คู่มือฉบับสมบูรณ์ของสวนกิบบลิ! รู้ครบทั้งไฮไลต์และวิธีเที่ยวในที่เดียว

คู่มือฉบับสมบูรณ์ของสวนกิบบลิ! รู้ครบทั้งไฮไลต์และวิธีเที่ยวในที่เดียว

อัปเดต :
เขียนโดย:  GOOD LUCK TRIP

ถ้าคุณเคยหลงใหลในเสน่ห์ของผลงานสตูดิโอกิบบลิ ที่คว้ารางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์แอนิเมชันขนาดยาวจากผลงานภาพยนตร์เรื่อง ‘The Boy and the Heron’ ในปี 2024
ก็คงพอจะสัมผัสได้ว่าผลงานเหล่านี้ได้รับความนิยมจากผู้ชมทั่วโลก ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในญี่ปุ่น
สถานที่ที่คุณจะได้สัมผัสโลกทัศน์ของกิบบลิอย่างสมจริงก็คือ “สวนกิบบลิ” ในจังหวัดไอจิ
บทความนี้จะพาไปแนะนำไฮไลต์และวิธีสนุกกับสวนกิบบลิ
ระหว่างเดินชมเสน่ห์ของแต่ละโซน คุณยังจะได้รู้เคล็ดลับสำหรับการเที่ยวให้เต็มอิ่มไปด้วย
เราได้รวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่วางแผนไปเที่ยวสวนกิบบลิไว้แล้ว อย่าลืมอ่านจนจบนะ

สวนกิบบลิเป็นสถานที่แบบไหน?

ท่ามกลางบรรยากาศเขียวร่มรื่นของสวนอนุสรณ์งานเอ็กซ์โป 2005 ไอจิ ในเมืองนางาคุเตะ จังหวัดไอจิ มีพื้นที่ที่ถ่ายทอดโลกของสตูดิโอกิบบลิออกมาอย่างเป็นรูปธรรม นั่นคือ “สวนกิบบลิ”
เปิดให้บริการครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน ปี 2022 และในเดือนมีนาคม ปี 2024 ได้เปิดโซนใหม่ “หุบเขาแม่มด” ปัจจุบันมีทั้งหมด 5 โซน
ในแต่ละโซนมีการถ่ายทอดอาคารและเครื่องเล่นที่ปรากฏในผลงานของกิบบลิ ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสประสบการณ์ราวกับก้าวเข้าไปอยู่ในโลกภาพยนตร์
นิทรรศการแต่ละชิ้นถูกสร้างขึ้นอย่างประณีตและซื่อสัตย์ต่อผลงานต้นฉบับ จุดเด่นคือคุณสามารถเดินชมภายในสวนด้วยความรู้สึกราวกับเป็นตัวเอกของเรื่อง
ทิวทัศน์ที่ผสานธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์เข้ากับสิ่งปลูกสร้างงานทำมือให้บรรยากาศเหมือนโลกแห่งความฝัน
ไม่ว่าจะเป็นแฟนกิบบลิตัวยงหรือคนที่ยังไม่ค่อยรู้จักผลงานมากนัก ก็สนุกได้อย่างเต็มที่

สวนกิบบลิที่เปิดโลกของผลงานสตูดิโอกิบบลิอยู่ตรงหน้า
สวนกิบบลิที่เปิดโลกของผลงานสตูดิโอกิบบลิอยู่ตรงหน้า

ความแตกต่างระหว่างสวนกิบบลิกับพิพิธภัณฑ์กิบบลิแห่งป่ามิตากะ

อีกหนึ่งสถานที่ที่ให้คุณสัมผัสเสน่ห์ของสตูดิโอกิบบลิได้คือ “พิพิธภัณฑ์กิบบลิแห่งป่ามิตากะ” ซึ่งเสนอแนวคิดโดยผู้กำกับภาพยนตร์ ฮายาโอะ มิยาซากิ (Hayao Miyazaki)
ทั้งสองแห่งมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน และต่างก็เป็นจุดหมายที่แฟนกิบบลิไม่ควรพลาด
เราได้สรุปความแตกต่างหลัก ๆ ไว้ในตารางด้านล่างแล้ว คุณอาจเลือกไปตามสไตล์ที่ชอบก่อนได้เลย

ชื่อสถานที่ สวนกิบบลิ พิพิธภัณฑ์กิบบลิแห่งป่ามิตากะ
ที่ตั้ง เมืองนางาคุเตะ จังหวัดไอจิ เมืองมิตากะ กรุงโตเกียว
รูปแบบ สวนที่ถ่ายทอดโลกของสตูดิโอกิบบลิ พิพิธภัณฑ์ศิลปะแอนิเมชัน
จุดเด่น เพลิดเพลินกับนิทรรศการและเครื่องเล่นที่ปรากฏในภาพยนตร์กิบบลิ
ดื่มด่ำกับโลกทัศน์ของผลงานกิบบลิได้อย่างเต็มที่
มีองค์ประกอบด้านความบันเทิงเด่นชัด
เพลิดเพลินกับมุมมองของผู้สร้างสรรค์ เช่น เบื้องหลังงานและงานศิลป์
ได้เรียนรู้กระบวนการสร้างผลงานกิบบลิว่าถือกำเนิดขึ้นอย่างไร
มีองค์ประกอบเชิงการศึกษาอยู่ด้วย

ประเภทบัตรเข้าชมของสวนกิบบลิ

บัตรเข้าชมของสวนกิบบลิแบ่งเป็นบัตรชุดและบัตรเฉพาะโซน โดยทั้งหมดเป็นระบบจองล่วงหน้าแบบระบุวันและเวลา

รายละเอียดของบัตรชุด

ถ้าอยากใช้เวลาเที่ยวสวนกิบบลิแบบเต็มอิ่ม บัตรชุดต่อไปนี้ถือว่าน่าสนใจ

ประเภทบัตร พื้นที่ที่เข้าได้ เหมาะสำหรับ
สวนกิบบลิ บัตรเดินเล่นรอบใหญ่พรีเมียม ทั้ง 5 โซนและอาคารทั้งหมด
※1. สามารถเข้าออกซ้ำได้ทุกโซน ยกเว้น “โกดังใหญ่กิบบลิ”
※2. เฉพาะ “โกดังใหญ่กิบบลิ” ต้องระบุเวลาเข้า
・แฟนกิบบลิตัวจริง
・ผู้ที่อยากเที่ยวโซนหุบเขาแม่มดให้เต็มที่
สวนกิบบลิ บัตรเดินเล่นรอบใหญ่มาตรฐาน ・โกดังใหญ่กิบบลิ
・หมู่บ้านโมโนนาเกะ
・หุบเขาแม่มด
※เฉพาะโกดังใหญ่กิบบลิ ต้องระบุเวลาเข้า
・ผู้ที่อยากเน้นเที่ยวโซนไฮไลต์สำคัญ
・ผู้ที่ไปเที่ยวสวนครั้งแรก

※ข้อมูลบัตร ณ เดือนมกราคม ปี 2026 อาจมีการเปลี่ยนแปลง

รายละเอียดของบัตรเฉพาะโซน

ถ้าอยากเที่ยวสวนกิบบลิแบบสบาย ๆ ในเวลาสั้น ๆ หรืออยากใช้เวลากับโซนใดโซนหนึ่งเป็นพิเศษ บัตรเฉพาะโซนก็เหมาะไม่น้อย โดยมีดังต่อไปนี้

ประเภทบัตร พื้นที่ที่เข้าได้
สวนกิบบลิ หุบเขาแม่มด・หมู่บ้านโมโนนาเกะ หมู่บ้านโมโนนาเกะ・หุบเขาแม่มด
※1. สามารถใช้ร้านอาหาร ร้านค้า เครื่องเล่น และเครื่องโดยสารภายในโซนได้ด้วย (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)
※2. เฉพาะหุบเขาแม่มดมีการระบุเวลาเข้าแบบช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย
สวนกิบบลิ โกดังใหญ่กิบบลิ โกดังใหญ่กิบบลิ
※สามารถใช้คาเฟ่และร้านค้าได้ (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)
สวนกิบบลิ เนินแห่งวัยเยาว์ เนินแห่งวัยเยาว์
※สามารถเข้าชม “ร้านขายของโลก” ภายในโซนได้
สวนกิบบลิ ป่าดอนโดโกะ ป่าดอนโดโกะ
※สามารถเข้าชม “บ้านซัตสึกิและเม” ภายในโซนได้

※ยกเว้น “หุบเขาแม่มด” แต่ละโซนไม่สามารถเข้าออกซ้ำได้
※ข้อมูลบัตร ณ เดือนมกราคม ปี 2026 อาจมีการเปลี่ยนแปลง

ราคาบัตรเข้าชมสวนกิบบลิ

ณ เดือนมกราคม ปี 2026 ราคาบัตรชุดแบ่งตามผู้ใหญ่・เด็ก และวันธรรมดา・วันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ดังนี้
นอกจากนี้ยังมีค่าธรรมเนียมระบบเพิ่มเติม 110 เยนต่อบัตร 1 ใบ
ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นควรตรวจสอบจากเว็บไซต์ทางการด้วย

