
เที่ยวในเมืองนาโกย่าและรอบใกล้เคียงได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ! คู่มือการเดินทางในนาโกย่า
ถ้ากำลังมองหาเมืองที่เที่ยวได้ทั้งในตัวเมืองและขยับออกไปเที่ยวรอบ ๆ ได้สะดวก นาโกย่าก็เป็นจุดหมายที่น่าสนใจมาก
ที่นี่นับเป็นหนึ่งในสามมหานครใหญ่ของญี่ปุ่น เคียงคู่กับโตเกียวและโอซาก้า อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงอุตสาหกรรมจำนวนมาก โดยมีโตโยต้าเป็นจุดเด่นสำคัญ
วัฒนธรรมและอาหารท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ได้รับความนิยมสูง ทำให้ที่นี่เป็นเมืองที่ผสานข้อดีของเมืองใหญ่กับเสน่ห์แบบท้องถิ่นไว้ได้อย่างลงตัว
แม้การเดินทางจะสะดวกและระบบคมนาคมครอบคลุม แต่หากยังไม่คุ้นเคยก็มีโอกาสเสียเวลาและเพิ่มความยุ่งยากในการเดินทางได้
บทความนี้จะพาไปรู้จักวิธีเดินทางจากสนามบินนานาชาติชูบุสู่ตัวเมืองนาโกย่า รวมถึงอธิบายวิธีเดินทางหลักและตั๋วราคาคุ้มค่าสำหรับเที่ยวในนาโกย่าอย่างละเอียด
ยังรวบรวมข้อมูลการเดินทางไปยังย่านท่องเที่ยวยอดนิยมรอบนาโกย่าไว้ครบถ้วน อ่านไว้ก่อนเที่ยวก็ช่วยให้วางแผนได้ง่ายขึ้น ลองใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงกันได้เลย
การเดินทางจากสนามบินนานาชาติชูบุสู่ตัวเมืองนาโกย่า
ถ้าเริ่มทริปจากสนามบินนานาชาติชูบุ (Chubu Kokusai Kuko) หรือที่หลายคนเรียกว่า เซ็นแทรร์ จุดแรกที่ควรรู้ไว้คือวิธีเดินทางไปยังสถานีนาโกย่า (Nagoya Station) และเวลาที่ต้องใช้โดยประมาณ
- เส้นทาง
-
1. เดินจากสนามบินนานาชาติชูบุ (เซ็นแทรร์) ไปยังสถานีสนามบินนานาชาติชูบุ
2. ขึ้นรถไฟด่วนพิเศษสายสนามบินเมเท็ตสึ ปลายทางเมเท็ตสึกิฟุ ที่ชานชาลาหมายเลข 1 แล้วลงที่สถานีเมเท็ตสึนาโกย่า
3. เดินต่อประมาณ 8 นาทีจากสถานีเมเท็ตสึนาโกย่าไปยังสถานีนาโกย่า
หมายเหตุ: หากขึ้นรถด่วนกึ่งพิเศษ จะใช้เวลาเดินทางนานขึ้น
หมายเหตุ: รถไฟ μ-SKY จะถึงเร็วกว่าเล็กน้อย แต่มีค่าธรรมเนียมพิเศษเพิ่มเติม - ระยะเวลา
- ประมาณ 1 ชั่วโมง
โปรดทราบว่าเวลาเดินทางและค่าโดยสารจะแตกต่างกันตามประเภทขบวนรถไฟที่เลือกขึ้นตามที่ระบุไว้ข้างต้น
จากอาคารผู้โดยสารสนามบินไปยังสถานีก็ต้องเดินประมาณ 10 นาทีเช่นกัน ดังนั้นหากมีสัมภาระมาก อาจรู้สึกว่าเดินทางค่อนข้างลำบาก
นอกจากนี้มีรถบัส Airport Liner จากชานชาลาหมายเลข 7 ของอาคารผู้โดยสารสนามบิน ไปยังทางออกฝั่งตะวันตกของสถานีนาโกย่าได้ แต่มีเพียงวันละ 2 รอบเท่านั้น คือเวลา 07:00 และ 00:30
เป็นรถแบบจำกัดจำนวนผู้โดยสารโดยไม่ต้องจองล่วงหน้า และใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของคุณ

วิธีเดินทางหลักสำหรับเที่ยวในนาโกย่า
เวลาเที่ยวในนาโกย่า เรื่องที่ช่วยให้วางแผนได้ง่ายขึ้นมากก็คือระบบขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุมและใช้งานสะดวก
ถ้าพูดถึงตัวเลือกหลัก ๆ รถไฟใต้ดินกับรถบัสท่องเที่ยว Nagoya Sightseeing Route Bus “Meguru” มักเป็นสองแบบที่หยิบมาใช้กันบ่อย
