
จากโตเกียวและโยโกฮาม่าใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง! 15 จุดเที่ยวบนเอโนะชิมะที่ครบทั้งวิวสวยและของอร่อย
ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากในเมืองแล้วออกไปรับลมทะเลแบบเดินทางไม่ไกล “เอโนะชิมะ” ก็เป็นจุดหมายที่น่าสนใจมาก เพราะไปได้สะดวกจากโตเกียวและโยโกฮาม่า
บนเกาะมีทั้งวิวสวยและจุดน่าเที่ยวหลายแห่ง
ร้านอาหารกับร้านขายของฝากก็มีครบ จึงสนุกได้ทั้งการชิมของอร่อยขึ้นชื่อและการช้อปปิ้ง
ด้วยความที่เป็นเกาะขนาดเล็ก จึงสามารถเที่ยวได้หลายจุดด้วยเวลาเดินทางไม่นาน
บทความนี้จะพาไปแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรแวะ รวมถึงร้านอาหารยอดนิยมบน “เอโนะชิมะ”
ถ้าคุณมีแผนไปเที่ยวโตเกียวหรือโยโกฮาม่า ลองเผื่อเวลาแวะมาเอโนะชิมะกันดู
เอโนะชิมะเป็นสถานที่แบบไหน?
ถ้ามองออกไปจากชายฝั่งโชนัน คุณจะเห็น “เอโนะชิมะ” เป็นเกาะเล็กที่ลอยอยู่บริเวณปลายด้านตะวันออกสุดของชายฝั่งโชนัน เมืองฟูจิซาวะ จังหวัดคานางาวะ
มีสะพานเชื่อมถึงเกาะทั้งสำหรับคนเดินและรถยนต์ จึงเดินทางมาได้อย่างสะดวก
ด้วยความที่อยู่ไม่ไกลจากโตเกียวและโยโกฮาม่า มีทิวทัศน์งดงามของเกาะลอยเด่นกลางทะเล มีทั้งจุดท่องเที่ยวและร้านอร่อยบนเกาะ รวมถึงสถานที่น่าสนใจรอบ ๆ เกาะอีกมาก ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายยอดนิยม
ภายในเกาะมีทั้งจุดขอพร เช่น ศาลเจ้าเอโนะชิมะ (Enoshima Jinja) และจุดชมวิวที่มองเห็นทิวทัศน์สวยงามรอบเกาะได้แบบกว้างไกล
บนถนนสายทางเข้าสู่ศาลเจ้าที่ชื่อว่า เบ็นไซเท็น นากามิเสะโดริ (Benzaiten Nakamise-dori) ซึ่งเริ่มจากทางเข้าเกาะ คุณสามารถเพลิดเพลินกับการเดินชิมอาหารและเลือกซื้อของฝากไปพร้อมกับรับลมทะเลเย็นสบายได้

ฤดูกาลไหนเหมาะกับการเที่ยวเอโนะชิมะ?
ฤดูกาลที่แนะนำสำหรับเที่ยว “เอโนะชิมะ” คือฤดูร้อนและฤดูหนาว
ทิวทัศน์ของทะเลกับเกาะที่ส่องประกายใต้แสงอาทิตย์ฤดูร้อนนั้นสวยเป็นพิเศษ
พระอาทิตย์ตกในฤดูร้อนที่มองจากจุดชมวิว “เอโนะชิมะ ซี แคนเดิล” ก็ไม่ควรพลาด
อีกทั้งฤดูร้อนยังเหมาะสำหรับการเล่นน้ำทะเลและกีฬาทางน้ำด้วย
ส่วนในฤดูหนาว จะมีงานประดับไฟ “โชนันโนะโฮเซกิ” ที่จัดทั่วทั้งเกาะ ให้ได้ชมบรรยากาศยามค่ำคืนที่เปล่งประกายอย่างงดงาม


ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูกาลของเอโนะชิมะ
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): เหมาะกับแจ็กเก็ตบางและสเวตเตอร์เนื้อบาง
- ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อผ้าบางสบายหรือเสื้อแขนสั้น
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): อาจเลือกใส่แจ็กเก็ตบาง หรือโค้ต
- ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): โค้ต สเวตเตอร์หนา หรือแจ็กเก็ตจะช่วยกันหนาวได้ดี
เดินทางไปเอโนะชิมะอย่างไร?
“เอโนะชิมะ” เดินทางสะดวก ใช้เวลาจากโตเกียวประมาณ 1 ชั่วโมง และจากโยโกฮาม่าหรือคามาคุระซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในคานางาวะเช่นกัน ใช้เวลาประมาณ 30 นาที–1 ชั่วโมง
ถ้าคุณมีแผนไปเที่ยวสถานที่เหล่านี้อยู่แล้ว ลองเพิ่ม “เอโนะชิมะ” เข้าไปในแผนท่องเที่ยวด้วย
การเดินทางจากโตเกียว โยโกฮาม่า และคามาคุระ ดูได้จากตารางด้านล่าง
สถานีที่ใกล้ “เอโนะชิมะ” มากที่สุดมี 3 สถานี คือ สถานีคาตาเสะเอโนะชิมะ ของสายโอดาคิว, สถานีเอโนะชิมะ ของเอโนะเด็น และสถานีโชนันเอโนะชิมะ ของโชนันโมโนเรล
หากจะไปถึงเกาะ สถานีคาตาเสะเอโนะชิมะใกล้ที่สุด ใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาที ส่วนอีก 2 สถานีใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาที
การเดินทางจากโตเกียวไปเอโนะชิมะ
- เส้นทาง
-
1. ขึ้นรถไฟ JR สายโทไกโดเมนไลน์ จากสถานีโตเกียว และลงที่สถานีฟูจิซาวะ
2. ที่สถานีฟูจิซาวะ เปลี่ยนไปขึ้นรถไฟสายโอดาคิวเอโนะชิมะ แบบจอดทุกสถานี มุ่งหน้าไปคาตาเสะเอโนะชิมะ
3. ลงที่สถานีคาตาเสะเอโนะชิมะ แล้วเดินประมาณ 10 นาที - ระยะเวลา
- ประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที
การเดินทางจากโยโกฮาม่าไปเอโนะชิมะ
- เส้นทาง
-
1. ขึ้นรถไฟ JR สายโทไกโดเมนไลน์ จากสถานีโยโกฮาม่า และลงที่สถานีฟูจิซาวะ
2. จากสถานีฟูจิซาวะ ขึ้นรถไฟเอโนะชิมะเด็นเท็ตสึ แล้วลงที่สถานีเอโนะชิมะ
3. เดินจากสถานีเอโนะชิมะประมาณ 15 นาที - ระยะเวลา
- ประมาณ 40 นาที
การเดินทางจากสถานีคามาคุระไปเอโนะชิมะ
- เส้นทาง
-
1. ขึ้นรถไฟเอโนะชิมะเด็นเท็ตสึจากสถานีคามาคุระ แล้วลงที่สถานีเอโนะชิมะ
2. เดินจากสถานีเอโนะชิมะประมาณ 15 นาที - ระยะเวลา
- ประมาณ 43 นาที
“เอโนะเด็น” รถไฟที่ให้คุณสัมผัสวิวและบรรยากาศแบบโชนัน
ชื่อทางการคือ เอโนะชิมะเด็นเท็ตสึ แต่เป็นที่รู้จักกันมานานในชื่อเล่นว่า “เอโนะเด็น”
เส้นทางวิ่งจากคามาคุระ ผ่านฮาเสะ ชิจิริกาฮามะ และเอโนะชิมะ ไปจนถึงฟูจิซาวะ ตลอดทางมีทั้งสถานที่ท่องเที่ยว โบราณสถาน และภาพรถไฟที่กลายเป็นหนึ่งในทิวทัศน์แทนโชนันไปแล้ว
รถไฟจะค่อย ๆ วิ่งผ่านใกล้ชายคาบ้านเรือนตลอดทาง และช่วงระหว่างสถานีอินามูรางาซากิถึงสถานีโคชิโกเอะ จะวิ่งเลียบทะเลพร้อมวิวจากหน้าต่างที่สวยมาก
หากเดินทางไปเอโนะชิมะ อยากแนะนำให้ลองใช้เอโนะเด็น แล้วค่อย ๆ ซึมซับเสน่ห์ของโชนันระหว่างทาง

