【คู่มือเที่ยวทะเลสาบทาซาวะ】เสน่ห์ของทัศนียภาพลึกลับจากผืนน้ำสีฟ้าราวอัญมณีและขุนเขา

【คู่มือเที่ยวทะเลสาบทาซาวะ】เสน่ห์ของทัศนียภาพลึกลับจากผืนน้ำสีฟ้าราวอัญมณีและขุนเขา

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

หากกำลังมองหาทิวทัศน์ริมทะเลสาบที่ทั้งงดงามและชวนให้รู้สึกลึกลับ “ทะเลสาบทาซาวะ” คือจุดหมายที่น่าแวะมาเยือน
ที่นี่มีชื่อเสียงในฐานะทะเลสาบที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่น และโดดเด่นด้วยผืนน้ำสีโคบอลต์บลูอันงดงาม
บรรยากาศของธรรมชาติโดยรอบจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลและสภาพอากาศ จนดึงดูดผู้คนจำนวนมากให้มาเยือน
ริมทะเลสาบยังมีจุดพลังงานและกิจกรรมพักผ่อนให้เลือกมากมาย จึงเพลิดเพลินได้หลากหลายรูปแบบ
รอบๆ ยังมีร้านอาหารและที่พักกระจายอยู่หลายแห่ง จะมาเพียงเพื่อชมวิวธรรมชาติอย่างเดียวก็น่าเสียดายไม่น้อย
หากอยากดื่มด่ำเสน่ห์ของ “ทะเลสาบทาซาวะ” ให้เต็มที่ เราอยากชวนคุณแวะตามรอยสถานที่ท่องเที่ยวและร้านอาหารที่แนะนำในบทความนี้
แล้วคุณจะได้สัมผัสเสน่ห์ของที่นี่อย่างครบถ้วนแน่นอน

ทะเลสาบทาซาวะเป็นสถานที่แบบไหน?

กลางพื้นที่แผ่นดินด้านในทางตะวันออกของจังหวัดอาคิตะ มีภูเขาโอบล้อม “ทะเลสาบทาซาวะ (Tazawako)” เอาไว้ และที่นี่ก็เป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่น
ความลึกของทะเลสาบอยู่ที่ 423.4 เมตร ส่วนอีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่คนจดจำกันได้ดีก็คือผืนน้ำสีฟ้าราวอัญมณีอันงดงาม
ด้วยความใสของน้ำสูง สีของผิวน้ำจึงเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศ เป็นเฉดสวยหลากหลาย เช่น สีครามและสีหยก
ด้วยความลึกและโทนสีอันลึกลับ จึงได้รับฉายาว่า “ทะเลสาบไบคาลแห่งญี่ปุ่น”
ทิวทัศน์อันงดงามรอบทะเลสาบยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “100 ทิวทัศน์ของญี่ปุ่น”
“ทะเลสาบทาซาวะ” เผยความงามแตกต่างกันไปตามฤดูกาลและช่วงเวลา จึงมีนักท่องเที่ยวมาเยือนอยู่เสมอ
นอกจากนี้ยังมีทัวร์และนิทรรศการที่พาไปทำความรู้จักความลับของความลึกและระบบนิเวศเฉพาะตัวของทะเลสาบ รวมถึง “รูปปั้นเจ้าหญิงทัตสึโกะ” ที่สร้างจากตำนานของ “เจ้าหญิงทัตสึโกะ” ผู้เป็นเจ้าแห่งทะเลสาบ จึงมีจุดน่าสนใจมากกว่าการชมวิวเพียงอย่างเดียว
ถ้าได้ล่องเรือท่องเที่ยว คุณจะได้ชมทิวทัศน์ริมฝั่งและชื่นชมสีของผืนน้ำจากกลางทะเลสาบ ซึ่งเป็นมุมมองที่เห็นไม่ได้จากฝั่ง จึงเป็นกิจกรรมที่น่าแนะนำมาก