ต่อไปเราจะพาไปรู้จักรายละเอียดของแต่ละวิธีเดินทาง พร้อมแนะนำวิธีเลือกใช้งานให้เหมาะสม รวมถึงตั๋วราคาคุ้มค่าที่ช่วยประหยัดค่าเดินทางได้อีกด้วย
รถไฟใต้ดินเทศบาลนาโกย่า เดินทางในเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รถไฟใต้ดินในเมืองนาโกย่ามีทั้งหมด 6 สาย ได้แก่ สายฮิกาชิยามะ สายเมโจ สายเมโค สายสึรุไม สายซากุระโดริ และสายคามิอิดะ
สายฮิกาชิยามะและสายซากุระโดริผ่าน 2 สถานีสำคัญในใจกลางเมือง คือ สถานีนาโกย่า และสถานีซาคาเอะ
ส่วนสายอื่น ๆ จะวิ่งผ่านพื้นที่ต่างกันค่อนข้างชัดเจน ดังนั้นหากดูจากสถานีที่ใกล้จุดหมายที่สุดควบคู่กับแผนที่เส้นทางที่แยกสีไว้ ก็จะเข้าใจได้ง่ายขึ้น
อีกทั้งแหล่งท่องเที่ยวสำคัญส่วนใหญ่ยังอยู่ในระยะเดินจากสถานีรถไฟใต้ดินได้ ทำให้สะดวกมาก
เพราะฉะนั้น หากต้องเดินทางท่องเที่ยวในนาโกย่า แนะนำให้เช็กก่อนว่าปลายทางไปด้วยรถไฟใต้ดินได้หรือไม่ จะช่วยให้เที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ตารางด้านล่างสรุปภาพรวมของแต่ละสายไว้แล้ว ลองดูประกอบกันได้เลย
| ชื่อสาย (สี) | ช่วงสถานี | สถานที่ท่องเที่ยวดัง (สถานีใกล้ที่สุด) |
|---|---|---|
| สายฮิกาชิยามะ (เหลืองวินด์เซอร์) | สถานีทาคาบาตะ–สถานีฟูจิกาโอกะ (รวม 22 สถานี) | สวนสัตว์และสวนพฤกษศาสตร์ฮิกาชิยามะ (สถานีฮิกาชิยามะโคเอ็น) / หอคอยฮิกาชิยามะสกายทาวเวอร์ (สถานีโฮชิงาโอกะ) |
| สายเมโจ (ม่วง) | สถานีคานายามะ–สถานีนิชิทาคาคุระ (รวม 28 สถานี) หมายเหตุ: เป็นสายวงแหวน | ปราสาทนาโกย่า (สถานีนาโกย่าโจ) / ศาลเจ้าอัตสึตะ (สถานีอัตสึตะจิงงูเด็มมะโจ) |
| สายเมโค (ม่วง+ขาว) | สถานีคานายามะ–สถานีนาโกย่าโค (รวม 7 สถานี) | พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำนาโกย่าพอร์ต (สถานีนาโกย่าโค) / นาโกย่าพอร์ตซีเทรนแลนด์ (สถานีนาโกย่าโค) |
| สายสึรุไม (น้ำเงิน) | สถานีคามิโอตาอิ–สถานีอาคาอิเกะ (รวม 20 สถานี) | พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์เมืองนาโกย่า (สถานีฟูชิมิ) / วัดโอสึคันนง (สถานีโอสึคันนง) |
| สายซากุระโดริ (แดง) | สถานีไทโคโดริ–สถานีโทคุชิเกะ (รวม 21 สถานี) | พิพิธภัณฑ์เมืองนาโกย่า (สถานีซากุรายามะ) / ถนนต้นโอคันซากุระ (สถานีทากาโอกะ) |
| สายคามิอิดะ (ชมพู) | สถานีคามิอิดะ–สถานีเฮอันโดริ (รวม 2 สถานี) | ศาลเจ้าฮิสึจิ (สถานีคามิอิดะ) / สวนโกโยซุยอาโตะไกเอ็น (สถานีคามิอิดะ) |

หากตั้งใจใช้รถไฟใต้ดินเป็นหลัก แนะนำตั๋วรถไฟใต้ดินทุกสายแบบ 24 ชั่วโมง
ตั๋วรถไฟใต้ดินทุกสายแบบ 24 ชั่วโมง เป็นตั๋วแนะนำที่ใช้ขึ้นรถไฟใต้ดินทั้ง 6 สายข้างต้นได้ไม่จำกัดภายใน 24 ชั่วโมง
จุดสำคัญคือจะนับเวลา 24 ชั่วโมงตั้งแต่ครั้งแรกที่สอดตั๋วผ่านประตูตรวจตั๋ว
ตัวอย่างเช่น หากเริ่มใช้เวลา 13:00 ก็จะใช้ต่อได้จนถึง 13:00 ของวันถัดไป จึงครอบคลุมการใช้งานได้ 2 วันและสะดวกมาก ทำให้เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว
อีกข้อดีคือ หากนำตั๋วนี้ไปแสดงที่สถานที่หรือร้านค้าที่ลงใน Nagoya Toku Navi ก็จะได้รับส่วนลดหรือสิทธิพิเศษต่าง ๆ
แหล่งท่องเที่ยวหลักอย่างปราสาทนาโกย่าและสวนสัตว์และสวนพฤกษศาสตร์ฮิกาชิยามะก็รวมอยู่ด้วย จึงน่าลองเช็กดู
ราคาตั๋วรถไฟใต้ดินทุกสายแบบ 24 ชั่วโมง คือ ผู้ใหญ่ 760 เยน และเด็กประถม 380 เยน
ค่าโดยสารเริ่มต้นของรถไฟใต้ดินนาโกย่าอยู่ที่ 210 เยน ดังนั้นแม้จะเดินทางระยะใกล้ หากขึ้นอย่างน้อย 4 เที่ยวก็ถือว่าตั๋วนี้คุ้มกว่า
หากใช้งานในวันเดียวกันสามารถซื้อได้จากเครื่องจำหน่ายตั๋วทุกสถานี ส่วนกรณีต้องการระบุวันที่ล่วงหน้า ให้ซื้อที่เคาน์เตอร์หน้าประตูตรวจตั๋วหรือศูนย์บริการ หมายเหตุ: หากซื้อจากเครื่องจำหน่ายตั๋ว ตั๋วจะหมดอายุอัตโนมัติภายในวันนั้น

เหมาะสำหรับคนอยากตระเวนจุดไฮไลต์! รถบัสท่องเที่ยว Nagoya Sightseeing Route Bus “Meguru”
ถ้าอยากเก็บจุดท่องเที่ยวหลัก ๆ ในเมืองแบบไม่ต้องต่อรถหลายรอบ Nagoya Sightseeing Route Bus “Meguru” ก็เป็นตัวเลือกที่ใช้งานง่าย
รถบัสคันสีทองมองเห็นได้ไม่ยากในตัวเมือง และช่วยให้เดินทางตรงไปยังจุดหมายได้สะดวก
ในวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะมีไกด์ร่วมเดินทางเพื่อบรรยายแนะนำสถานที่ด้วย จึงเหมาะมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่ยังไม่คุ้นเส้นทาง
รายละเอียดของ “Meguru” สามารถดูได้จากตารางด้านล่าง
- เส้นทางการเดินรถ
- สถานีนาโกย่า (สถานีขนส่งรถบัส)–ฮิโรโคจิฟูชิมิ หมายเหตุ: รวม 11 ป้ายจอด
- แหล่งท่องเที่ยวที่แวะได้
-
・ย่านปราสาทนาโกย่าและโทกุงาวะ: ปราสาทนาโกย่า, พิพิธภัณฑ์ศิลปะโทกุงาวะ เป็นต้น
・ย่านซาคาเอะ: Oasis 21, Aichi Arts Center เป็นต้น
・ย่านฟูชิมิ: พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์เมืองนาโกย่า, พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมืองนาโกย่า เป็นต้น
・ย่านรอบสถานี: พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์เทคโนโลยีอุตสาหกรรมโตโยต้า, Noritake Garden เป็นต้น - วันให้บริการ
- วันอังคาร–วันอาทิตย์
- วันหยุดให้บริการ
-
วันจันทร์ และช่วงปีใหม่ 29/12–03/01
หมายเหตุ: หากวันจันทร์ตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะหยุดในวันธรรมดาวันถัดไป - เวลาการเดินรถ
-
วันธรรมดา: 1 คันทุก 30–60 นาที
วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์: 1 คันทุก 20–40 นาที
หมายเหตุ: ช่วงโอบง 13/08–15/08 ใช้ตารางเดินรถแบบวันหยุด - ราคา (ต่อ 1 เที่ยว)
- ผู้ใหญ่ 210 เยน เด็ก 100 เยน

หากจะใช้หลายครั้ง ลองใช้ “Meguru 1DAY Ticket” ให้คุ้ม
“Meguru 1DAY Ticket” เป็นตั๋วที่ใช้ขึ้น “Meguru” ได้ไม่จำกัดตลอด 1 วัน
ถ้าใน 1 วันวางแผนจะขึ้น “Meguru” อย่างน้อย 3 ครั้ง การซื้อตั๋วนี้ก็คุ้มค่ากว่า
