
สร้างความทรงจำที่ไม่มีวันลืมสำหรับคนสองคน! 19 สถานที่เดทยอดนิยมในฟุกุโอกะ
ถ้ากำลังมองหาทริปคู่รักที่มีทั้งบรรยากาศเมืองคึกคักกับมุมพักใจแบบพอดีๆ ฟุกุโอกะก็เป็นจุดหมายที่น่าสนใจมาก
เมืองนี้มีนักเดินทางจากทั้งในและต่างประเทศมาเยือนจำนวนมาก และยังเป็นประตูสู่เอเชียที่เต็มไปด้วยเสน่ห์หลากหลาย ทั้งย่านช้อปปิ้ง จุดชมวิวกลางคืน แผงลอยอาหาร และสถานที่ทางประวัติศาสตร์
บทความนี้ขอแนะนำสถานที่เดทยอดนิยมและจุดชมวิวกลางคืนสำหรับคู่รักที่มีแผนมาเที่ยวฟุกุโอกะ
ยังมีร้านอาหารบรรยากาศโรแมนติกและที่พักสำหรับการพักผ่อนมาฝากด้วย ลองนำข้อมูลไปใช้วางแผนเดตสุดพิเศษกันได้เลย
สัมผัสประสบการณ์และสร้างความทรงจำได้หลากหลาย! 12 สถานที่เดทยอดนิยมในฟุกุโอกะ
ในจังหวัดฟุกุโอกะมีสถานที่เดตให้เลือกหลายแบบ ทั้งจุดชมวิว สถานที่ทางประวัติศาสตร์ และย่านเมืองเก่าสุดคลาสสิก
ตั้งแต่แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม แหล่งแผงลอยอาหาร ไปจนถึงจุดถ่ายรูปสวยๆ เราได้รวบรวมสถานที่เดตที่มีบรรยากาศหลากหลายมาแนะนำ
หากมีที่ไหนที่คุณสนใจ ลองชวนกันไปเที่ยวและสร้างความทรงจำดีๆ ร่วมกันที่ฟุกุโอกะ
1. มารินเวิลด์ อุมิโนะนากามิจิ
“มารินเวิลด์ อุมิโนะนากามิจิ (Marine World Uminonakamichi)” เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 1989 เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่จัดแสดงสิ่งมีชีวิตประมาณ 35๐ ชนิด รวมราว 30,000 ตัว ภายใต้ธีม “ท้องทะเลแห่งคิวชู”
ในการปรับปรุงครั้งใหญ่เมื่อปี ค.ศ. 2017 มีการเปลี่ยนตู้จัดแสดงถึง 90% รวมถึงตู้ปลาทะเลลึกกลางแจ้งที่มีความลึก 7 เมตร
ทำให้สามารถถ่ายทอดท้องทะเลแห่งคิวชูได้สมจริงยิ่งขึ้น และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้พฤติกรรมของสัตว์น้ำในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงธรรมชาติมากขึ้น

2. ฟุกุโอกะทาวเวอร์
แลนด์มาร์กของเมืองฟุกุโอกะที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ของงานเอเชียแปซิฟิกเอ็กซ์โปซึ่งจัดขึ้นในปี ค.ศ. 1989
ด้วยความสูง 234 เมตร จากห้องชมวิวชั้นบนสุดสามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองฟุกุโอกะแบบพาโนรามา 360 องศาได้อย่างเต็มตา
ในปี ค.ศ. 2019 ได้รับการรีโนเวตเนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปี โดยมีคอนเซ็ปต์ “สนุกกับท้องฟ้าของฟุกุโอกะ และเล่นกับวิวทิวทัศน์” ให้คุณสัมผัสโลกเหนือความธรรมดาผ่านเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือนและความเป็นจริงเสริม

3. โมจิโกะ เรโทร
ท่าเรือโมจิเปิดใช้งานตั้งแต่ช่วงต้นยุคเมจิและรุ่งเรืองในฐานะท่าเรือการค้าระหว่างประเทศ ปัจจุบันยังคงมีอาคารทรงเสน่ห์ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคเมจิจนถึงต้นยุคโชวะหลงเหลืออยู่ ทำให้การเดินชมเมืองและอาคารต่างๆ เป็นกิจกรรมที่เพลิดเพลินมาก
ไม่ว่าจะเป็นอาคารอดีตโมจิ มิตสึอิ คลับ อดีตโอซากะโชเซ็น อดีตด่านศุลกากรโมจิ อาคารชินไคอุน และพิพิธภัณฑ์รถไฟคิวชู ล้วนมีจุดน่าสนใจมากมาย ระหว่างทางยังมีร้านอาหารและคาเฟ่ให้นั่งพัก จึงเหมาะจะใช้เวลาเดินเล่นแบบสบายๆ พร้อมลิ้มลองเมนูขึ้นชื่ออย่าง “แกงกะหรี่ย่าง”

