
【คู่มือท่องเที่ยวไดคันยามะ】เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้ง อาหารอร่อย และการเดินเล่นในย่านบรรยากาศแบบโตเกียว
ถ้าอยากเดินเล่นในโตเกียวแบบช้าๆ พร้อมบรรยากาศมีสไตล์และเงียบสบาย ลองนึกถึง “ไดคันยามะ” ดูสักครั้ง
ย่านนี้เรียงรายไปด้วยร้านค้าที่มีรสนิยมและคาเฟ่ที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์ เป็นพื้นที่ที่แค่เดินเล่นก็เพลิดเพลินได้แล้ว
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักจุดช้อปปิ้งเด่นๆ ของไดคันยามะ พร้อมแนะนำอาหารอร่อยและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ
ยังรวมเสน่ห์และจุดท่องเที่ยวของย่านเมงุโระและเอบิสึที่สามารถเดินเท้าจากไดคันยามะได้ไว้ด้วย
หากอยากเดินเล่นในโตเกียวแบบช้าๆ และสบายๆ ลองหาโอกาสมาเยือนไดคันยามะกัน
ไดคันยามะเป็นสถานที่แบบไหน?
ในโตเกียว ไดคันยามะเป็นย่านที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายแบบพอดีๆ แม้อยู่ใจกลางเมือง
ที่นี่ตั้งอยู่ในเขตชิบุยะ กรุงโตเกียว และอยู่ติดกับนากาเมงุโระและเอบิสึ
ภายในย่านมีถนนที่มีต้นไม้ร่มรื่นมากมาย พร้อมคาเฟ่เก๋ๆ บูติก และร้านเซเล็กต์ช็อปกระจายตัวอยู่ทั่วพื้นที่
สถานที่ยอดนิยมมีทั้ง “ไดคันยามะ ที-ไซต์” (Daikanyama T-SITE) และ “ล็อกโรด ไดคันยามะ” (Log Road Daikanyama) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผสานสถาปัตยกรรมเข้ากับธรรมชาติได้อย่างลงตัว
นอกจากนี้ยังคงมีคฤหาสน์ตะวันตกเก่าแก่และร้านขายของแอนทีคหลงเหลืออยู่ ทำให้ย่านนี้มีเสน่ห์เฉพาะตัวจากการผสมผสานระหว่างความโมเดิร์นและความคลาสสิก
ในฐานะย่านวัฒนธรรมที่ดึงดูดผู้คนซึ่งไวต่อเทรนด์ นักท่องเที่ยวจำนวนมากจึงนิยมมาเยือนที่นี่เช่นกัน

