ไม่ใช่มีดีแค่อาหาร! 14 จุดท่องเที่ยวแนะนำในเซนไดที่ให้คุณสัมผัสเสน่ห์ของเมืองนี้

ไม่ใช่มีดีแค่อาหาร! 14 จุดท่องเที่ยวแนะนำในเซนไดที่ให้คุณสัมผัสเสน่ห์ของเมืองนี้

อัปเดต :
เขียนโดย:  GOOD LUCK TRIP

ถ้าอยากรู้จักเมืองใหญ่ของโทโฮคุในมุมที่มีทั้งความคึกคักและความร่มรื่น เซนไดก็เป็นจุดหมายที่น่าสนใจไม่น้อย
เมืองนี้พัฒนาขึ้นมาเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคโทโฮคุนับตั้งแต่สมัยของดาเตะ มาซามุเนะ (Date Masamune)
เมื่อพูดถึงเซนได หลายคนน่าจะนึกถึงอาหารอร่อยอย่างลิ้นวัว ซุนดะ และอาหารทะเล
แต่อีกมุมหนึ่ง ทิวทัศน์ของที่นี่ก็ผสานเมืองใหญ่เข้ากับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน
ครั้งนี้เราได้คัดสรรสถานที่ท่องเที่ยว ย่านช้อปปิ้ง และอีเวนต์แนะนำที่จะทำให้คุณสนุกกับการเที่ยวเซนไดได้อย่างเต็มที่

เซนไดเป็นสถานที่แบบไหน?

ใจกลางจังหวัดมิยางิ มีเมืองใหญ่อย่างเซนไดที่ยังคงให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติอยู่ไม่น้อย
เมืองนี้ถูกสร้างขึ้นเป็นเมืองปราสาทโดยดาเตะ มาซามุเนะ และเติบโตจากผืนแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์รวมถึงนโยบายของเขา
ปัจจุบันกลายเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในภูมิภาคโทโฮคุ โดยมีประชากร 1.08 ล้านคน
สองฝั่งของแม่น้ำฮิโรเสะที่ไหลผ่านใจกลางเมืองยังคงมีธรรมชาติหลงเหลืออยู่มาก และทิวแถวต้นเคยากิที่งดงามซึ่งเผยให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของทั้ง 4 ฤดูกาลก็ช่วยให้ผู้มาเยือนได้รู้สึกผ่อนคลาย
ด้วยความเขียวชอุ่มนี้ เซนไดจึงได้รับฉายาว่า “นครแห่งพงไพร”
บริเวณใกล้เมืองยังมีท่าเรือประมงชั้นนำของญี่ปุ่น ทำให้ลิ้มรสอาหารทะเลสดใหม่ได้อย่างเต็มที่

ทิวทัศน์เมืองของเซนไดที่ผสานความเป็นเมืองและธรรมชาติอย่างลงตัว
ทิวทัศน์เมืองของเซนไดที่ผสานความเป็นเมืองและธรรมชาติอย่างลงตัว

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของเซนไดคือช่วงไหน?

หากอยากมาเที่ยวเซนไดที่ได้ชื่อว่าเป็นนครแห่งพงไพร ขอแนะนำเดือนพฤษภาคมในช่วงที่ต้นไม้ผลิใบเขียวสด
ในฤดูใบไม้ร่วงยังสามารถเพลิดเพลินกับความงามอันน่าประทับใจของหุบเขาที่แต่งแต้มด้วยใบไม้เปลี่ยนสีสดใส ดังนั้นลองเลือกช่วงเวลาเดินทางตามบรรยากาศที่คุณอยากสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นใบไม้เขียวหรือใบไม้แดง

ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูกาลของเซนได

  • ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): เหมาะกับแจ็กเก็ตบางและเสื้อสเวตเตอร์เนื้อบาง
  • ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อผ้าบางสบายแบบแขนสั้น
  • ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): แจ็กเก็ตบาง หรือจะใส่โค้ตก็ได้
  • ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): โค้ต เสื้อสเวตเตอร์หนา หรือแจ็กเก็ตกันหนาว

เดินทางไปเซนไดอย่างไร?

จากโตเกียวสามารถนั่งรถไฟชินคันเซ็นโทโฮคุมาได้ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที
ส่วนสนามบินเซนไดก็มีเที่ยวบินภายในประเทศจากเมืองหลักต่าง ๆ ของญี่ปุ่น จึงเดินทางได้สะดวกมาก
จากสนามบินนาริตะสามารถนั่งรถไฟได้ในเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง และหากต่อเที่ยวบินภายในประเทศจากสนามบินคันไซ จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาทีถึงสนามบินเซนได จึงเดินทางจากต่างประเทศได้สะดวกเช่นกัน

การเดินทางหลักสำหรับเที่ยวในเซนได

หากเที่ยวในตัวเมืองเซนได การใช้รถไฟและรถบัสก็น่าจะเพียงพอสำหรับการเดินทางได้อย่างสบาย
ถ้าใช้รถไฟก็มี JR และรถไฟใต้ดิน ส่วนรถบัสมีของสำนักคมนาคมเซนไดและมิยางิโคสึ ช่วยให้คุณเที่ยวชมธรรมชาติ โบราณสถาน และสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก

ดินแดนที่เกี่ยวข้องกับดาเตะ มาซามุเนะ! 14 จุดท่องเที่ยวคัดสรรในเซนได

เมื่อค่อย ๆ เดินดูเมืองเซนได จะสัมผัสได้ทั้งร่องรอยประวัติศาสตร์และบรรยากาศสีเขียวที่อยู่ร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติ
เมืองนี้เป็นเมืองปราสาทที่ดาเตะ มาซามุเนะสร้างขึ้น และพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรม
แม้จะเป็นเมืองใหญ่ แต่ก็ยังเขียวชอุ่มสมกับฉายา “นครแห่งพงไพร”
ที่นี่ยังมีน้ำพุร้อนชื่อดังที่มีประวัติยาวนาน 1,500 ปี และเป็นที่โปรดปรานของตระกูลดาเตะด้วย
ต่อไปนี้คือสถานที่ท่องเที่ยวคัดสรรในเมืองเซนได เมืองน่าหลงใหลที่วัฒนธรรมและความเขียวขจีที่ดาเตะ มาซามุเนะวางรากฐานไว้ยังคงมีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้

1. ศาลเจ้าโอซากิ ฮาจิมังกู

ศาลเจ้าโอซากิ ฮาจิมังกู (Osaki Hachimangu) ถูกย้ายมาตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือในช่วงก่อสร้างปราสาทเซนได ตามคำสั่งของดาเตะ มาซามุเนะ
นับแต่นั้นมา ศาลเจ้าแห่งนี้ได้รับการเคารพในฐานะศาลเจ้าผู้คุ้มครองหลักของเซนได โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เกิดปีจอและปีกุน
ไฮไลต์สำคัญคืออาคารศาลเจ้าซึ่งเป็นสมบัติแห่งชาติ และได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานชิ้นเอกของสถาปัตยกรรมสมัยโมโมยามะ
โถงบูชามีบรรยากาศสงบนิ่งด้วยการเคลือบแล็กเกอร์สีดำทั้งหลัง ขณะที่หลังคาและส่วนค้ำโครงตกแต่งอย่างวิจิตรด้วยลวดลายสีสันสดใส

โถงบูชาสีดำที่โดดเด่นด้วยการตกแต่งสีสันสดใส
โถงบูชาสีดำที่โดดเด่นด้วยการตกแต่งสีสันสดใส

2. ซุยโฮเด็น

สุสานวิญญาณของดาเตะ มาซามุเนะ ผู้ก่อตั้งแคว้นเซนได หลังจากมาซามุเนะถึงแก่อสัญกรรมในปี ค.ศ. 1636 ตามคำสั่งเสียของเขา ดาเตะ ทาดามุเนะ เจ้าแคว้นรุ่นที่ 2 ได้สร้างสถานที่แห่งนี้ขึ้นในปีถัดมา
บริเวณรอบซุยโฮเด็นมีสุสานของตระกูลดาเตะอีกหลายแห่ง เช่น คันเซ็นเด็นซึ่งเป็นสุสานของดาเตะ ทาดามุเนะ และเซ็นโอโด็นซึ่งเป็นสุสานของดาเตะ สึนามุเนะ รวมถึงพิพิธภัณฑ์ประกอบ ทำให้พื้นที่ทั้งหมดได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานที่กำหนดโดยเมืองเซนไดในชื่อสุสานตระกูลดาเตะแห่งภูเขาเคียวงามิเนะ

ซุยโฮเด็นที่ประดับตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา
ซุยโฮเด็นที่ประดับตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา

3. ซากปราสาทเซนได (ปราสาทอาโอบะ)

ปราสาทเซนไดสร้างขึ้นตามคำสั่งของท่านดาเตะ มาซามุเนะ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ปราสาทอาโอบะ” และเป็นศูนย์กลางการปกครองของแคว้นยาวนาน 270 ปี
อย่างไรก็ตาม หลังยุคเมจิ พื้นที่นี้ถูกใช้เป็นที่ดินของกองทัพ ทำให้อาคารจำนวนมากถูกรื้อถอน และสิ่งปลูกสร้างที่ยังเหลืออยู่ เช่น ประตูโอเทะมง ก็เกือบทั้งหมดถูกเผาทำลายจากการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่เซนได
ปัจจุบันพื้นที่นี้ได้รับการปรับปรุงเป็นสวนสาธารณะ และสามารถชมกำแพงหิน หอคอยข้างประตูโอเทะมงที่สร้างขึ้นใหม่ และกำแพงดินด้านเหนือของประตูโอเทะมงได้

รูปปั้นท่านดาเตะ มาซามุเนะทรงม้าที่ตั้งอยู่บริเวณซากฮอนมารุ©︎ สมาคมการท่องเที่ยวและนานาชาติเซนได
รูปปั้นท่านดาเตะ มาซามุเนะทรงม้าที่ตั้งอยู่บริเวณซากฮอนมารุ©︎ สมาคมการท่องเที่ยวและนานาชาติเซนได

4. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเซนได อุมิโนะโมริ

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่ระดับต้น ๆ ของภูมิภาคโทโฮคุ ตั้งอยู่ใกล้ท่าเรือเซนได
เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 2015 ในฐานะ “พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่เป็นสัญลักษณ์ของการฟื้นฟู”
มีการจัดแสดงสิ่งมีชีวิตอย่างหลากหลาย ตั้งแต่สัตว์ทะเลนอกชายฝั่งซันริคุไปจนถึงสิ่งมีชีวิตจากทั่วโลก
ถัดจากทางเข้าไม่นานจะพบกับโซน “อิโนจิ คิราเมคุ อุมิ” ซึ่งเป็นตู้ปลาขนาดยักษ์กว้าง 14 เมตร สูง 7.5 เมตรต่อเนื่องไปถึงชั้น 2 สร้างขึ้นโดยได้แรงบันดาลใจจากทะเลซันริคุ และมีสิ่งมีชีวิตประมาณ 30,000 ตัว จาก 50 ชนิด แหวกว่ายอย่างงดงาม
การแสดงโลมา สิงโตทะเล และนกที่จัดใน “อุมิโนะโมริสเตเดียม” ซึ่งรองรับผู้ชมได้ประมาณ 1,000 คน ก็ได้รับความนิยมมากเช่นกัน

ตู้ปลาขนาดใหญ่ที่มีแสงอาทิตย์ส่องลงมาจากเพดาน
ตู้ปลาขนาดใหญ่ที่มีแสงอาทิตย์ส่องลงมาจากเพดาน

5. โรงกลั่นนิกกะ วิสกี้ มิยางิเคียว

โรงงานผลิตสุราตั้งต้นของนิกกะ วิสกี้ ควบคู่กับโรงกลั่นโยอิจิในฮอกไกโด
โรงกลั่นแห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาใกล้ชายแดนจังหวัดยามากาตะ ล้อมรอบด้วยแม่น้ำนิกกาวะและแม่น้ำฮิโรเสะ
สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1969 โดยทาเค็ตสึรุ มาซาทากะ ผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็นบิดาแห่งวิสกี้ญี่ปุ่น ให้เป็นโรงกลั่นแห่งที่ 2 ต่อจากโยอิจิ
ทัวร์พร้อมไกด์ฟรี (ต้องจองผ่านอินเทอร์เน็ตล่วงหน้า) เปิดโอกาสให้ชมอาคารกลั่นและคลังเก็บ รวมถึงชิมวิสกี้ได้ด้วย อีกทั้งยังมีร้านค้าที่จำหน่ายขวดลิมิเต็ดเฉพาะของโรงกลั่นซึ่งไม่ควรพลาด

ในคลังเก็บ สุราตั้งต้นจะถูกบ่มเป็นเวลาหลายสิบปี
ในคลังเก็บ สุราตั้งต้นจะถูกบ่มเป็นเวลาหลายสิบปี

6. ถนนโจเซ็นจิ

ถนนสายหลักที่เป็นสัญลักษณ์ของเซนได เมืองที่ได้รับฉายาว่า “นครแห่งพงไพร” ควบคู่กับถนนอาโอบะ
มีแนวต้นเคยากิ 4 แถวทอดยาวประมาณ 700 เมตร ให้เพลิดเพลินกับความงามของแต่ละฤดูกาล ทั้งช่วงใบไม้เขียวและใบไม้เปลี่ยนสี
ตรงกลางถนนเป็นทางเดินเล่น จะค่อย ๆ เดินจิบกาแฟไปด้วยก็เพลินไม่น้อย

ถนนโจเซ็นจิที่เรียงรายด้วยต้นเคยากิ ©︎ สมาคมการท่องเที่ยวและนานาชาติเซนได
ถนนโจเซ็นจิที่เรียงรายด้วยต้นเคยากิ ©︎ สมาคมการท่องเที่ยวและนานาชาติเซนได

7. เซนไดไดคันนง

รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมพันมือขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ตั้งอยู่ภายในวัดไดคันมิตสึจิ โดยมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า เซนได เท็นโด ฮะคุอิ ไดคันนง
สร้างเสร็จและทำพิธีเปิดในปี ค.ศ. 1991 โดยนักธุรกิจผู้ผลักดันการพัฒนาเมืองบริเวณโดยรอบ ด้วยงบก่อสร้างสูงถึงประมาณ 4 พันล้านเยน
แม้ความสูงขององค์รูปปั้นจะอยู่ที่ 100 เมตรจากพื้นดิน แต่เลข 100 นี้มีที่มาจากการเฉลิมฉลองที่เมืองเซนไดได้รับการยกระดับเป็นนครที่กำหนดโดยรัฐบาลในปี ค.ศ. 1989 พร้อมกับครบรอบ 100 ปีการจัดตั้งเมือง และยังสื่อถึงความปรารถนาให้ศตวรรษที่ 21 เจริญรุ่งเรือง

รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมพันมือที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมพันมือที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

8. อากิอุออนเซ็น

ย่านน้ำพุร้อนที่ตั้งอยู่ริมลำธารหุบเขาของแม่น้ำนาโทริทางตะวันตกของเมืองเซนได มีทั้งเรียวกังหรูและที่พักราคาย่อมเยาสำหรับนอนค้างแบบไม่รวมอาหารเรียงรายอยู่มากมาย
เดินทางจากใจกลางเซนไดโดยรถยนต์ประมาณ 30 นาที สะดวกมาก และบริเวณใกล้เคียงยังมีกิจกรรมกลางแจ้งหลากหลาย
ที่หุบเขาฟุตาคุจิเคียวโคะบริเวณต้นน้ำของแม่น้ำนาโทริ สามารถสนุกกับการปีนเขา แคนยอนนิง และแคมป์ปิ้งได้

