
ดื่มด่ำวิวสวยตระการตาเฉพาะถิ่นปลายเหนือสุดของแผ่นดินใหญ่ญี่ปุ่น! 11 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในวักกะไน
ถ้าอยากออกไปสัมผัสบรรยากาศปลายเหนือสุดของญี่ปุ่น “วักกะไน” คือจุดหมายที่ชวนให้สนใจไม่น้อย
พื้นที่แห่งนี้อยู่ทางเหนือสุดของฮอกไกโด และยังเป็นจุดเหนือสุดของแผ่นดินใหญ่ญี่ปุ่นด้วย
ที่นี่มีทิวทัศน์ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ซึ่งไม่อาจพบได้ในเขตตอนในของฮอกไกโด
บทความนี้จะพาไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในวักกะไน รวมถึงเสน่ห์ของเมือง แหล่งช้อปปิ้งยอดฮิต และที่พักแนะนำ ลองเก็บไว้เป็นไอเดียวางแผนทริปกันได้เลย
วักกะไนเป็นสถานที่แบบไหน?
เมื่อพูดถึงปลายเหนือสุดของฮอกไกโด หลายคนก็มักนึกถึง “วักกะไน” ขึ้นมา
เสน่ห์ที่โดดเด่นที่สุดคือทิวทัศน์ธรรมชาติขนาดมหึมาตามแนวชายฝั่ง
ภาพทะเลที่ทอดยาวเต็มสายตา ผสานกับวิวของ “ซาฮาลิน” และ “ริชิริฟูจิ” ที่มองเห็นอยู่ไกล ๆ เป็นความงดงามที่สัมผัสได้เฉพาะดินแดนเหนือสุดของแผ่นดินใหญ่ญี่ปุ่นเท่านั้น ในฤดูหนาว บางช่วงยังมีโอกาสเห็นน้ำแข็งลอยทะเลปกคลุมผืนน้ำอีกด้วย
อาหารทะเลที่ทำจากวัตถุดิบสดใหม่ซึ่งขึ้นจากท่าเรือประมงท้องถิ่นก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์สำคัญ
เมนูยอดนิยมได้แก่ ข้าวหน้าปลาแซลมอนกับไข่ปลาแซลมอน ข้าวหน้าอุนิแบบจัดเต็ม และข้าวหน้าทะเลรวมหลากชนิด
ส่วนเมนูจากหอยเชลล์ ปลาโฮกเกะ และกุ้งชิมะเอบิก็อร่อยไม่แพ้กัน
“นมวักกะไน” ก็มีชื่อเสียงเช่นกัน จึงสามารถเพลิดเพลินกับขนมหวานและผลิตภัณฑ์นมรสเข้มข้นได้
ถ้ามาถึงดินแดนเหนือสุดของแผ่นดินใหญ่ญี่ปุ่นแล้ว อย่าลืมใช้เวลาเพลิดเพลินกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และอาหารหลากหลายของที่นี่ให้เต็มที่

