
เที่ยว ช้อป และกินให้อิ่มใจตลอดแนวแม่น้ำเมกุโระ! 9 จุดเที่ยวยอดนิยมในเมกุโระ
ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากโตเกียวฝั่งที่คึกคัก ลองมองมาทางเมกุโระกันดู
ย่านนี้มีร้านค้าและร้านอาหารสไตล์ดีอยู่รวมกัน โดยมีแม่น้ำเมกุโระซึ่งเป็นจุดชมซากุระชื่อดังเป็นแกนกลาง
ต่างจากย่านคึกคักอย่างชินจูกุหรือชิบูย่า ที่นี่คุณจะได้เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวในบรรยากาศเงียบสงบ
ยังมีพิพิธภัณฑ์ ศาลเจ้า และวัดอยู่มากมาย จึงเหมาะสำหรับการสัมผัสประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศิลปะของโตเกียว
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักเสน่ห์ของเมกุโระ โดยเน้นทั้งจุดท่องเที่ยวยอดนิยม ร้านค้า และร้านอาหาร
เดินทางจากชิบูย่าได้ภายในไม่เกิน 5 นาที จะลองใช้บทความนี้เป็นไกด์แล้วแวะมาเที่ยวเมกุโระกันก็ได้
เมกุโระเป็นสถานที่แบบไหน?
เขตเมกุโระตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของโตเกียว โดยมีชิบูย่าอยู่ทางเหนือและชินากาวะอยู่ทางตะวันออก
เป็นย่านที่เต็มไปด้วยร้านอาหารยอดนิยม ร้านค้าล้ำสมัย และร้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ให้บรรยากาศหรูหราและมีรสนิยม
ที่นี่ยังเป็นที่รู้จักในฐานะพื้นที่ที่มีแม่น้ำเมกุโระไหลผ่าน ซึ่งเป็นจุดชมดอกไม้ยอดนิยมเช่นกัน
ในย่านเดียวกันยังมีสถานที่ทางวัฒนธรรมอย่างพิพิธภัณฑ์และพิพิธภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน รวมถึงศาลเจ้าและวัดอยู่หลายแห่ง จึงมีจุดให้สัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอยู่ไม่น้อย
แม้จะเป็นพื้นที่ที่ผสมผสานวัฒนธรรมหลากหลายและให้สัมผัสถึงเทรนด์ล้ำสมัย แต่บริเวณริมแม่น้ำเมกุโระก็ยังมีธรรมชาติให้เพลิดเพลิน จึงแนะนำให้ค่อย ๆ เดินเล่นเลียบแม่น้ำ แล้วแวะร้านอาหาร ร้านค้า และสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ไปพร้อมกัน
นอกจากนี้ ย่านจิยูกาโอกะก็อยู่ในเขตเมกุโระเช่นกัน แม้จะอยู่ห่างจากริมแม่น้ำเมกุโระออกไปเล็กน้อย แต่ก็มีทั้งถนนช้อปปิ้งท้องถิ่น ร้านค้า และร้านอาหารยอดนิยม จึงน่าแวะไปเที่ยวควบคู่กัน
เมกุโระเดินทางสะดวกจากฝั่งชิบูย่าและโยโกฮามะ จึงใส่ไว้ในแพลนเที่ยวโตเกียวได้ง่าย

