เอโฮมากิ (Ehomaki) คืออะไร? ซูชิม้วนที่กินในวันเซ็ตสึบุนเพื่อขอให้โชคดีและสุขภาพแข็งแรงตลอดปี

เอโฮมากิ (Ehomaki) คืออะไร? ซูชิม้วนที่กินในวันเซ็ตสึบุนเพื่อขอให้โชคดีและสุขภาพแข็งแรงตลอดปี

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

“เอโฮมากิ (恵方巻き/えほうまき)” คือของมงคลที่กินเพื่ออธิษฐานให้โชคดีตลอดปี และกลายเป็นธรรมเนียมใหม่ของญี่ปุ่นในช่วงไม่กี่ปีมานี้
เอโฮมากิที่ว่ากันว่าแพร่ไปทั่วประเทศโดยไม่รู้ตัว ก็เป็นที่รู้จักว่าเต็มไปด้วยปริศนา ทั้งประวัติและที่มาความนิยม
บทความนี้จะอธิบายภาพรวมของเอโฮมากิ กติกาการกิน รวมถึงที่มาและจุดเริ่มความนิยมเป็นหลัก
อ่านจบแล้วจะเข้าใจรากของเอโฮมากิและความเกี่ยวข้องกับ “เซ็ตสึบุน (節分/せつぶん)” มากขึ้น ช่วยให้เข้าใจวัฒนธรรมญี่ปุ่นลึกกว่าเดิม

เอโฮมากิคืออะไร

“เอโฮมากิ” คือซูชิม้วนใหญ่ (ฟุโตมากิ) ที่กินในวัน “เซ็ตสึบุน” เพื่ออธิษฐานให้โชคดี สุขภาพแข็งแรง ฯลฯ เป็นวัฒนธรรมอาหารและธรรมเนียมเฉพาะของญี่ปุ่น
“เซ็ตสึบุน” ตรงกับวันสิ้นปีตามปฏิทินจันทรคติเดิม และมีประวัติว่าผู้คนเคยกินโซบะเพื่อใส่คำอธิษฐานตอนเปลี่ยนปี (ปัจจุบันบางพื้นที่ยังสืบทอดอยู่)
การสืบต่อร่องรอยนี้เอง คือเหตุผลที่กินเอโฮมากิในวันเซ็ตสึบุน
ด้านล่างคือไส้ยอดนิยม 7 อย่างของเอโฮมากิ โดยรูปลักษณ์และรูปทรงสื่อความหมายต่างกัน

คัมเปียว (น้ำเต้าแห้ง)
ขอให้มีอายุยืน
ชิตาเกะตุ๋น
ขอให้คุ้มครองจากอันตราย
ไข่ม้วนดาชิ (ไข่หวาน/ดาเตะมากิ)
ขอให้โชคเรื่องเงินทองและมั่งคั่ง
ปลาไหล (อุนางิ/อะนาโกะ)
ขอให้ก้าวหน้าและค้าขายรุ่งเรือง
กุ้ง
ขอให้เป็นมงคลและสุขภาพแข็งแรง อายุยืน
แตงกวา
ขอให้นำพาประโยชน์ 9 ประการ
ซากุระเด็นบุ ※อาหารจากปลาเนื้อขาวย้อมสี
ใส่ความหมายแห่ง “ความเป็นมงคล”

เลข “7” อ้างอิงความเป็นมงคลจาก “ชิจิฟุคุจิน (七福神)” หรือเทพเจ้าแห่งโชค 7 องค์ เช่น “เอะบิสุเท็น (恵比寿天)”
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้กำหนดชัดว่าต้อง 7 อย่างเสมอไป จึงพบได้ว่าแต่ละพื้นที่หรือร้านมี 5 อย่าง 12 อย่าง ฯลฯ แตกต่างกันได้บ่อย
ช่วงหลัง ๆ ยังมีเอโฮมากิแบบดัดแปลง เช่น โรสต์บีฟ (สายเนื้อวัว) ซีฟู้ด (แซลมอน/ทูน่า) หรือแบบผลไม้เป็นหลักด้วย

เอโฮมากิ: ซูชิม้วนใหญ่ใส่ไส้มงคล 7 อย่าง กินในวันเซ็ตสึบุน
เอโฮมากิ: ซูชิม้วนใหญ่ใส่ไส้มงคล 7 อย่าง กินในวันเซ็ตสึบุน

เซ็ตสึบุนคืออะไร

“เซ็ตสึบุน” คือวันก่อนหน้า “จุดเริ่มต้นของฤดูกาล” ที่มีปีละ 4 ครั้ง (ริชชุน/ริคกะ/ริชชู/ริทโท) และมีความหมายว่า “แบ่ง (分) ช่วงฤดูกาล (節)”
ริชชุนซึ่งตรงกับปฏิทินจันทรคติเดิม เคยเป็นจุดเริ่มต้นของปี จึงเป็นวันที่สำคัญมากสำหรับคนสมัยนั้น
ด้วยเหตุนี้ คำว่า “เซ็ตสึบุน” จึงมักหมายถึงวันก่อนริชชุน (ส่วนใหญ่คือ 3 กุมภาพันธ์)
โดยทั่วไป เซ็ตสึบุนเป็นงานประเพณีเพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย (เชื่อว่าเข้ามาในช่วงเปลี่ยนฤดูกาล) และอธิษฐานให้ปลอดโรคปลอดภัยตลอดปี
มีต้นกำเนิดจากพิธีชำระล้างสิ่งชั่วร้ายที่รับมาจากจีนในสมัยเฮอัน (ค.ศ. 794–1185) เรียกว่า “สึอินะ (追儺/ついな)”
สิ่งที่เป็นภาพจำของเซ็ตสึบุนคือ “มาเมะมากิ” การโปรยถั่วคั่วพร้อมตะโกน “โอนิวะโซโตะ ฟุคุวะอุจิ (鬼は外、福は内)” แล้วกินถั่วตามจำนวนอายุ
มีความหมายว่าใช้ถั่วซึ่งเชื่อว่าเป็นของกันสิ่งชั่วร้าย ขว้างใส่ “ยักษ์/โอนิ” (สิ่งชั่วร้าย) เพื่อขอให้ปลอดโรคปลอดภัย
นอกจากนี้แต่ละพื้นที่อาจต่างกัน เช่น กินโซบะ หรือแขวน “ฮิอิรากิอิวาชิ (柊鰯/เครื่องรางกันสิ่งชั่วร้าย)” ไว้ที่หน้าประตู

“เซ็ตสึบุน” เพื่ออธิษฐานให้ปลอดโรคปลอดภัยตลอดปี
“เซ็ตสึบุน” เพื่ออธิษฐานให้ปลอดโรคปลอดภัยตลอดปี

กติกาเวลาทานเอโฮมากิ

กติกาคือหันไปทาง “ทิศเอโฮ” ของปีนั้น ไม่วอกแวก และกินรวดเดียวเงียบ ๆ
“ทิศเอโฮ” คือทิศที่เชื่อว่า “ไซโทคุจิน (歳徳神)” เทพแห่งโชคสถิตอยู่ ถือเป็นทิศมงคลที่สุดของปี
ทิศเอโฮจะเปลี่ยนทุกปี สามารถดูจากตารางด้านล่างได้
อีกมารยาทที่มักพูดถึงคือ “ห้ามหั่นด้วยมีด (=ไม่ตัดโชคและสายสัมพันธ์)” และ “ห้ามพูดก่อนกินหมด (=ไม่ปล่อยให้โชคหลุดไป)”
อยากให้ใส่ใจทั้งก่อนกินและระหว่างกิน แต่เอโฮมากิมักชิ้นใหญ่ กินรวดเดียวอาจไม่ง่าย
โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็กมีโอกาสติดคอ แนะนำให้ดื่มชา หรือใช้โชยุช่วย และกินแบบไม่ฝืน

ทิศเอโฮ ปี 2025
ตะวันตกเฉียงใต้ค่อนไปทางใต้
ทิศเอโฮ ปี 2026
ตะวันออกเฉียงใต้ค่อนไปทางใต้
ทิศเอโฮ ปี 2027
ตะวันตกเฉียงเหนือค่อนไปทางเหนือ
ทิศเอโฮ ปี 2028
ตะวันออกเฉียงใต้ค่อนไปทางใต้

