ดื่มด่ำวิวสวยตระการตาเฉพาะถิ่นปลายเหนือสุดของแผ่นดินใหญ่ญี่ปุ่น! 11 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในวักกะไน

ดื่มด่ำวิวสวยตระการตาเฉพาะถิ่นปลายเหนือสุดของแผ่นดินใหญ่ญี่ปุ่น! 11 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในวักกะไน

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

ถ้าอยากออกไปสัมผัสบรรยากาศปลายเหนือสุดของญี่ปุ่น “วักกะไน” คือจุดหมายที่ชวนให้สนใจไม่น้อย
พื้นที่แห่งนี้อยู่ทางเหนือสุดของฮอกไกโด และยังเป็นจุดเหนือสุดของแผ่นดินใหญ่ญี่ปุ่นด้วย
ที่นี่มีทิวทัศน์ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ซึ่งไม่อาจพบได้ในเขตตอนในของฮอกไกโด
บทความนี้จะพาไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในวักกะไน รวมถึงเสน่ห์ของเมือง แหล่งช้อปปิ้งยอดฮิต และที่พักแนะนำ ลองเก็บไว้เป็นไอเดียวางแผนทริปกันได้เลย

วักกะไนเป็นสถานที่แบบไหน?

เมื่อพูดถึงปลายเหนือสุดของฮอกไกโด หลายคนก็มักนึกถึง “วักกะไน” ขึ้นมา
เสน่ห์ที่โดดเด่นที่สุดคือทิวทัศน์ธรรมชาติขนาดมหึมาตามแนวชายฝั่ง
ภาพทะเลที่ทอดยาวเต็มสายตา ผสานกับวิวของ “ซาฮาลิน” และ “ริชิริฟูจิ” ที่มองเห็นอยู่ไกล ๆ เป็นความงดงามที่สัมผัสได้เฉพาะดินแดนเหนือสุดของแผ่นดินใหญ่ญี่ปุ่นเท่านั้น ในฤดูหนาว บางช่วงยังมีโอกาสเห็นน้ำแข็งลอยทะเลปกคลุมผืนน้ำอีกด้วย
อาหารทะเลที่ทำจากวัตถุดิบสดใหม่ซึ่งขึ้นจากท่าเรือประมงท้องถิ่นก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์สำคัญ
เมนูยอดนิยมได้แก่ ข้าวหน้าปลาแซลมอนกับไข่ปลาแซลมอน ข้าวหน้าอุนิแบบจัดเต็ม และข้าวหน้าทะเลรวมหลากชนิด
ส่วนเมนูจากหอยเชลล์ ปลาโฮกเกะ และกุ้งชิมะเอบิก็อร่อยไม่แพ้กัน
“นมวักกะไน” ก็มีชื่อเสียงเช่นกัน จึงสามารถเพลิดเพลินกับขนมหวานและผลิตภัณฑ์นมรสเข้มข้นได้
ถ้ามาถึงดินแดนเหนือสุดของแผ่นดินใหญ่ญี่ปุ่นแล้ว อย่าลืมใช้เวลาเพลิดเพลินกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และอาหารหลากหลายของที่นี่ให้เต็มที่

สถานีวักกะไนที่ตั้งอยู่เหนือสุดของแผ่นดินใหญ่ญี่ปุ่น
สถานีวักกะไนที่ตั้งอยู่เหนือสุดของแผ่นดินใหญ่ญี่ปุ่น

ฤดูกาลไหนเหมาะกับการเที่ยววักกะไน?

หากจะไปเยือนวักกะไน ช่วงหน้าร้อนที่มีลมเย็นสบายถือว่าเหมาะมาก
แม้จะเป็นฤดูร้อน แต่อุณหภูมิสูงสุดก็มักไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส อีกทั้งไม่มีฤดูฝน จึงเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างสบาย
อีกหนึ่งเสน่ห์ของวักกะไนในฤดูร้อนคือการได้ลิ้มรสหอยฮกกิและอุนิตามฤดูกาล

ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูกาลของวักกะไน

  • ฤดูใบไม้ผลิ (เดือน 3 - เดือน 5): ควรเตรียมแจ็กเก็ตดาวน์ เสื้อโค้ต เสื้อสเวตเตอร์หนา ผ้าพันคอ และถุงมือ
  • ฤดูร้อน (เดือน 6 - เดือน 8): เสื้อแขนสั้นก็ใส่ได้ แต่มีเสื้อเชิ้ตแขนยาวหรือเสื้อสเวตเตอร์บางติดไว้จะอุ่นใจกว่า
  • ฤดูใบไม้ร่วง (เดือน 9 - เดือน 11): เสื้อโค้ต แจ็กเก็ต หรือเสื้อสเวตเตอร์ เป็นตัวเลือกที่เหมาะ
  • ฤดูหนาว (เดือน 12 - เดือน 2): ต้องมีทั้งแจ็กเก็ตดาวน์ เสื้อโค้ต เสื้อสเวตเตอร์หนา ผ้าพันคอ และถุงมือ

เดินทางไปวักกะไนอย่างไร?

การเดินทางไป “วักกะไน” โดยเริ่มต้นจาก “สนามบินชินชิโตเสะ” ซึ่งเป็นประตูสู่ฮอกไกโด สรุปไว้ในตารางด้านล่าง
แม้จะเดินทางด้วยรถไฟได้ แต่ต่อให้เปลี่ยนจาก “Rapid Airport” ไปยัง “รถไฟด่วนพิเศษ JR” ก็ยังใช้เวลามากกว่า 6 ชั่วโมง
วักกะไนมี “สนามบินวักกะไน” ซึ่งเป็นสนามบินที่อยู่เหนือสุดของญี่ปุ่น จึงแนะนำให้ใช้เครื่องบินซึ่งเป็นวิธีที่ใช้เวลาเดินทางสั้นที่สุด

เส้นทาง
1. จากสนามบินชินชิโตเสะไปสนามบินวักกะไน
2. ขึ้นรถบัสโซยะ และลงที่ “สถานีขนส่งหน้าสถานีวักกะไน”
ระยะเวลาเดินทาง
ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

วิธีเดินทางหลักสำหรับเที่ยววักกะไน

แม้จะมีรถไฟและรถบัสประจำทาง แต่หลายแห่งเดินทางเข้าถึงได้ไม่สะดวกนัก จึงเที่ยวได้คล่องตัวกว่าหากใช้รถเช่าหรือแท็กซี่
หรือจะเลือกใช้ “รถบัสท่องเที่ยวประจำ” ที่พาเที่ยวตามจุดยอดนิยมก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

ดื่มด่ำวิวสวยและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์! 11 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในวักกะไน

ต่อจากนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ช่วยให้คุณค่อย ๆ ทำความรู้จักทั้งธรรมชาติและประวัติศาสตร์ของวักกะไน
หากได้แวะไปยังจุดต่าง ๆ ที่จะแนะนำต่อจากนี้ ก็น่าจะได้สัมผัสทั้งวิวสวยแบบฉบับวักกะไน รวมถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเมืองอย่างเต็มอิ่ม

1. แหลมโซยะ

แหลมที่ตั้งอยู่เหนือสุดของแผ่นดินใหญ่ญี่ปุ่น “อนุสรณ์สถานเหนือสุดของญี่ปุ่น” ซึ่งตั้งอยู่ปลายแหลมโซยะที่ละติจูดเหนือ 45 องศา 31 ลิปดา 22 ฟิลิปดา เป็นจุดถ่ายรูปยอดเยี่ยม
ตัวอนุสรณ์เป็นทรงพีระมิดสามเหลี่ยมที่ได้แรงบันดาลใจจากหนึ่งแฉกของดาวเหนือซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของดินแดนทางเหนือ ตัวอักษร “N” ตรงกลางหมายถึงทิศเหนือ ส่วนฐานทรงกลมสื่อถึงสันติภาพและความปรองดอง

แหลมเหนือสุดของแผ่นดินใหญ่ญี่ปุ่นที่สามารถมองเห็นซาฮาลินอยู่ไกล ๆ
แหลมเหนือสุดของแผ่นดินใหญ่ญี่ปุ่นที่สามารถมองเห็นซาฮาลินอยู่ไกล ๆ

