
แนะนำวิธีเดินทางจากโตเกียวไปฮอกไกโดแบบละเอียด!
ถ้าอยากออกจากโตเกียวไปเจอธรรมชาติแบบกว้างสุดสายตา ฮอกไกโดก็เป็นจุดหมายที่ชวนให้นึกถึงได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นชิเระโทโกะ ทิวทัศน์ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ วิวตามฤดูกาลที่มีสีสันสดใส รวมถึงหอนาฬิกาซัปโปโรและคลองโอตารุ
แล้วถ้าจะเดินทางไปยังฮอกไกโดที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งนี้ ควรเลือกวิธีไหนกันดี
จริง ๆ แล้วการเดินทางจากโตเกียวไปฮอกไกโด หรือจากฮอกไกโดกลับโตเกียวภายในการทริปเดียว มีหลายวิธีให้เลือก แต่แต่ละวิธีก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป บทความนี้จึงจะเปรียบเทียบวิธีเดินทางจากโตเกียวไปฮอกไกโด ค่าใช้จ่าย และระยะเวลาแบบละเอียด พร้อมอธิบายข้อดีข้อเสียของแต่ละวิธี และยังมีคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีเดินทางที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากสนุกกับการเดินทางด้วย

เดินทางจากโตเกียวไปฮอกไกโดได้ด้วยวิธีไหนบ้าง?
แม้จะพูดรวม ๆ ว่า “ไปฮอกไกโด” แต่พื้นที่ของฮอกไกโดกว้างมาก และระยะทางระหว่างเมืองก็ค่อนข้างไกล พอจุดหมายต่างกัน เส้นทางและรูปแบบการเดินทางก็เปลี่ยนไปมากด้วย วิธีหลัก ๆ ที่ใช้กันคือเครื่องบิน ชินคันเซ็น เฟอร์รี่ และรถเช่า
・วิธีเดินทางจากโตเกียวไปฮอกไกโดด้วยเครื่องบิน
ฮอกไกโดมีสนามบินมากกว่า 10 แห่ง แต่สนามบินที่เดินทางต่อไปยังสถานีซัปโปโรได้สะดวกที่สุดคือสนามบินชินชิโตเสะ
ใกล้โตเกียวมีสนามบินหลัก 2 แห่งคือสนามบินฮาเนดะและสนามบินนาริตะ ซึ่งมีจุดเด่นต่างกัน ดังนั้นในที่นี้จะขอแนะนำการเดินทางด้วยเที่ยวบินจากสนามบินฮาเนดะไปสนามบินชินชิโตเสะ และจากสนามบินนาริตะไปสนามบินชินชิโตเสะ แยกเป็นแต่ละแบบ
วิธีเดินทางจากสนามบินฮาเนดะ
จุดเด่นของสนามบินฮาเนดะคือเดินทางจากใจกลางเมืองได้สะดวก โดยใช้รถไฟประมาณ 30 นาที เป็นสนามบินศูนย์กลางที่มีเที่ยวบินภายในประเทศจำนวนมาก ทำให้เดินทางจากใจกลางโตเกียวไปยังทั่วญี่ปุ่นได้อย่างรวดเร็ว
เที่ยวบินจากสนามบินฮาเนดะไปสนามบินชินชิโตเสะมีมากกว่า 50 เที่ยวต่อวัน
วิธีเดินทางจากสนามบินนาริตะ
สนามบินนาริตะตั้งอยู่ในจังหวัดชิบะซึ่งอยู่ติดกับโตเกียว และเป็นประตูหลักของญี่ปุ่นที่เชื่อมต่อกับ 122 เมืองทั่วโลก เดิมเป็นสนามบินที่เด่นด้านเที่ยวบินระหว่างประเทศมากกว่าภายในประเทศ แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เที่ยวบินภายในประเทศก็ขยายตัวอย่างมากจากการให้บริการของสายการบินราคาประหยัดผ่านอาคารผู้โดยสาร LCC

