【คู่มือการเดินทางในเซนได】รู้จักวิธีเดินทางในเมืองและการเข้าถึงจังหวัดต่าง ๆ ในภูมิภาคโทโฮคุ

【คู่มือการเดินทางในเซนได】รู้จักวิธีเดินทางในเมืองและการเข้าถึงจังหวัดต่าง ๆ ในภูมิภาคโทโฮคุ

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

ถ้าได้มาเดินเล่นในเซนได คุณน่าจะสัมผัสได้ไม่ยากถึงบรรยากาศของเมืองใหญ่ที่ยังมีธรรมชาติอยู่ใกล้ตัว เมืองนี้เป็นมหานครสำคัญของภูมิภาคโทโฮคุ ตั้งอยู่ในจังหวัดมิยางิ และมีประชากรมากกว่า 1 ล้านคน โดยมีรากฐานจากขุนศึกยุคเซ็นโกกุ ดาเตะ มาซามุเนะ (Date Masamune)
เซนไดได้รับสมญาว่า “นครแห่งพงไพร” จากทัศนียภาพเมืองที่กลมกลืนกับธรรมชาติอันงดงาม และยังมีเสน่ห์หลากหลายทั้งอาหารกับสถานที่ชมวิว
หากคุณกำลังวางแผนเที่ยวเซนได ก็น่าจะอยากรู้วิธีเดินทางภายในเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงวิธีเที่ยวแบบประหยัดค่าใช้จ่าย
บทความนี้ได้รวบรวมข้อดีข้อเสียของระบบขนส่งหลักสำหรับการเที่ยวเซนได รวมถึงตั๋วโดยสารสุดคุ้มไว้อย่างละเอียด หวังว่าจะช่วยให้คุณวางแผนทริปได้สะดวกขึ้น ลองอ่านต่อจนจบแล้วนำไปใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้เลย

วิธีเดินทางหลักสำหรับเที่ยวเซนได

การเที่ยวในเมืองเซนไดนั้นไม่จำเป็นต้องมีรถยนต์เสมอไป เพราะมีทั้งรถไฟและรถบัสให้บริการอยู่ทั่วเมือง
ถ้าลองทำความเข้าใจพื้นที่ให้บริการของขนส่งสาธารณะแต่ละประเภท รวมถึงข้อดีและข้อเสียไว้ก่อน ก็จะช่วยให้วางแผนเที่ยวได้เหมาะกับสไตล์ของตัวเองมากขึ้น

“รถไฟ (JR)” ที่สะดวกทั้งสำหรับเดินทางมาเซนไดและต่อไปยังพื้นที่อื่นในโทโฮคุ

ในเมืองเซนไดมีเส้นทางรถไฟ JR หลัก ๆ 4 สายตามตารางด้านล่าง
รถไฟชินคันเซ็นสายโทโฮคุใช้สำหรับเดินทางจากโตเกียวมายังเซนได หรือจากเซนไดไปยังพื้นที่อื่นในโทโฮคุ จึงแทบไม่มีโอกาสใช้เพื่อท่องเที่ยวภายในเมือง
ส่วนสายเซ็นซังและสายเซ็นเซกิก็ครอบคลุมพื้นที่ชานเมืองเป็นหลัก ขณะที่ใจกลางเมืองเซนไดนั้นรถไฟใต้ดินครอบคลุมได้กว้างกว่า
นอกจากนี้ หากพิจารณาจากเส้นทางและค่าโดยสาร สำหรับการท่องเที่ยวแล้ว “Loople Sendai” รถบัสวนรอบเมือง และ “Machinori ‘Chokotto’ with Lapras” ที่จะกล่าวถึงต่อไป ยังเหมาะกว่าสายโทโฮคุเมนไลน์
ดังนั้น หากไม่ได้มีจุดหมายที่ต้องไปด้วย JR เท่านั้น หรือมีเหตุผลเฉพาะจริง ๆ แนะนำให้เลือกใช้วิธีเดินทางอื่นก่อนจะดีกว่า

ชื่อเส้นทาง ช่วงเส้นทาง (สถานีในเขตเมืองเซนได)
JR โทโฮคุชินคันเซ็น รวม 23 สถานี: สถานีโตเกียว–สถานีชินอาโอโมริ (สถานีเซนได)
JR สายโทโฮคุเมน รวม 115 สถานี: สถานีโตเกียว–สถานีโมริโอกะ (รวม 7 สถานีจากสถานีมินามิเซนไดถึงสถานีอิวาคิริ)
JR สายเซ็นซัง รวม 18 สถานี: สถานีเซนได–สถานีอุเซ็นจิโตเสะ (รวม 13 สถานีจากสถานีเซนไดถึงสถานีโอคุชิงาวะ)
JR สายเซ็นเซกิ รวม 32 สถานี: สถานีอาโอบะโดริ–สถานีอิชิโนะมากิ
JR สายเซ็นเซกิ โดดเด่นด้วยเส้นสีฟ้า
JR สายเซ็นเซกิ โดดเด่นด้วยเส้นสีฟ้า

“รถไฟใต้ดิน” ระบบขนส่งหลักภายในเมืองเซนได

ถ้าต้องเดินทางในตัวเมืองเซนไดจริง ๆ รถไฟใต้ดินมักเป็นตัวเลือกหลัก เพราะมีให้บริการ 2 สาย คือ สายนัมโบกุ และสายโทไซ
ทั้งสองสายแยกออกจากบริเวณสถานีเซนไดเป็นหลัก และหากเป็นสถานีรอบ ๆ สถานีเซนได ส่วนใหญ่ก็สามารถเดินถึงได้
ช่วงกลางวันมีรถวิ่งประมาณทุก 10 นาที จึงใช้งานสะดวก และข้อดีคือเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวได้ง่ายกว่ารถบัสโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเวลารอนาน
นอกจากนี้ แหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ไกลจากสถานีเซนไดก็มีหลายแห่งที่เดินทางได้ยากหากไม่ใช้รถไฟใต้ดิน ดังนั้นขึ้นอยู่กับจุดหมายปลายทาง รถไฟใต้ดินอาจเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
หากคุณมีแผนการเดินทางชัดเจน การใช้ร่วมกับ “Loople Sendai” ที่จะกล่าวถึงด้านล่างน่าจะช่วยให้เดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ชื่อเส้นทาง (สี) ช่วงสถานี แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง (สถานีใกล้ที่สุด)
สายนัมโบกุ (สีเขียว) สถานีอิซุมิจูโอ–สถานีโทมิสาวะ (รวม 17 สถานี) พิพิธภัณฑ์โมริใต้พิภพ (สถานีนางามาจิมินามิ) / ถนนโจเซ็นจิโดริ (สถานีโคโตไดโคเอ็น) / พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์เมืองเซนได 3M (สถานีอาซาฮีกาโอกะ)
สายโทไซ (สีน้ำเงิน) สถานียางิยามะโดบุตสึโคเอ็น–สถานีอาไร (รวม 13 สถานี) มุตสึโคคุบุนจิ ยาคุชิโด (สถานียาคุชิโด) / พิพิธภัณฑ์รำลึกการฟื้นฟูหลังสงคราม (สถานีโอมาจินิชิโคเอ็น) / พิพิธภัณฑ์เด็กอันปังแมนและมอลล์ เซนได (สถานีมิยางิโนะโดริ)
รถไฟใต้ดินคือสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการเที่ยวเซนได
รถไฟใต้ดินคือสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการเที่ยวเซนได

“รถบัสประจำทาง” อีกทางเลือกที่ควรรู้ไว้

ในเซนไดมีรถบัสประจำทางจากผู้ให้บริการหลัก 2 ราย คือ รถบัสเทศบาลเซนได และรถบัสมิยางิโคสึ ซึ่งเชื่อมต่อพื้นที่ทั่วทั้งเมือง
แม้จะมีบางเส้นทางที่ผ่านใกล้แหล่งท่องเที่ยวอย่าง “สวนสัตว์ยางิยามะ” แต่โดยทั่วไปถือเป็นหนึ่งในวิธีเดินทางที่คนท้องถิ่นและนักเรียนใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ไปช้อปปิ้งหรือเดินทางไปโรงเรียน มากกว่านักท่องเที่ยว
เพราะมีป้ายจอดจำนวนมาก และถ้าไม่คุ้นพื้นที่ก็อาจเข้าใจแผนที่เส้นทางได้ยาก จึงไม่ค่อยมีโอกาสที่นักท่องเที่ยวจะเลือกใช้แบบจริงจัง
เมื่อเทียบกันแล้ว รถไฟใต้ดินและรถบัสวนรอบเมืองเข้าใจง่ายกว่า และแหล่งท่องเที่ยวหลักส่วนใหญ่ก็เดินทางไปได้ด้วยอย่างใดอย่างหนึ่ง จึงเพียงแค่รู้ไว้เป็นอีกตัวเลือกก็พอ
อย่างไรก็ตาม หากคุณอยากค้นหาสถานที่ลับ ๆ ที่ไม่ค่อยอยู่ในนิตยสารหรืออินเทอร์เน็ต อยากสัมผัสการเที่ยวแบบโลคอล หรือมองหาทริปเซนไดที่ต่างจากเส้นทางยอดนิยม รถบัสประจำทางก็น่าสนใจไม่น้อย

