
สายราเม็งต้องไป! 【15 ร้านราเม็งดังในฮอกไกโด & 4 สปอตรวมร้านราเม็ง】
“ฮอกไกโด” ดินแดนธรรมชาติอันกว้างใหญ่คือคลังวัตถุดิบชั้นเยี่ยม ทั้งอาหารทะเลสด ผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ และพืชผลการเกษตรหลากหลาย
ในบรรดาเมนูท้องถิ่นที่น่าสนใจมากมาย “ราเม็ง” คือของที่พลาดไม่ได้
แม้จะเรียกรวมว่า “ราเม็งท้องถิ่นฮอกไกโด” แต่แต่ละพื้นที่ก็พัฒนารสชาติของตัวเองตามวัฒนธรรมอาหารและภูมิอากาศ ทำให้ได้ลิ้มราเม็งหลากสไตล์ตามเมืองที่ไป
บทความนี้จะพาไปรู้จักเสน่ห์ของราเม็งท้องถิ่นทั่วฮอกไกโด พร้อมแนะนำร้านยอดนิยมที่ได้ชิมจริงเป็นหลัก
ยังรวมสปอตแนะนำที่มีหลายร้านมาอยู่รวมกันไว้ด้วย ใช้เป็นไอเดียแล้วไปเพลิดเพลินกับราเม็งท้องถิ่นฮอกไกโดกันให้เต็มที่
ราเม็ง 3 เมืองดังแห่งฮอกไกโดคืออะไร
ราเม็งฮอกไกโดเป็นที่นิยมมากแม้ในหมู่คนญี่ปุ่น และเป็นเมนูพิเศษที่คนรักกันได้ทุกเพศทุกวัยทุกสัญชาติ
ในฮอกไกโดมีโรงงานผลิตเส้นจำนวนมาก และยังคงพัฒนาต่อเนื่องโดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่นและกรรมวิธีเฉพาะพื้นที่
วัฒนธรรมราเม็งอันเป็นเอกลักษณ์นี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกฮอกไกโด” ในปี 2001 ด้วย
แม้อยู่ในฮอกไกโดเหมือนกัน แต่ก็สะท้อนวัฒนธรรมอาหารและภูมิอากาศของแต่ละเมือง ทำให้รสชาติแตกต่างตามสถานที่ที่กินได้อย่างชัดเจน
ในบรรดานั้น ราเม็งที่ดังเป็นพิเศษ 3 แบบถูกเรียกว่า “ราเม็ง 3 เมืองดังแห่งฮอกไกโด”
มาทำความรู้จักแต่ละแบบกัน
“ราเม็งซัปโปโร” เด่นด้วยซุปมิโสะเข้มข้นลึก
“ราเม็งซัปโปโร” ที่โด่งดังไปทั่วประเทศถือเป็นตัวแทนของราเม็งฮอกไกโดอย่างแท้จริง
มีหลายสไตล์ แต่แบบที่พบได้ทั่วไปคือราเม็งซุปมิโสะรสเข้มข้น หนักแน่น
ซุปต้มจากกระดูกหมูหรือโครงไก่มีความมันและเข้ม เส้นเด่นคือเส้นเหลืองหยิกขนาดกลางที่เกาะซุปดี
มักโปะผักอย่างถั่วงอกผัด หอมหัวใหญ่ เมนมะ พร้อมสัมผัสกรุบกรอบ
หลายร้านยังมีท็อปปิ้งของขึ้นชื่อฮอกไกโดอย่างข้าวโพด เนย หรือหอยเชลล์ ให้ปรับตามชอบได้
ที่เมืองซัปโปโรซึ่งเป็นต้นกำเนิดมีร้านดังอยู่ทั่ว โดยเฉพาะแถวสถานีซัปโปโรก็หากินราเม็งซัปโปโรอร่อยๆ ได้แทบทุกมุม