ฤดูกาลที่แนะนำสำหรับการเที่ยวเมกุโระคือช่วงไหน?
หากมาเที่ยวเมกุโระ อยากแนะนำให้มาในฤดูใบไม้ผลิซึ่งเป็นช่วงที่ซากุระบานสวยที่สุด
ริมแม่น้ำเมกุโระซึ่งเป็นหนึ่งในจุดชมซากุระชื่อดังของโตเกียว มีต้นซากุระประมาณ 800 ต้นทอดยาวตลอดระยะทางประมาณ 4 กม.
ช่วงกลางคืนยังมีการประดับไฟซากุระ และมีร้านแผงลอยเรียงรายตามริมน้ำมากมาย มาเที่ยวเมกุโระพร้อมเพลิดเพลินกับการชมดอกไม้กันได้เลย
ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูกาลของเมกุโระ
- ฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคม - เดือนพฤษภาคม): เหมาะกับแจ็กเก็ตบาง ๆ และสเวตเตอร์เนื้อบาง
- ฤดูร้อน (เดือนมิถุนายน - เดือนสิงหาคม): เสื้อผ้าบางเบาอย่างเสื้อแขนสั้น
- ฤดูใบไม้ร่วง (เดือนกันยายน - เดือนพฤศจิกายน): จะเป็นแจ็กเก็ตเบา ๆ หรือโค้ตก็ได้
- ฤดูหนาว (เดือนธันวาคม - เดือนกุมภาพันธ์): โค้ต สเวตเตอร์หนา หรือแจ็กเก็ตอุ่น ๆ
เดินทางไปเมกุโระอย่างไร?
เราได้สรุปวิธีเดินทางและเวลาโดยประมาณจากสถานีหลักต่าง ๆ ในโตเกียวไปยังสถานีนากะเมกุโระไว้ในตารางด้านล่าง
แม้ในเมกุโระจะมีหลายสถานี แต่ถ้าต้องการเที่ยวโดยมีแม่น้ำเมกุโระเป็นศูนย์กลาง แนะนำสถานีนากะเมกุโระมากที่สุด
จากสถานีโยโกฮามะก็ใช้เวลาประมาณ 35 นาที จึงเดินทางจากฝั่งโยโกฮามะได้สะดวกเช่นกัน
- จากสถานีโตเกียว
- ต่อรถระหว่างสายโตเกียวเมโทรมารุโนะอุจิและสายฮิบิยะ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
- จากสถานีชินจูกุ
- ต่อรถระหว่างสาย JR ไซเคียวและสายโทคิวโทโยโกะ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
- จากสถานีอุเอโนะ
- โดยสายโตเกียวเมโทรกินซ่า ใช้เวลาประมาณ 40 นาที
- จากสถานีชินากาวะ
- ต่อรถระหว่างสาย JR ยามาโนเตะและสายโตเกียวเมโทรฮิบิยะ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
- จากสถานีชิบูย่า
- โดยสายโทคิวโทโยโกะ ใช้เวลาประมาณ 5 นาที
วิธีเดินทางหลักสำหรับการเที่ยวเมกุโระ
หากเที่ยวในเมกุโระ วิธีเดินทางหลักคือรถไฟและการเดินเท้า
พื้นที่อย่างนากะเมกุโระและจิยูกาโอกะซึ่งมีร้านอาหารและร้านค้ามากมาย เหมาะกับการเดินเที่ยวภายในย่าน ส่วนการย้ายระหว่างแต่ละย่าน นิยมใช้รถไฟ
ออกเดินทางสัมผัสประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศิลปะของโตเกียว! 9 จุดเที่ยวยอดนิยมในเมกุโระ
ภาพจำของเมกุโระสำหรับชาวญี่ปุ่นมักเป็นย่านเก๋ มีระดับ และดูทันสมัย แต่จริง ๆ แล้วก็มีศาลเจ้าและวัดเก่าแก่อยู่มากมาย
ระหว่างเดินเล่น คุณยังจะเจอสถานที่ทางวัฒนธรรมและพิพิธภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งเปิดมุมให้สัมผัสประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศิลปะของโตเกียวได้อย่างเต็มที่
เมื่อมาเดินเล่นแถวริมแม่น้ำเมกุโระ อย่าลืมแวะไปยังจุดท่องเที่ยวที่จะแนะนำต่อไปนี้ด้วย
1. แม่น้ำเมกุโระ
แม่น้ำเมกุโระเป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านเขตเซตากายะ เขตเมกุโระ และเขตชินากาวะของโตเกียว ก่อนจะไหลลงสู่อ่าวโตเกียว
ริมแม่น้ำตั้งแต่บริเวณใกล้สถานีอิเคจิริโอฮาชิบนสายโทคิวเด็นเอ็นโทชิ ไปจนถึงย่านชิโมะเมกุโระ เป็นแนวต้นซากุระโซเมโยชิโนะประมาณ 800 ต้นทอดยาวราว 4 กม.
สองฝั่งแม่น้ำเต็มไปด้วยคาเฟ่และร้านอาหารมีเอกลักษณ์ จนเป็นหนึ่งในย่านสุดชิคของโตเกียว