ทะเลสาบที่มีชื่อเสียงด้านความลึกของน้ำมากที่สุดในญี่ปุ่น พร้อมผืนน้ำสีโคบอลต์บลูอันงดงาม
ทะเลสาบที่มีชื่อเสียงด้านความลึกของน้ำมากที่สุดในญี่ปุ่น พร้อมผืนน้ำสีโคบอลต์บลูอันงดงาม

ตำนาน “เจ้าหญิงทัตสึโกะ” ที่เล่าขานในทะเลสาบทาซาวะ

ที่ทะเลสาบทาซาวะมีเรื่องเล่าที่สืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณ เรียกว่า “ตำนานเจ้าหญิงทัตสึโกะ”
ครั้งหนึ่งเคยมีหญิงสาวงดงามนามว่า “ทัตสึโกะ” อาศัยอยู่ในดินแดนแห่งนี้
เธออธิษฐานต่อคันนงโอคุระเพื่อขอให้ความงามและความเยาว์วัยคงอยู่ตลอดไป กระทั่งคืนวันที่ครบ 100 วัน จึงได้รับนิมิตให้ดื่มน้ำจากบ่อน้ำพุ
เมื่อน้ำมหัศจรรย์นั้นยิ่งดื่มก็ยิ่งกระหาย และเมื่อทัตสึโกะดื่มจนหมด เธอก็กลายเป็นมังกรและกลายเป็นเจ้าแห่งทะเลสาบทาซาวะตามตำนาน
ภายในบริเวณทะเลสาบทาซาวะจึงมีจุดลึกลับที่เกี่ยวข้องกับตำนานนี้อยู่มากมาย เช่น “รูปปั้นทัตสึโกะ” สีทอง “วัดคันนงทัตสึโกะ” บนฝั่งตะวันออกของทะเลสาบ และ “รูปปั้นเจ้าหญิงทัตสึโกะ” ภายในเขตศาลเจ้าโกซาโนะอิชิ

ศาลเจ้าโกซาโนะอิชิที่ประดิษฐานเจ้าหญิงทัตสึโกะ
ศาลเจ้าโกซาโนะอิชิที่ประดิษฐานเจ้าหญิงทัตสึโกะ

การเดินทางไปทะเลสาบทาซาวะ

สำหรับคนที่วางแผนเดินทางจาก “สนามบินอาคิตะ” ซึ่งเป็นประตูสู่จังหวัดอาคิตะ ไปยัง “ทะเลสาบทาซาวะ” เราสรุปวิธีเดินทางไว้ให้ที่นี่
หากใช้ขนส่งสาธารณะจะใช้เวลาพอสมควร แต่ถ้านั่งแท็กซี่หรือเช่ารถ จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
หากต้องการเดินทางตรงจากสนามบินอาคิตะ ก็ควรพิจารณาใช้แท็กซี่หรือรถเช่าด้วย

เส้นทาง
1. ขึ้นรถลิมูซีนบัสที่ “สนามบินอาคิตะ” และลงที่ “สถานี JR อาคิตะ”
2. ขึ้นรถไฟชินคันเซ็นจาก “สถานี JR อาคิตะ” และลงที่ “สถานีทาซาวะโกะ”
3. จาก “สถานีทาซาวะโกะ” ขึ้นรถบัสอุโกะโคสึ แล้วลงที่ป้าย “ริมทะเลสาบทาซาวะ” จากนั้นเดินถึงทันที
ระยะเวลา
ประมาณ 3 ชั่วโมง

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของทะเลสาบทาซาวะคือช่วงไหน?

“ทะเลสาบทาซาวะ” มีเสน่ห์ต่างกันไปในแต่ละฤดู โดยช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูร้อนจะมีความสดชื่นของต้นไม้เขียวขจี ฤดูใบไม้ร่วงโดดเด่นด้วยใบไม้เปลี่ยนสีริมฝั่ง และฤดูหนาวก็เพิ่มบรรยากาศลึกลับด้วยทิวทัศน์หิมะ
แม้จะเพลิดเพลินกับวิวสวยได้ตลอดทั้งปี แต่ฤดูกาลที่แนะนำมากที่สุดคือฤดูหนาว
ด้วยความลึกของทะเลสาบ ทำให้แม้ในฤดูหนาวก็ไม่กลายเป็นน้ำแข็ง คุณจึงได้ชมภาพงดงามเหนือจริงของริมฝั่งที่ปกคลุมด้วยหิมะและผืนน้ำที่สะท้อนแสงอาทิตย์ฤดูหนาว
ขับรถจาก “ทะเลสาบทาซาวะ” ออกไปราว 30 นาที ก็จะถึง “นิวโตออนเซ็นเคียว” ที่สามารถแช่ออนเซ็นพร้อมชมวิวหิมะได้
เป็นอีกช่วงเวลาที่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น พร้อมดื่มด่ำกับทิวทัศน์หิมะอันสวยงาม

