หากเกิดแผ่นดินไหวระหว่างเที่ยวญี่ปุ่นควรทำอย่างไร? ความรู้ด้านภัยพิบัติที่ควรรู้

หากเกิดแผ่นดินไหวระหว่างเที่ยวญี่ปุ่นควรทำอย่างไร? ความรู้ด้านภัยพิบัติที่ควรรู้

อัปเดต :
เขียนโดย:  GOOD LUCK TRIP

เมื่อเวลาประมาณ 16:27 น. ของวันที่ 28 กรกฎาคม 2026 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.1 โดยมีศูนย์กลางอยู่ในภูมิภาคคุมาโมโตะ จังหวัดคุมาโมโตะ วัดระดับความรุนแรงสูงสุดได้ 7 ขณะนี้ยังคงเกิดอาฟเตอร์ช็อกอย่างต่อเนื่อง
พื้นที่ที่ตรวจพบแรงสั่นสะเทือนรุนแรงอาจมีสภาพดินไม่มั่นคง และเสี่ยงเกิดดินถล่มแม้มีฝนตกเพียงเล็กน้อย โปรดติดตามสถานการณ์แผ่นดินไหวและข้อมูลสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดต่อไป

หากต้องการข้อมูลล่าสุดโดยด่วน โปรดตรวจสอบด้านล่าง

เพื่อเตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉิน ขอแนะนำให้อ่านบทความด้านล่างและตรวจสอบวิธีปฏิบัติตัวกับมาตรการที่จำเป็นเมื่อเกิดแผ่นดินไหวด้วย


ภัยพิบัติ 5 ประเภทที่มีโอกาสเกิดขึ้นสูงในญี่ปุ่น ได้แก่ แผ่นดินไหว สึนามิ ดินถล่ม ไต้ฝุ่น และฝนตกหนัก
โดยเฉพาะแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นบ่อย ระหว่างปี 2021–2025 หากนับรวมแผ่นดินไหวขนาดเล็กด้วย จะเกิดขึ้นประมาณ 2,200 ครั้งต่อปี ดังนั้นเพื่อเที่ยวญี่ปุ่นอย่างปลอดภัย ควรเรียนรู้เรื่องภัยพิบัติและวิธีปฏิบัติตัวเมื่อเกิดเหตุ
บทความนี้จะช่วยให้คุณมีความรู้พื้นฐานที่จำเป็นเกี่ยวกับการป้องกันภัยพิบัติ
อย่ารอให้เกิดภัยพิบัติแล้วค่อยค้นหาข้อมูล ควรเรียนรู้และเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ไว้ตั้งแต่ตอนนี้
ความรู้ล่วงหน้าจะช่วยให้คุณรับมือกับเหตุฉุกเฉินได้อย่างมีสติ

ความรู้ด้านภัยพิบัติที่ควรรู้เพื่อเตรียมรับมือแผ่นดินไหว

มาดูวิธีปฏิบัติตัวและข้อมูลที่ควรรู้เมื่อเกิดแผ่นดินไหวระหว่างเดินทางกัน
หากรู้สึกกังวล ขอแนะนำให้บันทึกหน้านี้ไว้ในบุ๊กมาร์ก
เพื่อให้เปิดดูได้ง่ายเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

กลไกการเกิดแผ่นดินไหวและความเสี่ยงจากภัยพิบัติซ้ำซ้อน

เพื่อปกป้องตัวเองเมื่อเกิดเหตุ ก่อนอื่นควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับแผ่นดินไหวให้มากขึ้น
ใต้พื้นโลกมีแผ่นหินที่เรียกว่าแผ่นเปลือกโลก และแผ่นดินไหวเกิดจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเหล่านี้
เมื่อเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ ไม่เพียงบ้านเรือนและอาคารจะพังถล่ม แต่ยังอาจก่อให้เกิดภัยพิบัติซ้ำซ้อน เช่น ดินถล่มและสึนามิ
ควรรู้ไว้ด้วยว่าแผ่นดินไหวขนาดใหญ่มักมีคาบการสั่นยาว ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนขนาดใหญ่และช้า

