
19 สถานที่เที่ยวฮอกไกโดที่ควรไปสักครั้ง
ฮอกไกโดมีเสน่ห์ครบ ทั้งธรรมชาติอันกว้างใหญ่ เมืองสวยที่กลมกลืนกับธรรมชาติ และอาหารท้องถิ่นอร่อย ๆ อีกเพียบ
ภายในเกาะยังมีเมืองน่าเที่ยวอยู่หลายแห่ง เช่น ซัปโปโร เมืองใหญ่ที่สุดของฮอกไกโด หรือฮาโกดาเตะที่มีกลิ่นอายต่างชาติ ทำเอาหลายคนลังเลว่าจะเริ่มเที่ยวจากที่ไหนดี
เพื่อให้เที่ยวฮอกไกโดได้แบบจัดเต็ม เราจะพาไปรู้จักแหล่งท่องเที่ยวที่แนะนำ ของกินน่าลอง ที่พัก และงานอีเวนต์ต่าง ๆ
ฮอกไกโดเป็นสถานที่แบบไหน?
ฮอกไกโดตั้งอยู่เหนือสุดของหมู่เกาะญี่ปุ่น
พื้นที่กว้างใหญ่ราว 20% ของประเทศญี่ปุ่น ทำให้มีธรรมชาติอันยิ่งใหญ่แผ่กว้างไปทั่ว
ทั้งทุ่งดอกไม้ น้ำแข็งทะเล (ริวเฮียว) และทะเลหมอก ก็เป็นวิวธรรมชาติที่เห็นได้แบบ “ฮอกไกโดเท่านั้น” อยู่ไม่น้อย
ฮอกไกโดมีประวัติเป็นดินแดนบุกเบิกและพื้นที่การค้า จึงมีเมืองที่ให้บรรยากาศต่างชาติและกลิ่นอายย้อนยุคด้วย
อีกทั้งอาหารท้องถิ่นจากวัตถุดิบทะเลทางเหนือก็ขึ้นชื่อ ทำให้เป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ

ฤดูท่องเที่ยวที่แนะนำในฮอกไกโดคือช่วงไหน?
ฮอกไกโดเที่ยวสนุกได้ตลอดปี แต่ถ้าให้แนะนำเป็นพิเศษคือ “ฤดูหนาว” เพราะอาหารทะเลจะอุดมสมบูรณ์มาก
อยากให้ได้ลองชิมซีฟู้ดสด ๆ แบบฉบับฮอกไกโด
ตัวอย่างการแต่งตัวในแต่ละฤดูกาลของฮอกไกโด
- ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค. - พ.ค.):แจ็กเก็ตดาวน์ โค้ต สเวตเตอร์หนา ผ้าพันคอ ถุงมือ
- ฤดูร้อน (มิ.ย. - ส.ค.): เสื้อแขนสั้น เสื้อเชิ้ตแขนยาว สเวตเตอร์บาง
- ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย. - พ.ย.):โค้ต แจ็กเก็ต สเวตเตอร์
- ฤดูหนาว (ธ.ค. - ก.พ.): แจ็กเก็ตดาวน์ โค้ต สเวตเตอร์หนา ผ้าพันคอ ถุงมือ
เดินทางไปฮอกไกโดอย่างไร?
ฮอกไกโดมีสนามบินหลักหลายแห่ง จึงเดินทางจากโตเกียว โอซาก้า หรือนาโกย่า (เมืองที่มีสนามบินเหมือนกัน) ได้ภายในประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
ยังมีเที่ยวบินระหว่างประเทศให้เลือกมาก จึงเดินทางจากต่างประเทศได้สะดวก
การเดินทางหลักสำหรับเที่ยวฮอกไกโด
ฮอกไกโดมีระบบขนส่งค่อนข้างครบ ทั้งรถบัส รถไฟ และรถไฟใต้ดิน ทำให้ย้ายไปแต่ละจุดท่องเที่ยวได้สบาย ๆ
แล้วแต่พื้นที่ที่ไป บางครั้งใช้พาสรถไฟแบบเหมาจ่ายก็ช่วยประหยัดได้ด้วย
19 สถานที่เที่ยวฮอกไกโดที่ควรไปสักครั้ง
คัดมาให้เน้น ๆ กับสถานที่ที่ได้ชมธรรมชาติยิ่งใหญ่และวิวสวยตามฤดูกาล เพื่อให้สัมผัสเสน่ห์ของฮอกไกโดได้เต็มที่
ถ้าวางแผนไม่ถูก ลองใช้ลิสต์ต่อไปนี้เป็นแกนในการจัดทริปได้เลย
1. สวนโอโดริ (Odori Park)
สวนโอโดริอยู่ใจกลางเมืองซัปโปโร
โอบล้อมด้วยต้นไม้ประมาณ 4,700 ต้น จาก 92 สายพันธุ์ เช่น ไลแลค และเอล์มญี่ปุ่น (ฮารุนิเระ) ภายในยังมีสนามหญ้า น้ำพุ และพื้นที่พักผ่อน ทำให้เป็นสวนสาธารณะยอดนิยมทั้งของนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นท่ามกลางย่านออฟฟิศ
ที่นี่ยังเป็นสถานที่จัดอีเวนต์ต่าง ๆ เช่น Sapporo Lilac Festival และเทศกาล YOSAKOI Soran รวมถึง “เทศกาลหิมะซัปโปโร” ที่มีคนมาร่วมงานทุกปีประมาณ 2 ล้านคนจากทั่วญี่ปุ่นและต่างประเทศ

2. ชิเระโทะโกะโกะโกะ (Shiretoko Five Lakes)
ทะเลสาบ 5 แห่งกระจายตัวอยู่ในป่าดิบที่มีเทือกเขาชิเระโทะโกะเป็นฉากหลัง
ตั้งอยู่ในชิเระโทะโกะซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ และวิวอันยิ่งใหญ่ยังถูกนับเป็นหนึ่งใน “ชิเระโทะโกะฮัคเค” (8 วิวเด่นของชิเระโทะโกะ)
รอบ ๆ เป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น กระรอกเอโสะและกวางเอโสะ บางครั้งอาจได้เจอด้วย แต่ที่นี่มีหมีสีน้ำตาลฮิกุมะอาศัยอยู่เช่นกัน จึงควรระวัง
มีเส้นทางเดิน 2 แบบ โดยทางเดินไม้ยกระดับยาวประมาณ 800 ม. ที่ไปถึงริมทะเลสาบแห่งแรก ทำให้เดินชมได้อย่างปลอดภัยตลอดฤดูกาล

3. ทะเลสาบมาชู (Lake Mashu)
ทะเลสาบแอ่งภูเขาไฟ (คัลเดรา) ในเขตอุทยานแห่งชาติอะคัน-มาชู ทางตะวันออกของฮอกไกโด
มีเส้นรอบวงประมาณ 20 กม. พื้นที่ประมาณ 19.6 ตร.กม. และรอบทะเลสาบถูกกำหนดเป็นเขตคุ้มครองพิเศษ
ด้วยหน้าผาชันรอบด้านจึงลงไปที่ทะเลสาบไม่ได้ แต่สามารถชมผิวน้ำสวย ๆ แบบพาโนรามาจากจุดชมวิวที่จัดไว้ได้

