจากระเบียงกว้างที่มองเห็นลำธารและแม่น้ำโอคาวะ

สัมผัสการเข้าพักสุดพิเศษในวิลล่าแยกอิสระอันกว้างขวางและสง่างาม
สัมผัสการเข้าพักสุดพิเศษในวิลล่าแยกอิสระอันกว้างขวางและสง่างาม

3. ไอซุอาชิโนะมากิออนเซ็น มารุมิเนะ เคโคคุบิโนะยาโดะ คาวาเนะ

ที่พักเก่าแก่ซึ่งตั้งอยู่ริมลำธารในอาชิโนะมากิ เขตห้องรับแขกชั้นในแห่งไอซุ
ในบรรดาห้องพักหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นห้องสไตล์ญี่ปุ่นพร้อมวิวหุบเขาอันงดงาม หรือห้องทวินขนาดกะทัดรัด ห้องพักหรูที่มาพร้อมอ่างอาบน้ำกลางแจ้งแบบปล่อยน้ำพุร้อนธรรมชาติไหลผ่านตลอดคือเอกลักษณ์ของที่นี่
ส่วนห้องอาบน้ำรวมขนาดใหญ่ที่สามารถเพลิดเพลินกับน้ำพุร้อนธรรมชาติแบบปล่อยไหลตลอด ก็โดดเด่นด้วยอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ที่ทำจากไม้สนฮิโนกิโบราณเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 2 เมตร

เพลิดเพลินกับออนเซ็นอย่างเต็มที่พร้อมชมความงามสดชื่นของหุบเขา
เพลิดเพลินกับออนเซ็นอย่างเต็มที่พร้อมชมความงามสดชื่นของหุบเขา

4. ไอซุอาชิโนะมากิออนเซ็น โอคาวะโซ

“โอคาวะโซ” เป็นเรียวกังออนเซ็นที่หันหน้าไปทางแม่น้ำอากะกาวะ และสามารถเพลิดเพลินกับความงามของหุบเขาได้จากทั้งห้องพักและอ่างอาบน้ำกลางแจ้ง
เมื่อก้าวเข้าสู่ที่พัก สิ่งที่สะดุดตาทันทีคือโถงล็อบบี้แบบเปิดโล่งที่เชื่อมจากชั้นใต้ดินถึงชั้น 1 ด้วยบันได
เวทีกลางอากาศระหว่างบันไดที่ใช้จัดอีเวนต์ต่าง ๆ และบรรยากาศสไตล์ญี่ปุ่นที่ซับซ้อนเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ที่นี่ถูกพูดถึงว่าให้ความรู้สึกคล้าย “ปราสาทไร้ขอบเขต” ฐานที่มั่นของอสูรในการ์ตูนและอนิเมะชื่อดังเรื่อง ดาบพิฆาตอสูร

เรียวกังออนเซ็นที่โด่งดังจากบรรยากาศคล้ายฉากในอนิเมะยอดฮิต
เรียวกังออนเซ็นที่โด่งดังจากบรรยากาศคล้ายฉากในอนิเมะยอดฮิต

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโออุจิจูคุ

Q

เทศกาลหิมะของโออุจิจูคุจัดเมื่อไร?

A

จัดขึ้นทุกปีในวันเสาร์และวันอาทิตย์สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนกุมภาพันธ์

Q

จุดเด่นของโออุจิจูคุคืออะไร?

A

คือทิวทัศน์เมืองที่มีบ้านหลังคามุงจากและยังคงบรรยากาศในอดีตไว้อย่างชัดเจน

บทสรุป

บทความนี้พาไปรู้จักข้อมูลพื้นฐานของโออุจิจูคุ วิธีเที่ยว และอีเวนต์แนะนำต่าง ๆ โดยรวมแล้ว
เสน่ห์สำคัญของที่นี่คือทิวทัศน์เมืองที่เต็มไปด้วยบ้านหลังคามุงจากซึ่งสืบทอดบรรยากาศจากสมัยเอโดะมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้คุณรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต
หากมีโอกาส ลองวางแผนมาเที่ยวให้ตรงกับช่วงจัดงานอีเวนต์ที่กล่าวถึง เพราะจะช่วยให้คุณเพลิดเพลินกับโออุจิจูคุได้มากยิ่งขึ้น
บทความด้านล่างนี้ได้คัดสรรแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดฟุกุชิมะมาแนะนำไว้ด้วย อย่าลืมกดเข้าไปดูควบคู่กัน