
6 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในคามาตะ เมืองที่มอบประสบการณ์แบบลึกซึ้ง
ถ้ากำลังมองหาย่านที่เดินทางสะดวกทั้งจากสนามบินฮาเนดะและใจกลางกรุงโตเกียว คามาตะก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย โดยในย่านคึกคักใกล้สถานี JR คามาตะ และสถานีเคคิว คามาตะ มีร้านค้าและร้านอาหารท้องถิ่นเรียงรายอยู่มากมาย
บรรยากาศการเที่ยวที่นี่ให้ความรู้สึกลึกซึ้งไปอีกแบบ และแตกต่างจากชินจูกุหรือชิบูย่า
ในย่านนี้ยังมีสถานแช่น้ำร้อนและที่พักที่ใช้น้ำพุร้อนธรรมชาติด้วย จึงแนะนำให้วางแผนเที่ยวพร้อมพักค้างคืนในวันแรกของทริปหรือคืนก่อนกลับ
ไปดูกันว่าคามาตะมีทั้งสถานที่ยอดนิยม ร้านอาหาร และแหล่งช้อปปิ้งไหนบ้างที่น่าสนใจ
คามาตะเป็นสถานที่แบบไหน?
ถ้าดูจากตำแหน่งที่ตั้ง คามาตะ (Kamata) อยู่ในเขตโอตะ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงโตเกียว
ย่านนี้อยู่ใกล้สนามบินฮาเนดะ ซึ่งถือเป็นประตูสู่กรุงโตเกียวและญี่ปุ่น และยังมอบประสบการณ์เที่ยวที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว
อีกหนึ่งจุดเด่นคือสามารถเดินทางจากย่านใจกลางเมืองอย่างสถานีโตเกียวหรือสถานีชินจูกุมาได้ภายในประมาณ 30 นาที
บริเวณย่านการค้ารอบสถานีมีร้านอาหารมากกว่า 300 ร้าน และส่วนใหญ่เป็นร้านที่บริหารงานโดยเจ้าของร้านเอง
จึงมีหลายร้านที่บรรยากาศเป็นกันเอง เหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตและพูดคุยกับผู้คนในท้องถิ่น
อย่าลืมลองกินเกี๊ยวซ่าปีกที่เป็นเมนูขึ้นชื่อของย่านนี้ด้วย
คามาตะยังเป็นหนึ่งในย่านราเม็งชื่อดังของโตเกียว จึงเหมาะกับการตระเวนชิมราเม็งหลายร้าน
ในเขตโอตะที่คามาตะตั้งอยู่นั้น ยังมีสถานแช่น้ำร้อนอย่างโรงอาบน้ำสาธารณะจำนวนมาก ซึ่งนับว่าอยู่ในระดับต้น ๆ ของโตเกียว
เพราะมีน้ำพุร้อนผุดขึ้นตามธรรมชาติ จึงมีโรงอาบน้ำหลายแห่งที่ใช้น้ำพุร้อน และอยากชวนให้ลองแช่ “คุโระยุออนเซ็น” ที่มีสีน้ำดำเป็นเอกลักษณ์ดูสักครั้ง

ฤดูกาลไหนเหมาะกับการเที่ยวคามาตะ?
หากมาเยือนคามาตะ กิจกรรมที่อยากแนะนำคือการตระเวนชิมอาหาร ดื่มสังสรรค์ และแช่น้ำพุร้อน
ด้วยเหตุนี้ ฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้ร่วงที่อากาศเหมาะกับการเดินเล่นจึงเป็นช่วงที่แนะนำ
เพราะมีสวนสาธารณะกระจายอยู่หลายแห่ง หากมาได้ตรงช่วงที่ดอกไม้หรือธรรมชาติกำลังสวยก็จะได้ชมทิวทัศน์งดงาม
ในคามาตะยังมีจุดชมซากุระสวย ๆ ด้วย ดังนั้นในฤดูใบไม้ผลิคุณจะได้เห็นภาพเมืองที่แต่งแต้มด้วยดอกซากุระอย่างน่าประทับใจ
ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูของคามาตะ
- ช่วงฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): แจ็กเก็ตบางและเสื้อสเวตเตอร์เนื้อบาง
- ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม) เหมาะกับเสื้อผ้าบางเบาและเสื้อแขนสั้น
- สำหรับฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): แจ็กเก็ตบาง หรือโค้ต
- ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): โค้ต ชุดสูทขนสัตว์ และสเวตเตอร์หรือแจ็กเก็ตหนา
เดินทางไปคามาตะอย่างไร?
ต่อไปนี้คือวิธีเดินทางและระยะเวลาที่ใช้จากสนามบินฮาเนดะและสถานีหลักต่าง ๆ ในโตเกียวมายังสถานีคามาตะ สรุปไว้ในตารางด้านล่าง
- จากสนามบินฮาเนดะ
- นั่งรถบัสประจำทางจากอาคารผู้โดยสาร 1 ของสนามบินฮาเนดะ ใช้เวลาประมาณ 35 นาที
- จากสถานี JR โตเกียว
- นั่งสาย JR เคฮินโทโฮคุ–เนกิชิ ใช้เวลาประมาณ 25 นาที
- จากสถานี JR ชินจูกุ
- นั่งสาย JR ยามาโนเตะ แล้วเปลี่ยนไปสาย JR เคฮินโทโฮคุ–เนกิชิ ใช้เวลาประมาณ 35 นาที
- จากสถานี JR ชิบูย่า
- นั่งสาย JR ยามาโนเตะ แล้วเปลี่ยนไปสาย JR เคฮินโทโฮคุ–เนกิชิ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
การเดินทางหลักสำหรับเที่ยวคามาตะ
หากเที่ยวตามจุดต่าง ๆ ในคามาตะ วิธีเดินทางหลักคือการเดินและแท็กซี่
บางจุดสามารถเที่ยวได้ด้วยการเดินเพียงอย่างเดียว แต่หากใช้แท็กซี่ร่วมด้วยก็จะช่วยให้ไปได้หลายแห่งมากขึ้น
4 สถานที่ยอดนิยมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวคามาตะ
มาเที่ยวคามาตะทั้งที เรื่องที่ชวนให้นึกถึงไม่ใช่แค่อาหารอร่อย แต่ยังรวมถึงการแช่น้ำพุร้อนด้วย
เพราะมีสถานแช่น้ำร้อนหลายแห่งที่สามารถแช่น้ำแร่สีดำได้ จึงอยากชวนให้แวะไปลองกัน
ถ้ามีเวลาเพิ่มอีกสักหน่อย ลองไปเยือนสถานที่ที่สัมผัสได้ทั้งประวัติศาสตร์และธรรมชาติของคามาตะด้วยก็น่าสนใจ
1. ยูซิตี้ คามาตะ
ยูซิตี้ คามาตะ (You City Kamata) เป็นสถานแช่น้ำร้อนที่อยู่ห่างจากสถานี JR คามาตะโดยเดิน 5 นาที
ที่นี่ใช้น้ำพุร้อนธรรมชาติที่สูบขึ้นมาจากใต้ดินลึก 120 เมตร โดยมีจุดเด่นคือน้ำพุร้อนสีน้ำตาลดำเข้มที่เรียกว่า “คุโระยุ”
คุณภาพน้ำเป็นด่างอ่อนและอุดมด้วยแร่ธาตุ จึงคาดหวังได้ทั้งเรื่องผิวเนียนนุ่ม การเก็บความอุ่นของร่างกาย และการช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้า
ภายในมีทั้งบ่ออาบน้ำหลายอุณหภูมิ ห้องซาวน่าไอน้ำ และบ่อกึ่งกลางแจ้ง
หลังแช่น้ำยังสามารถไปนั่งพักผ่อนชิล ๆ ในพื้นที่รับประทานอาหารได้อีกด้วย

2. คามาตะออนเซ็น
คามาตะออนเซ็น (Kamata Onsen) ตั้งอยู่ห่างจากสถานีเคคิว คามาตะโดยเดิน 10 นาที
เป็นสถานแช่น้ำร้อนที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1937 และมีประวัติยาวนาน อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของคามาตะในด้านออนเซ็น
เสน่ห์สำคัญที่สุดคือน้ำพุร้อนธรรมชาติที่เรียกว่า “คุโระยุ” ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นและเก็บความอุ่นได้ดี