4. ทะเลสาบอะคัน (Lake Akan)
ทะเลสาบอะคันเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่อันดับ 5 ของฮอกไกโด และขึ้นชื่อเรื่องมาริโมะ (สาหร่ายทรงกลม)
มาริโมะพบได้ในทะเลสาบน้ำจืดหลายแห่งทั่วโลก แต่ของทะเลสาบอะคันมีจุดเด่นคือทรงกลมสวย และบางลูกมีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 15 ซม. จึงมีคุณค่าระดับโลก
บริเวณรอบ ๆ อยู่ในอุทยานแห่งชาติอะคัน-มาชู ให้บรรยากาศธรรมชาติลึกลับแบบฮอกไกโด เหมาะกับการเดินเล่น และหลายคนมองว่าเป็นจุดพลังงานดี ๆ ด้วย

5. คลองโอตารุ (Otaru Canal)
ท่าเรือโอตารุเคยพัฒนาเป็นประตูสู่การบุกเบิกฮอกไกโด เมื่อปริมาณสินค้าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จึงสร้าง “คลองโอตารุ” เสร็จในปีไทโช 12 (ค.ศ. 1923) เพื่อให้ขนส่งได้มีประสิทธิภาพขึ้น
ตลอดทางเดินมีเสาไฟแก๊ส 63 ต้น เปิดไฟช่วงพลบค่ำ ริมคลองยังมีโกดังหินเก่าแก่คงสภาพเดิมและถูกนำไปใช้เป็นร้านอาหาร ฯลฯ
ช่วงเย็นที่ไฟแก๊สสว่าง โกดังหินจะถูกไลต์อัปด้วย ทำให้ได้ชมวิวกลิ่นอายย้อนยุคที่มีเสน่ห์มาก

6. สวนโกเรียวคาคุ (Goryokaku Park)
โกเรียวคาคุคือป้อมปราการแบบตะวันตกที่สร้างขึ้นในปีเคโอ 2 (ค.ศ. 1866)
ต่อมาจนถึงช่วงก่อนถูกรับช่วงโดยรัฐบาลเมจิ โกเรียวคาคุทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางการเมืองของเอโซจิ
หลังจากนั้นในปีไทโช 3 (ค.ศ. 1914) ได้เปิดให้เข้าชมในชื่อ “สวนโกเรียวคาคุ” และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงเป็นโบราณสถานพิเศษของประเทศ ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมามากขึ้น

7. สวนสัตว์อาซาฮิยามะ เมืองอาซาฮิคาวะ (Asahiyama Zoo)
“สวนสัตว์อาซาฮิยามะ เมืองอาซาฮิคาวะ” คือสวนสัตว์ที่อยู่เหนือสุดของญี่ปุ่น และดังเรื่องการจัดแสดงแบบ “พฤติกรรม” ที่ออกแบบพื้นที่ให้เหมาะกับสัตว์ เพื่อดึงพฤติกรรมตามธรรมชาติออกมาให้ผู้ชมได้เห็น
ไฮไลต์มีทั้ง “บ้านเพนกวิน” ที่เพนกวินว่ายในอุโมงค์ใต้น้ำอย่างอิสระ “บ้านแมวน้ำ” ที่มีตู้ทรงกระบอกให้เห็นการว่ายขึ้นลง และ “บ้านหมีขั้วโลก” ที่ชมจังหวะหมีขั้วโลกกระโดดลงสระได้ ทำให้เห็นสัตว์ใช้ชีวิตอย่างมีชีวิตชีวา

8. ถนนช้อปปิ้งทานุกิโคจิ (Tanukikoji Shopping Street)
“ถนนช้อปปิ้งทานุกิโคจิ” เป็นหนึ่งในย่านการค้าที่เก่าแก่ที่สุดของฮอกไกโด มีประวัติยาวนานกว่า 145 ปี อยู่ใจกลางซัปโปโร มีร้านเรียงรายประมาณ 200 ร้านตลอดแนวตะวันออก-ตะวันตกยาวประมาณ 900 เมตร
เชื่อมต่อกันด้วยอาเขต จึงเดินช้อป เดินเล่น หรือหาร้านกินได้แม้วันอากาศไม่ดี
มีร้านค้าเก่าแก่ ร้านงานคราฟต์ และร้านของฝากที่ฝังรากอยู่ในพื้นที่มานาน ให้บรรยากาศย้อนยุค
ยังมีร้านดังให้ลองฮอกไกโดกูร์เมต์ เช่น ซัปโปโรเบียร์แท้ ๆ และจิงกิสข่าน (เนื้อแกะย่าง) อีกมากมาย

9. อุทยานแห่งชาติคุชิโระชิสึเก็น (Kushiro Shitsugen National Park)
มีพื้นที่ชุ่มน้ำที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และเมื่อรวมเนินเขาโดยรอบแล้วมีพื้นที่ถึง 28,788 เฮกตาร์ คุชิโระชิสึเก็นเป็นพื้นที่ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญตามอนุสัญญาแรมซาร์เป็นแห่งแรกในญี่ปุ่น และยังเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติของประเทศด้วย
ชมวิวได้ทุกฤดูกาล ทั้งฤดูใบไม้ผลิที่ดอกไม้ผลิใบ ฤดูร้อนกับสีเขียวหนาทึบ ฤดูใบไม้ร่วงกับใบไม้เปลี่ยนสี และฤดูหนาวกับหิมะขาวโพลน
มีสัตว์ป่าอย่างสุนัขจิ้งจอกคิตะและกวางเอโสะ ถ้าโชคดีก็อาจได้พบ “นกกระเรียนมงกุฎแดง” หรืออินทรีหางขาวด้วย

10. ถนนแพตช์เวิร์ก (Patchwork Road)
พื้นที่เนินเขากว้างใหญ่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของตัวเมืองบิเอะ เรียกว่า “ถนนแพตช์เวิร์ก” เป็นจุดชมวิวที่คุ้นตาจากโบรชัวร์ท่องเที่ยวและโฆษณาฮอกไกโด
เพราะการปลูกพืชหลากชนิดแบ่งเป็นแปลง ๆ ทำให้มองไกล ๆ คล้ายงานแพตช์เวิร์ก จึงเป็นที่มาของชื่อ
โดยเฉพาะช่วงต้นฤดูร้อนถึงกลางฤดูร้อน สีเขียวสดกับสีทองของข้าวสาลีจะตัดกันสวยงามเป็นพิเศษ

11. ไดเซ็ตสึซัง โซอุนเคียว・กระเช้าภูเขาคุโระดาเกะ (Daisetsuzan Sounkyo / Kurodake Ropeway)
เทือกเขาไดเซ็ตสึซังตั้งอยู่ใจกลางฮอกไกโด ได้ฉายาว่า “สวนที่เทพเจ้าเล่นสนุก” และประกอบด้วยกลุ่มภูเขาไฟ 8 กลุ่ม
หนึ่งในนั้นคือภูเขาคุโระดาเกะ สูง 1,984 ม.
สนุกได้ทั้งปี: ฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อนชมพืชอัลไพน์และธรรมชาติ เช่น กระรอกเอโสะ หรือเดินเขา ฤดูใบไม้ร่วงชมใบไม้แดง ฤดูหนาวเล่นสกีหรือเดินสโนว์ชู

12. ฟาร์มโทมิตะ (Farm Tomita)
ฟาร์มท่องเที่ยวในเมืองนากะฟุราโนะ (ฮอกไกโด) ที่ดังเรื่องทุ่งลาเวนเดอร์ขนาดใหญ่สุดตระการตา
นอกจากทุ่งลาเวนเดอร์ ยังมี “ทุ่งสีสัน” ที่เป็นไฮไลต์ ด้วยแถบสีของดอกไม้หลากชนิด เช่น ลาเวนเดอร์สีม่วง ยิปโซสีขาว และป๊อปปี้สีแดง วาดเป็นลวดลายบนไหล่เขาอย่างสวยงาม
ภายในยังมีทุ่งดอกไม้หลากสีอย่าง “ทุ่งฮานะบิโตะ” ที่บานด้วยไวโอลาและดาวเรือง รวมถึง “สวนฮานะบิโตะ” ที่มีพืชเกือบ 120 ชนิดอยู่ร่วมกัน ทำให้เดินชมได้เพลินตา

