ถ้าเดินเลยไชน่าทาวน์โยโกฮามะลงไปทางฝั่งใต้ จะเจอเนินเขาเตี้ย ๆ ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนบรรยากาศให้ต่างไป นั่นคือย่านยามาเตะ หลังการเปิดท่าเรือในปี ค.ศ.1859 (อันเซ 6) ต่อจากคันไน พื้นที่ที่มองเห็นทะเลแห่งนี้ก็กลายเป็นย่านที่พักอาศัยของชาวต่างชาติ ตั้งแต่บ้านไม้สไตล์ผสมญี่ปุ่น–ตะวันตกที่สร้างในปี ค.ศ.1909 (เมจิ 42) อย่าง “พิพิธภัณฑ์เอกสารยามาเตะ (Yamate Shiryokan)” ไปจนถึงคฤหาสน์สไตล์ตะวันตกอีกมากมายที่ยังคงกลิ่นอายของยุคนั้น บ้างได้รับการอนุรักษ์ไว้ บ้างย้ายมาปลูกใหม่และกระจายตัวท่ามกลางความเขียวขจี หลายแห่งที่ไม่ใช่บ้านส่วนบุคคลเปิดเป็นร้านค้า แกลเลอรี และคาเฟ่ ให้เข้าชมภายในได้ ยังมีสุสานชาวต่างชาติและพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กอีกหลายจุดที่น่าแวะไปเยือนด้วย
สัญลักษณ์ของย่านยามาเตะคือ “สวนมินาโตะโนะมิเอรุโอกะ (Minato no Mieru Oka Park)” จากจุดชมวิวบนที่สูงสามารถมองเห็นทิวทัศน์อันกว้างใหญ่ของท่าเรือโยโกฮามะ โดยมีสะพานโยโกฮามะเบย์บริดจ์อยู่เบื้องล่าง ภายในสวนยังมี “สวนกุหลาบอังกฤษ (English Rose Garden)” หนึ่งในแหล่งชมกุหลาบชื่อดังของญี่ปุ่น
ถนนที่ทอดยาวเลียบเชิงเขาคือ “ถนนช้อปปิ้งโมโตมาจิ (Motomachi Shopping Street)” เนื่องจากเป็นเส้นทางเชื่อมย่านพำนักยามาเตะกับท่าเรือ จึงมีร้านค้าที่มุ่งรองรับชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นและค่อย ๆ พัฒนา ที่นี่เป็นต้นกำเนิดแบรนด์สไตล์โยโกฮามะจำนวนมาก และในช่วงปลายทศวรรษ 1970 ยังกลายเป็นแหล่งกระแสแฟชั่นครั้งใหญ่ที่เรียกว่า “ฮามาโทระ”
จุดเด่น
-
วิวจากเนินสูงที่มองเห็นทะเลได้เต็มตา
-
บรรยากาศต่างแดนท่ามกลางเนินเขาเขียวชอุ่ม และคฤหาสน์สไตล์ตะวันตกที่กระจายอยู่ทั่ว
-
เดินเล่นแวะร้านเล็ก ๆ คาเฟ่ และพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ตามจุดต่าง ๆ
-
ย่านการค้าที่มีสไตล์ และเป็นแหล่งกำเนิด “ฮามาโทระ” (ตัวย่อของ Yokohama Traditional)
-
ร้านแบรนด์เก่าแก่ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ยุคเมจิจนถึงต้นยุคโชวะ เหมาะกับการเดินช้อปปิ้ง
ภาพถ่าย: ข้อมูลท่องเที่ยวโยโกฮามะ