เนื่องจากอยู่ห่างจากใจกลางเมืองพอสมควร จึงใช้เวลานั่งรถไฟประมาณ 1 ชั่วโมง หรือถ้าเป็นรถบัสจะใช้เวลามากกว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง ทำให้ไม่อาจพูดได้ว่าสะดวกมากสำหรับการเดินทางจากตัวเมืองโตเกียว นอกจากนี้สนามบินนาริตะยังมีถึงเทอร์มินัล 3 โดยเฉพาะเทอร์มินัล 3 ที่อยู่ห่างจากอาคารอื่น ทำให้ต้องเผื่อเวลาในการเดินภายในสนามบินด้วย
ทั้งสนามบินชินชิโตเสะในฮอกไกโด และสนามบินฮาเนดะหรือนาริตะในโตเกียว ต่างก็ต้องต่อรถไฟหรือรถบัสเพื่อเข้าเมือง ดังนั้นหากจะคำนวณเวลาและค่าใช้จ่ายจากสถานีโตเกียวถึงสถานีซัปโปโร ก็ต้องรวมเวลาและค่าเดินทางช่วงนี้เข้าไปด้วย
หากใช้ LCC จากสนามบินนาริตะ ระยะทางจากสถานีโตเกียวถึงนาริตะจะไกลกว่าจากสถานีโตเกียวถึงฮาเนดะ จึงทำให้ต้องใช้ทั้งเวลาและค่าเดินทางมากขึ้น
・วิธีเดินทางจากโตเกียวไปฮอกไกโดด้วยชินคันเซ็น
ฮอกไกโดชินคันเซ็นเปิดให้บริการในปี 2016 ทำให้สามารถเดินทางจากสถานีโตเกียวไปฮอกไกโดด้วยชินคันเซ็นได้ อย่างไรก็ตาม ณ ปี 2019 สถานีปลายทางยังเป็นสถานีชินฮาโกดาเตะโฮคุโตะ ดังนั้นหากจะไปซัปโปโร ยังต้องต่อรถไฟหรือรถบัสอีกช่วงหนึ่ง

・วิธีเดินทางจากโตเกียวไปฮอกไกโดด้วยเฟอร์รี่
ถ้าอยากค่อย ๆ เดินทางพร้อมชมวิวมหาสมุทรแปซิฟิก การนั่งเฟอร์รี่จากโตเกียวไปฮอกไกโดก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แม้เรือจะออกจากท่าโออาไรและถึงท่าโทมะโคไม แต่มีรถบัสตรงจากสถานีโตเกียวไปท่าโออาไร และจากท่าโทมะโคไมไปซัปโปโร จึงเดินทางต่อได้ค่อนข้างสะดวก อีกทั้งยังมีแพ็กเกจขึ้นเรือสุดคุ้มที่รวมค่ารถบัสไว้แล้ว ทำให้สามารถเดินทางไปซัปโปโรได้ในราคาประหยัดมาก

・วิธีเดินทางจากโตเกียวไปฮอกไกโดด้วยรถเช่า
อีกวิธีหนึ่งคือขับรถเช่าผ่านภูมิภาคโทโฮคุขึ้นไปยังฮอกไกโด แม้จะเป็นการเดินทางที่อิสระและเพลิดเพลินได้ตามจังหวะของตัวเอง แต่ต่อให้ขับจากโตเกียวไปฮอกไกโดแบบไม่หยุดพักก็ยังต้องใช้เวลาถึง 17 ชั่วโมง จึงต้องยอมรับว่าจะใช้เวลาค่อนข้างมาก
นอกจากนี้ หากจะข้ามจากฮนชูไปฮอกไกโดด้วยรถเช่า จำเป็นต้องใช้บริการเรือเฟอร์รี่ข้ามช่องแคบสึการุ ซึ่งจะมีทั้งค่าทางด่วน ค่าเรือเฟอร์รี่ ค่ารถเช่า และค่าน้ำมัน ทำให้การเดินทางไปฮอกไกโดด้วยรถเช่ามีค่าใช้จ่ายสูง

อยากรู้ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาของแต่ละวิธีเดินทาง!
ถ้าลองมองกันแบบละเอียด แต่ละวิธีต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไรบ้าง ต่อไปนี้เป็นการเปรียบเทียบโดยอ้างอิงข้อมูล ณ เดือนมกราคม ปี 2026

・เที่ยวบินออกจากสนามบินฮาเนดะ
หากใช้เที่ยวบินออกจากสนามบินฮาเนดะเพื่อเดินทางจากสถานีโตเกียวไปสถานีซัปโปโร จะต้องเดินทาง 3 ช่วงดังนี้
- จากสถานีโตเกียวไปสนามบินฮาเนดะ จะนั่งรถไฟหรือรถลีมูซีนบัสก็ได้
- นั่งเครื่องบินจากสนามบินฮาเนดะไปสนามบินชินชิโตเสะ
- จากสนามบินชินชิโตเสะต่อรถไฟหรือรถบัสด่วนไปสถานีซัปโปโร

ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายจากสนามบินฮาเนดะมีดังนี้
① จากสถานีโตเกียวไปสนามบินฮาเนดะ
กรณีใช้รถไฟ...
สายเคคิว
ขึ้นรถสาย JR โทไคโดเมนไลน์จาก “สถานีโตเกียว” แล้วเปลี่ยนไปสายเคคิวที่ “สถานีชินากาวะ” ลงที่ “สถานีสนามบินฮาเนดะ เทอร์มินัล 1・2”
ใช้เวลาประมาณ 30–40 นาที ค่าโดยสาร 505 เยน
โตเกียวโมโนเรล
ขึ้นรถสาย JR ยามาโนเตะจาก “สถานีโตเกียว” แล้วเปลี่ยนไปโตเกียวโมโนเรลที่ “สถานีฮามามัตสึโจ” ลงที่ “สถานีสนามบินฮาเนดะ เทอร์มินัล 2”
ใช้เวลา 30 นาที ค่าโดยสาร 686 เยน
*ค่าโดยสารเป็นกรณีใช้บัตร IC
กรณีใช้รถบัส...
ขึ้นรถที่ทางออกยาเอสุฝั่งเหนือของสถานีโตเกียว (อาคารเท็กโกะ)
ใช้เวลาประมาณ 40–50 นาที ค่าโดยสาร 1,200 เยน
② จากสนามบินฮาเนดะไปสนามบินชินชิโตเสะ
ระยะเวลาบินจากสนามบินฮาเนดะไปสนามบินชินชิโตเสะประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง
ค่าโดยสารชั้นปกติอยู่ที่ประมาณ 8,000–40,000 เยน
③ จากสนามบินชินชิโตเสะไปสถานีซัปโปโร
- ถ้าใช้รถไฟ JR Rapid Airport จะใช้เวลาประมาณ 40 นาที ค่าโดยสาร 1,230 เยน
- ส่วนรถบัส ใช้เวลาประมาณ 75 นาที ค่าโดยสาร 1,300 เยน
เมื่อนำข้อ ①–③ มารวมกัน จะพบว่าหากใช้สนามบินฮาเนดะ ระยะเวลารวมจะอยู่ที่ประมาณ 4–5 ชั่วโมง ส่วนค่าใช้จ่าย หากเลือกเที่ยวบินที่ถูกที่สุด อาจเดินทางได้ในราคารวมประมาณ 10,000 เยน แต่ถ้าดูจากราคาเฉลี่ยของเที่ยวบินจากฮาเนดะ ควรเผื่อไว้ประมาณ 20,000–40,000 เยน
・LCC ออกจากสนามบินนาริตะ
สำหรับคนที่สนใจเที่ยวบินราคาประหยัด LCC ย่อมาจาก Low Cost Carrier เป็นสายการบินที่ลดต้นทุนการดำเนินงานเพื่อให้บริการขนส่งทางอากาศในราคาย่อมเยา โดยบริการต่าง ๆ จะเรียบง่ายกว่าสายการบินทั่วไป ส่วนสายการบินแบบดั้งเดิมอย่าง Japan Airlines หรือ All Nippon Airways มักถูกเรียกว่า “Full Service Carrier” เพื่อใช้แยกประเภทกัน