2. เนินเขาโซยะ

“เนินเขาโซยะ” อยู่ใกล้กับ “แหลมโซยะ” ทางตอนเหนือของเมืองวักกะไน และเป็นพื้นที่เนินเขาที่ทอดยาวต่อเนื่องกัน
สำหรับคนที่สนใจลักษณะภูมิประเทศแบบเฉพาะตัว พื้นที่เช่นนี้เรียกว่า “ภูมิประเทศเพริกลาเชียล” เกิดจากการแข็งตัวและละลายซ้ำ ๆ ของพื้นดินในยุคน้ำแข็ง โดยมีลักษณะเด่นคือความโค้งมนของสันเนินอันเป็นเอกลักษณ์
เมื่อมองจากไกล ๆ จะเห็นเป็นแนวเนินลูกคลื่น และด้วยความหายากกับความงดงามนี้ จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกฮอกไกโด”
บน “เส้นทางเดินเท้าโซยะฮิลส์” มีวิวสวยมากมายรออยู่สำหรับผู้ที่อยากเดินชมธรรมชาติ
โดยเฉพาะภาพกังหันลม 57 ต้นที่เรียงรายอย่างยิ่งใหญ่ และ “ถนนสีขาว” ที่ปูด้วยเปลือกหอยเชลล์ ซึ่งเป็นจุดดังมากของที่นี่

โอบล้อมด้วยธรรมชาติอันยิ่งใหญ่บนพื้นที่เนินเขา ณ ปลายเหนือสุดของญี่ปุ่น
โอบล้อมด้วยธรรมชาติอันยิ่งใหญ่บนพื้นที่เนินเขา ณ ปลายเหนือสุดของญี่ปุ่น

3. แหลมโนชัปปุ

“แหลมโนชัปปุ” ยื่นออกไปในช่องแคบโซยะ ณ ปลายตะวันตกสุดของเมืองวักกะไน
จากที่นี่สามารถมองเห็นภูเขาริชิริอันงดงาม เกาะเรบุนที่ได้ฉายาว่าเกาะดอกไม้ลอยน้ำทางทิศตะวันตก และเงาของเกาะซาฮาลินทางทิศเหนือได้แบบกว้างไกล
ที่นี่ยังมีชื่อเสียงในฐานะจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม ภาพพระอาทิตย์ค่อย ๆ ลับขอบฟ้าพร้อมย้อมทะเลทั้งผืนให้เป็นสีส้มช่างน่าประทับใจ และเงาของเกาะริชิริที่ปรากฏขึ้นก็มีบรรยากาศงดงามไม่แพ้กัน

ประทับใจกับวิวช่วงเย็นอันงดงามที่ปลายเหนือสุดของญี่ปุ่น
ประทับใจกับวิวช่วงเย็นอันงดงามที่ปลายเหนือสุดของญี่ปุ่น

4. อดีตคฤหาสน์เซโตะ

อาคารแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1945 ในฐานะคฤหาสน์ของคุณเซโตะ สึเนะโซ ผู้เป็นหัวหน้าธุรกิจประมงลากอวนก้นทะเลนอกชายฝั่ง และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ของชาติแห่งแรกของเมืองวักกะไน
เป็นสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นสมัยใหม่ที่ผสานความเป็นญี่ปุ่นและตะวันตกได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยปล่องไฟอิฐสีแดงและความงามของตัวบ้าน
ภายในสามารถเข้าชมห้องเสื่อทาทามิ ห้องชงชา และครัว ซึ่งสะท้อนวิถีชีวิตในสมัยนั้น พร้อมทั้งมีการจัดแสดงภาพงานเลี้ยงในอดีตและนิทรรศการเกี่ยวกับการประมงของวักกะไน
ถือเป็นสถานที่ล้ำค่าที่ช่วยให้เห็นภาพชีวิตของวักกะไนในยุคที่การประมงรุ่งเรืองได้เป็นอย่างดี

จุดท่องเที่ยวที่ทำให้สัมผัสได้ถึงความรุ่งเรืองของวักกะไนในยุคเฟื่องฟูด้านการประมง
จุดท่องเที่ยวที่ทำให้สัมผัสได้ถึงความรุ่งเรืองของวักกะไนในยุคเฟื่องฟูด้านการประมง

