
【คู่มือการเดินทางซัปโปโระ】สรุปวิธีเดินทางหลักในเมืองซัปโปโระและข้อมูลสุดคุ้ม
ถ้าอยากเที่ยวซัปโปโระให้คล่องตัว เรื่องการเดินทางถือว่าสำคัญไม่น้อย เพราะเมืองใหญ่ของฮอกไกโดแห่งนี้มีเครือข่ายคมนาคมที่พัฒนาอย่างดี และเที่ยวได้ด้วยระบบขนส่งสาธารณะโดยไม่ต้องเช่ารถยนต์
แต่ด้วยตัวเลือกที่มีอยู่หลายแบบ หลายคนก็อาจสับสนว่าแบบไหนเหมาะกับตัวเองที่สุด
บทความนี้จะสรุปวิธีเดินทางหลัก ตั๋วโดยสารสุดคุ้ม และข้อควรรู้สำหรับการเดินทางในฤดูหนาว เพื่อให้คุณเที่ยวในเมืองซัปโปโระได้อย่างสะดวกและประหยัดมากขึ้น
วิธีเดินทางหลักสำหรับเที่ยวซัปโปโระ
ถ้าจะเที่ยวในซัปโปโระ วิธีเดินทางหลัก ๆ มีอยู่ 3 แบบดังนี้
- รถไฟใต้ดินสำหรับการเดินทางในเมือง
- รถรางที่วิ่งครอบคลุมบางพื้นที่
- รถบัสประจำทางสำหรับไปชานเมือง
แม้ JR จะผ่านสถานีหลักอย่างซัปโปโระ แต่จำนวนสถานีภายในเมืองมีไม่มาก และไม่ค่อยสะดวกสำหรับการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว
จึงมักใช้เป็นหลักเมื่อเดินทางจากซัปโปโระไปยังนอกเมือง
รถไฟใต้ดิน: เดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวและย่านยอดนิยมได้สะดวก
ถ้าเน้นเที่ยวในเมือง รถไฟใต้ดินถือเป็นตัวเลือกที่ใช้งานสะดวกมาก ซัปโปโระมีรถไฟใต้ดิน 3 สาย ได้แก่ สายนัมโบกุ สายโทไซ และสายโทโฮ
สามารถเดินทางไปได้เกือบทุกพื้นที่ในเมือง และแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมหลายแห่ง เช่น หอคอยโทรทัศน์ซัปโปโระ สวนโอโดริ และย่านบันเทิงชื่อดังอย่างซูซูกิโนะ ก็อยู่ในระยะเดินจากสถานีรถไฟใต้ดิน
หากเดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน สถานีโอโดริซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อของทั้ง 3 สายจะเป็นศูนย์กลางสำคัญ
แผนที่เส้นทางแบ่งสีแต่ละสายไว้อย่างชัดเจน และป้ายเปลี่ยนสายก็เข้าใจง่าย จึงเหมาะใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงระหว่างเที่ยว
นอกจากนี้ รถไฟใต้ดินยังรองรับบัตรโดยสาร IC หลัก ๆ เช่น Suica, ICOCA, Kitaca และ PASMO
| ชื่อสาย (สี) | ช่วงสถานี | แหล่งท่องเที่ยวดัง (สถานีใกล้สุด) |
|---|---|---|
| สายนัมโบกุ (สีเขียว) | สถานีอาซาบุ–สถานีมากุโรมานาอิ (ทั้งหมด 16 สถานี) |
สวนนากาจิมะ (สถานีนากาจิมะโคเอ็น) ซูซูกิโนะ (สถานีซูซูกิโนะ) |
| สายโทไซ (สีส้ม) | สถานีมิยาโนะซาวะ–สถานีชินซัปโปโระ (ทั้งหมด 19 สถานี) |
สวนชิโรอิโคอิบิโตะ (สถานีมิยาโนะซาวะ) สวนมารุยามะ (สถานีมารุยามะโคเอ็น) |
| สายโทโฮ (สีน้ำเงิน) | สถานีซากาเอะมาจิ–สถานีฟุคุซูมิ (ทั้งหมด 14 สถานี) |
หอคอยโทรทัศน์ซัปโปโระ (สถานีโอโดริ) จุดชมวิวซัปโปโระฮิตสึจิงาโอกะ (สถานีฟุคุซูมิ) |

ถ้าใช้ตั้งแต่ 3 เที่ยวขึ้นไปต่อวัน ตั๋ว “ตั๋วรถไฟใต้ดิน 1 วัน” และ “โดนิจิกะคิปปุ” จะคุ้มกว่า
หากมีแผนเที่ยวหลายแห่งใน 1 วัน แนะนำให้ซื้อตั๋วแบบเหมาจ่ายไม่จำกัดเที่ยว ได้แก่ “ตั๋วรถไฟใต้ดิน 1 วัน” หรือ “โดนิจิกะคิปปุ”
| ตั๋วโดยสาร | วันที่ใช้ได้ | ราคา | สถานที่ซื้อ |
|---|---|---|---|
| ตั๋วรถไฟใต้ดิน 1 วัน | ไม่กำหนดวัน |
・ผู้ใหญ่ 830 เยน ・เด็ก 420 เยน |
ตู้จำหน่ายตั๋วในสถานีรถไฟใต้ดิน จุดจำหน่ายตั๋วรายเดือน เป็นต้น |
| โดนิจิกะคิปปุ |
วันเสาร์ วันอาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และช่วงปีใหม่ (29 ธันวาคม–3 มกราคม) |
・ผู้ใหญ่ 520 เยน ・เด็ก 260 เยน |
ตู้จำหน่ายตั๋วในสถานีรถไฟใต้ดิน สำนักงานสถานีรถไฟใต้ดิน จุดจำหน่ายตั๋วรายเดือน เป็นต้น |
ถ้าเที่ยวซัปโปโระในวันเสาร์ อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ ควรเลือกใช้โดนิจิกะคิปปุที่มีราคาถูกกว่า
โดยทั่วไป หากใช้โดนิจิกะคิปปุขึ้นรถไฟใต้ดินอย่างน้อย 3 เที่ยวต่อวัน หรือใช้ตั๋วรถไฟใต้ดิน 1 วันอย่างน้อย 3 เที่ยว ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว
ทั้งสองแบบรับชำระด้วยเงินสดเท่านั้น ดังนั้นอย่าลืมเตรียมไว้ล่วงหน้า

รถราง: วิ่งให้บริการในพื้นที่ที่รถไฟใต้ดินไปไม่ถึง
ถ้าอยากไปพื้นที่ฝั่งตะวันตกของเมืองที่รถไฟใต้ดินไม่ครอบคลุม รถรางก็เป็นอีกตัวเลือกที่เหมาะในซัปโปโระ โดยให้บริการแบบวงแหวน ทั้งทิศทางด้านในและด้านนอก
มักใช้เดินทางไปยังซูซูกิโนะ ถนนช้อปปิ้งทานุกิโคจิ สวนนากาจิมะ และภูเขาโมอิวะ เป็นต้น
สามารถชำระค่าโดยสารด้วยเงินสดหรือบัตรโดยสาร IC หลัก เช่น Suica, ICOCA, Kitaca, PASMO และ SAPICA
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับรถไฟใต้ดินแล้ว รถรางวิ่งช้ากว่าและอาจต้องรอสัญญาณไฟ จึงควรเผื่อเวลาในการเดินทาง
วิธีขึ้นรถรางและการชำระค่าโดยสารที่ควรรู้
การขึ้นรถรางมีกฎง่าย ๆ คือ ขึ้นจากประตูกลาง และลงจากประตูด้านหน้า
ค่าโดยสารราคาเดียว 230 เยน (เด็ก 120 เยน) โดยชำระตอนลงรถด้วยเงินสด (ใส่ในกล่องค่าโดยสาร) หรือบัตร IC (แตะที่เครื่องอ่าน)
หากชำระด้วยเงินสดจะไม่มีเงินทอน จึงควรเตรียมเหรียญให้พร้อม หรือแลกเงินกับเครื่องแลกในรถ
ถ้าไม่อยากยุ่งยากเรื่องเงินสด แนะนำให้ทำบัตร IC หรือซื้อตั๋ว 1 วันตามที่กล่าวถึงด้านล่าง

ตั๋วเหมาจ่าย 1 วันที่คุ้มค่า และซื้อได้บนรถด้วย
ถ้าใช้รถรางหลายเที่ยวในวันเดียว ก็มีตั๋วแบบเหมาจ่าย 1 วันให้เลือกอยู่ 3 ประเภทดังนี้
เมื่อเทียบกับค่าโดยสารปกติเที่ยวละ 230 เยนแล้ว ถือว่าคุ้มมาก
สำหรับ “ตั๋วรถรางซัปโปโระ 1 วัน” และ “โดซังโกะพาส” สามารถแจ้งพนักงานขับรถขณะรถจอดเพื่อซื้อบนรถได้ (รับเฉพาะเงินสด)
| ประเภท | ราคา | ระยะเวลา | สถานที่ซื้อ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| ตั๋วรถรางซัปโปโระ 1 วัน |
ผู้ใหญ่: 570 เยน เด็ก: 290 เยน |
ไม่กำหนดวัน | บนรถราง เคาน์เตอร์สถานีรถไฟใต้ดิน และแบบมือถือ เป็นต้น | ไม่มี |
| โดซังโกะพาส |
460 เยน (ผู้ใหญ่ 1 คน + เด็ก 2 คน) |
วันเสาร์ วันอาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และช่วงปีใหม่ (29/12–3/1) | บนรถราง เคาน์เตอร์สถานีรถไฟใต้ดิน และแบบมือถือ เป็นต้น | 1 ใบใช้ได้สำหรับเด็กไม่เกิน 2 คน |
| ตั๋วรถรางซัปโปโระ 24 ชั่วโมง |
ผู้ใหญ่: 840 เยน เด็ก: 420 เยน |
24 ชั่วโมงนับจากเริ่มใช้งาน | แอปแนะนำการต่อรถ | ต้องใช้แอปในการซื้อและใช้งาน |
เพลิดเพลินกับวิวระหว่างทางจากหน้าต่างรถรางอย่างช้า ๆ
อีกเสน่ห์ของรถรางคือจังหวะการวิ่งที่ค่อย ๆ ผ่านตัวเมืองซัปโปโระ ทำให้มีเวลาชมทิวทัศน์ของเมืองได้เพลิน ๆ
โดยเฉพาะช่วงต่อไปนี้ เป็นจุดที่สามารถเห็นวิวแบบฉบับซัปโปโระได้ชัดเจน จึงไม่ควรพลาด
- นิชิ 4 โจเมะ–นิชิ 15 โจเมะ
- ช่วงที่สามารถมองเห็นสนามกระโดดสกีโอกุรายามะอยู่ไกลออกไปเหนือเมืองซัปโปโระ
- ฮิงาชิทุนเด็นโดริ–ชูโอ โทโชคังมาเอะ
- ช่วงที่สามารถเพลิดเพลินกับวิวเชิงเขาของภูเขาโมอิวะ
- นิชิ 4 โจเมะ–ซูซูกิโนะ
- ในช่วงจัดงานซัปโปโระไวท์อิลลูมิเนชัน สามารถชมไฟประดับบนถนนเอกิมาเอะโดริพร้อมวิวหิมะได้

ดีไซน์รถหลากหลายแบบก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของรถราง
รถรางของซัปโปโระมีหลายรุ่น แต่ละคันมีดีไซน์และเอกลักษณ์ต่างกัน
ระหว่างใช้บริการ ลองสังเกตรูปลักษณ์ของตัวรถไปด้วยก็จะยิ่งสนุกขึ้น
- Polaris / Sirius
- จุดเด่นคือรูปลักษณ์ล้ำสมัย และหน้าต่างบานใหญ่ที่ช่วยให้ชมวิวเมืองได้ง่าย
- รถหมายเลข 241
- ผลิตในซัปโปโระ และมีเสน่ห์แบบย้อนยุคจนเคยปรากฏในภาพยนตร์
- รถไฟยูกิ มิกุ
- รถลิมิเต็ดเฉพาะฤดูหนาวที่วิ่งตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนมีนาคม ตกแต่งด้วยภาพประกอบของฮัตสึเนะ มิกุ

รถบัสประจำทาง: วิธีหลักสำหรับการเดินทางไปชานเมือง
ถ้าจะเดินทางออกจากใจกลางเมืองไปยังจุดต่าง ๆ รอบซัปโปโระ รถบัสประจำทางก็มักเป็นตัวเลือกหลัก โดยภายในเมืองมีรถบัสหลัก 3 บริษัทวิ่งครอบคลุมพื้นที่ต่าง ๆ
| ชื่อสาย | แหล่งท่องเที่ยวที่เดินทางไปได้ |
|---|---|
| Hokkaido Chuo Bus |
จุดชมวิวฮิตสึจิงาโอกะ สวนโมเอเระนุมะ |
| JR Hokkaido Bus |
ศาลเจ้าฮอกไกโด พิพิธภัณฑ์ฮอกไกโด |
| Jotetsu Bus |
โจซังเคออนเซ็น ราเมงโยโกโจ |
สำหรับการเดินทางภายในย่านใจกลางเมือง เช่น สถานีซัปโปโระ สถานีโอโดริ และซูซูกิโนะ รถไฟใต้ดินหรือรถรางมักสะดวกกว่า จึงอาจไม่ค่อยมีโอกาสใช้รถบัสมากนัก
แต่หากจะไปแหล่งท่องเที่ยวชานเมือง เช่น จุดชมวิวซัปโปโระฮิตสึจิงาโอกะ หรือสวนโมเอเระนุมะ แนะนำให้ใช้รถบัสประจำทาง
การชำระค่าโดยสารรองรับเฉพาะเงินสดและบัตร IC สำหรับการเดินทาง เช่น Suica, ICOCA, Kitaca, PASMO และ SAPICA
ทั้งนี้ รถบัสด่วนบางสายรองรับการชำระด้วยบัตรเครดิต

หากเดินทางไปชานเมืองซัปโปโระบ่อย ควรใช้ “ตั๋ว 1 วัน”
หากมีแผนขึ้นรถบัสหลายเที่ยวในวันเดียว รถบัสประจำทางของทั้ง 2 บริษัท ได้แก่ Hokkaido Chuo Bus และ JR Hokkaido Bus ก็มี “ตั๋ว 1 วัน” แบบขึ้นได้ไม่จำกัดเที่ยวจำหน่ายเช่นกัน
| สาย | ชื่อ | ราคา | สถานที่ซื้อ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| Hokkaido Chuo Bus | ตั๋วรถบัสในเมืองซัปโปโระ 1 วัน (Sapporo City 1DAY Pass) |
ผู้ใหญ่: 900 เยน เด็ก: 450 เยน |
เช่น ฟุคุซูมิเทอร์มินัล | ใช้ได้เฉพาะเขตค่าโดยสารพิเศษในเมืองซัปโปโระ |
| JR Hokkaido Bus | ตั๋วขึ้นไม่อั้น 1 วัน |
ผู้ใหญ่: 1,000 เยน เด็ก: 500 เยน |
เฉพาะออนไลน์ | ใช้ได้เฉพาะเส้นทางในเขตซัปโปโระ |
ทั้งสองบริษัทจำกัดพื้นที่การใช้งาน จึงควรตรวจสอบให้ดี
โดยเฉพาะเขตค่าโดยสารพิเศษของ “ตั๋วรถบัสในเมืองซัปโปโระ 1 วัน (Sapporo City 1DAY Pass)” ที่อาจเข้าใจยากเล็กน้อย แนะนำให้จำง่าย ๆ ว่าเป็นช่วงที่ค่าโดยสารอยู่ในระดับ 240 เยน หรือ 270 เยน หากนั่งเกินเขตที่กำหนด จะต้องชำระส่วนต่างเพิ่มเติม
ส่วน “ตั๋วขึ้นไม่อั้น 1 วัน” ที่ครอบคลุมเขตซัปโปโระนั้น สามารถเดินทางไปถึงสถานีโอตารุและสถานีคิตาฮิโรชิมะได้ด้วย ดังนั้นหากไม่ได้ไปไกลมากก็มักไม่มีปัญหา
หากวางแผนขึ้นรถบัสของบริษัทนั้นอย่างน้อย 4 เที่ยวใน 1 วัน การซื้อตั๋ว 1 วันจะคุ้มกว่า

จุดสำคัญที่ควรรู้เมื่อต้องเดินทางในซัปโปโระช่วงฤดูหนาว
พอเข้าสู่ฤดูหนาว การเดินทางในซัปโปโระจะมีจุดที่ต้องใส่ใจเพิ่มขึ้นพอสมควร แม้จะเป็นเมืองใหญ่ แต่หิมะตกมาก และอุณหภูมิเฉลี่ยก็มักต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง
ความหนาวนั้นรุนแรงกว่าที่หลายคนคิด และถนนที่กลายเป็นน้ำแข็งก็มักส่งผลต่อการเดินทางทั้งด้วยขนส่งสาธารณะและการเดินเท้า
หากคุณวางแผนเที่ยวซัปโปโระในฤดูหนาว อย่าลืมเช็ก 2 ข้อต่อไปนี้ไว้ด้วย
ในฤดูหนาวของซัปโปโระ ควรใช้รถไฟใต้ดินให้มากที่สุด
ในช่วงฤดูหนาว แม้จะมีระบบกำจัดหิมะที่ดี ทำให้รถรางและรถบัสยังคงให้บริการ แต่ก็ยังมีโอกาสเกิดความล่าช้าจากถนนลื่นหรือรถติดได้ง่าย
นอกจากนี้ สถานีและป้ายรถบัสหลายแห่งอยู่กลางแจ้ง การต้องรอรถท่ามกลางอุณหภูมิติดลบจึงเป็นภาระไม่น้อย
ในทางกลับกัน รถไฟใต้ดินแทบไม่ได้รับผลกระทบจากหิมะหรือถนนเป็นน้ำแข็ง ทำให้กังวลเรื่องความล่าช้าน้อยกว่า
ชานชาลายังอยู่ภายในอาคาร จึงอุ่นและสบายกว่าด้านนอกอย่างชัดเจน
เพราะฉะนั้น หากเที่ยวซัปโปโระในฤดูหนาว แนะนำให้วางแผนการเดินทางโดยใช้รถไฟใต้ดินเป็นหลัก

พยายามลดเวลาเดินเท้าให้สั้นที่สุด
เวลาอยู่ในซัปโปโระช่วงอุณหภูมิติดลบ การเดินนาน ๆ จะเหนื่อยกว่าที่คิดมาก
ดังนั้น ควรเลือกสถานีหรือป้ายรถที่อยู่ใกล้จุดหมายให้มากที่สุด เพื่อให้ลงแล้วถึงแหล่งท่องเที่ยวได้เร็ว
หากเที่ยวแถวสถานีซัปโปโระหรือบริเวณสวนโอโดริ ลองพิจารณาใช้ทางเดินใต้ดินยาวประมาณ 520 เมตร “ทางเดินใต้ดินเอกิมาเอะโดริ ซัปโปโระ (Chi-Ka-Ho)” ที่เชื่อมระหว่างสถานีซัปโปโระและสถานีโอโดริของสายนัมโบกุ
ภายในทางเดินใต้ดินนี้มีระบบทำความร้อน จึงช่วยให้เดินทางได้สบายแม้ในฤดูหนาว