ราคาบัตรชุด (วันธรรมดา)

ประเภทบัตร ผู้ใหญ่ เด็ก (อายุ 4 ปี–ประถมศึกษา)
สวนกิบบลิ บัตรเดินเล่นรอบใหญ่พรีเมียม 7,300 เยน 3,650 เยน
สวนกิบบลิ บัตรเดินเล่นมาตรฐาน 3,300 เยน 1,650 เยน

ราคาบัตรชุด (วันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

ประเภทบัตร ผู้ใหญ่ เด็ก (อายุ 4 ปี–ประถมศึกษา)
สวนกิบบลิ บัตรเดินเล่นรอบใหญ่พรีเมียม 7,800 เยน 3,900 เยน
สวนกิบบลิ บัตรเดินเล่นมาตรฐาน 3,800 เยน 1,900 เยน

ราคาบัตรเฉพาะโซน

ต่างจากบัตรชุด บัตรเฉพาะโซนมีราคาเดียวกันทั้งวันธรรมดาและวันเสาร์อาทิตย์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ ดังนี้

ประเภทบัตร ผู้ใหญ่ เด็ก (อายุ 4 ปี–ประถมศึกษา)
สวนกิบบลิ หุบเขาแม่มด・หมู่บ้านโมโนนาเกะ 2,000 เยน 1,000 เยน
สวนกิบบลิ โกดังใหญ่กิบบลิ 2,000 เยน 1,000 เยน
สวนกิบบลิ เนินแห่งวัยเยาว์ 1,000 เยน 500 เยน
สวนกิบบลิ ป่าดอนโดโกะ 1,000 เยน 500 เยน

บัตรเข้าชมพิเศษแบบซื้อในวันเดียวกัน

หากต้องการเข้าชม 3 สถานที่ต่อไปนี้ในโซน “หุบเขาแม่มด” จำเป็นต้องซื้อ “บัตรเข้าชมพิเศษแบบซื้อในวันเดียวกัน”

สถานที่ ผู้ใหญ่ เด็ก
บ้านโอกิโนะ 400 เยน 200 เยน
ปราสาทฮาวล์ 1,000 เยน 500 เยน
บ้านแม่มด 400 เยน 200 เยน

อย่างไรก็ตาม หากใช้ “สวนกิบบลิ บัตรเดินเล่นรอบใหญ่พรีเมียม” จะไม่จำเป็นต้องซื้อบัตรเข้าชมพิเศษแบบซื้อในวันเดียวกัน
บัตรประเภทนี้จำหน่ายบริเวณใกล้ “กระท่อมหลังเล็ก” ในโซน “หุบเขาแม่มด”
ช่วงเวลาจำหน่ายบัตรเข้าชมพิเศษแบบซื้อในวันเดียวกันมีดังนี้

บ้านโอกิโนะ・บ้านแม่มด
10:30 (วันหยุด 09:00)–16:30
ปราสาทฮาวล์
แจกบัตรคิวตั้งแต่เวลา 10:00
ตั้งแต่เวลา 13:00 จะมีการแจกบัตรคิวเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่เข้าโซน “หุบเขาแม่มด” ในช่วงบ่าย
สามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ตั้งแต่เวลาที่ระบุบนบัตรคิวจนถึง 16:30
หากครบจำนวนที่กำหนดจะปิดการจำหน่าย โดยเรียงตามลำดับก่อนหลัง

วิธีซื้อบัตรเข้าชมสวนกิบบลิ

บัตรเข้าชมสวนกิบบลิสามารถซื้อได้ทางออนไลน์ (Boo-Woo Ticket / ต้องสมัครสมาชิก) หรือที่ร้านสะดวกซื้อผ่านเครื่อง Loppi ใน Lawson และ Ministop
เปิดรับจองบัตรล่วงหน้าสำหรับ 2 เดือนถัดไปแบบมาก่อนได้ก่อน ตั้งแต่เวลา 14:00 ของวันที่ 10 ในทุกเดือน (สำหรับบัตรเดินเล่นของสวนกิบบลิ เริ่มขายเวลา 17:00 ก่อนวันเข้าชม 7 วัน)
※ตัวอย่าง: บัตรเข้าชมเดือนกันยายน เริ่มจำหน่ายวันที่ 10 กรกฎาคม เวลา 14:00
โปรดทราบว่า 1 รายการสั่งซื้อสามารถซื้อได้สูงสุด 6 ใบ และไม่สามารถซื้อแทนผู้อื่นได้ (รวมถึงการซื้อเป็นของขวัญ)
นอกจากนี้ ในวันเข้าชมอาจมีการสุ่มตรวจสอบตัวตนเพื่อป้องกันการทุจริต อย่าลืมเตรียมเอกสารยืนยันตัวตน เช่น หนังสือเดินทางหรือใบขับขี่
หากคุณวางแผนพักค้างคืนในจังหวัดไอจิ การเลือกแพ็กเกจพร้อมบัตรเข้าชมจากบริษัทท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ

หากวางแผนไปเที่ยวในช่วงไฮซีซัน แนะนำให้ซื้อบัตรล่วงหน้าแต่เนิ่น ๆ
หากวางแผนไปเที่ยวในช่วงไฮซีซัน แนะนำให้ซื้อบัตรล่วงหน้าแต่เนิ่น ๆ

เวลาเปิดทำการและวันปิดของสวนกิบบลิ

เวลาเปิดทำการและวันปิดของสวนกิบบลิ ณ เดือนมกราคม ปี 2026 มีดังนี้
นอกจากวันปิดปกติแล้ว ยังปิดในช่วงปีใหม่และวันที่กำหนดสำหรับการบำรุงรักษาด้วย
เวลาเปิดทำการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาที่ไปเยือน ดังนั้นอย่าลืมตรวจสอบเว็บไซต์ทางการก่อนเดินทาง

เวลาเปิด
วันธรรมดา 10:00–17:00
วันเสาร์・อาทิตย์・วันหยุดนักขัตฤกษ์ 09:00–17:00
วันปิด
ทุกวันอังคาร
(หากวันอังคารตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะปิดในวันธรรมดาถัดไป)

เวลาเข้าชมโซนโกดังใหญ่กิบบลิ

ในบรรดา 5 โซน “โซนโกดังใหญ่กิบบลิ” กำหนดเวลาเข้าชมไว้ที่ช่วง 09:00, 10:00, 11:00, 12:00, 13:00, 14:00 และ 15:00 (ออกได้อย่างอิสระ) ※เข้าเวลา 09:00 ได้เฉพาะวันที่สวนเปิดตั้งแต่ 09:00 เท่านั้น
โซนอื่นไม่มีการกำหนดเวลาเข้า โดยสามารถเข้าได้ตามเวลาที่ต้องการตั้งแต่เวลาเปิดสวนจนถึง 16:30 ซึ่งเป็นเวลาสุดท้ายที่เข้าได้
※สำหรับบัตรโซน “สวนกิบบลิ หุบเขาแม่มด・หมู่บ้านโมโนนาเกะ” จะกำหนดเวลาเข้าเฉพาะ “โซนหุบเขาแม่มด” เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่คนแน่น เช่น ใกล้เวลาปิดสวน อาจต้องต่อคิว โปรดเผื่อเวลาไว้
และหากไม่ใช่บัตร “สวนกิบบลิ บัตรเดินเล่นรอบใหญ่พรีเมียม” จะไม่สามารถเข้าออกซ้ำได้ ยกเว้นโซนหุบเขาแม่มด จึงแนะนำให้วางแผนเส้นทางล่วงหน้า

บางโซนต้องระบุเวลาเข้าชม จึงควรวางแผนล่วงหน้าให้ดี
บางโซนต้องระบุเวลาเข้าชม จึงควรวางแผนล่วงหน้าให้ดี

การเดินทางไปสวนกิบบลิ

ต่อไปนี้คือวิธีเดินทางไปสวนกิบบลิจากสถานีนาโกย่า โตเกียว และโอซาก้า
สวนกิบบลิไม่มีที่จอดรถเฉพาะ และมีนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศมาเยือนจำนวนมาก จึงแนะนำให้ใช้ระบบขนส่งสาธารณะเป็นหลัก
หากวางแผนเดินทางด้วยรถยนต์ ควรตรวจสอบที่จอดรถใกล้เคียงจากเว็บไซต์ทางการของสวนอนุสรณ์งานเอ็กซ์โป 2005 ไอจิไว้ล่วงหน้า