การเดินทางหลักในการเที่ยวเอโนะชิมะ
การเที่ยวเอโนะชิมะซึ่งมีเส้นรอบเกาะประมาณ 4 กิโลเมตรนั้น วิธีเดินทางหลักคือการเดินเท้า
ภายในเกาะมีทางขึ้นลงค่อนข้างชัน และหากเที่ยวจุดหลัก ๆ หลายแห่งก็ต้องเดินพอสมควร จึงควรใส่รองเท้าที่เดินสบาย เช่น รองเท้าผ้าใบ
รวมพลังแห่งศรัทธาและจุดชมวิว! 15 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมบนเอโนะชิมะ
แม้เกาะจะไม่ใหญ่ แต่ “เอโนะชิมะ” มีจุดแวะน่าสนใจอยู่แน่นทีเดียว ทั้งศาลเจ้า ศาลย่อยหลากหลายขนาด และจุดชมวิวสวย ๆ
ต่อไปนี้คือสถานที่ยอดนิยมที่คัดมาแนะนำเป็นพิเศษ
แม้มีหลายจุด แต่แต่ละแห่งอยู่ไม่ไกลกัน จึงน่าจะเที่ยวครบทั้งหมดที่แนะนำต่อไปนี้ได้ภายใน 1 วัน
1. ถนนเอโนะชิมะ เบ็นไซเท็น นากามิเสะ
เมื่อผ่านซุ้มโทริอิสำริดตรงทางเข้าเอโนะชิมะไป จะพบกับย่านการค้าที่เรียงรายด้วยเรียวกัง ร้านอาหาร และร้านขายของฝาก
ที่นี่คึกคักด้วยนักท่องเที่ยวอยู่เสมอ เพราะเป็นถนนที่เดินเล่นสนุก มีทั้งอาคารที่ให้บรรยากาศย้อนยุค และตู้ไปรษณีย์สีดำหน้าไปรษณีย์เอโนะชิมะซึ่งสร้างขึ้นจำลองจากแบบที่ใช้ในสมัยเมจิ
โดยเฉพาะร้านอาหารที่มีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นข้าวหน้าชิราสึสด ข้าวหน้าอาหารทะเล หรืออาหารทะเลย่างแบบอิโซะยากิ ให้ได้ลิ้มลองรสชาติแบบฉบับเกาะที่โอบล้อมด้วยทะเล

2. ศาลเจ้าเอโนะชิมะ
“ศาลเจ้าเอโนะชิมะ” เป็นศาลเจ้าที่ประกอบด้วยศาล 3 แห่งกระจายอยู่ทั่วเกาะเอโนะชิมะ
เมื่อข้ามสะพานมาแล้วเดินผ่านถนนทางเข้าศาลเจ้า “เบ็นไซเท็น นากามิเสะโดริ” จะพบโทริอิสีแดงสด และเมื่อเดินขึ้นบันไดจากตรงนั้นก็จะถึง “เฮ็ตสึโนะมิยะ”
หากเดินขึ้นลึกเข้าไปอีก จะต่อเนื่องไปยัง “นากัตสึโนะมิยะ” และ “โอคุตสึโนะมิยะ”
ที่นี่บูชาเทพธิดาพี่น้อง 3 องค์ โดยแต่ละศาลจะประดิษฐานเทพธิดาองค์ละหนึ่งองค์
เชื่อกันว่าเทพธิดาทั้งสามเป็นเทพแห่งทะเลและสายน้ำ และให้พรด้านโชคลาภ การเงิน ความรัก การมีบุตร การคลอดปลอดภัย สุขภาพ อายุยืน ความก้าวหน้าด้านศิลปะ ตลอดจนความปลอดภัยในการเดินทางและทางทะเล
เสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่พรอันหลากหลาย เรื่องเล่าต่าง ๆ ความงามของทิวทัศน์ และความสนุกของการเดินเที่ยวรอบเกาะพร้อมแวะสักการะศาลเจ้าต่าง ๆ
ต่อไปเราจะพาไปรู้จักเสน่ห์และจุดเด่นของศาลทั้ง 3 แห่งกัน

3. ศาลเจ้าเอโนะชิมะ เฮ็ตสึโนะมิยะ
เมื่อเดินผ่านถนนทางเข้าสู่เอโนะชิมะ “เบ็นไซเท็น นากามิเสะโดริ” หลังข้ามสะพานมา จุดแรกที่พบคือ “เฮ็ตสึโนะมิยะ”
ที่นี่ประดิษฐานเทพธิดาน้องเล็กในบรรดาสามพี่น้อง คือ ทากิสึฮิเมะโนะมิโคโตะ
ทางขวาของอาคารศาลมี “ชิโนวะ” หรือซุ้มวงหญ้าศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเชื่อว่าหากลอดผ่านก่อนสักการะ จะช่วยชำระบาปและสิ่งไม่บริสุทธิ์ พร้อมชำระใจและกายให้สะอาด
ด้านหน้าศาลยังมีบ่อน้ำของ “เซ็นอาไร ฮาคุริวโอ” ซึ่งเชื่อกันว่าหากนำเงินไปล้างในน้ำ จะช่วยเสริมโชคลาภด้านการเงินและทรัพย์สมบัติ
ถ้ามาเยือน อย่าลืมใช้ตะแกรงที่เตรียมไว้เพื่อล้างเงินเสริมสิริมงคลกันด้วย