แผ่นดินไหวเกิดจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก
แผ่นดินไหวเกิดจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก

แม้แผ่นดินไหวหลักสงบลงแล้วก็ต้องระวังอาฟเตอร์ช็อก

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นครั้งแรกเรียกว่าแผ่นดินไหวหลัก ส่วนแรงสั่นสะเทือนที่เกิดตามมาเรียกว่าอาฟเตอร์ช็อก
แรงสั่นสะเทือนไม่ได้เกิดต่อเนื่องจากแผ่นดินไหวหลักตลอดเวลา แต่อาฟเตอร์ช็อกจะเกิดเป็นระยะ
โปรดระวัง เพราะอาจเกิดแรงสั่นสะเทือนรุนแรงเทียบเท่าแผ่นดินไหวหลักได้
ลักษณะสำคัญของอาฟเตอร์ช็อกคือไม่ได้สั่นต่อเนื่องจากแผ่นดินไหวหลัก แต่จะเกิดขึ้นเป็นระยะ
โดยทั่วไปอาฟเตอร์ช็อกจะเกิดถี่ทันทีหลังแผ่นดินไหวหลัก ก่อนจะค่อย ๆ ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป
อย่างไรก็ตาม หากเป็นแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ อาฟเตอร์ช็อกอาจดำเนินต่อเนื่องตั้งแต่หลายเดือนไปจนถึงหลายสิบปี แม้แผ่นดินไหวหลักสงบลงแล้วก็ห้ามประมาท

อาฟเตอร์ช็อกอาจรุนแรงได้ จึงต้องระมัดระวัง
อาฟเตอร์ช็อกอาจรุนแรงได้ จึงต้องระมัดระวัง

สิ่งที่ควรทำเมื่อเกิดแผ่นดินไหว

ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด เมื่อเกิดแผ่นดินไหวให้รีบไปยังจุดที่ไม่มีสิ่งของอย่างป้าย กระจก หรือกระเบื้องหลังคาตกลงมา
เมื่อถึงจุดปลอดภัยแล้ว ให้ป้องกันศีรษะ ย่อตัวต่ำ และรอจนแรงสั่นสะเทือนสงบลง
หากเกิดแผ่นดินไหวในที่พัก เช่น โรงแรมหรือเรียวกัง ให้ใช้หมอนหรือฟูกป้องกันศีรษะเพื่อหลีกเลี่ยงเศษกระจกและโคมไฟที่อาจตกใส่
การหลบใต้โต๊ะและป้องกันศีรษะก็มีประสิทธิภาพเช่นกัน
หากอยู่ในเมือง ให้ถอยห่างจากอาคารที่เสี่ยงถล่มหรือมีสิ่งของตกลงมา และใช้กระเป๋าที่ถืออยู่ป้องกันศีรษะ ระวังป้ายที่อาจหล่นลงมาด้วย
หากอยู่ในห้องน้ำหรือห้องสุขา ให้พยายามออกมาโดยเร็วที่สุดแล้วหลบภัยในจุดที่ปลอดภัย
หากทุกคนมุ่งไปยังทางออกฉุกเฉินพร้อมกัน อาจเกิดความแออัดจนเคลื่อนไหวไม่ได้หรือเกิดเหตุฝูงชนล้มทับกัน
จึงควรตั้งสติและปฏิบัติตัวอย่างใจเย็น เพื่อไม่ให้อพยพไม่ทันหรือเกิดอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึง
ด้านล่างนี้เป็นวิธีปฏิบัติตัวในแต่ละสถานการณ์ ควรจดจำไว้ด้วย