การเดินทางจากสถานีนาโกย่า

ถ้าออกเดินทางจากสถานีนาโกย่าไปสวนกิบบลิ มีให้เลือก 2 วิธีคือ รถไฟและรถบัสด่วน
ข้อดีของรถบัสด่วนคือสามารถนั่งไปได้สบาย แต่ข้อเสียคือมีรอบน้อย (ประมาณ 1 คันต่อชั่วโมง และรอบสุดท้ายออกเวลา 13:00) และหากที่นั่งเต็มจะไม่สามารถขึ้นได้
แม้จะสามารถซื้อตั๋วโดยสารล่วงหน้าผ่าน Boo-Woo Ticket ที่กล่าวถึงข้างต้นได้ แต่ไม่ใช่ระบบจองที่นั่ง จึงไม่ได้การันตีว่าจะได้ขึ้นรถ โปรดระวังในจุดนี้
ส่วนรถไฟเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดค่าเดินทาง หรืออยากมีความยืดหยุ่นด้านเวลา

กรณีเดินทางด้วยรถไฟ

เส้นทาง
1. จาก “สถานีรถไฟใต้ดินนาโกย่า” ขึ้นรถไฟใต้ดินสายฮิกาชิยามะ มุ่งหน้าไปฟูจิงาโอกะ แล้วลงที่ “สถานีฟูจิงาโอกะ”
2. จาก “สถานีฟูจิงาโอกะ” ขึ้นรถไฟสายโทบุคิวเรียว หรือ Linimo แล้วลงที่ “สถานีสวนอนุสรณ์งานเอ็กซ์โป 2005 ไอจิ”
3. เดินจาก “สถานีสวนอนุสรณ์งานเอ็กซ์โป 2005 ไอจิ” ไปอีกไม่กี่นาทีก็ถึง “สวนกิบบลิ”
ระยะเวลา
ประมาณ 50 นาที

กรณีเดินทางด้วยรถบัสด่วน

เส้นทาง
1. เดินจาก “สถานีนาโกย่า” ไปยัง Meitetsu Bus Center (สถานีนาโกย่า)
2. ขึ้นรถบัสไปสวนอนุสรณ์งานเอ็กซ์โป 2005 ไอจิ (สวนกิบบลิ) จาก “Meitetsu Bus Center (สถานีนาโกย่า)” แล้วลงที่ป้ายรถบัส “สวนอนุสรณ์งานเอ็กซ์โป 2005 ไอจิ (สวนกิบบลิ)”
3. เดินจาก “สวนอนุสรณ์งานเอ็กซ์โป 2005 ไอจิ (สวนกิบบลิ)” ไปอีกไม่กี่นาทีก็ถึง “สวนกิบบลิ”
ระยะเวลา
เที่ยวตรง: ประมาณ 40 นาที / เที่ยวแวะระหว่างทาง: ประมาณ 1 ชั่วโมง

การเดินทางจากโตเกียว

หากออกจากโตเกียว เส้นทางไปสวนกิบบลิมีดังนี้
โดยเริ่มจากไปที่สถานีโตเกียว แล้วนั่งชินคันเซ็น ซึ่งเป็นเส้นทางที่ใช้เวลาสั้นที่สุด

เส้นทาง
1. จาก “สถานี JR โตเกียว” ขึ้นชินคันเซ็น JR ขบวน Nozomi, Hikari หรือ Kodama แล้วลงที่ “สถานี JR นาโกย่า”
2. เดินจาก “สถานี JR นาโกย่า” ไป “สถานีรถไฟใต้ดินนาโกย่า”
3. จาก “สถานีรถไฟใต้ดินนาโกย่า” ขึ้นรถไฟใต้ดินสายฮิกาชิยามะ มุ่งหน้าไปฟูจิงาโอกะ แล้วลงที่ “สถานีฟูจิงาโอกะ”
4. จาก “สถานีฟูจิงาโอกะ” ขึ้นรถไฟสายโทบุคิวเรียว หรือ Linimo แล้วลงที่ “สถานีสวนอนุสรณ์งานเอ็กซ์โป 2005 ไอจิ”
5. เดินจาก “สถานีสวนอนุสรณ์งานเอ็กซ์โป 2005 ไอจิ” ไปอีกไม่กี่นาทีก็ถึง “สวนกิบบลิ”
ระยะเวลา
ประมาณ 3 ชั่วโมง

การเดินทางจากโอซาก้า

หากเดินทางจากโอซาก้า เส้นทางไปสวนกิบบลิมีดังนี้
วิธีที่เร็วที่สุดคือขึ้นชินคันเซ็นจากสถานีชินโอซาก้าไปยังสถานีนาโกย่า

เส้นทาง
1. จาก “สถานี JR โอซาก้า” ขึ้นรถไฟสาย JR แล้วลงที่ “สถานี JR ชินโอซาก้า”
2. จาก “สถานี JR ชินโอซาก้า” ขึ้นชินคันเซ็น JR ขบวน Nozomi, Hikari หรือ Kodama ที่มุ่งหน้าโตเกียว แล้วลงที่ “สถานี JR นาโกย่า”
3. เดินจาก “สถานี JR นาโกย่า” ไป “สถานีรถไฟใต้ดินนาโกย่า”
4. จาก “สถานีรถไฟใต้ดินนาโกย่า” ขึ้นรถไฟใต้ดินสายฮิกาชิยามะ มุ่งหน้าไปฟูจิงาโอกะ แล้วลงที่ “สถานีฟูจิงาโอกะ”
5. จาก “สถานีฟูจิงาโอกะ” ขึ้นรถไฟสายโทบุคิวเรียว หรือ Linimo แล้วลงที่ “สถานีสวนอนุสรณ์งานเอ็กซ์โป 2005 ไอจิ”
6. เดินจาก “สถานีสวนอนุสรณ์งานเอ็กซ์โป 2005 ไอจิ” ไปอีกไม่กี่นาทีก็ถึง “สวนกิบบลิ”
ระยะเวลา
ประมาณ 2 ชั่วโมง

เสน่ห์ของ 5 โซนที่พาคุณดื่มด่ำสู่โลกของผลงานกิบบลิ

มีการกล่าวกันว่าหากต้องการเที่ยวครบทั้ง 5 โซนใน 1 วันแบบเต็มอิ่ม จะต้องใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง
นั่นหมายความว่าแม้จะเที่ยวตั้งแต่สวนเปิดจนปิด ก็ยังอาจไม่พอภายในวันเดียว
แน่นอนว่าบางคนอาจมีเวลาเที่ยวไม่มากนัก
เพราะฉะนั้น การวางแผนให้มีเวลาเผื่อจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเที่ยวสวนกิบบลิ
ลองใช้รายละเอียดและเสน่ห์ของแต่ละโซนที่เรากำลังจะแนะนำต่อไปนี้เป็นแนวทาง เพื่อเลือกโซนและจุดที่อยากชม แล้วจัดแผนเที่ยวให้เหมาะกับคุณ

แผนที่โซนต่าง ๆ ของสวนกิบบลิ
แผนที่โซนต่าง ๆ ของสวนกิบบลิ

“โกดังใหญ่กิบบลิ” ที่มอบประสบการณ์หลากหลายในโลกของผลงานกิบบลิ

“โกดังใหญ่กิบบลิ” เป็นโซนหลักที่รวมทั้งห้องจัดแสดงภาพยนตร์ นิทรรศการพิเศษ 3 ชุด และร้านขายสินค้าไว้ภายในอาคารขนาดใหญ่
ที่นี่เป็นโซนยอดนิยมซึ่งมีกิจกรรมหลากหลาย เช่น “นิทรรศการฉากดังให้เป็นตัวละครกิบบลิ” ที่ให้คุณเหมือนได้เข้าไปอยู่ในฉากดังของผลงานกิบบลิ, “ห้องเนโกะบัส” ที่เด็ก ๆ เล่นได้อย่างเต็มที่, และ “เมืองทิศใต้” ที่สามารถเดินชมบรรยากาศย้อนยุคพร้อมเลือกซื้อสินค้าได้
ยังมีร้านอาหารให้บริการ และคุณยังได้ลิ้มลองเมนูที่ปรากฏในผลงานกิบบลิด้วย
แม้เราจะคัดมาแนะนำเพียง 3 ไฮไลต์ แต่ที่นี่มีจุดน่าสนใจอีกมากมาย จึงอยากให้เผื่อเวลาไว้ให้พอแล้วค่อย ๆ สนุกกับมัน
เพราะเป็นโซนที่คนหนาแน่นที่สุดในบรรดา 5 โซน จึงแนะนำให้มาในช่วงเช้า

1. “ห้องจัดแสดงภาพยนตร์ Orion-za” สำหรับชมแอนิเมชันสั้น

“ห้องจัดแสดงภาพยนตร์ Orion-za” เป็นห้องฉายที่สามารถชมแอนิเมชันขนาดสั้นของสตูดิโอกิบบลิ (ความยาวประมาณ 15 นาที) ซึ่งเคยฉายที่พิพิธภัณฑ์กิบบลิแห่งป่ามิตากะ
มีที่นั่งประมาณ 170 ที่นั่ง และผลงานที่ฉายจะสลับเปลี่ยนเป็นระยะจากทั้งหมด 10 เรื่อง โดยจะประกาศผ่านเว็บไซต์ทางการและโซเชียลมีเดีย
ตั๋วชมภาพยนตร์ที่รับได้คนละ 1 ใบตรงทางเข้า “โกดังใหญ่กิบบลิ” ก็มีดีไซน์ที่น่าประทับใจไม่แพ้กัน