4. ศาลเจ้าเอโนะชิมะ นากัตสึโนะมิยะ
“นากัตสึโนะมิยะ” ซึ่งตั้งอยู่กลางเกาะเอโนะชิมะ เป็นศาลที่ประดิษฐานเทพธิดาคนกลางในสามพี่น้อง คือ อิชิคิชิมะฮิเมะโนะมิโคโตะ
เนื่องจากมีเรื่องเล่าว่าเทพธิดาทั้งสามมีความงดงาม ที่นี่จึงมีเครื่องราง “โยกุบาริ บิจินมะโมริ” ซึ่งเชื่อว่าช่วยเสริมความงาม
ความพิเศษคือสามารถเลือกได้ถึง 5 แบบตามคำอธิษฐาน ได้แก่ ผิวสวย ผมสวย รอยยิ้มสวย ใบหน้าสวย และผิวขาว
นอกจากนี้ยังมี “มิสึมิคุจิ” เสี่ยงทายน้ำยอดนิยม ซึ่งตอนแรกจะเป็นกระดาษเปล่า แต่เมื่อจุ่มลงใน “ซุยคินคุตสึ” ข้างศาล ตัวอักษรจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นให้รู้คำทำนาย

5. ศาลเจ้าเอโนะชิมะ โอคุตสึโนะมิยะ
“โอคุตสึโนะมิยะ” ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเกาะ และเป็นศาลที่อยู่ลึกที่สุดในบรรดาศาลทั้ง 3 แห่ง
ที่นี่ประดิษฐานทากิริบิเมะโนะมิโคโตะ พี่สาวคนโตในสามพี่น้อง และเป็นเทพผู้คุ้มครองทะเล
เชื่อกันว่าให้พรด้านความปลอดภัยทางทะเล ความปลอดภัยในการเดินทาง โชคลาภ และการกลับมาคืนดีของความสัมพันธ์
บนเพดานอาคารสักการะของ “โอคุตสึโนะมิยะ” มีภาพวาดเต่าที่เรียกว่า “เต่าจ้องแปดทิศ” ซึ่งไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็เหมือนกำลังจ้องมาที่เรา
ถ้ามาถึงที่นี่ ลองพิสูจน์กันดูว่าเต่าจะสบตาคุณจริงหรือไม่

6. ศาลเจ้ายาซากะ
“ศาลเจ้ายาซากะ” เป็นศาลย่อยภายในเขตศาลเจ้าเอโนะชิมะ
เทพประจำศาลคือ ทาเกฮายะซูซาโนะโอโนะมิโคโตะ น้องชายของเทพสูงสุดอามาเทราสึโอมิคามิ
เชื่อกันว่าให้พรหลายด้าน เช่น ปัดเป่าสิ่งไม่ดี ความรัก และความสำเร็จด้านการเรียน
ในงาน “เอโนะชิมะ เท็นโนไซ” ที่จัดขึ้นช่วงกลางเดือนกรกฎาคม คุณจะได้เห็นพิธีแห่มิโคชิลงทะเลเพื่ออธิษฐานขอความปลอดภัยให้แก่ชุมชน
แม้ในญี่ปุ่นซึ่งมีเทศกาลมากมาย ภาพแบบนี้ก็ถือว่าหาชมได้ยาก หากจังหวะตรงกัน อยากให้ลองมาร่วมงานนี้ดู

7. เอโนะชิมะ ซี แคนเดิล
หอชมวิวแห่งนี้เดิมเป็นประภาคารเอกชนแห่งแรกของญี่ปุ่นที่ติดตั้งในปี ค.ศ. 1951 และได้รับการปรับปรุงใหม่ในปี ค.ศ. 2013 ในโอกาสครบรอบ 100 ปีการเปิดให้บริการของเอโนะเด็น
สถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นภายใต้แนวคิดหลักคือ “คำนึงถึงทัศนียภาพและธรรมชาติ” “มุ่งเน้นคุณค่าการใช้งานเพื่อสาธารณะ” และ “ส่งเสริมการท่องเที่ยวในท้องถิ่น” จนกลายเป็นจุดยอดนิยมที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากมาย
จากชั้นชมวิวกระจกใส คุณจะได้เพลิดเพลินกับมุมมองกว้างไกลของอ่าวซางามิและภูเขาไฟฟูจิจากความสูง 101.56 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

8. สวนซามูเอล ค็อกกิง เอโนะชิมะ
สวนสไตล์ผสมญี่ปุ่นและตะวันตกที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1882 โดยซามูเอล ค็อกกิง พ่อค้าชาวไอริช
บนพื้นที่กว้างอย่างน้อย 10,000 ตารางเมตร มีทั้งเนินจำลอง สระน้ำ แปลงดอกไม้ และเรือนกระจก โดยเรือนกระจกแห่งนี้เคยถูกกล่าวว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกในยุคนั้น
ต่อมาสถานที่แห่งนี้เปลี่ยนชื่อมาเป็น “สวนพฤกษศาสตร์เอโนะชิมะ” และ “สวนซามูเอล ค็อกกิง เอโนะชิมะ” แต่เจตนารมณ์เดิมยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน คุณสามารถชมดอกไม้ตามฤดูกาล เช่น กุหลาบ มูกุเงะ และสึบากิ รวมถึงพืชกึ่งเขตร้อนหายาก และต้นไม้ที่ปลูกไว้ตั้งแต่ช่วงเปิดสวนแรกเริ่ม