ตัวตั๋วไม่ได้ให้แค่ขึ้นรถได้ไม่จำกัด แต่ยังมีสิทธิพิเศษเพิ่มเติมให้ด้วย ซึ่งเป็นจุดที่น่าสนใจอีกอย่าง
ในเว็บไซต์ทางการยังมีตัวอย่างเส้นทางท่องเที่ยวหลายแบบที่ใช้ “Meguru” ให้ดูเป็นไอเดียได้ด้วย
รายละเอียดของ “Meguru 1DAY Ticket” มีดังนี้
- ราคา
- ผู้ใหญ่ 500 เยน เด็ก 250 เยน
- สถานที่จำหน่าย
- บนรถบัส Meguru, ศูนย์บริการสถานีนาโกย่า, ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวคานายามะ, บริษัทตัวแทนท่องเที่ยว เป็นต้น
- สิทธิพิเศษ
-
ส่วนลดค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว ของที่ระลึกฟรี เป็นต้น
<ตัวอย่าง>
・พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์เทคโนโลยีอุตสาหกรรมโตโยต้า: ค่าเข้าผู้ใหญ่ 1,000 เยน → 800 เยน
・ร้าน Nagoya Meshi Shokudo Maruhachi: ลด 10% จากยอดชำระ
・ร้านค้าปราสาทนาโกย่า: เมื่อซื้อครบอย่างน้อย 1,000 เยน รับของที่ระลึกนาโกย่าต้นฉบับ

รถบัสประจำเมือง สะดวกสำหรับการเดินทางไปยังสถานที่เฉพาะจุด
ถ้าจุดหมายไม่ได้อยู่ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน รถบัสประจำเมืองก็อาจตอบโจทย์กว่าในการเดินทางบางช่วง
เครือข่ายรถบัสครอบคลุมทั้งพื้นที่เมืองนาโกย่า รวมถึงพื้นที่กว้างขวางใกล้เคียง เช่น เมืองโอวาริอาซาฮิ เมืองนิชชิน และเขตนิชิคาสุงาอิ เมืองโทโยยามะ เป็นต้น
แม้จะมีหลายเส้นทาง แต่สำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว เส้นทางที่น่าใช้คือ “Downtown Loop Bus สาย C-758”
รถบัสสายนี้วิ่งจากสถานีนาโกย่าผ่านย่านซาคาเอะ และวนรอบย่านโอสึ โดยระยะห่างระหว่างป้ายค่อนข้างสั้น และคำนึงถึงความสะดวกด้วยระบบ 안내หลายภาษา
จุดเด่นคือมีแหล่งท่องเที่ยวประเภทศาลเจ้าและวัดอยู่ตามแนวเส้นทางหลายแห่ง เช่น ศาลเจ้าอาซาฮิ วัดนาริตะซังมันปุกุอิน และศาลเจ้าคาสุงะ
แนะนำให้ลองดูแผนที่ท่องเที่ยวภาษาอังกฤษที่เว็บไซต์ทางการของเมืองนาโกย่าเผยแพร่ไว้ด้วย
หากคุณวางแผนเที่ยวโดยเน้นสถานที่เหล่านี้ การใช้รถบัสประจำเมืองอาจเหมาะกว่ารถไฟใต้ดินหรือ Meguru
หากเป็นวันที่ “Meguru” ให้บริการ ก็สามารถใช้ “Meguru 1DAY Ticket” ขึ้นได้ด้วย จึงควรใช้ให้คุ้ม
อีกอย่างที่ควรจำไว้คือ รถบัสประจำเมืองคิดค่าโดยสารแบบคงที่ ผู้ใหญ่ 210 เยน เด็ก 100 เยน และโดยทั่วไปชำระเงินล่วงหน้า

ถ้าอยากเที่ยวหลายจุดใน 1 วัน แนะนำใช้ “Donichi Eco Kippu”
“Donichi Eco Kippu” เป็นตั๋วสุดคุ้มที่ใช้เพียงใบเดียวก็ขึ้นรถไฟใต้ดิน Meguru และรถบัสประจำเมืองได้ไม่จำกัดทุกสาย
โดยเฉพาะถ้าอยากเก็บสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งใน 1 วัน หรืออยากลดการเดินให้น้อยลง ตั๋วนี้ก็น่าจะคุ้มมาก
รายละเอียดดูได้จากตารางด้านล่าง
- วันที่ใช้งานได้
-
วันเสาร์ วันอาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (วันที่ 8 ของทุกเดือน)
หมายเหตุ: รวมวันเดินรถพิเศษตามตารางวันหยุด - ราคา
-
ผู้ใหญ่ 620 เยน เด็ก 310 เยน