“ราเม็งฮาโกดาเตะ” ใสเบาแต่รสลึก
“ราเม็งฮาโกดาเตะ” ราเม็งท้องถิ่นประจำเมืองฮาโกดาเตะมีประวัติยาวนานมาก และยังถูกกล่าวว่าเป็นรากของราเม็งเกลือในญี่ปุ่นด้วย
ซุปใสเป็นเอกลักษณ์ได้จากการต้มโครงไก่ กระดูกหมู สาหร่ายคอมบุ และผักต่างๆ ให้รสเรียบง่ายแต่ลึกและละเมียด
ความมันและกลิ่นฉุนมีน้อย รสนุ่มเบา กินง่าย จึงเป็นที่นิยมในกลุ่มคนกินน้อยและผู้หญิงด้วย
สไตล์คลาสสิกคือเครื่องมาตรฐานอย่างชาชู ต้นหอม นารุโตะ คู่กับเส้นตรงขนาดกลางค่อนเล็ก เพื่อขับรสซุป
บางร้านที่มั่นใจในซุปจะใส่ “ฟุ” (แป้งสาลีอบแห้ง) เป็นท็อปปิ้งด้วย
ส่วนใหญ่กินได้ในเมืองฮาโกดาเตะ แต่พบเสิร์ฟในร้านอาหารจีนมากกว่าร้านราเม็ง และคนท้องถิ่นมักเรียกว่า “ราเม็ง” หรือ “ชินะโซบะ”

“ราเม็งอาซาฮิคาวะ” ซุปร้อนจัด เข้มข้นแต่กินเพลิน
“ราเม็งอาซาฮิคาวะ” คือราเม็งโชยุที่กินกันในเมืองอาซาฮิคาวะซึ่งหนาวจัดเป็นพิเศษในฮอกไกโด
ซุปแบบ “ดับเบิลซุป” ที่ผสานน้ำต้มกระดูกหมูหรือโครงไก่เข้ากับดาชิทะเลเป็นสไตล์หลัก ทำให้ความเข้มของซุปสัตว์และอูมามิจากทะเลลงตัว
อีกจุดเด่นคือเคลือบผิวซุปด้วยมันหมูเพื่อกักความร้อน ทำให้ซุปอุ่นไปจนคำสุดท้าย
เสน่ห์ของสไตล์อาซาฮิคาวะคือ “เข้มข้นกับเบา” อยู่ด้วยกันได้ พอซดจะได้ความเข้มของโชยุพร้อมกลิ่นทะเลที่ละเมียด ผ่านจมูกและให้มิติ
เส้นนิยมคือเส้นหยิกเล็ก-กลางที่มีอัตราน้ำต่ำ ดูดซุปดี ทำให้ได้กลิ่นหอมเต็มคำ
เครื่องค่อนข้างเรียบง่าย แต่กินจบแล้วอุ่นสบาย เหมาะกับเมืองหนาวสุดๆ

ไม่ได้มีแค่ราเม็ง 3 เมืองดัง! ราเม็งท้องถิ่นฮอกไกโดที่น่าลอง
นอกจากราเม็ง 3 เมืองดังแล้ว แต่ละพื้นที่ในฮอกไกโดยังมีราเม็งหลากสไตล์และมีเอกลักษณ์อีกมาก
แต่ละแบบมีจุดเด่นต่างกัน และการได้ชิมรสต้นตำรับที่แตกต่างตามเมืองก็เป็นเสน่ห์ของราเม็งฮอกไกโด
ช่วงหลังยังมีคนเรียกว่า “ราเม็ง 4 เมืองดัง” หรือ “5 เมืองดัง” ด้วย ทำให้ภาพรวมวัฒนธรรมราเม็งยิ่งกว้างขึ้น
ที่นี่จะแนะนำ 2 แบบที่กำลังน่าจับตา
“ราเม็งคุชิโระ” เบา เรียบง่าย
“ราเม็งคุชิโระ” ที่ได้รับความสนใจในช่วงหลัง เริ่มถูกจดจำในฐานะราเม็งลำดับที่ 4 ต่อจากราเม็ง 3 เมืองดัง
คล้ายราเม็งอาซาฮิคาวะตรงที่นิยม “ดับเบิลซุป” โดยใช้น้ำต้มโครงไก่และกระดูกหมูเป็นฐาน เติมดาชิทะเลจากคอมบุและปลาแห้งคัตสึโอะให้เป็นแนวญี่ปุ่น
แต่รสชาติแตกต่างชัดเจน เพราะ “ราเม็งคุชิโระ” ขึ้นชื่อว่าเบามาก
ซุปใสให้ความรู้สึกเรียบง่าย อ่อนโยน
เครื่องมักเป็นชาชู เมนมะ นารุโตะ แบบเรียบๆ เพื่อขับรสซุป
เส้นหยิกเล็กนุ่มแต่หนึบ ให้สัมผัสและการลื่นคอที่เป็นเอกลักษณ์
อีกจุดเด่นคือไม่ใช้สารปรุงแต่งและวัตถุกันเสีย ทำให้เส้นเสียง่าย แห้งเร็ว จึงแทบหากินได้นอกเมืองคุชิโระ (ทางเหนือของฮอกไกโด) ได้ยาก ความหายากนี้เองก็ทำให้ยิ่งฮิต