9. ระฆังริวเร็น
ระฆังแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินคู่รักของเอโนะชิมะ สร้างขึ้นจากตำนาน “นางฟ้ากับมังกรห้าหัว”
วิวที่นี่ก็งดงามมาก และในวันที่อากาศแจ่มใสสามารถมองเห็นไปถึงเกาะอิซุโอชิมะได้
ที่รั้วใต้ระฆังริวเร็นมีแม่กุญแจห้อยเรียงแน่นเต็มไปหมด
มีความเชื่อว่าหากคล้องแม่กุญแจที่เขียนชื่อของคนสองคนไว้ จะทำให้ความรักยืนยาวสมหวัง จึงมีคู่รักจำนวนมากมาเยือนเพื่อทำตามความเชื่อนี้

10. ถ้ำเอโนะชิมะ อิวะยะ
ถ้ำที่อยู่ลึกที่สุดของเอโนะชิมะ เกิดจากการกัดเซาะของคลื่นทะเล
เล่ากันว่าโคโบไดชิและพระนิชิเร็นก็เคยมาฝึกปฏิบัติธรรมที่นี่ และมินาโมโตะ โยริโตโมะก็เคยมาสวดอธิษฐานก่อนยกทัพปราบฟูจิวาระ ฮิเดฮิระแห่งโอชู
ระหว่างทางไปยังปากถ้ำอันเปี่ยมด้วยศรัทธาแห่งนี้ อย่าพลาดชมวิวจากสะพานอิวะยะที่มีราวสีแดง ซึ่งสามารถมองเห็นทะเลกว้างใหญ่และภูเขาไฟฟูจิอยู่ไกลออกไป

11. ชิโกงะฟุจิ
ลานหินกว้างทางตะวันตกเฉียงใต้ของเอโนะชิมะแห่งนี้ เป็นแท่นหินชายฝั่งที่เกิดจากปรากฏการณ์ยกตัวของพื้นดินในเหตุแผ่นดินไหวใหญ่คันโตเมื่อปี ค.ศ. 1923
ทิวทัศน์ของแท่นหินที่ถูกคลื่นกัดเซาะมายาวนานกับทะเลอันกว้างใหญ่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “50 จุดชมวิวคานางาวะ” และวิวท้องฟ้ายามเย็นก็สวยงามมาก
ในวันที่อากาศปลอดโปร่ง สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อย่างชัดเจน ซึ่งเข้ากันอย่างลงตัวกับละอองคลื่นที่ซัดเข้าหาแท่นหิน จนเป็นภาพที่ชวนประทับใจ

12. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชินเอโนะชิมะ
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ตั้งอยู่ในทำเลเยี่ยม หันหน้าออกสู่อ่าวซางามิ และมองเห็นทั้งภูเขาไฟฟูจิกับเอโนะชิมะได้
นิทรรศการและการแสดงต่าง ๆ มีธีมหลักเกี่ยวกับอ่าวซางามิ มหาสมุทรแปซิฟิก และสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในนั้น
เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์จะช่วยแนะนำเสน่ห์และพฤติกรรมของปลาแต่ละชนิดให้ได้เรียนรู้กันด้วย

13. เอโนะชิมะ ไดชิ
“เอโนะชิมะ ไดชิ” ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1993 ในฐานะวัดสาขาของไซฟุกุจิแห่งโคยะซังจากจังหวัดคาโงชิมะ
เป็นวัดที่โดดเด่นด้วยรูปปั้นนิโอสีแดงสดตรงทางเข้า
ไฮไลต์สำคัญที่สุดคือรูปปั้นฟุโดเมียวโอ สูง 6 เมตร ซึ่งเป็นพระประธานของวัด และถือเป็นรูปปั้นฟุโดเมียวโอในอาคารที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
อีกสิ่งที่ไม่ควรพลาดคือภาพพุทธศิลป์ปักผ้าแบบจีนอันงดงามที่จัดแสดงอยู่
จุดน่าสนใจอีกอย่างคือทุกคนสามารถเข้าชมวิหารหลักได้ฟรี