สถานที่จำหน่าย\เครื่องจำหน่ายตั๋วแต่ละสถานี, เคาน์เตอร์หน้าประตูตรวจตั๋ว, บนรถบัสประจำเมือง, ศูนย์บริการ เป็นต้น - สิทธิพิเศษ
-
รับส่วนลดและสิทธิพิเศษที่สถานที่หรือร้านค้าที่ลงใน Nagoya Toku Navi
หมายเหตุ: เนื้อหาเหมือนกับตั๋วรถไฟใต้ดินทุกสายแบบ 24 ชั่วโมง
หากกำหนดการเดินทางของคุณไม่ตรงกับวันที่ใช้ “Donichi Eco Kippu” ได้ แนะนำ “บัตรโดยสาร 1 วัน รถบัสและรถไฟใต้ดินทุกสาย”
แม้ราคาจะสูงขึ้นเล็กน้อยคือ ผู้ใหญ่ 870 เยน เด็ก 430 เยน แต่พื้นที่ใช้งานแบบไม่จำกัดและสิทธิพิเศษยังเหมือนกัน
และหากใช้เฉพาะรถไฟใต้ดิน ก็เลือกตั๋วรถไฟใต้ดินทุกสายแบบ 24 ชั่วโมงได้เลย

รถไฟสายต่าง ๆ สำหรับเดินทางไปชานเมืองนาโกย่าหรือข้ามจังหวัด
ถ้าขยับออกจากตัวเมืองสักหน่อย ตัวเลือกการเดินทางก็จะกว้างขึ้นมาก
ในเมืองนาโกย่าไม่ได้มีแค่รถไฟใต้ดิน แต่ยังมีรถไฟอีก 5 สาย ได้แก่ JR Chuo Main Line, สายเมเท็ตสึ, Kintetsu Nagoya Line, สายอาโอนามิ และ Linimo
เส้นทางเหล่านี้มักใช้เมื่อเดินทางท่องเที่ยวไปยังชานเมืองนาโกย่า หรือพื้นที่ใกล้เคียงในภูมิภาคโทไค เช่น กิฟุและมิเอะ
ลักษณะเด่นและช่วงสถานีของแต่ละสาย สามารถดูได้จากตารางต่อไปนี้
| ชื่อสาย | ช่วงสถานี | ลักษณะเด่น |
|---|---|---|
| JR Chuo Main Line | สถานีชิโอจิริ–สถานีนาโกย่า (รวม 40 สถานี) หมายเหตุ: ไม่รวมฝั่งมุ่งหน้าโตเกียว | เป็นเส้นทางที่แยกมาจากสถานีโตเกียวที่สถานีชิโอจิริ จังหวัดนากาโนะ แล้วเชื่อมต่อถึงสถานีนาโกย่า ครอบคลุมถึง 6 จังหวัด ใช้เดินทางท่องเที่ยวบริเวณใกล้นาโกย่า เช่น สถานีคานายามะ และสถานีทาจิมิในจังหวัดกิฟุ เหมาะสำหรับผู้ที่อยากท่องเที่ยวแบบสบาย ๆ แวะเมืองอย่างโคฟุหรือมัตสึโมโตะระหว่างทาง |
| สายเมเท็ตสึ (Nagoya Railroad) | สถานีโทโยฮาชิ–สถานีเมเท็ตสึกิฟุ (รวม 60 สถานี) หมายเหตุ: เฉพาะสายหลักเมเท็ตสึนาโกย่า | เชื่อมพื้นที่ในจังหวัดไอจิกับจังหวัดกิฟุ และยังเป็นหนึ่งในเครือข่ายคมนาคมสำคัญภายในเมืองนาโกย่า บริเวณใกล้แนวเส้นทางมีจุดเด่นอย่างย่านเมืองเก่าอาริมัตสึที่ยังคงบรรยากาศสมัยเอโดะ และศาลเจ้านารุมิที่มีชื่อเสียงด้านขอพรเรื่องความรัก |
| Kintetsu Nagoya Line | สถานีคินเท็ตสึนาโกย่า–สถานีอิเซะนากาวะ (รวม 44 สถานี) | เชื่อมนาโกย่ากับจังหวัดมิเอะ และสามารถต่อรถไปยังสายอื่นได้หลายจุด อีกทั้งยังมีรถด่วนพิเศษเพื่อการท่องเที่ยวหลายแบบ เช่น Shimakaze (นาโกย่า–อิเสะชิมะ) และ Hinotori (นาโกย่า–โอซาก้า) |
| สายอาโอนามิ | สถานีนาโกย่า–สถานีคินโจฟุโตะ (รวม 11 สถานี) | สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมเมืองนาโกย่ากับเขตท่าเรือที่เดิมไม่มีระบบรถไฟ และเริ่มให้บริการตั้งแต่ปี 2004 จุดเด่นคือหลังคาชานชาลาทรงคลื่นที่สื่อถึงทะเล ตลอดแนวสายมีสถานที่ขนาดใหญ่อย่าง LEGOLAND Japan และ SCMAGLEV and Railway Park |