5. โดมกันคลื่นท่าเรือวักกะไนฝั่งเหนือ

ในดินแดนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “เมืองแห่งสายลม” เพราะมีลมแรงตลอดทั้ง 4 ฤดู สิ่งปลูกสร้างที่สะดุดตาอย่างยิ่งก็คือ “โดมกันคลื่นท่าเรือวักกะไนฝั่งเหนือ” ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกฮอกไกโดในปี 2001
โดมแห่งนี้สร้างเสร็จในปี 1936 เป็นโครงสร้างครึ่งโค้งยาว 427 เมตร สูง 13.6 เมตร โดดเด่นด้วยเสาทรงกระบอกขนาดใหญ่ 70 ต้นที่เรียงตัวกัน ให้ความรู้สึกโอ่อ่าคล้ายสถาปัตยกรรมโรมันโบราณ

เสน่ห์ของซุ้มโค้งอันยิ่งใหญ่! จุดถ่ายรูปสวยในฮอกไกโด
เสน่ห์ของซุ้มโค้งอันยิ่งใหญ่! จุดถ่ายรูปสวยในฮอกไกโด

6. สวนวักกะไน

“สวนวักกะไน” เป็นสวนสาธารณะที่แผ่กว้างอยู่บนเนินสูงซึ่งสามารถมองเห็นตัวเมืองได้อย่างกว้างไกล
เมื่อรวมกับ “สวนป่า” ที่อยู่ติดกัน จะมีพื้นที่ประมาณ 100 เฮกตาร์ เป็นสวนขนาดใหญ่ที่ผสานธรรมชาติอุดมสมบูรณ์เข้ากับอนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์ไว้ด้วยกัน
ภายในสวนมีอนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์กระจายอยู่หลายแห่ง เช่น “หอรำลึกครบรอบ 100 ปีการบุกเบิกและพิพิธภัณฑ์ภาคเหนือ” และ “ประตูหิมะและน้ำแข็ง” อนุสรณ์ไว้อาลัยชาวเกาะคาราฟูโตะ
ยังมีจุดชมวิวสวยจากทำเลบนที่สูง โดยเฉพาะวิวกลางคืนของเมืองวักกะไนที่มองเห็นได้จากบริเวณใกล้ประตูหิมะและน้ำแข็ง ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกวิวกลางคืนของญี่ปุ่น”
ในช่วงกลางเดือน 5 ยังเป็นจุดชมซากุระชื่อดังที่มีทั้งเอโซะยามะซากุระและยาเอะซากุระบานสะพรั่ง อีกหนึ่งเสน่ห์ก็คือวิวสวยที่ผสมผสานระหว่างทะเลโอค็อตสค์กับดอกซากุระ

สวนยอดนิยมที่มองเห็นตัวเมืองได้จากบนเนิน ทั้งวิวกลางคืนและภาพพาโนรามาจากจุดชมวิวก็น่าสนใจ
สวนยอดนิยมที่มองเห็นตัวเมืองได้จากบนเนิน ทั้งวิวกลางคืนและภาพพาโนรามาจากจุดชมวิวก็น่าสนใจ

7. อนุสรณ์ไว้อาลัยชาวเกาะคาราฟูโตะ ประตูหิมะและน้ำแข็ง

อนุสรณ์สถานภายในสวนวักกะไนที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงผู้คนที่เสียชีวิตในคาราฟูโตะ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของญี่ปุ่น และปัจจุบันคือซาฮาลิน
ที่นี่ตั้งอยู่ในดินแดนซึ่งเคยเป็นจุดเชื่อมสำคัญระหว่างคาราฟูโตะกับญี่ปุ่น และเป็นสถานที่ที่ผู้คนเดินทางผ่านไปมาจำนวนมาก
อนุสรณ์นี้สร้างสรรค์โดยฮงโก ชิน ประติมากรชื่อดังระดับโลกชาวซัปโปโร ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ ประตูแห่งความโหยหา รูปสตรี และหินวิญญาณ
รูปสตรีสื่อถึงความเข้มแข็งของผู้คนที่เอาชีวิตรอดท่ามกลางหิมะและน้ำแข็ง และลุกขึ้นยืนได้อีกครั้งหลังความสิ้นหวังจากความพ่ายแพ้ในสงคราม

สัญลักษณ์ของสวนวักกะไน ให้คุณได้ใช้เวลาสัมผัสเรื่องราวทางประวัติศาสตร์
สัญลักษณ์ของสวนวักกะไน ให้คุณได้ใช้เวลาสัมผัสเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

8. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำกระแสน้ำเย็นวักคาริอุม โนชัปปุ

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่อยู่เหนือสุดของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่แหลมโนชัปปุ ปลายตะวันตกสุดของวักกะไน
ที่นี่เลี้ยงและจัดแสดงสิ่งมีชีวิตประมาณ 1,300 ตัว จากราว 120 ชนิด โดยเน้นปลาและแมวน้ำที่อาศัยอยู่ในทะเลเหนืออันหนาวเย็น
ไฮไลต์ของที่นี่คือแทงก์น้ำหมุนเวียนขนาดใหญ่ความจุ 90 ตัน ที่มีทั้งปลาอิโตะซึ่งได้ฉายาว่า “ปลาหายากในตำนาน” รวมถึงปลาโซอิ ปลาแบน และปลาโฮกเกะแหวกว่ายให้ชมตามพฤติกรรมของแต่ละชนิด นอกจากนี้ “ทัชพูล” ที่สามารถสัมผัสดาวทะเลและปูได้ รวมถึงการจัดแสดงคลิโอเนซึ่งถูกเรียกว่า “นางฟ้าแห่งน้ำแข็งลอยทะเล” ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน
ในช่วงฤดูร้อน มีผู้มาเยือนจำนวนมากเพื่อชมกิจกรรมให้อาหารแมวน้ำและเพนกวิน ซึ่งแมวน้ำลายจุดจะมาโชว์การเล่นลูกบอลอย่างคล่องแคล่ว

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเหนือสุดของญี่ปุ่น ที่มีทั้งแมวน้ำและเพนกวินเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเหนือสุดของญี่ปุ่น ที่มีทั้งแมวน้ำและเพนกวินเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก

9. พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์เยาวชนเมืองวักกะไน

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่เป็นส่วนหนึ่งของอาคารเดียวกับ “พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำกระแสน้ำเย็นวักคาริอุม โนชัปปุ” และเป็นที่รู้จักในชื่อเล่นว่า “วักคาริอุม”
ภายในมีท้องฟ้าจำลองที่เก่าแก่ที่สุดในฮอกไกโด โดยมีการเปลี่ยนเนื้อหาตามฤดูกาลเพื่อฉายท้องฟ้ายามค่ำคืน
นอกจากนี้ยังมีการฉายรายการภาพบนโดมเต็มท้องฟ้าด้วยระบบภาพดิจิทัล ทำให้เพลิดเพลินกับดวงดาวพร้อมสัมผัสเสน่ห์ของอวกาศได้อย่างใกล้ชิด
ใน “โซนนิทรรศการแอนตาร์กติกา” มีการจัดแสดงข้อมูลเกี่ยวกับการสำรวจแอนตาร์กติกา พร้อมโมเดลเรือตัดน้ำแข็งรุ่นต่าง ๆ อย่างโซยะ ฟูจิ และชิราเสะ รวมถึงอาคารที่พักที่ใช้ในแอนตาร์กติกา รถลากสุนัข รถเคลื่อนบนหิมะ และยังสามารถสัมผัสน้ำแข็งจริงจากแอนตาร์กติกาได้อีกด้วย

เรียนรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ อวกาศ สิ่งแวดล้อม และแอนตาร์กติกาที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์เหนือสุด
เรียนรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ อวกาศ สิ่งแวดล้อม และแอนตาร์กติกาที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์เหนือสุด

10. ศาลเจ้าฮกมง

“ศาลเจ้าฮกมง” อยู่ห่างจากสถานี JR วักกะไนโดยเดินประมาณ 15 นาที เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1785 และมีอามาเทราสึ โอมิคามิเป็นเทพประจำศาลเจ้า
หากนับเฉพาะศาลเจ้าที่มีนักบวชประจำและสามารถรับโกะชูอินได้ ที่นี่ถือว่าอยู่เหนือสุดของญี่ปุ่น
อีกหนึ่งจุดเด่นคือเซียมซีสุดแปลก “อิคานิโม อีมิคุจิ” ที่เขียนด้วยภาษาถิ่นฮอกไกโด โดยใช้ตาข่ายช้อนเซียมซีรูปปูขึ้นมา
หากมาเยือนดินแดนเหนือสุดของแผ่นดินใหญ่ญี่ปุ่น ก็น่าจะลองรับโกะชูอินและเซียมซีแปลกไม่เหมือนใครนี้เป็นที่ระลึก