4. คาแนลซิตี้ ฮากาตะ
คอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่บนพื้นที่ประมาณ 43,500 ตารางเมตร ที่รวมศูนย์การค้า โรงภาพยนตร์ โรงละคร สถานบันเทิง และโรงแรม 2 แห่งไว้ในที่เดียว
สัญลักษณ์ของที่นี่คือคลองยาวประมาณ 180 เมตรที่ไหลผ่านใจกลางพื้นที่ ซึ่งรายล้อมด้วยอาคารสีสันสดใส
มาถึงแล้วจะได้เดินช้อปปิ้ง แวะหาของกิน หรือใช้เวลากับความบันเทิงต่างๆ ได้อย่างเพลิดเพลิน บรรยากาศของคาแนลซิตี้ ฮากาตะเองก็ชวนให้เดินเล่นอยู่แล้ว

มุมวาดภาพเหมือน คาแนลซิตี้ ฮากาตะ
มุมของ “นิงาโอะเอะ เซนะ” ภายใน “คาแนลซิตี้ ฮากาตะ (Canal City Hakata)” เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1996 และมีชื่อเสียงเรื่องภาพเหมือนสไตล์เฉพาะตัวที่วาดโดยศิลปินฝีมือเยี่ยม
ใช้เวลาวาดประมาณ 20 นาทีต่อ 1 ภาพ เพียงนั่งรอ ศิลปินก็จะรังสรรค์ผลงานตรงหน้าอย่างคล่องแคล่วด้วยปลายปากกา ลองให้วาดเป็นที่ระลึกการเดินทาง ไม่ว่าจะมาเป็นคู่รักหรือครอบครัวก็เลือกจัดองค์ประกอบได้ตามชอบ

5. ย่านแผงลอยนากาสุ
แม้ฮากาตะจะเป็นเมืองแห่งอาหารรสเลิศ แต่ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศกินดื่มแบบใกล้ชิดจริงๆ ย่านแผงลอยนากาสุก็น่าแวะมาก
ที่นี่มีทั้งราเม็ง ของเสียบไม้ โอเด้ง และเมนูอีกมากมายที่เหมาะจะทานคู่กับเครื่องดื่ม
แสงนีออนสีสดสะท้อนผิวน้ำของแม่น้ำนากะที่ไหลผ่านย่านนากาสุซึ่งเป็นแหล่งบันเทิงขนาดใหญ่ของคิวชู และภาพของแผงลอยที่เรียงรายตลอดริมแม่น้ำนั้นน่าประทับใจมาก เพียงแค่เดินเล่นก็สัมผัสพลังของเมืองได้อย่างเต็มที่

6. ศาลเจ้าดาไซฟุ เท็มมังกู
ศาลเจ้าหลักของศาลเจ้าเท็มมังกูประมาณ 10,000 แห่งทั่วประเทศที่อุทิศแด่เท็นจินซามะ หรือท่านสึกาวาระ โนะ มิจิซาเนะ
สึกาวาระ โนะ มิจิซาเนะถูกเนรเทศจากเกียวโตมายังดาไซฟุจากแผนการทางการเมืองทั้งที่ไม่มีความผิด และได้เสียชีวิตที่นี่ อาคารหลักของศาลเจ้าสร้างขึ้นเหนือสถานที่ฝังศพของท่าน และได้รับการปกปักรักษาในฐานะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งความศรัทธาต่อเท็นจินมายาวนานกว่า 1,100 ปี

7. อิโตชิมะ
อิโตชิมะเป็นรีสอร์ตแอเรียที่ชาวฟุกุโอกะเองก็ชื่นชอบ เดินทางด้วยรถยนต์จากสนามบินฟุกุโอกะหรือสถานีฮากาตะเพียงประมาณ 30 นาที เส้นทางยอดนิยมคือการขับรถเลียบชายฝั่งที่ขึ้นชื่อว่าเป็นจุดเล่นเซิร์ฟ และตลอดทางยังมีร้านอาหารกับร้านค้าสุดเก๋อยู่มากมาย
สำหรับมือใหม่ที่อยากเริ่มรู้จักอิโตชิมะ ขอแนะนำการขับรถตามถนนจังหวัดหมายเลข 54 เมื่อผ่านสวนตกปลาทะเลเมืองฟุกุโอกะไปแล้ว คุณจะเห็นป้ายขนาดใหญ่ของร้านอาหารทะเลชื่อดัง “ซาอุโอะ อิโตชิมะ ฮอนเท็น”