ราเม็งท้องถิ่นสายแปลกเผ็ดหอม “ราเม็งแกงกะหรี่เมืองมุโรรัน”
“ราเม็งแกงกะหรี่เมืองมุโรรัน” คือราเม็งท้องถิ่นที่กินกันหลักๆ ในเมืองมุโรรัน (ตอนกลาง-ใต้ของฮอกไกโด) รวมถึงเมืองโนโบริเบ็ตสึและเมืองโทยาโกะ
ซุปเข้มข้นจากกระดูกหมูหรือโครงไก่ เติมเพสต์แกงกะหรี่ ให้รสเผ็ดหอมแต่กลมกล่อมและเข้มมาก
เส้นนิยมเป็นเส้นเหลืองหนาหยิก เหนียวนุ่ม เกาะซุปดี กินพร้อมกันแล้วอูมามิและความเผ็ดผสานลงตัวในปาก
แม้มีความข้นแต่ซดได้ลื่น กินอิ่มสะใจ
เครื่องมักมีชาชู ต้นหอม และวากาเมะจัดเต็ม
เป็นเมนูที่ไม่เหมือนทั้งราเม็งทั่วไปหรือข้าวแกงกะหรี่ และยิ่งกินยิ่งติดใจ จึงถูกจับตาในฐานะราเม็งท้องถิ่นสายแปลกที่ต้องลองสักครั้ง

อยากกินราเม็งท้องถิ่นต้องที่นี่! 15 ร้านราเม็งยอดนิยมในฮอกไกโด
จากนี้จะคัดร้านราเม็งที่ได้รับความนิยมสูงในฮอกไกโดมาแนะนำ
คัดเน้นร้านดังที่ได้กินราเม็ง 3 เมืองดังเป็นหลัก ทุกที่มีเอกลักษณ์และได้ชามเด็ดแน่นอน
ร้านกระจายอยู่ทั้งซัปโปโร อาซาฮิคาวะ ฮาโกดาเตะ โทมาโคไม ฯลฯ หากมีแพลนเที่ยวเมืองนั้นๆ ลองแวะร้านที่ถูกใจได้เลย
1. 【ซัปโปโร】เม็งยะ ไซมิ
เจ้าของร้านประทับใจรสชาติของร้านดัง “ซูมิเระ” จึงไปฝึกฝนนานราว 7 ปี ก่อนเปิด “เม็งยะ ไซมิ” ในปี 2000
ที่นี่ได้ลิ้มราเม็งซัปโปโรที่ยึดรสแบบสุมิเระเป็นฐาน แล้วพัฒนาต่อด้วยสไตล์ของเจ้าของร้าน
ซุปใช้กระดูกขาหมูเป็นหลัก เติมผักหอม เห็ดหอม คอมบุ ฯลฯ ซุปที่ต้มอย่างพิถีพิถันตั้งแต่ตี 5 ทุกเช้า พัฒนาเป็นซุปใส (ชินตัน) ที่ใสสะอาดไร้ความขุ่น

2. 【ซัปโปโร】ซูมิเระ สาขาหลัก นาคาโนะชิมะ
ร้านระดับตำนานที่โด่งดังทั่วประเทศและเป็นที่รักยาวนานในซัปโปโร
เสน่ห์ของมิโสะราเม็งเมนูซิกเนเจอร์คือ รสมิโสะเข้มลึก กลิ่นหอมจากหมูสับผัด ความหวานจากมันหมูและผัก พร้อมความเผ็ดหอมจากกระเทียมและขิงในซุปที่เข้มข้น
ยิ่งไปกว่านั้น ชาชูยังโปะขิงขูด ทำให้ยิ่งอุ่นถึงแก่น เหมาะกับหน้าหนาวของซัปโปโรสุดๆ