ณ เดือนมกราคม ปี 2026 สายการบิน LCC ที่ให้บริการเที่ยวบินจากสนามบินนาริตะไปสนามบินชินชิโตเสะมี 3 สายการบิน ได้แก่ เจ็ตสตาร์ เจแปน, สปริงแอร์ไลน์ส เจแปน และพีช เอวิเอชัน โดยแต่ละสายการบินมีราคา เนื้อหาบริการ และกฎการใช้งานต่างกัน แม้ LCC จะเด่นเรื่องราคาถูก แต่ก็ควรระวังเพราะตามกฎของแต่ละสายการบิน อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าตั๋วเครื่องบินได้
และเช่นเดียวกับกรณีใช้สนามบินฮาเนดะ หากเดินทางจากสถานีโตเกียวไปซัปโปโรผ่านสนามบินนาริตะ จะต้องเดินทาง 3 ช่วงดังนี้
- จากสถานีโตเกียวไปสนามบินนาริตะ จะเลือกขึ้นรถไฟหรือรถลีมูซีนบัสก็ได้
- นั่งเครื่องบินจากสนามบินนาริตะไปสนามบินชินชิโตเสะ
- จากสนามบินชินชิโตเสะต่อรถไฟหรือรถบัสด่วนไปสถานีซัปโปโร
เวลาและค่าใช้จ่ายของแต่ละช่วงมีดังนี้
① จากสถานีโตเกียวไปสนามบินนาริตะ
กรณีใช้รถไฟ...
JR โซบุ ไคโซกุ
ขึ้นรถ JR โซบุ ไคโซกุจาก “สถานีโตเกียว” ลงที่ “อาคารสนามบิน เทอร์มินัล 2”
ใช้เวลาประมาณ 90 นาที ค่าโดยสาร 1,342 เยน
นาริตะเอ็กซ์เพรส
ขึ้นรถด่วนพิเศษ JR นาริตะเอ็กซ์เพรสจาก “สถานีโตเกียว” ลงที่ “อาคารสนามบิน เทอร์มินัล 2”
ใช้เวลาประมาณ 50 นาที ค่าโดยสาร 3,072 เยน
สายหลักเคเซ
ขึ้นรถสาย JR ยามาโนเตะจาก “สถานีโตเกียว” แล้วเปลี่ยนไปสายหลักเคเซที่ “สถานีนิปโปริ” ลงที่ “อาคารสนามบิน เทอร์มินัล 2”
ใช้เวลาประมาณ 90 นาที ค่าโดยสาร 1,219 เยน
สกายไลเนอร์
ขึ้นรถสาย JR ยามาโนเตะจาก “สถานีโตเกียว” แล้วเปลี่ยนไปเคเซ สกายไลเนอร์ที่ “สถานีนิปโปริ” ลงที่ “อาคารสนามบิน เทอร์มินัล 2”
ใช้เวลาประมาณ 55 นาที ค่าโดยสาร 2,734 เยน
*ค่าโดยสารเป็นกรณีใช้บัตร IC
กรณีใช้รถบัส...
ใช้เวลาประมาณ 70–90 นาที ค่าโดยสารประมาณ 1,500 เยน
② จากสนามบินนาริตะไปสนามบินชินชิโตเสะ
ระยะเวลาบินจากสนามบินนาริตะไปสนามบินชินชิโตเสะอยู่ที่ประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที
ค่าโดยสารชั้นปกติประมาณ 4,900–28,000 เยน
③ จากสนามบินชินชิโตเสะไปสถานีซัปโปโร (เหมือนกับกรณีเที่ยวบินจากฮาเนดะ)
- ถ้าใช้รถไฟ JR Rapid Airport จะใช้เวลาประมาณ 40 นาที ค่าโดยสาร 1,230 เยน
- ส่วนรถบัส ใช้เวลาประมาณ 75 นาที ค่าโดยสาร 1,300 เยน
เมื่อนำข้อ ①–③ มารวมกัน จะพบว่าหากใช้สนามบินนาริตะ ระยะเวลารวมจะอยู่ที่ประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่ง–5 ชั่วโมงครึ่ง ส่วนค่าใช้จ่าย หากเลือกเที่ยวบินที่ถูกที่สุด อาจเดินทางได้ในราคารวมประมาณ 7,000 เยน แต่ควรระวังเพราะอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามเงื่อนไขของสายการบิน เช่น ค่าธรรมเนียมการซื้อตั๋ว หรือค่าบรรทุกสัมภาระในกรณีที่น้ำหนักเกินกำหนด จึงควรตรวจสอบรายละเอียดให้ดี
นอกจากนี้ ควรตรวจสอบนโยบายเมื่อเที่ยวบินถูกยกเลิกของ LCC ไว้ด้วย ในกรณียกเลิกเที่ยวบินจากสภาพอากาศไม่ดีหรือเหตุที่สายการบินไม่ได้เป็นฝ่ายผิด บางครั้งอาจคืนเงินเป็นเครดิตที่ใช้ได้เฉพาะกับสายการบินนั้นเท่านั้น (ไม่สามารถคืนเป็นเงินสด) หรือหากต้องเปลี่ยนไปขึ้นเที่ยวบินในวันถัดไป ค่าที่พักอาจต้องออกเอง
・ชินคันเซ็น (สถานีโตเกียว–สถานีชินฮาโกดาเตะโฮคุโตะ–สถานีซัปโปโร)
เนื่องจากปัจจุบันสถานีปลายทางของฮอกไกโดชินคันเซ็นคือสถานีชินฮาโกดาเตะโฮคุโตะ จึงต้องเดินทาง 2 ช่วงหากจะไปถึงสถานีซัปโปโร
- นั่งชินคันเซ็นจากสถานีโตเกียวไปสถานีชินฮาโกดาเตะโฮคุโตะ (ประมาณ 4 ชั่วโมง)
- จากสถานีชินฮาโกดาเตะโฮคุโตะไปสถานีซัปโปโร ใช้รถไฟหรือรถบัสด่วนต่ออีกช่วงหนึ่ง (ประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง)