ที่มาและจุดกำเนิดของเอโฮมากิ

ที่มาและจุดกำเนิดของเอโฮมากิมีหลายทฤษฎีและยังไม่ชัดเจน จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีข้อสรุปที่เป็นเอกฉันท์
ที่นี่จะขอแนะนำ 3 ทฤษฎีที่เป็นที่รู้จัก
ไม่ว่าทฤษฎีไหน ในยุคนั้นยังไม่มีคำว่า “เอโฮมากิ” และมักเรียกว่า “ซูชิม้วนใหญ่” หรือ “ซูชิกินทั้งแท่ง (丸かぶり寿司)” เป็นต้น

ทฤษฎีที่ว่าแพร่หลายผ่านการโฆษณา

ช่วงต้นสมัยเมจิ (ค.ศ. 1868–1912) ที่โอซาก้า ย่านเซ็มบะ มีธรรมเนียมเริ่มต้นเพื่ออธิษฐานให้ค้าขายรุ่งเรือง ปลอดโรคปลอดภัย และครอบครัวร่มเย็น
ต่อมาธรรมเนียมนี้แพร่ในหมู่หญิงสาวที่อยากสมหวังเรื่องความรัก แล้วคนในแวดวงนำไปกำหนดเป็น “ต้นกำเนิด” ใช้ในการโฆษณาและการตลาด จนค่อย ๆ แทรกซึมสู่สังคม ตามทฤษฎีนี้

ทฤษฎีที่ว่าธรรมเนียมจากโอซาก้า ย่านเซ็มบะ แพร่ผ่านโฆษณา
ทฤษฎีที่ว่าธรรมเนียมจากโอซาก้า ย่านเซ็มบะ แพร่ผ่านโฆษณา

ทฤษฎีที่ว่าเริ่มจากการละเล่นในโอซาก้า

ปลายสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603–1858) ในย่านโคมแดงของโอซาก้า มีการละเล่นแบบ “ไดจินอาโซบิ (だいじんあそび/สังสรรค์หรูหรา)” ที่รวมเหล่านางโลมเป็นที่นิยม
มีบันทึกว่าหนึ่งในนั้นคือชายผู้มั่งคั่งให้ผู้หญิงคาบซูชิม้วนใหญ่เพื่อความสนุก
จึงมีทฤษฎีว่าการละเล่นนี้เป็นต้นกำเนิด

ภาพจำของนางโลมในย่านโคมแดงโอซาก้า
ภาพจำของนางโลมในย่านโคมแดงโอซาก้า

ทฤษฎีที่มีรากจากเรื่องเล่าในยุคเซ็นโกคุ

โฮริโอะ โยชิฮารุ (堀尾吉晴) ขุนศึกผู้เป็นข้ารับใช้ของโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ ว่ากันว่าในวันเซ็ตสึบุนได้กินของที่คล้ายซูชิม้วนแบบปัจจุบันทั้งแท่ง ก่อนออกศึกและได้รับชัยชนะครั้งใหญ่
จากเหตุนี้จึงถูกเล่าต่อว่าเป็นอาหารมงคลและค่อย ๆ แพร่หลาย
ทฤษฎีนี้มองว่ามีต้นกำเนิดในยุคเซ็นโกคุ (ค.ศ. 1467–1590)

มีทฤษฎีที่ว่ามีต้นกำเนิดตั้งแต่ยุคเซ็นโกคุด้วย
มีทฤษฎีที่ว่ามีต้นกำเนิดตั้งแต่ยุคเซ็นโกคุด้วย

อะไรทำให้เอโฮมากิแพร่หลาย

ว่ากันว่าธรรมเนียมเอโฮมากิมีต้นกำเนิดจากโอซาก้า
แม้ปัจจุบันจะเป็นที่รู้จักทั่วประเทศ แต่ก็เคยมีช่วงที่ซาลง และเพิ่งดังขึ้นในราว 30 ปีที่ผ่านมา
จึงพูดได้ว่ามี “ใคร” หรือ “อะไร” เป็นตัวจุดกระแส ทว่าเช่นเดียวกับที่มา ก็มีหลายทฤษฎี ที่นี่ขอแนะนำ 2 ทฤษฎีหลัก