ทะเลสาบทาซาวะในฤดูหนาวกับทิวทัศน์งดงามชวนพิศวง
ทะเลสาบทาซาวะในฤดูหนาวกับทิวทัศน์งดงามชวนพิศวง

มีจุดพลังงานให้เที่ยวครบ! 4 สถานที่ท่องเที่ยวรอบทะเลสาบทาซาวะ

รอบริมทะเลสาบทาซาวะมีสถานที่ท่องเที่ยวกระจายอยู่หลายจุด และที่นี่เราได้คัดมาแนะนำแบบเน้นๆ
มีจุดพลังงานหลายแห่งที่เกี่ยวข้องกับตำนานของ “ทะเลสาบทาซาวะ” พอมาอยู่ท่ามกลางทิวทัศน์ลึกลับจากทะเลสาบอันลึกและงดงาม บรรยากาศรอบๆ ก็ยิ่งชวนให้อยากทำความรู้จักมากขึ้น
หากอยากชมวิวสวยท่ามกลางความเงียบสงบและบรรยากาศลึกลับ ที่นี่ก็เหมาะสำหรับการมาเดตเช่นกัน

1. รูปปั้นทัตสึโกะ

“รูปปั้นทัตสึโกะ” สีทองสูง 2.3 เมตร ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของ “ทะเลสาบทาซาวะ” ในบริเวณคาตาจิริ
เนื่องจากน้ำของ “ทะเลสาบทาซาวะ” มีความเป็นกรดค่อนข้างสูง หากทำจากบรอนซ์จะเกิดออกซิเดชัน จึงมีการปิดทองคำเปลวไว้
รูปปั้นหญิงสาวสีทองอันงดงามที่ตั้งอยู่โดยมี “ทะเลสาบทาซาวะ” สีฟ้าราวอัญมณีเป็นฉากหลัง ดูลึกลับและกลมกลืนกับทิวทัศน์ได้ในทุกฤดูกาล
หากระดับน้ำเหมาะสม ก็สามารถเดินชมอย่างใกล้ชิดจากทางเดินเลียบทะเลสาบได้
ในฤดูหนาวมีตำนานเล่าว่า “ฮาจิโรทาโร” ผู้เป็นคนรักของ “เจ้าหญิงทัตสึโกะ” และเป็นเทพมังกรเช่นกัน จะมาเยือน “ทะเลสาบทาซาวะ” เพื่อใช้เวลาร่วมกัน จึงมีชื่อเสียงในฐานะ “จุดพลังงานด้านความรัก” ด้วย

“รูปปั้นทัตสึโกะ” อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของทะเลสาบทาซาวะ
“รูปปั้นทัตสึโกะ” อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของทะเลสาบทาซาวะ

2. ศาลเจ้าโกซาโนะอิชิ

ศาลเจ้าที่โดดเด่นด้วยเสาโทริอิสีแดงชาดอันงดงาม ตั้งอยู่ใกล้ชายฝั่งด้านเหนือของทะเลสาบทาซาวะ
มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า ในสมัยมุโรมาจิ ผู้บำเพ็ญตนที่ศรัทธาในคุมาโนะกงเก็นเคยใช้สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ฝึกตน และในปี ค.ศ. 1650 เมื่อซาตาเกะ โยชิตากะ เจ้าแคว้นอาคิตะมาล่องเรือชมทะเลสาบทาซาวะ ได้แวะนั่งพักบนก้อนหินที่นี่ จึงเป็นที่มาของชื่อศาลเจ้า
เนื่องจากเป็นศาลเจ้าที่ประดิษฐานเจ้าหญิงทัตสึโกะ ผู้เป็นที่รู้จักจากตำนานมังกร ภายในจึงมีรูปปั้นเจ้าหญิงทัตสึโกะครึ่งล่างเป็นมังกร มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์คาตากาชิระที่เชื่อว่าเธอดื่มแล้วกลายเป็นมังกร และรอบๆ ยังมีจุดต่างๆ เช่น หินกระจกที่เชื่อกันว่าเคยสะท้อนภาพของเธอ

จุดพลังงานด้านความงามที่ประดิษฐานเจ้าหญิงทัตสึโกะ ผู้เป็นที่รู้จักจากตำนานเทพมังกร
จุดพลังงานด้านความงามที่ประดิษฐานเจ้าหญิงทัตสึโกะ ผู้เป็นที่รู้จักจากตำนานเทพมังกร

3. คันซากู (ศาลเจ้าลอยไม้)

ศาลเจ้าที่เล่ากันว่านักกวีไฮกุและซามูไรแห่งแคว้นอาคิตะ มาซึโดะ โซชู เป็นผู้ตั้งชื่อไว้ในปี ค.ศ. 1769 และด้วยความเชื่อที่ว่าสักการะไม้ลอยน้ำขนาดใหญ่ที่พัดมาเกยฝั่ง จึงมีอีกชื่อว่า “ศาลเจ้าลอยไม้”
ตัวศาลเจ้าตั้งยื่นออกไปเหนือทะเลสาบ เมื่อมองจากระยะห่างเล็กน้อย จะเห็นภาพชวนพิศวงราวกับศาลเจ้าลอยอยู่บนผิวน้ำ
ความตัดกันของอาคารศาลเจ้าไม้สีอ่อน น้ำในทะเลสาบสีฟ้าใส และความเขียวชอุ่มรอบศาลเจ้า สร้างเป็นทิวทัศน์ที่ตรึงใจผู้มาเยือน

ศาลเจ้าลึกลับริมทะเลสาบที่ประดิษฐานทัตสึโกะจากตำนานเจ้าหญิงทัตสึโกะ
ศาลเจ้าลึกลับริมทะเลสาบที่ประดิษฐานทัตสึโกะจากตำนานเจ้าหญิงทัตสึโกะ

4. ทาซาวะโกะซาวน่า

สถานที่ที่สามารถสัมผัสประสบการณ์ซาวน่าริมทะเลสาบได้ ณ ริม “ทะเลสาบทาซาวะ” จุดชมวิวซึ่งได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 ทิวทัศน์ของญี่ปุ่น
หลังเพลิดเพลินกับการอบซาวน่าในเต็นท์ซาวน่าที่ทีมงานจัดเตรียมไว้แล้ว ก็สามารถลงไปคูลดาวน์ในทะเลสาบทาซาวะที่เปรียบเสมือนอ่างน้ำธรรมชาติได้ ชายหาดทรายขาวริมทะเลสาบเดินเท้าเปล่าได้สบาย ไม่เจ็บเท้า และต่างจากทะเลตรงที่ผิวไม่เหนียวเหนอะหนะอีกด้วย

เพลิดเพลินกับซาวน่าพร้อมชมวิวสุดตระการตาของทะเลสาบทาซาวะตรงหน้า
เพลิดเพลินกับซาวน่าพร้อมชมวิวสุดตระการตาของทะเลสาบทาซาวะตรงหน้า

ดื่มด่ำวิวสวยและอาหารเลิศรส! 3 ร้านอาหารยอดนิยมรอบทะเลสาบทาซาวะ

รอบๆ “ทะเลสาบทาซาวะ” ไม่ได้มีแค่สถานที่ท่องเที่ยวและจุดถ่ายรูปเท่านั้น แต่ยังมีร้านอาหารกระจายอยู่หลายแห่งด้วย
ในบรรดานั้น เราขอแนะนำร้านที่ให้คุณอิ่มเอมได้ทั้งทิวทัศน์แบบฉบับริมทะเลสาบทาซาวะและรสชาติอาหารแสนอร่อย
ไม่ว่าจะอยากทานอาหารตะวันตก อาหารญี่ปุ่น หรือของหวาน ก็เลือกเพลิดเพลินกับอาหารรอบทะเลสาบทาซาวะได้ตามอารมณ์ในวันนั้น