14. เอโนะชิมะ เอสก้า
บันไดเลื่อนที่พาคุณขึ้นไปถึงบริเวณยอดของเอโนะชิมะได้
ติดตั้งในปี ค.ศ. 1959 และยังเป็นที่รู้จักในฐานะบันไดเลื่อนกลางแจ้งแห่งแรกของญี่ปุ่น
แบ่งเป็น 3 ช่วง โดยช่วงแรกที่มีชื่อว่า “เอโนะชิมะ LUMINOUS WAY” มีลูกเล่นที่ชวนเพลิดเพลิน
มีงานศิลปะภาพเคลื่อนไหวฉายอยู่ทั้งสองด้าน ให้ความรู้สึกราวกับอยู่ใต้ทะเล ทำให้การเดินทางไปยังจุดหมายกลายเป็นประสบการณ์แสนพิเศษ

15. เรือท่องเที่ยวเบ็นเท็นมารุ
เรือท่องเที่ยวที่เชื่อมระหว่างสะพานเอโนะชิมะเบ็นเท็นซึ่งอยู่ตรงทางเข้าเกาะ กับชิโกงะฟุจิซึ่งเป็นแท่นหินชายฝั่งทางฝั่งตะวันตก หากเดินจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที แต่ถ้าใช้เรือจะถึงภายในเพียง 10 นาที จึงเหมาะมากสำหรับผู้ที่ไม่อยากเดินไกล
ระหว่างทางยังมีจุดชมวิวมากมาย ทั้งทัศนียภาพทะเลอันยิ่งใหญ่ ภาพความตัดกันอย่างสวยงามของหน้าผาสูงชันกับต้นไม้เขียวชอุ่มบนเอโนะชิมะ และในวันที่อากาศดี ยังสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ด้วย

อยากชิมของขึ้นชื่อ ต้องที่นี่! 5 ร้านอาหารยอดนิยมบนเอโนะชิมะ
มาเอโนะชิมะทั้งที หลายคนน่าจะอยากแวะชิมของอร่อยไปพร้อมกับเที่ยวด้วย และบนเกาะก็มีร้านอาหารให้เลือกไม่น้อย
ต่อไปนี้คือร้านยอดนิยมที่อยากแนะนำเป็นพิเศษ
ไม่ว่าจะเป็นของกินที่เหมาะกับการเดินชิมบนถนนเอโนะชิมะ เบ็นไซเท็น นากามิเสะ หรือขนมญี่ปุ่นทำมืออย่างพิถีพิถัน อยากชวนให้ลองลิ้มรสของขึ้นชื่อของเอโนะชิมะกันให้เต็มที่
1. เอโนะชิมะ โคยะ
ร้านอาหารที่สะดุดตาด้วยอาคารไม้กระดาน ให้บรรยากาศชวนให้นึกถึงกระท่อมเก็บอวนแบบดั้งเดิม วัตถุดิบอาหารทะเลที่ใช้คัดสรรจากปลาสดทั่วญี่ปุ่น และรับตรงจากชาวประมง ผู้คนหลากหลายทั้งชาวท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวต่างแวะมาเพราะรสชาติที่ขึ้นชื่อ
เมนูดังประจำร้านตั้งแต่ก่อตั้งคือ “มะกะไนด้ง” ซึ่งใช้ปลาประมาณ 3–4 ชนิดสับรวมเป็นนะเมะโระวางบนข้าว แล้วปรุงด้วยซอสงาสูตรลับของร้าน ลองฉีกสาหร่ายย่างแผ่นใหญ่ที่โปะคลุมหน้าชาม หรือห่อกินแบบเทมากิ เพื่อเพลิดเพลินกับรสชาติกลมกล่อมของเมนูนี้ให้เต็มที่

2. อิล คิยันติ คาเฟ่ เอโนะชิมะ
คาเฟ่ยอดนิยมที่ตั้งอยู่ใกล้ประภาคารบนยอดเกาะ ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กของเอโนะชิมะ เบื้องหน้าคือวิวทะเลแบบไม่มีอะไรมาบดบัง ให้คุณอิ่มอร่อยไปกับบรรยากาศโปร่งโล่งแสนสบาย
ที่นี่เสิร์ฟอาหารอิตาเลียนต้นตำรับของร้านประมาณ 100 ชนิด ตั้งแต่อันติปาสโตเอกลักษณ์เฉพาะอย่าง “แป้งเปียดินาม้วนปูนิ่ม” ไปจนถึงสลัดที่โดดเด่นด้วยน้ำสลัดสูตรเฉพาะ “ซุปกระเทียม” สไตล์โรมัน และเมนูจานหลักทั้งเนื้อและปลา

