
【คู่มือท่องเที่ยวซูชิ】เที่ยวชมวิวทะเลและภูเขาไฟฟูจิแบบไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียว
ถ้าอยากหนีความวุ่นวายในโตเกียวไปเจอบรรยากาศสงบ ๆ สักวัน “ซูชิ” เป็นอีกจุดหมายที่น่าสนใจ เดินทางด้วยรถไฟประมาณ 1 ชั่วโมง
ที่นี่มีเสน่ห์จากธรรมชาติอันงดงามและจังหวะการใช้ชีวิตที่ผ่อนคลาย เหมาะกับการมาพักใจแบบช้า ๆ
บทความนี้จะพาไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมและร้านอาหารในซูชิ รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงที่น่าแวะเที่ยวควบคู่กัน
หากใช้บทความนี้เป็นแนวทางในการเที่ยว คุณน่าจะได้ดื่มด่ำกับวิวสวยเฉพาะตัวของซูชิและจังหวะเวลาที่ไหลไปอย่างสงบ
ซูชิเป็นสถานที่แบบไหน?
ซูชิตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดคานางาวะ บริเวณโคนคาบสมุทรมิอุระ
ด้านตะวันตกหันสู่ทะเลอ่าวซางามิอันเงียบสงบ และด้านเหนือเป็นพื้นที่เนินเขา จึงเป็นย่านที่อุดมด้วยธรรมชาติ
ตั้งแต่สมัยเมจิ (ค.ศ. 1868–1912) ที่นี่เป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งบ้านพักตากอากาศ และปัจจุบันก็ยังคงมีทัศนียภาพเมืองที่สงบและบรรยากาศเงียบผ่อนคลาย
ด้วยความที่สามารถเดินทางมาเที่ยวธรรมชาติแบบไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียวได้ ทำให้ช่วงสุดสัปดาห์มีนักท่องเที่ยวมาเยือนจำนวนมาก
เสน่ห์ของซูชิคือการได้ชมวิวสวยของทะเลกับภูเขาไฟฟูจิ และทะเลกับพระอาทิตย์ยามเย็น ท่ามกลางช่วงเวลาที่ไหลไปอย่างเรียบช้า
ตามแนวชายฝั่งมีคาเฟ่และร้านอาหารที่นั่งชมวิวได้ พร้อมลิ้มรสอาหารจากอาหารทะเลสดและผักท้องถิ่น
อีกจุดเด่นคือมีร้านค้าอิสระจำนวนมาก ทำให้สัมผัสบรรยากาศโลคัลได้อย่างเต็มที่