ห้องจัดแสดงภาพยนตร์ Orion-za ที่สามารถชมแอนิเมชันสั้นได้
ห้องจัดแสดงภาพยนตร์ Orion-za ที่สามารถชมแอนิเมชันสั้นได้

2. คาเฟ่แสนสนุก “เที่ยวบินข้ามทวีป” ที่เต็มไปด้วยลูกเล่นน่ารัก

คาเฟ่อิตาเลียน “เที่ยวบินข้ามทวีป” ที่สร้างขึ้นโดยได้แรงบันดาลใจจากเรื่อง Porco Rosso โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ภายนอกคล้ายปีกเครื่องบิน
คาเฟ่แห่งนี้มาในคอนเซ็ปต์ “อาหารที่นักบินเที่ยวบินระยะไกลสามารถกินได้ด้วยมือเดียวขณะบังคับเครื่อง” จึงเสิร์ฟอาหารเบา ๆ อย่างแซนด์วิช พิซซ่า และของหวาน
ส่วนเครื่องดื่มก็มีทั้งกาแฟ เบียร์ และไวน์ ทำให้นั่งทานอาหารแบบชิล ๆ ได้เช่นกัน
ภายในการตกแต่งก็มีลูกเล่นซ่อนอยู่ ทั้งแผนที่โลกเหนือเคาน์เตอร์และห้องน้ำที่ชวนให้นึกถึงภายในเครื่องบิน จึงมีอะไรให้เพลิดเพลินมากกว่ามื้ออาหาร
เมนูแนะนำคือ BLT แซนด์วิช เมนูคลาสสิกที่เข้ากับกาแฟได้ดีและอิ่มกำลังพอดี
ที่แซนด์วิชยังมีธงออริจินัลลายวาดโดยผู้กำกับฮายาโอะ มิยาซากิ แนบมาให้ด้วย (ทั้งหมด 12 แบบ / สุ่ม) อย่าลืมสังเกตกันนะ

คาเฟ่ “เที่ยวบินข้ามทวีป” ที่ได้แรงบันดาลใจจากเรื่อง Porco Rosso
คาเฟ่ “เที่ยวบินข้ามทวีป” ที่ได้แรงบันดาลใจจากเรื่อง Porco Rosso

3. ลองชิมเมนูจากเรื่อง The Wind Rises! ที่มิลค์สแตนด์ “ซิเบริ・อัน”

มิลค์สแตนด์ “ซิเบริ・อัน” เป็นร้านแบบคีออสก์ที่คุณสามารถชิม “ซิเบเรีย” ขนมคัสเตลลาสอดไส้ถั่วแดง ซึ่งปรากฏในเรื่อง The Wind Rises ได้
ซิเบเรียมีให้เลือก 2 แบบคือไส้ถั่วแดงบดละเอียดและไส้ถั่วแดงเม็ด รสหวานกำลังดีและอร่อยมาก
นมโทโกนาเมะจากท้องถิ่นที่บรรจุในขวดลายแมวดีไซน์ออริจินัลก็ได้รับความนิยมเช่นกัน ให้บรรยากาศชวนคิดถึงแบบยุคโชวะ
เนื่องจากไม่สามารถนำขวดกลับบ้านได้ แนะนำให้ถ่ายรูปเก็บไว้ก่อนดื่มเพื่อเป็นที่ระลึก

ป้ายร้าน “ซิเบริ・อัน” ที่ให้บรรยากาศย้อนยุค
ป้ายร้าน “ซิเบริ・อัน” ที่ให้บรรยากาศย้อนยุค

“เนินแห่งวัยเยาว์” ที่ให้คุณดื่มด่ำกับโลกของ Whisper of the Heart และ The Cat Returns

“เนินแห่งวัยเยาว์” เป็นโซนที่อยู่ใกล้สถานีสวนอนุสรณ์งานเอ็กซ์โป 2005 ไอจิมากที่สุด และเป็นโซนแรกที่ปรากฏเมื่อเข้าสู่ Moricoro Park
ที่นี่ถ่ายทอดโลกของผลงานอย่าง Whisper of the Heart และ The Cat Returns พร้อมลูกเล่นและจุดน่าสนใจมากมายให้เพลิดเพลิน
เมื่อคุณยืนชมต้นสนหิมาลัยในลานวงเวียนที่ถ่ายทอดฉากจากภาพยนตร์ ก็อาจรู้สึกได้ถึงเสน่ห์ของผลงานกิบบลิในโลกจริง
เมื่อเทียบกับโซนอื่น ที่นี่ค่อนข้างคนไม่แน่น จึงเดินเที่ยวได้แบบสบาย ๆ
อย่างไรก็ตาม อย่าเพลินจนเกินไป เพราะอาจทำให้มีเวลาไม่พอสำหรับโซนและจุดท่องเที่ยวถัดไป

1. “สำนักงานแมว” ที่คุณจะได้พบกับบารอนและมูตะ

“สำนักงานแมว” สมชื่อ เพราะเป็นอาคารที่สร้างตามสำนักงานที่ปรากฏในเรื่อง The Cat Returns โดยปรับขนาดให้เท่ากับแมวจริง
แม้จะเป็นขนาดแมว แต่ก็เป็นอาคารไม้ที่สร้างอย่างพิถีพิถันตั้งแต่โครงสร้างจนถึงงานเก็บรายละเอียด ราวกับอาคารจริง
ภายในตกแต่งเป็นขนาดมินิ ไม่ว่าจะเป็นภาพเหมือนแฟนสาวของบารอน ตู้จาน หรือ นาฬิกาลูกตุ้ม ทั้งหมดชวนให้นึกถึงโลกในภาพยนตร์แบบเต็ม ๆ
ลองมองเข้าไปผ่านหน้าต่าง แล้วดูบารอนกับมูตะในบรรยากาศสบาย ๆ กัน

2. “ร้านขายของโลก” ที่ให้คุณสัมผัสประสบการณ์แบบตัวเอกจาก Whisper of the Heart

“ร้านขายของโลก” คือร้านขายของเก่าที่ถ่ายทอดมาจากสถานที่ซึ่งปรากฏในเรื่อง Whisper of the Heart
คุณสามารถไปเยือน “ร้านขายของโลก” ที่ในภาพยนตร์ถูกวาดไว้ว่าเป็นร้านที่ชิซึกุ สึกิชิมะ ตัวเอกของเรื่องได้พบโดยบังเอิญ
บนชั้น 2 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าชม มีนาฬิกากลไก ตุ๊กตา และของจุกจิกวางอยู่ทุกมุม ช่วยให้สัมผัสบรรยากาศของผลงานได้อย่างเต็มที่
ส่วนชั้น 1 เป็นเวิร์กช็อปทำไวโอลิน ที่คุณจะได้สัมผัสบรรยากาศการเรียนทำไวโอลินของเซย์จิ อามาซาวะอย่างใกล้ชิด
เมื่อเดินทะลุอาคารออกไปยังระเบียง ยังสามารถชมวิวเปิดโล่งอย่างทุ่งดอกไม้และลานสนามหญ้ากว้างภายในสวนอนุสรณ์งานเอ็กซ์โป 2005 ไอจิได้อีกด้วย

ร้านขายของเก่า “ร้านขายของโลก” ที่ปรากฏในเรื่อง Whisper of the Heart
ร้านขายของเก่า “ร้านขายของโลก” ที่ปรากฏในเรื่อง Whisper of the Heart

3. “หอคอยลิฟต์” ที่ให้คุณเพลิดเพลินทั้งโลกทัศน์และวิวสวย

“หอคอยลิฟต์” ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใกล้ทางเข้า เป็นสัญลักษณ์สำคัญของสวนที่ชวนให้ผู้มาเยือนก้าวเข้าสู่โลกของกิบบลิ
ดีไซน์ของที่นี่ได้รับแรงบันดาลใจจากโลกจินตนาการเชิงวิทยาศาสตร์ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ซึ่งพบเห็นได้ในผลงานอย่าง Castle in the Sky และ Howl’s Moving Castle
รูปลักษณ์โดดเด่นชวนให้หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปทันที
ด้านบนของ “หอคอยลิฟต์” เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นพื้นที่ภายในสวนอนุสรณ์งานเอ็กซ์โป 2005 ไอจิได้อย่างกว้างไกล
แม้ไม่ต้องซื้อตั๋วก็ใช้บริการได้ จึงมักคนแน่นเป็นพิเศษในวันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์

หอคอยลิฟต์ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวสวย
หอคอยลิฟต์ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวสวย

“ป่าดอนโดโกะ” สำหรับเดินเล่นท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์