ฤดูกาลแนะนำสำหรับการเที่ยวไดคันยามะคือช่วงไหน?
หากจะมาเยือนไดคันยามะ ช่วงที่แนะนำคือฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเหมาะกับการเดินเล่นในเมืองมากที่สุด
ฤดูใบไม้ผลิมาพร้อมแสงแดดอ่อนๆ และต้นไม้เขียวสด ทำให้การนั่งคาเฟ่โซนเทอร์เรซหรือเดินเล่นตามถนนที่มีต้นไม้เรียงรายยิ่งสดชื่นขึ้น
ส่วนฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสี ทำให้ทิวทัศน์เมืองอันมีสไตล์ดูสงบและนุ่มนวลยิ่งขึ้น
คุณสามารถเดินชมร้านเก๋ๆ และคาเฟ่ที่มีเอกลักษณ์ พร้อมเพลิดเพลินกับช่วงเวลาสบายๆ ในแบบฉบับของไดคันยามะไปกับบรรยากาศของฤดูกาลที่เปลี่ยนผ่าน
ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูกาลของไดคันยามะ
- ฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคม - เดือนพฤษภาคม): แจ็กเก็ตแบบบาง หรือเสื้อสเวตเตอร์เนื้อบาง
- ช่วงฤดูร้อน (เดือนมิถุนายน - เดือนสิงหาคม): เสื้อผ้าบางสบายและเสื้อแขนสั้น
- ฤดูใบไม้ร่วง (เดือนกันยายน - เดือนพฤศจิกายน): แจ็กเก็ตแบบบาง หรือเสื้อโค้ต
- ส่วนฤดูหนาว (เดือนธันวาคม - เดือนกุมภาพันธ์): เสื้อโค้ต เสื้อสเวตเตอร์หนาๆ หรือแจ็กเก็ต
เดินทางไปไดคันยามะอย่างไร?
หากต้องการเดินทางไปไดคันยามะ จุดหมายคือ “สถานีไดคันยามะ”
จากสถานีหลักต่างๆ ในโตเกียว การเดินทางผ่านสถานีชิบุยะสะดวกที่สุด โดยใช้เวลาประมาณ 10–40 นาที
วิธีเดินทางและระยะเวลาจากสถานีหลักต่างๆ ในโตเกียวมายังสถานีไดคันยามะมีดังนี้
- จากสถานีเจอาร์โตเกียว
- นั่งรถไฟสายเจอาร์ยามาโนเตะ ไปเปลี่ยนเป็นสายโทคิวโทโยโกะที่สถานีชิบุยะ แล้วลงที่สถานีไดคันยามะ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
- จากสถานีเจอาร์ชินจูกุ
- นั่งรถไฟสายเจอาร์โชนันชินจูกุไลน์ ไปเปลี่ยนเป็นสายโทคิวโทโยโกะที่สถานีชิบุยะ แล้วลงที่สถานีไดคันยามะ ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
- จากสถานีเจอาร์อุเอโนะ
- นั่งรถไฟโตเกียวเมโทรสายกินซ่า ไปเปลี่ยนเป็นสายโทคิวโทโยโกะที่สถานีชิบุยะ แล้วลงที่สถานีไดคันยามะ ใช้เวลาประมาณ 40 นาที
- จากสถานีเจอาร์ชินากาวะ
- นั่งรถไฟสายเจอาร์ยามาโนเตะ ไปเปลี่ยนเป็นสายโทคิวโทโยโกะที่สถานีชิบุยะ แล้วลงที่สถานีไดคันยามะ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
- จากสถานีเจอาร์ชิบุยะ
- นั่งสายโทคิวโทโยโกะไปสถานีไดคันยามะ ใช้เวลาประมาณ 3 นาที
การเดินทางหลักสำหรับเที่ยวไดคันยามะ
การเที่ยวไดคันยามะเหมาะกับการเดินเป็นหลัก
เพราะบริเวณรอบสถานีมีทั้งร้านยอดนิยมและคาเฟ่รวมตัวกันอยู่ และทั้งย่านมีขนาดกะทัดรัด จึงเดินเที่ยวได้อย่างเพลิดเพลิน
แต่ละถนนก็มีบรรยากาศต่างกันไป และตามตรอกซอกซอยยังมีร้านลับๆ ซ่อนอยู่อีกมาก
นอกจากนี้ยังสามารถเดินไปยังย่านเอบิสึและนากาเมงุโระได้ จึงเหมาะกับการเที่ยวควบคู่กับพื้นที่รอบๆ
7 จุดช้อปปิ้งยอดนิยมที่ให้คุณสัมผัสเสน่ห์แบบไดคันยามะได้อย่างเต็มที่
ถ้าอยากใช้เวลาช้อปปิ้งในไดคันยามะแบบเต็มอิ่ม ลองเริ่มจากจุดยอดนิยมเหล่านี้
มีตั้งแต่คอมเพล็กซ์เชิงพาณิชย์ที่รวมร้านค้ามีเอกลักษณ์ไว้มากมาย ไปจนถึงร้านขายของใช้ที่เต็มไปด้วยไอเท็มดีไซน์สวย แค่เดินชมก็มีสิ่งใหม่ๆ ให้ค้นพบ
หากมาเที่ยวที่นี่ อยากให้คุณได้เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งไปพร้อมกับซึมซับบรรยากาศของย่านนี้
1. ไดคันยามะ T-SITE
คอมเพล็กซ์ที่มีร้านเฉพาะทางหลายแห่งรวมตัวกัน โดยมีร้านหนังสือขนาดใหญ่เป็นศูนย์กลาง สถานที่หลักอย่าง “ไดคันยามะ สึตายะ บุ๊กส์” (Daikanyama Tsutaya Books) ประกอบด้วยอาคารหมายเลข 1–3 และมีหนังสือหลากหลายประเภท เช่น วรรณกรรม ศิลปะ ท่องเที่ยว อาหาร และหนังสือภาษาต่างประเทศให้เลือกอย่างครบครัน
หนังสือทั้งหมดผ่านการคัดสรรโดยคอนเซียร์จผู้เชี่ยวชาญ รับรองว่าถูกใจคนรักการอ่านอย่างแน่นอน