น้ำพุร้อนเก่าแก่ที่ท่านมาซามุเนะก็โปรดปราน
น้ำพุร้อนเก่าแก่ที่ท่านมาซามุเนะก็โปรดปราน

9. หอดูดาวเมืองเซนได

“หอดูดาวเมืองเซนได” มาในคอนเซปต์ “ให้จักรวาลใกล้ตัวมากขึ้น” เป็นพิพิธภัณฑ์ดาราศาสตร์ครบวงจรที่มีทั้งท้องฟ้าจำลองซึ่งฉายภาพทรงพลังพร้อมท้องฟ้ายามค่ำคืนอันงดงาม ห้องนิทรรศการที่ให้เรียนรู้เรื่องอวกาศอย่างสนุกผ่านโมเดลและภาพ และยังมี “กล้องโทรทรรศน์ฮิโตมิ” ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.3 เมตร ซึ่งนับว่าใหญ่เป็นแนวหน้าของญี่ปุ่น

สัมผัสจักรวาลให้ใกล้ตัวผ่านท้องฟ้าจำลองที่ทั้งดูและฟังได้อย่างเพลิดเพลิน
สัมผัสจักรวาลให้ใกล้ตัวผ่านท้องฟ้าจำลองที่ทั้งดูและฟังได้อย่างเพลิดเพลิน

10. เซนไดมีเดียเทค

บนถนนโจเซ็นจิโดริ สัญลักษณ์แห่งเซนไดนครแห่งพงไพรที่มีแนวต้นเคยากิทอดยาวประมาณ 700 เมตร อาคารนี้โดดเด่นสะดุดตาด้วยภายนอกที่เป็นกระจกทั้งหลัง
อาคารสูง 7 ชั้นเหนือดิน และ 2 ชั้นใต้ดินแห่งนี้เป็นศูนย์วัฒนธรรมแบบครบวงจร ภายในมีทั้งห้องสมุดประชาชนเมืองเซนได พื้นที่จัดอีเวนต์ แกลเลอรี สตูดิโอ คาเฟ่ และอื่น ๆ
ที่นี่จัดกิจกรรมและเวิร์กช็อปหลากหลาย โดยทำหน้าที่เป็นฐานสำหรับการรวบรวม จัดเก็บ และเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อต่าง ๆ รวมถึงเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมด้านศิลปะและวัฒนธรรมภาพ

สถานที่ทางวัฒนธรรมที่หยั่งรากในชุมชนท้องถิ่น เหมาะแวะระหว่างเดินเที่ยว
สถานที่ทางวัฒนธรรมที่หยั่งรากในชุมชนท้องถิ่น เหมาะแวะระหว่างเดินเที่ยว

11. สวนสัตว์ยางิยามะ ฟูจิซากิ โนะ โมริ (สวนสัตว์ยางิยามะ เมืองเซนได)

“สวนสัตว์ยางิยามะ ฟูจิซากิ โนะ โมริ” เป็นสวนสัตว์ขนาดใหญ่ระดับต้น ๆ ของโทโฮคุ เลี้ยงสัตว์ประมาณ 600 ตัว จาก 115 ชนิด รวมถึงสัตว์ใกล้สูญพันธุ์
ตั้งอยู่ในย่านใกล้ภูเขาอาโอบะซึ่งเป็นที่ตั้งของซากปราสาทเซนได และเดินทางสะดวกมากจากสถานีเซนไดเพียง 12 นาทีด้วยรถไฟใต้ดิน ลงที่สถานียางิยามะโดบุตสึโคเอ็นแล้วถึงทันที ด้วยความสะดวกและความหลากหลายของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก และสัตว์เลื้อยคลาน จึงเป็นสถานที่ยอดนิยมทั้งในหมู่คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว

สวนสัตว์ขนาดใหญ่ระดับต้น ๆ ของโทโฮคุ ที่ได้ใกล้ชิดกับสัตว์นักล่าด้วย
สวนสัตว์ขนาดใหญ่ระดับต้น ๆ ของโทโฮคุ ที่ได้ใกล้ชิดกับสัตว์นักล่าด้วย

12. โรงงานคิรินเบียร์ เซนได

โรงงานเบียร์ที่มีประวัติยาวนานที่สุดในภูมิภาคโทโฮคุ เริ่มดำเนินงานในปี ค.ศ. 1923 มีทัวร์ชมโรงงานที่สามารถเรียนรู้กระบวนการผลิตสินค้าเรือธงอย่าง “คิริน อิจิบังชิโบริ นามะเบียร์” และปิดท้ายด้วยการชิมเบียร์ได้

ทัวร์โรงงานที่เรียนรู้เรื่อง “อิจิบังชิโบริ” ได้อย่างสนุก พร้อมชิมรสชาติได้ด้วย
ทัวร์โรงงานที่เรียนรู้เรื่อง “อิจิบังชิโบริ” ได้อย่างสนุก พร้อมชิมรสชาติได้ด้วย