1. ร้านอาหารริมทะเลสาบ โมริ ORAE

ร้านอาหารสไตล์ยุโรปที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบทาซาวะ ชื่อร้าน “ORAE” มาจากภาษาถิ่นอาคิตะที่แปลว่า “บ้านของฉัน” สื่อถึงความรู้สึกอบอุ่นแบบ “เชิญมาที่บ้านของฉันได้เสมอ”
เมนูมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งพิซซ่าที่ใช้แป้งโฮมเมดทำจากยีสต์ธรรมชาติชิรากามิโคดามะ ซึ่งค้นพบจากเทือกเขาชิรากามิ พาสต้า แฮมเบิร์ก และไส้กรอก
อีกอย่างที่ไม่ควรพลาดคือคราฟต์เบียร์ “โคฮันโนะโมริเบียร์” ที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน เช่น “อาคิตะโคมาจิลาเกอร์” และ “อาจิวาอิ เท็นคู”

ร้านอาหารที่ภูมิใจนำเสนอเมนูหลากหลายจากผักท้องถิ่นและเบียร์สดจากโรงต้ม
ร้านอาหารที่ภูมิใจนำเสนอเมนูหลากหลายจากผักท้องถิ่นและเบียร์สดจากโรงต้ม

2. โซบะโกโร สาขาหน้าสถานีทาซาวะโกะ

หน้าสถานีทาซาวะโกะมี “ตลาดทาซาวะโกะอิจิ” ศูนย์จำหน่ายสินค้าเฉพาะถิ่นที่ดัดแปลงจากบ้านเก่า
ที่นี่เป็นสถานที่บรรยากาศย้อนยุคแบบบ้านโบราณ มีเสน่ห์เฉพาะตัว และจำหน่ายผลผลิตการเกษตร สินค้าพื้นเมือง และสาเกท้องถิ่น
ภายในนั้นมีร้านโซบะแบบญี่ปุ่นขนาดกะทัดรัด รองรับที่นั่งประมาณ 20 ที่ นั่นคือ “ร้านโซบะจูวาริ โซบะโกโร”
สำหรับคนที่สนใจคำว่าโซบะจูวาริ เมนูแนะนำของร้านก็คือโซบะที่ทำจากแป้งบัควีต 100% โดยใช้แป้งโซบะจากทาซาวะโกะและทำเส้นเองภายในร้าน

โซบะจูวาริแท้เนื้อสัมผัสลื่นคอ เสิร์ฟในมุมหนึ่งของบ้านเก่าบรรยากาศย้อนยุค
โซบะจูวาริแท้เนื้อสัมผัสลื่นคอ เสิร์ฟในมุมหนึ่งของบ้านเก่าบรรยากาศย้อนยุค

3. ร้านน้ำผึ้งแห่งขุนเขา

ร้านขายน้ำผึ้งเฉพาะทางในจังหวัดอาคิตะ ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตน้ำผึ้งสำคัญของญี่ปุ่น
ภายในกระท่อมไม้ทรงโดมที่ออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจจากรังผึ้ง มีน้ำผึ้งหลากหลายชนิดวางจำหน่าย ทั้งน้ำผึ้งจากดอกทจิและอะคาเซียที่เก็บได้ในพื้นที่รอบทะเลสาบทาซาวะ ไปจนถึงน้ำผึ้งเลมอน กาแฟ และทานตะวันจากทั้งในและต่างประเทศ
สินค้าทุกชนิดสามารถลองชิมได้ จึงลองค้นหารสชาติที่ถูกใจคุณได้เลย

