พอข้ามคูน้ำที่มีปลาคาร์ฟแหวกว่ายอย่างสง่างามไป ธงที่มีตัวอักษร “บิ” และ “ริว” ที่โบกสะบัดอยู่ก็จะค่อย ๆ ดึงสายตา ที่นี่ตั้งอยู่บนซากเขตฮอนมารุในสวนมัตสึงาซากิ อดีตที่ตั้งของปราสาทโยเนซาวะ ด้านกลางบริเวณศาลเจ้ากว้างขวางมีอาคารศาลเจ้าสไตล์นางาเระซึคุริอันสง่างามประดิษฐานอยู่ นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี เมจิที่ 4 (ค.ศ. 1871) ก็มีผู้มาสักการะจำนวนมากเพื่อขอพรเรื่องชัยชนะอันเป็นมงคลที่เกี่ยวเนื่องกับเทพผู้สถิต หากแวะมาโยเนซาวะ ที่นี่ก็นับเป็นอีกจุดหมายที่ไม่ควรพลาด
สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ เทพผู้สถิตของศาลเจ้าแห่งนี้ก็คือ อุเอสึกิ เคนชิน (Uesugi Kenshin) ขุนศึกผู้มีชื่อเสียงในฐานะไดเมียวแห่งแคว้นเอจิโกะ ซึ่งปัจจุบันคือจังหวัดนีงาตะ หลังการเสียชีวิตของเคนชิน อุเอสึกิ คาเงะคัตสึ บุตรบุญธรรมได้ขึ้นเป็นผู้สืบทอด และรับใช้โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ ในฐานะหนึ่งในห้าโกะไทโรของตระกูลโทโยโตมิ โดยมีแคว้นไอสึเป็นฐานที่มั่น ต่อมาเมื่อพ่ายแพ้แก่ตระกูลโทกูงาวะในศึกเซกิงาฮาระ จึงถูกลดศักดินาเหลือแคว้นโยเนซาวะ 300,000 โคกุ ทำให้มีการอัญเชิญอุเอสึกิ เคนชิน ผู้เป็นบรรพบุรุษของตระกูลมาประดิษฐาน ณ ที่แห่งนี้
ภายในบริเวณยังมีจุดน่าสนใจอีกมาก เช่น ศาลเจ้ามัตสึงาซากิ (Matsugasaki Jinja) ศาลเจ้าสาขาที่อุทิศให้แก่อุเอสึกิ โยซัง ผู้มีชื่อเสียงจากคำกล่าว “ถ้าลงมือทำ ก็ย่อมสำเร็จ” และหอสมบัติ “เคโชเด็น” (Keishoden) ซึ่งเก็บรักษาทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับตระกูลอุเอสึกิจำนวนมาก พร้อมจัดแสดงชุดเกราะ ดาบ เครื่องแต่งกาย และเอกสารโบราณ ถ้ามีเวลา ลองเผื่อเวลาเดินชมไว้สักหน่อยก็ดี
จุดเด่น
-
เทพผู้สถิตที่นี่คือขุนศึกยุคเซ็นโกคุระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น
-
ในบริเวณเดียวกันยังมีศาลเจ้าที่อุทิศให้อุเอสึกิ โยซัง ผู้ฟื้นฟูตระกูลอุเอสึกิ
-
ส่วนหอสมบัติก็จัดแสดงทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับตระกูลอุเอสึกิ