• ชายฝั่งอันชวนฝันราวกับ “แดนสุขาวดี” โขดหินสีขาวรูปทรงแปลกตากับน้ำทะเลสีครามถักทอเป็นภาพวาดจากธรรมชาติ เมื่อมาเยือนโจโดงาฮามะในฤดูใบไม้ร่วง ค่อย ๆ เดินเล่นไปตามทางเลียบชายฝั่ง รับลมทะเลเย็นอ่อน ๆ และชมโขดหินรูปทรงแปลกตาที่เรียงซ้อนกันเป็นชั้น ๆ กับวิวทะเลตรงหน้า ทำให้รู้สึกผ่อนคลายเป็นพิเศษ เมื่อเดินไปจนถึงจุดชมวิว ก็ยังสามารถชื่นชมชายฝั่งแห่งนี้จากมุมต่าง ๆ ซึ่งไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็มีความงามแตกต่างกันไป

    แม้ท้องฟ้าในวันนั้นจะออกสีเทา ๆ ทำให้ขาดความสดใสของสีครามยามต้องแสงแดด แต่วันที่มีเมฆครึ้มกลับทำให้ชายฝั่งมีบรรยากาศที่เงียบสงบและนุ่มนวลยิ่งขึ้น หน้าผาหินสีขาวยิ่งดูโดดเด่นเมื่อมีท้องฟ้าสีเทาอมฟ้าเป็นฉากหลัง ลมทะเลในฤดูใบไม้ร่วงเริ่มเย็นเล็กน้อยแล้ว หากมาเที่ยวอย่าลืมนำเสื้อคลุมติดมาด้วย ไม่ต้องเร่งรีบตามโปรแกรม แค่ค่อย ๆ เดิน ค่อย ๆ ชมไปตามชายฝั่ง และเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ริมทะเลในฤดูใบไม้ร่วง

  • นั่งชินคันเซ็น 4 ชั่วโมงต่อด้วยรถบัส ในที่สุดก็มาถึงโจโดงาฮามะที่เหมือนดินแดนสวรรค์เลย บรรยากาศสบายมาก นักท่องเที่ยวน้อยมาก เดินเล่นในสถานที่ลับแห่งนี้ ปล่อยใจสบาย ๆ นั่งเหม่อ ๆ ชิลมาก เป็นอีกที่ลับในญี่ปุ่นที่คุ้มค่าแก่การไป

  • น้ำทะเลใสมาก ชายฝั่งที่มีหินกรวดสีขาวสวยสุด ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนดินแดนบริสุทธิ์บนโลกมนุษย์จริง ๆ

  • สวยจริง ๆ มีความลึกลับและเงียบสงบอยู่ในตัว!

  • สวยมาก...
    ธรรมชาติของโทโฮคุนี่หาที่ไหนในโลกมาเทียบได้ยากจริง ๆ

  • ที่นี่สวยเหมือนดินแดนสวรรค์~
    แถมยังได้เห็นฝูงนกนางนวลบินตามเรือมาขออาหารด้วย น่ารักมาก~

  • วิวตลอดเส้นทางรถไฟนี้สวยมาก~ พอมีหิมะสีขาวปกคลุมสันเขาด้วย ยิ่งสวยสุดๆ