ฤดูกาลไหนเหมาะกับการเที่ยววักกะไน?
หากจะไปเยือนวักกะไน ช่วงหน้าร้อนที่มีลมเย็นสบายถือว่าเหมาะมาก
แม้จะเป็นฤดูร้อน แต่อุณหภูมิสูงสุดก็มักไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส อีกทั้งไม่มีฤดูฝน จึงเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างสบาย
อีกหนึ่งเสน่ห์ของวักกะไนในฤดูร้อนคือการได้ลิ้มรสหอยฮกกิและอุนิตามฤดูกาล
ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูกาลของวักกะไน
- ฤดูใบไม้ผลิ (เดือน 3 - เดือน 5): ควรเตรียมแจ็กเก็ตดาวน์ เสื้อโค้ต เสื้อสเวตเตอร์หนา ผ้าพันคอ และถุงมือ
- ฤดูร้อน (เดือน 6 - เดือน 8): เสื้อแขนสั้นก็ใส่ได้ แต่มีเสื้อเชิ้ตแขนยาวหรือเสื้อสเวตเตอร์บางติดไว้จะอุ่นใจกว่า
- ฤดูใบไม้ร่วง (เดือน 9 - เดือน 11): เสื้อโค้ต แจ็กเก็ต หรือเสื้อสเวตเตอร์ เป็นตัวเลือกที่เหมาะ
- ฤดูหนาว (เดือน 12 - เดือน 2): ต้องมีทั้งแจ็กเก็ตดาวน์ เสื้อโค้ต เสื้อสเวตเตอร์หนา ผ้าพันคอ และถุงมือ
เดินทางไปวักกะไนอย่างไร?
การเดินทางไป “วักกะไน” โดยเริ่มต้นจาก “สนามบินชินชิโตเสะ” ซึ่งเป็นประตูสู่ฮอกไกโด สรุปไว้ในตารางด้านล่าง
แม้จะเดินทางด้วยรถไฟได้ แต่ต่อให้เปลี่ยนจาก “Rapid Airport” ไปยัง “รถไฟด่วนพิเศษ JR” ก็ยังใช้เวลามากกว่า 6 ชั่วโมง
วักกะไนมี “สนามบินวักกะไน” ซึ่งเป็นสนามบินที่อยู่เหนือสุดของญี่ปุ่น จึงแนะนำให้ใช้เครื่องบินซึ่งเป็นวิธีที่ใช้เวลาเดินทางสั้นที่สุด
- เส้นทาง
-
1. จากสนามบินชินชิโตเสะไปสนามบินวักกะไน
2. ขึ้นรถบัสโซยะ และลงที่ “สถานีขนส่งหน้าสถานีวักกะไน” - ระยะเวลาเดินทาง
- ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
วิธีเดินทางหลักสำหรับเที่ยววักกะไน
แม้จะมีรถไฟและรถบัสประจำทาง แต่หลายแห่งเดินทางเข้าถึงได้ไม่สะดวกนัก จึงเที่ยวได้คล่องตัวกว่าหากใช้รถเช่าหรือแท็กซี่
หรือจะเลือกใช้ “รถบัสท่องเที่ยวประจำ” ที่พาเที่ยวตามจุดยอดนิยมก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
ดื่มด่ำวิวสวยและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์! 11 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในวักกะไน
ต่อจากนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ช่วยให้คุณค่อย ๆ ทำความรู้จักทั้งธรรมชาติและประวัติศาสตร์ของวักกะไน
หากได้แวะไปยังจุดต่าง ๆ ที่จะแนะนำต่อจากนี้ ก็น่าจะได้สัมผัสทั้งวิวสวยแบบฉบับวักกะไน รวมถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเมืองอย่างเต็มอิ่ม
1. แหลมโซยะ
แหลมที่ตั้งอยู่เหนือสุดของแผ่นดินใหญ่ญี่ปุ่น “อนุสรณ์สถานเหนือสุดของญี่ปุ่น” ซึ่งตั้งอยู่ปลายแหลมโซยะที่ละติจูดเหนือ 45 องศา 31 ลิปดา 22 ฟิลิปดา เป็นจุดถ่ายรูปยอดเยี่ยม
ตัวอนุสรณ์เป็นทรงพีระมิดสามเหลี่ยมที่ได้แรงบันดาลใจจากหนึ่งแฉกของดาวเหนือซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของดินแดนทางเหนือ ตัวอักษร “N” ตรงกลางหมายถึงทิศเหนือ ส่วนฐานทรงกลมสื่อถึงสันติภาพและความปรองดอง