ถ้าอยากเพลิดเพลินกับบรรยากาศเมืองแบบโลคอล การนั่งรถบัสประจำทางก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
ถ้าอยากเพลิดเพลินกับบรรยากาศเมืองแบบโลคอล การนั่งรถบัสประจำทางก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

“Loople Sendai” รถบัสวนรอบเมืองแสนสะดวกสำหรับเที่ยวจุดสำคัญ

ถ้าอยากเก็บจุดท่องเที่ยวสำคัญของเซนไดให้สะดวก “Loople Sendai” เป็นรถบัสวนรอบเมืองที่ใช้งานง่ายมาก
รถออกจากสถานีเซนได ใช้เวลาวิ่งครบ 1 รอบประมาณ 70 นาที และออกทุก 20 นาที โดยสามารถแวะจุดยอดนิยมต่าง ๆ เช่น “ซากปราสาทเซนได” และ “ซุยโฮเด็น”
หากใช้ตั๋วแบบ 1 วัน ก็สามารถขึ้นลงได้ไม่จำกัด และเพลิดเพลินกับสถานที่ทางประวัติศาสตร์รวมถึงวิวสวย ๆ ของเซนไดได้อย่างเต็มที่
อีกหนึ่งจุดเด่นคือสามารถรับสิทธิพิเศษต่าง ๆ จากสถานที่ตามแนวเส้นทางได้ด้วย
โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มาเที่ยวเซนไดครั้งแรก นี่ถือเป็นวิธีเดินทางที่ช่วยให้เที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพและสะดวกสบาย อย่าลืมลองใช้ให้คุ้ม
สรุปข้อมูลเบื้องต้นไว้ในตารางด้านล่าง

ราคา
【ต่อเที่ยว】ผู้ใหญ่ 260 เยน / เด็ก 130 เยน
【ตั๋ว 1 วัน】ผู้ใหญ่ 630 เยน / เด็ก 320 เยน
【ตั๋ว 1 วัน + ตั๋วรถไฟใต้ดิน 1 วัน】ผู้ใหญ่ 920 เยน / เด็ก 460 เยน
สถานที่ซื้อตั๋ว 1 วัน
・ศูนย์ข้อมูลที่สถานีขนส่งฝั่งตะวันตกของสถานีเซนได
・ช่องจำหน่ายตั๋วของทุกสถานีรถไฟใต้ดินสายโทไซและสายนัมโบกุ ※สามารถซื้อได้เฉพาะ “ตั๋วร่วม Loople Sendai + รถไฟใต้ดิน 1 วัน”
・สนามบินเซนได (ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวมิจิโนะคุ)
・Sendai MaaS (ตั๋วดิจิทัล) เป็นต้น
สิทธิพิเศษหลัก ※ไม่รวมตั๋วต่อเที่ยว
・ใช้ DATE BIKE ได้ในอัตราค่าบริการแบบบัตรนักเรียน
・ซุยโฮเด็น: ส่วนลดค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 110 เยน
・ศาลเจ้าโอซากิฮาจิมังกู: สมุดภาพถ่าย
หากอยากเที่ยวแหล่งยอดนิยมในเซนได รถบัสวนรอบเมือง “Loople Sendai” คือทางเลือกที่แนะนำ
หากอยากเที่ยวแหล่งยอดนิยมในเซนได รถบัสวนรอบเมือง “Loople Sendai” คือทางเลือกที่แนะนำ

“Machinori ‘Chokotto’ with Lapras” รถบัสวนรอบเมืองลวดลายน่ารัก

ถ้าอยากนั่งรถเล่นสั้น ๆ ในย่านกลางเมือง “Machinori ‘Chokotto’ with Lapras” ก็เป็นอีกบริการที่น่าสนใจของเซนได
รถออกจากป้ายรถบัสหน้าสถานีเซนได ใช้เวลาวิ่งครบ 1 รอบประมาณ 20 นาที และโดยทั่วไปออกทุก 20 นาที โดยให้บริการในพื้นที่แคบกว่า “Loople Sendai”
ค่าโดยสารผู้ใหญ่ 120 เยน เด็ก 60 เยน เหมาะสำหรับการเดินทางระยะสั้นเพื่อช้อปปิ้งหรือท่องเที่ยวเป็นหลัก
ยังสามารถเดินทางไปยังจุดยอดนิยมอย่าง “Sendai Mediatheque” และ “Aoba-dori” ได้ด้วย
แนะนำให้ตรวจสอบเว็บไซต์ทางการก่อน หากครอบคลุมพื้นที่ที่คุณต้องการเที่ยวก็เลือก “Machinori ‘Chokotto’ with Lapras” แต่หากไม่ครอบคลุมก็ควรเลือก “Loople Sendai”
เหมาะสำหรับผู้ที่อยากหลีกเลี่ยงการเดินให้มากที่สุด หรืออยากชมบรรยากาศเมืองจากบนรถบัส
นอกจากนี้ยังเป็นรถบัส EV คันแรกในเมืองเซนได และตกแต่งด้วยลายโปเกมอนลาพลาสอีกด้วย
มีดีไซน์ 2 แบบ จึงน่าจะถูกใจทั้งแฟนอนิเมะ เด็กเล็ก และคนที่ชอบยานพาหนะ แม้แค่นั่งก็สนุกได้แล้ว

ดื่มด่ำกับความงดงามของถนนอาโอบะโดริที่รายล้อมด้วยต้นไม้เขียวขจีผ่านวิวจากหน้าต่างรถบัส
ดื่มด่ำกับความงดงามของถนนอาโอบะโดริที่รายล้อมด้วยต้นไม้เขียวขจีผ่านวิวจากหน้าต่างรถบัส

“DATE BIKE” เหมาะสำหรับทริปสบาย ๆ ไม่เร่งรีบ

สำหรับคนที่อยากเที่ยวแบบค่อย ๆ ไป “DATE BIKE” เป็นบริการแชร์จักรยานในเมืองเซนได โดยมีจักรยานพร้อมระบบช่วยปั่นไฟฟ้าให้ใช้งาน
มีจุดจอดจักรยานจำนวนมาก โดยเฉพาะรอบ ๆ สถานีเซนได สามารถเช่าและคืนรถได้ที่จุดเหล่านี้
สามารถคืนต่างจุดได้ จึงใช้งานสะดวกและเป็นที่นิยมในหมู่ชาวเมืองด้วย
ข้อดีใหญ่ที่สุดของ “DATE BIKE” คือคุณสามารถเคลื่อนที่ไปพร้อมกับเพลิดเพลินกับบรรยากาศเมืองได้ตามจังหวะของตัวเอง
ไม่ต้องกังวลเรื่องตารางเวลา และยังช่วยให้ได้พบวิวหรือร้านค้าที่อาจผ่านเลยไปหากใช้ขนส่งสาธารณะด้วย
อย่างไรก็ตาม แหล่งท่องเที่ยวในเซนไดกระจายตัวอยู่หลายจุด ดังนั้นถ้าอยากเที่ยวหลายแห่งที่อยู่ห่างกัน หรือไม่อยากใช้แรงมาก แนะนำให้เลือกใช้รถไฟหรือรถบัส
อีกข้อควรทราบคือ ตั๋วเป็นแบบรายวัน จึงอาจไม่คุ้มค่าหากเริ่มใช้งานช้า เจอสภาพอากาศแปรปรวนกะทันหัน หรือใช้งานเพียงเล็กน้อยเป็นครั้งคราว
สรุปข้อมูลได้ดังนี้

ราคา
1,056 เยน ※ใช้ได้จนถึง 23:59 น. ของวันที่เริ่มใช้งาน
สิ่งที่ต้องใช้ในการสมัคร
สมาร์ตโฟน, บัตรเครดิต, เอกสารยืนยันตัวตน
สถานที่ซื้อ
7-Eleven / FamilyMart
ขั้นตอนการใช้งาน
1. ออกใบชำระเงินหรือใบสมัครจากเครื่องมัลติคอปปี้ที่ 7-Eleven หรือ FamilyMart แล้วชำระเงินที่แคชเชียร์
2. เข้าไปยังหน้าเข้าสู่ระบบผ่านคิวอาร์โค้ดที่พิมพ์อยู่บนตั๋วที่ได้รับ
3. ยอมรับเงื่อนไขการใช้งาน แล้วกรอกชื่อและหมายเลขโทรศัพท์มือถือเพื่อลงทะเบียน
4. ยืมจักรยานที่จุดจอดจักรยานภายในเมือง
5. คืนจักรยานที่จุดจอดจักรยานภายในเมืองก่อนหมดเวลาการใช้งาน
วิธีใช้งาน
【เครื่องควบคุมแบบสี่เหลี่ยม】
1. หลังเข้าสู่ระบบ ให้กรอกหมายเลขจักรยานเพื่อแสดงรหัสผ่าน
2. กด START
3. กรอกรหัสผ่าน 4 หลัก
4. ระบบจะปลดล็อกและสามารถใช้งานได้
【เครื่องควบคุมแบบกลม】
1. กรอกหมายเลขจักรยานใน “หน้าหลัก” ของสมาชิกคอนบินีพาส
2. กดปุ่ม “เริ่ม” บนจักรยาน
3. แตะปุ่ม “ปลดล็อกจักรยาน” แล้วจะสามารถใช้งานได้
เช่าจักรยานได้ง่ายผ่านแอปทางการ
เช่าจักรยานได้ง่ายผ่านแอปทางการ