| Linimo หมายเหตุ: สายโทบุคิวเรียว | สถานีฟูจิกาโอกะ–สถานียากุสะ (รวม 9 สถานี) | เป็นรถไฟลิเนียร์มอเตอร์แบบลอยตัวด้วยแม่เหล็กสายแรกของญี่ปุ่น เปิดให้บริการจากกระแสของงาน Aichi Expo ปี 2005 ระยะทางรวมประมาณ 9 กิโลเมตร ถือเป็นเส้นทางสั้นที่ขับเคลื่อนอัตโนมัติเป็นหลัก และวิ่งได้อย่างนุ่มนวลในความเร็วที่สบาย |

การเดินทางไปยังย่านท่องเที่ยวยอดนิยมรอบนาโกย่า
ข้อดีอีกอย่างของนาโกย่าคือเดินทางต่อไปยังชานเมืองและนอกจังหวัดไอจิได้สะดวก ใช้เวลาไม่นาน จึงเหมาะกับการจัดทริปแบบเที่ยวหลายเมืองควบคู่กัน
ต่อไปนี้เราจะพาไปรู้จักการเดินทางจากสถานีนาโกย่าไปยังเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมต่าง ๆ ที่เดินทางได้ง่าย พร้อมแนะนำเสน่ห์ของแต่ละแห่งแบบย่อ ๆ
คุณสามารถใช้ข้อมูลเรื่องรายละเอียดและระยะเวลาเดินทางเหล่านี้ไปช่วยวางแผนทริปได้เลย
การเดินทางจากนาโกย่าไปกิฟุ
จังหวัดกิฟุซึ่งตั้งอยู่เกือบใจกลางประเทศญี่ปุ่น อยู่ทางเหนือของนาโกย่า และเป็นหนึ่งใน 3 จังหวัดหลักของภูมิภาคโทไคร่วมกับไอจิและมิเอะ
ที่นี่รายล้อมด้วยธรรมชาติอันหลากหลาย โดยเฉพาะพื้นที่ฮิดะและมิโนะ ตั้งแต่ภูเขาไปจนถึงสายน้ำใส ให้ทิวทัศน์กว้างใหญ่สวยงามมาก
เสน่ห์ของกิฟุคือการได้ใช้ช่วงเวลาสุดพิเศษไปกับการแช่ออนเซ็นชื่อดัง เช่น เกโระออนเซ็น พร้อมลิ้มลองสาเกท้องถิ่นและอาหารขึ้นชื่ออย่างเนื้อฮิดะ ท่ามกลางธรรมชาติที่ช่วยเยียวยาจิตใจ
ในบรรดาสถานที่ทั้งหมด มรดกโลกชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go) หมู่บ้านกัชโชสึคุริ ถือเป็นไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดและได้รับความนิยมมากทั้งในและต่างประเทศ
ที่นี่มีเสน่ห์แตกต่างกันในแต่ละฤดูกาล และยังถ่ายทอดบรรยากาศของญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมได้อย่างเต็มที่ จนชวนให้รู้สึกย้อนวันวาน
วิธีเดินทางจากนาโกย่าไปกิฟุมีดังนี้
เนื่องจากไอจิและกิฟุติดกัน จึงมีรถไฟหลายเที่ยวและค่าโดยสารไม่แพง ทำให้เดินทางไปกลับได้สะดวกสบาย
- เส้นทาง
-
1. ขึ้นรถไฟ JR Tokaido Main Line Rapid จากสถานี JR นาโกย่า มุ่งหน้าโองากิ เป็นต้น แล้วลงที่สถานี JR กิฟุ
หมายเหตุ: หากขึ้นรถด่วนพิเศษ Hida จะมีค่าธรรมเนียมพิเศษเพิ่มเติม - ระยะเวลา
- ประมาณ 25 นาที

บทความนี้ได้แนะนำเสน่ห์ของกิฟุแบบละเอียด โดยเน้นทั้งอาหารและสถานที่ท่องเที่ยว อย่าลืมเข้าไปดูกันต่อด้วย
การเดินทางจากนาโกย่าไปโอซาก้า
โอซาก้า มหานครใหญ่ที่สุดของฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ถึงตะวันตกของนาโกย่า และรุ่งเรืองในฐานะศูนย์กลางการค้ามาตั้งแต่อดีตจนได้รับฉายาว่า “ครัวของแผ่นดิน”
โอซาก้ามีวัฒนธรรมที่อิสระและเต็มไปด้วยอารมณ์ขัน แตกต่างจากโตเกียวอย่างชัดเจน บรรยากาศเป็นกันเองจึงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงมาก
ไม่ว่าจะเป็นปราสาทโอซาก้า ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เจแปน หรือโดทงโบริ ก็ล้วนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลายและเที่ยวได้ไม่มีเบื่อ
อีกทั้งยังขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งการกิน จนมีคำเรียกว่า “กินจนหมดตัว” และอาหารแป้งอย่างทาโกะยากิก็โด่งดังมาก
โดยทั่วไปการเดินทางจากนาโกย่าไปโอซาก้ามักใช้ชินคันเซ็น แต่หากต้องการพิจารณาเรื่องค่าใช้จ่ายและความสะดวกในการต่อรถ รถบัสด่วนก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ
การเดินทางด้วยรถไฟ
- เส้นทาง
-
1. ขึ้นรถไฟ JR Tokaido Shinkansen จากสถานี JR นาโกย่า (Hikari, Kodama หรือ Nozomi) แล้วลงที่สถานี JR Shin-Osaka
2. จากสถานี JR Shin-Osaka ขึ้น JR Kyoto Line แล้วลงที่สถานีโอซาก้า
หมายเหตุ: ระยะเวลาเดินทางของชินคันเซ็นจะแตกต่างกันประมาณ 20 นาทีตามขบวนที่เลือก - ระยะเวลา
- ประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที
การเดินทางด้วยรถบัสด่วน
- เส้นทาง
-
1. ขึ้นรถจากจุดขึ้นรถบัสด่วนพิเศษ JR Nagoya Station Highway Bus Stop ไปยังโอซาก้าหรืออุเมดะ เช่น รถของ West Japan JR Bus แล้วลงที่ Osaka Station JR Express Bus Terminal
หมายเหตุ: เวลาเดินทางและค่าโดยสารจะแตกต่างกันตามประเภทรถบัสด่วน และยังสามารถเลือกเส้นทางอื่นนอกเหนือจากที่ยกตัวอย่างได้ - ระยะเวลา
- ประมาณ 2 ชั่วโมง 55 นาที

หากคุณกำลังวางแผนเที่ยวโอซาก้าเป็นครั้งแรก บทความนี้ก็มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ครบถ้วน ทั้งสถานที่ห้ามพลาดและอาหารท้องถิ่นที่ควรลอง
การเดินทางจากนาโกย่าไปเกียวโต
เกียวโต เมืองหลวงเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของนาโกย่า เป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวชั้นนำของญี่ปุ่นที่มีทิวทัศน์เมืองอันงดงามและเปี่ยมด้วยบรรยากาศคลาสสิก
เสน่ห์ของที่นี่คือการอยู่ร่วมกันของวัฒนธรรมดั้งเดิมและธรรมชาติตามฤดูกาล จนแม้ไม่ไปสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง ก็ยังสัมผัสได้ถึงความพิเศษและความประทับใจ
หากลองเดินเล่นรอบเมือง คุณน่าจะได้พบทั้งวิวสวยที่อยากหยิบกล้องขึ้นมาถ่าย และร้านอาหารน่าแวะอย่างน่าประหลาดใจ
แน่นอนว่ายังมีสิ่งก่อสร้างเก่าแก่ทรงคุณค่ามากมาย ไม่ว่าจะเป็นวัดคิโยมิสึเดระหรือวิหารเบียวโดอิน โฮโอโด ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกหรือโบราณสถานสำคัญพิเศษ ทำให้สัมผัสประวัติศาสตร์แบบเกียวโตได้อย่างใกล้ชิด
วิธีเดินทางและระยะเวลาจากนาโกย่าไปเกียวโตมีดังนี้
- เส้นทาง
-
1. ขึ้นรถไฟ JR Tokaido Shinkansen จากสถานี JR นาโกย่า (Hikari, Kodama หรือ Nozomi) แล้วลงที่สถานี JR เกียวโต
หมายเหตุ: ระยะเวลาเดินทางจะแตกต่างกันประมาณ 20 นาทีตามขบวนที่เลือก - ระยะเวลา
- ประมาณ 40 นาที

บทความนี้ได้รวบรวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมและร้านอาหารแนะนำในเกียวโตไว้แล้ว ไม่ควรพลาด