8. BOSS E・ZO FUKUOKA
“BOSS E・ZO FUKUOKA” เปิดในเดือน 7 ปี ค.ศ. 2020 ข้างเพย์เพย์โดม ตั้งแต่ชั้น 1 จนถึงดาดฟ้า ทั้งอาคารเต็มไปด้วยความบันเทิงหลากหลายให้เพลิดเพลิน
อีกทั้งยังมีพิพิธภัณฑ์ถาวรโดยอาร์ตคอลเลกทีฟ teamLab อย่าง “teamLab Forest Fukuoka - SBI Securities” ที่ให้สนุกกับภาพดิจิทัลล้ำสมัยผ่านสมาร์ตโฟน รวมถึง “V-World AREA Credit Agricole” ที่รวบรวมคอนเทนต์เสมือนจริงซึ่งสัมผัสได้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า

9. อุทยานแห่งชาติริมทะเลอุมิโนะนากามิจิ
อุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ในเขตฮิงาชิ เมืองฟุกุโอกะ พื้นที่กว้างใหญ่ประมาณ 350 เฮกตาร์โอบล้อมด้วยทะเลและอุดมไปด้วยธรรมชาติ โดยมีดอกไม้ตามฤดูกาลบานสะพรั่งตลอดทั้งปี
ภายในยังมีเครื่องเล่นสำหรับเด็กเล็กและ “ป่าสัตว์” ที่สามารถสัมผัสสัตว์ต่างๆ ได้ จึงเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการออกเดตเช่นกัน เพราะแม้แต่เด็กเล็กก็ยังสนุกได้

10. เท็นจิน ชิคะไก
ย่านเท็นจินในเขตชูโอ เมืองฟุกุโอกะ คือย่านใจกลางความคึกคักที่ใหญ่ที่สุดในคิวชู
ใต้ดินบริเวณแนวเหนือ–ใต้ของถนนวาตานาเบะ ตั้งแต่ถนนโชวะทางเหนือจนถึงถนนโคคุไททางใต้ เป็นที่ตั้งของศูนย์การค้าใต้ดินยาวประมาณ 600 เมตรที่เรียกว่า เท็นจิน ชิคะไก
ภายในแบ่งเป็นโซนตั้งแต่บล็อก 1 ถึงบล็อก 12 และมีร้านค้าราว 150 ร้านเรียงราย ทั้งแฟชั่น อาหาร ของใช้ และหนังสือ

11. ศาลเจ้าโฮมังกู คามาโดะ
ศาลเจ้าคามาโดะเป็นศาลเจ้าที่มีประวัติยาวนานกว่า 1,350 ปี ประดิษฐานเทพทามะโยริฮิเมะโนะมิโคโตะ และได้รับความศรัทธามาแต่โบราณในฐานะเทพแห่งความรักและการผูกดวง อีกทั้งยังเป็นที่เคารพในฐานะเทพแห่งการปัดเป่าสิ่งไม่ดีและเคราะห์ร้ายด้วย
ศาลเจ้าตั้งอยู่เชิงเขาโฮมัน ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์งดงามในแต่ละฤดูกาล ทั้งซากุระในฤดูใบไม้ผลิและใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง
ปัจจุบันยังเป็นที่รู้จักว่าเป็นสถานที่ต้นแบบที่เชื่อมโยงกับการ์ตูนยอดนิยม “ดาบพิฆาตอสูร” จึงมีแฟนๆ จำนวนมากมาเยือนเพื่อท่องเที่ยวตามรอย

12. ศาลเจ้าอุกิฮะ อินาริ
ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1957 โดยอัญเชิญเทพอินาริไดเมียวจินมาจากศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ ไทฉะ ในเกียวโต
ภาพของเสาโทริอิสีแดงสด 91 ต้นที่เรียงต่อกันเป็นเส้นตรงท่ามกลางธรรมชาติสีเขียว กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมื่อเดินขึ้นบันไดประมาณ 300 ขั้นจะถึงอาคารหลัก และจากจุดสูงสุดสามารถมองเห็นที่ราบชิคุชิได้อย่างงดงาม ความตัดกันของเสาโทริอิสีแดง ท้องฟ้าสีฟ้า และทุ่งสีเขียวนั้นน่าประทับใจอย่างยิ่ง ในฤดูใบไม้ผลิ ทั้งอาคารหลักและเสาโทริอิยังถูกแต่งแต้มด้วยดอกซากุระ อีกทั้งยังมองเห็นแนวต้นซากุระยาวประมาณ 2 กิโลเมตรเลียบแม่น้ำโคเสะจากมุมสูงได้อีกด้วย ช่วงพระอาทิตย์ตกและยามค่ำคืนที่มีการประดับไฟเสาโทริอินั้นก็ได้รับคำชมว่างดงามราวกับความฝัน