2. ไดคันยามะ ฮิลไซด์ เทอร์เรซ
คอมเพล็กซ์ที่ตั้งอยู่ริมถนนคิว-ยามาเตะ โดริ ภายในอาคารหลายหลังมีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และแกลเลอรี
ดีไซน์ของที่นี่ซึ่งยังคงดูสดใหม่แม้เวลาจะผ่านมากว่า 50 ปีนับจากการก่อสร้างเฟสแรกในปี 1969 ได้กลายเป็นต้นแบบให้สถาปัตยกรรมโดยรอบ และเป็นสถานที่สำคัญที่ได้รับความรักในฐานะศูนย์กลางของการพัฒนาเมืองไดคันยามะ
ชั้นล่างของแต่ละอาคารมีทั้งร้านแฟชั่น ร้านของใช้ และร้านทำผม ส่วนด้านอาหารก็ครบครันทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ เบเกอรี และร้านขายอาหาร

3. ไดคันยามะ แอดเดรส ดิแซส
“ไดคันยามะ แอดเดรส” เป็นคอมเพล็กซ์แบบเมืองที่ประกอบด้วยอาคารที่พักอาศัยสูงระฟ้า โซนช้อปปิ้ง และสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะ
หนึ่งในโซนช้อปปิ้งภายในนั้นคือ “ไดคันยามะ แอดเดรส ดิแซส”
มีร้านค้าหลากหลายตั้งแต่ร้านเสื้อผ้า ร้านของใช้ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา ไปจนถึงร้าน 100 เยน จึงเป็นสถานที่ที่กลมกลืนกับชีวิตประจำวันของคนท้องถิ่น ไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวเท่านั้น
ทุกปีในช่วงคริสต์มาสจะมีการประดับไฟ ทำให้ทั้งย่านอบอวลด้วยบรรยากาศสดใส ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด
อีกทั้งยังเดินสะดวกมาก เพราะข้ามสะพานลอยจากสถานีไดคันยามะมาก็ถึงทันที

4. Forestgate Daikanyama
คอมเพล็กซ์แห่งใหม่ในไดคันยามะที่เปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2023 ดีไซน์อาคาร MAIN ที่ดูเหมือนกล่องไม้หลายรูปทรงวางซ้อนกัน ออกแบบโดยคุณคุมะ เค็งโงะ สถาปนิกระดับโลก
ชั้นใต้ดิน 1 ถึงชั้น 2 ของอาคาร MAIN ซึ่งมีทั้งที่พักอาศัยให้เช่าและแชร์ออฟฟิศ รวบรวมคาเฟ่และร้านอาหารน่าสนใจไว้มากมาย เช่น ร้านเบเกอรีที่ใช้แป้งคัดพิเศษและยีสต์ธรรมชาติทำเอง ร้านกาแฟสเปเชียลตี้จากแคลิฟอร์เนีย และร้านช็อกโกแลตที่พิถีพิถันกับการผลิตแบบบีนทูบาร์