ในโซน “ป่าดอนโดโกะ” คุณจะได้ดื่มด่ำกับโลกของ My Neighbor Totoro
รอบด้านโอบล้อมด้วยต้นไม้และป่าในสวน จึงเป็นอีกจุดเด่นที่ทำให้เดินเล่นพร้อมสัมผัสธรรมชาติและสายลมได้อย่างเต็มที่
อย่างไรก็ตาม โซนนี้อยู่ไกลจากประตูหลักที่สุด โดยใช้เวลาเดินจากสถานีประมาณ 40 นาที และแม้จะมาจากโซนอื่นก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 20 นาที โปรดวางแผนเวลาให้ดี
หากต้องการเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ หรือไม่มั่นใจเรื่องกำลังขา แนะนำให้ใช้รถบัสฟรีภายในสวน หรือ “APM เนโกะบัส” แบบมีค่าใช้จ่าย (เที่ยวเดียว: ผู้ใหญ่ 1,000 เยน)

1. เครื่องเล่นไม้ “ดอนโดโกะโด” ที่จำลองโทโทโระขนาดยักษ์

“ดอนโดโกะโด” คือเครื่องเล่นไม้สูงประมาณ 5 เมตรที่ตั้งอยู่บนยอดเขาด้านหลัง
เมื่อเดินตามทางขึ้นเขาที่มีลูกโอ๊กเป็นสัญลักษณ์ไปข้างหน้า คุณจะพบกับเครื่องเล่นไม้รูปโทโทโระขนาดยักษ์ที่มีรูปทรงกลมน่ารัก เด็กประถมและอายุน้อยกว่านั้นเท่านั้นที่สามารถเข้าไปเล่นได้
ใกล้กันยังมีรถทางลาด “ดอนโดโกะโก” ที่ได้แรงบันดาลใจจากรถรางบนถนนในอดีตของนาโกย่า วิ่งเชื่อมระหว่างเชิงเขากับยอดเขา
ด้วยบรรยากาศย้อนยุคที่มีเสน่ห์ อยากให้ลองแวะไปชมของจริงกัน

※ผู้ใช้รถเข็นเด็กและผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกายจะได้รับสิทธิ์ขึ้นก่อน

ดอนโดโกะโดที่ตั้งอยู่บนยอดเขาด้านหลัง
ดอนโดโกะโดที่ตั้งอยู่บนยอดเขาด้านหลัง

2. “บ้านซัตสึกิและเม” กับฉากที่เหมือนยกออกมาจากภาพยนตร์

จุดศูนย์กลางของโซน “ป่าดอนโดโกะ” คือ “บ้านซัตสึกิและเม” ที่ถ่ายทอดบ้านของครอบครัวคุซาคาเบะอย่างซื่อสัตย์ต่อผลงานต้นฉบับ
เดิมสร้างขึ้นเป็นนิทรรศการของงานเอ็กซ์โป 2005 ไอจิ และเปิดใหม่อีกครั้งหลังรีโนเวตในปี 2022
ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดยอดนิยมที่สุดของสวนกิบบลิ และเป็นสถานที่ที่แฟน My Neighbor Totoro ไม่ควรพลาด
ภายในบ้านสไตล์ผสมญี่ปุ่นตะวันตกถ่ายทอดบรรยากาศบ้านญี่ปุ่นยุคทศวรรษ 1950 โดยเก็บรายละเอียดตั้งแต่ห้องครัว ห้องอาบน้ำ ไปจนถึงห้องต่าง ๆ อย่างพิถีพิถัน
ฉากที่เห็นในภาพยนตร์ดูเหมือนจะอยู่ตรงหน้า และคุณอาจเผลอรู้สึกราวกับได้ยินเสียงของสองพี่น้องและเสียงของซูซูวาตาริขึ้นมาจริง ๆ

บ้านซัตสึกิและเมที่จำลองบ้านของครอบครัวคุซาคาเบะ
บ้านซัตสึกิและเมที่จำลองบ้านของครอบครัวคุซาคาเบะ

3. “ดอนโดโกะโทโคโระ” จุดพักและร้านของฝากน่ารัก

“ดอนโดโกะโทโคโระ” เป็นจุดพักผ่อนที่ตั้งอยู่ใกล้ทางเข้าโซน “ป่าดอนโดโกะ”
ที่นี่มีทั้งสินค้าต้นฉบับ ของฝาก รามูเนะ และเครื่องดื่มกล่องจำหน่าย
อีกจุดเด่นคือมีห้องน้ำและตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติครบครัน และตั้งอยู่ในพื้นที่ฟรีที่เข้าใช้ได้แม้ไม่มีบัตรเข้าชม
สินค้ามีทั้ง “ลูกอมดอนโดโกะ” ห่อด้วยใบไผ่, “ร่มดอนโดโกะ” พิมพ์ลายโทโทโระ และ “เบิร์ดคอล” รูปลูกโอ๊ก เป็นต้น ล้วนเป็นไอเทมที่เกี่ยวกับ My Neighbor Totoro
เหมาะสำหรับซื้อเป็นของฝากมาก ๆ ถ้ามีเวลาแนะนำให้แวะนะ

“หมู่บ้านโมโนนาเกะ” ที่คุณจะได้พบกับทิวทัศน์และเสน่ห์แบบญี่ปุ่น

“หมู่บ้านโมโนนาเกะ” เป็นโซนที่สร้างขึ้นโดยได้แรงบันดาลใจจาก Princess Mononoke
ภายในโซนที่มีกลิ่นอายของผลงานกิบบลิผสานกับภาพชนบทดั้งเดิมของญี่ปุ่น ยังมีจุดถ่ายรูปและวัตถุตกแต่งที่อ้างอิงจากอาคารในเรื่องด้วย
สถานที่เรียนรู้เชิงประสบการณ์ที่ให้ลองทำอาหารพื้นบ้านด้วยตัวเอง เหมาะสำหรับการมาเที่ยวกันทั้งครอบครัว
ที่ “หมู่บ้านโมโนนาเกะ” คุณจะได้พบทั้งเสน่ห์ของผลงานกิบบลิ และทิวทัศน์แบบญี่ปุ่นไปพร้อมกัน
ยิ่งไปกว่านั้น ธรรมชาติของสวนกับสิ่งปลูกสร้างยังผสานกันอย่างกลมกลืน จนเกิดเป็นพื้นที่ต่อเนื่องที่ชวนให้ลืมเวลา

1. “ทาทาระบะ” ที่ให้ลองทำอาหารพื้นบ้าน

ที่สถานที่เชิงประสบการณ์ “ทาทาระบะ” คุณสามารถลองย่างโกเฮโมจิด้วยถ่าน ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านของจังหวัดไอจิ (ภูมิภาคชูบุ) ทำจากข้าวเจ้านำมาบดหยาบแล้วปั้นเสียบไม้ ※สำหรับผู้มีอายุ 10 ปีขึ้นไป
หลังชำระค่ากิจกรรม 1,500 เยนที่ทางเข้าแยกจากค่าบัตรเข้าชมแล้ว คุณจะได้ย่างด้วยตัวเองโดยใช้เตาถ่าน
มีพนักงานคอยสอนวิธีทำและบอกเคล็ดลับ จึงเหมาะแม้สำหรับคนที่กังวลว่าจะทำไม่เป็น
ขั้นตอนสุดท้ายคือทาซอสสูตรพิเศษที่เลือกได้ 3 แบบ ได้แก่ มิโสะวอลนัต, โชยุ และนโปลิตัน แล้วก็พร้อมรับประทาน
โกเฮโมจิที่เพิ่งย่างเสร็จหอมกรุ่น และส่วนที่เกรียมนิด ๆ ก็ช่วยดึงรสชาติให้อร่อยยิ่งขึ้น
เป็นเมนูที่อิ่มกำลังดีและน่าจะเติมเต็มทั้งท้องและใจได้เลย
ในช่วงฤดูร้อน จะเปลี่ยนจากกิจกรรมย่างโกเฮโมจิด้วยถ่านเป็น “กิจกรรมบดถั่วเหลืองทำคินาโกะด้วยโม่หิน (พร้อมวาราบิโมจิ)”
โดยคุณจะได้บดถั่วเหลืองด้วยโม่หิน แล้วชิมคินาโกะที่ทำด้วยวิธีแบบดั้งเดิมคู่กับวาราบิโมจิ

ลองย่างเองแล้วทาซอสในแบบที่ชอบก่อนรับประทาน ※ภาพใช้เพื่อประกอบการอธิบาย
ลองย่างเองแล้วทาซอสในแบบที่ชอบก่อนรับประทาน ※ภาพใช้เพื่อประกอบการอธิบาย