13. บ่อน้ำสีฟ้าชิโรกาเนะ (Shirogane Blue Pond)
“บ่อน้ำสีฟ้าชิโรกาเนะ” ที่สะดุดตาด้วยสีน้ำเงินสด เป็นจุดท่องเที่ยวดังอันดับต้น ๆ ของบิเอะ เป็นทะเลสาบที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญจากงานป้องกันภัยพิบัติ เพื่อกันโคลนภูเขาไฟจากภูเขาโทคาจิ โดยสร้างเขื่อนบล็อกบนแม่น้ำบิเอะแล้วมีน้ำกักเก็บจนเกิดเป็นทะเลสาบเทียม
ผิวน้ำสีฟ้าแปลกตา ผสานกับธรรมชาติรอบ ๆ และต้นลาร์ชที่ยืนตาย ทำให้บรรยากาศดูแฟนตาซีเหมือนอยู่ในนิทาน

14. ภูเขาโยเท (Mt. Yotei)
ภูเขาโยเท (โยเทซัง) อยู่ทางตอนใต้ของภูมิภาคชิริเบชิ สูง 1,898 ม. ด้วยรูปทรงกรวยสวยงามคล้ายฟูจิ ทำให้เป็นที่รู้จักมานานในชื่อ “เอโสะฟูจิ”
ตำแหน่งอยู่ปลายด้านตะวันตกของอุทยานแห่งชาติชิโกสึ-โทยะ และยังติดอันดับ “ร้อยภูเขาชื่อดังของญี่ปุ่น” รูปร่างกรวยสมบูรณ์ทำให้กลายเป็นสัญลักษณ์ของย่านนิเซโกะไปโดยปริยาย
อีกจุดเด่นคือภาพที่เห็นจะเปลี่ยนไปมากตามฤดูกาลและช่วงเวลา

15. เกาะริชิริ・เกาะเรบุน (Rishiri Island / Rebun Island)
เกาะริชิริตั้งอยู่ในทะเลญี่ปุ่น ห่างจากเมืองวักกะไนไปทางตะวันตกราว 50 กม. บริเวณเหนือสุดของฮอกไกโด
บนเกาะมีจุดชมวิวสวย ๆ กระจายอยู่ เช่น ภูเขาริชิริ บ่อน้ำโอตาโตมาริ บ่อฮิเมะ และสวนฟูจิโนะ
ห่างจากริชิริไปทางตะวันตกราว 10 กม. คือเกาะเรบุน เกาะห่างไกลเหนือสุดของทะเลญี่ปุ่น
เรบุนขึ้นชื่อเป็น “เกาะแห่งดอกไม้” ที่มีพืชอัลไพน์บานราว 300 ชนิด
ทั้งสวนพฤกษาพืชอัลไพน์เมืองเรบุน จุดชมวิวโมโมอิวะ และแหลมสึโคตง ล้วนเหมาะกับการชมวิวที่รวมความงามของดอกไม้และหน้าผาอันทรงพลัง


16. อุทยานแห่งชาติชิโกสึ-โทยะ (Shikotsu-Toya National Park)
อุทยานแห่งชาติชิโกสึ-โทยะอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด
มีพื้นที่รวมถึง 993 ตร.กม.
นอกจากทะเลสาบคัลเดราขนาดใหญ่ 2 แห่งอย่างทะเลสาบโทยะและทะเลสาบชิโกสึ ยังได้เห็นภูเขาไฟและภูมิประเทศภูเขาไฟหลากรูปแบบ เช่น ภูเขาโยเท ภูเขาอุสุ และภูเขาทารุมะเอะ
ที่นี่ยังขึ้นชื่อว่าเห็นกิจกรรมภูเขาไฟได้มาก ทำให้สังเกตบ่อน้ำพุร้อนหลากชนิด รวมถึงปรากฏการณ์ “จิโกคุ” ที่มีก๊าซกำมะถันพุ่งออกมาได้ด้วย

17. แหลมโซยะ (Cape Soya)
แหลมที่อยู่เหนือสุดของแผ่นดินใหญ่ญี่ปุ่น
อนุสาวรีย์ “จุดเหนือสุดของญี่ปุ่น” ที่ปลายแหลมโซยะ (ละติจูด 45°31′22″ เหนือ) เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม อนุสาวรีย์นี้ออกแบบเป็นทรงพีระมิดสามเหลี่ยมโดยใช้ลายเส้นหนึ่งแฉกของดาวเหนือ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแดนเหนือ ตัวอักษร “N” ตรงกลางหมายถึงทิศเหนือ และฐานทรงกลมสื่อถึงสันติภาพและความร่วมมือ

18. จุดชมวิวบนยอดเขาฮาโกดาเตะ (Mt. Hakodate Observatory)
“จุดชมวิวบนยอดเขาฮาโกดาเตะ” อยู่ที่สถานีปลายทางของกระเช้าภูเขาฮาโกดาเตะ
ชั้น 1 มีเลานจ์ในอาคารและสวนอิซาริบิที่คนท้องถิ่นชอบเพราะเป็นจุดชมวิวกลางคืนแบบเงียบ ๆ ชั้น 2 มีร้านขายของที่ระลึกออริจินัลของภูเขาฮาโกดาเตะและร้านอาหาร ชั้น 3 เป็นทีเลานจ์ และชั้น 4 เป็นเลานจ์ชมวิวกว้าง ๆ
ร้านอาหาร “เจโนวา” บนชั้น 2 มีหน้าต่างบานใหญ่ให้บรรยากาศโปร่งสบาย และได้ลิ้มรสเมนูที่ใช้ซีฟู้ดสด ๆ และวัตถุดิบตามฤดูกาลของฮอกไกโด

19. เรือท่องเที่ยวตัดน้ำแข็งอาบาชิริ “ออโรรา” (Abashiri Drift Ice Cruise Aurora)
ฤดูหนาวของอาบาชิริเหมือนอยู่อีกโลกหนึ่ง ตั้งแต่ปลายเดือนมกราคมถึงปลายเดือนมีนาคม ทะเลโอค็อตสก์จะถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งทะเลสุดลูกหูลูกตา
วิธีสัมผัสภาพสุดแฟนตาซีนี้แบบใกล้ชิดคือการล่องเรือท่องเที่ยวตัดน้ำแข็ง “ออโรรา”
ใช้เวลาล่องประมาณ 1 ชั่วโมง ชมธารน้ำแข็งได้สบาย ๆ จากในเรือที่มีเครื่องทำความร้อน
จากที่นั่งแบบอิสระชั้น 1 จะเห็นใกล้ ๆ จากโซฟาฝั่งทะเล ส่วนที่ดาดฟ้าด้านข้างจะเป็นจุดที่ใกล้ผิวน้ำที่สุด เหมาะกับการดื่มด่ำความงามของน้ำแข็งทะเล