กรณีอยู่ในอาคารสูง
รอจนแรงสั่นสะเทือนสงบลงในพื้นที่ส่วนกลาง เช่น โถงลิฟต์
กรณีอยู่ในลิฟต์
・กดปุ่มทุกชั้น แล้วออกจากลิฟต์เมื่อหยุดที่ชั้นใดชั้นหนึ่ง
・หากติดอยู่ภายใน ให้ขอความช่วยเหลือผ่านอินเตอร์คอม
กรณีอยู่ในศูนย์การค้าหรือห้างสรรพสินค้า
ระวังสินค้าที่กระจัดกระจายและตู้โชว์ที่แตก แล้วเคลื่อนไปยังชานพักบันไดหรือบริเวณใกล้เสาเพื่อรอจนแรงสั่นสะเทือนสงบลง
กรณีอยู่ในโรงละครหรือสนามกีฬา
・การรีบวิ่งไปยังทางออกฉุกเฉินหรือบันไดเป็นอันตราย
・ป้องกันศีรษะจากสิ่งของที่อาจตกลงมา แล้วอพยพตามประกาศภายในสถานที่หรือคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
กรณีอยู่ในเมือง
・ระวังสิ่งของตกหล่นและอาคารถล่ม พร้อมเคลื่อนไปยังพื้นที่กว้างและปลอดภัยที่สุด เช่น สวนสาธารณะ
・หากไม่มีสวนสาธารณะอยู่ใกล้ ๆ ให้เข้าไปหลบในอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กที่สร้างขึ้นค่อนข้างใหม่
กรณีอยู่ในย่านการค้าใต้ดิน
ไฟฟ้าอาจดับจนผู้คนจำนวนมากตื่นตระหนกและกรูกันไปยังทางออกฉุกเฉิน ซึ่งเป็นอันตราย จึงควรรอให้แรงสั่นสะเทือนสงบลงก่อน
กรณีโดยสารรถไฟหรือรถบัส
・รถไฟและรถบัสจะหยุดฉุกเฉินเมื่อตรวจพบแรงสั่นสะเทือนรุนแรง
・อยู่ในจุดเดิม ป้องกันศีรษะ และรอจนแรงสั่นสะเทือนสงบลง
รอจนแรงสั่นสะเทือนสงบลงในจุดที่ปลอดภัย พร้อมป้องกันศีรษะ
รอจนแรงสั่นสะเทือนสงบลงในจุดที่ปลอดภัย พร้อมป้องกันศีรษะ

สิ่งที่ควรทำหลังแรงสั่นสะเทือนสงบลง

ต่อไปคือวิธีปฏิบัติตัวหลังแรงสั่นสะเทือนสงบลง
อาจมีเศษกระจกแตกกระจัดกระจายอยู่ แม้จะอยู่ภายในห้องก็อย่าเดินเท้าเปล่าหรือใส่รองเท้าแตะ ควรสวมรองเท้าก่อนเพื่อป้องกันเท้า
เนื่องจากอาจเกิดอาฟเตอร์ช็อก ให้เปิดประตูไว้เพื่อรักษาเส้นทางอพยพและพร้อมหนีได้ทุกเมื่อ
มีความเสี่ยงต่อไฟไหม้หรือการระเบิด จึงห้ามกดสวิตช์ไฟหรือสวิตช์อื่น ๆ
ให้ใช้สมาร์ตโฟนหรือไฟฉุกเฉินแทน
อาจมีก๊าซรั่ว จึงห้ามจุดไฟด้วย
หากอยู่ภายในสถานที่และสัญญาณเตือนไฟไหม้ดังขึ้น ให้รีบอพยพ
แม้ลิฟต์จะยังทำงานอยู่ก็ห้ามใช้ เพราะอาจหยุดและทำให้ติดอยู่ภายใน
หากเจ้าหน้าที่ของสถานที่ให้คำแนะนำ ให้อพยพตามคำแนะนำนั้น

ตรวจสอบตำแหน่งไฟฉุกเฉินในที่พักไว้เผื่อเกิดเหตุ
ตรวจสอบตำแหน่งไฟฉุกเฉินในที่พักไว้เผื่อเกิดเหตุ

หากอยู่ริมทะเลหรือริมแม่น้ำ ให้รีบอพยพ

เมื่อเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ ต้องระวังภัยพิบัติซ้ำซ้อนด้วย
สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือสึนามิ
หากอยู่ริมทะเล เมื่อแรงสั่นสะเทือนสงบลงแล้ว ให้รีบไปยังพื้นที่สูงหรืออาคารสูงใกล้เคียง
ผู้ที่อยู่ริมแม่น้ำก็ต้องระวัง เพราะสึนามิจะพัดจากปลายน้ำย้อนขึ้นไปทางต้นน้ำ
จึงควรรีบอพยพในทิศทางตั้งฉากกับกระแสน้ำ

หากอยู่ใกล้ทะเล ให้รีบอพยพทันที
หากอยู่ใกล้ทะเล ให้รีบอพยพทันที

ควรไปที่ไหนเพื่อความปลอดภัย?