เหมาะกับเดตสุดโรแมนติก! 7 จุดชมวิวกลางคืนที่คู่รักไม่ควรพลาดในฟุกุโอกะ
ถ้าอยากเติมบรรยากาศโรแมนติกให้ทริป ฟุกุโอกะก็มีจุดชมวิวกลางคืนให้เลือกหลายแห่ง รวมถึงเมืองคิตะคิวชูที่ได้รับการยกย่องให้ติดหนึ่งในวิวกลางคืนใหม่ยอดเยี่ยม 3 อันดับของญี่ปุ่น
มีทั้งสถานที่ท่ามกลางธรรมชาติ จุดที่เดินเล่นได้ง่าย และจุดที่สามารถอิ่มอร่อยกับอาหารไปพร้อมกับชมวิวสวยๆ ได้ เลือกได้ตามบรรยากาศที่ต้องการเลย
ที่นี่เราได้คัดสรรจุดชมวิวกลางคืนที่คู่รักควรไปเยือนสักครั้งมาฝาก
ลองไปใช้เวลาค่ำคืนแสนพิเศษของคุณสองคน พร้อมชมวิวสวยงามจากสถานที่เหล่านี้กัน
1. ศาลเจ้าอาตาโกะ
ศาลเจ้าที่ได้รับการนับว่าเป็นหนึ่งในสามศาลเจ้าอาตาโกะที่สำคัญของญี่ปุ่น ร่วมกับโตเกียวและเกียวโต
“ศาลเจ้าอาตาโกะ (Atago Jinja)” ตั้งอยู่ในเขตนิชิ เมืองฟุกุโอกะ และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้กลายเป็นสถานที่ขอพรเรื่องความรักที่มีชื่อเสียง จึงมีผู้มาสักการะจำนวนมาก โดยเฉพาะคู่รัก อีกทั้งยังเป็นจุดเดตที่น่าแนะนำด้วย
จากภายในศาลเจ้าสามารถมองเห็นตัวเมือง ทะเลเก็นไคนาดะ อ่าวฮากาตะ โนโกโนะชิมะ และมารีโนอาซิตี้ได้อย่างกว้างไกล
ศาลเจ้าแห่งนี้ยังเป็นจุดชมวิวที่งดงามโดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคตะวันตกของญี่ปุ่น และวิวกลางคืนก็สวยเป็นพิเศษ
ยิ่งในฤดูใบไม้ผลิ ซากุระประมาณ 2,000 ต้นจะบานสะพรั่ง และยังมีการประดับไฟให้ชมคู่กับวิวกลางคืนด้วย
ประวัติอันยาวนาน ความงามของธรรมชาติ และการได้มาขอพรเสริมสิริมงคล ล้วนเป็นเสน่ห์ของศาลเจ้าอาตาโกะแห่งนี้

2. จุดชมวิวภูเขาซาราคุระ
จุดชมวิวพาโนรามาที่สามารถมองเห็นตัวเมืองคิตะคิวชูได้อย่างกว้างไกล
หากต้องการขึ้นไปยังจุดชมวิวบนยอดเขาที่สูง 622 เมตร ต้องต่อทั้งเคเบิลคาร์และสโลปคาร์
เคเบิลคาร์มีระยะทางรวม 1,100 เมตรจากสถานีเชิงเขาถึงสถานีบนเขา และมีความต่างระดับ 440 เมตร ถือว่ายาวที่สุดระดับต้นๆ ในภูมิภาคตะวันตกของญี่ปุ่น จากหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่สามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามเวลาได้อย่างสวยงาม

3. ห้องชมวิวโมจิโกะ เรโทร
ย่านโมจิโกะ เรโทรเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้นๆ ของเมืองคิตะคิวชู
“ห้องชมวิวโมจิโกะ เรโทร (Mojiko Retro Observation Room)” ตั้งอยู่บนชั้นบนสุดชั้น 31 ของคอนโดมิเนียมสูงในย่านนี้ และออกแบบโดยคิโช คุโระคาวะ สถาปนิกชื่อดังของญี่ปุ่น
จากห้องชมวิวที่สูงจากพื้นดิน 103 เมตร สามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองเก่าและช่องแคบคันมงอันยิ่งใหญ่ได้อย่างชัดเจน
ภายในยังมีคาเฟเทอเรีย จึงเป็นจุดเดตยอดนิยมของคู่รักที่อยากนั่งทานอาหารหรือเครื่องดื่มพร้อมชมวิวสวยๆ
ช่วงที่พระอาทิตย์ค่อยๆ ลับขอบฟ้าและท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีแดงนั้นงดงามจนแทบลืมหายใจ และเมื่อเข้าสู่ยามค่ำคืน บรรยากาศจะเปลี่ยนเป็นภาพประดับไฟอันชวนฝัน
ตั้งแต่ปลายเดือน 11 เป็นต้นไป ทั้งเมืองยังเปล่งประกายด้วยงานประดับไฟ ทำให้บรรยากาศโรแมนติกยิ่งขึ้นไปอีก