5 กิจกรรมที่ควรทำในฮอกไกโด
ฮอกไกโดมีกิจกรรมให้ทำหลากหลาย แต่โดยเฉพาะ “5 อย่าง” ต่อไปนี้อยากให้ลองสักครั้ง
น่าจะช่วยให้ได้สัมผัสเสน่ห์ของฮอกไกโดลึกขึ้นอีกระดับ
1. ตะลุยชิมอาหารท้องถิ่นที่ซัปโปโร
“ซัปโปโร” ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นศูนย์กลางฮอกไกโดกูร์เมต์ มีเมนูดังให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ “ซัปโปโรราเม็ง” ซุปเข้มข้นมิโสะผสมกระดูกหมู “ซุปแกงกะหรี่” ที่เด่นด้วยดาชิและเครื่องเทศ “ข้าวหน้าซีฟู้ด” ที่อัดแน่นด้วยอาหารทะเลสด ๆ ไปจนถึง “จิงกิสข่าน” จากเนื้อแกะฮอกไกโด
อีกเสน่ห์คืออาหารท้องถิ่นจากหลายพื้นที่ในฮอกไกโดก็มารวมอยู่ที่นี่ ทำให้เที่ยวซัปโปโรก็เหมือนได้ชิมทั่วเกาะ
ถ้าอยากเน้นกิน แนะนำไปย่านร้านอาหารอย่าง “ซูซูกิโนะ” “ถนนช้อปปิ้งทานุกิโคจิ” หรือรอบสถานีซัปโปโร
เริ่มทริปฮอกไกโดด้วยการอิ่มอร่อยที่ซัปโปโร แล้วค่อยสัมผัสเสน่ห์ของเมืองผ่านอาหารก็น่าสนใจไม่น้อย

2. ขับรถเที่ยวฮอกไกโดในหน้าร้อน
หน้าร้อนของฮอกไกโด แค่เวลาบนถนนก็กลายเป็นความสนุกของทริปได้
ทั้งถนนตรงยาวแบบไม่มีอะไรบังสายตา ทุ่งฟาร์มใต้ท้องฟ้าสีฟ้า และเส้นชายฝั่งที่ทะเลระยิบระยับรับแสงแดด แค่ขับรถก็เจอวิวใหญ่ ๆ แบบฮอกไกโดสลับกันไปเรื่อย ๆ
ระหว่างทางไปจุดหมาย แค่ขับชมวิวก็ให้ความรู้สึกโปร่งโล่งที่หาได้ยากในเมืองใหญ่
ยังแวะมิจิ-โนะ-เอกิ (สถานีริมทาง) ได้ง่าย หรือจะแวะสถานที่เที่ยวที่สะดุดตาระหว่างทางก็สะดวกมาก
ยิ่งมีแวะเรื่อย ๆ ยิ่งได้สนุกกับเสน่ห์ของฮอกไกโดมากขึ้น

3. ชมทุ่งดอกไม้และวิวเนินเขาที่ฟุราโนะ・บิเอะ
ถ้าอยากเห็น “วิวแบบฮอกไกโด” แนะนำให้ไป “ฟุราโนะ” และ “บิเอะ”
ฉากหลังเป็นเทือกเขาโทคาจิ วิวทุ่งกว้างกับเนินเขาเป็นภาพที่หาเจอยากในเมืองใหญ่
ฟุราโนะโด่งดังเรื่องทุ่งลาเวนเดอร์ และยังมีทุ่งดอกไม้ที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลให้ชม
ส่วนบิเอะมี “ถนนแพตช์เวิร์ก” ที่เห็นลวดลายจากแปลงเกษตรสวย ๆ และวิวเนินเขาที่ไล่ระดับตัดกับท้องฟ้าให้ความรู้สึกเปิดโล่ง
ทั้งสองโซน แค่ชมวิวสุดสายตาก็สัมผัสได้ถึงสเกลความกว้างใหญ่ของฮอกไกโด
เพราะทิวทัศน์เปลี่ยนไปตามฤดูกาลและช่วงเวลา ถ้ามีเวลาอยากให้ค่อย ๆ เที่ยว แล้วดื่มด่ำวิวทุ่งดอกไม้กับเนินเขาให้เต็มที่


4. ชมหนึ่งใน “วิวกลางคืนระดับโลก” จากภูเขาฮาโกดาเตะ
หนึ่งในวิวไฮไลต์ของฮอกไกโดคือวิวกลางคืนจาก “ภูเขาฮาโกดาเตะ”
ด้วยภูมิประเทศที่คาบสมุทรถูกโอบด้วยอ่าวสองด้าน แสงไฟเมืองจึงทอดยาวตามส่วนที่คอด ทำให้ถูกนับเป็นหนึ่งใน “สามวิวกลางคืนที่สวยที่สุดของโลก”
จากจุดชมวิวบนยอดเขา มองเห็นตัวเมืองและท่าเรือฮาโกดาเตะแบบเต็มตา หลังพระอาทิตย์ตก แสงไฟจะค่อย ๆ ลอยเด่นขึ้นมาให้บรรยากาศชวนฝัน
เพราะช่วงกลางวันกับกลางคืนให้ภาพต่างกันมาก จึงแนะนำให้ไปตั้งแต่เย็นต่อเนื่องถึงกลางคืน

5. สัมผัสหิมะผง (Powder Snow) ที่นิเซโกะ・รุสึสึ
เสน่ห์หน้าหนาวของฮอกไกโดที่ดึงดูดสกีและสโนว์บอร์ดจากทั่วโลกคือ “หิมะผง” คุณภาพสูงที่ได้รับการยอมรับระดับโลก
โดยเฉพาะ “นิเซโกะ” และ “รุสึสึ” ที่ขึ้นชื่อทั้งเรื่องคุณภาพหิมะและสเกลของลานสกีในฐานะสโนว์รีสอร์ต
หิมะที่เกิดจากอากาศแห้งและอุณหภูมิต่ำจะเบาเป็นพิเศษ เวลาไถลจะให้ความรู้สึกเหมือนลอยฟุ้งแบบเฉพาะตัว
ถ้ามาฮอกไกโดช่วงหน้าหนาว อยากให้ลองแวะนิเซโกะหรือรุสึสึ แล้วสัมผัสหิมะผงด้วยตัวเอง

5 ร้านอาหารยอดนิยมที่ได้ลิ้มรสฮอกไกโดกูร์เมต์
มาเที่ยวฮอกไกโดทั้งที ก็อยากชิมของอร่อยให้หลากหลาย
ถ้าเลือกไม่ถูกว่าจะกินอะไรที่ไหน ลองเริ่มจากร้านดังที่เรารวมไว้ต่อไปนี้
1. Goryokaku Restaurant Sekkatei (Gotoken Main Store)
ร้านอาหารสไตล์ตะวันตกเก่าแก่ ตั้งอยู่กลางทางบน “เนจิกเค็นซากะ” หนึ่งในเนินเขาชื่อดังของฮาโกดาเตะ
“โกโตเค็น” เปิดกิจการตั้งแต่ปีเมจิ 12 (ค.ศ. 1879) เริ่มจากร้านอาหารรัสเซียและขนมปัง ก่อนจะพัฒนาเป็นร้านอาหารตะวันตก และยังคงสืบทอดรสชาติแห่งประวัติศาสตร์มาจนถึงปัจจุบัน
เมนูมีหลากหลาย ทั้งอะลาคาร์ต เซ็ตอาหารตะวันตก คอร์สเต็มแบบรัสเซียหรือฝรั่งเศส
โดยเฉพาะเมนูแกงกะหรี่ เช่น แกงกะหรี่สไตล์อังกฤษที่ใช้สูตรจากยุคไทโช ซึ่งเป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่ได้รับความนิยมสูงมาตั้งแต่อดีตถึงตอนนี้

2. ซัปโปโรเบียร์การ์เดน (Sapporo Beer Garden)
“ซัปโปโรเบียร์การ์เดน” โดดเด่นด้วยปล่องอิฐและเครื่องหมายดาวสีแดงที่สะดุดตา
ดาวสีแดงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการบุกเบิกฮอกไกโด ปัจจุบันก็กลายเป็นสัญลักษณ์ที่ผู้คนรักของซัปโปโรเบียร์การ์เดนเช่นกัน
ที่นี่เป็นสถานที่ที่ให้คุณดื่มด่ำเบียร์พร้อมบรรยากาศของซัปโปโร เมืองที่ถือเป็นแหล่งกำเนิดเบียร์ญี่ปุ่น