2. “หมู่บ้านโมโนนาเกะ จุดพักผ่อน” สำหรับซื้อสินค้าออริจินัลจาก Princess Mononoke

“หมู่บ้านโมโนนาเกะ จุดพักผ่อน” สร้างจากอาคารบริหารที่เคยใช้ในงานเอ็กซ์โป 2005 ไอจิ ก่อนจะย้ายมาติดตั้งใหม่
จุดเด่นคือหลังคาที่วางหินแบบพิเศษให้กลมกลืนกับบรรยากาศของโซน
ที่นี่เป็นมุมให้ผู้มาเยือนได้พักหายใจ พร้อมมีพื้นที่ผ่อนคลายและจำหน่ายสินค้าออริจินัลที่เกี่ยวกับหมู่บ้านโมโนนาเกะ
ในบรรดาสินค้ายอดนิยมที่อยากแนะนำเป็นพิเศษ ได้แก่ “เนื้อแห้งหมู่บ้านโมโนนาเกะ (บีฟเจอร์กี)” และ “มาสคอต (เทพทาทาริ・โอโคโตนุชิ)”

3. “เทพทาทาริ” และ “โอโคโตนุชิ” วัตถุขนาดยักษ์สุดอลังการ

“เทพทาทาริ” ที่ได้แรงบันดาลใจจากตัวละครในเรื่อง Princess Mononoke เป็นวัตถุขนาดยักษ์ที่ทรงพลัง ความยาวประมาณ 9 เมตร สูงประมาณ 2.8 เมตร
ถูกสร้างอย่างสมจริงจนเด็ก ๆ อาจตกใจได้เลย และถ้าถ่ายรูปคู่ก็น่าจะได้ภาพที่โดดเด่นน่าประทับใจ
นอกจากนี้ยังประดับด้วยกระเบื้องหลากสีและหลากรูปทรง จึงอยากให้ลองเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ และสัมผัสดูด้วย ※ห้ามปีนขึ้นไป
ส่วน “โอโคโตนุชิ (Okkotonushi)” ที่อยู่ถัดจาก “เทพทาทาริ” คือสไลเดอร์สูงประมาณ 3.4 เมตร
ที่นี่ก็ใช้กระเบื้องสีสันสดใสและหินกลมเล็ก ๆ ในการถ่ายทอดลวดลายขนของโอโคโตนุชิเช่นกัน

※ใช้ได้สำหรับเด็กประถมศึกษาและอายุน้อยกว่าเท่านั้น และไม่สามารถใช้งานได้ในวันที่ฝนตก

เทพทาทาริที่ทรงพลังและน่าตื่นตา
เทพทาทาริที่ทรงพลังและน่าตื่นตา
สไลเดอร์ที่ได้แรงบันดาลใจจากโอโคโตนุชิ
สไลเดอร์ที่ได้แรงบันดาลใจจากโอโคโตนุชิ

“หุบเขาแม่มด” ที่ไม่ได้มีแค่โลกทัศน์น่าหลงใหล แต่ยังมีเครื่องเล่นให้สนุกด้วย

“หุบเขาแม่มด” คือโซนใหม่ที่หลายคนรอคอย ซึ่งเปิดในเดือนมีนาคม ปี 2024
จุดเด่นคือทัศนียภาพเมืองสไตล์ยุโรปที่สร้างขึ้นจากจินตนาการของผลงานกิบบลิที่มีแม่มดเป็นตัวละคร เช่น Howl’s Moving Castle, Kiki’s Delivery Service และ Earwig and the Witch
โซนนี้มีพื้นที่กว้าง และยังมีเครื่องเล่นอย่างม้าหมุนกับ Flying Machine ทำให้มีอะไรให้สนุกมากมาย
ตั้งแต่ “ปากแม่มด” ที่ประตูทางเข้าไปจนถึงทางออก ยังเต็มไปด้วยกลไกและลูกเล่นเกี่ยวกับเวทมนตร์อยู่ทั่วพื้นที่ รับรองว่าเดินจนจบก็ยังตื่นเต้นไม่หาย

1. “ปราสาทฮาวล์” ที่ให้เข้าไปสำรวจภายในปราสาทเคลื่อนที่

“ปราสาทฮาวล์” คืออาคารรูปร่างคล้ายสิ่งมีชีวิตที่ปรากฏในเรื่อง Howl’s Moving Castle
ตัวปราสาทสูงประมาณ 20 เมตร โดยชั้น 1 จำลองเตาผิงของคาลซิเฟอร์และห้องของโซฟี ส่วนชั้น 2 จำลองห้องนอนและสตูดิโอของฮาวล์อย่างซื่อสัตย์ต่อผลงานต้นฉบับ
จุดเด่นคือคุณจะได้แอบเห็นบรรยากาศการใช้ชีวิตภายในปราสาท
บางส่วนของปราสาทจะขยับได้วันละหลายครั้ง พร้อมพ่นควันออกมา อย่าลืมรอดูการแสดงของ “ปราสาทเคลื่อนที่” นี้ด้วย
บริเวณรอบ ๆ เป็นพื้นที่โล่งคล้ายฉากในภาพยนตร์ และ “หัวผักกาด” ที่ยืนอยู่บนเนินเล็กก็เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม

“ปราสาทฮาวล์” รูปร่างคล้ายสิ่งมีชีวิตจากเรื่อง Howl’s Moving Castle
“ปราสาทฮาวล์” รูปร่างคล้ายสิ่งมีชีวิตจากเรื่อง Howl’s Moving Castle
ห้องนั่งเล่นภายใน “ปราสาทฮาวล์”
ห้องนั่งเล่นภายใน “ปราสาทฮาวล์”

2. “บ้านโอกิโนะ” ที่ให้สัมผัสวิถีชีวิตของคิกิและโคคิริ

“บ้านโอกิโนะ” คือบ้าน 2 ชั้นที่คิกิ ตัวเอกจากเรื่อง Kiki's Delivery Service ใช้ชีวิตอยู่ก่อนออกเดินทางไปฝึกฝนเป็นแม่มด
เมื่อเดินเข้าจากประตูหน้า คุณจะได้ชมร้านแม่มดที่โคคิริ (แม่ของคิกิ) ใช้ปรุงยา รวมถึงห้องรับแขกและห้องครัว
เมื่อขึ้นไปชั้น 2 จะพบห้องของคิกิและห้องทำงานของพ่อ เป็นพื้นที่พิเศษที่ชวนให้นึกถึงฉากประทับใจในเรื่อง
ในสวนหน้าบ้านยังประดับด้วยดอกไม้และพืชพรรณตามฤดูกาล รวมถึงวัตถุตกแต่งรูปไม้ถูพื้นและไม้กวาด ทำให้ภายนอกบ้านก็น่าเดินชมไม่แพ้กัน

บ้านโอกิโนะที่คิกิ ตัวเอกของเรื่องเคยอาศัยอยู่
บ้านโอกิโนะที่คิกิ ตัวเอกของเรื่องเคยอาศัยอยู่
ห้องของคิกิภายในบ้านโอกิโนะ
ห้องของคิกิภายในบ้านโอกิโนะ

3. “ร้านขนมปังกูโชคิปังยะ” ที่ไม่ได้มีให้แค่ชม แต่ยังซื้อขนมปังได้จริง

“ร้านขนมปังกูโชคิปังยะ” คือร้านขนมปังที่คิกิและจีจิอาศัยอยู่ในเรื่อง Kiki's Delivery Service โดยจำลองขึ้นด้วยเทคนิคสถาปัตยกรรมไม้แบบดั้งเดิมของยุโรป
ภายในร้านมีขนมปัง 18 ชนิด รวมทั้งเมนูออริจินัล เช่น นโปลิตันและคานูเล่ ที่สามารถซื้อได้จริง
ห้องใต้หลังคาก็เปิดให้เข้าชมเช่นกัน จุดเด่นคือคุณจะได้เห็นอุปกรณ์ประกอบฉากใกล้ ๆ เช่น วิทยุที่คิกิเคยใช้เวลาบินด้วยไม้กวาด และกล่องแป้งแพนเค้กมิกซ์
สามารถสัมผัสหน้าต่างและประตูได้ จึงแนะนำให้ค่อย ๆ ใช้เวลาเดินชมอย่างเต็มที่

ร้านขนมปังกูโชคิปังยะที่คิกิและจีจิอาศัยอยู่
ร้านขนมปังกูโชคิปังยะที่คิกิและจีจิอาศัยอยู่
ร้านขนมปังกูโชคิปังยะที่สามารถซื้อขนมปังได้จริง
ร้านขนมปังกูโชคิปังยะที่สามารถซื้อขนมปังได้จริง

7 เรื่องที่ควรรู้เพื่อเที่ยวสวนกิบบลิให้สนุกยิ่งขึ้น

สวนกิบบลิมีพื้นที่กว้างใหญ่และเต็มไปด้วยจุดน่าสนใจมากมายภายในสวนเดียว
หากมาเที่ยวโดยไม่รู้ข้อมูลล่วงหน้า อาจเดินเที่ยวได้ไม่อย่างที่หวังและทำให้ความประทับใจลดลงได้
เพื่อให้คุณสนุกกับสวนกิบบลิได้อย่างเต็มที่ เราจึงรวบรวม 7 ข้อที่ควรรู้มาแนะนำ
เนื้อหาเหล่านี้มีประโยชน์มากสำหรับการวางแผนเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ ลองนำไปใช้กันได้เลย