เมื่อแรงสั่นสะเทือนสงบลงแล้ว ให้ไปยังพื้นที่อพยพใกล้เคียง
พื้นที่อพยพคือสถานที่สำหรับหลบหนีจากอันตรายที่เกิดจากภัยพิบัติ
แม้ชื่อจะคล้ายกันจนมักสับสน แต่ศูนย์พักพิงเป็นสถานที่สำหรับผู้ที่ไม่สามารถกลับบ้านได้มาอาศัยร่วมกัน จึงแตกต่างจากพื้นที่อพยพ
ศูนย์พักพิงอยู่ภายในอาคาร ส่วนพื้นที่อพยพโดยทั่วไปจะอยู่กลางแจ้ง ยกเว้นกรณีฝนตกหนักและเหตุอื่น ๆ
สถานที่ที่กำหนดเป็นพื้นที่อพยพ ได้แก่ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ ลานพื้นที่สีเขียว ตลอดจนสนามของมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียน
เมื่อไปถึงพื้นที่อพยพแล้ว ให้ตรวจสอบสถานการณ์ความเสียหายและดูว่าสามารถเดินทางกลับประเทศได้หรือไม่ ก่อนวางแผนขั้นต่อไป

ควรเข้าใจความแตกต่างระหว่างพื้นที่อพยพกับศูนย์พักพิง
ควรเข้าใจความแตกต่างระหว่างพื้นที่อพยพกับศูนย์พักพิง

อันตรายจากสึนามิและข้อควรระวังขณะอพยพ

สึนามิเป็นภัยพิบัติที่อาจเกิดตามหลังแผ่นดินไหว จึงต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง
ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับสึนามิเพิ่มเติมเพื่อปกป้องตัวเอง
สึนามิเกิดจากพื้นทะเลเคลื่อนตัวเพราะแผ่นดินไหว ส่งผลให้น้ำทะเลถูกดันสูงขึ้น
มวลน้ำทะเลทั้งหมดจะพุ่งเข้ามาราวกับกำแพง และคลื่นลูกเดียวอาจมีความยาวหลายร้อยกิโลเมตร
สึนามิขนาดใหญ่สามารถกลืนบ้านและรถยนต์ได้อย่างง่ายดาย รวมถึงทำลายเขื่อนกั้นน้ำ
คลื่นสึนามิจะยิ่งสูงขึ้นเมื่อเข้าใกล้แผ่นดิน จึงห้ามประมาทแม้ไม่เห็นคลื่นสูงในทะเลนอกชายฝั่ง
นอกจากพลังทำลายล้างแล้ว ความเร็วของสึนามิก็น่ากลัวเช่นกัน
แม้ความเร็วจะลดลงเมื่อน้ำตื้นขึ้น แต่ที่ระดับความลึก 10 เมตร คลื่นยังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วประมาณ 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
เร็วเกินกว่าจะวิ่งหนีได้ทัน และแม้หนีด้วยรถยนต์ หากติดการจราจรก็จะถูกคลื่นตามทันอย่างรวดเร็ว
การพยายามหนีไปให้ไกลอาจทำให้สึนามิตามทัน จึงควรหนีขึ้นที่สูงแทนการหนีไปไกล
หากรอจนมองเห็นสึนามิแล้วค่อยหนี แทบจะไม่ทันอย่างแน่นอน
เมื่อแรงสั่นสะเทือนสงบลง ให้รีบอพยพขึ้นที่สูงทันที
สึนามิอาจเกิดขึ้นแม้แรงสั่นสะเทือนจะเบา และยังเกิดซ้ำได้หลายครั้ง จึงห้ามประมาท

ขณะอพยพให้มุ่งหน้าไปยังจุดที่สูงที่สุดเท่าที่ทำได้
ขณะอพยพให้มุ่งหน้าไปยังจุดที่สูงที่สุดเท่าที่ทำได้

ระวังทั้งสึนามิและภัยพิบัติจากดินถล่ม

ภัยพิบัติที่เกิดจากแผ่นดินไหวไม่ได้มีเพียงสึนามิ ต้องระวังภัยพิบัติจากดินถล่มด้วย
ภัยพิบัติจากดินถล่มแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ โคลนถล่ม แผ่นดินเลื่อน และหน้าผาถล่ม
โคลนถล่มคือปรากฏการณ์ที่ดิน หิน และทรายซึ่งพังลงจากแผ่นดินไหวหรือฝนตกหนัก ผสมกับน้ำแล้วไหลลงมาอย่างรวดเร็ว
มีทั้งพลังทำลายล้างสูงและความเร็ว จึงมักสร้างความเสียหายร้ายแรง
แผ่นดินเลื่อนคือปรากฏการณ์ที่ลาดเขาซึ่งชุ่มด้วยน้ำฝนหรือน้ำจากหิมะละลาย เลื่อนตัวลงมาเป็นบริเวณกว้าง
พื้นดินจะเคลื่อนตัวเป็นมวลขนาดใหญ่และพัดพาบ้านเรือนไปด้วย
โดยทั่วไปจะเคลื่อนตัวช้ามากจนมองไม่เห็นและใช้เวลาหลายปี แต่ก็เกิดขึ้นฉับพลันจากแผ่นดินไหวได้บ่อยครั้ง
หน้าผาถล่มคือปรากฏการณ์ที่พื้นที่ลาดชันพังลงอย่างกะทันหัน
ลักษณะคล้ายการพังทลายมากกว่าการไหลลงมา
มักเกิดจากน้ำฝนซึมเข้าไปในดิน แต่แผ่นดินไหวก็อาจทำให้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน
เพื่อปกป้องตัวเองจากภัยพิบัติจากดินถล่ม เมื่อแผ่นดินไหวสงบลงแล้วให้รีบไปยังพื้นที่อพยพ
หากเกิดโคลนถล่มหรือหน้าผาถล่มใกล้ตัว ให้ถอยห่างจากภูเขาหรือหน้าผาทันที
กรณีโคลนถล่ม ต้องหนีไปในทิศทางตั้งฉากกับทิศทางที่มวลดินไหล
ไม่ว่าอย่างไร หลังเกิดแผ่นดินไหวห้ามเข้าใกล้ภูเขาหรือหน้าผาโดยไม่จำเป็นเด็ดขาด

เมื่อเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ ต้องระวังภัยพิบัติจากดินถล่มด้วย
เมื่อเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ ต้องระวังภัยพิบัติจากดินถล่มด้วย

วิธีปฏิบัติตัวเมื่อเกิดไต้ฝุ่นหรือฝนตกหนัก

ควรระวังภัยพิบัติจากไต้ฝุ่นและฝนตกหนักเช่นเดียวกับแผ่นดินไหว
ตรวจสอบสภาพอากาศอย่างละเอียดก่อนเดินทาง หากมีโอกาสเกิดไต้ฝุ่นหรือฝนตกหนัก สิ่งสำคัญคืออย่าฝืนเดินทางหรือออกไปเที่ยว
หากเกิดไต้ฝุ่นหรือฝนตกหนักระหว่างท่องเที่ยว ให้ตรวจสอบข้อมูลการอพยพผ่านแอปหรือข่าวสาร
ดูประเภทของข้อมูลการอพยพได้จากตารางด้านล่าง
ขอแนะนำให้บันทึกไว้ในบุ๊กมาร์กเพื่อเปิดดูได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