3. ซุปแกงกะหรี่ GARAKU (Soup Curry GARAKU)
ร้านซุปแกงกะหรี่ชื่อดัง “Soup Curry GARAKU” ที่คนต่อคิวยาวทุกวัน ถึงขั้นแจกบัตรคิวเวลารอ
เป็นร้านเฉพาะทางที่คนท้องถิ่นรู้จักกันดี จุดเด่นที่สุดคือซุป
ว่ากันว่าความอร่อยเริ่มจากไอเดียของเจ้าของร้านที่ผสม “ดาชิสไตล์ญี่ปุ่น” ที่ได้จากร้านอุด้งที่เคยทำงานมาก่อน เข้ากับเครื่องเทศ จนเกิดรสอูมามิเป็นเอกลักษณ์และกลายเป็นที่นิยม

4. Otaru Masazushi (สาขาหลัก)
ร้านซูชิที่ก่อตั้งในโอตารุ ฮอกไกโด ปี 1935 ปัจจุบันมีสาขาที่โตเกียว นาโกย่า และกรุงเทพฯ ด้วย
สาขาหลักตั้งอยู่บนถนนร้านซูชิของโอตารุ เป็นอาคาร 4 ชั้น มีที่นั่งหลายแบบตั้งแต่ห้องส่วนตัวถึงโซนฮอลล์ เลือกได้ตามโอกาส
จุดเด่นคือได้ชิมอาหารทะเลสดจากฮอกไกโดที่รับตรงจากร้านขายปลาในเครือของตัวเอง
เมนูเน้นคอร์สและเซ็ต โดยรายละเอียดจะเปลี่ยนตามฤดูกาลและสถานการณ์การจัดหา
ยึดวัตถุดิบตามฤดูกาลเป็นหลัก และจะเสิร์ฟทั้งซูชิ ของย่าง และของทานเล่นต่าง ๆ ตามคำแนะนำประจำวันและความชอบของลูกค้า

5. ซูมิเระ (Sumire)
ซัปโปโรคือแหล่งกำเนิดมิโสะราเม็ง และปัจจุบันก็ยังเป็นสมรภูมิราเม็งที่มีร้านแข่งกันมากมาย
ในบรรดาร้านทั้งหมด ร้านนี้คือหนึ่งในตำนานที่ดังทั่วประเทศและเป็นที่รักมายาวนาน
มีสาขาหลักที่นากะโนะชิมะ และยังมีสาขาที่ซูซูกิโนะ ซาโตะสึคะ รวมถึงโยโกฮามะ อีกทั้งยังเกิดร้านสายแยกที่เรียกกันว่า “จุนสุมิเค” อีกจำนวนมาก เป็นร้านยอดฮิตตัวจริง
สาขาหลักนากะโนะชิมะในปัจจุบันเปิดใหม่หลังรีโนเวตครั้งใหญ่ในปี 2017
โดดเด่นด้วยภายนอกคอนกรีตเปลือยดูโมเดิร์น และบรรยากาศร้านที่สว่าง เรียบง่าย ไม่เหมือนราเม็งช็อปทั่วไป

นึกไม่ออกให้มาที่นี่! 5 แหล่งช้อปปิ้งยอดฮิตของฮอกไกโด
ฮอกไกโดมีแหล่งช้อปปิ้งกระจายอยู่หลายจุด จนหลายคนเลือกไม่ถูกว่าจะไปซื้อของที่ไหนดี
ที่นี่เราคัด “แหล่งช้อปปิ้งสุดคลาสสิก” มาแนะนำแบบเน้น ๆ
1. สนามบินนิวชิโตเสะ (New Chitose Airport)
สนามบินที่ใหญ่ที่สุดของฮอกไกโด ครอบคลุมพื้นที่เมืองชิโตเสะและเมืองโทมาโคไม
ด้วยการเดินทางเข้าเมืองที่สะดวก จึงถูกเรียกว่าเป็นประตูสู่อากาศของฮอกไกโด
มีรันเวย์ยาว 3,000 ม. 2 เส้น และมีเที่ยวบินต่างประเทศขึ้น-ลงตลอด 24 ชั่วโมง
ชั้น 2 ของอาคารผู้โดยสารภายในประเทศมีโซน “Shopping World” รวมร้านขายของขึ้นชื่อและของฝากจากทั่วฮอกไกโดไว้มากมาย
อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศยังมีร้านดิวตี้ฟรี “New Chitose Airport DUTY FREE SHOP” เหมาะเป็นจุดช้อปก่อนเดินทางกลับด้วย

2. มิตซุยเอาต์เล็ตพาร์ก ซัปโปโร คิตะฮิโรชิมะ (Mitsui Outlet Park Sapporo Kitahiroshima)
เอาต์เล็ตมอลล์ขนาดใหญ่ระดับท็อปของฮอกไกโด รวมร้านประมาณ 170 ร้าน ครบหลายแนว ทั้งแบรนด์แฟชั่นระดับไฮเอนด์ ของใช้ในครัวชื่อดัง อุปกรณ์กีฬา และดรักสโตร์
ส่วนฟู้ดคอร์ตอยากให้ลองเมนูแบบฮอกไกโด
มีทั้ง “บูตะดง” (ข้าวหน้าหมู) เนื้อฉ่ำเข้ากับข้าวสวย และ “ซัปโปโรมิโสะราเม็ง” ที่ซุปเข้มข้นจนหยุดไม่ได้

3. ซัปโปโรแฟกทอรี (Sapporo Factory)
คอมเพล็กซ์เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่สร้างบนพื้นที่โรงงานเบียร์ซัปโปโรเดิม ซึ่งมีต้นกำเนิดจากโรงต้มเบียร์ของสำนักงานบุกเบิกที่สร้างในปีเมจิ 9 (ค.ศ. 1876)
ภายในอาคาร 7 หลัง มีทั้งห้างสรรพสินค้า สถานบันเทิง ร้านอาหาร ฟิตเนสคลับ และโรงแรม พร้อมสถาปัตยกรรมอิฐยุคโรงงานและโถงอาเทรียมขนาดใหญ่เป็นเอกลักษณ์
อีกข้อดีคือช้อปและเดินคาเฟ่ได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องอากาศ

4. ถนนช้อปปิ้งซาไกมาจิ โอตารุ (Otaru Sakaimachi Shopping Street)
ถนนซาไกมาจิอยู่ในซอยจากถนนใหญ่ที่ติดคลองโอตารุ เป็นถนนสายหลักของโอตารุที่รุ่งเรืองมากตั้งแต่ยุคเมจิจนถึงต้นยุคโชวะ
ย่านการค้ายาวประมาณ 1,300 ม. จากแยกเมอร์เฮนถึงถนนนิชิงิน มีอาคารหินสไตล์ตะวันตกและโกดังยุคเก่ายังคงอยู่จำนวนมาก ทำให้เดินเล่นและช้อปได้ในบรรยากาศชวนนึกถึงวันวาน

5. คานาโมริอาคารโกดังอิฐแดง (Kanemori Red Brick Warehouse)
คานาโมริอาคารโกดังอิฐแดงคือแลนด์มาร์กของย่านเบย์แอเรียฮาโกดาเตะ ประกอบด้วยโกดัง 7 หลัง
เป็นจุดเที่ยวบรรยากาศโรแมนติกที่เรียงรายด้วยโกดังอิฐแดง ไม่แปลกที่ทั้งคนท้องถิ่น นักท่องเที่ยว และคู่รักจะชอบกันมาก
โกดัง 4 หลังถูกตั้งชื่อว่า “BAY Hakodate”, “Kanemori Yōbutsukan”, “Hakodate History Plaza” และ “Kanemori Hall” แต่ละหลังมีเอกลักษณ์และร้านต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน

แนะนำสำหรับคนอยากได้ประสบการณ์ระดับพรีเมียม! 5 ที่พักในฮอกไกโด
ขอแนะนำที่พักที่ทำให้ทริปฮอกไกโดพิเศษขึ้น ทั้งโรงแรมสุดคลาสสิก รีสอร์ตที่ได้ดื่มด่ำธรรมชาติ หรือโรงแรมที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารเช้าสุดหรู
ถ้าเลือกไม่ถูกว่าจะพักที่ไหนดี ลองพิจารณาที่พักต่อไปนี้ได้เลย
1. โรงแรมซัปโปโรแกรนด์ (Sapporo Grand Hotel)
เปิดในปี 1934 ในฐานะโรงแรมสไตล์ตะวันตกเต็มรูปแบบแห่งแรกของฮอกไกโด เป็นโรงแรมเก่าแก่ที่ต้อนรับแขกด้วยแนวคิด “Hospitality First”
ตั้งอยู่ใจกลางซัปโปโรบนถนนใหญ่ที่มีต้นไม้ริมทางสวยเด่น ทำเลดีมาก เดินทางสะดวกทั้งจากสถานี JR “ซัปโปโร” และรถไฟใต้ดิน
มีห้องหลากหลายตั้งแต่สแตนดาร์ดขนาด 21 ตร.ม. ที่อบอุ่นและสงบ ไปจนถึงซูเปอร์สวีทระดับสูงสุดขนาด 162 ตร.ม. รองรับการเข้าพักได้หลายสไตล์

2. The Windsor Hotel Toya Resort & Spa
โรงแรมรีสอร์ตระดับหรูที่ยังเป็นที่รู้จักในฐานะสถานที่จัดประชุมสุดยอดทะเลสาบโทยะ (Toya Lake Summit) ปี 2008
ตั้งอยู่บนความสูงประมาณ 625 ม. จากหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่ของล็อบบี้หลักสามารถมองเห็นทะเลสาบโทยะและธรรมชาติของโทยะได้กว้างไกล
ห้องพักมีทั้ง “Première Style” ที่เป็นสวีทพร้อมสิทธิพิเศษมากมาย และ “Casual Style” ที่เหมาะกับการเข้าพักแบบสบาย ๆ อีกจุดเด่นคือไม่ว่าจะพักห้องไหนก็ชมวิวสวยได้

3. La Vista Hakodate Bay
“La Vista Hakodate Bay” โรงแรมที่สร้างขึ้นในฮาโกดาเตะซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายต่างชาติ ออกแบบด้วยคอนเซปต์ไทโชโรมัน
ตั้งแต่พื้นที่ส่วนกลางถึงห้องพักตกแต่งสไตล์คลาสสิก สร้างบรรยากาศหรูสงบที่เข้ากับฮาโกดาเตะอย่างลงตัว
ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้ของที่นี่คืออาหารเช้า
อาหารเช้าที่คว้าอันดับ 1 ในฮอกไกโดจากรีวิวต่อเนื่อง 7 ปี มีทั้งข้าวหน้าซีฟู้ดที่ตักอิคุระฮอกไกโดได้ไม่อั้น รวมถึงเมนูย่างไฟ (อาบุริยากิ) ที่ย่างซีฟู้ดและผักสด ๆ ตรงหน้า ให้คุณอิ่มเอมทั้งของทะเลและของป่าของฮอกไกโดแบบเต็มที่

4. Hoshino Resorts TOMAMU
รีสอร์ตโฮเทลที่ตั้งอยู่เกือบใจกลางฮอกไกโด
ประกอบด้วย 2 อาคารหลัก “Tomamu The Tower” และ “RISONARE Tomamu” ภายในพื้นที่เดียวกันสามารถเพลิดเพลินได้ตั้งแต่ที่พัก อาหาร วิวสวยตามฤดูกาล ไปจนถึงกิจกรรมต่าง ๆ
RISONARE Tomamu เป็นห้องสวีททุกห้อง ขนาดมากกว่า 100 ตร.ม. พร้อมเจ็ตบาธแบบชมวิวและซาวน่าส่วนตัว
ส่วน Tomamu The Tower ซึ่งเป็นเหมือนแลนด์มาร์ก เดินทางไปแต่ละฟาซิลิตี้ในพื้นที่ได้ง่าย เหมาะกับคนที่อยากโฟกัสทำกิจกรรมเป็นหลัก
“Unkai Terrace” ที่เปิดเฉพาะช่วงเช้าตรู่ในเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม จะได้ชมทะเลหมอกอลังการที่ไหลข้ามภูเขาเมื่อสภาพอากาศเหมาะสม

5. Higashiyama Niseko Village, a Ritz-Carlton Reserve
รีสอร์ตโฮเทลที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ภูเขาขนาดใหญ่ “Niseko Village”
ห้องพักและห้องสวีทรวม 50 ห้อง ตกแต่งด้วยอินทีเรียเรียบสงบที่กลมกลืนกับธรรมชาติรอบ ๆ
จุดเด่นคือจากห้องพักสามารถมองเห็นภูเขาโยเทและภูเขาอันนุปุริได้
ภายในมีสปาออนเซ็นที่ใช้น้ำแร่จากออนเซ็นธรรมชาติ และห้องอาหารที่เสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นจากวัตถุดิบตามฤดูกาล
รอบพื้นที่มีทั้งโซนสกีและเอาต์ดอร์ท่ามกลางธรรมชาติ ทำให้ระหว่างเข้าพักสามารถสลับกิจกรรมกับการพักผ่อนได้อย่างลงตัว

ห้ามพลาด! 5 ของฝากจากฮอกไกโด
ฮอกไกโดไม่ได้มีแค่ที่เที่ยว ของฝากก็มีให้เลือกเยอะมาก
เราคัดของฝากดังระดับประเทศมาแนะนำกัน
1. Calbee “Jaga Pokkuru รสเกลือโอค็อตสก์”
“จากะพ็อกคุรุ” จาก Calbee หนึ่งในผู้ผลิตขนมขบเคี้ยวชั้นนำของญี่ปุ่น
ผลิตที่โรงงานชิโตเสะ ฮอกไกโด และวางขายหลัก ๆ ในฮอกไกโด จึงเป็นของฝากยอดนิยม
ชื่อมาจากการรวม “มันฝรั่ง” วัตถุดิบหลัก กับภูตน้อย “โคะโระพ็อกคุรุ” ที่ปรากฏในตำนานของชนเผ่าไอนุซึ่งเป็นชนพื้นเมือง

2. ISHIYA “ชิโรอิ โคอิบิโตะ”
ขนมดังฮอกไกโด “ชิโรอิ โคอิบิโตะ” ที่คนญี่ปุ่นแทบทุกคนรู้จัก
แม้เวลาจะผ่านมากกว่า 40 ปีนับจากวางจำหน่าย ก็ยังคงเป็นของฝากยอดฮิตแบบคลาสสิกของฮอกไกโด
เอกลักษณ์คือความละลายในปากและความหวานละมุน จากการนำคุกกี้บางกรอบ “Langue de Chat” แบบดั้งเดิมของฝรั่งเศสมาประกบไวท์ช็อกโกแลตสูตรเบลนด์เฉพาะ

