เต็มอิ่มกับบรรยากาศประวัติศาสตร์และอาหารท้องถิ่น! 8 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในฮิเมจิ

เต็มอิ่มกับบรรยากาศประวัติศาสตร์และอาหารท้องถิ่น! 8 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในฮิเมจิ

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

ถ้าอยากเดินเล่นในเมืองที่ยังอบอวลด้วยเรื่องราวในอดีต “ฮิเมจิ” เป็นจุดหมายที่ชวนให้แวะมาเยือน
เมืองนี้เคยรุ่งเรืองในฐานะจุดคมนาคมสำคัญและเมืองรอบปราสาท
สัญลักษณ์ของเมืองอย่าง “ปราสาทฮิเมจิ” ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเด่นของจังหวัดเฮียวโงะอีกด้วย
งานหัตถกรรมดั้งเดิมและอาหารท้องถิ่นที่มีความหลากหลายก็เป็นอีกเสน่ห์ที่ไม่ควรพลาด
บทความนี้จะพาไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของ “ฮิเมจิ” พร้อมแนะนำร้านอาหารและฤดูกาลท่องเที่ยวที่เหมาะสม
หากใช้ข้อมูลในบทความนี้เป็นแนวทาง คุณจะได้สัมผัสเสน่ห์ของ “ฮิเมจิ” อย่างเต็มที่แน่นอน

ฮิเมจิเป็นสถานที่แบบไหน?

ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดเฮียวโงะมี “เมืองฮิเมจิ” เมืองที่เจริญรุ่งเรืองมาแต่โบราณในฐานะศูนย์กลางการคมนาคม
ในยุคสงครามเซ็งโงกุ (ค.ศ. 1467–1615) โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyoshi) ได้สร้างป้อมปราสาทขึ้น และในสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603–1868) เมืองก็รุ่งเรืองในฐานะเมืองรอบปราสาท
ด้วยเหตุนี้ “ฮิเมจิ” จึงมีอาคารประวัติศาสตร์อยู่มากมาย และยังสัมผัสได้ถึงบรรยากาศของเมืองรอบปราสาทจากทิวทัศน์ของตัวเมือง
โดยเฉพาะ “ปราสาทฮิเมจิ” ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกและเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนั้น มีชื่อเสียงไปทั่วประเทศ
ไม่ใช่แค่ตัวอาคารเท่านั้น วัฒนธรรมและงานฝีมือดั้งเดิมก็ยังได้รับการสืบทอดต่อมา โดยงานหัตถกรรมอย่าง “ลูกข่างฮิเมจิ” และ “งานหนังฮิเมจิ” ได้รับความนิยมอย่างมากในฐานะของฝาก
อีกหนึ่งเสน่ห์ของ “ฮิเมจิ” คือทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม เพราะเมืองนี้หันหน้าออกสู่ทะเลเซโตะในและยังรายล้อมด้วยภูเขา
อาหารที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเลสดจากทะเลเซโตะในหรือเนื้อวากิวฮิเมจิ
นอกจากนี้ เมืองนี้ยังมีชื่อเสียงด้านการผลิตโชยุมาแต่เดิม จึงสามารถเพลิดเพลินกับอาหารท้องถิ่นที่ใช้โชยุได้ เช่น “ราเม็งฮิเมจิ” ที่ใช้น้ำซุปเบสโชยุ และโอเด้งที่รับประทานคู่กับโชยุขิง

ทิวทัศน์เมืองฮิเมจิที่มีปราสาทฮิเมจิเป็นศูนย์กลางและรายล้อมด้วยธรรมชาติ
ทิวทัศน์เมืองฮิเมจิที่มีปราสาทฮิเมจิเป็นศูนย์กลางและรายล้อมด้วยธรรมชาติ

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของฮิเมจิคือช่วงไหน?

หากจะไปเที่ยว “ฮิเมจิ” แนะนำให้ไปในฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้ร่วง
เหตุผลก็คือ “ปราสาทฮิเมจิ” ซึ่งเป็นไฮไลต์สำคัญของการเที่ยว “ฮิเมจิ” เป็นจุดชมซากุระและใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยม
ภาพของ “ปราสาทฮิเมจิ” ที่ได้รับสมญาว่า “ปราสาทนกกระสาขาว” เคียงคู่กับซากุระหรือใบไม้เปลี่ยนสี เป็นทิวทัศน์ที่ไม่ควรพลาด
ลองแวะเที่ยวจุดชมดอกไม้และจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีอื่น ๆ ในพื้นที่ไปพร้อมกันได้เลย

ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูกาลของฮิเมจิ

  • ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): เหมาะกับแจ็กเก็ตบางและเสื้อสเวตเตอร์เนื้อบาง
  • ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อผ้าบางสบายแบบแขนสั้น
  • ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): แจ็กเก็ตบาง หรือจะเลือกโค้ตก็ได้
  • ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): โค้ต เสื้อสเวตเตอร์หนา หรือแจ็กเก็ตที่ให้ความอบอุ่น

เดินทางไปฮิเมจิอย่างไร?