ตั๋วโดยสารสุดคุ้มที่ควรใช้เมื่อเที่ยวในเมืองเซนได

ถ้าวางแผนจะเที่ยวเซนไดด้วยขนส่งสาธารณะ ตั๋วโดยสารแบบคุ้มค่าก็เป็นเรื่องที่ควรเช็กไว้ตั้งแต่แรก
หากคุณกำลังวางแผนเที่ยวที่ต้องเดินทางหลายจุดใน 1 วัน หรืออยากใช้รถไฟและรถบัสแม้ในระยะทางสั้น ๆ ตั๋วเหล่านี้มักช่วยประหยัดได้มาก จึงควรลองใช้ให้คุ้ม
อีกทั้งยังมีสิทธิพิเศษตามสถานที่ที่ร่วมรายการด้วย ถือเป็นข้อดีที่น่าสนใจไม่น้อย

Sendai Marugoto Pass

ถ้าจะเที่ยวหลายจุดแบบต่อเนื่อง “Sendai Marugoto Pass” ก็เป็นอีกตัวเลือกที่ควรดูไว้
“Sendai Marugoto Pass” สามารถใช้ขึ้นขนส่งสาธารณะในเมืองเซนไดและพื้นที่โดยรอบได้ไม่จำกัดเป็นเวลา 2 วัน ไม่ว่าจะเป็นรถไฟ JR รถไฟใต้ดิน หรือรถบัส
หากคุณต้องใช้การเดินทางหลายรูปแบบและเดินทางในพื้นที่กว้างภายใน 1 วัน ก็ควรพิจารณาซื้อไว้
สามารถหาซื้อได้จากหลายจุด เช่น เคาน์เตอร์ Midori no Madoguchi ของสถานีหลักในเครือ JR East เครื่องจำหน่ายตั๋วที่กำหนด และสถานีสนามบินเซนได เป็นต้น
อีกทั้งยังมาพร้อมสมุดคูปองที่ใช้กับสถานที่ท่องเที่ยวและร้านอาหารได้ จึงช่วยให้เที่ยวเซนไดได้คุ้มยิ่งขึ้น

ใช้คูปองเพื่ออิ่มอร่อยกับอาหารขึ้นชื่อของเซนไดในราคาสุดคุ้ม
ใช้คูปองเพื่ออิ่มอร่อยกับอาหารขึ้นชื่อของเซนไดในราคาสุดคุ้ม

“Sendai MaaS” ตัวช่วยให้เที่ยวเซนไดสะดวกยิ่งขึ้น

ถ้าอยากลดความยุ่งยากระหว่างเที่ยว “Sendai MaaS” เป็นเว็บเซอร์วิสที่ช่วยให้การเดินทางในเซนไดสะดวกขึ้นด้วยตั๋วออนไลน์แบบซื้อได้ล่วงหน้า
ไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน คุณสามารถค้นหาเส้นทาง วิธีเดินทางไปยังจุดหมายในเมืองเซนได รวมถึงสถานที่รอบ ๆ และร้านอาหารได้ และยังชำระเงินค่าตั๋วทั้งหมดผ่านเว็บด้วยสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ตได้ในที่เดียวอีกด้วย

เดินทางไปจุดหมายได้อย่างชาญฉลาด! เว็บเซอร์วิสที่ทำให้เที่ยวเซนไดสะดวกยิ่งขึ้น
เดินทางไปจุดหมายได้อย่างชาญฉลาด! เว็บเซอร์วิสที่ทำให้เที่ยวเซนไดสะดวกยิ่งขึ้น