การเดินทางจากนาโกย่าไปนารา
จังหวัดนาราซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของนาโกย่า ยังคงรักษาทิวทัศน์แบบญี่ปุ่นดั้งเดิมไว้ทั่วทั้งเมือง ตั้งแต่วัดเก่าแก่ที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ไปจนถึงแหล่งชมวิวธรรมชาติอุดมสมบูรณ์
นารามีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าเกียวโต และมีเสน่ห์ตรงที่เต็มไปด้วยศาลเจ้าและวัดที่มีสมบัติแห่งชาติและทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญ เช่น วัดโฮริวจิ และวัดโทไดจิ
นอกจากนี้วัฒนธรรมและธรรมชาติยังผสานกันอย่างลงตัว โดยที่สวนสาธารณะนารา ซึ่งเป็นจุดชมวิวชื่อดัง มีกวางป่าประมาณ 1,000 ตัวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติ อาศัยอยู่ร่วมกับผู้คน
การเดินทางจากนาโกย่าไปนารามี 2 วิธี คือรถไฟและรถบัสด่วน ตามรายละเอียดด้านล่าง
หากต้องการความรวดเร็วแนะนำรถไฟ แต่ถ้าอยากประหยัดและต้องการที่นั่งแน่นอน รถบัสด่วนก็น่าจะเหมาะกว่า
การเดินทางด้วยรถไฟ
- เส้นทาง
-
1. ขึ้นรถไฟ JR Tokaido Shinkansen จากสถานี JR นาโกย่า (Hikari, Kodama หรือ Nozomi) แล้วลงที่สถานี JR เกียวโต
2. จากสถานี JR เกียวโต ขึ้นรถไฟด่วนสาย JR Nara Line แล้วลงที่สถานีนารา
หมายเหตุ: หากต้องการไปสถานีคินเท็ตสึนารา ให้เปลี่ยนไปขึ้นสาย Kintetsu Kyoto Line ที่สถานี JR เกียวโต - ระยะเวลา
- ประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที
การเดินทางด้วยรถบัสด่วน
- เส้นทาง
-
1. เดินจากสถานีนาโกย่าไปยัง Meitetsu Bus Center
2. ขึ้นรถบัสไปนาราที่ชานชาลาหมายเลข 8 ของ Meitetsu Bus Center แล้วลงที่สถานี JR นารา - ระยะเวลา
- ประมาณ 2 ชั่วโมง 50 นาที

หากอ่านบทความนี้ควบคู่กัน ก็จะช่วยให้คุณรู้จักเสน่ห์ของนาราได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเดินทางในนาโกย่า
Q
บัตร IC ที่ใช้กับขนส่งสาธารณะในเมืองนาโกย่ามีอะไรบ้าง?
ในนาโกย่ามี manaca เป็นบัตร IC ที่ใช้กันมาก และยังรองรับบัตร IC รวมทั้งหมด 10 ประเภท เช่น Suica เป็นต้น
Q
มีตั๋วโดยสารราคาคุ้มค่าสำหรับเดินทางในเมืองนาโกย่าหรือไม่?
ถ้าใช้รถไฟใต้ดิน แนะนำตั๋วรถไฟใต้ดินทุกสายแบบ 24 ชั่วโมง ส่วนรถบัสท่องเที่ยวแนะนำ “Meguru 1DAY Ticket” และถ้าจะใช้รถไฟใต้ดินกับรถบัสประจำเมืองร่วมกัน แนะนำ “Donichi Eco Kippu”
บทสรุป
ตลอดบทความนี้ เราได้สรุปทั้งวิธีเดินทางหลักในตัวเมืองนาโกย่า วิธีเลือกใช้ให้เหมาะสม ตั๋วราคาคุ้มค่า รวมถึงการเดินทางจากนาโกย่าไปยังย่านท่องเที่ยวยอดนิยมในพื้นที่ใกล้เคียง
เมื่อมาเที่ยวนาโกย่า ลองขยายทริปไปยังจุดหมายใกล้เคียงอย่างชิราคาวาโกะในจังหวัดกิฟุ หรือคินคะคุจิในจังหวัดเกียวโต ก็จะช่วยให้ทริปเต็มอิ่มยิ่งขึ้น
และถ้าอยากวางแผนเที่ยวต่อ บทความนี้ก็ได้คัดสรรสถานที่ท่องเที่ยวและอาหารเด็ดของนาโกย่าที่ไม่ควรพลาดไว้แล้ว อย่าลืมตามไปดูกันต่อ