ทันทีที่เห็นอาคารหินแห่งนี้ ก็ให้ความรู้สึกราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในต่างประเทศ บรรยากาศได้แรงบันดาลใจจากคฤหาสน์ชนชั้นสูงยุคกลางแบบแมนเนอร์เฮาส์ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในภูมิภาคคอตส์โวลส์ของอังกฤษ
ภายในอาคารจัดแสดงกระจกสีแอนทีคจากคริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นหลัก มีผลงานงดงามให้ชมมากมาย เช่น หน้าต่างกุหลาบที่ออกแบบเป็นลายดอกกุหลาบ และผลงาน “TWO Angels” ของวิลเลียม มอร์ริส ยอดนักออกแบบชื่อดัง โดยเฉพาะโบสถ์น้อยเซนต์ราฟาเอล (St. Raphael) ที่ประดับกระจกสีเต็มผนังทั้งด้าน พร้อมการบรรเลงไปป์ออร์แกนเป็นประจำ ซึ่งช่วยเสริมบรรยากาศอันสง่างามราวกับได้เดินทางมาเยือนต่างประเทศ
ที่นี่ยังมีเวิร์กช็อปให้ลองสร้างผลงานกระจกสีด้วยตัวเอง โดยเลือกทำได้ทั้งสายคล้องรูปหัวใจหรือแอปเปิล ของตกแต่งรูปกุหลาบ และกระจกแปดเหลี่ยม เหมาะทั้งเป็นความทรงจำจากการเดินทางและของฝากชิ้นพิเศษ นอกจากนี้ยังมีมิวเซียมช็อปจำหน่ายสินค้าต้นฉบับ และคาเฟ่ที่สามารถนั่งจิบชาพร้อมชมวิวสวยจากระเบียงกลางแจ้งได้อีกด้วย
ข้างพิพิธภัณฑ์ยังมีโบสถ์เซนต์มิเชล (St. Michel) ที่มีแผนเช่าเหมาชาเปลส่วนตัวฟรี 30 นาที เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนขอแต่งงาน หากคุณอยากสร้างเซอร์ไพรส์ระหว่างทริป ลองใช้บริการนี้ดูได้
จุดเด่น
-
บรรยากาศแบบต่างแดนจากแรงบันดาลใจของคฤหาสน์ชนชั้นสูงยุคกลางในอังกฤษ
-
มีกระจกสีอันงดงามให้ชมได้หลากหลาย
-
ลองสร้างผลงานกระจกสีจริงด้วยตัวเองได้ในเวิร์กช็อป
-
โบสถ์ที่อยู่ติดกันมีแผนเช่าชาเปลส่วนตัวฟรี 30 นาที สำหรับใช้เป็นสถานที่ขอแต่งงาน