การเดินทางจากสนามบินเซนไดเข้าสู่ตัวเมืองเซนได

เมื่อมาถึง “สนามบินเซนได” แล้ว วิธีเข้าเมืองไปยัง “สถานีเซนได” ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำหรับท่องเที่ยวและการเดินทาง มีรายละเอียดคร่าว ๆ ดังนี้
อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศเชื่อมต่อกับสถานีสนามบินเซนไดโดยตรง เพียงขึ้นบันไดเลื่อนจากล็อบบี้ชั้น 1 ไปยังชั้น 2 ก็จะเห็นทางเชื่อมทันที
ช่วงกลางวันมีรถประมาณ 1 ขบวนทุก 20 นาที ส่วนช่วงเช้าและกลางคืนมีประมาณ 1 ขบวนทุก 30 นาที จำนวนเที่ยววิ่งจึงไม่ได้มากนัก ควรระวังอย่าพลาดเวลา
หากมีสัมภาระมากหรืออยากใช้เวลาให้คุ้มค่า การใช้แท็กซี่แบบราคาเหมาจ่ายก็เป็นอีกทางเลือกที่ควรพิจารณา

เส้นทาง
1. เดินจาก “สนามบินเซนได” ไป “สถานีสนามบินเซนได” (ประมาณ 2–3 นาที)
2. จาก “สถานีสนามบินเซนได” ขึ้นรถไฟสายเชื่อมสนามบินเซนได ปลายทางเซนได แล้วลงที่ “สถานีเซนได”
ระยะเวลา
ประมาณ 30 นาที
“สนามบินเซนได” ประตูสู่ภูมิภาคโทโฮคุที่เดินทางมาได้จากหลากหลายประเทศ
“สนามบินเซนได” ประตูสู่ภูมิภาคโทโฮคุที่เดินทางมาได้จากหลากหลายประเทศ

การเดินทางจากเซนไดไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ในภูมิภาคโทโฮคุ

จากเซนได ยังสามารถเดินทางต่อไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ในภูมิภาคโทโฮคุได้ค่อนข้างสะดวก และด้านล่างนี้คือวิธีเดินทางพร้อมเวลาโดยประมาณ
แต่ละแห่งล้วนมีเสน่ห์ที่แตกต่างจากเซนได ทั้งแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมและเมืองออนเซ็นที่เต็มไปด้วยสิ่งน่าสนใจ
หลายพื้นที่อยู่ใกล้กว่าที่คิดและเดินทางได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง ดังนั้นนอกจากเซนไดแล้ว ลองเพิ่มเมืองหรือภูมิภาคอื่นในโทโฮคุเข้าไปในแผนเที่ยวของคุณด้วยก็น่าสนใจมาก

การเดินทางจากเซนไดไปอาโอโมริ

จังหวัดอาโอโมริซึ่งตั้งอยู่เหนือสุดของภูมิภาคโทโฮคุบนเกาะฮอนชู อยู่ทางเหนือของเซนได
เป็นจังหวัดที่อยู่ไกลจากเซนไดมากที่สุดในบรรดา 5 จังหวัดของโทโฮคุ โดยห่างออกไปราว 350 กิโลเมตร
นอกจากนี้ รถไฟชินคันเซ็นไม่ได้จอดที่สถานีอาโอโมริ จึงต้องเดินทางผ่านสถานีชินอาโอโมริ

เส้นทาง
1. เดินจาก “สนามบินเซนได” ไป “สถานีสนามบินเซนได” (ประมาณ 2–3 นาที)
2. จาก “สถานีสนามบินเซนได” ขึ้นรถไฟสายเชื่อมสนามบินเซนได ปลายทางเซนได แล้วลงที่ “สถานีเซนได”
3. ขึ้น JR ชินคันเซ็นขบวน Hayabusa จาก “สถานีเซนได” และลงที่ “สถานีชินอาโอโมริ”
4. จาก “สถานีชินอาโอโมริ” ขึ้น JR รถด่วนพิเศษ Super Tsugaru หมายเลข 1 หรือ JR สายโออุ ปลายทางอาโอโมริ แล้วลงที่ “สถานีอาโอโมริ”
ระยะเวลา
ประมาณ 2 ชั่วโมง 50 นาที

ลองอ่านบทความนี้ควบคู่กันเพื่อดูแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของอาโอโมริ

การเดินทางจากเซนไดไปอากิตะ

จังหวัดอากิตะซึ่งอยู่ติดกับตอนเหนือของจังหวัดมิยางิ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือเมื่อมองจากเซนได
สามารถเดินทางตรงจากสถานีเซนไดด้วยรถไฟชินคันเซ็นได้ แต่ในบรรดา 5 จังหวัดของโทโฮคุถือว่าใช้เวลานานที่สุด
จำนวนขบวนมีประมาณ 1 ขบวนต่อชั่วโมง ดังนั้นหากวางแผนไปเที่ยว แนะนำให้ตรวจสอบตารางเวลาไว้ล่วงหน้า