1. วางแผนตั้งแต่ตอนซื้อตั๋ว

สำหรับ “โกดังใหญ่กิบบลิ” ต้องเข้าภายใน 1 ชั่วโมงนับจากเวลาที่ระบุบนบัตร (09:00–15:00)
ส่วนบัตร “สวนกิบบลิ หุบเขาแม่มด・หมู่บ้านโมโนนาเกะ” จะต้องเลือกระยะเวลาเข้าของ “หุบเขาแม่มด” จาก 2 ช่วง คือ ช่วงเช้า (เวลาเปิดสวน–13:00) หรือช่วงบ่าย (13:00–16:00)
เนื่องจากต้องกำหนดเวลาเข้าตั้งแต่ตอนซื้อบัตร การวางแผนล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งจำเป็น
เวลาจัดแผน แนะนำให้คำนึงถึงการแบ่งเวลาและดูตารางเวลาที่ใช้ในแต่ละโซนด้านล่างประกอบกับข้อมูลในบทความนี้

※หอคอยลิฟต์อยู่ในพื้นที่ฟรี

โซน เวลาที่ใช้ (โดยประมาณ) หมายเหตุ
โกดังใหญ่กิบบลิ 3 ชั่วโมง–5 ชั่วโมง มีจุดน่าสนใจมาก ควรเผื่อเวลาเที่ยวให้มากหน่อย
เนินแห่งวัยเยาว์ 45 นาที–1 ชั่วโมง 30 นาที วันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ หอคอยลิฟต์มักคนแน่น
ป่าดอนโดโกะ 45 นาที–1 ชั่วโมง 30 นาที หากมีเด็กไปด้วยอาจยิ่งสนุกขึ้น
หมู่บ้านโมโนนาเกะ 30 นาที–1 ชั่วโมง หากจะทำกิจกรรมโกเฮโมจิ ควรเผื่อเพิ่มประมาณ 25 นาที
หุบเขาแม่มด 3 ชั่วโมง–4 ชั่วโมง ร้านอาหารและของฝากมักคนแน่นเป็นพิเศษ

※ควรคำนึงถึงเวลาเดินระหว่างโซน (ประมาณ 1 ชั่วโมง), มื้อกลางวัน, เวลารอคิว, การเลือกซื้อของฝาก และข้อจำกัดที่โซนอื่นนอกเหนือจากหุบเขาแม่มดไม่สามารถเข้าออกซ้ำได้
※เวลาที่ระบุข้างต้นเป็นความเห็นของกองบรรณาธิการ

2. ตั้งเป้าเข้าให้ได้หลังสวนเปิดไม่นาน

แม้สวนกิบบลิจะมีผู้มาเยือนตลอดทั้งวัน แต่ช่วงเช้ามักจะโล่งกว่า
เมื่อเวลาผ่านไปหลังสวนเปิด จำนวนผู้เข้าชมก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นหากอยากหลีกเลี่ยงความแออัด แนะนำให้เข้าตั้งแต่ช่วงเช้า
อีกจุดหนึ่งคือไม่มีการกำหนดเวลาออก ยิ่งเข้าเร็วก็ยิ่งมีเวลาเที่ยวมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม มักมีคิวรอเข้าอยู่เสมอ หากอยากเข้าให้ได้พร้อมเวลาเปิดสวน ควรมาต่อแถวล่วงหน้าประมาณ 30–40 นาที

แม้แต่นิทรรศการพิเศษในโซนหลัก “โกดังใหญ่กิบบลิ” ก็เลี่ยงความแออัดได้หากมาแต่เช้า
แม้แต่นิทรรศการพิเศษในโซนหลัก “โกดังใหญ่กิบบลิ” ก็เลี่ยงความแออัดได้หากมาแต่เช้า

3. หากจะใช้บริการร้านอาหาร ควรเลี่ยงช่วงพีค

ภายในสวนกิบบลิมีร้านอาหารไม่มาก และเมื่อถึงช่วงกลางวัน ไม่ว่าจุดไหนก็มักคึกคักไปด้วยผู้คน
หน้าร้านมักมีคิวยาว และการรอเกิน 1 ชั่วโมงเพื่อเข้าใช้บริการก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
หากต้องการลดเวลารอ แนะนำให้ทานมื้อกลางวันเร็วหน่อย (10:30–11:00) หรือช้าหน่อย (หลัง 15:00)
อย่างไรก็ตาม ยิ่งเข้าร้านช้าเท่าไร สินค้าที่หมดก็ยิ่งมากขึ้น หากมีเมนูที่ตั้งใจจะสั่งเป็นพิเศษควรระวัง
เราได้สรุปรายชื่อร้านอาหารหลักไว้ในตารางด้านล่างแล้ว ลองวางแผนโดยดูตารางเวลาทั้งวันประกอบกันด้วย
หากไม่อยากใช้เวลากับมื้ออาหารมากนัก ก็สามารถเลือกร้านอาหารภายในสวนสาธารณะได้เช่นกัน (มีทั้งหมด 8 ร้าน เช่น Mos Burger)

โซน ชื่อร้าน รูปแบบ・หมายเหตุ
โกดังใหญ่กิบบลิ เที่ยวบินข้ามทวีป คาเฟ่อิตาเลียน
เน้นแซนด์วิชและพิซซ่า
โกดังใหญ่กิบบลิ ซิเบริ・อัน อาหารมีเฉพาะซิเบเรีย
ร้านซื้อกลับเท่านั้น
หุบเขาแม่มด เตาอบลอยฟ้า ร้านอาหารเต็มรูปแบบแห่งแรกของสวนกิบบลิ
เป็นร้านเดียวในสวนที่สั่งอาหารจากโต๊ะได้
เมนูออริจินัลที่เกี่ยวกับ Earwig and the Witch และ Kiki’s Delivery Service ได้รับความนิยมมาก
หุบเขาแม่มด ฮอตด็อกสแตนด์ Hot Tin Roof ร้านฮอตด็อก
ร้านซื้อกลับเท่านั้น
หุบเขาแม่มด ร้านขนมปังกูโชคิปังยะ ร้านขนมปัง
ร้านซื้อกลับเท่านั้น

4. เตรียมเสื้อผ้าและรองเท้าที่เคลื่อนไหวสะดวก

สวนกิบบลิมีพื้นที่กว้างและมีทางขึ้นลงเขาหลายจุด หากอยากเที่ยวให้เต็มที่ก็ต้องเดินพอสมควร
เพราะฉะนั้น การแต่งตัวแบบคล่องตัว เช่น กางเกงและรองเท้าผ้าใบ พร้อมสัมภาระให้น้อยที่สุด จะเหมาะที่สุด
หากมีของเยอะ สามารถฝากไว้ที่ตู้ล็อกเกอร์หยอดเหรียญบริเวณศูนย์ข้อมูลทางเข้าทิศเหนือ และศูนย์ข้อมูล・จุดพักผ่อนทางเข้าทิศตะวันตกของสวนอนุสรณ์งานเอ็กซ์โป 2005 ไอจิ
โปรดทราบว่าไม่มีตู้ล็อกเกอร์หยอดเหรียญภายในสวนกิบบลิ
ในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ควรมีผ้าคลุมหรือคาร์ดิแกนไว้ปรับอุณหภูมิ ส่วนฤดูหนาวแผ่นให้ความร้อนก็มีประโยชน์มาก
ช่วงฤดูร้อนอากาศจะร้อนมาก อย่าลืมเตรียมตัวป้องกันฮีตสโตรกให้พร้อม ทั้งการดื่มน้ำสม่ำเสมอและป้องกันรังสียูวี

อย่าลืมสวมเสื้อผ้าและรองเท้าที่เดินสะดวก
อย่าลืมสวมเสื้อผ้าและรองเท้าที่เดินสะดวก

5. เตรียมเป้อุ้มหรืออุปกรณ์อุ้มเด็กไปด้วย

ในสวนกิบบลิ ไม่อนุญาตให้นำรถเข็นเด็กเข้าไปในพื้นที่เสียค่าเข้าชม
ต้องจอดไว้ที่จุดวางเฉพาะซึ่งอยู่ด้านนอกของแต่ละอาคารก่อนเข้าใช้บริการ
หากเดินทางพร้อมเด็กเล็ก อย่าลืมเตรียมเป้อุ้มหรืออุปกรณ์อุ้มเด็กไปด้วย
อีกเรื่องที่ควรจำไว้คือ ไม่อนุญาตให้นำอาหารและเครื่องดื่มเข้าไป ยกเว้นขวดพลาสติก
แต่ละโซนมีพื้นที่เปลี่ยนผ้าอ้อม และใน “โกดังใหญ่กิบบลิ” ยังมีห้องให้นมและห้องเด็กที่เตรียมน้ำร้อนสำหรับชงนมไว้ด้วย จึงสามารถใช้ตามความจำเป็นได้