13. มัตสึชิมะ

จุดชมวิวชื่อดังระดับประเทศซึ่งได้รับการยกให้เป็นหนึ่งในสามทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดของญี่ปุ่น ร่วมกับอามาโนะฮาชิดาเตะในเกียวโต และมิยาจิมะในฮิโรชิมา
ทิวทัศน์ที่ประกอบด้วยเส้นขอบฟ้าอันยิ่งใหญ่แบบมหาสมุทรแปซิฟิก และเกาะเขียวชอุ่มมากกว่า 260 เกาะทั้งเล็กใหญ่ ได้ดึงดูดผู้คนมาตั้งแต่สมัยเฮอัน
จุดชมวิวหลักมี4แห่งตามทิศตะวันออก ตะวันตก เหนือ และใต้ เรียกรวมว่า “มัตสึชิมะชิไดคัง (Matsushima Shidaikan)” ได้แก่ “โซคัง (Sokan)” จากโอทากะโมริ (Otakomori) ซึ่งตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของอ่าวมัตสึชิมะ, “เรคัง (Reikan)” จากยอดเขาโทมิยามะ (Tomiyama), “อิคัง (Ikan)” จากทาโมงยามะ (Tamonyama) บริเวณปลายเหนือของเมืองชิชิงาฮามะ (Shichigahama) และ “ยูคัง (Yukan)” จากโอวางิดานิ (Ougidani) ซึ่งอยู่ด้านหลังโซกันซัง (Sokanzan) โดยแต่ละแห่งใช้ตัวอักษรคันจิที่สื่อถึงความประทับใจของทิวทัศน์ที่แตกต่างกัน

หนึ่งในสามทิวทัศน์งามของญี่ปุ่น กับความงดงามของหมู่เกาะอันยิ่งใหญ่ที่สะกดสายตา
หนึ่งในสามทิวทัศน์งามของญี่ปุ่น กับความงดงามของหมู่เกาะอันยิ่งใหญ่ที่สะกดสายตา

14. สปริงวัลเลย์ เซนได อิซุมิ สกีรีสอร์ต

สถานที่พักผ่อนที่ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติของภูเขาอิซุมิงาตาเกะ ฤดูหนาวเป็นลานสกี ส่วนช่วงกรีนซีซันเป็นจุดท่องเที่ยวที่สนุกกับเครื่องเล่น บาร์บีคิว และงานอิโมนิไค จึงคึกคักด้วยนักท่องเที่ยวตลอดทั้ง 4 ฤดูกาล
เครื่องเล่นยอดนิยมอันดับ 1 คือ “ซิปไลน์แอดเวนเจอร์” กิจกรรมโหนสลิงที่พุ่งลงมาตามลวดสลิงที่ขึงไว้ระหว่างต้นไม้ มีทั้งเมาน์เทนทัวร์ที่ได้เล่นครบทั้ง 7 คอร์ส (1 คน 3,800 เยน) และไลต์คอร์สที่เล่นได้ 4 คอร์ส (1 คน 2,600 เยน) ※รายละเอียดแตกต่างกันตามช่วงที่จัด

สนุกกับซิปไลน์และกิจกรรมหลากหลายในท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่
สนุกกับซิปไลน์และกิจกรรมหลากหลายในท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่

3 ร้านอาหารยอดนิยมในเซนได

ถ้ามาเซนได เรื่องกินก็มักเป็นอีกอย่างที่หลายคนนึกถึงก่อนเสมอ โดยเฉพาะลิ้นวัวและซุนดะ
ระหว่างเที่ยวเมือง อยากให้คุณได้ลองอิ่มอร่อยกับอาหารท้องถิ่นของที่นี่ไปด้วย
ต่อไปนี้คือร้านอาหารยอดนิยมในเซนไดที่คุณจะได้เพลิดเพลินกับอาหารท้องถิ่นชั้นเยี่ยม

1. อุมามิ ทาสึเกะ

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่นาน คุณซาโนะ เคชิโร เจ้าของร้านทาสึเกะรุ่นแรก ได้เปิดร้านเฉพาะทางลิ้นวัวย่างในเมืองเซนไดด้วยวิธีปรุง “ปรุงรสเกลือ วางบนตะแกรง แล้วย่างด้วยถ่าน” ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นต้นกำเนิดของลิ้นวัวย่างเซนได ทำให้ “อุมามิ ทาสึเกะ” ถูกยกให้เป็นร้านต้นตำรับอย่างแท้จริง ร้านนี้เปิดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1948 และปัจจุบันกลายเป็นร้านดังที่มีแฟน ๆ มากมายทั่วประเทศ

ลิ้มรสรสดั้งเดิมแห่งเซนไดหลังสงคราม ที่ร้านซึ่งเชื่อกันว่าเป็นจุดเริ่มต้นของลิ้นวัวย่างเซนได
ลิ้มรสรสดั้งเดิมแห่งเซนไดหลังสงคราม ที่ร้านซึ่งเชื่อกันว่าเป็นจุดเริ่มต้นของลิ้นวัวย่างเซนได

2. ร้านโมจิเอ็นโด

“ร้านโมจิเอ็นโด” ร้านเก่าแก่ที่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1948 ตั้งอยู่ในย่านมิยะมาจิของเซนได
เป็นร้านขนมญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงจากเมนูขึ้นชื่อของเซนไดอย่าง “ซุนดะโมจิ”
ร้านยึดมั่นในแนวทางทำมือและไม่ใช้วัตถุเจือปน โดยเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพดีจากจังหวัดมิยางิ และยังได้รับรางวัลมากมายจากงานมหกรรมขนมแห่งชาติ รวมถึงรางวัลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง
คุณภาพอันโดดเด่นของร้านได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในและนอกจังหวัด

วัตถุดิบคัดสรรและฝีมือช่างที่เปล่งประกาย! ลองชิม “ซุนดะโมจิ” รสดั้งเดิมของมิยางิและเซนได
วัตถุดิบคัดสรรและฝีมือช่างที่เปล่งประกาย! ลองชิม “ซุนดะโมจิ” รสดั้งเดิมของมิยางิและเซนได

3. อาโกะ

“อาโกะ” ร้านอาหารคัปโปในจังหวัดมิยางิ เป็นร้านดังที่นักชิมให้ความสนใจ และยังเคยได้รับการตีพิมพ์ในมิชลินไกด์
ภายในร้านมีเฉพาะที่นั่งเคาน์เตอร์ ให้เสน่ห์แบบไลฟ์สดจากการชมการปรุงอาหารตรงหน้า
เจ้าของร้านผู้มีสายตาคัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน จะย่างอาหารทะเลสดใหม่ด้วยถ่านเพื่อดึงรสชาติของวัตถุดิบออกมาให้มากที่สุด
เมนูแนะนำคือ “ซาซะคามาโบโกะ” ของขึ้นชื่อแห่งเซนได ซึ่งทำเองจากเนื้อปลาซูริมิของปลาอลาสกาพอลล็อก เมื่อนำมาย่างจะยิ่งหอมและให้สัมผัสนุ่มฟูเต็มปากเต็มคำ

อร่อยจนคอนักชิมยังประทับใจ! รสชาติเซนไดจากเตาถ่านที่เผยฝีมือเจ้าของร้าน
อร่อยจนคอนักชิมยังประทับใจ! รสชาติเซนไดจากเตาถ่านที่เผยฝีมือเจ้าของร้าน

มีครบตั้งแต่ของจุกจิก อาหาร ไปจนถึงวัตถุดิบ! 3 แหล่งช้อปปิ้งคัดสรรในเซนได

สำหรับเมืองใหญ่ที่สุดของภูมิภาคโทโฮคุอย่างเซนได เรื่องช้อปปิ้งก็มีตัวเลือกให้แวะไม่น้อย
ในบรรดาแหล่งช้อปปิ้งทั้งหมด เราได้คัดสรรสถานที่ที่อยากให้คุณแวะไปเป็นพิเศษมาแนะนำ

1. S-PAL เซนได

ศูนย์การค้าที่เชื่อมตรงกับสถานีเซนได ซึ่งเป็นสถานีปลายทางขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคโทโฮคุ มีทั้งชินคันเซ็นโทโฮคุ รถไฟ JR สายปกติ รถไฟใต้ดินเซนได และรถบัสด่วน จึงมีผู้ใช้งานจำนวนมากทั้งนักเรียน คนทำงาน และนักท่องเที่ยว
อาคารหลักที่อยู่ติดทางตะวันตกเฉียงใต้ของสถานีเซนไดเปิดให้บริการในปี ค.ศ. 1978 มีร้านค้ามากกว่า 200 ร้าน รวมทั้งแฟชั่น ของใช้ และอาหาร กระจายอยู่ใน 4 ชั้น ตั้งแต่ชั้นใต้ดิน 1 ถึงชั้น 3

ครบทั้งแฟชั่น อาหาร และของฝาก! ศูนย์การค้าที่เชื่อมตรงกับสถานีเซนได
ครบทั้งแฟชั่น อาหาร และของฝาก! ศูนย์การค้าที่เชื่อมตรงกับสถานีเซนได

2. ตลาดเช้าเซนได

“ตลาดเช้าเซนได” เดินจากสถานีเซนไดเพียง 5 นาที เดินทางสะดวกมาก ที่นี่เน้นจำหน่ายอาหารสดท้องถิ่นจากมิยางิ และยังมีร้านอาหารให้บริการ ทำให้เพลิดเพลินกับอาหารของมิยางิได้ครบทั้งการซื้อของและการรับประทาน
มีรากฐานมาจาก “ตลาดกลางแจ้ง” ที่เกิดขึ้นหน้าสถานีเซนไดในปี ค.ศ. 1945 ปัจจุบันเติบโตเป็นย่านการค้าขนาดใหญ่ที่มีร้านค้าประมาณ 60 ร้านเรียงรายกันอยู่
วัตถุดิบที่จำหน่ายมีอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ ปลาและอาหารทะเล เนื้อสัตว์ อาหารปรุงสำเร็จ ของดอง และธัญพืช

ครัวของเซนได ที่รวมทั้งวัตถุดิบสดใหม่จากมิยางิและอาหารไว้ครบครัน
ครัวของเซนได ที่รวมทั้งวัตถุดิบสดใหม่จากมิยางิและอาหารไว้ครบครัน

3. มิตซุย เอาต์เล็ต พาร์ค เซนไดพอร์ต

เอาต์เล็ตมอลล์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคโทโฮคุ รวมร้านค้าหลากหลายประมาณ 120 ร้าน ทั้งแบรนด์ดัง ผู้ผลิตชื่อดังจากในและต่างประเทศ และเซเล็กต์ช็อปต่าง ๆ ระหว่างเดินเลือกซื้อก็มีทั้งฟู้ดคอร์ต คาเฟ่ และร้านอาหารให้แวะได้ครบครัน