ฤดูกาลไหนเหมาะกับการเที่ยวซูชิ?
หากจะไปเที่ยวซูชิ แนะนำช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูร้อน
ฤดูใบไม้ผลิมีนักท่องเที่ยวค่อนข้างน้อย จึงเหมาะกับการเดินเล่นริมชายหาดหรือสวนสาธารณะที่อุดมด้วยธรรมชาติท่ามกลางอากาศสบาย ๆ
ช่วงนี้ยังเหมาะกับการลองกิจกรรมทางทะเล เช่น SUP วินด์เซิร์ฟ และคายัก
ส่วนฤดูร้อนเหมาะกับการสนุกเต็มที่กับการเล่นน้ำทะเล เครื่องเล่นลอยน้ำกลางทะเล และการโต้คลื่น
ท่ามกลางทะเลสีฟ้าสดใสและบรรยากาศเปิดโล่ง คุณน่าจะได้เพลิดเพลินกับความคึกคักแบบฤดูร้อนอย่างเต็มที่
ตัวอย่างการแต่งกายตามฤดูกาลในซูชิ
- ฤดูใบไม้ผลิ (เดือน 3 - เดือน 5): แจ็กเก็ตบาง ๆ หรือเสื้อสเวตเตอร์เนื้อบาง
- ช่วงฤดูร้อน (เดือน 6 - เดือน 8): เสื้อผ้าบางเบาและเสื้อแขนสั้น
- ฤดูใบไม้ร่วง (เดือน 9 - เดือน 11): แจ็กเก็ตบาง หรือเสื้อโค้ต
- ในฤดูหนาว (เดือน 12 - เดือน 2): เสื้อโค้ต เสื้อสเวตเตอร์หนา หรือแจ็กเก็ต
เดินทางไปซูชิอย่างไร?
หากจะเดินทางไปซูชิ แนะนำให้ตั้งเป้าหมายไปที่สถานี JR ซูชิ
ภายในเมืองยังมีสถานีเคคิว “ซูชิ・ฮายามะ” ด้วย แต่ถ้าออกเดินทางจากสถานีหลักในโตเกียว สถานี JR ซูชิจะเดินทางได้สะดวกกว่า
นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้คามาคุระ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม โดยหากนั่งรถไฟจะใช้เวลาประมาณ 5 นาที
การเดินทางไปสถานีซูชิจากสถานีหลักต่าง ๆ ในโตเกียว
- จากสถานี JR โตเกียว
-
ขึ้นรถไฟสาย JR โยโกสุกะ และลงที่สถานีซูชิ
ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 5 นาที - จากสถานี JR ชินจูกุ
-
ขึ้นรถไฟด่วนพิเศษสาย JR โชนันชินจูกุไลน์ เปลี่ยนไปสาย JR โทไกโดที่สถานีโอฟุนะ แล้วลงที่สถานีซูชิ
ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง - จากสถานี JR อุเอโนะ
-
ขึ้นรถไฟสาย JR อุเอโนะโตเกียวไลน์ เปลี่ยนไปสาย JR โยโกสุกะที่สถานีโทสึกะ แล้วลงที่สถานีซูชิ
ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที - จากสถานี JR ชินางาวะ
-
ขึ้นรถไฟสาย JR โยโกสุกะ และลงที่สถานีซูชิ
ใช้เวลาประมาณ 55 นาที - จากสถานี JR ชิบูยะ
-
ขึ้นรถไฟด่วนพิเศษสาย JR โชนันชินจูกุไลน์ เปลี่ยนไปสาย JR โทไกโดที่สถานีโอฟุนะ แล้วลงที่สถานีซูชิ
ใช้เวลาประมาณ 55 นาที
การเดินทางจากสถานีคามาคุระไปสถานีซูชิ
- เส้นทาง
- จากสถานีคามาคุระ ขึ้นรถไฟขาออกสาย JR โยโกสุกะ (ปลายทางซูชิหรือคุริฮามะ) แล้วลงที่สถานีซูชิ
- ใช้เวลา
- ประมาณ 5 นาที
การเดินทางหลักสำหรับเที่ยวในซูชิ
เวลาเที่ยวในซูชิ รถบัสเคฮินคิวโคถือเป็นพาหนะหลัก
สามารถเดินทางจากสถานี JR ซูชิ และสถานีเคคิว “ซูชิ・ฮายามะ” ไปยังสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญและย่านฮายามะได้
ถ้าอยากชมบรรยากาศริมทะเลและตัวเมืองไปด้วย การเช่าจักรยานก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ
ดื่มด่ำธรรมชาติและเสน่ห์แห่งประวัติศาสตร์! 7 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในซูชิ
ในซูชิ คุณจะเจอทั้งทะเลและภูเขาอยู่ไม่ไกลกัน ทำให้มีสถานที่เที่ยวที่สัมผัสได้ทั้งความงามของธรรมชาติและกลิ่นอายทางประวัติศาสตร์
ตั้งแต่วิวชายทะเลอันเงียบสงบ จุดชมวิวบนที่สูงที่มองเห็นเมืองได้กว้างไกล ไปจนถึงวัดวาและเส้นทางโบราณที่พาให้สัมผัสศรัทธาและเรื่องราวในอดีต ลองออกไปเที่ยวในบรรยากาศสบาย ๆ กันดู
1. หาดซูชิ
จุดเด่นประจำเมืองซูชิที่ทอดยาวตามอ่าวซางามิบริเวณใจกลางเมือง
สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิที่ปลายเส้นขอบฟ้า และในช่วงเย็นยังได้ชมวิวสวยเมื่อท้องฟ้าและทะเลย้อมเป็นสีทอง
ในฤดูใบไม้ผลิจะมีการจัด “เทศกาลภาพยนตร์ชายหาดซูชิ” โดยติดตั้งจอขนาดใหญ่บนชายหาดเพื่อฉายภาพยนตร์ รวมถึงงานดอกไม้ไฟ และในเดือน 10 ยังมีอีเวนต์ศิลปะแสงและคลื่น “Night Wave” อีกด้วย
ในฤดูร้อนจะเปิดเป็นชายหาดสำหรับเล่นน้ำ และมีผู้คนจำนวนมากมาพักผ่อนริมทะเล
ที่นี่ยังเป็นจุดยอดนิยมสำหรับกีฬาทางทะเลอย่างวินด์เซิร์ฟและเรือยอชต์ จึงสัมผัสเสน่ห์ของทะเลได้ตลอดทั้งปี