3. อาซาฮิ ฮนเต็น
ร้านยอดนิยมที่ตั้งอยู่บนถนนเบ็นไซเท็น นากามิเสะ ช่วงระหว่างซุ้มโทริอิสำริดกับโทริอิสีชาดของศาลเจ้าเอโนะชิมะ
ที่นี่มีคิวยาวอยู่เสมอ โดยเมนูที่ทุกคนตั้งใจมาคือ “ทาโกะเซ็มเบ้ย่างทั้งตัว” ซึ่งใช้ปลาหมึกทั้งตัวประมาณ 2–3 ตัวกดอัดแล้วย่างจนกรอบ
ปลาหมึกจะถูกเตรียมอย่างพิถีพิถันประมาณ 8 ขั้นตอนเพื่อลดความเค็ม จากนั้นปรุงรสอ่อน ๆ เพื่อดึงรสธรรมชาติออกมา แล้วคลุกแป้ง วางบนแผ่นเหล็ก และใช้แรงกดประมาณ 1 ตัน ย่างที่อุณหภูมิ 190 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 2 นาที จึงออกมาเป็นเมนูขึ้นชื่อของร้าน

4. นากามูรายะ โยคังเต็น
ร้านขนมญี่ปุ่นเก่าแก่ที่เปิดมายาวนานมากกว่า 120 ปี อยู่ใกล้จุดชมวิว “ยามะฟุตัตสึ” บนเอโนะชิมะ
เมนูขึ้นชื่อคือโยคังสาหร่ายต้นตำรับ ซึ่งคิดค้นมาตั้งแต่ช่วงก่อตั้งร้าน ใช้ถั่วขาวคุณภาพสูงผสมกับสาหร่ายอาโอโนริอย่างพอดี จนได้รสชาติละเมียดละไม
นอกจากนี้โยคังชนิดอื่น ๆ เช่น ฮนเนะริโยคัง และโยคังเกาลัด ที่ทำจากถั่วแดงคัดสรรแล้วกวนอย่างพิถีพิถัน ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน

5. คิโนะคุนิยะ ฮนเต็น
ร้านขนมญี่ปุ่นบนถนนเบ็นไซเท็น นากามิเสะ ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1789
จะบอกว่าเป็นร้านที่ดังและได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งบนเอโนะชิมะก็คงไม่เกินจริง
เมนูที่ขึ้นชื่อคือ “เอโนะชิมะโมนากะ” ซึ่งทำเป็นรูปอาหารทะเล เช่น หอยสังข์ หอยตลับ และหอยเชลล์
ไม่ใช่แค่หน้าตาน่ารักเท่านั้น แต่ยังอร่อยลงตัวด้วยแป้งโมนากะกรอบ กับไส้ 3 แบบ ได้แก่ ถั่วแดงกวนเนียน ถั่วแดงกวนเม็ด และไส่งา
อีกเมนูยอดนิยมคือ “ไอศกรีมโมนากะ” ที่ใส่ไอศกรีมลงในเอโนะชิมะโมนากะ
ส่วน “เมโอะโตะมันจู” ที่ใช้ไส้ถั่วกวนด้วยมือและห่อด้วยมือก็เป็นเมนูขึ้นชื่อ เหมาะซื้อเป็นของฝากด้วย

ถ้าจะใช้เป็นฐานเที่ยว ต้องที่นี่! 3 ที่พักแนะนำบนเอโนะชิมะ
ถ้าอยากเที่ยวเอโนะชิมะแบบไม่ต้องรีบมาก การมองหาที่พักไว้สักคืนก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะบนเกาะมีทั้งที่เที่ยวและร้านอาหารอยู่ค่อนข้างหนาแน่น แต่ถ้าจะเที่ยวรอบ ๆ ด้วย เวลา 1 วันอาจไม่เพียงพอ
โดยเฉพาะคามาคุระซึ่งเดินทางจากเอโนะชิมะได้ง่ายและเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมมาก ลองวางแผนแบบเที่ยวเอโนะชิมะในวันแรก แล้วเที่ยวคามาคุระในวันที่สองก็น่าสนใจไม่น้อย
หากคิดจะค้างคืนบนเอโนะชิมะ ที่พักซึ่งใช้ประโยชน์จากทำเลที่ดีต่อไปนี้ก็น่าสนใจมาก
1. โรงแรมเอโนะชิมะ (อาคารโรงแรมของเอโนะชิมะ ไอแลนด์ สปา)
โรงแรมที่เปิดให้บริการในเดือนมีนาคม ปี ค.ศ. 2021 เหมาะสำหรับการพักผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินเที่ยวเอโนะชิมะและใช้เวลาอย่างหรูหรา
ห้องพักแต่ละชั้นมีคอนเซ็ปต์แตกต่างกัน โดยชั้น 2 เป็นสไตล์โมเดิร์น ชั้น 3 เป็นสไตล์เอเชีย และชั้น 4–5 เป็นพื้นที่สไตล์ญี่ปุ่นที่ดูเรียบหรู
โดยเฉพาะห้องสวีตชั้น 5 ที่ตกแต่งอย่างหรูหรา มีทั้งจูเนียร์สวีตที่โดดเด่นด้วยฉากกั้นกระจกและไฟซ่อน และห้องสวีตพร้อมอ่างอาบน้ำกลางแจ้งที่มองเห็นอ่าวซางามิได้แบบเต็มตา ให้คุณพักผ่อนได้อย่างสบาย