เอาต์เล็ตขนาดใหญ่ที่สุดในโทโฮคุ ที่เที่ยวได้ทั้งวัน
เอาต์เล็ตขนาดใหญ่ที่สุดในโทโฮคุ ที่เที่ยวได้ทั้งวัน

3 ที่พักแนะนำในเซนได

ไม่ว่าคุณจะอยากพักแบบแช่ออนเซ็นท่ามกลางภูเขาและลำธาร หรือเลือกโรงแรมบรรยากาศหรูหราทันสมัย เซนไดก็มีตัวเลือกค่อนข้างหลากหลาย
ครั้งนี้เราได้คัดเลือกที่พักที่แนะนำเป็นพิเศษมาให้คุณลองพิจารณา

1. ออนเซ็นธรรมชาติ โมริโตะโนะยุ โอยาโดะ โนนะ เซนได

โรงแรมที่โดดเด่นด้วยบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติขนาดใหญ่และบรรยากาศแบบญี่ปุ่นที่โอบล้อมทั่วทั้งพื้นที่
ไม่เพียงแต่ห้องพักเท่านั้น แต่ทั้งอาคารตั้งแต่ล็อบบี้ไปจนถึงทางเดินก็ปูด้วยเสื่อทาทามิ
ถอดรองเท้าตั้งแต่ทางเข้าแล้วพักผ่อนได้สบาย ๆ ในบรรยากาศคล้ายเรียวกัง
บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติขนาดใหญ่อยู่บนชั้น 14 ซึ่งเป็นชั้นบนสุด
คุณสามารถเพลิดเพลินกับน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ขนมาจากโรงแรมในเครือที่เซนไดซึ่งมีแหล่งน้ำพุของตัวเองได้ ทั้งในบ่อในอาคารดีไซน์โมเดิร์นที่มีอนุสาวรีย์จำลองหมวกเกราะของดาเตะ มาซามุเนะสะดุดตา และบ่อกลางแจ้งที่ทำจากหิน

โรงแรมสไตล์ญี่ปุ่นที่ให้ผ่อนคลายกับพื้นที่ปูเสื่อทาทามิและออนเซ็นธรรมชาติ แม้อยู่กลางเมือง
โรงแรมสไตล์ญี่ปุ่นที่ให้ผ่อนคลายกับพื้นที่ปูเสื่อทาทามิและออนเซ็นธรรมชาติ แม้อยู่กลางเมือง

2. โรงแรมเมโทรโพลิแทน เซนได อีสต์

โรงแรมที่เชื่อมตรงกับสถานี JR เซนได ประตูสู่ภูมิภาคโทโฮคุ เดินทางสะดวกทั้งเพื่อท่องเที่ยวและทำธุรกิจ
ภายใต้คอนเซปต์ “สัมผัสทั้งหกแห่งโทโฮคุ” โรงแรมต้อนรับผู้เข้าพักด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการที่ถ่ายทอดความรู้สึกหลากหลาย เช่น ความคาดหวัง ความรู้สึกถึงภูมิประเทศ ความจริงใจ ความพิเศษเหนือชีวิตประจำวัน ความอุ่นใจ และลางบอกเหตุแห่งการเดินทาง
มีห้องพัก 282 ห้อง ตั้งแต่ห้องซิงเกิล ดับเบิล ทวิน ไปจนถึงสวีต รวมทั้งหมด 9 ประเภท
ทุกห้องแยกห้องอาบน้ำและห้องสุขาออกจากกัน ช่วยให้พักผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางได้อย่างเต็มที่

โรงแรมที่โดดเด่นด้วยทำเลสะดวกสบายแบบเชื่อมตรงกับสถานี
โรงแรมที่โดดเด่นด้วยทำเลสะดวกสบายแบบเชื่อมตรงกับสถานี

3. เซนได ซาคุนามิออนเซ็น ยุซึกุชิ Salon อิจิโนโบ

ที่พักออนเซ็นเงียบสงบสำหรับผู้ใหญ่ ตั้งอยู่ที่ซาคุนามิออนเซ็น ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะเรือนรับรองชั้นในของเซนได จังหวัดมิยางิ
เพลิดเพลินกับน้ำพุร้อนไหลตรงจากแหล่งธรรมชาติได้ในทั้งบ่อกลางแจ้งและบ่อในอาคารที่มีบรรยากาศแตกต่างกัน
โดยเฉพาะบ่อกลางแจ้งที่มองเห็นต้นน้ำของแม่น้ำฮิโรเสะ คุณจะได้ฟังเสียงสายน้ำใกล้ชิดและผ่อนคลายทั้งกายและใจอย่างเต็มที่

รีสอร์ตออนเซ็นแบบออลอินคลูซีฟ โอบล้อมด้วยภูเขาชนบทและลำธารใส
รีสอร์ตออนเซ็นแบบออลอินคลูซีฟ โอบล้อมด้วยภูเขาชนบทและลำธารใส