จากโอซาก้าไป “ฮิเมจิ” ใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
ทั้งนี้ หากใช้ชินคันเซ็นจาก “สถานีชินโอซาก้า” จะใช้เวลาประมาณ 45 นาที
จาก “โกเบ” ก็เดินทางโดยรถไฟได้ในเวลาประมาณ 40 นาที จึงเข้าถึงได้สะดวกจากแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง

การเดินทางหลักสำหรับเที่ยวฮิเมจิ

หากเที่ยว “ฮิเมจิ” ระบบขนส่งหลักคือรถบัสสาธารณะ
โดยเฉพาะหากขึ้นรถบัสวนรอบปราสาทฮิเมจิ ก็สามารถเที่ยวจุดท่องเที่ยวยอดนิยมรอบ “ปราสาทฮิเมจิ” ได้ จึงน่าใช้บริการมาก
หากซื้อบัตรโดยสารแบบ 1 วันของรถบัสวนรอบปราสาทฮิเมจิ ก็สามารถใช้กับรถบัสสายอื่นได้ด้วย ดังนั้นถ้าวางแผนจะเที่ยวหลายแห่ง ก็ควรพิจารณาใช้ร่วมกัน

8 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในฮิเมจิที่ให้คุณดื่มด่ำกับประวัติศาสตร์และเสน่ห์ของเมือง

ต่อจากนี้คือสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของ “ฮิเมจิ” ที่อยากชวนให้รู้จัก
เริ่มจาก “ปราสาทฮิเมจิ” แล้วค่อยขยับไปยังธีมพาร์กที่เที่ยวได้ทั้งครอบครัว และสวนญี่ปุ่นที่ให้สัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่น แต่ละแห่งก็น่าแวะไม่แพ้กัน
หลายแห่งตั้งอยู่ภายในพื้นที่ปราสาทฮิเมจิหรือบริเวณใกล้เคียง จึงแนะนำให้วางแผนเที่ยวโดยมีปราสาทฮิเมจิเป็นศูนย์กลาง

1. ปราสาทฮิเมจิ

ปราสาทชื่อดังระดับประเทศที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
หอคอยหลักขนาดใหญ่ที่สร้างโดยอิเคดะ เทรุมาสะ ในช่วงต้นสมัยเอโดะ มีโครงสร้าง 5 ชั้น 6 ระดับ และชั้นใต้ดิน 1 ชั้น นับเป็นหอคอยปราสาทจากสมัยเอโดะที่ยังคงอยู่ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุด
นอกจากนี้ยังเป็นปราสาทแบบ “โซกามาเอะ” ที่ตัวเมืองรอบปราสาทตั้งอยู่ภายในแนวคูเมือง โดยมีขนาดใหญ่พอที่จะครอบคลุมพื้นที่ใจกลางเมืองฮิเมจิในปัจจุบัน

สถาปัตยกรรมปราสาทตัวแทนของญี่ปุ่นที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก มีอีกชื่อว่า “ปราสาทนกกระสาขาว”
สถาปัตยกรรมปราสาทตัวแทนของญี่ปุ่นที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก มีอีกชื่อว่า “ปราสาทนกกระสาขาว”

2. วัดโชชะซังเอ็งเงียวจิ

วัดนิกายเท็นไดที่ตั้งอยู่บนภูเขาโชชะซังสูง 371 เมตร ทางตอนเหนือของตัวเมืองฮิเมจิ
ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 966 และเชื่อกันว่าเปิดวัดโดยพระโชกุโชนิน
บนยอดเขามีอาคารวัดจำนวนมากเรียงราย เป็นวัดขนาดใหญ่จนได้รับฉายาว่า “ภูเขาฮิเอทางตะวันตก” และเป็นสถานที่ศรัทธาสำคัญมาแต่โบราณ อีกทั้งยังเป็นวัดลำดับที่ 27 ของเส้นทางแสวงบุญไซโกกุ 33 แห่ง

“ภูเขาฮิเอทางตะวันตก” สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง “The Last Samurai”
“ภูเขาฮิเอทางตะวันตก” สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง “The Last Samurai”