3. 【ซัปโปโร】ซัปโปโระ จุนเร็น สาขาซัปโปโระ
ร้านเก่าแก่ที่ถูกยกชื่อเสมอในฐานะตัวแทนราเม็งซัปโปโร ทั้งคนท้องถิ่นและสายราเม็งทั่วประเทศต่างรู้จัก
เป็นต้นตระกูลของร้านราเม็งสาย “สายจุน-ซูมิ” ที่มีอยู่มากมายในซัปโปโร และเป็นร้านดังที่คนต่อคิวตั้งแต่ก่อนเปิด
เมนูหลักคือมิโสะราเม็งที่รักษาวิธีทำและรสชาติมาตั้งแต่ก่อตั้ง ซุปจากกระดูกหมูปรุงสไปซ์จัดจ้าน ขึ้นชื่อว่าเข้มข้นโดดเด่นในบรรดาราเม็งซัปโปโร

4. 【ฮาโกดาเตะ】ฮาโกดาเตะ เม็งชูโบ อะจิไซ สาขาหลัก
ร้านดังราเม็งเกลือประจำฮาโกดาเตะที่ใครๆ ก็รู้จัก “ฮาโกดาเตะ เม็งชูโบ อะจิไซ” ก่อตั้งในปีโชวะ 5 (1930) และแม้เวลาผ่านมากว่า 90 ปี ก็ยังมีคนรักไม่ขาดสาย
เมนูซิกเนเจอร์แน่นอนว่าเป็นราเม็งเกลือ ซุปที่ทำจากคอมบุจากฮอกไกโดตอนใต้ ผสานกระดูกหมู โครงไก่ และเกลือหินธรรมชาติ ใสสูง รสเบา แต่ให้ความเข้มลึกชัดเจน

5. 【ซัปโปโร】MEN-EIJI HIRAGISHI BASE
“MEN-EIJI HIRAGISHI BASE” ร้านดังของราเม็งซัปโปโรที่เปิดตั้งแต่ปี 2006 และความนิยมไม่เคยตก แถมยังได้ลง Michelin Guide หมวดบิบกูร์มองด์ด้วย
มีเมนูหลากหลายบนรสหลักที่ลงตัวระหว่างเส้นทำเองเหนียวนุ่มจากข้าวสาลีฮอกไกโด และซุปที่ไม่ใช้ผงชูรส
เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องลองคือ “ซุปโชยุจากกระดูกหมูและอาหารทะเล”

6. 【ซัปโปโร】ร้านราเม็งมิโซะซัปโปโรเฉพาะทาง Keyaki (สาขาหลักซูซูกิโนะ)
ร้านเก่าแก่ที่คนท้องถิ่นรัก ตั้งอยู่มุมถนนย่านท่องเที่ยวชื่อดัง “ซูซูกิโนะ”
ด้านในเป็นพื้นที่กะทัดรัด มีแต่ที่นั่งเคาน์เตอร์ บรรยากาศร้านราเม็งแบบดั้งเดิม
เมนูหลักคือมิโสะราเม็ง ซุปเข้มข้นที่เคี่ยวกระดูกหมู ไก่ ผัก เห็ดหอม ฯลฯ อย่างช้าๆ แล้วผสมมิโสะ 3 ชนิด กลายเป็นรสคลาสสิกที่เรียกได้ว่าเป็น “ทางสายหลัก” ของมิโสะราเม็งซัปโปโร

7. 【ซัปโปโร】เม็งยะ ทาคาฮาชิ
ร้านฮิตที่คนต่อแถวยืนรอก่อนเปิด “เม็งยะ ทาคาฮาชิ”
ที่นี่ได้สนุกกับมิโสะราเม็งสไตล์ “สึเคเม็ง” คือเอาเส้นจุ่มซุป กินต่างจากแบบคลาสสิกเล็กน้อย
ใช้เส้นแบนหนาพิเศษ จุ่มซุปมิโสะที่เข้มข้นหนืดแบบจัดเต็ม ซุปอัดแน่นด้วยอูมามิจากกระดูกหมูและทะเล พร้อมความเข้มและความหวานของมิโสะที่บาลานซ์อย่างลงตัว