2. พิพิธภัณฑ์ปรสิตเมกุโระ
พิพิธภัณฑ์วิจัยที่เชี่ยวชาญด้านปรสิตโดยเฉพาะ ซึ่งหาได้ยากมากในระดับโลก
ก่อตั้งโดย ดร. ซาโตชิ คาเมกายะ เพื่อการวิจัยเกี่ยวกับปรสิต รวมถึงการให้ความรู้และรณรงค์ป้องกันโรคจากปรสิต
ภายในอาคารชั้น 1–2 เป็นพื้นที่จัดแสดง มีตัวอย่างแช่ในของเหลวและเอกสารที่เกี่ยวข้องจัดแสดงประมาณ 300 ชิ้น
มีทั้งนิทรรศการถาวร นิทรรศการพิเศษ และกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อถ่ายทอดความน่าสนใจและความมหัศจรรย์ของปรสิต

3. ศาลเจ้าโอโทริ
ศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในเขตเมกุโระ โตเกียว มีประวัติยาวนานประมาณ 1,200 ปี และก่อตั้งขึ้นในสมัยเฮอัน
ศาลเจ้าแห่งนี้ยังถูกบันทึกไว้ในแผนที่เอโดะที่เก่าแก่ที่สุดซึ่งวาดขึ้นในสมัยมุโรมาจิ และจากการที่มีเพียง 9 ศาลเจ้าเท่านั้นที่ปรากฏในแผนที่ฉบับนี้ จึงถูกนับรวมเป็นหนึ่งใน “เอโดะคิวฉะ” หรือ 9 ศาลเจ้าแห่งเอโดะ
นอกจากนี้ยังมีชื่อเสียงจากเทศกาล “โทริโนะอิจิ” ที่จัดขึ้นในวันไก่ของเดือนพฤศจิกายน เพื่อขอพรเรื่องการค้าเจริญรุ่งเรืองและโชคลาภ โดยมีต้นกำเนิดย้อนกลับไปถึงสมัยเอโดะเช่นเดียวกับโทริโนะอิจิที่อาซากุสะ

4. พิพิธภัณฑ์ศิลปะสวนโตเกียว
คฤหาสน์อาซากะโนะมิยะที่สร้างขึ้นในปี 1933 ในรูปแบบอาร์ตเดโค ได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะในปี 1983
ในปี 2015 อาคารหลัก ประตูหน้า และเรือนชงชา เป็นต้น ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ
ภายในมีจุดน่าชมมากมาย เช่น ทางเข้าหลักที่มีประตูนูนแก้วโดยเรอเน ลาลีก ช่างศิลป์แก้วชาวฝรั่งเศส และห้องโถงใหญ่ที่โดดเด่นด้วยบรรยากาศสงบนิ่งและความโอ่อ่าหนักแน่น

5. วัดริวเซ็นจิ หรือ เมกุโระฟุโดซง
วัดริวเซ็นจิที่เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในปี 808 เป็นที่รู้จักกันในชื่อเมกุโระฟุโดซง และมีประวัติยาวนานกว่า 1,200 ปี
น้ำที่ผุดขึ้นจากจุดซึ่งเล่ากันว่าเป็นสถานที่ที่พระจิคากุไดชิโยนเครื่องประกอบพิธีเพื่อกำหนดตำแหน่งสร้างอาคารหลัก ปัจจุบันยังสามารถชมได้ในบริเวณวัดในชื่อ “น้ำตกโดกโกะ”
ด้านหน้าประตูนิโอของเมกุโระฟุโดซงมีร้านทากิมิชายะ ซึ่งมีทั้งที่นั่งแบบโต๊ะ ที่นั่งระเบียง และมุมเสื่อทาทามิยกพื้น ให้ได้นั่งพักพร้อมลิ้มรสมัทฉะ พุดดิ้ง หรือมันหวานย่าง