เส้นทาง
1. เดินจาก “สนามบินเซนได” ไป “สถานีสนามบินเซนได” (ประมาณ 2–3 นาที)
2. จาก “สถานีสนามบินเซนได” ขึ้นรถไฟสายเชื่อมสนามบินเซนได ปลายทางเซนได แล้วลงที่ “สถานีเซนได”
3. ขึ้น JR ชินคันเซ็นขบวน Komachi ปลายทางอากิตะ จาก “สถานีเซนได” และลงที่ “สถานีอากิตะ”
ระยะเวลา
ประมาณ 3 ชั่วโมง 10 นาที

บทความนี้ก็ช่วยให้คุณรู้จักเสน่ห์ของอากิตะผ่านสถานที่ท่องเที่ยวและอาหารขึ้นชื่อได้อย่างน่าสนใจ ลองอ่านประกอบกันได้เลย

การเดินทางจากเซนไดไปอิวาเตะ

จังหวัดอิวาเตะซึ่งมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากฮอกไกโด อยู่ติดกับตอนเหนือของจังหวัดมิยางิ และอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือเมื่อมองจากเซนได
ทั้งนี้ ไม่มีสถานีชื่ออิวาเตะ โดยสถานีที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดคือสถานีโมริโอกะ
แม้จะเป็นการอธิบายแบบคร่าว ๆ แต่ตำแหน่งของอาโอโมริ อิวาเตะ และเซนไดเรียงตัวในแนวเหนือ–ใต้ และเชื่อมต่อกันด้วย JR ชินคันเซ็นขบวน Hayabusa
ดังนั้น หากมีเวลาเพียงพอ การเที่ยวทั้ง 3 พื้นที่ในทริปเดียวก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

เส้นทาง
1. เดินจาก “สนามบินเซนได” ไป “สถานีสนามบินเซนได” (ประมาณ 2–3 นาที)
2. จาก “สถานีสนามบินเซนได” ขึ้นรถไฟสายเชื่อมสนามบินเซนได ปลายทางเซนได แล้วลงที่ “สถานีเซนได”
3. ขึ้น JR ชินคันเซ็นขบวน Hayabusa จาก “สถานีเซนได” และลงที่ “สถานีโมริโอกะ”
ระยะเวลา
ประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที

หากสนใจจุดท่องเที่ยวห้ามพลาดและร้านอาหารยอดนิยมในอิวาเตะ บทความนี้ก็ไม่ควรพลาดเช่นกัน

การเดินทางจากเซนไดไปยามากาตะ

จังหวัดยามากาตะซึ่งอยู่ติดกับฝั่งตะวันตกของจังหวัดมิยางิ ก็อยู่ทางตะวันตกของเซนไดเช่นกัน
สามารถเดินทางได้ด้วยรถไฟสายปกติเท่านั้น และเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่น ค่าโดยสารค่อนข้างประหยัด จึงเหมาะกับทริปเซนไดบวกเที่ยวอีก 1 พื้นที่
แม้รถบัสด่วนจะมีเพียงวันละ 2 เที่ยว แต่หากเวลาเหมาะกันก็แนะนำ เพราะเดินทางตรงและใช้เวลาสั้นที่สุด

การเดินทางโดยรถไฟ

เส้นทาง
1. เดินจาก “สนามบินเซนได” ไป “สถานีสนามบินเซนได” (ประมาณ 2–3 นาที)
2. จาก “สถานีสนามบินเซนได” ขึ้นรถไฟสายเชื่อมสนามบินเซนได ปลายทางเซนได แล้วลงที่ “สถานีเซนได”
3. ขึ้น JR สายเซ็นซัง ปลายทางยามากาตะ จาก “สถานีเซนได” และลงที่ “สถานียามากาตะ”
ระยะเวลา
ประมาณ 2 ชั่วโมง

การเดินทางโดยรถบัสด่วน

เส้นทาง
1. เดินจาก “สนามบินเซนได” ไป “ชานชาลาหมายเลข 2 ของสถานีขนส่งสนามบินเซนได”
2. ขึ้นรถบัส Yamakō Bus ปลายทางหน้าสถานียามากาตะ จากชานชาลาหมายเลข 2 และลงที่ “หน้าสถานียามากาตะ”
3. เดินอีกไม่กี่นาทีจาก “หน้าสถานียามากาตะ” ก็จะถึง “สถานียามากาตะ”
※มีเพียงวันละ 2 เที่ยว เวลา 10:00 และ 17:30
※สามารถขึ้นจากป้ายรถบัสหน้าสถานีเซนไดได้เช่นกัน (มีจำนวนเที่ยวมากขึ้น)
ระยะเวลา
ประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที

อย่าลืมอ่านบทความนี้ด้วย หากอยากทำความรู้จักเสน่ห์ของยามากาตะให้มากขึ้น

การเดินทางจากเซนไดไปฟุกุชิมะ

จังหวัดฟุกุชิมะซึ่งอยู่ใต้สุดของภูมิภาคโทโฮคุ ตั้งอยู่ทางตอนใต้เมื่อมองจากเซนได
หากต้องการประหยัดค่าโดยสาร แนะนำให้ใช้รถไฟสายปกติซึ่งมีราคาต่ำกว่าชินคันเซ็นไม่เกินครึ่งหนึ่ง แต่ถ้าอยากไปถึงเร็วก็แนะนำให้ใช้ชินคันเซ็น
หากเดินทางต่อไปทางใต้ ก็สามารถไปยังโตเกียวหรือคานางาวะได้ จึงอาจวางแผนเป็นทริปเที่ยวโทโฮคุ–คันโต แล้วเดินทางกลับประเทศจากสนามบินฮาเนดะก็ได้เช่นกัน

การเดินทางโดยรถไฟสายปกติ

เส้นทาง
1. เดินจาก “สนามบินเซนได” ไป “สถานีสนามบินเซนได” (ประมาณ 2–3 นาที)
2. จาก “สถานีสนามบินเซนได” ขึ้นรถไฟสายเชื่อมสนามบินเซนได ปลายทางเซนได แล้วลงที่ “สถานีนาโทริ”
3. ขึ้น JR สายโทโฮคุเมน ปลายทางฟุกุชิมะ จาก “สถานีนาโทริ” และลงที่ “สถานีฟุกุชิมะ”
ระยะเวลา
ประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที

การเดินทางโดยชินคันเซ็น

เส้นทาง
1. เดินจาก “สนามบินเซนได” ไป “สถานีสนามบินเซนได” (ประมาณ 2–3 นาที)
2. จาก “สถานีสนามบินเซนได” ขึ้นรถไฟสายเชื่อมสนามบินเซนได ปลายทางเซนได แล้วลงที่ “สถานีเซนได”
3. ขึ้น JR ชินคันเซ็นขบวน Yamabiko ปลายทางโตเกียว จาก “สถานีเซนได” และลงที่ “สถานีฟุกุชิมะ”
ระยะเวลา
ประมาณ 1 ชั่วโมง

บทความนี้อธิบายเสน่ห์ของฟุกุชิมะอย่างเข้าใจง่าย ทั้งบรรยากาศเมืองและออนเซ็นชื่อดัง ลองอ่านควบคู่กันได้เลย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีเดินทางในเซนได

Q

ที่เซนไดใช้ Suica ได้ไหม?

A

ใช้ได้ ในภูมิภาคโทโฮคุนั้น “icsca” เป็นบัตร IC ที่ใช้กันมาก และยังรองรับบัตร IC รวมทั้งหมด 10 ประเภท

Q

กรณีไหนที่ควรเช่ารถสำหรับเที่ยวเซนได?

A

หากต้องการไปเที่ยว “มัตสึชิมะ” หนึ่งในสามวิวสวยที่สุดของญี่ปุ่น หรืออยากเพลิดเพลินกับธรรมชาติอย่างเต็มที่ การเช่ารถถือเป็นตัวเลือกที่แนะนำ

บทสรุป

บทความนี้ได้พาไปรู้จักวิธีเดินทางหลักสำหรับเที่ยวเมืองเซนได รวมถึงการเดินทางจากสนามบินเซนไดไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ในภูมิภาคโทโฮคุ
เมื่อเทียบกับโตเกียว จำนวนเที่ยวรถบัสและรถไฟในเซนไดมีน้อยกว่าอยู่บ้าง จึงควรวางแผนล่วงหน้าและตรวจสอบตารางเวลาเอาไว้ จะช่วยให้เที่ยวได้สบายขึ้น
หากเลือกใช้หรือผสมผสานรถบัสวนรอบเมือง รถไฟใต้ดิน และจักรยานเช่าให้เหมาะกับจุดหมาย ก็น่าจะช่วยให้เที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ถ้าอยากรู้จักเสน่ห์ของเซนไดให้มากขึ้นอีก ทั้งจุดท่องเที่ยวคัดสรรและอีเวนต์ยอดนิยม ลองอ่านบทความนี้ต่อแล้วนำไปใช้วางแผนทริปของคุณได้เลย