4. จุดชมวิวคาตาเอะ ภูเขาอาบุระ
จุดชมวิวที่ตั้งอยู่บริเวณกลางเขาของภูเขาอาบุระ สูง 597 เมตร ซึ่งคร่อมอยู่ระหว่าง 3 เขตของเมืองฟุกุโอกะ ได้แก่ เขตมินามิ เขตซาวาระ และเขตโจนัน
ภูเขาอาบุระเป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมของชาวเมือง และเป็นจุดธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ที่มีทั้งนกป่าและสัตว์ตัวเล็กอาศัยอยู่มากมาย
ทิวทัศน์จากจุดชมวิวสวยงามอย่างแท้จริง ในช่วงเช้าและกลางวันจะได้ชมวิวสวยพร้อมเสียงนกร้อง
แต่ไฮไลต์ที่แท้จริงคือภาพยามค่ำคืนที่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในมรดกวิวกลางคืนของญี่ปุ่น
แลนด์มาร์กสำคัญอย่างฟุกุโอกะทาวเวอร์และมิซูโฮะ เพย์เพย์โดม ฟุกุโอกะ จะทอดตัวอยู่ตรงหน้า ขณะที่แสงไฟจากสนามบินฟุกุโอกะและทางด่วนในเมืองร้อยเรียงเป็นโชว์แห่งแสงสีเต็มสายตา
หากอากาศดี ยังสามารถชมวิวพาโนรามากว้าง 120 องศาโดยมีตัวเมืองเป็นศูนย์กลางได้อีกด้วย
บริเวณใกล้เคียงมีที่จอดรถฟรี จึงเหมาะสำหรับเดตขับรถมาชมโลกยามค่ำคืนที่ระยิบระยับ

5. สวนอาดาจิ
สวนป่าในเขตโคคุระคิตะ เมืองคิตะคิวชู
ตั้งอยู่เชิงเขาอาดาจิที่สูง 597.8 เมตร ภายในสวนเต็มไปด้วยผืนป่าเขียวชอุ่มต่อเนื่องยาวไกล
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคู่รักที่ชอบกิจกรรมกลางแจ้ง เพราะสามารถเพลิดเพลินกับการอาบป่าและเดินเขาใกล้ชิดธรรมชาติ
ภายในมีเส้นทางเดินเล่น 3 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางธรรมชาติคิคิว เส้นทางป่าโปรเมอนาด และเส้นทางโคโมเรบิ ทำให้เลือกสนุกได้หลายแบบ
อีกหนึ่งเสน่ห์คือการได้สัมผัสการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล ทั้งซากุระในฤดูใบไม้ผลิ ความเขียวสดในฤดูร้อน และใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง
ที่จุดชมวิวสวนอาดาจิซึ่งมองเห็นเมืองโคคุระได้แบบเต็มตา ยังมีวิวกลางคืนของกลุ่มตึกสูงและคิตะคิวชูไอออนทรีที่สวยสะดุดตา
อีกมุมลับที่น่าสนใจคือพื้นที่สนามหญ้าด้านหลังลานจอดรถซึ่งมีแสงไฟพอดีๆ หากนั่งพักบนม้านั่งอย่างสบายๆ ก็น่าจะช่วยให้บรรยากาศของทั้งสองคนใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น

6. สวนทากาโตยามะ
สวนสาธารณะบนยอดเขาทากาโตยามะในเมืองคิตะคิวชู ที่สูง 124 เมตร
ภายในมีทั้งทางเดิน ลานกิจกรรม และดอกไม้ตามฤดูกาลที่จัดไว้อย่างเป็นระเบียบ จึงเหมาะกับการมาเดินเดตแบบสบายๆ
ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกน่าสนใจอย่างรูปเคารพจิโซปัดเป่ากัปปะ สวนพืชมันโย และเจดีย์พระบรมสารีริกธาตุ ทำให้เที่ยวได้ทั้งวันแบบไม่เสียค่าเข้า
โดยเฉพาะจุดชมวิวที่มีพื้นที่นั่งชมและม้านั่งพร้อมสรรพนั้น เป็นจุดดังที่ถูกนำเสนอในสื่อหลายครั้ง
ไม่ว่าจะเป็นตัวเมือง ภูเขาซาราคุระ หรือทะเลฮิบิกินาดะ ภาพพาโนรามาที่แผ่เต็มสายตานั้นสวยเป็นพิเศษ
สะพานวาคะโตะสีแดงสดโดดเด่นสะดุดตา และยิ่งขับเน้นให้วิวกลางคืนดูน่าประทับใจ
เมื่อรวมกับแสงไฟจากบ้านเรือนและอาคารสำนักงาน ก็ยิ่งทำให้หลงใหลในวิวโรงงานยามค่ำคืนอันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองอุตสาหกรรม

7. ห้องชมวิวฟุกุโอกะทาวเวอร์
ห้องชมวิว 3 ชั้นภายในฟุกุโอกะทาวเวอร์ ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะหอคอยริมทะเลที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น ด้วยความสูง 234 เมตร
ที่ชั้น 1F สูง 116 เมตร ซึ่งเป็นโซนความบันเทิงแบบมีส่วนร่วม สามารถสนุกกับกิจกรรมต่างๆ เช่น แรลลีสะสมตราประทับและตู้กาชาท้องฟ้า
โดยเฉพาะจุดถ่ายภาพรูปหัวใจ ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคู่รักที่ไม่ควรพลาด
เพียงจับมือกันแล้วกดปุ่ม ก็สามารถถ่ายภาพพร้อมเอฟเฟกต์แสงสุดโรแมนติกได้
ชั้น 2F สูง 120 เมตร เป็นคาเฟ่บนฟ้าที่รายล้อมด้วยกระจก สามารถนั่งทานมื้อกลางวันหรือมื้อค่ำได้ ส่วนชั้น 3F สูง 123 เมตร เป็นจุดชมวิวพาโนรามา 360 องศา
โดยเฉพาะวิวจากชั้น 3F นั้นน่าตื่นตาตื่นใจมาก วิวกลางคืนที่ผสานตัวเมืองกับอ่าวฮากาตะเข้าด้วยกันสวยติดอันดับต้นๆ ของฟุกุโอกะ
นอกจากนี้ยังมีหินเรืองแสงประดับพื้นระยิบระยับราวกับดวงดาว ช่วยเติมบรรยากาศชวนฝันให้คู่รักได้อย่างดี

อิ่มอร่อยกับอาหารชั้นเยี่ยมในบรรยากาศพิเศษ! 3 ร้านอาหารในฟุกุโอกะที่ควรใส่ไว้ในแผนเดต
ถ้าอยากให้เดตในฟุกุโอกะครบยิ่งขึ้น มื้ออาหารก็ควรเลือกกันสักหน่อย โดยเฉพาะมื้อค่ำ
แต่ละร้านมีบรรยากาศเก๋ไก๋และเงียบสงบ เหมาะกับผู้ใหญ่และช่วยเติมมู้ดดีๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
แน่นอนว่าอาหารก็อร่อยไม่แพ้กัน เพราะพิถีพิถันทั้งเรื่องวัตถุดิบ ส่วนผสม และวิธีปรุง
เราได้คัดเลือกร้านยอดนิยมที่มีสไตล์แตกต่างกันเพื่อให้เลือกได้ตามความชอบและโอกาส ลองใช้ข้อมูลนี้เป็นแนวทางแล้วแวะไปสักร้านกันดู
1. ฮากาตะ โมสึนาเบะ ยามานากะ สาขาอากาซากะ
“ฮากาตะ โมสึนาเบะ ยามานากะ” เป็นร้านต้นตำรับโมสึนาเบะรสมิโสะ ที่ทำให้วัฒนธรรมโมสึนาเบะรสมิโสะเป็นที่แพร่หลายมาตั้งแต่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1984
ทางร้านผสานมิโสะหลายชนิดเข้ากับรสโชยุพื้นฐาน จนได้รสชาติแปลกใหม่อร่อยจนยากจะลืมเมื่อได้ชิมสักครั้ง
ร้านนี้ยังคงรักษารสชาติดั้งเดิมไว้ โดยคัดเลือกเฉพาะลำไส้เล็กของวัวญี่ปุ่นที่มีกลิ่นน้อย และเสิร์ฟในขนาดชิ้นใหญ่เต็มคำ
นอกจากนี้ยังพิถีพิถันเรื่องความสด โดยเลือกผักที่เหมาะสมที่สุดตามฤดูกาล จึงช่วยดึงความหวาน กลิ่นหอม และรสชาติเข้มข้นออกมาได้อย่างดี
จุดเด่นคือแม้จะมีรสชาติเข้มข้น แต่ไม่เลี่ยน จึงอร่อยได้แบบสบายท้องกับโมสึนาเบะคุณภาพสูง
บรรยากาศภายในร้านหรูหราราวกับโรงแรม จึงเหมาะมากสำหรับเดตดินเนอร์สุดเก๋ในย่านอากาซากะที่มีบรรยากาศแบบผู้ใหญ่