2. ริเวียร่า ซูชิ มารีนา
รีสอร์ตที่มาพร้อมบรรยากาศพิเศษไม่เหมือนชีวิตประจำวัน โดดเด่นด้วยแนวต้นปาล์มและเรือยอชต์กับเรือสำราญหรูที่จอดเรียงราย
วิวภูเขาไฟฟูจิเหนือทะเลโชนันเป็นภาพสวยที่มีชื่อเสียงจนถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์และละคร
ภายในพื้นที่กว้างประมาณ 50,000 สึโบะ มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลาย ทั้งท่าเรือยอชต์ โรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ สถานที่จัดงาน คอนโดรีสอร์ต สนามเทนนิส และร้านค้า

3. สวนฮิโรยามะ
สวนสาธารณะที่ตั้งอยู่บนยอดเขา “ฮิโรยามะ” สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 90 เมตร
จากจุดชมวิวสามารถมองเห็นทั้งตัวเมืองซูชิและอ่าวซางามิแบบพาโนรามา และในวันที่อากาศดีจะมองเห็นไปถึงภูเขาไฟฟูจิและเอโนะชิมะ
ฤดูใบไม้ผลิมีดอกซากุระ ส่วนต้นฤดูร้อนมีดอกไฮเดรนเยียบานสะพรั่ง ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล
ยังมีเส้นทางเดินเขาที่ได้รับการจัดทำไว้อย่างดีซึ่งต่อไปยังยอดเขาของ “นามิโกะฟุโด” ให้ได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติและวิวสวยระหว่างทาง
ภายในสวนยังมีสวนสัตว์ขนาดเล็กที่มีลิงญี่ปุ่นและนกยูง เหมาะสำหรับมาเที่ยวแบบสบาย ๆ กับครอบครัว

4. วัดจิมมุจิ
วัดนิกายเท็นไดเก่าแก่ที่เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในสมัยนาระ (ค.ศ. 710–794)
ตั้งอยู่ระหว่างเส้นทางเดินเขาทาคาโทริยามะ เป็นสถานที่ที่ให้สัมผัสทั้งศรัทธาและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ได้พร้อมกัน
ในอดีตเคยรุ่งเรืองในฐานะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของความเชื่อแบบภูเขา โดยยกภูเขาทาคาโทริยามะที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลังเป็นวัตถุแห่งการสักการะ และจนถึงทุกวันนี้ก็ยังคงมีบรรยากาศเงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์
ป่าในเขตวัดที่มีพื้นที่ประมาณ 13 เฮกตาร์ยังคงหลงเหลือภาพของวัดภูเขาในอดีต และได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน “50 ทิวทัศน์งดงามของคานางาวะ” และ “50 ป่างามของคานางาวะ”
ภายในวัดมีทรัพย์สินทางวัฒนธรรมมากมายกระจายอยู่ทั่วบริเวณ เช่น “ยาคุชิโด” รวมถึงภาพ “ไดอิโตกุเมียวโอ” และรูป “เซ็นจุคันนงโบซัตสึ” ที่ขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมของจังหวัด ตลอดจนรูป “ฟุโดเมียวโอ” “ยาคุชิซันซนโซ” และ “มิโรคุยางุระ” ที่ขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของเมือง

5. นาโงเอะ คิริโดชิ
เส้นทางโบราณที่ขุดตัดสันเขาขึ้นเพื่อเชื่อมคามาคุระกับคาบสมุทรมิอุระ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติรวมถึงมรดกญี่ปุ่น
ไม่ทราบช่วงเวลาที่เริ่มเปิดใช้แน่ชัด แต่เชื่อว่ามีอยู่แล้วก่อนปี ค.ศ. 1233
ตลอดเส้นทางมีโบราณสถานยุคกลางกระจายอยู่หลายแห่ง เช่น “กลุ่มยางุระมันดาระโด” สุสานถ้ำแนวนอนยุคกลาง และ “โอคิริกิชิ” สิ่งก่อสร้างเชิงป้องกันในช่วงต้นสมัยคามาคุระ (ค.ศ. 1185–1333)
เสน่ห์ของที่นี่คือการได้เดินชมประวัติศาสตร์ไปพร้อมกับทิวทัศน์ที่ยังคงกลิ่นอายของวันวาน
นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิว “พาโนรามะได” ที่มองเห็นได้ไกลถึงเอโนะชิมะ ปัจจุบันจึงเป็นเส้นทางเดินเขายอดนิยมที่มีผู้คนมาเยือนจำนวนมาก

6. สวนโอซากิ
สวนชมวิวที่ตั้งอยู่บนยอดแหลมซึ่งยื่นออกไปในอ่าวซางามิ
อยู่ไม่ไกลจากหาดซูชิ และจากจุดสูงประมาณ 77 เมตรสามารถมองเห็น “ท่าเรือประมงโคสึโบะ” “ซูชิ มารีนา” รวมถึงในวันที่อากาศดีจะมองเห็นทั้งภูเขาไฟฟูจิและเอโนะชิมะได้แบบกว้างไกล
ที่นี่ยังมีชื่อเสียงในฐานะจุดชมพระอาทิตย์ตกสวยงาม และได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน “100 วิวฟูจิแห่งคันโต”
ภายในสวนมีการปลูกซากุระคาวาสุ ซากุระโอชิมะ ไฮเดรนเยีย ซาซันกะ และสึบากิ จึงสามารถเพลิดเพลินกับดอกไม้ประจำฤดูกาลได้อีกด้วย

7. สวนอนุสรณ์โรกะ
สวนธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ในย่านซากุระยามะ ซึ่งเป็นที่รู้จักว่าเกี่ยวข้องกับนักเขียนชื่อดังสมัยเมจิ “โทคุโทมิ โรกะ (Tokutomi Roka)”
ปลายทางของทางเดินเล่นท่ามกลางแมกไม้มีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นอ่าวซางามิ ภูเขาไฟฟูจิ และเอโนะชิมะ
ภายในสวนมีอาคารประวัติศาสตร์และจุดพักผ่อนในบ้านญี่ปุ่นกระจายอยู่หลายแห่ง เช่น “คฤหาสน์เก่าของโทคุงาวะ อิเอตัตสึ” และ “บ้านเก่าวากิมูระ” ให้ความรู้สึกถึงบรรยากาศของยุคเมจิที่เคยรุ่งเรืองในฐานะแหล่งบ้านพักตากอากาศ
แนะนำให้มาเดินเล่นในฤดูใบไม้ร่วง เมื่อใบไม้เปลี่ยนสีแต่งแต้มบรรยากาศแบบญี่ปุ่นได้อย่างงดงาม