การเดินทางจากสนามบินนิวชิโตเสะไปยังเมืองซัปโปโระ
หลังจากมาถึงฮอกไกโดแล้ว วิธีเข้าเมืองซัปโปโระจาก “สนามบินนิวชิโตเสะ” หลัก ๆ มีอยู่ 2 แบบ คือ JR Rapid Airport และรถบัสสนามบิน
JR Rapid Airport ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ค่าโดยสารเที่ยวเดียว 1,230 เยน ถือเป็นวิธีที่เร็วที่สุดและมีราคาค่อนข้างประหยัดสำหรับการเข้าเมือง
อย่างไรก็ตาม ในบางช่วงเวลาอาจมีผู้โดยสารหนาแน่น และหากมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ก็อาจรู้สึกไม่สะดวกนัก
ส่วนรถบัสสนามบินมีข้อดีคือแทบจะได้นั่งแน่นอน ขึ้นลงง่าย และยังมีรถตรงไปยังจุดหมายอื่นนอกเหนือจากสถานีซัปโปโระด้วย จึงสะดวกมาก
ทั้งสองแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ควรเลือกให้เหมาะกับปริมาณสัมภาระ ย่านที่พัก และตารางการเดินทางของคุณ
| วิธีเดินทาง | ระยะเวลา | ค่าโดยสาร |
|---|---|---|
| JR Rapid Airport ไปซัปโปโระ (สถานีสนามบินนิวชิโตเสะ - สถานี JR ซัปโปโระ) | ประมาณ 40 นาที | 1,230 เยน |
|
รถบัสสนามบิน (ชานชาลา 14 และ 22 ของสถานีขนส่งสนามบินนิวชิโตเสะ - ใจกลางซัปโปโระ ※ เช่น สถานีซัปโปโระ สวนโอโดริ ซูซูกิโนะ) |
ประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที | 1,300 เยน |

การเดินทางจากซัปโปโระไปยังแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในฮอกไกโด
ถ้ามีเวลาเที่ยวมากกว่าหนึ่งวัน จากซัปโปโระก็สามารถต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในฮอกไกโดได้อีกหลายแห่ง
ฮอกไกโดถือเป็นหนึ่งในจุดหมายท่องเที่ยวชั้นนำของญี่ปุ่น เต็มไปด้วยสถานที่น่าเที่ยวมากมาย
ดังนั้น หากมีโอกาสมาเยือนฮอกไกโด การเพิ่มเมืองอื่นเข้าไปในทริปนอกเหนือจากซัปโปโระก็น่าจะทำให้การเดินทางของคุณคุ้มค่ายิ่งขึ้น
การเดินทางจากซัปโปโระไปโจซังเค
ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากในเมือง “โจซังเค (Jozankei)” ก็เป็นจุดหมายที่ไปได้ไม่ยากจากซัปโปโระ อยู่ห่างจากใจกลางเมืองออกไปเล็กน้อย และมีเสน่ห์จากธรรมชาติอุดมสมบูรณ์กับย่านออนเซ็น
ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติชิโกสึ-โทยะ มีหุบเขาและป่าไม้รายล้อม สามารถเพลิดเพลินกับธรรมชาติและกิจกรรมตามฤดูกาลได้
อีกทั้ง “โจซังเคออนเซ็น” ซึ่งเป็นแหล่งออนเซ็นที่ประกอบด้วยบ่อน้ำพุร้อน 4 แห่ง ก็เหมาะสำหรับการแช่น้ำร้อนท่ามกลางวิวธรรมชาติอย่างผ่อนคลาย
ภายในพื้นที่ยังมีร้านอาหารกระจายอยู่หลายแห่ง จึงเหมาะสำหรับผู้ที่อยากใช้เวลาเงียบ ๆ ห่างจากความวุ่นวายในเมือง
อีกข้อดีคือเดินทางง่าย โดยนั่งรถบัสตรงจากสถานี JR ซัปโปโระประมาณ 1 ชั่วโมง
- เส้นทาง
-
1. เดินจาก “ทางออกทิศใต้สถานี JR ซัปโปโระ” ไปยังจุดขึ้นลงรถบัสหน้าสถานีซัปโปโระ [ชานชาลาหมายเลข 26 และ 27] (ประมาณ 5–6 นาที)
2. ขึ้น “Jotetsu Bus หรือ Kappa Liner” จาก “Sapporo Ekimae” แล้วลงที่ “Jozankei” - ระยะเวลา
- ประมาณ 1 ชั่วโมง