3 อีเวนต์ยอดนิยมประจำเซนได

อีกเสน่ห์ของเซนไดคือเป็นเมืองที่มีทั้งความเจริญและธรรมชาติอยู่ด้วยกัน จึงมีทั้งเทศกาลขนาดใหญ่และงานประดับไฟให้เพลิดเพลิน
มีอีเวนต์ใหญ่ประจำฤดูในเดือนพฤษภาคม สิงหาคม และธันวาคม หากจังหวะทริปของคุณตรงกับช่วงจัดงาน ก็อยากแนะนำให้ลองเข้าร่วมดู

1. เทศกาลทานาบาตะเซนได

“เทศกาลทานาบาตะเซนได” เป็นงานที่ย่านการค้าในใจกลางเมืองเซนไดและพื้นที่โดยรอบประดับประดาอย่างสดใสด้วยของตกแต่งทานาบาตะหลากสีสัน ชาวท้องถิ่นเรียกกันอย่างคุ้นเคยว่า “ทานาบาตะซัง” และจัดขึ้น 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 6 ถึง 8 สิงหาคม ซึ่งตรงกับช่วงวันที่ 7 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติเดิม
ปัจจุบันเป็นงานประเพณีที่สืบต่อมายาวนานกว่า 400 ปี และมีผู้มาเยือนจากทั้งในและต่างประเทศประมาณ 2 ล้านคนในทุกปี

หนึ่งในสามเทศกาลใหญ่ของโทโฮคุ สืบต่อมากว่า 400 ปี และเป็นที่รักของชาวท้องถิ่นในชื่อ “ทานาบาตะซัง”
หนึ่งในสามเทศกาลใหญ่ของโทโฮคุ สืบต่อมากว่า 400 ปี และเป็นที่รักของชาวท้องถิ่นในชื่อ “ทานาบาตะซัง”

2. เทศกาลเซนได อาโอบะ

“เทศกาลเซนได อาโอบะ” เริ่มจัดขึ้นในปี ค.ศ. 1985 ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 350 ปีหลังการถึงแก่อสัญกรรมของท่านดาเตะ มาซามุเนะ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อฟื้นฟูประเพณีเทศกาลอันยิ่งใหญ่และงดงามของเซนได ปัจจุบันได้กลายเป็นหนึ่งในสามเทศกาลสำคัญของเซนได และเป็นภาพแทนของฤดูร้อนที่ดึงดูดผู้คนจากทั้งในและต่างประเทศ
เทศกาลนี้จัดขึ้นทุกเดือนพฤษภาคม และเป็นงานที่แข่งขันกันอวด “ความมีรสนิยมแบบดาเตะ” ตลอด 2 วัน ได้แก่ “โยอิมัตสึริ” ที่มีการแสดงระบำเซนไดซุซุเมะอันคึกคัก และ “ฮนมัตสึริ” ที่เต็มไปด้วยขบวนภาพย้อนยุค เช่น ขบวนแห่มิโกชิของศาลเจ้าอาโอบะซึ่งประดิษฐานท่านดาเตะ มาซามุเนะ และขบวนรถประดับเซนไดยามะโฮโกะ 11 คัน

ภาพขบวนย้อนยุคที่เกิดขึ้นทั่วเซนได และระบำเซนไดซุซุเมะที่แต่งแต้มสีสันให้เมือง
ภาพขบวนย้อนยุคที่เกิดขึ้นทั่วเซนได และระบำเซนไดซุซุเมะที่แต่งแต้มสีสันให้เมือง

3. SENDAI Hikari no Pageant

“SENDAI Hikari no Pageant” ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1986 จากสองความตั้งใจคือ “อยากทำให้ฤดูหนาวของเซนไดสว่างไสวขึ้น” และ “อยากเปลี่ยนนครแห่งพงไพรให้เป็นนครแห่งแสง” เป็นงานประดับไฟแนวต้นเคยากิบนถนนโจเซ็นจิ ซึ่งเป็นถนนสายหลักสัญลักษณ์ของเมือง
ในฐานะภาพแทนของฤดูหนาวเซนไดที่สร้างโลกอันแสนมหัศจรรย์ งานนี้จึงเป็นที่รักของทั้งชาวเมืองและนักท่องเที่ยว

งานประดับไฟประจำฤดูหนาวที่ขึ้นชื่อ ช่วยส่องสว่างค่ำคืนฤดูหนาวของเซนได นครแห่งพงไพร
งานประดับไฟประจำฤดูหนาวที่ขึ้นชื่อ ช่วยส่องสว่างค่ำคืนฤดูหนาวของเซนได นครแห่งพงไพร

บทสรุป

เซนไดเป็นเมืองที่มีเสน่ห์หลายด้าน ทั้งทิวทัศน์เมืองใหญ่ที่กลมกลืนกับธรรมชาติ และวัฒนธรรมเมืองปราสาทที่ยังคงหลงเหลืออยู่ชัดเจน
ครั้งนี้เราได้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ย่านช้อปปิ้ง และอีเวนต์ต่าง ๆ ที่จะช่วยให้คุณเพลิดเพลินกับเซนไดได้เต็มที่
หากมีเวลาเหลือในแผนการเดินทาง ลองแวะไปจังหวัดอิวาเตะที่มีแหล่งมรดกโลกถึง 3 แห่งก็น่าสนใจไม่น้อย
หากใช้ชินคันเซ็น จะเดินทางจากเซนไดได้ในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น ถ้ามีโอกาสก็ลองขยายทริปออกไปอีกสักหน่อย