5 ร้านอาหารยอดนิยมที่ให้คุณเพลิดเพลินกับบรรยากาศและวิวแบบซูชิ
มาเดินเล่นในซูชิทั้งที หลายคนน่าจะอยากแวะชิมร้านอร่อยที่กระจายอยู่ทั่วเมืองด้วย
ที่นี่มีทั้งร้านที่นั่งชมทะเลได้แบบสบาย ๆ และร้านที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นตามฤดูกาลอย่างเต็มที่ให้เลือกหลากหลาย
ต่อจากนี้คือร้านยอดนิยมที่แวะได้สะดวกระหว่างเที่ยว
1. Beach Muffin
คาเฟ่ในบ้านญี่ปุ่นเก่าอายุกว่า 90 ปีที่นำมารีโนเวตใหม่ อยู่ห่างจากทางออกตะวันออกของสถานี JR ซูชิโดยเดินประมาณ 15 นาที
เมนูยอดนิยมคืออาหารวีแกนที่ไม่ใช้วัตถุดิบจากสัตว์และมัฟฟินโฮมเมด โดยมีเสน่ห์ที่รสชาติอ่อนโยนจากแป้งโฮลวีตและผลไม้ออร์แกนิก
ที่นี่ยังมีคราฟต์เบียร์ท้องถิ่น “Yorocco Beer” ให้ลิ้มลองด้วย
ภายในร้านตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์แอนทีคและแสงไฟอบอุ่น ให้บรรยากาศเรโทรและสงบ
เป็นร้านที่เหมาะกับการใช้เวลาช้า ๆ ในแบบฉบับของซูชิ

2. ฮามะยากิ อิซากายะ ซากานะ โชคุโด
อิซากายะบรรยากาศสบาย ๆ ที่อยู่ในทำเลสะดวก เดินจากสถานี JR ซูชิเพียงไม่นาน
จุดเด่นคือได้ลิ้มรสอาหารทะเลสดทั้งแบบซาชิมิและแบบย่างฮามะยากิ
ทุกโต๊ะมีเตาย่างให้ลูกค้าย่างเองได้ หรือจะให้พนักงานช่วยย่างให้ก็ได้เช่นกัน
เมนูมื้อกลางวันก็มีให้เลือกมากมาย เช่น ชุดมิกซ์ฟราย ชุดกุ้งทอด และชุดปลาย่างประจำวัน
มีที่นั่งเคาน์เตอร์ด้วย จึงเหมาะสำหรับมาคนเดียวได้อย่างสบายใจ

3. โซ 〜SOU〜
ร้านราเม็งที่ตั้งอยู่ในย่านช้อปปิ้งถนนซูชิกินซะ เดินไม่ไกลจากสถานี JR “ซูชิ” และสถานีเคคิว “ซูชิ・ฮายามะ”
จุดเด่นคือซุปที่เคี่ยวจากกระดูกไก่ กระดูกหมู และอาหารทะเลที่คัดสรรมาจากทั่วญี่ปุ่นอย่างพิถีพิถัน โดยไม่ใช้ผงชูรสเพื่อดึงรสอูมามิของวัตถุดิบออกมาอย่างเต็มที่
เข้ากันอย่างยอดเยี่ยมกับเส้นทำเองที่ลื่นคอและมีกลิ่นหอมของข้าวสาลี
เมนูยอดนิยมคือ “ราเม็งเกลือใส” ที่ชูรสอาหารทะเล และ “สึเคเม็งเส้นหนึบจากแป้งโชนัน”
เกี๊ยวน้ำทำมือก็ได้รับความนิยมเช่นกัน หลายคนสั่งคู่กับราเม็ง
มีทั้งที่นั่งเคาน์เตอร์และโต๊ะ จึงเหมาะทั้งมาคนเดียวและมาเป็นกลุ่ม

4. อุโอคัตสึ
ร้านอาหารญี่ปุ่นเก่าแก่ที่เปิดมายาวนานกว่า 90 ปี ตั้งอยู่ใจกลางซูชิ
สามารถนั่งลิ้มรสอาหารปลา ซูชิ และไคเซกิที่ใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลได้อย่างสบาย ๆ ในบรรยากาศแบบญี่ปุ่นอันมีเสน่ห์
เมนูขึ้นชื่อคืออาหารฟูกุที่มีให้บริการตั้งแต่ต้นเดือน 11 ถึงปลายเดือน 3
ช่วงฤดูหนาวจะมีคอร์สปลาโทระฟูกุตามธรรมชาติ และยังมีคอร์สที่ใช้ปลาโชไซฟูกุ ฮิกังฟูกุ และโคะโทะระฟูกุจากน่านน้ำใกล้เคียงให้เลือกด้วย
ตามฤดูกาลยังมีเมนูหลากหลาย เช่น ปลาทรายแดงและหน่อไม้ในฤดูใบไม้ผลิ ปลาอายุและปลาไหลในฤดูร้อน และเห็ดมัตสึทาเกะในฤดูใบไม้ร่วง
ยังมีอาหารญี่ปุ่นยอดนิยมอย่างข้าวหน้าทะเล ซาชิมิ และเทมปุระ รวมถึงเมนูสไตล์ตะวันตกอย่างสเต๊กเนื้อวากิวและโรสต์บีฟให้เลือกหลากหลาย เหมาะกับหลายโอกาส