การเดินทางจากซัปโปโระไปฮาโกดาเตะ
ถ้าคิดจะขยับลงไปทางใต้ของฮอกไกโด “ฮาโกดาเตะ (Hakodate)” เป็นเมืองท่าที่มีบรรยากาศต่างจากซัปโปโระพอสมควร และอากาศก็ค่อนข้างอบอุ่นกว่าเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นในภูมิภาค
เมืองนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่ผสานบรรยากาศต่างประเทศ ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติไว้อย่างลงตัว
ฮาโกดาเตะเปิดท่าเรือในช่วงปลายยุคบาคุมัตสึ ทำให้ได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตจากต่างประเทศ โดยยังคงมีสถานที่อย่างโบสถ์คาทอลิกโมโตมาจิและอาคารสาธารณะเก่าฮาโกดาเตะวอร์ดที่ช่วยสร้างบรรยากาศย้อนยุคมาจนถึงปัจจุบัน
อีกหนึ่งไฮไลต์คือวิวจากภูเขาฮาโกดาเตะ ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสามวิวกลางคืนที่สวยที่สุดของโลก และดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
การเดินทางจากซัปโปโระไปฮาโกดาเตะมีหลายวิธี แต่ที่นี่จะขอแนะนำ 2 แบบ คือเครื่องบินที่เร็วที่สุดโดยต่อผ่านสนามบินนิวชิโตเสะ และรถไฟที่นั่งตรงได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน
เดินทางโดยเครื่องบิน
- เส้นทาง
-
1. ขึ้น JR Rapid Airport จาก “สถานี JR ซัปโปโระ” ไปลงที่ “สถานีสนามบินนิวชิโตเสะ” แล้วเดินต่อไปยัง “สนามบินนิวชิโตเสะ”
2. ขึ้นเครื่องบินเที่ยวบิน “สนามบินนิวชิโตเสะ” ไป “สนามบินฮาโกดาเตะ” (เช่น ANA หรือ JAL) แล้วเดินทางไปยัง “สนามบินฮาโกดาเตะ”
3. เดินไปยังสถานีรถบัสจาก “สนามบินฮาโกดาเตะ” แล้วขึ้นรถบัสสนามบินหรือรถชัตเทิลบัสมุ่งหน้าสถานีฮาโกดาเตะ จากนั้นลงที่ “สถานีฮาโกดาเตะ”
※ โปรดทราบว่าเที่ยวบินมีเพียงวันละ 2 เที่ยว - ระยะเวลา
- ประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที
เดินทางโดยรถไฟ
- เส้นทาง
- 1. ขึ้นรถไฟด่วนพิเศษ JR Hokuto จาก “สถานี JR ซัปโปโระ” มุ่งหน้าไปฮาโกดาเตะ แล้วลงที่ “สถานีฮาโกดาเตะ”
- ระยะเวลา
- ประมาณ 3 ชั่วโมง 50 นาที
หากอยากรู้จักเสน่ห์ของฮาโกดาเตะให้มากขึ้น ลองดูบทความนี้ที่คัดทั้งแหล่งท่องเที่ยวและของกินแนะนำมาให้แล้ว

การเดินทางจากซัปโปโระไปโอตารุ
สำหรับทริปสั้น ๆ จากซัปโปโระ “โอตารุ (Otaru)” เป็นเมืองท่าที่เดินทางง่ายและบรรยากาศชวนเดินเล่นมาก ตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางของชายฝั่งตะวันตกฮอกไกโด หันหน้าออกสู่ทะเลญี่ปุ่นและอ่าวอิชิคาริ
ที่นี่ขึ้นชื่อในฐานะเมืองแห่งซูชิ โดยมีร้านมากกว่า 120 แห่งกระจายอยู่ทั่วเมือง แข่งขันกันด้วยรสชาติอันประณีต
เสน่ห์ของโอตารุคือทิวทัศน์เมืองที่ชวนให้นึกถึงวันวาน และยังคงมีกลิ่นอายความรุ่งเรืองในยุคที่เฟื่องฟูจากท่าเรือ รถไฟ และการประมงปลาเฮร์ริง
อาคารประวัติศาสตร์ที่เป็นสัญลักษณ์ เช่น คลองโอตารุ ก็ช่วยสะท้อนภาพลักษณ์แบบคลาสสิก ทำให้แค่เดินเล่นก็เพลินได้แล้ว
สำหรับวิธีเดินทางและระยะเวลาจากซัปโปโระไปโอตารุ สามารถดูได้จากข้อมูลด้านล่าง
- เส้นทาง
-
1. ขึ้น JR Rapid Airport จาก “สถานี JR ซัปโปโระ” มุ่งหน้าไปโอตารุ แล้วลงที่ “สถานีโอตารุ”
※ หากขึ้นรถไฟธรรมดา (JR สายหลักฮาโกดาเตะ มุ่งหน้าโอตารุ) จะใช้เวลาประมาณ 50 นาที โปรดระวัง - ระยะเวลา
- ประมาณ 35 นาที
อย่าลืมดูบทความนี้ที่คัดเลือกจุดเที่ยวยอดนิยมของโอตารุมาให้ด้วย