หากใช้ชินคันเซ็น จะใช้เวลารวมประมาณ 8 ชั่วโมง
ในด้านค่าใช้จ่าย ปัจจุบันมีพาสสุดคุ้มสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้นชื่อ “JR East-South Hokkaido Rail Pass” จึงขอแนะนำพาสนี้ เป็นตั๋วส่วนลดพิเศษสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางที่ไม่ใช่สัญชาติญี่ปุ่นเท่านั้น ราคาเมื่อซื้อก่อนเดินทางมาเยือนญี่ปุ่นอยู่ที่ 35,370 เยน (เด็กอายุ 6–12 ปี ราคา 17,680 เยน) โดยสามารถใช้นั่งได้ไม่จำกัดเป็นเวลา 6 วันติดต่อกันนับจากวันเริ่มใช้งาน ครอบคลุมเส้นทาง JR Hokkaido (ตอนใต้ของฮอกไกโด) และ JR East (เขตคันโตและโทโฮคุ) เป็นต้น พาสนี้ยังใช้กับชินคันเซ็นและรถด่วนพิเศษได้แบบไม่จำกัด จึงเหมาะมากสำหรับการเดินทางด้วยชินคันเซ็นระหว่างโตเกียวและชินฮาโกดาเตะโฮคุโตะ และขอแนะนำให้เลือกใช้ “JR East-South Hokkaido Rail Pass”
・เฟอร์รี่
ถัดมาคือวิธีเดินทางจากโตเกียวไปฮอกไกโดด้วยเฟอร์รี่ ซึ่งเหมาะกับคนที่อยากให้ช่วงเวลาเดินทางเป็นส่วนหนึ่งของทริปด้วย

① สถานีโตเกียว ⇨ ท่าเรือโออาไร
ขึ้นรถบัสด่วน “มิโตะโก” จากสถานีโตเกียว ทางออกยาเอสุฝั่งใต้ ไปยัง “สถานีมิโตะ” จากนั้นต่อรถบัสประจำทางหรือแท็กซี่ไปยังท่าเรือโออาไร
ค่าโดยสาร 2,250 เยน (เด็ก 1,130 เยน) ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง
② ท่าเรือโออาไร ⇨ ท่าเรือโทมะโคไม
ค่าโดยสารจะแตกต่างกันตามช่วงเวลาและประเภทห้องพัก โดยอยู่ที่ 10,500–79,000 เยน ใช้เวลาประมาณ 18 ชั่วโมง
③ ท่าเรือโทมะโคไม ⇨ สถานีซัปโปโร
หากจะเดินทางจากท่าเรือโทมะโคไมไปสถานีซัปโปโร มีทั้งวิธีนั่งรถบัสจากท่าเรือโทมะโคไมตะวันตกไปสถานีโทมะโคไม แล้วต่อรถไฟไปสถานีซัปโปโร หรือจะนั่งรถบัสด่วนตรงจากท่าเรือโทมะโคไมตะวันตกไปสถานีซัปโปโรก็ได้
กรณีใช้รถไฟ...
จาก “ท่าเรือเฟอร์รี่” ขึ้นรถบัส Hokkaido Chuo Bus [สายด่วนโทมะโคไม] ลงที่ “หน้าสถานีโทมะโคไม” จากนั้นขึ้นรถ JR สายชิโตเสะ ขบวนด่วนพิเศษซูเปอร์โฮคุโตะ จาก “สถานีโทมะโคไม” ลงที่ “สถานีซัปโปโร”
ใช้เวลาประมาณ 70 นาที ค่าโดยสาร 3,760 เยน
กรณีใช้รถบัสด่วน...
จาก “ท่าเรือเฟอร์รี่” ขึ้นรถ Hokkaido Chuo Bus [สายด่วนโทมะโคไม] ตรงไป “สถานีซัปโปโร”
ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ค่าโดยสาร 1,580 เยน
หากใช้เฟอร์รี่ จะใช้เวลารวมประมาณ 23 ชั่วโมง หรือเกือบ 1 วันเต็ม แต่ถ้าเลือกห้องราคาถูกที่สุด ก็สามารถเดินทางไปซัปโปโรได้ในราคา 14,330 เยน ช่วงวันที่ 1 ตุลาคม 2019 ถึง 31 มีนาคม 2020 ยังมีแพ็กเกจสุดคุ้มชื่อ “Pacific Story” ให้เลือกใช้อีกด้วย
หากใช้ “Pacific Story” จะสามารถใช้บริการเฟอร์รี่ได้ในราคา 9,900 เยน โดยรวมค่ารถบัสด่วนจากสถานีโตเกียวไปท่าเรือโออาไร และจากท่าเรือโทมะโคไมไปสถานีซัปโปโรไว้แล้ว ถือเป็นเส้นทางประหยัดสำหรับการเดินทางจากโตเกียวไปฮอกไกโด
・รถเช่า (ทางด่วน, เฟอร์รี่)
หากใช้รถเช่า ต่อให้ขับจากโตเกียวไปซัปโปโรแบบไม่แวะที่ไหนเลย ก็ยังต้องใช้เวลามากกว่า 17 ชั่วโมง และถ้าคิดถึงการพักเป็นระยะรวมถึงการแวะเที่ยวระหว่างทาง ก็น่าจะเดินทางไม่ถึงภายใน 1 วัน ค่าใช้จ่ายประกอบด้วยค่าทางด่วนประมาณ 20,000 เยน ค่าเรือเฟอร์รี่ข้ามช่องแคบสึการุจากอาโอโมริไปฮาโกดาเตะประมาณ 20,000 เยน และยังต้องบวกค่ารถเช่ากับค่าน้ำมันสำหรับการขับราว 1,000 กิโลเมตรเข้าไปอีก จึงอาจกล่าวได้ว่าเป็นวิธีที่ใช้ทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายมากที่สุด
สรุป! วิธีที่แนะนำที่สุดในการเดินทางจากโตเกียวไปฮอกไกโดคืออะไร?
พอมาดูทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายของการเดินทางจากสถานีโตเกียวไปสถานีซัปโปโร ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบิน ชินคันเซ็น เฟอร์รี่ หรือรถเช่า ก็พอเห็นภาพความต่างของแต่ละแบบได้ชัดขึ้น
สรุปสั้น ๆ ได้ดังนี้:
- ถ้าเน้นประหยัดเวลา:เครื่องบิน
- ถ้าอยากได้ความสมดุลระหว่างเวลาและค่าใช้จ่าย:ชินคันเซ็น
- กรณีอยากเที่ยวระหว่างทาง:รถเช่า
- ถ้าอยากให้การเดินทางเป็นส่วนหนึ่งของความสนุก:เฟอร์รี่
ลองมาเปรียบเทียบแต่ละวิธีในด้านระยะเวลา ค่าใช้จ่าย และปัจจัยอื่น ๆ เพื่อดูข้อดีและข้อเสียของพาหนะแต่ละแบบกัน
・กรณีใช้เที่ยวบินจากสนามบินฮาเนดะ
- ข้อดี
- ใช้เวลาไม่นาน (3 ชั่วโมงครึ่ง–5 ชั่วโมง)
- ข้อเสีย
-
ราคาค่อนข้างสูง (บางครั้งอาจสูงถึงประมาณ 40,000 เยน)
ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศได้ง่าย (อาจมีการยกเลิกเที่ยวบินเมื่ออากาศไม่ดี)