2. ร้านอาหารชมวิว LAPUTA
“ร้านอาหารชมวิว LAPUTA” เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสในเขตฮากาตะที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวกลางคืน
เมนูอยู่ภายใต้การดูแลของหัวหน้าเชฟผู้สั่งสมประสบการณ์จากโรงแรมทั้งในและต่างประเทศ จึงโดดเด่นทั้งรสชาติและการจัดจานที่สวยงาม
เสน่ห์ที่สำคัญที่สุดคือทำเลบนชั้นบนสุดของโรงแรม และที่นั่งทุกโต๊ะฝั่งหน้าต่างสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองฟุกุโอกะได้อย่างเต็มตา
ช่วงมื้อกลางวันจะได้ใช้เวลาอย่างสง่างามพร้อมชมวิวเมืองฮากาตะและทะเล ส่วนมื้อค่ำสามารถดื่มด่ำกับช่วงเวลาพิเศษท่ามกลางวิวกลางคืนแสนระยิบระยับ
ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำให้บริการเฉพาะแบบคอร์ส โดยมีหลายตัวเลือกตามโอกาส
สำหรับคู่รัก ขอแนะนำ “คอร์สแอนนิเวอร์ซารี” ที่มาพร้อมเค้กโฮลสูตรพิเศษและช่อดอกไม้
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับวันเกิดหรือวันครบรอบ และน่าจะกลายเป็นความทรงจำที่ประทับใจของคุณทั้งสองคนได้อย่างแน่นอน

3. ฮากาตะ อาจิโดโกโระ สุกี้ยากี้・มิซึทากิ อิโรฮะ สาขาหลักฮากาตะ
ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1953 ในฐานะร้านสุกี้ยากี้
ต่อมา “มิซึทากิ” ที่เริ่มขายราวปี ค.ศ. 1965 ได้กลายเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของร้านในปัจจุบัน เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่การใช้ไก่แดงซัตสึมะจากคาโงชิมะที่คัดสรรมาอย่างดี แล้วค่อยๆ ช้อนฟองและเคี่ยวน้ำซุปกระดูกไก่สีขาวขุ่นอย่างพิถีพิถันเป็นเวลานาน

ค่ำคืนสุดพิเศษในบรรยากาศผ่อนคลายระดับพรีเมียม! 3 ที่พักแนะนำในฟุกุโอกะ
หลังจากเที่ยวกันเต็มวัน ที่พักดีๆ ก็ช่วยให้ทริปในฟุกุโอกะสมบูรณ์ขึ้นได้อีกมาก
ทั้ง 3 แห่งที่คัดมานี้อยู่ในทำเลดี เดินจากสถานีเพียงไม่กี่นาที จึงเหมาะจะใช้เป็นฐานสำหรับเที่ยวฟุกุโอกะด้วย
ห้องพักกว้างขวางช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายระดับพรีเมียม ให้คุณได้ใช้ค่ำคืนพิเศษที่เหมาะกับการเดินทาง
ทั้งการบริการ สิ่งอำนวยความสะดวก และอาหารก็ได้รับคะแนนดีมาก หากยังไม่ได้เลือกที่พัก ลองเลือกเข้าพักที่โรงแรมสักแห่งจากลิสต์นี้ได้เลย
1. โรงแรมนิกโกะ ฟุกุโอกะ
ซิตี้โฮเทลที่ตั้งอยู่ในทำเลเยี่ยม เดินจากสถานีฮากาตะเพียง 3 นาที
ด้วยการต้อนรับจากใจและเอกลักษณ์ที่ผูกพันกับฮากาตะ โรงแรมแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างเมืองกับผู้คนจากทั่วโลก พร้อมมอบความสุขให้ผู้มาเยือน
ในเดือน 7 ปี ค.ศ. 2024 โรงแรมได้ฉลองครบรอบ 35 ปี และยังคงมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมแก่แขกทุกคนด้วยบริการที่ผสานทั้งประเพณีและนวัตกรรม
โดยเฉพาะการบริการที่เอาใจใส่จากพนักงาน ความเป็นมืออาชีพด้านการต้อนรับ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ล้วนได้รับคำชื่นชมจากผู้เข้าพักจำนวนมากจนมีเสียงบอกต่อว่าอยากกลับมาพักอีก
ห้องพักทั้งหมด 360 ห้องได้รับการออกแบบอย่างประณีต โดยเน้นทั้งความงามด้านการใช้งานและความสบาย เพื่อมอบประสบการณ์การเข้าพักที่เหนือระดับ
ภายในโรงแรมยังมีร้านอาหารและบาร์ 8 แห่ง ที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอย่างเต็มที่ ให้คุณลิ้มลองเมนูตามฤดูกาลจากเชฟชั้นนำได้อย่างจุใจ