การเดินทางจากซัปโปโระไปฟุราโนะ
ถ้าอยากเห็นอีกบรรยากาศของฮอกไกโด “ฟุราโนะ (Furano)” ก็เป็นจุดหมายที่หลายคนนึกถึง ตั้งอยู่ตอนกลางของเกาะและเป็นแอ่งกระทะที่ล้อมรอบด้วยภูเขา
ที่นี่มีชื่อเสียงจากทุ่งลาเวนเดอร์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยภาพทุ่งสีม่วงกว้างใหญ่เชิงเขาไดเซ็ตสึซังถือเป็นไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด
เมืองนี้ยังโดดเด่นด้านกีฬาฤดูหนาว การเล่นสกีและสโนว์บอร์ดท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ก็ให้ประสบการณ์ที่ต่างออกไป
นอกจากนี้ ยังขึ้นชื่อเรื่องผักผลไม้สด เช่น เมลอนและหัวหอม จึงเป็นอีกจุดหมายที่คนรักอาหารไม่ควรมองข้าม
จากซัปโปโระไปฟุราโนะ สามารถเดินทางได้ทั้งรถไฟและรถบัสด่วน ลองเลือกแบบที่สะดวกที่สุดจากข้อมูลด้านล่าง
เดินทางโดยรถไฟ
- เส้นทาง
-
1. ขึ้นรถไฟด่วนพิเศษ JR Lilac หรือ Kamui จาก “สถานี JR ซัปโปโระ” มุ่งหน้าอาซาฮิคาวะ แล้วลงที่ “สถานีทากิกาวะ”
2. จาก “สถานีทากิกาวะ” ขึ้น JR สายเนมุโระมุ่งหน้าสถานีฟุราโนะ แล้วลงที่ “สถานีฟุราโนะ” - ระยะเวลา
- ประมาณ 2 ชั่วโมง 20 นาที
เดินทางโดยรถบัสด่วน
- เส้นทาง
- 1. จาก “สถานีซัปโปโระ” ไปยังซัปโปโระเอกิมาเอะ (ชานชาลาหมายเลข 16) แล้วขึ้น Hokkaido Chuo Bus สาย Kosoku Furano-go จากนั้นลงที่ “หน้าสถานีฟุราโนะ”
- ระยะเวลา
- ประมาณ 3 ชั่วโมง 10 นาที
หากอยากรู้เสน่ห์ของฟุราโนะแบบครบถ้วน ลองอ่านบทความนี้ประกอบกันได้ จะช่วยให้วางแผนเที่ยวได้ลึกขึ้น

การเดินทางจากซัปโปโระไปอาซาฮิคาวะ
“อาซาฮิคาวะ (Asahikawa)” เป็นอีกเมืองที่เดินทางจากซัปโปโระได้ง่าย ตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางของฮอกไกโด และเป็นที่รู้จักว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่หนาวที่สุดของญี่ปุ่น
จากเมืองสามารถมองเห็นแนวเทือกเขาไดเซ็ตสึซังและเทือกเขาโทกาจิดาเกะ ทำให้ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่กลมกลืนอยู่กับตัวเมืองอย่างสวยงาม
ที่นี่มีการจัดงานต่าง ๆ ที่ใช้ประโยชน์จากความหนาว เช่น เทศกาลหิมะและการประกวดแกะสลักน้ำแข็ง จึงทำให้ทิวทัศน์หิมะยิ่งงดงามเป็นพิเศษ
เมื่อพูดถึงอาซาฮิคาวะ หลายคนนึกถึงสวนสัตว์อาซาฮิยามะที่มีชื่อเสียงทั่วประเทศ แต่ที่จริงยังมีจุดน่าสนใจอีกมาก ทั้งวิวทิวทัศน์และอาหารท้องถิ่น เช่น จิงกิสข่านและราเมงอาซาฮิคาวะ
จากซัปโปโระไปอาซาฮิคาวะใช้เวลาโดยรถไฟเพียงประมาณ 1 ชั่วโมง 25 นาที จึงเป็นอีกเมืองที่ไปเที่ยวได้ง่าย
- เส้นทาง
-
1. ขึ้นรถไฟด่วนพิเศษ JR Lilac หรือ Kamui จาก “สถานี JR ซัปโปโระ” มุ่งหน้าอาซาฮิคาวะ แล้วลงที่ “สถานีอาซาฮิคาวะ”
※ หากขึ้นรถไฟธรรมดา (JR สายหลักฮาโกดาเตะ มุ่งหน้าอิวามิซาวะ) จะต้องเปลี่ยนขบวนและใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที โปรดระวัง - ระยะเวลา
- ประมาณ 1 ชั่วโมง 25 นาที
หากอยากรู้จักเสน่ห์ของอาซาฮิคาวะผ่านร้านอาหารยอดนิยมและแหล่งช้อปปิ้ง ลองอ่านบทความนี้ควบคู่กันได้