ศาลเจ้าฮกมงในฤดูหนาว ที่สีแดงชาดของศาลเจ้าโดดเด่นท่ามกลางโลกสีขาวเงิน
ศาลเจ้าฮกมงในฤดูหนาว ที่สีแดงชาดของศาลเจ้าโดดเด่นท่ามกลางโลกสีขาวเงิน

11. ศูนย์สังเกตนกป่าโอนูมะ

“โอนูมะ” ตั้งอยู่ในหมู่บ้านโคเอะโตอิ เมืองวักกะไน และมีหงส์ประมาณ 4,000 ตัวอพยพมาในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง
ที่ “ศูนย์สังเกตนกป่าโอนูมะ” ซึ่งตั้งอยู่ริมบึง มีทั้งห้องสังเกตการณ์และโซนนิทรรศการ พร้อมบริการยืมกล้องส่องทางไกลและกล้องดูนกฟรี
ยังมีนกน้ำหลากชนิดแวะเวียนมาที่นี่ด้วย จึงเพลิดเพลินกับการดูนกไปพร้อมกับชมทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลได้
หากช่วงเวลาเหมาะสม ก็อยากแนะนำให้ลองเข้าร่วมกิจกรรม “ล่องเรือแคนาดาแคนู” ที่จัดขึ้นตั้งแต่ปี 2023 เพื่อสัมผัสธรรมชาติของโอนูมะจากบนผืนน้ำ

จุดสังเกตนกป่าที่สามารถชมนกหลากชนิดซึ่งบินมาเยือนโอนูมะตามฤดูกาล
จุดสังเกตนกป่าที่สามารถชมนกหลากชนิดซึ่งบินมาเยือนโอนูมะตามฤดูกาล

สนุกได้ทั้งของอร่อยและการเลือกซื้อของฝาก! 3 แหล่งช้อปปิ้งยอดฮิตในวักกะไน

ถ้าอยากแวะซื้อของฝากหรือหาของกินอร่อย ๆ ระหว่างเที่ยว วักกะไนก็มีจุดที่น่าแวะอยู่หลายแห่ง
แต่ละแห่งไม่ได้มีแค่พื้นที่ช้อปปิ้งเท่านั้น ยังมีศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยว ร้านอาหาร และบางแห่งก็มีออนเซ็นให้เพลิดเพลินด้วย
เพราะตั้งอยู่ในทำเลที่แวะได้ง่ายระหว่างเที่ยว จึงอยากชวนให้ลองใส่สถานที่เหล่านี้ไว้ในแผนทริปของคุณด้วย

1. ตลาดฟุกโคะวักกะไน

“ตลาดฟุกโคะวักกะไน” เป็นศูนย์รวมครบวงจรที่ตั้งอยู่ในท่าเรือวักกะไน
อาคาร 3 ชั้นแห่งนี้รวมร้านอาหาร ร้านขายของฝาก ออนเซ็น และร้านค้าหลากหลายประเภทไว้ในที่เดียว
ภายในมีร้านอาหารหลายแบบ ทั้งร้านที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบที่ซื้อจากตลาดโดยตรง และร้านกินดื่มที่มีกลิ่นอายยุคโชวะ
ที่ร้านขายปลาสดซึ่งเปิดมาตั้งแต่ปี 1940 คุณสามารถซื้อทั้งซาชิมิปลาตามฤดูกาล อาหารแปรรูป และของฝากสไตล์ฮอกไกโดได้
ชั้นบนสุดมี “มินาโตะโนะยุ” ที่สามารถแช่น้ำพุร้อนธรรมชาติได้ พร้อมพื้นที่ให้นั่งพักผ่อนชมวิวท่าเรือและอ่างอาบน้ำกลางแจ้ง

ศูนย์รวมที่ให้สัมผัสเสน่ห์ของวักกะไนผ่าน “กิน・ช้อป・เรียนรู้”
ศูนย์รวมที่ให้สัมผัสเสน่ห์ของวักกะไนผ่าน “กิน・ช้อป・เรียนรู้”