・กรณีใช้ LCC จากสนามบินนาริตะ
- ข้อดี
- บางเที่ยวบินมีราคาถูกที่สุด (เริ่มต้น 4,490 เยน)
- ข้อเสีย
-
ต้องเดินทางไปนาริตะก่อน (นานกว่าฮาเนดะ 30–60 นาที และมีค่าใช้จ่ายประมาณ 2,500 เยน)
มีข้อจำกัดเรื่องสัมภาระ (หากน้ำหนักเกินอาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่ม)
ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศได้ง่าย (หากเที่ยวบินถูกยกเลิก บางกรณีอาจไม่สามารถขอคืนเงินได้)

・กรณีใช้ชินคันเซ็น
- ข้อดี
-
ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศน้อย และเดินรถค่อนข้างสม่ำเสมอ
*สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ หากใช้ “JR East-South Hokkaido Rail Pass” จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ - ข้อเสีย
- ใช้เวลาค่อนข้างนาน (ประมาณ 8 ชั่วโมง)

・กรณีใช้เฟอร์รี่
- ข้อดี
-
ราคาประหยัด (เริ่มต้น 9,900 เยน)
สามารถเพลิดเพลินกับเวลาบนเรือเป็นกิจกรรมพักผ่อนได้ - ข้อเสีย
- ใช้เวลานาน (ประมาณ 1 วัน)

・กรณีใช้รถเช่า
- ข้อดี
- มีความยืดหยุ่นสูง
- ข้อเสีย
-
ค่าใช้จ่ายสูง (ค่าทางด่วน 20,000 เยน + ค่าเรือเฟอร์รี่ 20,000 เยน + ค่ารถเช่าและค่าน้ำมัน)
ใช้เวลานาน (มากกว่า 1 วัน)