8. 【ซัปโปโร】ราเมงซัปโปโระ อิจิริวอัน
“ราเมงซัปโปโระ อิจิริวอัน” ร้านยอดนิยมของซัปโปโร อยู่ใกล้สถานีซัปโปโร เดินทางง่าย แวะได้สะดวกระหว่างเที่ยว
จุดเด่นคือการคัดวัตถุดิบฮอกไกโดอย่างพิถีพิถัน เน้นทำราเม็งที่สดใหม่และหอม
เส้นสั่งทำพิเศษใช้ข้าวสาลีฮอกไกโด 100% ผสานซุปที่ตั้งใจทำและมันหมูทำเอง เป็นชามที่กินได้อย่างสบายใจ

9. 【อาซาฮิคาวะ】ราเมง ซันโทคุ อาซาฮิคาวะ สาขาหลัก
“ซันโทคุ” เกิดจากคำประกาศของคุณฮาตานากะผู้ก่อตั้งว่า “จะทำราเม็งให้อร่อยเพื่อครอบครัว”
ซุปทงคตสึพายตังสูตรเฉพาะที่ได้จากการลองผิดลองถูกและปรับปรุงซ้ำๆ ให้รสนุ่มละมุน อ่อนโยน
ปัจจุบันมีสาขาไม่เพียงในญี่ปุ่น แต่ยังไปต่างประเทศ และเป็นที่นิยมของผู้คนหลากหลายสัญชาติ

10. 【คุชิโระ】ราเมงโคโบ อุโออิจิ
“ราเมงโคโบ อุโออิจิ(อุอจจิ)” ร้านดังของราเม็งคุชิโระ อยู่ห่างจากสถานี JR “คุชิโระ” เดิน 5 นาที
เมนูยอดนิยมคือ “ราเมงน้ำปลา” ที่ใช้น้ำปลา (โชยุที่ทำจากปลา) ทำเอง ให้รสอูมามิชัดโดยแทบไม่มีกลิ่นคาว
อีกเมนูที่ฮิตคือ “ราเมงหอยนางรม” ที่ใช้ของทะเลอย่างหอยนางรมแบบจัดเต็ม
ความนัวของหอยนางรมเข้ากับซุปได้ดีมาก
มีให้เลือก 2 แบบคือ “รสเบา” และ “รสเข้ม” เลือกตามชอบได้

11. 【ซัปโปโร】การิว เม็มบุ ฮิเอ็น
“การิว เม็มบุ ฮิเอ็น (ひえん)” ในย่านโทโยฮิระชานเมืองซัปโปโร เป็นร้านฝีมือจัดที่ได้ลง Michelin Guide Hokkaido 2017 ฉบับพิเศษ
จุดที่ร้านภูมิใจที่สุดคือซุปไก่พายตังที่เข้มข้นแต่เฮลตี้ ทำจากเนื้อส่วนคอของไก่ “ไก่ป่า” จากจังหวัดมิยางิเท่านั้น
รสชาติไม่เหมือนใครจนถูกเรียกว่า “เข้มข้นแต่ไม่เลี่ยน” คือดูเหมือนเข้มแต่กินแล้วเบา
น้ำมันไม่หนัก กินง่าย หลายคนซดจนหมดได้ทุกเพศทุกวัย
เมนูแนะนำคือ “การิว ซัปโปโระ ราเมง ฮิชิโอะ”
เป็นราเม็งมหัศจรรย์ที่ผสานซุปเด่นของร้านกับผัดผักด้วยมันหมู ให้รสลึกที่สัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลและมิติของรส
เข้ากันสุดๆ กับเส้นตรงขนาดกลางแบบสั่งทำพิเศษ เนื้อเหนียวนุ่ม ยิ่งกินยิ่งได้อูมามิเต็มคำ

12. 【อาซาฮิคาวะ】ฮาจิยะ สาขาก่อตั้ง โกโจ
“ฮาจิยะ” ร้านราเม็งเก่าแก่ก่อตั้งปีโชวะ 22 (1947) บางครั้งยังถูกกล่าวว่าเป็นผู้สร้างต้นแบบของราเม็งอาซาฮิคาวะสไตล์ “ดับเบิลซุป × โชยุสายเบา”
เป็นร้านที่สืบทอดวิธีทำและรสชาติดั้งเดิมมาตั้งแต่ยุคก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน
เมนูอันดับ 1 แน่นอนคือโชยุราเม็ง ซุปโชยุของฮาจิยะสีเข้มมากเป็นเอกลักษณ์ แต่พอชิมจริงจะได้กลิ่นหอมของมันหมู และอูมามิจากดับเบิลซุปของกระดูกหมูกับปลาแห้งอาจิอย่างชัดเจน