3. ROYCE’ “นามะช็อกโกแลต”
ROYCE’ (รอยซ์) ก่อตั้งในปี 1983 ที่เขตฮิงาชิ เมืองซัปโปโร โดยตั้งเป้าทำช็อกโกแลตคุณภาพที่ไม่แพ้ยุโรป ต้นตำรับ
ปัจจุบันเป็นแบรนด์ช็อกโกแลตจากฮอกไกโดที่ได้รับความนิยมมั่นคง และเมนูซิกเนเจอร์ก็คือ “นามะช็อกโกแลต” นี้เอง
ต่างจากช็อกโกแลตทั่วไปที่แข็งตอนเสิร์ฟแล้วค่อยละลายในปาก นามะช็อกโกแลตของรอยซ์มีเนื้อสัมผัสนุ่มและละมุนเป็นพิเศษ

4. Rokkatei “Marusei Butter Sandwich”
สินค้าขายดีระยะยาวของ “Rokkatei” ผู้ผลิตขนมเก่าแก่ที่ทำขนมแนว “อร่อยได้ทุกวันด้วยเงินติดกระเป๋า” มาตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1933
วางขายตั้งแต่ปี 1977 และยังคงเป็นของฝากฮอกไกโดคลาสสิกที่คนรักต่อเนื่อง ด้วยรสชาติที่กินได้เรื่อย ๆ ไม่เลี่ยนง่าย
ใช้บิสกิตกรอบหอมจากแป้งสูตรเฉพาะ ประกบครีมพิเศษที่ผสมไวท์ช็อกโกแลต ลูกเกด และเนยจากน้ำนมดิบฮอกไกโด 100%

5. Kitakaro “Hokkaido Kaitaku Okaki”
สินค้าขายดีระยะยาวจาก “Kitakaro” ที่ได้รับคำชมเรื่องการทำขนมโดยเน้นวัตถุดิบจากฮอกไกโด
โอกากิที่คัด “ของดีจากทะเลฮอกไกโด” ใช้วัตถุดิบคุณภาพ ปัจจุบันมีทั้งหมด 10 รสในไลน์อัป
ทั้งปลาหมึกจากฮาโกดาเตะ กุ้งหวานจากมาชิเกะ แซลมอนฤดูใบไม้ร่วงจากชิเบ็ตสึ หอยเชลล์จากเอซาชิ สาหร่ายคอมบุจากเอริโมะ ปลาหมึกยานางิดาโกะจากชิราคานิ และทาราโกะจากโคโจฮามะ ชิราโออิ รวมถึงสินค้าช่วงเวลาจำกัดอีก 3 แบบที่ได้รับความนิยมเช่นกัน

【แนะนำตามฤดูกาล】เทศกาลและอีเวนต์น่าไปในฮอกไกโด
ตลอดทั้งปี ฮอกไกโดมีอีเวนต์จัดขึ้นตามพื้นที่ต่าง ๆ อยู่มากมาย
ในบรรดานั้น เราจะคัดอีเวนต์ที่แนะนำเป็นพิเศษมาให้ตามฤดูกาล
【ฤดูใบไม้ผลิ】เทศกาลชิบะซากุระ ฮิงาชิโมโกโตะ
งานที่จัดขึ้นเป็นประจำในเดือนพฤษภาคม ณ “สวนชิบะซากุระ ฮิงาชิโมโกโตะ” ในอาบาชิริ
ไฮไลต์ที่สุดคือภาพชิบะซากุระบานเต็มเนินเขาพื้นที่ประมาณ 10 เฮกตาร์ ทั้งเนินจะถูกแต่งแต้มด้วยสีชมพู ขาว และม่วงอ่อนแบบตระการตา
จากเส้นทางเดินและจุดชมวิวบนเนิน สามารถเพลิดเพลินกับวิวสวย ๆ โดยมีภูเขารอบ ๆ และวิวไกล ๆ เป็นฉากหลัง
ระหว่างงานยังมีเวทีดนตรีและกิจกรรมจากกลุ่มในท้องถิ่น เพิ่มความคึกคัก
อีกเสน่ห์คือมีกิจกรรมอย่างรถชมวิวและโกคาร์ตให้สนุกด้วย

【ฤดูร้อน】เทศกาลท่าเรือฮาโกดาเตะ (Hakodate Port Festival)
อีเวนต์ใหญ่ประจำหน้าร้อนของเมืองฮาโกดาเตะ “เทศกาลท่าเรือฮาโกดาเตะ” จัดเป็นประจำทุกปีตั้งแต่ 1-5 สิงหาคม
วันแรกมี “งานดอกไม้ไฟโดชิน” จุดดอกไม้ไฟสวยงามแต่งแต้มท้องฟ้าเหนือท่าเรือฮาโกดาเตะ เปิดม่านเทศกาลอย่างยิ่งใหญ่
วันที่ 2 และ 3 จะมีพาเหรด “วัสชอย ฮาโกดาเตะ” ที่มีผู้เข้าร่วมรวมประมาณ 20,000 คน
ทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวจะเต้น “ระบำท่าเรือฮาโกดาเตะ” และ “ระบำปลาหมึก” ที่ได้แรงบันดาลใจจากปลาหมึกซึ่งเป็นของขึ้นชื่อ เดินขบวนไปทั่วเมืองจนบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก
ช่วงเทศกาลมีร้านแผงลอยเรียงรายบริเวณ “ฮาโกดาเตะกรีนพลาซ่า” เป็นหลัก ให้ชิมอาหารท้องถิ่นและเมนูสตรีทฟู้ดไปพร้อมกับสนุกกับหน้าร้อนของฮาโกดาเตะ

【ฤดูใบไม้ร่วง】Miracle Illuminate
อีเวนต์ไลต์อัปช่วงใบไม้เปลี่ยนสี จัดที่ย่านออนเซ็น “โซอุนเคียวออนเซ็น” ในอุทยานแห่งชาติไดเซ็ตสึซัง
จัดเป็นประจำตั้งแต่กลางกันยายนถึงกลางตุลาคม และช่วงพีคใบไม้แดง หุบเขาทั้งบริเวณจะถูกโอบล้อมด้วยแสงไฟ
ต้นไม้ที่เปลี่ยนสีถูกส่องด้วยแสงนุ่ม ๆ กลายเป็นภาพแฟนตาซีที่ต่างจากตอนกลางวัน
ไลต์อัปจัดช่วงเย็นถึงกลางคืน เดินตามทางเดินเล่นไปพร้อมชมการประชันกันของสีใบไม้กับแสงไฟได้
ในงานยังมีการแสดงแสงแบบอินเทอร์แอ็กทีฟที่ตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของคน รวมถึงเอฟเฟกต์ภาพแนวโปรเจกชันแมปปิง
มีจุดถ่ายรูปสวย ๆ เยอะ ลองเก็บภาพที่มีทั้งใบไม้แดงและแสงไฟเป็นที่ระลึกกัน

【ฤดูหนาว】เทศกาลหิมะซัปโปโร (Sapporo Snow Festival)
“เทศกาลหิมะซัปโปโร” หนึ่งในสามเทศกาลหิมะที่ยิ่งใหญ่ของโลก จัดขึ้นในเมืองซัปโปโร ฮอกไกโด ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี
เริ่มต้นในปี 1950 จากการที่นักเรียนมัธยมในท้องถิ่นสร้างประติมากรรมหิมะที่สวนโอโดริ และพัฒนาจนกลายเป็นงานใหญ่ที่มีผู้เข้าร่วมจากทั้งในและต่างประเทศมากกว่า 2 ล้านคนต่อปี
สถานที่จัดงานหลักแบ่งเป็น 3 โซน ได้แก่ “โซนโอโดริ” “โซนสึโดมุ” และ “โซนซูซูกิโนะ”