โลกแห่งน้ำผึ้งที่รวบรวมน้ำผึ้งจากในและต่างประเทศ รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากน้ำผึ้งอย่างหลากหลาย
โลกแห่งน้ำผึ้งที่รวบรวมน้ำผึ้งจากในและต่างประเทศ รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากน้ำผึ้งอย่างหลากหลาย

ทำเลเยี่ยมสำหรับช่วงเวลาสุดพิเศษ! 3 ที่พักยอดนิยมรอบทะเลสาบทาซาวะ

บริเวณรอบ “ทะเลสาบทาซาวะ” โอบล้อมด้วยภูเขาและมีแหล่งออนเซ็นกระจายอยู่หลายแห่ง
บางแห่งเป็นออนเซ็นลับที่ให้คุณแช่น้ำร้อนพร้อมชมทิวทัศน์ดั้งเดิมของญี่ปุ่นในบรรยากาศเงียบสงบแยกจากโลกภายนอก
หากคุณวางแผนจะพักค้างคืนแถว “ทะเลสาบทาซาวะ” อยากแนะนำให้ลองเลือกที่พักที่เรากำลังจะแนะนำต่อไปนี้
เข้าพักแล้วไม่เพียงสะดวกในฐานะฐานสำหรับเที่ยว “ทะเลสาบทาซาวะ” และพื้นที่ใกล้เคียง แต่ยังได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติอันงดงามและออนเซ็นด้วย

1. ทาซาวะโกะ เลค รีสอร์ต ออนเซ็นธรรมชาติ

ที่พักซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบสูงทาซาวะโกะ ณ เชิงเขาอาคิตะโคมากาทาเกะ
อยู่ไม่ไกลจากทะเลสาบทาซาวะ ย่านบ้านซามูไรคาคุโนะดาเตะ และหุบเขาดากิงาเอริ จึงสะดวกอย่างมากสำหรับใช้เป็นฐานท่องเที่ยวรอบทะเลสาบทาซาวะ
มีออนเซ็น 2 แห่ง ได้แก่ “คาตาคุริโนะยุ” ที่ออกแบบสไตล์สวนกระถาง และ “โคคุมาซะโนะยุ” แบบญี่ปุ่นที่มีซุ้มพักและโขดหิน ทั้งสองแห่งมีทั้งบ่อกลางแจ้งและบ่อในร่ม ให้คุณแช่น้ำพุร้อนธรรมดาพร้อมชมทิวทัศน์สี่ฤดูได้อย่างเพลิดเพลิน

รีสอร์ตโฮเทลท่ามกลางธรรมชาติ พร้อมวิวอาคิตะโคมากาทาเกะและทะเลสาบทาซาวะตรงหน้า
รีสอร์ตโฮเทลท่ามกลางธรรมชาติ พร้อมวิวอาคิตะโคมากาทาเกะและทะเลสาบทาซาวะตรงหน้า

2. นัตสึเสะออนเซ็น มิยาโกะวาสุเระ

“มิยาโกะวาสุเระ” เป็นที่พักเพียงแห่งเดียวที่ให้คุณเพลิดเพลินกับ “นัตสึเสะออนเซ็น” ออนเซ็นลับซึ่งเป็นที่รักของคนท้องถิ่นมาตั้งแต่สมัยเอโดะ โดยตั้งอยู่ทางใต้ของ “ทะเลสาบทาซาวะ” และห่างจาก “สถานี JR คาคุโนะดาเตะ” ประมาณ 30 นาทีด้วยรถรับส่งฟรี
เสน่ห์ของที่นี่คือการได้ใช้เวลาพิเศษท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ที่อยู่สุดทางผ่านเส้นทางเลียบหุบเขา และแทบไม่มีสิ่งใดรายล้อม ทำให้รู้สึกเหมือนหลุดออกจากชีวิตประจำวัน
ไม่ว่าจะเป็นบ่อกลางแจ้งส่วนตัวในห้องพัก ห้องอาบน้ำรวม หรือบ่อกลางแจ้งแบบเหมาส่วนตัว คุณก็สามารถผ่อนคลายกับน้ำพุร้อนแบบไหลจากต้นทางไม่ผ่านการหมุนเวียน พร้อมชมทิวทัศน์ดั้งเดิมของญี่ปุ่นได้อย่างเต็มที่