13. 【ซัปโปโร】โยชิยามะ โชเท็น สาขาหลัก
ถ้าพูดถึงมิโสะราเม็งซัปโปโร หลายคนมักนึกถึง “โยชิยามะ โชเท็น สาขาหลัก”
เจ้าของร้านผู้ตระเวนกินร้านดังทั่วประเทศบอกว่าเป้าหมายคือราเม็งที่ “ลิ้มด้วยทั้งห้าสัมผัส”
ซุปทำจากกระดูกขาหมูกับโครงไก่เป็นฐาน เติมผักหอมและมิโสะขาวเพื่อสร้างซุปมิโสะราเม็ง
เพราะใช้มิโสะขาว เมนูมิโสะพื้นฐานจึงนุ่มละมุน แต่ก็มีเมนูที่รสพุ่ง คม และจัดจ้านด้วย ทำให้คนที่อยากจัดมิโสะราเม็งหนักๆ ก็ยังอิ่มฟินได้

14. 【โทมาโคไม】อาจิ โนะ ไดโอ สาขาหลัก
“อาจิ โนะ ไดโอ สาขาหลัก” ในเมืองโทมาโคไม เป็นร้านรุ่นเก๋าก่อตั้งปี 1965
ขึ้นชื่อว่าเป็นร้านต้นกำเนิด “ราเม็งแกงกะหรี่” เมนูสร้างสรรค์ที่ผสานแกงกะหรี่กับราเม็งเข้าด้วยกัน
ซุปเผ็ดหอมทำจากฐานกระดูกหมูเข้มข้น ผสมเพสต์แกงกะหรี่ที่คลุกเครื่องเทศกว่าสิบชนิดและผลไม้เข้าไป
บาลานซ์อูมามิกับความเผ็ดได้ดี มีความข้นแบบแกงกะหรี่ และอิ่มเต็มที่
เข้ากันมากกับเมนูข้างอย่างข้าวผัดหรือข้าวสวย หลายคนสั่งเป็นเซ็ต
นอกจาก “ราเมงแกงกะหรี่ต้นตำรับ” เมนูคลาสสิกแล้ว ยังมีหลายแบบ เช่น “ราเมงแกงกะหรี่หมูทอดเสิร์ฟในหม้อหิน” สำหรับสายจัดหนัก หรือถ้าไม่ถนัดเผ็ด แนะนำ “ราเมงแกงกะหรี่ชีส”

15. 【อาซาฮิคาวะ】อาซาฮิคาวะ ราเมง อาโอบะ สาขาหลัก
ร้านราเม็งเก่าแก่ของอาซาฮิคาวะที่เริ่มจากรถเข็นในปีโชวะ 22 (1947) และมีประวัติยาวนานกว่า 70 ปี
ถือเป็นหนึ่งในต้นธารของราเม็งอาซาฮิคาวะ
เมนูซิกเนเจอร์คือ “ราเมงโชยุ” ที่รักษาวิธีทำแบบยุคก่อตั้งของเจ้าของรุ่นแรกไว้
ราเม็งที่เติมทาเระโชยุลงใน W ซุปซึ่งทำจากซุปสัตว์ (กระดูกหมูและโครงไก่) ที่ต้มทั้งวัน ผสานซุปจากอาหารทะเลและผักอย่างคอมบุริชิริ ปลาแห้งคัตสึโอะ ปลาแห้งอาจิ ฯลฯ มีจุดเด่นคือความเข้มลึกและรสจบที่สดชื่น