6. วัดโกะเฮียคุราคังจิ
วัดโกะเฮียคุราคังจิเป็นวัดที่ผู้คนคุ้นเคยกันดีในชื่อ “ราคังซังแห่งเมกุโระ” สร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1695 ในพื้นที่ซึ่งปัจจุบันคือเขตโคโตะ ต่อมาย้ายไปเขตสุมิดะในปี 1887 และย้ายมายังสถานที่ปัจจุบันในปี 1908
ว่ากันว่าเดิมมีรูปพระอรหันต์มากกว่า 500 องค์ ซึ่งแกะสลักโดยพระเซนโชอุงเง็งเค ผู้เป็นทั้งพระและช่างแกะสลัก โดยใช้เงินบริจาคที่ออกบิณฑบาตรวบรวมจากผู้คนในเมืองเอโดะ ตลอดช่วงเวลาหลายสิบปี
ปัจจุบันยังคงเหลืออยู่ 305 องค์ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมประเภทจับต้องได้ของกรุงโตเกียว ร่วมกับพระพุทธรูปไม้ศากยมุนีสามองค์

7. พิพิธภัณฑ์ภาพถ่ายโตเกียว
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดอย่างเต็มรูปแบบในปี 1995 ในฐานะพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของญี่ปุ่นที่ว่าด้วยภาพถ่ายและภาพเคลื่อนไหว โดยตั้งอยู่ในส่วนหนึ่งของคอมเพล็กซ์ “เอบิสึการ์เดนเพลส”
นิทรรศการส่วนใหญ่เป็นนิทรรศการจากคอลเลกชันและนิทรรศการพิเศษ โดยจัดแสดงผลงานภาพถ่ายและภาพเคลื่อนไหวจากทั้งญี่ปุ่นและต่างประเทศในห้องจัดแสดง 3 ห้องและฮอลล์
มีผลงานในครอบครองมากกว่า 37,000 ชิ้น ครอบคลุมอย่างเป็นระบบตั้งแต่งานที่ถ่ายทอดยุคเริ่มต้นของภาพถ่ายและภาพเคลื่อนไหว ไปจนถึงผลงานล่าสุดของศิลปินร่วมสมัย

8. ศาลเจ้าคุมาโนะ
ศาลเจ้าแห่งนี้ได้รับความศรัทธาอย่างลึกซึ้งมาแต่โบราณในฐานะศาลเจ้าประจำท้องถิ่นของย่านจิยูกาโอกะอันเปี่ยมด้วยแฟชั่น
ในสมัยคามาคุระ การจาริกแสวงบุญไปยังคุมาโนะซันซังในวากายามะ ได้แก่ คุมาโนะฮงกูไทฉะ คุมาโนะฮายาทามะไทฉะ และคุมาโนะนาจิไทฉะ ได้รับความนิยมในหมู่ประชาชนทั่วไป และมีการค้นพบบันทึกการจาริกจากพื้นที่เมกุโระด้วย จึงกล่าวกันว่าต้นกำเนิดของศาลเจ้าแห่งนี้มาจากการอัญเชิญดวงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์จากทั้งสามศาลเจ้ามาประดิษฐาน

9. สวนลอยฟ้าเมกุโระ
สวนลอยฟ้ารูปวงกลมสุดแปลกใหม่ มีเส้นรอบวง 400 ม. สร้างขึ้นเป็นสวนสาธารณะของเขต โดยใช้พื้นที่บนหลังคาของทางด่วนมหานครบริเวณโอฮาชิจังก์ชัน
ภายในสวนซึ่งออกแบบเป็นทางวนตามรูปทรงของจังก์ชัน มีระดับความสูงต่างกันตั้งแต่ 11–35 ม. และสามารถเข้าได้จากหลายจุดหลายวิธี ทั้งจากพื้นดิน สะพานลอย และลิฟต์
มีหลายโซนที่มีธีมแตกต่างกัน เชื่อมต่อกันด้วยทางเดินเล็ก ๆ พร้อมทิวทัศน์ที่ทำให้แทบลืมไปว่าอยู่ใจกลางเมือง