ที่พักออนเซ็นที่ทุกห้องมาพร้อมบ่อกลางแจ้งแบบไหลจากต้นทาง
ที่พักออนเซ็นที่ทุกห้องมาพร้อมบ่อกลางแจ้งแบบไหลจากต้นทาง

3. คิวคามูระ นิวโตออนเซ็นเคียว

ในบรรดานิวโตออนเซ็นเคียวที่มีที่พัก 7 แห่งและบ่อน้ำพุร้อน 7 แบบ “คิวคามูระ นิวโตออนเซ็น” เป็นที่พักที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัยที่สุด
ได้รับการปรับปรุงใหม่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จึงเป็นสถานที่แช่ออนเซ็นที่ทั้งสะดวก สะอาด และทันสมัย แม้อยู่ท่ามกลางย่านออนเซ็นเก่าแก่
ออนเซ็นของที่นี่มี 2 ประเภท ได้แก่ “นิวโตโนะยุ” น้ำแร่ไบคาร์บอเนตสีแดงน้ำตาล อุณหภูมิค่อนข้างอุ่น เหมาะสำหรับบาดแผลและแผลไฟไหม้ และ “ทาซาวะโกะโคเก็นโนะยุ” น้ำแร่กำมะถันสีขาวน้ำนม อุณหภูมิค่อนข้างร้อน ซึ่งเชื่อว่าดีต่อความดันโลหิตสูงและภาวะหลอดเลือดแข็งตัว
ด้วยน้ำพุร้อนธรรมชาติแบบไหลจากต้นทาง 2 ชนิดนี้ คุณจึงเลือกเพลิดเพลินได้เต็มที่ตามคุณสมบัติของน้ำ อุณหภูมิ และความชอบของตัวเอง

“คิวคามูระ นิวโตออนเซ็นเคียว” ที่ทันสมัยที่สุดในย่านนิวโตออนเซ็นเคียว พร้อมสัมผัสทั้งประวัติศาสตร์และคุณภาพน้ำแร่ชั้นเยี่ยม
“คิวคามูระ นิวโตออนเซ็นเคียว” ที่ทันสมัยที่สุดในย่านนิวโตออนเซ็นเคียว พร้อมสัมผัสทั้งประวัติศาสตร์และคุณภาพน้ำแร่ชั้นเยี่ยม

สัมผัสธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และประวัติศาสตร์ของอาคิตะ! 3 สถานที่ท่องเที่ยวรอบทะเลสาบทาซาวะ

เมื่อเที่ยวจุดต่างๆ ของ “ทะเลสาบทาซาวะ” จนเต็มอิ่มแล้ว อยากชวนให้ลองขยับไปเที่ยวสถานที่ที่จะแนะนำต่อจากนี้ด้วย
ขยับออกไปอีกหน่อย คุณจะได้สัมผัสทั้งธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และลึกลับ รวมถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของญี่ปุ่นไปพร้อมกัน

1. หุบเขาดากิงาเอริ

หุบเขาดากิงาเอริเป็นหุบเขายาว 10 กิโลเมตรที่ทอดตัวไปตามลำน้ำทามากาวะตอนกลาง ระหว่างทะเลสาบทาซาวะและคาคุโนะดาเตะ
ว่ากันว่าชื่อนี้มาจากในอดีตเส้นทางภูเขาแคบและชันมาก จนเวลาคนเดินสวนกันต้องโอบกอดกันจึงจะผ่านไปได้
ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นจุดชมความงามของต้นไม้เขียวสดและใบไม้เปลี่ยนสี จึงมีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากมายในฤดูกาลท่องเที่ยว

ความงามของหุบเขาที่แต่งแต้มด้วยสีเขียวสดและใบไม้เปลี่ยนสี ชวนประทับใจอย่างแน่นอน
ความงามของหุบเขาที่แต่งแต้มด้วยสีเขียวสดและใบไม้เปลี่ยนสี ชวนประทับใจอย่างแน่นอน