3. สวนสัตว์เทศบาลฮิเมจิ

“สวนสัตว์ในปราสาท” ที่ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของมรดกโลก “ปราสาทฮิเมจิ” ติดกับลานซังโนะมารุ
เมื่อเดินตรงเข้าไปในสวนสัตว์ จะพบสะพานสีแดง “โจมิบาชิ” ซึ่งมองเห็นปราสาทฮิเมจิข้ามคูเมืองได้อย่างสวยงาม และทางด้านตะวันตกของคอกช้างเก่า ยังสามารถชมภาพสะท้อนของหอคอยหลักบนผิวน้ำได้อีกด้วย จึงเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวปราสาทฮิเมจิที่มีชื่อเสียง

“สวนสัตว์ในปราสาท” ที่มองเห็นมรดกโลก “ปราสาทฮิเมจิ”
“สวนสัตว์ในปราสาท” ที่มองเห็นมรดกโลก “ปราสาทฮิเมจิ”

4. พิพิธภัณฑ์ศิลปะเทศบาลฮิเมจิ

พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ดัดแปลงจากโกดังอิฐแดงเก่าของกองทัพบก ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมประเภทมีรูปธรรมของประเทศ และตั้งอยู่ติดกับด้านตะวันออกของมรดกโลกปราสาทฮิเมจิ
ที่นี่เก็บสะสมผลงานราว 5,000 ชิ้น โดยเน้นศิลปะสมัยใหม่และร่วมสมัยจากทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่น
ภายในยังมีผลงานของศิลปินชื่อดังอย่าง ปอล เดลโว ปิกัสโซ และโรแดงด้วย

พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่อยู่ติดกับมรดกโลกปราสาทฮิเมจิ ใช้อาคารอิฐแดงซึ่งเดิมเป็นโกดังของกองทัพบก
พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่อยู่ติดกับมรดกโลกปราสาทฮิเมจิ ใช้อาคารอิฐแดงซึ่งเดิมเป็นโกดังของกองทัพบก

5. ฮิเมจิเซ็นทรัลพาร์ก

สถานที่ท่องเที่ยวแบบครบวงจรที่เปิดในปี ค.ศ. 1984 โดยมีซาฟารีพาร์กและสวนสนุกเป็นจุดหลัก
เป็นธีมพาร์กชื่อดังของภูมิภาคคันไซที่ผู้คนรู้จักกันในชื่อเล่นว่า “ฮิเมะเซ็น”
ซาฟารีพาร์กสามารถขับรถส่วนตัวเข้าไปได้ และชมสัตว์อย่างสิงโตหรือยีราฟอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ยังสามารถนั่งรถบัสชมรอบพื้นที่ได้ด้วย

ซาฟารีพาร์กยอดนิยมแห่งหนึ่งของฝั่งตะวันตกญี่ปุ่น ที่รู้จักกันในชื่อ “ฮิเมะเซ็น”
ซาฟารีพาร์กยอดนิยมแห่งหนึ่งของฝั่งตะวันตกญี่ปุ่น ที่รู้จักกันในชื่อ “ฮิเมะเซ็น”

6. สวนโคโคเอ็น บริเวณคฤหาสน์ตะวันตกของปราสาทฮิเมจิ

สวนญี่ปุ่นแบบเดินชมรอบสระที่จัดสร้างขึ้นทางตะวันตกเฉียงใต้ของปราสาท โดยมีมรดกโลกปราสาทฮิเมจิเป็นฉากหลัง บนพื้นที่กว้างประมาณ 10,000 สึโบะ (ประมาณ 3,300 ตารางเมตร) ประกอบด้วยสวน 9 แห่งที่มีบรรยากาศแตกต่างกัน รวมถึงสวนคฤหาสน์
ที่นี่ได้รับความนิยมเพราะสามารถสัมผัสบรรยากาศแบบสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603–1868) ได้ และยังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์และละครย้อนยุคอีกด้วย

สวนญี่ปุ่นที่อยู่ติดกับมรดกโลกปราสาทฮิเมจิ และยังถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละครย้อนยุคและซีรีส์
สวนญี่ปุ่นที่อยู่ติดกับมรดกโลกปราสาทฮิเมจิ และยังถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละครย้อนยุคและซีรีส์

7. พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์จังหวัดเฮียวโงะ

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมรดกโลก “ปราสาทฮิเมจิ” เปิดให้บริการในปีโชวะที่ 58 (ค.ศ. 1983) ในฐานะพิพิธภัณฑ์ที่ให้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
ในปี ค.ศ. 2021 ได้เริ่มการปรับปรุงครั้งใหญ่ และเปิดโฉมใหม่อีกครั้งในปี ค.ศ. 2023
ตัวอาคารที่ออกแบบโดยสถาปนิก เคนโซ ทังเงะ มีรายละเอียดอย่างผนังกำแพงหินและช่องระบายอากาศที่จำลองลักษณะช่องยิงธนู โดยได้แรงบันดาลใจจากปราสาทฮิเมจิซึ่งมีอีกชื่อว่า “ปราสาทนกกระสาขาว”