ไม่ได้มีดีแค่รสชาติ แต่บรรยากาศก็ยอดเยี่ยม! 5 ร้านอาหารยอดนิยมในเมกุโระ
ถ้าเดินเที่ยวเมกุโระไปเรื่อย ๆ จะเจอร้านอาหารที่ทั้งมีเอกลักษณ์และมีสไตล์อยู่ไม่น้อย ต่อไปนี้คือร้านยอดนิยมที่อยากแนะนำเป็นพิเศษ
คุณจะได้ลิ้มรสอาหารชั้นเยี่ยมจากวัตถุดิบที่คัดสรรอย่างพิถีพิถันไปพร้อมกับบรรยากาศการรับประทานอาหารที่แตกต่างกันในแต่ละร้าน
เรายังมีคาเฟ่ที่เหมาะสำหรับแวะพักระหว่างเดินเล่นในเมกุโระแบบสบาย ๆ มาแนะนำด้วย
ถ้ามาเที่ยวเมกุโระ อย่าลืมแวะร้านที่เราเลือกมาฝากกัน
1. นากะเมกุโระ ยากินิกุ โทกิวมง
ร้านยากินิกุสไตล์ทันสมัยที่เปิดในเดือนพฤศจิกายน ปี 2023 อยู่ห่างจากสถานีนากะเมกุโระโดยเดิน 2 นาที
เพื่อถ่ายทอดความอร่อยแท้จริงของเนื้อวากิวออกมาให้ได้มากที่สุด ทางร้านจึงให้บริการเฉพาะคอร์สที่คิดมาอย่างพิถีพิถันเท่านั้น
คอร์สเด่นประกอบด้วยทั้งหมด 11 รายการ ให้คุณได้ลิ้มรสความหรูหราที่คัดสรรมาอย่างดี เช่น ลิ้นวัวชั้นดีปรุงเกลือ สเต๊กฟิเลต์เนื้อคุโรเกะวากิวหั่นหนา และริบโรส

2. โทริชิกิ
“โทริชิกิ” เป็นร้านยากิโทริที่เปิดในปี 2007 โดยโยชิเทรุ อิเคกาวะ ตัวแทนช่างฝีมือของ “โทริชิกิ ICHIMON” ร้านนี้มีชื่อเสียงมากจนได้รับการนำเสนอในสื่อมากมาย และคว้ารางวัลมิชลิน 1 ดาวต่อเนื่องยาวนานกว่า 10 ปี อีกทั้งยังถูกขนานนามว่าเป็น “ร้านยากิโทริที่จองยากที่สุดในญี่ปุ่น”
สิ่งแรกที่สะดุดตาคือรูปลักษณ์ภายนอกของร้าน ซึ่งต้อนรับผู้มาเยือนด้วยบรรยากาศมีเสน่ห์จนแทบไม่เหมือนร้านยากิโทริทั่วไป

3. ristorante scintilla
ไฟน์ไดนิ่งบรรยากาศราวกับร้านลับแห่งนี้ตั้งอยู่ชั้นใต้ดิน 1 ของคอมเพล็กซ์ “the GARDEN” ซึ่งรวมร้านคาแรกเตอร์โดดเด่นหลากหลายประเภท ทั้งร้านดอกไม้รสนิยมดีและร้านหนังสือธีมแปลกใหม่
ภายในเป็นพื้นที่โทนบลูเกรย์ที่เรียบคมและชิค ลดทอนข้อมูลทางสายตาให้เหลือน้อยที่สุดเพื่อให้ผู้มาเยือนได้โฟกัสกับอาหารผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ที่นี่คุณจะได้ลิ้มลองอาหารโมเดิร์นที่ประณีตและงดงามโดยเชฟยูอิจิ มุคาซะ

4. ONIBUS COFFEE จิยูกาโอกะ
ร้านกาแฟสเปเชียลตี้ที่มีสาขาในโอคุซาวะ ยาคุโมะ และนากะเมกุโระด้วย
ร้านนี้ได้รับความนิยมจากรสชาติกาแฟที่ชงโดยบาริสต้า โดยใช้เมล็ดกาแฟที่คัดซื้อโดยตรงจากเกษตรกรในแหล่งผลิตอย่างโคลอมเบียและเอธิโอเปีย แล้วนำมาคั่วเอง
สาขานี้เปิดในเดือนเมษายน ปี 2022 ริมถนนจิยูกาโอกะกรีนโรด โดดเด่นด้วยสไตล์ธรรมชาติที่อบอวลด้วยความอบอุ่นของไม้ และบรรยากาศสงบในแบบฉบับจิยูกาโอกะ