เมื่อเปรียบเทียบทั้ง 4 วิธีแล้ว หากต้องการเดินทางให้เร็วที่สุด เครื่องบินน่าจะเหมาะที่สุด หากอยากเดินทางในเวลาค่อนข้างสั้นและไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพอากาศมากนัก ชินคันเซ็นก็น่าสนใจ อีกทั้งยังเปลี่ยนขบวนน้อยซึ่งเป็นจุดเด่นด้วย หากมีทั้งเวลาและงบประมาณพอสมควร และอยากสนุกกับการขับรถผ่านโทโฮคุ รถเช่าก็เป็นอีกทางเลือก ส่วนถ้าอยากเดินทางไปฮอกไกโดแบบสบาย ๆ และประหยัด เฟอร์รี่ถือว่าเหมาะมาก
วิธีแนะนำที่จะเปลี่ยนการเดินทางจากโตเกียวไปฮอกไกโดให้กลายเป็นความทรงจำดี ๆ
สำหรับคนที่ยังไม่คุ้นกับการเดินทางด้วยเฟอร์รี่ อาจนึกภาพไม่ออกว่าบรรยากาศเป็นแบบไหน แม้จะเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า แต่เสน่ห์ของเฟอร์รี่ไม่ได้อยู่แค่การเดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งเท่านั้น ระหว่างทางยังเป็นช่วงเวลาที่เพลิดเพลินได้เต็มที่ และให้ประสบการณ์เฉพาะแบบการเดินทางทางเรือที่ต่างจากเครื่องบินหรือรถไฟด้วย ดังนั้นในช่วงท้ายนี้ เราจะพาไปรู้จักว่าเฟอร์รี่มีเสน่ห์อย่างไรบ้าง

เฟอร์รี่ซันฟลาวเวอร์ ของบริษัท Mitsui O.S.K. Ferry
ตัวเลือกที่แนะนำที่สุดคือ “ซันฟลาวเวอร์” ของบริษัท Mitsui O.S.K. Ferry ผู้ให้บริการเรือเฟอร์รี่
เป็นเรือใหม่ที่เริ่มให้บริการในปี 2017 มีทั้งห้องสวีทหรูและห้องเสื่อทาทามิที่ให้บรรยากาศผ่อนคลาย สามารถสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวทางเรือได้ง่าย ๆ ด้วยราคาเที่ยวเดียวเริ่มต้น 10,800 เยน และยังออกเดินทางได้ตั้งแต่ช่วงดึก
ถ้าจะสรุปเสน่ห์ของการเดินทางกับ Sunflower แบบสั้น ๆ มีดังนี้
1. ชมมหาสมุทรแปซิฟิกอย่างเต็มอิ่ม วิวยามค่ำคืนและพระอาทิตย์ขึ้นถ่ายรูปลง SNS ได้สวย
การได้นั่งเฟอร์รี่เกือบตลอด 1 วัน หมายความว่าคุณจะได้เห็นความงามของมหาสมุทรแปซิฟิกในหลากหลายช่วงเวลา เริ่มจากตอนเรือออก เมื่อความมืดยามเย็นค่อย ๆ เข้มขึ้นจนเข้าสู่ค่ำคืน หากอากาศดี บนทะเลยามค่ำคืนจะมองเห็นพระจันทร์และท้องฟ้าเต็มไปด้วยดาว ช่วงเช้ามืดเมื่อท้องฟ้าค่อย ๆ สว่าง พระอาทิตย์ที่โผล่ขึ้นอย่างช้า ๆ จากเส้นขอบฟ้าคือภาพที่งดงามน่าประทับใจและเหมาะกับการถ่ายรูปลง SNS มาก เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นแล้ว ผิวน้ำจะเปล่งประกายระยิบระยับ และทะเลกว้างใหญ่ก็ทอดยาวสุดสายตา แค่สูดลมหายใจลึก ๆ รับลมทะเลก็ทำให้รู้สึกสดชื่นได้แล้ว และถ้าโชคดี คุณอาจได้เจอโลมาด้วย

2. กิจกรรมบนเรือที่หลากหลาย
ความสนุกของเฟอร์รี่ไม่ได้มีแค่ทิวทัศน์เท่านั้น เพราะยังมีกิจกรรมหลากหลายบนเรือและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ที่ช่วยให้การเดินทางทางเรือเต็มอิ่มยิ่งขึ้น มีทั้งโชว์ดนตรี มายากล การแสดงโยนของ วาดภาพเหมือน รวมถึงกิจกรรมให้ร่วมสนุกด้วยตัวเองอย่างการเต้นฮูลา นอกจากนี้ยังสามารถรับชมภาพยนตร์ฟรีประมาณ 100 เรื่องผ่านสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ตของตัวเองได้อีกด้วย