4 สปอตที่รวมร้านราเม็งฮอกไกโดไว้ในที่เดียว
ปิดท้ายด้วย 4 สปอตที่รวมร้านดังของราเม็งสายแข็งไว้ที่เดียว
อย่างที่เล่ามา ราเม็งท้องถิ่นฮอกไกโดสรุปสั้นๆ ได้ยาก เพราะแต่ละเมืองและแต่ละร้านมีเอกลักษณ์หลากหลาย
ยิ่งไปกว่านั้น จำนวนร้านราเม็งในฮอกไกโดก็เยอะมาก หลายคนอาจลังเลว่าจะไปกินที่ไหน ควรกินรสอะไรดี บางคนก็อยากลองเทียบหลายแบบ
ถ้าเป็นแบบนั้น ลองแวะสปอตราเม็งต่อไปนี้ได้เลย
1. ฮอกไกโด ราเมง โดโจ (Hokkaido Ramen Dojo)
“ฮอกไกโด ราเมง โดโจ” ที่ชั้น 3 อาคารเทอร์มินอลเที่ยวบินในประเทศของสนามบินนิวชิโตเสะ คือธีมพาร์คราเม็งที่รวมร้านดังและร้านรุ่นเก๋าจากทั่วฮอกไกโด
ทำเลแวะง่ายทั้งขาไปและขากลับ สำหรับนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ถือเป็นสปอตสำคัญที่ชิมราเม็งท้องถิ่นฮอกไกโดได้แบบสะดวก
พอเดินเข้าไปจะเห็นร้านราเม็งราว 10 ร้านเรียงสองฝั่ง ได้เพลิดเพลินกับราเม็งต้นตำรับหลากสไตล์จากหลายพื้นที่ โดยมีราเม็ง 3 เมืองดังเป็นตัวชูโรง
หน้าทางเข้ามีร้านฮิตมาก “เอบิโซบะ อิจิเก็น” และยังมี “ฮาโกดาเตะ เม็งชูโบ อะจิไซ” กับ “เคยากิ” ที่เราแนะนำในบทความนี้อยู่ด้วย
มีอีเวนต์เป็นระยะและเมนูลิมิเต็ดเฉพาะสนามบินของแต่ละร้าน ทำให้แวะเมื่อไรก็มีอะไรใหม่ๆ

2. ตรอกต้นตำรับซัปโปโรราเมง (ซัปโปโรราเมงโยโคโจ)
“ตรอกต้นตำรับซัปโปโรราเมง” ในย่านบันเทิงซูซูกิโนะ เขตชูโอ เมืองซัปโปโร คือแลนด์มาร์กท่องเที่ยวที่เป็นตัวแทนอาหารซัปโปโร
ในฐานะ “แหล่งกำเนิดมิโสะราเม็ง” ที่ทำให้ราเม็งซัปโปโรแพร่หลายไปทั่วประเทศ ที่นี่คือโยโกโจในตำนาน
มีต้นกำเนิดจาก “โคราคุ ถนนราเมงร้านดัง” ที่เกิดในปี 1951 และกลายมาเป็นรูปแบบปัจจุบันในปี 1971
ตอนนี้ในตรอกแคบๆ มีร้านราเม็ง 17 ร้านแข่งขันกันอย่างดุเดือด สนุกกับรสหลากหลายทั้งมิโสะ โชยุ เกลือ ทงคตสึ ฯลฯ
แต่ละร้านมีสูตรเฉพาะตัว รักษาประวัติศาสตร์และความดั้งเดิมกว่า 70 ปี พร้อมปรับให้เข้ากับยุคสมัย ทำให้ได้ลิ้มราเม็งที่มีเอกลักษณ์
อีกด้านหนึ่ง ป้ายไฟนีออนสไตล์โชวะและตรอกแคบๆ ให้บรรยากาศลึกๆ ชวนคิดถึง พร้อมความรู้สึกหลุดจากชีวิตประจำวัน

3. ตรอกยาไต (ราเมง) แห่งใหม่
“ตรอกยาไต (ราเมง) แห่งใหม่” ก็อยู่ในซัปโปโรย่านซูซูกิโนะเช่นเดียวกับซอยราเมงซัปโปโระต้นตำรับ
ทั้งสองสปอตอยู่ติดกันโดยมีถนนคั่น และโดยรวมแล้วฝั่ง “ตรอกยาไต (ราเมง) แห่งใหม่” จะสะดุดตากว่า
หลังเกิดขึ้นในปี 1976 ทั้งสองมักถูกมองรวมกันว่าเป็นพื้นที่ที่สื่อเสน่ห์ใหม่-เก่าของราเม็งซัปโปโร แต่ผู้บริหารจัดการเป็นคนละกลุ่ม และเป็นสถานที่แยกกัน
สมัยก่อนถูกเรียกว่า “มงกุระโยโกโจ” และร้านที่ดังเป็นพิเศษคือ “ราเมงซัปโปโระต้นตำรับ โมกุระ” ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ
อย่างไรก็ตาม ไม่มีเว็บไซต์ทางการ และยังมีหลายส่วนที่เป็นปริศนา จึงอยากให้ลองไปเดินดูด้วยตัวเอง
ในโยโกโจมีร้านเล็กๆ เน้นเคาน์เตอร์ราว 5-10 ร้าน ดูเหมือนจะได้สนุกกับราเม็งหลากหลายที่แต่ละร้านงัดไอเดียมาประชันกัน