น้ำของคามาตะออนเซ็นไม่ได้เติมน้ำเพิ่ม จึงสามารถแช่น้ำพุร้อนจากต้นน้ำได้ตามสภาพเดิม
อุปกรณ์จำเป็นสำหรับการอาบน้ำสามารถซื้อได้ที่แผนกต้อนรับ จึงมาแบบไม่ต้องเตรียมอะไรมาก็สะดวก
ที่ชั้น 2 มีร้านอาหาร “คามาตะออนเซ็นโชกุโด” ซึ่งเสิร์ฟเมนูปรุงอย่างพิถีพิถัน เหมาะสำหรับแวะฝากท้อง
เมนูแนะนำคือ “ข้าวหุงหม้อน้ำพุร้อน” ที่รวมความหวานและรสอูมามิจากเนื้อไก่และผักไว้ได้อย่างลงตัว

3. สวนเซเซกิ คามาตะ อุเมะยาชิกิ
สวนเซเซกิ คามาตะ อุเมะยาชิกิ (Seiseki Kamata Umeyashiki Park) เป็นสวนญี่ปุ่นที่อยู่ห่างจากสถานีอุเมะยาชิกิ ซึ่งเป็นสถานีถัดจากสถานีเคคิว คามาตะ โดยเดินประมาณ 7 นาที
ประวัติของสถานที่แห่งนี้ยาวนาน เริ่มต้นในสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603–1868) เมื่อผู้ประกอบการร้านขายยาสร้างคฤหาสน์ในคามาตะและปลูกต้นบ๊วยหลายร้อยต้นรวมถึงพืชดอกต่าง ๆ
คฤหาสน์แห่งนี้รุ่งเรืองในฐานะแหล่งชมดอกบ๊วย และในสมัยเมจิ (ค.ศ. 1868–1912) ก็มีบุคคลสำคัญและพระบรมวงศานุวงศ์ในยุคนั้นมาเยือนหลายครั้ง
ปัจจุบันยังมีต้นบ๊วยประมาณ 100 ต้น และดอกไอริส 11 ชนิดปลูกอยู่ภายในสวน
เสน่ห์ของสวนแห่งนี้คือสามารถสัมผัสธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละฤดูกาลได้กลางเมือง ไม่ว่าจะเป็นดอกบ๊วยที่สวยในช่วงเดือน 2–3 หรือดอกไอริสที่มักงดงามราวเดือน 5

4. ไคเซยุ
ไคเซยุ (Kaiseiyu) ตั้งอยู่ห่างจากสถานี JR คามาตะโดยเดิน 7 นาที เป็นสถานแช่น้ำร้อนเก่าแก่ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1929
น้ำพุร้อนธรรมชาติสีดำเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของที่นี่ และอีกอย่างคือบ่อน้ำแร่คาร์บอเนตสีดำซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของไคเซยุ
เชื่อกันว่าช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น รวมถึงช่วยบรรเทาอาการที่เกี่ยวกับระบบไหลเวียนโลหิตและอาการไหล่ตึงได้
แม้จะเป็นโรงอาบน้ำเก่าแก่ แต่ภายในสะอาดและห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าก็กว้างขวาง จึงน่าจะช่วยให้คุณผ่อนคลายได้สบาย
ที่นี่ยังมีชุดแชมพู สบู่ และผ้าเช็ดตัวจำหน่ายด้วย ดังนั้นมาแบบตัวเปล่าก็ไม่มีปัญหา

2 ถนนการค้าที่เต็มไปด้วยร้านท้องถิ่นในคามาตะ
แม้คามาตะจะมีศูนย์การค้าด้วย แต่ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศแบบลึกซึ้งจริง ๆ ลองเดินเล่นตามถนนการค้าดูสักครั้ง
ระหว่างทางคุณน่าจะได้พบทั้งเสน่ห์ของบรรยากาศย้อนยุค ร้านค้าท้องถิ่น ของน่าซื้อ และอาหารรสเยี่ยม