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ที่เรียนรู้เรื่องราวของท้องถิ่นได้ พร้อมภาพสะท้อนของปราสาทฮิเมจิบนกระจกอันงดงาม
พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ที่เรียนรู้เรื่องราวของท้องถิ่นได้ พร้อมภาพสะท้อนของปราสาทฮิเมจิบนกระจกอันงดงาม

8. สวนไทโย

ธีมพาร์กบนพื้นที่กว้างใหญ่ประมาณ 140,000 ตารางเมตร ที่จำลองสถานที่สำคัญจากทั่วโลก
มีการจัดแสดงประติมากรรมหินจากประมาณ 20 ประเทศและภูมิภาค รวมราว 70 ชุด มากกว่า 3,000 ชิ้น
ภายในแบ่งเป็น 2 โซนหลักคือ “โซนหิน” และ “โซนปราสาท” โดยใน “โซนหิน” คุณสามารถเดินชมวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมหินจากทั่วโลก เช่น ประตูชัย กำแพงเมืองจีน พีระมิด และกองทัพทหารดินเผา

ธีมพาร์กแสนยูนีกที่มีสถานที่สำคัญจากทั่วโลกจำลองกระจายอยู่ทั่วพื้นที่
ธีมพาร์กแสนยูนีกที่มีสถานที่สำคัญจากทั่วโลกจำลองกระจายอยู่ทั่วพื้นที่

4 ร้านอาหารยอดนิยมในฮิเมจิที่ลิ้มลองอาหารท้องถิ่นและวัตถุดิบประจำถิ่นได้

ถัดมาคือร้านอาหารยอดนิยมที่คุณสามารถลิ้มลองอาหารท้องถิ่นและวัตถุดิบพื้นเมืองของ “ฮิเมจิ” ได้
มีทั้งร้านที่เหมาะกับการนั่งทานอย่างผ่อนคลายพร้อมชมสวนญี่ปุ่น และร้านที่แวะชิมอาหารสไตล์บีเกรดของ “ฮิเมจิ” คู่กับเครื่องดื่มได้แบบสบาย ๆ แต่ละร้านมีเอกลักษณ์ต่างกัน จึงเลือกได้ตามความชอบและบรรยากาศที่ต้องการ

1. ฮิเมจิอันเดอร์กราวด์แกรนด์เฟสตา (อาคารฮิเมจิสถานีหน้าเฟสตา)

ศูนย์การค้าแบบครบวงจรหน้าสถานีฮิเมจิ ที่มีทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวมาเยือนจำนวนมาก
“ฮิเมจิอันเดอร์กราวด์แกรนด์เฟสตา” มีพื้นที่ประมาณ 7,000 ตารางเมตร โดยชั้นต่าง ๆ ถูกแบ่งเป็นโซนตั้งแต่บล็อก 1–6 และรวมร้านค้าที่จำหน่ายของขึ้นชื่อของฮิเมจิ แฟชั่นและเครื่องสำอาง สาเกท้องถิ่น และขนมญี่ปุ่นไว้อย่างครบครัน
ส่วน “อาคารฮิเมจิสถานีหน้าเฟสตา” สูง 4 ชั้นนั้น มีคาเฟ่และร้านอาหารหลายแห่งเปิดให้บริการ และโซนร้านกินดื่มบรรยากาศตรอกย้อนยุคอย่าง “ฮิเมจิโนะเร็นไก” ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน

อาหารโซลฟู้ดและของฝากของฮิเมจิจัดได้ครบ! อย่าพลาดทาโกะยากิสไตล์อากาชิในแบบฉบับ “สไตล์ฮิเมจิ”
อาหารโซลฟู้ดและของฝากของฮิเมจิจัดได้ครบ! อย่าพลาดทาโกะยากิสไตล์อากาชิในแบบฉบับ “สไตล์ฮิเมจิ”