การเดินทางจากซัปโปโระไปโนโบริเบ็ตสึ
หากอยากแวะเมืองออนเซ็นชื่อดัง “โนโบริเบ็ตสึ (Noboribetsu)” ก็เป็นอีกจุดหมายที่เดินทางจากซัปโปโระได้สะดวก ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด และมีชื่อเสียงในฐานะเมืองออนเซ็นชั้นนำแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น
ที่นี่อุดมไปด้วยน้ำพุร้อนหลากหลายชนิดและปริมาณน้ำมาก โดยเฉพาะน้ำพุกำมะถันที่ผุดขึ้นจากพื้นที่ภูเขาไฟเก่าอย่าง “หุบเขานรก”
นอกจากนี้ ยังมีแหล่งธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของฮอกไกโดอีกมาก เช่น ทะเลสาบคุตตาระที่มีน้ำใส และช่องเขาโอโรฟุเระที่มองเห็นวิวพาโนรามากว้างไกลสุดสายตา
วิธีเดินทางและเวลาที่ใช้จากซัปโปโระไปโนโบริเบ็ตสึมีดังนี้
อีกทั้งยังเดินทางสะดวกจากสนามบินนิวชิโตเสะ จึงเหมาะใช้เป็นอีกหนึ่งฐานสำหรับเที่ยวฮอกไกโด
- เส้นทาง
- 1. ขึ้นรถไฟด่วนพิเศษ JR Hokuto มุ่งหน้าฮาโกดาเตะ หรือ JR Suzuran มุ่งหน้ามุโรรัน จาก “สถานี JR ซัปโปโระ” แล้วลงที่ “สถานีโนโบริเบ็ตสึ”
- ระยะเวลา
- ประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที

บัตร IC ที่ควรมีติดตัวไว้ “Kitaca” และ “SAPICA”
สำหรับคนที่วางแผนใช้ขนส่งสาธารณะในฮอกไกโดหรือในเมืองซัปโปโระ บัตร IC หลักที่พบได้บ่อยคือ “Kitaca” และ “SAPICA”
ความแตกต่างของทั้งสองแบบมีดังนี้
| - | Kitaca | SAPICA |
|---|---|---|
| พื้นที่รองรับ | สถานีในพื้นที่ซัปโปโระและอาซาฮิคาวะ รวมถึงพื้นที่ฮาโกดาเตะ (รวม 75 สถานี) | ภายในเมืองซัปโปโระ |
| ระบบขนส่งที่ใช้ได้ | JR・รถไฟใต้ดิน・รถบัสประจำทาง・รถราง | รถไฟใต้ดิน・รถบัสประจำทาง・รถราง |
| การใช้งานร่วมกับบัตร IC อื่น | ได้ | ไม่ได้ |
| ราคาซื้อ | 2,000 เยน (รวมเงินมัดจำ 500 เยน) | 2,000 เยน (รวมเงินมัดจำ 500 เยน) |
| สถานที่ซื้อ | เคาน์เตอร์ JR Midori no Madoguchi และตู้จำหน่ายตั๋ว (ยกเว้นบางแห่ง) | ตู้จำหน่ายตั๋วรถไฟใต้ดิน เคาน์เตอร์สถานีรถบัส เป็นต้น |
หากจะซื้อสักใบ โดยทั่วไปแนะนำ “Kitaca” เพราะครอบคลุมการใช้งานของ “SAPICA” ด้วย และยังใช้กับ JR รวมถึงพื้นที่อื่นทั่วประเทศได้ ※ ส่วน “SAPICA” มีข้อดีเรื่องการสะสมแต้ม เป็นต้น
นอกจากนี้ ในซัปโปโระยังสามารถใช้บัตร IC อื่นที่นิยมในเขตโตเกียว เช่น “Suica” และ “PASMO” ได้ด้วย ดังนั้นหากมีอยู่แล้วก็นำมาใช้ได้เลย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีเดินทางในซัปโปโระ
Q
ตั๋วเดินทางแบบไหนคุ้มสำหรับการเที่ยวในเมืองซัปโปโระ?
ตั๋วแบบขึ้นได้ไม่จำกัดเที่ยว 1 วัน เช่น “โดนิจิกะคิปปุ (รถไฟใต้ดิน)”, “โดซังโกะพาส (รถราง)” และ “ตั๋วรถบัส 1 วัน Sapporo Walk (รถบัสประจำทาง)” ถือว่าคุ้มค่า
Q
ข้อดีและข้อเสียของการเช่ารถเที่ยวในเมืองซัปโปโระคืออะไร?
ข้อดีคือสามารถเที่ยวได้อย่างอิสระไม่ต้องยึดตามเวลา ส่วนข้อเสียคืออาจเหนื่อยจากการขับรถระยะไกล และหากสภาพอากาศไม่ดี เช่น มีหิมะ ก็อาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
บทสรุป
โดยรวมแล้ว บทความนี้ได้สรุปรายละเอียดของวิธีเดินทางหลักเมื่อเที่ยวซัปโปโระ ตั๋วสุดคุ้ม รวมถึงการเดินทางจากซัปโปโระไปยังแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในฮอกไกโด
ลองใช้ตั๋วแบบขึ้นได้ไม่จำกัดเที่ยว 1 วันและบัตร IC ให้เหมาะกับแผนการเดินทาง เพื่อจะได้เที่ยวฮอกไกโดได้สะดวกขึ้น
และหากอยากวางแผนเที่ยวต่อ บทความนี้ยังได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำในซัปโปโระไว้ให้แล้ว ลองเปิดอ่านควบคู่กันได้เลย