ทฤษฎีที่ว่าสมาคมการค้าซูชิและสาหร่ายเป็นผู้ผลักดัน

ผู้เกี่ยวข้องที่กล่าวในทฤษฎีแรก มักชี้ไปที่สมาคมการค้าซูชิและสาหร่ายในโอซาก้าเป็นหลัก
มีทฤษฎีว่าในทศวรรษ 1930 สมาคมซูชิ และในทศวรรษ 1970 สมาคมสาหร่าย ได้แจกใบปลิวโฆษณาเกี่ยวกับเอโฮมากิ ทำให้ค่อย ๆ เป็นที่รู้จักทั่วประเทศ

มีทฤษฎีที่ว่าแพร่ผ่านแคมเปญส่งเสริมการขายของซูชิและสาหร่าย
มีทฤษฎีที่ว่าแพร่ผ่านแคมเปญส่งเสริมการขายของซูชิและสาหร่าย

ทฤษฎีที่ว่าเซเว่น-อีเลฟเว่นเป็นผู้ทำให้ดัง

ปี 1989 เซเว่น-อีเลฟเว่นบางสาขาในฮิโรชิม่าเริ่มขายสินค้าในชื่อ “เอโฮมากิ” และขายดี จึงขยายพื้นที่จำหน่าย
หลังเริ่มขยายทั่วประเทศตั้งแต่ปี 1998 ก็มีห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งเริ่มจำหน่าย จนแพร่ไปทั่วญี่ปุ่น ตามทฤษฎีนี้
และยังเชื่อกันว่าผู้ตั้งชื่อ “เอโฮมากิ” คือเซเว่น-อีเลฟเว่น

ทุกวันนี้พอใกล้วันเซ็ตสึบุน ก็ยังเห็นเอโฮมากิขายตามร้านสะดวกซื้อ
ทุกวันนี้พอใกล้วันเซ็ตสึบุน ก็ยังเห็นเอโฮมากิขายตามร้านสะดวกซื้อ

เอโฮมากิกินได้ที่ไหน?

ที่หาซื้อเอโฮมากิได้ง่ายที่สุดคือร้านสะดวกซื้อ
แต่ละแบรนด์มีไลน์อัปหลากหลาย ตั้งแต่แบบพรีเมียมที่ร้านดังหรือเชฟชื่อดังร่วมพัฒนา ไปจนถึงแบบราคาจับต้องได้
นอกจากนี้ ร้านซูชิสายพานและร้านข้าวกล่อง (ส่วนใหญ่เป็นเชน) ก็มักมีแบบซื้อกลับบ้านได้ และหลายร้านชูจุดขายว่า “ทำสด”
ช่วงกลางมกราคมถึงต้นกุมภาพันธ์ที่ใกล้เซ็ตสึบุน จะมีโฆษณามากมายทั้งทีวีและใบปลิวตามสื่อต่าง ๆ
ถ้าลองสังเกตจะตกใจกับจำนวนโฆษณา แต่ถ้าเทียบจุดเด่นของแต่ละเจ้า ก็น่าจะเจอเอโฮมากิที่ถูกใจ

เลือกเอโฮมากิแบบที่ชอบจากหลากหลายสไตล์
เลือกเอโฮมากิแบบที่ชอบจากหลากหลายสไตล์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเอโฮมากิ

Q

เอโฮมากิมีไส้อะไรบ้าง?

A

มักเป็นเอโฮมากิที่ใส่ไส้มงคล 7 อย่าง เช่น คัมเปียว ชิตาเกะ และไข่ม้วนดาชิ แต่ไส้อาจต่างกันไปตามพื้นที่และร้าน

Q

เอโฮมากิกินเมื่อไหร่?

A

กินในวันเซ็ตสึบุน ซึ่งตรงกับวันสิ้นปีตามปฏิทินจันทรคติเดิม

Q

กติกาเวลาทานเอโฮมากิคืออะไร?

A

หันไปทางทิศเอโฮของปีนั้น แล้วกินรวดเดียวแบบเงียบ ๆ

บทสรุป

แม้ที่มาและจุดเริ่มความนิยมจะยังไม่แน่ชัด แต่ในญี่ปุ่นยุคปัจจุบัน ธรรมเนียมกินเอโฮมากิในวันเซ็ตสึบุนได้กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว
พอใกล้เซ็ตสึบุนก็หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ หากสนใจ ลองอ้างอิงกติกาที่แนะนำในบทความนี้ แล้วกินเอโฮมากิเพื่ออธิษฐานให้โชคดีและสุขภาพแข็งแรงตลอดปีกัน