5. ล็อกโรด ไดคันยามะ
“ล็อกโรด ไดคันยามะ” ตั้งอยู่ห่างจากทางออกเหนือของสถานีไดคันยามะโดยเดินประมาณ 4 นาที
เป็นคอมเพล็กซ์เชิงพาณิชย์ที่พัฒนาขึ้นใหม่บนพื้นที่รางรถไฟเก่าซึ่งเกิดจากการย้ายเส้นทางรถไฟสายโทคิวโทโยโกะลงใต้ดิน
พื้นที่ยาวแคบที่เคยเป็นทางรถไฟถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างลงตัว พร้อมออกแบบภูมิทัศน์โดยใช้ต้นไม้และวัสดุธรรมชาติจำนวนมาก จึงให้ความรู้สึกสบายตาและผ่อนคลาย
ทางเดินเล่นที่มีม้านั่งตั้งกระจายอยู่ทั่วบริเวณเป็นพื้นที่สงบที่ช่วยให้ลืมความวุ่นวายของเมืองใหญ่ได้
ตลอดสองข้างทางมีทั้งคาเฟ่เก๋ๆ ร้านค้า ร้านอาหารที่มีโรงเบียร์คราฟต์ในตัว เบเกอรีคาเฟ่ และเซเล็กต์ช็อปสุดมีสไตล์ ให้คุณได้สัมผัสบรรยากาศอันเรียบหรูในแบบไดคันยามะ

6. ZAPADY-DOO สาขาไดคันยามะ
ร้านขายของใช้สไตล์ไลฟ์สไตล์ที่ดำเนินการโดยตรงจาก “ดัลตัน” (DULTON) ผู้ผลิตของแต่งบ้านและของใช้ภายในบ้าน เป็นร้านเก่าแก่ที่ได้รับความนิยมในไดคันยามะมายาวนานกว่า 25 ปี
มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งภายใน ไปจนถึงอุปกรณ์ครัว ครอบคลุมทั้งของใช้ในชีวิตประจำวันแบบใช้งานได้จริงและของแต่งบ้านที่มีเอกลักษณ์
ภายในร้านมีสินค้าเรียงรายแน่นขนัด ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังออกล่าหาสมบัติ
นอกจากไลน์อัปที่หลากหลายตามแบบร้านทางการแล้ว ยังมีไอเท็มลิมิเต็ดที่หาไม่ได้ในร้านออนไลน์อีกมาก จึงมีลูกค้าประจำจำนวนไม่น้อยที่กลับมาเยือนเพื่อค้นหาของใหม่อยู่เสมอ

7. Allegory HomeTools สาขาหลักไดคันยามะ
“Allegory HomeTools สาขาหลักไดคันยามะ” ตั้งอยู่ห่างจากสถานีไดคันยามะโดยเดินประมาณ 2 นาที ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบๆ ในตรอกเล็กๆ
เป็นร้านของใช้ที่ชูคอนเซ็ปต์ว่า “ของที่อยากลองใช้สักวัน และของที่อยากใช้ทุกวัน”
ภายในร้านมีเครื่องใช้ในบ้านที่คัดสรรมาอย่างดีจากทั้งในและต่างประเทศ เช่น จานชาม แจกัน ช้อนส้อม และของตกแต่งภายใน
มีสินค้าหลากหลายแบบที่ก้าวข้ามกรอบของของใหม่ของเก่า สินค้าอุตสาหกรรม และงานจากช่างฝีมือ อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยราคาที่เข้าถึงได้แม้จะมีดีไซน์สวยงาม