1. ถนนการค้าทางออกตะวันตกคามาตะ
ถนนการค้าทางออกตะวันตกคามาตะ (Kamata Nishiguchi Shopping Street) อยู่ห่างจากทางออกตะวันตกของสถานี JR คามาตะประมาณ 2 นาที โดยประกอบด้วยถนนการค้าแบบมีหลังคา 2 แห่ง คือ “ซันไรส์” และ “ซันโรด”
ถนนการค้าแห่งนี้อบอวลด้วยบรรยากาศย้อนยุค และไม่ได้มีเพียงร้านเชนเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยร้านค้าและร้านอาหารที่หยั่งรากในชุมชน จึงเพลิดเพลินได้ทั้งช้อปปิ้งและอาหารอร่อย
ลองมองหาของน่าสนใจ ชิมอาหารหลากหลายแบบ และสนุกกับการพูดคุยกับผู้คนในร้านดู
อีกหนึ่งเสน่ห์คือมีกิจกรรมตามฤดูกาลให้ร่วมสนุกอย่างหลากหลาย
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ถนนการค้าในหลายพื้นที่ของญี่ปุ่นเริ่มซบเซา ที่นี่ยังคงมีบรรยากาศคึกคักให้เห็นอยู่เสมอ

2. ถนนการค้าทางออกตะวันออกคามาตะ
ถนนการค้าทางออกตะวันออกคามาตะกระจายตัวอยู่บริเวณทางออกตะวันออกของสถานีคามาตะ
มีร้านค้ากว่า 200 ร้านเรียงรายอยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร เสื้อผ้า หรือของตกแต่งบ้าน
ร้านอาหารมีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่อาหารญี่ปุ่นไปจนถึงอาหารจีนและอาหารตะวันตก อีกทั้งยังมีอิซากายะและบาร์มากมายสำหรับคนที่อยากดื่มสังสรรค์
หลังจากเพลิดเพลินกับมื้อค่ำแล้ว จะไปต่อร้านอื่นเพื่อจิบเครื่องดื่มและเดินดื่มต่อก็เป็นอีกวิธีที่น่าสนุก
บริเวณนี้ยังมีโรงแรมให้เลือกมาก จึงเหมาะใช้เป็นฐานสำหรับการท่องเที่ยวด้วย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวคามาตะ
Q
ที่คามาตะสามารถเที่ยวแบบไหนได้บ้าง?
คุณสามารถเพลิดเพลินกับของน่าสนใจและอาหารหลากหลายที่ร้านอาหารและร้านค้าท้องถิ่น รวมถึงแช่น้ำพุร้อนธรรมชาติในสถานแช่น้ำร้อนได้
Q
อาหารขึ้นชื่อของคามาตะคืออะไร?
เกี๊ยวซ่าปีกเป็นเมนูที่เชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดจากคามาตะ ส่วนทงคัตสึจากร้านดังหลายแห่งก็เป็นอีกหนึ่งเมนูขึ้นชื่อเช่นกัน
บทสรุป
บทความนี้ได้พาไปรู้จักสถานที่ยอดนิยม ร้านอาหาร และแหล่งช้อปปิ้งที่น่าสนใจในคามาตะ
ลองออกไปเดินสำรวจร้านท้องถิ่นที่เรียงรายอยู่ในย่านคึกคัก สัมผัสผู้คนในพื้นที่ และลิ้มลองอาหารที่หาได้เฉพาะถิ่น เพื่อเปิดประสบการณ์เที่ยวแบบลึกซึ้งด้วยตัวคุณเอง
หากคุณวางแผนจะเที่ยวพื้นที่อื่นในโตเกียวด้วย อย่าลืมดูบทความแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดในโตเกียวต่อไปนี้ประกอบการวางแผน