- ที่อยู่
- 〒064-0804 อาคารได 3 กรีนบิล (Dai 3 Green Building) 1-1 ถนนมินามิ 4 โจ นิชิ 3 โจเมะ เขตชูโอ เมืองซัปโปโร ฮอกไกโด
- เวลาเปิด
- แตกต่างกันไปตามร้าน
- วันหยุด
- แตกต่างกันไปตามร้าน
4. หมู่บ้านราเมงอาซาฮิคาวะ (Asahikawa Ramen Village)
“หมู่บ้านราเมงอาซาฮิคาวะ” ก่อตั้งในปี 1996 เป็นศูนย์รวมที่ร้านราเม็งในเมือง 7 ร้านมารวมกัน เพื่อให้ผู้คนรู้จักความดีงามและวัฒนธรรมราเม็งอาซาฮิคาวะอย่างกว้างขวาง
ผนังด้านนอกเป็นภาพสัตว์จากสวนสัตว์อาซาฮิคาวะกำลังกินราเม็งอย่างเอร็ดอร่อย วาดโดยนักศึกษาของมหาวิทยาลัย Hokkaido Tokai University วิทยาเขตอาซาฮิคาวะ
ภายในมีทั้งร้านเก่าแก่ “青葉” และร้านยอดนิยมของอาซาฮิคาวะมารวมตัวกันครบ
ยังมีศาลเจ้า “ศาลเจ้าอาซาฮิคาวะ ราเมงมูระ” อยู่ติดกันด้วย ว่ากันว่าเพื่อให้ “ความสัมพันธ์” ร้อนเหมือนซุป และยาวนานเหมือนเส้น จึงตั้งธีมเป็น “เมนมุซุบิ” (ผูกเส้น) ไม่ใช่ผูกดวง และมีพรเรื่องความสมหวังด้านความรักด้วย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับราเม็งฮอกไกโด
Q
ราเม็งฮอกไกโดมีจุดเด่นอะไรบ้าง?
แตกต่างกันไปตามพื้นที่และประเภท แต่ภาพรวมมักมีท็อปปิ้งของขึ้นชื่อฮอกไกโด (เช่น ข้าวโพด เนย หอยเชลล์) รสค่อนข้างเข้ม และมีการใช้มันหมู
Q
มีสินค้าที่ซื้อนำกลับเป็นของฝากเกี่ยวกับราเม็งฮอกไกโดไหม?
สามารถซื้อสินค้าของร้านดัง เช่น “ซูมิเระ” (ราเม็งซัปโปโร), “ฮาจิยะ” (ราเม็งอาซาฮิคาวะ), “ฮาโกดาเตะ เม็งชูโบ อะจิไซ” (ราเม็งฮาโกดาเตะ) ได้ที่โซนของฝากตามสนามบินหรือสถานี
บทสรุป
บทความนี้ได้แนะนำจุดเด่นและเสน่ห์ของราเม็งหลากสไตล์ทั่วฮอกไกโด โดยมีราเม็ง 3 เมืองดังเป็นแกนหลัก
ฮอกไกโดที่ได้สนุกกับรสชาติแตกต่างตามเมือง คือสถานที่ที่สายราเม็งควรไปสักครั้ง
ทุกร้านต่างขัดเกลาแข่งขันกันในสมรภูมิเดือด ทำให้ได้ชามที่ใส่ใจทั้งเส้น ซุป และเครื่องอย่างเต็มที่
ใช้ข้อมูลที่เล่ามาเป็นไกด์ แล้วตอนไปฮอกไกโดลองตะลุยชิมราเม็งหลายแบบให้จุใจ
อยากวางแผนเที่ยวให้ครบ ทั้งไฮไลต์ที่เที่ยว สปอตช้อปปิ้ง และที่พักในฮอกไกโด บทความนี้ก็ห้ามพลาด