3 ร้านอาหารยอดนิยมที่ควรแวะเมื่อมาไดคันยามะ
ถ้าเริ่มหิวระหว่างเดินเล่นในไดคันยามะ ร้านอาหารยอดนิยมเหล่านี้ก็น่าแวะไม่น้อย
เราคัดสรรร้านที่ให้คุณใช้เวลาอย่างผ่อนคลายในบรรยากาศมีสไตล์มาแนะนำ
เมื่อมาไดคันยามะ อยากให้คุณได้สัมผัสเสน่ห์ของย่านนี้ผ่านการรับประทานอาหาร ไม่ใช่แค่การเดินเล่นหรือช้อปปิ้งเท่านั้น
1. Caffe Michelangelo
คาเฟ่ที่ตั้งอยู่ห่างจากทางออกกลางของสถานีไดคันยามะโดยเดินประมาณ 5 นาที
ร้านนี้อยู่ติดกับ “ริสโตรันเตะ ASO” (Ristorante ASO) และสามารถเพลิดเพลินกับอาหารอิตาเลียนต้นตำรับได้ในบรรยากาศสบายๆ
มีทั้งพาสต้า ริซอตโต เมนูเนื้อ รวมถึงของหวานและเครื่องดื่มอย่างครบครัน โดยในแต่ละช่วงเวลา ทั้งมื้อกลางวัน คาเฟ่ และมื้อเย็น จะมีเมนูแตกต่างกันให้ลิ้มลอง
เมนูยอดนิยมเป็นพิเศษ ได้แก่ “มิเคลันเจโล พุดดิ้ง” คัสตาร์ดพุดดิ้งกลิ่นวานิลลาเข้มข้น และ “สปาเกตตี นอร์มา” พาสต้ามะเขือม่วงกับชีสริคอตต้า
ภายในร้านมีเพดานสูงและหน้าต่างบานใหญ่ ให้บรรยากาศโปร่งสบาย มีทั้งที่นั่งรับแสงธรรมชาติและที่นั่งเทอร์เรซ เหมาะกับการนั่งพักผ่อนอย่างสบายๆ

2. MR.FRIENDLY Cafe
“MR.FRIENDLY Cafe” ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของสถานีไดคันยามะ เข้าไปในตรอกเล็กน้อย เป็นร้านเฉพาะของคาแรกเตอร์น่ารัก “MR.FRIENDLY”
เมนูซิกเนเจอร์คือแพนเค้กชิ้นเล็กในรูปทรงตัวละคร มีทั้งรสดั้งเดิมและรสชาติประจำฤดูกาลให้เลือก
ซอฟต์ครีมที่ใช้ นมเข้มข้นจากฮอกไกโด ก็เป็นอีกเมนูยอดนิยม
ตัวอาคารอิฐสีขาวและภายในร้านที่ตกแต่งด้วยสีสันสดใสสไตล์ป๊อป ได้รับความนิยมในฐานะมุมถ่ายรูปเช่นกัน
ภาพวาดที่เต็มผนังช่วยถ่ายทอดโลกของ MR.FRIENDLY ได้อย่างมีเสน่ห์
ภายในยังมีโซนจำหน่ายสินค้าออริจินัล ทำให้เป็นพื้นที่ผ่อนคลายที่สนุกได้ทั้งกินและช้อปปิ้ง
สามารถสั่งกลับบ้านได้ด้วย จึงเหมาะสำหรับแวะพักระหว่างเดินเล่น