มาตรการรักษาความปลอดภัยฉุกเฉิน (ระดับเตือนภัย 5)
ภัยพิบัติเกิดขึ้นแล้วหรือใกล้จะเกิดขึ้นอย่างยิ่ง
เนื่องจากไม่สามารถเดินทางไปยังพื้นที่อพยพได้อย่างปลอดภัย ให้ขึ้นไปยังชั้นสูงของโรงแรมหรืออาคารแข็งแรงที่อยู่ใกล้เคียง
คำสั่งอพยพ (ระดับเตือนภัย 4)
มีโอกาสสูงที่จะเกิดภัยพิบัติ
ให้อพยพทันที
ผู้สูงอายุและบุคคลอื่น ๆ เริ่มอพยพ (ระดับเตือนภัย 3)
มีโอกาสเกิดภัยพิบัติ
ผู้สูงอายุและผู้ที่ต้องใช้เวลาในการอพยพควรเริ่มอพยพ
ผู้ที่ไม่ใช่ผู้สูงอายุก็ควรงดออกจากที่พัก

หากอยู่ใต้ดินหรือชั้นกึ่งใต้ดิน มีโอกาสสูงที่จะเกิดน้ำท่วม
ตรวจสอบข้อมูลการอพยพ และหากรู้สึกถึงอันตราย ให้รีบไปยังพื้นที่อพยพหรืออาคารตั้งแต่ชั้น 3 ขึ้นไป
การลงมือแต่เนิ่น ๆ ก่อนเห็นน้ำท่วมเป็นสิ่งสำคัญ

ระวังทั้งแผ่นดินไหว ไต้ฝุ่น และฝนตกหนัก
ระวังทั้งแผ่นดินไหว ไต้ฝุ่น และฝนตกหนัก

เกร็ดความรู้ด้านภัยพิบัติที่เป็นประโยชน์ยามฉุกเฉิน

ต่อไปนี้คือเกร็ดความรู้ที่มีประโยชน์เมื่อเกิดภัยพิบัติระหว่างเดินทาง
ผู้ที่อยากเตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉินสามารถนำไปใช้ได้

1. ผ้าเช็ดหน้าและผ้าคลุมที่ใช้ได้หลากหลาย

ผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่ ผ้าพันคอ หรือผ้าคลุมไหล่สามารถใช้แทนหน้ากาก เพื่อป้องกันโรคติดเชื้อและฝุ่นละอองได้
ผ้าพันคอและผ้าคลุมไหล่ยังใช้แทนผ้าพันแผล ผ้าบังแดด หรือผ้าห่มได้ จึงควรใส่ไว้ในกระเป๋าเดินทาง

พกผ้าเช็ดหน้า ผ้าพันคอ หรือผ้าคลุมไหล่ที่ใช้ได้หลากหลายไว้ในกระเป๋า
พกผ้าเช็ดหน้า ผ้าพันคอ หรือผ้าคลุมไหล่ที่ใช้ได้หลากหลายไว้ในกระเป๋า

2. เสื้อกันฝนที่ช่วยป้องกันทั้งฝนและความหนาว

เสื้อกันฝนไม่ได้มีแค่คุณสมบัติกันน้ำ แต่ยังกันลมได้ดี จึงใช้ป้องกันทั้งฝนและความหนาว
นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันสิ่งสกปรก จึงควรพกเสื้อกันฝนไว้ในกระเป๋า

เมื่อพับแล้วไม่กินพื้นที่ จึงควรพกไว้ระหว่างเดินทาง
เมื่อพับแล้วไม่กินพื้นที่ จึงควรพกไว้ระหว่างเดินทาง

3. ถุงขยะและถุงพลาสติกเป็นของสารพัดประโยชน์ยามเกิดภัยพิบัติ

ถุงขยะขนาดใหญ่ใช้ประโยชน์ได้หลายแบบ ทั้งใส่น้ำ ตัดก้นถุงเพื่อทำเป็นเสื้อกันฝน หรือใช้เป็นห้องน้ำฉุกเฉิน
ถุงพลาสติกยังใช้แทนถุงมือได้
หากเพื่อนหรือคนในครอบครัวได้รับบาดเจ็บ การสัมผัสบาดแผลด้วยมือเปล่ามีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ จึงควรสวมถุงพลาสติกแทนถุงมือเมื่อปฐมพยาบาล