2. คิตะคาระ

“คิตะคาระ” เป็นศูนย์รวมครบวงจรที่เชื่อมตรงกับสถานี JR วักกะไน ใช้งานได้สะดวกทั้งแวะช้อปปิ้ง หาของกิน และรับข้อมูลท่องเที่ยว
ในโซนร้านค้าและอาหาร มีทั้งร้านของฝากที่จำหน่ายสินค้าบรนด์ของวักกะไน คาเฟ่ โรงอาหาร และร้านขนมหวานที่เหมาะกับการแวะพัก
ภายในยังมีจุดให้ข้อมูลท่องเที่ยวของวักกะไน จึงน่าแวะมาก่อนเริ่มต้นเที่ยวในเมือง

คิตะคาระ ศูนย์รวมครบวงจรที่เชื่อมตรงกับสถานี JR วักกะไน
คิตะคาระ ศูนย์รวมครบวงจรที่เชื่อมตรงกับสถานี JR วักกะไน

3. สถานีริมทางวักกะไน

“สถานีริมทางวักกะไน” เป็นที่รู้จักในฐานะสถานีริมทางที่อยู่เหนือสุดของญี่ปุ่น
อยู่ใกล้กับสถานี JR วักกะไนและแหล่งท่องเที่ยวหลัก จึงแวะได้ง่ายแบบสบาย ๆ
ร้านค้าภายในคัดสรรสินค้าพิเศษจากวักกะไนและพื้นที่ต่าง ๆ ของฮอกไกโดมาไว้ให้เลือกซื้อของฝากอย่างเพลิดเพลิน
คาเฟ่ที่เสิร์ฟแฮมเบิร์กแซนด์และข้าวฮายาชิจากเนื้อวัวแบรนด์ท้องถิ่น “โซยะคุโระกิว” ก็เป็นอีกจุดที่ไม่ควรพลาด
ยังมีห้องเด็กที่มีบ่อบอลและกำแพงปีนป่ายอยู่ภายใน ทำให้ครอบครัวที่มีเด็กใช้เวลาได้อย่างสบาย
ที่ “ศูนย์แลกเปลี่ยนชุมชน” ยังสามารถรับข้อมูลท่องเที่ยวของวักกะไนได้ ช่วยให้เที่ยวเมืองนี้ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

สถานีริมทางเหนือสุดของญี่ปุ่น สะดวกทั้งรับข้อมูลท่องเที่ยวและซื้อสินค้าพิเศษ
สถานีริมทางเหนือสุดของญี่ปุ่น สะดวกทั้งรับข้อมูลท่องเที่ยวและซื้อสินค้าพิเศษ

เหมาะเป็นฐานเที่ยวอย่างยิ่ง! 3 ที่พักแนะนำในวักกะไน

ถ้ากำลังมองหาที่พักไว้เป็นฐานเที่ยวในวักกะไน ลองดูโรงแรมที่คัดมาให้ต่อไปนี้ได้เลย
แต่ละแห่งมีบริการครบครัน ทั้งการชมวิวสวยของวักกะไน การแช่ออนเซ็น และการลิ้มรสอาหารที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น
ที่สำคัญคือทุกแห่งยังเดินทางสะดวกจากสถานี JR วักกะไน และสถานีมินามิวักกะไนอีกด้วย

1. โรงแรมมิยูกิ

“โรงแรมมิยูกิ” อยู่ห่างจากสถานี JR วักกะไนโดยเดินประมาณ 4 นาที และเดินทางไปยังสวนวักกะไนหรือแหลมโซยะได้สะดวก
มีทั้งห้องสไตล์ญี่ปุ่นที่เหมาะสำหรับครอบครัวและรองรับได้สูงสุด 6 คน ห้องสไตล์ตะวันตกที่เรียบง่ายและบรรยากาศสงบ รวมถึงห้องที่รองรับรถเข็นวีลแชร์ จึงเหมาะกับการเข้าพักได้หลากหลายรูปแบบ
บริเวณรอบโรงแรมมีทั้งร้านอาหารพันธมิตรของโรงแรมและร้านเด็ดซ่อนตัวอยู่อีกหลายแห่ง มื้อเย็นลองไปชิมร้านดังท้องถิ่นกันได้เลย