3. SPRING VALLEY BREWERY TOKYO
บาร์และร้านอาหารภายใน “ล็อกโรด ไดคันยามะ” ที่ให้คุณเพลิดเพลินกับคราฟต์เบียร์ที่ต้มเองและอาหารคุณภาพ
ร้านมี 2 ชั้น โดยชั้น 1 เป็นเบียร์บาร์สำหรับจิบคราฟต์เบียร์แบบสบายๆ ส่วนชั้น 2 เป็นร้านอาหารที่ให้คุณเพลิดเพลินกับคอร์สอาหารและการจับคู่เครื่องดื่มในบรรยากาศพิเศษ
ภายในร้านมีโรงต้มเบียร์อยู่ด้วย จึงเป็นเสน่ห์ที่ได้ลิ้มลองเบียร์สดใหม่ที่เพิ่งผลิตเสร็จ
ยังมีเฮาส์เบียร์ประจำร้าน เบียร์ตามฤดูกาล และเบียร์เฉพาะสาขาให้เลือก ทำให้สนุกกับการชิมเปรียบเทียบได้
ด้านอาหารก็มีตั้งแต่อาหารเรียกน้ำย่อยไปจนถึงของหวาน และในเมนูยังระบุเบียร์ที่แนะนำให้จับคู่ไว้ด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวในไดคันยามะที่อยากแนะนำให้แวะระหว่างช้อปปิ้งและชิมอาหาร
ระหว่างช้อปปิ้งหรือแวะกินของอร่อยในไดคันยามะ ลองเผื่อเวลาให้สถานที่เหล่านี้ด้วย
ท่ามกลางทิวทัศน์เมืองอันมีสไตล์ ยังมีมุมที่ให้คุณสัมผัสได้ถึงความสงบและลมหายใจของธรรมชาติ
ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมที่ชวนให้นึกถึงประวัติศาสตร์ ทิวทัศน์ตามฤดูกาล หรือมุมมองเปิดโล่งที่มองเห็นเมืองได้กว้างไกล ล้วนเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้จิตใจผ่อนคลาย
1. บ้านพักตระกูลอาซากุระเดิม
บ้านสไตล์ญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่อย่างเงียบสงบใกล้สถานีไดคันยามะ บริเวณหน้าทางลาดเมคิริซากะ คฤหาสน์สถาปัตยกรรมญี่ปุ่นที่เปี่ยมด้วยประวัติศาสตร์และเสน่ห์แห่งกาลเวลานี้ก็คือ “บ้านพักตระกูลอาซากุระเดิม” (Kyu Asakura House)
สร้างขึ้นในปีไทโชที่ 8 หรือปี 1919 เพื่อเป็นบ้านพักส่วนตัวของอาซากุระ โทราจิโร ผู้เคยดำรงตำแหน่งประธานสภาจังหวัดโตเกียวและประธานสภาเขตชิบุยะ
ตัวเรือนไม้ 2 ชั้นมีผนังภายนอกกรุไม้กระดานซ้อนเกล็ดและฉาบปูนบางส่วน สะท้อนลักษณะเด่นของคฤหาสน์ขนาดใหญ่ในยุคนั้นได้อย่างชัดเจน

2. สวนไซโกยามะ
สวนสาธารณะที่ตั้งอยู่บนเนินสูง ห่างจากสถานีไดคันยามะโดยเดินประมาณ 15 นาที เป็นสถานที่ที่คุณจะได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และวิวสวยงามแม้อยู่กลางเมือง
สวนแห่งนี้สร้างขึ้นบนพื้นที่เดิมของคฤหาสน์ไซโก จูโด นักการเมืองในยุคเมจิ ระหว่างปี 1868–1912 ภายในมีทั้งลานสนามหญ้ากว้าง น้ำตกจำลอง และจุดชมวิวกระจายอยู่ทั่วบริเวณ
ในฤดูใบไม้ผลิจะมีซากุระบาน ส่วนฤดูใบไม้ร่วงก็มีใบไม้เปลี่ยนสีแต่งแต้มสวนให้สวยงาม ดึงดูดผู้มาเยือนได้ตลอดทั้งปี
จากจุดชมวิวสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมงุโระ นากาเมงุโระ และไดคันยามะได้แบบพาโนรามา และในวันที่อากาศแจ่มใสอาจมองเห็นภูเขาฟูจิได้ด้วย

เดินจากไดคันยามะ 20 นาที! 3 จุดยอดนิยมในเมงุโระที่เต็มอิ่มกับธรรมชาติและศิลปะ
ถ้าอยากขยับเส้นทางจากไดคันยามะอีกหน่อย เมงุโระก็เป็นย่านที่เที่ยวต่อได้ง่าย
ย่านนี้เป็นที่รู้จักจากแม่น้ำเมงุโระ โดยนั่งรถไฟประมาณ 15 นาที หรือเดินประมาณ 20 นาทีจากไดคันยามะ
ที่เมงุโระ คุณจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์สวยงามตามฤดูกาล งานศิลปะ และการตระเวนคาเฟ่เก๋ๆ
หากมาเที่ยวคู่กับไดคันยามะ ความสนุกของการเดินเล่นในเมืองจะยิ่งกว้างขึ้น และคุณจะได้สัมผัสเสน่ห์ที่แตกต่างกันภายในวันเดียว
อย่าลืมแวะมาเพลิดเพลินกับธรรมชาติและศิลปะที่เมงุโระด้วย
1. แม่น้ำเมงุโระ
“แม่น้ำเมงุโระ” (Meguro River) เป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านเขตเซตากายะ เมงุโระ และชินากาวะในกรุงโตเกียว ก่อนจะไหลลงสู่อ่าวโตเกียว
ตลอดสองฝั่งแม่น้ำมีต้นซากุระประมาณ 800 ต้นต่อเนื่องยาวประมาณ 4 กิโลเมตร ทำให้ในฤดูใบไม้ผลิเกิดเป็นอุโมงค์ซากุระที่งดงาม
ริมแม่น้ำเรียงรายไปด้วยคาเฟ่และร้านอาหารที่มีเอกลักษณ์ เป็นหนึ่งในย่านสุดชิคของโตเกียว
บริเวณรอบแม่น้ำเมงุโระยังมีร้านค้าเก๋ๆ และพิพิธภัณฑ์ศิลปะกระจายอยู่ท่ามกลางบรรยากาศเมืองที่สงบ