2. โชนันเอโนะชิมะ เรียวริเรียวกัง เอบิสึยะ
“เอบิสึยะ” เป็นเรียวกังเก่าแก่ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 และเป็นที่รักของผู้คนมากมาย ทั้งนักการเมือง นักเขียน นักแสดงคาบูกิ ตลอดจนบุคคลสำคัญทางวัฒนธรรมและนักเดินทาง
เสน่ห์สำคัญคือวิวที่มองเห็นคาบสมุทรมิอุระและชายฝั่งโชนันได้จากห้องพักและอ่างอาบน้ำรวม
ความงามของที่นี่ยังโด่งดังถึงขั้นถูกกล่าวถึงในงานวรรณกรรมชื่อดังด้วย
อีกหนึ่งเหตุผลที่ได้รับความนิยมคืออาหารไคเซกิที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นตามฤดูกาลและอาหารทะเลอย่างเต็มที่
เมื่อข้ามมายังเอโนะชิมะแล้วสามารถเข้าทางประตูหน้าของที่พักได้ทันที จึงเหมาะมากสำหรับใช้เป็นฐานในการเที่ยวเกาะ

3. เอโนะชิมะ เกสต์เฮาส์ 134
เกสต์เฮาส์แห่งแรกของเอโนะชิมะที่เปิดในปี ค.ศ. 2016
ด้วยทำเลที่เดินถึงทะเลได้ใน 3 นาที และเดินจากสถานีคาตาเสะเอโนะชิมะเพียง 1 นาที ที่นี่จึงกลายเป็นฐานใหม่สำหรับการเที่ยวเอโนะชิมะ
พื้นที่นี้ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “ที่พักสำหรับผู้รักทะเลและการเดินทางให้มาพบกันโดยธรรมชาติ” จึงให้บรรยากาศสงบและพักสบาย
สามารถเลือกได้ว่าจะพักห้องส่วนตัวหรือห้องดอร์ม ทำให้ควบคุมงบที่พักได้ง่ายกว่าการพักเรียวกังบางแห่ง
ประมาณ 40% ของผู้เข้าพักเป็นนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ จึงเป็นพื้นที่สำหรับพบปะแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมด้วย

แผนที่ท่องเที่ยวเอโนะชิมะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเอโนะชิมะ
Q
ทำไมเอโนะชิมะจึงถูกเรียกว่าเกาะแมว?
เพราะชาวเกาะช่วยดูแลแมวบนเอโนะชิมะในฐานะแมวชุมชนและอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน จึงมีแมวประมาณ 200–600 ตัวอาศัยอยู่อย่างอิสระ และสามารถพบเห็นภาพแมวพักผ่อนอย่างสบายใจได้ทั่วเกาะ
Q
การเดินทางจากเอโนะชิมะไปคามาคุระและใช้เวลานานเท่าไร?
มีหลายวิธีให้เลือกทั้งรถไฟ รถบัส และโมโนเรล แต่ถ้าอยากค่อย ๆ เดินทางพร้อมชมวิว แนะนำสายเอโนะชิมะเด็นเท็ตสึ หรือ “เอโนะเด็น” ซึ่งไม่ต้องเปลี่ยนขบวนและใช้เวลาประมาณ 25 นาที
บทสรุป
บทความนี้ได้แนะนำทั้งสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และที่พักบนเอโนะชิมะ
มาถึงที่นี่ก็ได้ทั้งชมวิวรอบเกาะและแวะจุดขอพรหลายแห่ง จึงเหมาะไม่ว่าจะมาเที่ยวกับครอบครัว เพื่อนฝูง หรือเดตแบบสบาย ๆ
เมื่อเที่ยวเอโนะชิมะจนเต็มอิ่มแล้ว ลองนั่งเอโนะเด็นไปเที่ยวคามาคุระต่อกันได้
ที่คามาคุระยังมีสถานที่ให้สัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นอีกมากมาย
ถ้ากำลังวางแผนอยู่ อย่าลืมดูบทความด้านล่างที่คัดสรรจุดท่องเที่ยวในคามาคุระมาแนะนำไว้ให้ด้วย