3. สิ่งอำนวยความสะดวกบนเรือหรูหราและครบครัน
บนเรือมีทั้งอ่างอาบน้ำชมวิวที่ให้คุณผ่อนคลายพร้อมมองออกไปยังทะเลกว้าง ซาวน่าใช้ฟรี ร้านขายของฝาก และโซนเกม จึงเหมาะสำหรับการเดินทางเป็นครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน สำหรับครอบครัวที่มีเด็กก็ยิ่งสะดวก เพราะมี Kids Land สำหรับเด็กเล็ก และห้อง Baby Room สำหรับเปลี่ยนผ้าอ้อมและให้นมเด็กทารก อีกทั้งยังมีพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงและลานสุนัขวิ่งเล่นอีกด้วย รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ บนเรือถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้โดยสารทุกเพศทุกวัย อีกหนึ่งเสน่ห์คือมื้ออาหารในร้านอาหารบรรยากาศโปร่งสบาย ซึ่งสามารถเพลิดเพลินกับบุฟเฟต์มื้อเย็นที่ใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลจากฮอกไกโดอย่างเต็มที่ (ผู้ใหญ่ 2,300 เยน) มีเมนูให้เลือกมากมายตั้งแต่ซาชิมิ อาหารจานเนื้อ ไปจนถึงของหวาน เลือกได้ตามความชอบและอารมณ์ในวันนั้น

4. อัปเกรดห้องพักแล้วใช้เวลาได้อย่างสบายเหมือนอยู่ในห้องส่วนตัวแบบโรงแรม
แผนที่ประหยัดที่สุดคือการใช้ห้อง “Tourist” ซึ่งเป็นเตียงนอนพร้อมชั้นเก็บของส่วนตัวและมีผ้าม่านกั้น แต่คุณก็สามารถอัปเกรดประเภทห้องพักให้เหมาะกับสไตล์การเดินทางของตัวเองได้เช่นกัน

เพิ่มงบประมาณประมาณ 2,000 เยน ก็สามารถอัปเกรดเป็นห้อง “Comfort” ที่มีเตียงพร้อมโทรทัศน์ ให้ความเป็นส่วนตัว และมีปลั๊กไฟครบทุกที่นั่งได้ หรือหากเพิ่มงบประมาณประมาณ 9,000 เยน ก็สามารถอัปเกรดเป็นห้องส่วนตัวได้เช่นกัน
มีห้องให้เลือกหลากหลาย ทั้งห้องเสื่อญี่ปุ่น ห้องสไตล์ตะวันตก ห้องสวีท ห้องวิวทะเล และห้องที่สามารถพักพร้อมสัตว์เลี้ยงได้

แม้เฟอร์รี่จะเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า แต่สำหรับคนที่ยังไม่เคยใช้บริการ อาจมีหลายจุดที่ยังนึกภาพไม่ออก หวังว่าคุณจะพอมองเห็นเสน่ห์ของการเดินทางแบบนี้มากขึ้นแล้ว
แน่นอนว่ามันใช้เวลา แต่เวลานั้นไม่ได้เป็นเพียงช่วงเวลาของการเดินทางเท่านั้น เพราะคุณจะได้สัมผัสทั้งวิวอันยิ่งใหญ่ของมหาสมุทรแปซิฟิก ภายในเรือที่หรูหรา และกิจกรรมหลากหลายที่ทำให้เกิดประสบการณ์ใหม่มากมาย เวลาบนเรือคือช่วงเวลาที่เข้มข้นและหาไม่ได้จากบนบก และการได้แบ่งปันช่วงเวลานั้นกับผู้ร่วมทางก็เป็นเสน่ห์เฉพาะของการเดินทางด้วยเฟอร์รี่เช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุที่อยากเพลิดเพลินกับทริปหรูหรา กลุ่มวัยรุ่นที่มองหาการเดินทางแบบประหยัด หรือครอบครัวที่อยากเที่ยวแบบสบาย ๆ เฟอร์รี่ก็มีทั้งแผนและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์นักเดินทางหลากหลายรูปแบบ
ช่วงเวลาอันสงบที่ได้ใช้ร่วมกับผู้คนบนเรือลำเดียวกัน อาจมอบทั้งการค้นพบและความประทับใจที่ไม่มีทางพบได้ในทริปเร่งรีบ
หากคุณมีเวลาเหลือพอ ขอแนะนำให้ลองไปเยือนฮอกไกโดด้วยเฟอร์รี่สักครั้ง
ทั้งหมดนี้คือการเปรียบเทียบวิธีเดินทางไปยังฮอกไกโดอย่างละเอียด รวมถึงการพาไปรู้จักเฟอร์รี่ ซึ่งอาจเป็นตัวเลือกที่หลายคนยังไม่คุ้นมากนัก
หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณเห็นข้อดีและข้อเสียของเครื่องบิน ชินคันเซ็น เฟอร์รี่ และรถเช่าได้ชัดขึ้น และนำไปใช้ประกอบการวางแผนทริปฮอกไกโดครั้งต่อไปได้