2. พิพิธภัณฑ์ภาพถ่ายกรุงโตเกียว
เปิดอย่างเป็นทางการในปี 1995 ในฐานะพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของญี่ปุ่นที่เน้นด้านภาพถ่ายและภาพเคลื่อนไหวโดยเฉพาะ ตั้งอยู่ในส่วนหนึ่งของคอมเพล็กซ์ “เอบิสึ การ์เดน เพลส” (Ebisu Garden Place)
นิทรรศการหลักประกอบด้วยนิทรรศการจากคอลเลกชันและนิทรรศการพิเศษ โดยจัดแสดงผลงานภาพถ่ายและวิดีโอจากทั้งญี่ปุ่นและต่างประเทศในห้องจัดแสดง 3 ห้องและฮอลล์
คอลเลกชันที่ครอบครองมีมากกว่า 37,000 ชิ้น ครอบคลุมอย่างเป็นระบบตั้งแต่งานที่บอกเล่าจุดเริ่มต้นของภาพถ่ายและภาพเคลื่อนไหว ไปจนถึงผลงานล่าสุดของศิลปินร่วมสมัย

3. สวนลอยฟ้าเมงุโระ
สวนลอยฟ้ารูปวงกลมที่แปลกใหม่ มีเส้นรอบวง 400 เมตร สร้างขึ้นเป็นสวนสาธารณะของเขตโดยใช้พื้นที่บนหลังคาของทางด่วนมหานครบริเวณโอฮาชิแยกต่างระดับ
พื้นที่ภายในสวนที่เป็นทางวนตามรูปทรงของแยกต่างระดับนี้มีความต่างระดับจากพื้นดิน 11–35 เมตร และสามารถเข้าถึงได้จากหลายจุดและหลายวิธี เช่น จากพื้นดิน สะพานลอย และลิฟต์
หลายโซนที่มีธีมแตกต่างกันเชื่อมต่อกันด้วยทางเดินเล็กๆ สร้างทิวทัศน์ที่ทำให้แทบลืมไปว่ากำลังอยู่กลางเมือง

3 จุดยอดนิยมในเอบิสึที่อยากแนะนำให้เที่ยวควบคู่กับไดคันยามะและเมงุโระ
หากยังมีเวลา เอบิสึก็เป็นอีกย่านที่เหมาะจะเที่ยวต่อจากไดคันยามะและเมงุโระ
ที่นี่มีทั้งร้านหรูและร้านอาหารกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ เดินทางจากไดคันยามะได้สะดวก โดยนั่งรถไฟประมาณ 10 นาที หรือเดินประมาณ 20 นาที
แม้จะมีจุดร่วมคือทิวทัศน์เมืองอันมีสไตล์ แต่เสน่ห์ของที่นี่คือยังให้ความรู้สึกย้อนยุคอยู่บ้าง โดยเฉพาะตรอกที่เต็มไปด้วยร้านอาหารและร้านนั่งดื่ม
สามารถเที่ยวเอบิสึพร้อมกับไดคันยามะและเมงุโระภายใน 1 วันได้ จึงอยากชวนให้คุณลองแวะมาเยือนที่นี่ด้วย
1. เอบิสึ การ์เดน เพลส
คอมเพล็กซ์ที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว ภายในมีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ ห้างสรรพสินค้าที่รวมแบรนด์ยอดนิยม โรงภาพยนตร์ และพิพิธภัณฑ์ศิลปะกระจายอยู่ทั่วบริเวณ
มีอาหารให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่คาเฟ่สบายๆ ไปจนถึงร้านดังระดับชั้นนำ
อีกทั้งยังสนุกกับการช้อปปิ้งเครื่องสำอางและสินค้าแฟชั่นได้ด้วย

