ขับรถมาระหว่างทางวิวสวยมากอยู่แล้ว
พอถึงแหลมเดินทางเดินเล็กๆ ประมาณ 15 นาทีก็ได้เห็นหน้าผาสุดอลังกับทะเลสีฟ้าน้ำเงินสวยเหมือนฝัน
แหลมชะโกตัน | รีวิวของ Valiant Wang
รีวิวอื่นๆ ของ Valiant Wang
-
สวนสาธารณะโกเรียวคาคุ
โกเรียวคาคุ ป้อมปราการแบบตะวันตกที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1866 หลังจากนั้นจนถึงช่วงที่ถูกส่งมอบให้รัฐบาลเมจิแห่งใหม่ ที่นี่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางการเมืองของเอโซจิ ต่อมาในปี ค.ศ. 1914 ได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมในชื่อ “สวนสาธารณะโกเรียวคาคุ” และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวรวมถึงโบราณสถานพิเศษของประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนอย่างต่อเนื่อง
ขึ้นไปบนหอคอย Goryokaku แล้วสามารถมองเห็นวิวพาโนรามาของ Goryokaku ได้ทั้งหมด โครงสร้างรูปดาวห้าแฉกเห็นได้ชัดเจนมาก
-
ฮาคุซัง เฮเซ็นจิ (ศาลเจ้าเฮเซ็นจิ ฮาคุซัง)
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไทโชสร้างขึ้นในปีโยโรที่ 1 (ค.ศ. 717) ในฐานะฐานสำหรับการเดินทางไปสักการะภูเขาศักดิ์สิทธิ์ฮาคุซัง ช่วงรุ่งเรืองในยุคเซ็นโกคุเคยมีศาลเจ้า 48 แห่ง โถงสักการะ 36 หลัง และกุฏิย่อยมากถึง 8,000 แห่ง อย่างไรก็ตาม ปีเท็นโชที่ 2 (ค.ศ. 1574) เกิดกบฏอิกโกอิกกิในเอจิเซ็นจนทำให้พื้นที่ทั้งภูเขาถูกเผาทำลาย ต่อมาในปีเท็นโชที่ 11 (ค.ศ. 1583) เคนไคพยายามฟื้นฟู แต่มีขนาดเล็กกว่ายุครุ่งเรืองมาก
ภายในเขตศาลเจ้าปูเต็มไปด้วยมอสเขียวๆ เหมือนพรมสีเขียว เป็นศาลเจ้าที่เงียบสงบและสวยงามมาก
-
อาเรอิ คาราสุโคจิมะ
สวนสาธารณะแห่งนี้เป็นหนึ่งในองค์ประกอบของมรดกญี่ปุ่น “ฐานทัพเรือ โยโกสุกะ คุเระ ซาเซโบะ และไมซุรุ เมืองที่สัมผัสได้ถึงพลังแห่งความทันสมัยของญี่ปุ่น” และยังเป็นสถานที่ที่ทำให้สัมผัสร่องรอยของเมืองคุเระที่เคยรุ่งเรืองในฐานะท่าเรือทหารได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังเป็นจุดชมที่หาได้ยากในโลกซึ่งสามารถมองเห็นเรือดำน้ำได้ในระยะใกล้ ปีเมจิที่ 22 (ค.ศ. 1889) ฐานทัพเรือคุเระเปิดทำการ และในปีถัดมาได้มีการจัดตั้งอู่ทหารเรือขึ้น จนมีการต่อเรือรบหลายประเภทว่ากันว่าเรือรบยามาโตะซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นเรือรบที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก็ถูกสร้างอย่างลับ ๆ ใกล้บริเวณนี้เช่นกัน
เรือรบและเรือดำน้ำอยู่ตรงหน้าเลย สะดุดตามาก