นอกจากรถเข็นเด็กแล้ว อย่าลืมเตรียมเป้อุ้มเด็กด้วย
นอกจากรถเข็นเด็กแล้ว อย่าลืมเตรียมเป้อุ้มเด็กด้วย

6. ดูผลงานกิบบลิก่อนไปหรือทบทวนอีกครั้ง

หากได้ดูผลงานกิบบลิก่อนไปสวนกิบบลิ คุณจะเพลิดเพลินกับโลกของภาพยนตร์ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
วิธีเดินชมที่แนะนำคือ ลองนึกถึงฉากต่าง ๆ ไปพร้อมกับสังเกตรายละเอียดของลูกเล่นและการตกแต่ง
เนื่องจากการดูทุกเรื่องอาจเป็นเรื่องยาก เราจึงสรุปผลงานหลักที่เป็นธีมของแต่ละโซนไว้ในตารางด้านล่าง
อย่างน้อยลองเลือกดูสัก 1–2 เรื่องที่คุณสนใจก่อนไปก็น่าจะช่วยได้มาก
เสน่ห์ของกิบบลิคือแต่ละเรื่องมีเอกลักษณ์ต่างกัน และยิ่งดูก็ยิ่งได้พบความสนุกในมุมใหม่
แม้เคยดูมาแล้ว การกลับไปทบทวนเนื้อเรื่องอีกครั้งก็อาจทำให้เจอรายละเอียดที่ไม่เคยสังเกตมาก่อน

โกดังใหญ่กิบบลิ
・Spirited Away
・Castle in the Sky
・Arrietty
・The Wind Rises
ฯลฯ
เนินแห่งวัยเยาว์
・Whisper of the Heart
・The Cat Returns
ป่าดอนโดโกะ
・My Neighbor Totoro
หมู่บ้านโมโนนาเกะ
・Princess Mononoke
หุบเขาแม่มด
・Kiki’s Delivery Service
・Howl’s Moving Castle
・Earwig and the Witch

7. หากอยากเที่ยวแบบสบาย ๆ ควรเลือกแค่ 2–3 โซน

ขอย้ำอีกครั้งว่า การเที่ยวให้ครบทุกโซนของสวนกิบบลิใน 1 วันนั้นทำได้ยาก
แม้จะวางแผนละเอียดล่วงหน้าและเดินอย่างมีประสิทธิภาพในช่วงเวลา 09:00–17:00 ก็อาจเที่ยวได้คุ้ม แต่ในความเป็นจริงคงไม่ง่ายนัก
หากพยายามเที่ยวครบทุกโซนแบบเร่งรีบ อาจกลับทำให้ความพึงพอใจลดลงได้
สวนกิบบลิมีจุดน่าสนใจในทุกโซน ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ หรือการจำลองฉากจากภาพยนตร์ การพลาดสิ่งเหล่านี้ไปจึงน่าเสียดายมาก
เพราะฉะนั้น เราแนะนำให้เลือกโฟกัสเพียง 2–3 โซนในการมาเที่ยวแต่ละครั้ง
ต่อจากนี้เราจะพาไปดูคอร์สตัวอย่างที่เหมาะกับมือใหม่ ลองนำไปใช้วางแผนในแบบของคุณได้เลย

ไม่ต้องพยายามเที่ยวทุกโซน เลือกเฉพาะที่สนใจแล้วค่อย ๆ สนุกกับแต่ละโซนจะดีกว่า
ไม่ต้องพยายามเที่ยวทุกโซน เลือกเฉพาะที่สนใจแล้วค่อย ๆ สนุกกับแต่ละโซนจะดีกว่า

ถ้าไปสวนกิบบลิครั้งแรก ต้องนี่เลย! คอร์สเที่ยวตัวอย่าง 1 วัน

หลายคนน่าจะสงสัยว่า “สวนกิบบลิที่กว้างใหญ่และมีเสน่ห์มากขนาดนี้ ควรเดินเที่ยวอย่างไรดี”
ถ้าเป็นแบบนั้น ลองใช้คอร์สตัวอย่างในตารางด้านล่างเป็นแนวทางได้เลย
คอร์สนี้เป็นแผนเที่ยว 1 วันที่เน้น “โกดังใหญ่กิบบลิ” ซึ่งมีทั้งกิจกรรม การซื้อสินค้า และอาหารเครื่องดื่ม พร้อมแวะ “หุบเขาแม่มด” โซนใหม่ และ “เนินแห่งวัยเยาว์” ที่ให้ดื่มด่ำกับโลกของ Whisper of the Heart และ The Cat Returns
คอร์สทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง 30 นาที ดังนั้นหากต้องการเที่ยวตามแผนนี้ ควร

  • เข้าสวนให้ตรงกับเวลาเปิด
  • เลือกซื้อ “สวนกิบบลิ บัตรเดินเล่นรอบใหญ่พรีเมียม”

จึงจะเหมาะสม
นอกจากนี้ ระยะเวลาเดินทางและเวลารอคิวในวันจริงอาจนานกว่าที่คาดไว้ตามความหนาแน่นของผู้เข้าชม อย่าลืมปรับแผนให้เหมาะกับสถานการณ์ในวันนั้นด้วย

โซน แผนเที่ยว เวลาที่ใช้
โกดังใหญ่กิบบลิ นิทรรศการฉากดังให้เป็นตัวละครกิบบลิ→ห้องจัดแสดงภาพยนตร์ Orion-za→เที่ยวบินข้ามทวีป→กองบินผจญภัย 3 ชั่วโมง 30 นาที
หุบเขาแม่มด ปราสาทฮาวล์→บ้านโอกิโนะ→ร้านขนมปังกูโชคิปังยะ 1 ชั่วโมง 30 นาที
เนินแห่งวัยเยาว์ สำนักงานแมว→ร้านขายของโลก→หอคอยลิฟต์ 1 ชั่วโมง 30 นาที

※เวลาที่ระบุข้างต้นเป็นความเห็นของกองบรรณาธิการ

“ซาวัวยา S-21” จากเรื่อง Porco Rosso จัดแสดงที่คาเฟทีเรียในสวนอนุสรณ์งานเอ็กซ์โป 2005 ไอจิ

ที่คาเฟทีเรีย “Rotanda Kazegaoka” บริเวณลานทางเข้าทิศเหนือของ “สวนอนุสรณ์งานเอ็กซ์โป 2005 ไอจิ” ซึ่งเป็นที่ตั้งของสวนกิบบลิ จะมีการจัดแสดงผลงานศิลปะไม้ของเครื่องบินทะเล “ซาวัวยา S-21” จากเรื่อง Porco Rosso ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2025
ผลงานชิ้นนี้เคยจัดแสดงอยู่ในนิทรรศการ “Ghibli 3D Sculpture Exhibition” ซึ่งจัดถึงวันที่ 23 กันยายน 2025

“Rotanda Kazegaoka” ที่จัดแสดงงานศิลปะไม้ของเครื่องบินทะเล “ซาวัวยา S-21”
“Rotanda Kazegaoka” ที่จัดแสดงงานศิลปะไม้ของเครื่องบินทะเล “ซาวัวยา S-21”

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีเที่ยวสวนกิบบลิ

Q

มีที่พักใกล้สวนกิบบลิหรือไม่?

A

มีที่พักหลากหลายประเภท ตั้งแต่บริเวณรอบสถานีนาโกย่าซึ่งเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของไอจิ ไปจนถึงโรงแรมที่อยู่ใกล้สวนอนุสรณ์งานเอ็กซ์โป 2005 ไอจิ

Q

มีสถานที่สำหรับใช้เวลารอใกล้สวนกิบบลิหรือไม่?

A

ภายในสวนมีจุดที่สามารถใช้เวลาได้อย่างเพลิดเพลิน เช่น “ลานสเก็ตน้ำแข็ง” และ “ศูนย์เด็กแบบบูรณาการ” นอกจากนี้ยังมีดอกไม้ตามฤดูกาลและลูกเล่นเล็ก ๆ ตามม้านั่ง จึงแนะนำให้ลองเดินเล่นรอบ ๆ ด้วย

บทสรุป

ก่อนออกเดินทางไปสวนกิบบลิ ลองใช้ข้อมูลในบทความนี้เป็นตัวช่วยวางแผนกันได้เลย
เราได้พาไปรู้จักเสน่ห์ของสวนกิบบลิ พร้อมไฮไลต์ของทั้ง 5 โซนและเคล็ดลับในการเที่ยวให้สนุกมากขึ้น
หากใช้ข้อมูลเหล่านี้เป็นแนวทางในการวางแผน คุณน่าจะได้ดื่มด่ำกับโลกของภาพยนตร์กิบบลิอย่างเต็มที่
รายละเอียดเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในแต่ละจุดจะค่อย ๆ พาคุณไปสู่ประสบการณ์ที่น่าประทับใจ
หากคุณวางแผนพักค้างคืน ลองอ่านบทความนี้ต่อด้วย เพราะเราได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมและร้านอาหารดังในไอจิไว้แบบครบถ้วนแล้ว