โรงแรมเดินถึงได้จากสถานี JR วักกะไน เดินทางสะดวกมาก
โรงแรมเดินถึงได้จากสถานี JR วักกะไน เดินทางสะดวกมาก

2. ซูร์ฟีล โฮเทล วักกะไน

“ซูร์ฟีล โฮเทล วักกะไน” อยู่ห่างจากสถานี JR วักกะไนโดยเดินประมาณ 3 นาที เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นฐานท่องเที่ยว
โรงแรมหันหน้าออกสู่อ่าวโซยะ ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับวิวทะเลอันกว้างใหญ่ได้จากห้องพัก ร้านอาหารภายใน และบาร์เลานจ์
ห้องพักเหมาะแก่การพักผ่อน และร้านอาหารทั้ง 4 แห่งภายในโรงแรมก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์สำคัญ
ไม่ว่าจะร้านไหนก็สามารถลิ้มลองอาหารที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่จากท้องถิ่นได้
อีกข้อดีคือมีให้เลือกหลายสไตล์ ทั้งอาหารญี่ปุ่น อาหารตะวันตก และเทปันยากิ
บาร์เลานจ์ที่ให้คุณจิบค็อกเทลซิกเนเจอร์พร้อมชมวิวกลางคืนของอ่าวโซยะ ก็เหมาะสำหรับใช้เวลาสุดโรแมนติกเช่นกัน

ทางเข้าอันหรูหราของซูร์ฟีล โฮเทล วักกะไน
ทางเข้าอันหรูหราของซูร์ฟีล โฮเทล วักกะไน

3. โรงแรมมิโซโนะ

เสน่ห์ของ “โรงแรมมิโซโนะ” คือห้องอาบน้ำรวมขนาดใหญ่ที่สามารถแช่ออนเซ็นวักกะไนได้
คุณภาพน้ำแร่เป็นโซเดียม-คลอไรด์เข้มข้นและไฮโดรเจนคาร์บอเนต ช่วยฟื้นฟูความเหนื่อยล้าและเหมาะกับผู้มีปัญหาผิวหนังเรื้อรัง จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคลายความเมื่อยล้าจากการเดินทาง
มีห้องพักทั้งแบบซิงเกิล ดับเบิล และทริปเปิลที่เหมาะกับทริปครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน
ภายในโรงแรมยังมีร้านอาหารที่สามารถลิ้มรสอาหารเช้าสไตล์ญี่ปุ่นจากอาหารทะเลที่จับได้ในวักกะไนอีกด้วย

เดินทางสะดวก อยู่ในระยะเดินถึงได้จากสถานี JR มินามิวักกะไน
เดินทางสะดวก อยู่ในระยะเดินถึงได้จากสถานี JR มินามิวักกะไน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการท่องเที่ยววักกะไน

Q

อาหารขึ้นชื่อของวักกะไนคืออะไร?

A

อาหารทะเลอย่างข้าวหน้าทะเลรวมและข้าวหน้าอุนิ ที่ทำจากอาหารทะเลซึ่งจับได้จากทะเลรอบวักกะไน เป็นเมนูที่มีชื่อเสียงมาก

Q

ถ้าเที่ยววักกะไนในฤดูหนาว มีที่ไหนแนะนำบ้าง?

A

แนะนำสถานที่อย่าง “สวนหิมะโซยะฟุเรไอ” ที่สามารถสนุกกับกิจกรรมบนหิมะได้

บทสรุป

วักกะไนมีเสน่ห์อยู่ครบทั้งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม แหล่งช้อปปิ้ง และที่พักแนะนำ จนเป็นเมืองที่ชวนให้อยากไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง
หากได้ตามรอยสถานที่ต่าง ๆ ที่แนะนำในบทความนี้ ก็น่าจะได้สัมผัสประสบการณ์เฉพาะตัวของดินแดนเหนือสุดของแผ่นดินใหญ่ญี่ปุ่นอย่างเต็มที่
ถ้าคุณมีแผนจะเที่ยวจุดหมายยอดนิยมอื่น ๆ ในฮอกไกโดด้วย ลองดูบทความนี้ที่รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวและร้านอาหารน่าสนใจในฮอกไกโดเพิ่มเติมได้เลย