2. มิยาโกะ โฮเทล ฮากาตะ
โรงแรมหรูที่เชื่อมตรงกับสถานีฮากาตะทางออกชิคุชิ เดินเพียง 1 นาที
เป็นที่พักที่เปิดอย่างยิ่งใหญ่ในปี ค.ศ. 2019 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “โรงแรมแห่งสีเขียว สายน้ำ และแสงสว่าง”
ในช่วงกลางคืน ตัวอาคารจะมีการประดับไฟทั่วทั้งหลัง ทำให้ออกไปเดินเล่นใกล้ๆ ก็ยังได้บรรยากาศเหมือนออกเดต
ห้องพักทุกห้องตกแต่งด้วยอินทีเรียร์มีสไตล์ และมีพื้นที่กว้างอย่างน้อย 30 ตารางเมตร ช่วยสร้างบรรยากาศแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง
ที่ชั้นบนสุดมีสปาน้ำพุร้อนธรรมชาติ “SPA lucida” พร้อมสระว่ายน้ำกลางแจ้ง อ่างอาบน้ำรวม และซาวน่า ให้คุณได้ใช้เวลาสุดผ่อนคลายอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของที่นี่
อีกหนึ่งข้อแนะนำคือร้านอาหารที่นำวัตถุดิบจากทั่วคิวชูมาสร้างสรรค์เป็นเมนูอย่างมีเอกลักษณ์
อยากชวนให้คุณลองสัมผัสโลกการทำอาหารอันแปลกใหม่และเปี่ยมด้วยลูกเล่นของเชฟที่นี่

3. โซลาเรีย นิชิเท็ตสึ โฮเทล ฟุกุโอกะ
ซิตี้โฮเทลที่เชื่อมตรงกับสถานีนิชิเท็ตสึ ฟุกุโอกะ (เท็นจิน)
ภายในห้องพักและพื้นที่ต่างๆ ของโรงแรมมีการใช้หัตถกรรมดั้งเดิมของคิวชู เช่น งานไม้ประกอบโอกาวะคุมิโกะ และเครื่องอิมาริยากิ ให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การเข้าพักที่เหนือระดับ
ห้องพักทุกห้องติดตั้งเตียง Simmons ที่ช่วยลดภาระต่อร่างกายและสนับสนุนการนอนหลับสบาย อีกทั้งยังใส่ใจในเรื่องเครื่องนอนและการตกแต่งภายใน เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเดตในฟุกุโอกะ
Q
ถ้าจะมาเดตเป็นคู่รักในฟุกุโอกะช่วงฤดูใบไม้ผลิ ควรไปที่ไหนดี?
ขอแนะนำ “สวนไมซุรุ” ที่สามารถชมซากุระยามค่ำคืนสุดชวนฝัน และ “อุทยานแห่งชาติริมทะเลอุมิโนะนากามิจิ” ที่เต็มไปด้วยดอกไม้งดงามสุดลูกหูลูกตา
Q
ถ้าจะมาเดตเป็นคู่รักในฟุกุโอกะช่วงฤดูหนาว ควรไปที่ไหนดี?
ขอแนะนำสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคู่รักอย่าง “ฟุกุโอกะทาวเวอร์” และ “ตลาดคริสต์มาสฟุกุโอกะ” ที่คึกคักด้วยงานประดับไฟ
บทสรุป
ถ้าวางแผนเดตที่ฟุกุโอกะ เมืองนี้ก็มีทั้งสถานที่ยอดนิยมและจุดชมวิวกลางคืนสวยๆ ให้เลือกได้ค่อนข้างหลากหลาย
เสน่ห์ของฟุกุโอกะอยู่ที่ความสมดุลระหว่างเมืองกับธรรมชาติ และถ้าเดินทางออกไปอีกนิดก็ยังเข้าถึงสถานที่หลายแบบได้ไม่ยาก
ลองนำข้อมูลนี้ไปจัดทริปเดตแบบแวะหลายจุดดู คุณทั้งสองก็น่าจะได้แบ่งปันความทรงจำสำคัญร่วมกันมากมาย
อย่าลืมใส่ใจเรื่องมื้อค่ำและที่พักด้วย เพื่อให้ทริปฟุกุโอกะของคุณเต็มอิ่มยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ บทความด้านล่างที่รวบรวมข้อมูลเรื่องอาหาร แหล่งท่องเที่ยว และการเดินทางในฟุกุโอกะ ก็เป็นอีกชิ้นที่ไม่ควรพลาดสำหรับใช้วางแผนทริป