2. เรสเตอรองต์ คัสซุยเค็น

ร้านอาหารภายในสวนโคโคเอ็น สวนญี่ปุ่นที่จัดสร้างโดยมีมรดกโลกปราสาทฮิเมจิเป็นฉากหลัง
ภายในสวนโคโคเอ็นที่มีสวน 9 แห่งซึ่งให้บรรยากาศแตกต่างกัน ร้านนี้ตั้งอยู่ตรงสวนที่ใหญ่ที่สุด และสามารถรับประทานอาหารไปพร้อมกับชม “สวนคฤหาสน์” ซึ่งเป็นสวนแบบเดินชมรอบสระได้
เมนูที่รับประทานได้ที่นี่คือชุดอาหารต่าง ๆ เช่น “ฮิเมะโกเซ็น” และ “คัมเบเอะโกเซ็น” ที่มีจำนวนจำกัด

ร้านอาหารในสวนญี่ปุ่นโคโคเอ็นที่มองเห็นปราสาทฮิเมจิ
ร้านอาหารในสวนญี่ปุ่นโคโคเอ็นที่มองเห็นปราสาทฮิเมจิ

3. ชูเซ็นเท นาดางิคุ คัปปะเท

“ชูเซ็นเท นาดางิคุ คัปปะเท” เป็นอิซากายะที่บริหารโดยโรงผลิตสาเกของฮิเมจิเอง
เป็นร้านยอดนิยมในหมู่คนท้องถิ่น ที่สามารถลิ้มลองสาเกของนาดางิคุพร้อมกับกับแกล้มจานเดียวหลากหลาย รวมถึงเมนูขึ้นชื่อของฮิเมจิอย่าง “โอเด้งฮิเมจิ”
เมนูเด่นของร้านคือ “โอเด้งฮิเมจิ” ซึ่งเป็นอาหารบีเกรดตัวแทนของเมือง
โอเด้งที่เคี่ยวด้วยน้ำซุปสืบทอดมากว่า 50 ปี จะรับประทานแบบฉบับฮิเมจิ คือจิ้มกับโชยุผสมขิง

อิซากายะที่บริหารโดยโรงผลิตสาเก และมีเมนูขึ้นชื่อของฮิเมจิอย่างโอเด้งฮิเมจิครบครัน
อิซากายะที่บริหารโดยโรงผลิตสาเก และมีเมนูขึ้นชื่อของฮิเมจิอย่างโอเด้งฮิเมจิครบครัน

4. ทามาโกะยะ

ร้านข้าวหน้าไข่ดิบคลุกข้าวโดยเฉพาะ ที่ตั้งอยู่หน้าประตูมรดกโลก “ปราสาทฮิเมจิ”
ร้านนี้เปิดในปี ค.ศ. 2009 โดยฟาร์มไข่ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปีไทโชที่ 14 (ค.ศ. 1925) ด้วยแนวคิดที่ว่า “อยากให้ได้ลิ้มรสชาติแท้ ๆ ของไข่” ทั้งไข่ ข้าวที่ผลิตเอง และวัตถุดิบท้องถิ่นอื่น ๆ ถูกคัดสรรมาอย่างดี จึงสามารถเพลิดเพลินกับอาหารที่ปลอดภัย ดีต่อสุขภาพ และน่าอุ่นใจได้

ข้าวคลุกไข่สุดอร่อยที่ใช้ไข่สดส่งตรงจากฟาร์มไข่
ข้าวคลุกไข่สุดอร่อยที่ใช้ไข่สดส่งตรงจากฟาร์มไข่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวฮิเมจิ

Q

หากมีเวลาสั้น ๆ แล้วอยากเที่ยวฮิเมจิให้คุ้ม ควรไปที่ไหนดี?

A

แนะนำบริเวณปราสาทฮิเมจิซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมือง และพื้นที่รอบ ๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากสถานี JR ฮิเมจิ

Q

แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมใกล้ฮิเมจิมีที่ไหนบ้าง?

A

คือโกเบ เมืองที่มีบรรยากาศย้อนยุคแบบต่างชาติ และขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย

บทสรุป

บทความนี้ได้พาไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของ “ฮิเมจิ” รวมถึงฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำ
หากได้ตามรอยสถานที่ที่ยกมาข้างต้น คุณน่าจะได้สัมผัสทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอาหารอร่อยของ “ฮิเมจิ” อย่างเต็มอิ่ม
เสน่ห์ของ “ฮิเมจิ” มีให้เก็บครบทั้งอาคารประวัติศาสตร์ บรรยากาศเมืองรอบปราสาทที่ยังคงเอกลักษณ์เด่นชัด งานหัตถกรรมดั้งเดิม และอาหารท้องถิ่น
ส่วนในจังหวัดเฮียวโงะเองก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย
หากอ่านบทความด้านล่างเพิ่มเติม คุณจะรู้จักเสน่ห์และสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเฮียวโงะมากขึ้น แล้วลองนำไปวางแผนเที่ยวที่อื่นต่อได้เลย