5 เรื่องที่ควรระวังเมื่อเที่ยวฮอกไกโด
เพื่อให้เที่ยวฮอกไกโดได้เต็มที่ มาดู 5 จุดที่ควรรู้ไว้ล่วงหน้า
ถ้าไม่รู้แล้วออกเดินทาง อาจทำให้แผนทริปพังได้มากกว่าที่คิด แนะนำให้ใช้เป็นข้อมูลประกอบ
1. ระยะทางระหว่างแต่ละพื้นที่ไกลกว่าที่คิด
ฮอกไกโดมีพื้นที่ประมาณ 83,000 ตร.กม. ราว 20% ของญี่ปุ่น ถือว่ากว้างมากกว่าที่หลายคนจินตนาการ
ระยะทางระหว่างเมืองหรือโซนต่าง ๆ ไกลกว่าที่เห็นบนแผนที่ และมักใช้เวลาเดินทางนาน
ตัวอย่างเช่น จากซัปโปโรไปฮาโกดาเตะ ต่อให้ใช้รถยนต์หรือรถด่วนพิเศษ ก็ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง
ยิ่งถ้าใช้ขนส่งสาธารณะ อาจเสียเวลาเพิ่มจากการต่อรถและจำนวนรอบการเดินรถ ทำให้ใช้เวลานานกว่าที่คาดจากระยะทาง
ถ้าเที่ยวฮอกไกโด แนะนำว่าอย่าพยายามเก็บหลายโซนในครั้งเดียว แต่ควรเลือกโซนที่ไปให้ชัด แล้วเที่ยวจุดต่าง ๆ ในพื้นที่นั้นแบบค่อย ๆ จะดีกว่า

2. บางฤดูกาลสถานที่ยอดฮิตจะแน่นมากเป็นพิเศษ
จุดท่องเที่ยวยอดนิยมในฮอกไกโดมักมีช่วงที่นักท่องเที่ยวแห่กันมาในบางฤดูกาล จึงควรระวัง
โดยเฉพาะช่วงซากุระและใบไม้เปลี่ยนสี หรือช่วงจัดอีเวนต์ใหญ่ ไม่ใช่แค่สถานที่เที่ยว แต่บริเวณรอบ ๆ ก็มีโอกาสแน่นไปทั้งโซน
เช่น หน้าร้อนฟุราโนะช่วงลาเวนเดอร์พีค หน้าหนาวซัปโปโรช่วงเทศกาลหิมะซัปโปโร และนิเซโกะที่คนไปสัมผัสหิมะผงก็จะคึกคักเป็นพิเศษ
หากไปช่วงที่คาดว่าคนเยอะ ควรจองที่พักและวิธีเดินทางล่วงหน้าไว้ จะสบายใจกว่า

3. สภาพอากาศแย่ทำให้เที่ยวบิน・JR หยุดได้ง่าย
ฮอกไกโดเป็นพื้นที่ที่การเดินทางอาจถูกรบกวนจากสภาพอากาศได้ง่าย จึงควรระวัง
โดยเฉพาะหน้าหนาว อาจเกิดการยกเลิกหรือดีเลย์ของเที่ยวบิน รวมถึง JR งดเดินรถหรือมีตารางเดินรถรวน จากพายุหิมะ ลมแรง หรือหิมะตกหนัก
อากาศแปรปรวนคาดเดายาก และมีไม่น้อยที่วันจริงถึงเดินทางไม่ได้กะทันหัน
เวลาเที่ยวฮอกไกโดจึงควรจัดตารางแบบมีเผื่อสำหรับวันเดินทาง
โดยเฉพาะวันกลับหรือวันหลังย้ายเมือง อย่าอัดโปรแกรมแน่นเกินไป เพื่อให้รับมือกับความล่าช้าจากอากาศได้โดยไม่เครียด

4. อาจเจอสัตว์ป่าได้
ฮอกไกโดมีธรรมชาติยิ่งใหญ่อยู่ใกล้ตัว แต่ก็เป็นพื้นที่ที่มีโอกาสเจอสัตว์ป่าได้เช่นกัน
ควรรู้ข้อควรระวังตามสถานการณ์ไว้ล่วงหน้า
ถ้าขับรถเช่าเที่ยว ต้องระวังสัตว์ป่าวิ่งตัดหน้า โดยเฉพาะนอกเมืองหรือเขตภูเขา อุบัติเหตุจากกวางเอโสะโผล่บนถนนเกิดขึ้นบ่อย
กลางคืนหรือเช้ามืดทัศนวิสัยมักแย่ลง ควรลดความเร็วและขับอย่างระวังรอบด้าน
ถ้าจะเดินเขา ไฮกิ้ง หรือทำกิจกรรมเอาต์ดอร์ในภูเขาหรือแถวทะเลสาบ ต้องเช็กข้อมูลการพบหมีสีน้ำตาลฮิกุมะให้ดี
ก่อนเข้าพื้นที่ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานท้องถิ่นหรือสมาคมท่องเที่ยว และหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ที่มีรายงานการพบเห็น

5. ถ้าขับรถหน้าหนาว ระวังถนนหิมะและถนนเป็นน้ำแข็ง
หน้าหนาวของฮอกไกโดมีทั้งหิมะสะสมและถนนเป็นน้ำแข็ง ทำให้ต้องระวังการขับรถมากเป็นพิเศษ
สิ่งที่อยากให้ระวังคือ “แบล็กไอซ์” ที่พื้นถนนเป็นน้ำแข็งแต่ดูด้วยตาเปล่าไม่ค่อยออก
ต่อให้ไม่มีหิมะ ถนนก็ลื่นมากและเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้
ถนนหิมะใช้ระยะเบรกนาน จึงควรลดความเร็วและเว้นระยะห่างระหว่างรถให้มากพอเสมอ
ถ้าใช้รถเช่า อย่าลืมเช็กว่าเป็นยางสตัดเลสหรือมีอุปกรณ์สำหรับหน้าหนาวครบหรือไม่
หากไม่ชำนาญการขับบนหิมะ ไม่จำเป็นต้องฝืนใช้รถเช่า ลองพิจารณา JR รถบัส หรือแท็กซี่เป็นทางเลือกก็ได้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฮอกไกโด
Q
เดินทางในฮอกไกโด ใช้แค่รถไฟกับรถบัสพอไหม?
ถ้าเดินทางในเมืองหรือระหว่างเมืองอย่างซัปโปโร โอตารุ หรือฮาโกดาเตะ ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเป็นชานเมืองหรือโซนธรรมชาติ แนะนำว่ารถเช่าจะสะดวกกว่า
Q
ฮอกไกโดเริ่มมีหิมะตกตั้งแต่เมื่อไหร่?
ขึ้นอยู่กับพื้นที่ โดยโซนเหนือจะเริ่มปลายต.ค.ถึงต้นพ.ย. ส่วนซัปโปโรมักเริ่มราวกลางพ.ย. ช่วงธ.ค.ถึงมี.ค.จะเป็นฤดูที่ได้ชมวิวหิมะแบบเต็ม ๆ
บทสรุป
ฮอกไกโดมีความสนุกหลากหลาย ทั้งธรรมชาติยิ่งใหญ่ เมืองสวย ธีมพาร์คที่ครอบครัวก็เที่ยวได้ และอาหารท้องถิ่นสุดอร่อย
แม้อาจลังเลว่าจะเริ่มเที่ยวจากตรงไหน แต่ลองเริ่มวางแผนจากสถานที่ที่เราแนะนำในบทความนี้เป็นหลัก น่าจะช่วยให้ได้สัมผัสเสน่ห์ของฮอกไกโดแบบเต็มอิ่ม