5. เรดล็อบสเตอร์ สาขาซูชิ
ร้านอาหารทะเลเชนจากอเมริกาที่อยู่ในระยะเดินจากสถานี JR ซูชิ
ภายในร้านตกแต่งสไตล์อเมริกันและมีที่นั่งเคาน์เตอร์ให้ชมวิวอ่าวซางามิระหว่างรับประทานอาหาร
ในวันที่อากาศแจ่มใสจะมองเห็นวิวสวยไกลไปถึงเอโนะชิมะและอินามูระงาซากิได้
ล็อบสเตอร์ตามฤดูกาลถูกเก็บรักษาในแทงก์เฉพาะภายในร้านเพื่อคงคุณภาพก่อนนำมาเสิร์ฟ
เมนูซิกเนเจอร์คือ “ล็อบสเตอร์อบซอสทองคำ” ที่ทามายองเนสสูตรพิเศษแล้วนำไปย่างจนหอม
นอกจากนี้ยังมีซีฟู้ดปาเอญา และแกงกะหรี่สไตล์ยุโรปที่อัดแน่นด้วยรสชาติจากหอยเป็นเมนูยอดนิยม อีกทั้งยังมีสเต๊กจานใหญ่ให้เลือก ไม่ได้มีแค่อาหารทะเลเท่านั้น

หากจังหวะตรงกัน อยากชวนให้ไปร่วมงานอีเวนต์ของซูชิ “เทศกาลภาพยนตร์ชายหาดซูชิ”
ถ้าเที่ยวซูชิในช่วงปลายเดือน 4 ถึงต้นเดือน 5 อาจมีโอกาสได้เจอกับ “เทศกาลภาพยนตร์ชายหาดซูชิ” ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีบนหาดซูชิ
หลังพระอาทิตย์ตก จะมีการฉายภาพยนตร์บนจอขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนชายหาด ให้ผู้ชมรับชมไปพร้อมกับเสียงคลื่นและสายลมทะเล
มีภาพยนตร์หลากหลายตั้งแต่สารคดีไปจนถึงผลงานคลาสสิกจากต่างประเทศ เสน่ห์คือสามารถนั่งชมแบบผ่อนคลายกับครอบครัวหรือเพื่อนได้
ภายในงานยังมีร้านอาหารประจำวัน บาซาร์ และกิจกรรมต่าง ๆ ให้เลือกอย่างครบครัน
ช่วงเวลาพิเศษริมทะเลยามอาบแสงเย็นน่าจะทำให้ความทรงจำในการเดินทางของคุณลึกซึ้งยิ่งขึ้น