2. ย่านบ้านซามูไรคาคุโนะดาเตะ

ที่เมืองคาคุโนะดาเตะ จังหวัดเซ็มโบกุ จังหวัดอาคิตะ ยังคงมีทิวถนนเก่าแก่หลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน โดยสร้างขึ้นในช่วงต้นสมัยเอโดะประมาณปี ค.ศ. 1620 โดยตระกูลอาชินะ และต่อมาเจริญรุ่งเรืองในฐานะเมืองปราสาทของตระกูลซาตาเกะสายเหนือ อีกทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารดั้งเดิมสำคัญของประเทศด้วย
ภายในพื้นที่นี้มี “ถนนบ้านซามูไร” ซึ่งเรียงรายไปด้วยคฤหาสน์ที่เคยเป็นของชนชั้นซามูไรในอดีต

พื้นที่ที่สามารถชมทิวถนนงดงามมีเสน่ห์ โดยมีรั้วไม้สีดำและบ้านซามูไรเรียงราย
พื้นที่ที่สามารถชมทิวถนนงดงามมีเสน่ห์ โดยมีรั้วไม้สีดำและบ้านซามูไรเรียงราย

3. ภูเขาอาคิตะโคมากาทาเกะ

เทือกเขาที่มีความสูง 1,637 เมตร สูงที่สุดในจังหวัดอาคิตะ และประกอบด้วยยอดเขาต่างๆ เช่น เมะดาเกะ และโอดาเกะ
ที่นี่มีอีกชื่อหนึ่งว่า “ภูเขาแห่งดอกไม้” โดยในช่วงประมาณเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมของทุกปี จะมีพืชอัลไพน์บานสะพรั่งคอยสร้างความเพลิดเพลินให้เหล่านักเดินเขา
มีพืชพรรณขึ้นอยู่ราว 300 ชนิด ตั้งแต่เอโซะสึสึจิ โอบะคิสึมิเระ ชาคุนาเงะ ไปจนถึงรินโด

ออกไปพบกับพืชอัลไพน์สีสันสดใสแสนงดงามบน “ภูเขาแห่งดอกไม้” ที่สูงที่สุดในจังหวัดอาคิตะ
ออกไปพบกับพืชอัลไพน์สีสันสดใสแสนงดงามบน “ภูเขาแห่งดอกไม้” ที่สูงที่สุดในจังหวัดอาคิตะ

รีวิวของทะเลสาบทาซาวะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทะเลสาบทาซาวะ

Q

ช่วงชมซากุระที่ดีที่สุดรอบทะเลสาบทาซาวะคือเมื่อไร?

A

แม้จะไม่สามารถชมซากุระได้ที่ริมทะเลสาบโดยตรง แต่ซากุระรอบทะเลสาบทาซาวะและบนที่ราบสูงทาซาวะโกะ มักสวยที่สุดในช่วงต้นถึงกลางเดือนพฤษภาคมของทุกปี

Q

ช่วงที่บริเวณรอบทะเลสาบทาซาวะมีหิมะตกคือเมื่อไร?

A

หิมะมักเริ่มตกตั้งแต่ช่วงต้นเดือนธันวาคม สะสมตัวในช่วงกลางเดือน และมักยังคงมีหิมะอยู่จนถึงประมาณเดือนมีนาคม

บทสรุป

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ ก็คงพอเห็นแล้วว่า “ทะเลสาบทาซาวะ” มีเสน่ห์มากกว่าการเป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่น
ลองใช้ข้อมูลในบทความนี้เป็นแนวทาง แล้วออกไปเที่ยว “ทะเลสาบทาซาวะ” และสถานที่รอบๆ กันดู
คุณจะได้ดื่มด่ำกับเสน่ห์ของ “ทะเลสาบทาซาวะ” และจังหวัดอาคิตะอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติอันงดงาม จุดพลังงานริมทะเลสาบ หรืออาหารเลิศรส
หากอยากรู้จักเสน่ห์ของอาคิตะให้ลึกยิ่งขึ้น ลองอ่านบทความด้านล่างที่คัดสรรสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมมาแนะนำไว้ด้วย