2. เนินเขาโซยะ
“เนินเขาโซยะ” อยู่ใกล้กับ “แหลมโซยะ” ทางตอนเหนือของเมืองวักกะไน และเป็นพื้นที่เนินเขาที่ทอดยาวต่อเนื่องกัน
สำหรับคนที่สนใจลักษณะภูมิประเทศแบบเฉพาะตัว พื้นที่เช่นนี้เรียกว่า “ภูมิประเทศเพริกลาเชียล” เกิดจากการแข็งตัวและละลายซ้ำ ๆ ของพื้นดินในยุคน้ำแข็ง โดยมีลักษณะเด่นคือความโค้งมนของสันเนินอันเป็นเอกลักษณ์
เมื่อมองจากไกล ๆ จะเห็นเป็นแนวเนินลูกคลื่น และด้วยความหายากกับความงดงามนี้ จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกฮอกไกโด”
บน “เส้นทางเดินเท้าโซยะฮิลส์” มีวิวสวยมากมายรออยู่สำหรับผู้ที่อยากเดินชมธรรมชาติ
โดยเฉพาะภาพกังหันลม 57 ต้นที่เรียงรายอย่างยิ่งใหญ่ และ “ถนนสีขาว” ที่ปูด้วยเปลือกหอยเชลล์ ซึ่งเป็นจุดดังมากของที่นี่

3. แหลมโนชัปปุ
“แหลมโนชัปปุ” ยื่นออกไปในช่องแคบโซยะ ณ ปลายตะวันตกสุดของเมืองวักกะไน
จากที่นี่สามารถมองเห็นภูเขาริชิริอันงดงาม เกาะเรบุนที่ได้ฉายาว่าเกาะดอกไม้ลอยน้ำทางทิศตะวันตก และเงาของเกาะซาฮาลินทางทิศเหนือได้แบบกว้างไกล
ที่นี่ยังมีชื่อเสียงในฐานะจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม ภาพพระอาทิตย์ค่อย ๆ ลับขอบฟ้าพร้อมย้อมทะเลทั้งผืนให้เป็นสีส้มช่างน่าประทับใจ และเงาของเกาะริชิริที่ปรากฏขึ้นก็มีบรรยากาศงดงามไม่แพ้กัน

4. อดีตคฤหาสน์เซโตะ
อาคารแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1945 ในฐานะคฤหาสน์ของคุณเซโตะ สึเนะโซ ผู้เป็นหัวหน้าธุรกิจประมงลากอวนก้นทะเลนอกชายฝั่ง และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ของชาติแห่งแรกของเมืองวักกะไน
เป็นสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นสมัยใหม่ที่ผสานความเป็นญี่ปุ่นและตะวันตกได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยปล่องไฟอิฐสีแดงและความงามของตัวบ้าน
ภายในสามารถเข้าชมห้องเสื่อทาทามิ ห้องชงชา และครัว ซึ่งสะท้อนวิถีชีวิตในสมัยนั้น พร้อมทั้งมีการจัดแสดงภาพงานเลี้ยงในอดีตและนิทรรศการเกี่ยวกับการประมงของวักกะไน
ถือเป็นสถานที่ล้ำค่าที่ช่วยให้เห็นภาพชีวิตของวักกะไนในยุคที่การประมงรุ่งเรืองได้เป็นอย่างดี

5. โดมกันคลื่นท่าเรือวักกะไนฝั่งเหนือ
ในดินแดนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “เมืองแห่งสายลม” เพราะมีลมแรงตลอดทั้ง 4 ฤดู สิ่งปลูกสร้างที่สะดุดตาอย่างยิ่งก็คือ “โดมกันคลื่นท่าเรือวักกะไนฝั่งเหนือ” ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกฮอกไกโดในปี 2001
โดมแห่งนี้สร้างเสร็จในปี 1936 เป็นโครงสร้างครึ่งโค้งยาว 427 เมตร สูง 13.6 เมตร โดดเด่นด้วยเสาทรงกระบอกขนาดใหญ่ 70 ต้นที่เรียงตัวกัน ให้ความรู้สึกโอ่อ่าคล้ายสถาปัตยกรรมโรมันโบราณ

6. สวนวักกะไน
“สวนวักกะไน” เป็นสวนสาธารณะที่แผ่กว้างอยู่บนเนินสูงซึ่งสามารถมองเห็นตัวเมืองได้อย่างกว้างไกล
เมื่อรวมกับ “สวนป่า” ที่อยู่ติดกัน จะมีพื้นที่ประมาณ 100 เฮกตาร์ เป็นสวนขนาดใหญ่ที่ผสานธรรมชาติอุดมสมบูรณ์เข้ากับอนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์ไว้ด้วยกัน
ภายในสวนมีอนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์กระจายอยู่หลายแห่ง เช่น “หอรำลึกครบรอบ 100 ปีการบุกเบิกและพิพิธภัณฑ์ภาคเหนือ” และ “ประตูหิมะและน้ำแข็ง” อนุสรณ์ไว้อาลัยชาวเกาะคาราฟูโตะ
ยังมีจุดชมวิวสวยจากทำเลบนที่สูง โดยเฉพาะวิวกลางคืนของเมืองวักกะไนที่มองเห็นได้จากบริเวณใกล้ประตูหิมะและน้ำแข็ง ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกวิวกลางคืนของญี่ปุ่น”
ในช่วงกลางเดือน 5 ยังเป็นจุดชมซากุระชื่อดังที่มีทั้งเอโซะยามะซากุระและยาเอะซากุระบานสะพรั่ง อีกหนึ่งเสน่ห์ก็คือวิวสวยที่ผสมผสานระหว่างทะเลโอค็อตสค์กับดอกซากุระ

7. อนุสรณ์ไว้อาลัยชาวเกาะคาราฟูโตะ ประตูหิมะและน้ำแข็ง
อนุสรณ์สถานภายในสวนวักกะไนที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงผู้คนที่เสียชีวิตในคาราฟูโตะ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของญี่ปุ่น และปัจจุบันคือซาฮาลิน
ที่นี่ตั้งอยู่ในดินแดนซึ่งเคยเป็นจุดเชื่อมสำคัญระหว่างคาราฟูโตะกับญี่ปุ่น และเป็นสถานที่ที่ผู้คนเดินทางผ่านไปมาจำนวนมาก
อนุสรณ์นี้สร้างสรรค์โดยฮงโก ชิน ประติมากรชื่อดังระดับโลกชาวซัปโปโร ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ ประตูแห่งความโหยหา รูปสตรี และหินวิญญาณ
รูปสตรีสื่อถึงความเข้มแข็งของผู้คนที่เอาชีวิตรอดท่ามกลางหิมะและน้ำแข็ง และลุกขึ้นยืนได้อีกครั้งหลังความสิ้นหวังจากความพ่ายแพ้ในสงคราม

8. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำกระแสน้ำเย็นวักคาริอุม โนชัปปุ
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่อยู่เหนือสุดของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่แหลมโนชัปปุ ปลายตะวันตกสุดของวักกะไน
ที่นี่เลี้ยงและจัดแสดงสิ่งมีชีวิตประมาณ 1,300 ตัว จากราว 120 ชนิด โดยเน้นปลาและแมวน้ำที่อาศัยอยู่ในทะเลเหนืออันหนาวเย็น
ไฮไลต์ของที่นี่คือแทงก์น้ำหมุนเวียนขนาดใหญ่ความจุ 90 ตัน ที่มีทั้งปลาอิโตะซึ่งได้ฉายาว่า “ปลาหายากในตำนาน” รวมถึงปลาโซอิ ปลาแบน และปลาโฮกเกะแหวกว่ายให้ชมตามพฤติกรรมของแต่ละชนิด นอกจากนี้ “ทัชพูล” ที่สามารถสัมผัสดาวทะเลและปูได้ รวมถึงการจัดแสดงคลิโอเนซึ่งถูกเรียกว่า “นางฟ้าแห่งน้ำแข็งลอยทะเล” ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน
ในช่วงฤดูร้อน มีผู้มาเยือนจำนวนมากเพื่อชมกิจกรรมให้อาหารแมวน้ำและเพนกวิน ซึ่งแมวน้ำลายจุดจะมาโชว์การเล่นลูกบอลอย่างคล่องแคล่ว

9. พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์เยาวชนเมืองวักกะไน
พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่เป็นส่วนหนึ่งของอาคารเดียวกับ “พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำกระแสน้ำเย็นวักคาริอุม โนชัปปุ” และเป็นที่รู้จักในชื่อเล่นว่า “วักคาริอุม”
ภายในมีท้องฟ้าจำลองที่เก่าแก่ที่สุดในฮอกไกโด โดยมีการเปลี่ยนเนื้อหาตามฤดูกาลเพื่อฉายท้องฟ้ายามค่ำคืน
นอกจากนี้ยังมีการฉายรายการภาพบนโดมเต็มท้องฟ้าด้วยระบบภาพดิจิทัล ทำให้เพลิดเพลินกับดวงดาวพร้อมสัมผัสเสน่ห์ของอวกาศได้อย่างใกล้ชิด
ใน “โซนนิทรรศการแอนตาร์กติกา” มีการจัดแสดงข้อมูลเกี่ยวกับการสำรวจแอนตาร์กติกา พร้อมโมเดลเรือตัดน้ำแข็งรุ่นต่าง ๆ อย่างโซยะ ฟูจิ และชิราเสะ รวมถึงอาคารที่พักที่ใช้ในแอนตาร์กติกา รถลากสุนัข รถเคลื่อนบนหิมะ และยังสามารถสัมผัสน้ำแข็งจริงจากแอนตาร์กติกาได้อีกด้วย

10. ศาลเจ้าฮกมง
“ศาลเจ้าฮกมง” อยู่ห่างจากสถานี JR วักกะไนโดยเดินประมาณ 15 นาที เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1785 และมีอามาเทราสึ โอมิคามิเป็นเทพประจำศาลเจ้า
หากนับเฉพาะศาลเจ้าที่มีนักบวชประจำและสามารถรับโกะชูอินได้ ที่นี่ถือว่าอยู่เหนือสุดของญี่ปุ่น
อีกหนึ่งจุดเด่นคือเซียมซีสุดแปลก “อิคานิโม อีมิคุจิ” ที่เขียนด้วยภาษาถิ่นฮอกไกโด โดยใช้ตาข่ายช้อนเซียมซีรูปปูขึ้นมา
หากมาเยือนดินแดนเหนือสุดของแผ่นดินใหญ่ญี่ปุ่น ก็น่าจะลองรับโกะชูอินและเซียมซีแปลกไม่เหมือนใครนี้เป็นที่ระลึก

11. ศูนย์สังเกตนกป่าโอนูมะ
“โอนูมะ” ตั้งอยู่ในหมู่บ้านโคเอะโตอิ เมืองวักกะไน และมีหงส์ประมาณ 4,000 ตัวอพยพมาในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง
ที่ “ศูนย์สังเกตนกป่าโอนูมะ” ซึ่งตั้งอยู่ริมบึง มีทั้งห้องสังเกตการณ์และโซนนิทรรศการ พร้อมบริการยืมกล้องส่องทางไกลและกล้องดูนกฟรี
ยังมีนกน้ำหลากชนิดแวะเวียนมาที่นี่ด้วย จึงเพลิดเพลินกับการดูนกไปพร้อมกับชมทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลได้
หากช่วงเวลาเหมาะสม ก็อยากแนะนำให้ลองเข้าร่วมกิจกรรม “ล่องเรือแคนาดาแคนู” ที่จัดขึ้นตั้งแต่ปี 2023 เพื่อสัมผัสธรรมชาติของโอนูมะจากบนผืนน้ำ

สนุกได้ทั้งของอร่อยและการเลือกซื้อของฝาก! 3 แหล่งช้อปปิ้งยอดฮิตในวักกะไน
ถ้าอยากแวะซื้อของฝากหรือหาของกินอร่อย ๆ ระหว่างเที่ยว วักกะไนก็มีจุดที่น่าแวะอยู่หลายแห่ง
แต่ละแห่งไม่ได้มีแค่พื้นที่ช้อปปิ้งเท่านั้น ยังมีศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยว ร้านอาหาร และบางแห่งก็มีออนเซ็นให้เพลิดเพลินด้วย
เพราะตั้งอยู่ในทำเลที่แวะได้ง่ายระหว่างเที่ยว จึงอยากชวนให้ลองใส่สถานที่เหล่านี้ไว้ในแผนทริปของคุณด้วย
1. ตลาดฟุกโคะวักกะไน
“ตลาดฟุกโคะวักกะไน” เป็นศูนย์รวมครบวงจรที่ตั้งอยู่ในท่าเรือวักกะไน
อาคาร 3 ชั้นแห่งนี้รวมร้านอาหาร ร้านขายของฝาก ออนเซ็น และร้านค้าหลากหลายประเภทไว้ในที่เดียว
ภายในมีร้านอาหารหลายแบบ ทั้งร้านที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบที่ซื้อจากตลาดโดยตรง และร้านกินดื่มที่มีกลิ่นอายยุคโชวะ
ที่ร้านขายปลาสดซึ่งเปิดมาตั้งแต่ปี 1940 คุณสามารถซื้อทั้งซาชิมิปลาตามฤดูกาล อาหารแปรรูป และของฝากสไตล์ฮอกไกโดได้
ชั้นบนสุดมี “มินาโตะโนะยุ” ที่สามารถแช่น้ำพุร้อนธรรมชาติได้ พร้อมพื้นที่ให้นั่งพักผ่อนชมวิวท่าเรือและอ่างอาบน้ำกลางแจ้ง