เช่นเดียวกับเสื้อกันฝน ถุงเหล่านี้ไม่กินพื้นที่ จึงควรใส่ไว้ในกระเป๋าเป้
เช่นเดียวกับเสื้อกันฝน ถุงเหล่านี้ไม่กินพื้นที่ จึงควรใส่ไว้ในกระเป๋าเป้

4. ทำโคมไฟอย่างง่ายด้วยไฟฉายและขวดพลาสติก

หากติดอยู่ในที่พักและต้องรอความช่วยเหลือ การไม่มีแสงสว่างเพราะไฟดับอาจทำให้รู้สึกกังวล แม้มีไฟฉายก็ไม่สามารถส่องสว่างได้ทั่วทั้งห้อง
ในกรณีนี้ ให้วางไฟฉายบนพื้นโดยหันแสงขึ้นไปยังเพดาน แล้ววางขวดพลาสติกที่ใส่น้ำไว้ด้านบน
แสงจากไฟฉายจะสะท้อนผ่านน้ำในขวดและช่วยให้ทั้งห้องสว่างขึ้น

ทำโคมไฟอย่างง่ายด้วยขวดพลาสติกและไฟฉาย
ทำโคมไฟอย่างง่ายด้วยขวดพลาสติกและไฟฉาย

5. ใส่เงินสดไว้ในกระเป๋าสตางค์ให้มากกว่าปกติ

ควรพกเงินสดให้เพียงพอระหว่างเดินทาง
หลังเกิดภัยพิบัติ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น สมาร์ตโฟนหรือเครื่องอ่านสำหรับชำระเงินอาจใช้งานไม่ได้ ทำให้ไม่สามารถชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์
ร้านค้าอาจไม่มีเงินทอน จึงควรพกเหรียญไว้ให้มากกว่าปกติด้วย

ควรพกเหรียญไว้ให้มากกว่าปกติ
ควรพกเหรียญไว้ให้มากกว่าปกติ

แอป “Safety tips” ที่ควรติดตั้งไว้เผื่อเหตุฉุกเฉิน

“Safety tips” เป็นแอปภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ซึ่งแจ้งเตือนแผ่นดินไหวฉุกเฉิน ข้อมูลสึนามิ คำเตือนสภาพอากาศอื่น ๆ และข้อมูลการอพยพ
รองรับหลายภาษา เช่น ภาษาญี่ปุ่น อังกฤษ เกาหลี จีนตัวเต็ม จีนตัวย่อ สเปน โปรตุเกส และไทย
ควรติดตั้งไว้ก่อนเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อเตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉิน

รองรับหลายภาษา ควรติดตั้งลงในสมาร์ตโฟนก่อนเดินทาง
รองรับหลายภาษา ควรติดตั้งลงในสมาร์ตโฟนก่อนเดินทาง

บริการและบัญชีโซเชียลมีเดียที่รู้ไว้แล้วอุ่นใจ

ควรบันทึกบริการและติดตามบัญชีโซเชียลมีเดียที่จะแนะนำต่อไปนี้ไว้ด้วย
แม้จะไม่รองรับหลายภาษา แต่ก็อาจใช้งานได้หากขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง

“สายฝากข้อความยามเกิดภัยพิบัติ” สำหรับตรวจสอบความปลอดภัย

เมื่อเกิดภัยพิบัติ ปริมาณการสื่อสารในพื้นที่ประสบภัยจะเพิ่มขึ้น ทำให้โทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อได้ยาก
บริการที่ควรใช้ในสถานการณ์นี้คือสายฝากข้อความยามเกิดภัยพิบัติ
บริการนี้เปิดให้ใช้งานเฉพาะเมื่อเกิดภัยพิบัติ โดยสามารถบันทึกข้อมูลความปลอดภัยเป็นเสียงไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่กำหนดและเปิดฟังได้