2. พิพิธภัณฑ์เบียร์เอบิสึ
สถานที่อันทรงคุณค่าบนจุดกำเนิดของเบียร์เอบิสึที่ถือกำเนิดในปี 1890 ให้คุณได้เรียนรู้ประวัติการถือกำเนิดและการเติบโตของแบรนด์ พร้อมสัมผัสรสชาติความอร่อย
มีการจัด “ทัวร์เอบิสึ” แบบมีค่าใช้จ่าย ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญด้านเบียร์เอบิสึพาชมและอธิบายทุกเรื่องเกี่ยวกับเบียร์เอบิสึ วันละ 2 รอบในทุกชั่วโมง สามารถจองหน้างานได้ และยังจองล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ทางการได้เช่นกัน

3. เอบิสึ โยโกะโจ
ย่านกินดื่มที่มีร้านอาหาร 20 ร้านรวมอยู่ด้วยกัน เดิมทีสถานที่แห่งนี้คือ “ศูนย์การค้ายามาชิตะ” ซึ่งเป็นตลาดสาธารณะเก่าแก่ และเพียงเห็นป้ายทางเข้าก็ชวนให้นึกถึงบรรยากาศยุคโชวะ
แต่ละร้านมีขนาดเล็กเพียง 3–5 สึโบะ และตั้งเรียงกันอย่างแน่นขนัดภายในตรอก
มีร้านน่าสนใจมากมาย เช่น ร้านอาหารเห็ด บิสโทร และร้านปลาย่างเสียบไม้ ที่พร้อมเอาใจนักชิม
การตระเวนดื่มไปตามร้านต่างๆ ภายในตรอก พร้อมซึมซับบรรยากาศย้อนยุคสไตล์โชวะ ก็เป็นอีกความสนุกที่น่าลอง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวไดคันยามะ
Q
หากมีเวลาจำกัดและอยากเที่ยวไดคันยามะให้คุ้ม ควรไปที่ไหนดี?
แนะนำให้เที่ยวโดยมี “ไดคันยามะ T-SITE” เป็นจุดหลัก แล้วแวะสถานที่รอบๆ รวมถึงบ้านพักตระกูลอาซากุระเดิมด้วย
Q
เดินทางจากไดคันยามะไปสถานีชิบุยะอย่างไร?
สามารถเดินทางด้วยสายโทคิวโทโยโกะ ใช้เวลาประมาณ 2 นาที หรือถ้าเดินเท้าจะใช้เวลาประมาณ 15 นาที
บทสรุป
ไดคันยามะเป็นย่านที่เหมาะกับการค่อยๆ เดิน ซึมซับบรรยากาศ และแวะตามจุดที่สนใจระหว่างทาง
ในบทความนี้ เราได้แนะนำทั้งจุดช้อปปิ้งยอดนิยม ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวในย่านรอบๆ ไดคันยามะ
หากตามรอยสถานที่ที่แนะนำไว้ คุณจะได้เพลิดเพลินกับเสน่ห์เฉพาะตัวของไดคันยามะอย่างเต็มที่ ผ่านการช้อปปิ้ง อาหารอร่อย และช่วงเวลาคาเฟ่
หากกำลังวางแผนเที่ยวโตเกียว อย่าลืมดูบทความนี้เพิ่มเติมด้วย ซึ่งรวบรวมจุดท่องเที่ยวห้ามพลาดและข้อมูลอาหารไว้ให้แล้ว