2. คิตะคาระ
“คิตะคาระ” เป็นศูนย์รวมครบวงจรที่เชื่อมตรงกับสถานี JR วักกะไน ใช้งานได้สะดวกทั้งแวะช้อปปิ้ง หาของกิน และรับข้อมูลท่องเที่ยว
ในโซนร้านค้าและอาหาร มีทั้งร้านของฝากที่จำหน่ายสินค้าบรนด์ของวักกะไน คาเฟ่ โรงอาหาร และร้านขนมหวานที่เหมาะกับการแวะพัก
ภายในยังมีจุดให้ข้อมูลท่องเที่ยวของวักกะไน จึงน่าแวะมาก่อนเริ่มต้นเที่ยวในเมือง

3. สถานีริมทางวักกะไน
“สถานีริมทางวักกะไน” เป็นที่รู้จักในฐานะสถานีริมทางที่อยู่เหนือสุดของญี่ปุ่น
อยู่ใกล้กับสถานี JR วักกะไนและแหล่งท่องเที่ยวหลัก จึงแวะได้ง่ายแบบสบาย ๆ
ร้านค้าภายในคัดสรรสินค้าพิเศษจากวักกะไนและพื้นที่ต่าง ๆ ของฮอกไกโดมาไว้ให้เลือกซื้อของฝากอย่างเพลิดเพลิน
คาเฟ่ที่เสิร์ฟแฮมเบิร์กแซนด์และข้าวฮายาชิจากเนื้อวัวแบรนด์ท้องถิ่น “โซยะคุโระกิว” ก็เป็นอีกจุดที่ไม่ควรพลาด
ยังมีห้องเด็กที่มีบ่อบอลและกำแพงปีนป่ายอยู่ภายใน ทำให้ครอบครัวที่มีเด็กใช้เวลาได้อย่างสบาย
ที่ “ศูนย์แลกเปลี่ยนชุมชน” ยังสามารถรับข้อมูลท่องเที่ยวของวักกะไนได้ ช่วยให้เที่ยวเมืองนี้ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

เหมาะเป็นฐานเที่ยวอย่างยิ่ง! 3 ที่พักแนะนำในวักกะไน
ถ้ากำลังมองหาที่พักไว้เป็นฐานเที่ยวในวักกะไน ลองดูโรงแรมที่คัดมาให้ต่อไปนี้ได้เลย
แต่ละแห่งมีบริการครบครัน ทั้งการชมวิวสวยของวักกะไน การแช่ออนเซ็น และการลิ้มรสอาหารที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น
ที่สำคัญคือทุกแห่งยังเดินทางสะดวกจากสถานี JR วักกะไน และสถานีมินามิวักกะไนอีกด้วย
1. โรงแรมมิยูกิ
“โรงแรมมิยูกิ” อยู่ห่างจากสถานี JR วักกะไนโดยเดินประมาณ 4 นาที และเดินทางไปยังสวนวักกะไนหรือแหลมโซยะได้สะดวก
มีทั้งห้องสไตล์ญี่ปุ่นที่เหมาะสำหรับครอบครัวและรองรับได้สูงสุด 6 คน ห้องสไตล์ตะวันตกที่เรียบง่ายและบรรยากาศสงบ รวมถึงห้องที่รองรับรถเข็นวีลแชร์ จึงเหมาะกับการเข้าพักได้หลากหลายรูปแบบ
บริเวณรอบโรงแรมมีทั้งร้านอาหารพันธมิตรของโรงแรมและร้านเด็ดซ่อนตัวอยู่อีกหลายแห่ง มื้อเย็นลองไปชิมร้านดังท้องถิ่นกันได้เลย