“กระดานฝากข้อความยามเกิดภัยพิบัติ” สำหรับลงทะเบียนและตรวจสอบความปลอดภัย

กระดานฝากข้อความยามเกิดภัยพิบัติเป็นอีกบริการที่ใช้ตรวจสอบความปลอดภัยได้เช่นเดียวกับสายฝากข้อความยามเกิดภัยพิบัติ
บริการนี้เปิดให้ใช้งานเฉพาะเมื่อเกิดภัยพิบัติขนาดใหญ่
คุณสามารถลงทะเบียนข้อมูลความปลอดภัยของตนเองบนกระดาน และให้เพื่อนหรือครอบครัวตรวจสอบข้อมูลนั้นได้
ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือแต่ละรายมีบริการของตนเอง จึงควรตรวจสอบว่าผู้ให้บริการที่คุณใช้มีบริการใดบ้าง

Wi-Fi สาธารณะ “00000JAPAN” ที่เปิดให้ใช้ฟรี

“00000JAPAN” คือบริการ Wi-Fi สาธารณะที่เปิดให้ใช้งานฟรีเมื่อเกิดภัยพิบัติ
หลังเกิดภัยพิบัติ ปริมาณการสื่อสารจะเพิ่มขึ้น ทำให้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ยาก และติดต่อเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยหรือรับข้อมูลเกี่ยวกับภัยพิบัติได้ลำบาก บริการนี้จึงมีประโยชน์ในสถานการณ์ดังกล่าว

เว็บไซต์และบัญชีโซเชียลมีเดียสำหรับข้อมูลภัยพิบัติที่ถูกต้อง

หลังเกิดภัยพิบัติ มักมีข้อมูลที่ไม่แน่นอนและสร้างความวิตกกังวลแพร่กระจายออกไป
ในสถานการณ์เช่นนี้ ให้ตรวจสอบเว็บไซต์และบัญชีโซเชียลมีเดียด้านล่าง
ขอแนะนำให้บันทึกไว้ในบุ๊กมาร์กและกดติดตามตั้งแต่ตอนนี้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภัยพิบัติในญี่ปุ่น

Q

เมื่อเกิดแผ่นดินไหวควรระวังอะไร?

A

ป้องกันศีรษะและรอจนแรงสั่นสะเทือนสงบลงในจุดที่ปลอดภัย

Q

หลังแผ่นดินไหวสงบลงควรไปที่ไหน?

A

ให้ไปยังพื้นที่อพยพใกล้เคียง หากเกิดสึนามิ สิ่งสำคัญคือต้องไปยังพื้นที่สูง เช่น เนินเขา

Q

หลังเกิดแผ่นดินไหว อาฟเตอร์ช็อกจะทำให้พื้นสั่นต่อเนื่องตลอดเวลาหรือไม่?

A

อาฟเตอร์ช็อกไม่ได้ทำให้พื้นสั่นต่อเนื่องตลอดเวลา แต่จะเกิดแรงสั่นสะเทือนเป็นระยะ

Q

อาคารสูงทนต่อแผ่นดินไหวได้หรือไม่?

A

ขึ้นอยู่กับโครงสร้าง เช่น ระบบต้านทานแผ่นดินไหวหรือระบบแยกแรงสั่นสะเทือน แต่แผ่นดินไหวบางประเภทอาจทำให้รู้สึกว่าอาคารสูงสั่นไหวมากกว่า

บทสรุป

บทความนี้ได้แนะนำความรู้ที่จำเป็นและวิธีปฏิบัติตัวเมื่อเกิดภัยพิบัติประเภทต่าง ๆ ที่มีโอกาสเกิดขึ้นสูงในญี่ปุ่น
โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นบ่อยจนได้ชื่อว่าเป็นประเทศแห่งแผ่นดินไหว จึงควรมีความรู้เกี่ยวกับแผ่นดินไหวให้พร้อม
เพื่อเตรียมรับเหตุฉุกเฉิน ควรบันทึกหน้านี้ไว้ในบุ๊กมาร์กเพื่อเปิดดูได้ทันที และติดตั้ง Safety tips ไว้ล่วงหน้า