นั่งรถไฟจากซูชิเพียงประมาณ 5 นาที! 3 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองเก่าแก่คามาคุระ
จากซูชิไปคามาคุระใช้เวลานั่งรถไฟประมาณ 5 นาที จึงแวะเที่ยวต่อได้ไม่ยาก
เมืองหลวงเก่าแห่งนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศสงบขรึม มีทั้งอาคารประวัติศาสตร์และธรรมชาติงดงามตามฤดูกาลกระจายอยู่ทั่วพื้นที่
หากได้แวะเยี่ยมชมศาลเจ้าและวัดเก่าแก่ คุณน่าจะสัมผัสได้ถึงความงามอันสงบนิ่งและสง่างาม
วางแผนเที่ยวทั้งซูชิและคามาคุระแบบไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียวได้สบาย ๆ อย่าลืมแวะสถานที่ที่จะแนะนำต่อไปนี้กันด้วย
1. ศาลเจ้าสึรุกาโอกะ ฮาจิมังกู
ศาลเจ้าสึรุกาโอกะ ฮาจิมังกู ตั้งอยู่ใจกลางคามาคุระ และเป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่ผู้คนคุ้นเคยมายาวนาน
ยังเป็นที่รู้จักในฐานะศาลเจ้าที่เกี่ยวข้องกับ “มินาโมโตะ โยริโทโมะ” โชกุนคนแรกแห่งรัฐบาลคามาคุระ จึงมีผู้คนมาเยือนเพื่อสักการะจำนวนมาก
อาคารหลักในปัจจุบันสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1828 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ
ที่นี่ยังมีชื่อเสียงด้านทิวทัศน์ธรรมชาติอันงดงาม โดยที่บึงเก็นเปอิเกะ ในฤดูใบไม้ผลิมีซากุระ ส่วนฤดูร้อนมีดอกบัวบานสะพรั่ง

2. พระใหญ่คามาคุระ วัดโคโตกุอิน
หนึ่งในสถานที่ชื่อดังที่สุดของคามาคุระคือ “พระอมิตาภพุทธะ” ซึ่งเป็นพระประธานของวัดโคโตกุอิน
ด้วยความยิ่งใหญ่โดดเด่นสะดุดตา จึงเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “พระใหญ่คามาคุระ”
มีความสูงประมาณ 11.39 เมตร และหนักประมาณ 121 ตัน ขนาดอันยิ่งใหญ่นี้สมกับชื่อ “พระใหญ่” อย่างแท้จริง และสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือน
องค์พระมีทางเข้า ทำให้สามารถเข้าไปชมภายในได้ด้วย

3. วัดฮาเสะเดระ
วัดฮาเสะเดระเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งชมวิวสำคัญของคามาคุระ และผู้คนยังเรียกกันอย่างคุ้นเคยว่า “ฮาเสะคันนง”
พระประธานคือพระโพธิสัตว์คันเซองสิบเอ็ดพักตร์ มีความสูง 9.18 เมตร และนับเป็นหนึ่งในพระพุทธรูปไม้ขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
ดอกไม้นานาพรรณภายในวัดจะผลิบานสวยงามตามฤดูกาล โดยเฉพาะดอกไฮเดรนเยียในเดือน 6 ที่ขึ้นชื่ออย่างมาก
ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงก็สวยไม่แพ้กัน และในช่วงกลางคืนยังมีการประดับไฟให้ชมอีกด้วย

3 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในฮายามะที่อยากแนะนำให้เที่ยวคู่กับซูชิ
ถ้านั่งรถบัสจากซูชิมุ่งหน้าไปทางใต้ประมาณ 20 นาที ก็จะถึงฮายามะ เมืองที่อบอวลด้วยบรรยากาศรีสอร์ตแสนสงบ
ฮายามะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติและความเงียบสงบกระจายอยู่หลายแห่ง ทั้งแนวชายฝั่งอันงดงาม สวนสาธารณะท่ามกลางแมกไม้ และศาลเจ้าเก่าแก่
หากได้แวะเที่ยวตามสถานที่ที่จะแนะนำต่อจากนี้ คุณน่าจะได้ดื่มด่ำกับทิวทัศน์สวยในแบบโชนันอย่างเต็มที่
อย่าลืมเผื่อเวลาเที่ยวฮายามะควบคู่กับซูชิด้วย
1. สวนฮายามะ ชิโอไซ
สวนสาธารณะที่สร้างขึ้นบนพื้นที่ของอาคารภาคผนวกเดิมของพระตำหนักฮายามะ ซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่พักผ่อนของจักรพรรดิ
ตั้งอยู่บนที่สูงติดทะเล และมีทิวทัศน์สงบงามจากการผสานกันของป่าสนดำกับสวนญี่ปุ่น
สวนแบบบ่อวนชมแห่งนี้มีทั้งสระปลาคาร์ปและน้ำตก ให้เดินเล่นได้อย่างผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติ
ภายในสวนยังมี “พิพิธภัณฑ์ฮายามะ ชิโอไซ” จัดแสดงตัวอย่างสิ่งมีชีวิตทางทะเลที่จักรพรรดิโชวะทรงเก็บจากอ่าวซางามิ
อีกเสน่ห์หนึ่งคือสามารถพักผ่อนที่ศาลาพัก “ชิโอมิเท” พร้อมชมวิวอ่าวซางามิได้อย่างสบาย ๆ

2. ฮายามะ มารีนา
ศูนย์รวมสิ่งอำนวยความสะดวกที่เป็นตัวแทนของฮายามะ เมืองซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดของการเล่นเรือยอชต์ในญี่ปุ่น
ที่นี่เป็นทั้งท่าจอดเรือยอชต์และเรือส่วนตัว และยังสามารถเพลิดเพลินกับการล่องเรือชมทะเลแบบสบาย ๆ ได้ด้วยคอร์สสั้นประมาณ 45 นาที
ภายในมีทั้งร้านอาหารและร้านค้า ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับการรับประทานอาหารและช้อปปิ้งไปพร้อมกับชมวิวทะเลและภูเขาไฟฟูจิได้อย่างเต็มที่
อย่าลืมลองพุดดิ้งทำมือใส่บีกเกอร์ของ “MARLOWE” ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อยอดนิยมของฮายามะด้วย

3. ศาลเจ้าโมริโตะ
“ศาลเจ้าโมริโตะ” ศาลเจ้าหลักประจำฮายามะ ซึ่งเชื่อกันว่าสร้างขึ้นโดยขุนศึกมินาโมโตะ โยริโทโมะ (Minamoto no Yoritomo)
ที่นี่ประดิษฐานเทพเจ้า 2 องค์ ได้แก่ โอยามะสึมิโนะมิโคโตะ และโคโตชิโรนุชิโนะมิโคโตะ เชื่อกันว่ามอบพรทั้งเรื่องโชคลาภ การปัดเป่าเคราะห์ และการคลอดบุตรอย่างปลอดภัย
ด้านหลังเขตศาลเจ้าของ “โมริโตะ ไดเมียวจิน” สามารถชม “แสงเย็นแห่งโมริโตะ” ซึ่งได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน “50 ทิวทัศน์งดงามของคานางาวะ”
วิวเอโนะชิมะ โขดหินกลางทะเล และภูเขาไฟฟูจิไกลลิบที่ถูกย้อมด้วยแสงอาทิตย์ยามเย็น เป็นภาพสวยที่ไม่ควรพลาด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวซูชิ
Q
ถ้ามีเวลาไม่นาน ควรไปที่ไหนเพื่อสัมผัสเสน่ห์ของซูชิให้คุ้ม?
แนะนำหาดซูชิที่อยู่ใกล้สถานี คุณจะได้พบกับวิวสวยของทะเลอันสงบและภูเขาไฟฟูจิ
Q
อาหารขึ้นชื่อของซูชิคืออะไร?
อาหารทะเลที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่จากทะเลถือเป็นเมนูขึ้นชื่อ
บทสรุป
เราได้พาไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ร้านอาหาร และพื้นที่ใกล้เคียงที่น่าแวะเที่ยวคู่กันในซูชิ
วิวของอ่าวซางามิและภูเขาไฟฟูจิ รวมถึงการเดินเล่นตามร้านอาหารและร้านค้าบรรยากาศโลคัล ล้วนเป็นเสน่ห์ที่ชวนให้อยากไปสัมผัสด้วยตัวเอง
ถ้าขยับแผนเที่ยวออกไปอีกหน่อย ยังมีคามาคุระและฮายามะ รวมถึงสถานที่น่าสนใจอื่น ๆ ในจังหวัดคานางาวะให้แวะได้อีกมากมาย
หากอยากวางแผนเที่ยวคานางาวะต่อ บทความด้านล่างก็น่าจะช่วยได้