2. ซูร์ฟีล โฮเทล วักกะไน
“ซูร์ฟีล โฮเทล วักกะไน” อยู่ห่างจากสถานี JR วักกะไนโดยเดินประมาณ 3 นาที เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นฐานท่องเที่ยว
โรงแรมหันหน้าออกสู่อ่าวโซยะ ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับวิวทะเลอันกว้างใหญ่ได้จากห้องพัก ร้านอาหารภายใน และบาร์เลานจ์
ห้องพักเหมาะแก่การพักผ่อน และร้านอาหารทั้ง 4 แห่งภายในโรงแรมก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์สำคัญ
ไม่ว่าจะร้านไหนก็สามารถลิ้มลองอาหารที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่จากท้องถิ่นได้
อีกข้อดีคือมีให้เลือกหลายสไตล์ ทั้งอาหารญี่ปุ่น อาหารตะวันตก และเทปันยากิ
บาร์เลานจ์ที่ให้คุณจิบค็อกเทลซิกเนเจอร์พร้อมชมวิวกลางคืนของอ่าวโซยะ ก็เหมาะสำหรับใช้เวลาสุดโรแมนติกเช่นกัน

3. โรงแรมมิโซโนะ
เสน่ห์ของ “โรงแรมมิโซโนะ” คือห้องอาบน้ำรวมขนาดใหญ่ที่สามารถแช่ออนเซ็นวักกะไนได้
คุณภาพน้ำแร่เป็นโซเดียม-คลอไรด์เข้มข้นและไฮโดรเจนคาร์บอเนต ช่วยฟื้นฟูความเหนื่อยล้าและเหมาะกับผู้มีปัญหาผิวหนังเรื้อรัง จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคลายความเมื่อยล้าจากการเดินทาง
มีห้องพักทั้งแบบซิงเกิล ดับเบิล และทริปเปิลที่เหมาะกับทริปครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน
ภายในโรงแรมยังมีร้านอาหารที่สามารถลิ้มรสอาหารเช้าสไตล์ญี่ปุ่นจากอาหารทะเลที่จับได้ในวักกะไนอีกด้วย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการท่องเที่ยววักกะไน
Q
อาหารขึ้นชื่อของวักกะไนคืออะไร?
อาหารทะเลอย่างข้าวหน้าทะเลรวมและข้าวหน้าอุนิ ที่ทำจากอาหารทะเลซึ่งจับได้จากทะเลรอบวักกะไน เป็นเมนูที่มีชื่อเสียงมาก
Q
ถ้าเที่ยววักกะไนในฤดูหนาว มีที่ไหนแนะนำบ้าง?
แนะนำสถานที่อย่าง “สวนหิมะโซยะฟุเรไอ” ที่สามารถสนุกกับกิจกรรมบนหิมะได้
บทสรุป
วักกะไนมีเสน่ห์อยู่ครบทั้งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม แหล่งช้อปปิ้ง และที่พักแนะนำ จนเป็นเมืองที่ชวนให้อยากไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง
หากได้ตามรอยสถานที่ต่าง ๆ ที่แนะนำในบทความนี้ ก็น่าจะได้สัมผัสประสบการณ์เฉพาะตัวของดินแดนเหนือสุดของแผ่นดินใหญ่ญี่ปุ่นอย่างเต็มที่
ถ้าคุณมีแผนจะเที่ยวจุดหมายยอดนิยมอื่น ๆ ในฮอกไกโดด้วย ลองดูบทความนี้ที่รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวและร้านอาหารน่าสนใจในฮอกไกโดเพิ่มเติมได้เลย