5. ปังโตะเอสเปรสโซะโตะ จิยูเกตะ
ร้านพี่น้องของคาเฟ่และเบเกอรียอดนิยม “ปังโตะเอสเปรสโซะโตะ” จากโอโมเตะซันโด ภายในร้านโดดเด่นด้วยผนังโค้งลื่นไหลที่ได้แรงบันดาลใจจากก้อนเมฆ พร้อมที่นั่งโต๊ะไม้บรรยากาศอบอุ่นและที่นั่งเทอร์เรสโปร่งสบาย ให้ความรู้สึกน่านั่งพักผ่อน
เมนูยอดนิยมของที่นี่คือของหวานหลากหลายที่ทำจากขนมปังก้อนทรงลูกบาศก์ “มู” ซึ่งเป็นสินค้าซิกเนเจอร์ของร้าน คุณจะได้ลิ้มรสความเข้มข้นจากการใช้เนยอย่างจุใจ ออกมาเป็นเฟรนช์โทสต์เนื้อนุ่มฟู หรือทีรามิสุที่ทำจากส่วนขอบขนมปัง

4 แหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมในเมกุโระที่คุณจะได้พบไอเท็มคุณภาพ
ถ้าอยากเดินดูร้านเพลิน ๆ ในเมกุโระ ลองเริ่มจากรอบสถานีนากะเมกุโระและสถานีจิยูกาโอกะ ซึ่งเป็นสองพื้นที่ที่มีร้านค้ารวมตัวกันมากที่สุด
นากะเมกุโระมีร้านค้าที่โดดเด่นด้วยบรรยากาศทันสมัยมีรสนิยม ส่วนจิยูกาโอกะมีร้านที่ยังคงความเก๋แต่ให้บรรยากาศผ่อนคลายมากกว่า
สถานีนากะเมกุโระและสถานีจิยูกาโอกะเดินทางถึงกันได้ภายในไม่เกิน 10 นาที จึงแนะนำให้สนุกกับการช้อปทั้งสองย่านไปพร้อมกัน
1. ทราเวลเลอร์สแฟคทอรี นากะเมกุโระ
“ทราเวลเลอร์สคัมปะนี” คือแบรนด์ผู้สร้าง “ทราเวลเลอร์สโน้ต” สมุดโน้ตที่ชวนให้อยากถือออกเดินทางไปด้วยทุกครั้งที่ท่องเที่ยว
“ทราเวลเลอร์สแฟคทอรี” ที่ตั้งอยู่ในตรอกเล็ก ๆ ของนากะเมกุโระ โตเกียว ได้รับการรีโนเวตจากอาคารซึ่งเคยเป็นโรงงานแปรรูปกระดาษมาก่อน และเปิดขึ้นในปี 2011 ในฐานะร้านแฟลกชิปของทราเวลเลอร์สโน้ต

2. นากะเมกุโระ สึตายะ บุ๊กส์
ร้านหนังสือในคอมเมอร์เชียลคอมเพล็กซ์ “นากะเมกุโระโคกะชิตะ” ที่เปิดในปี 2016 ภายในร้านแบ่งออกเป็น 4 โซนที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกัน
โซน “Meet” ซึ่งอยู่ใกล้สถานีที่สุด มีทั้งนิตยสาร เครื่องสำอาง ของใช้จุกจิก และของขวัญให้เลือกมากมาย ที่นั่งแบบเคาน์เตอร์ซึ่งเหมาะสำหรับใช้นัดพบยังมีพอร์ตชาร์จ USB ติดตั้งไว้พร้อม

3. JIYUGAOKA de aone
ศูนย์การค้าที่เปิดในเดือนตุลาคม ปี 2023 ริมถนนกาคุเอ็นโดริในจิยูกาโอกะ เป็นโมลล์ในเมืองตามแนวคิดใหม่ที่แตกต่างจากโมลล์ชานเมืองแบบดั้งเดิมที่อิออนมอลล์เคยพัฒนามา
ภายในอาคารสูง 4 ชั้นเหนือดินและ 2 ชั้นใต้ดิน มีร้านทั้งหมด 27 ร้าน ทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขายอาหาร ของใช้จุกจิก และของตกแต่งบ้าน ที่ช่วยเติมเต็มไลฟ์สไตล์ให้มีคุณภาพมากขึ้น

4. TODAY'S SPECIAL Jiyugaoka
ร้านอินทีเรียร์และของใช้จุกจิกภายใต้ธีม “DIY ด้านอาหารและการใช้ชีวิต” ตั้งอยู่ริมถนนกาคุเอ็นโดริที่ทอดยาวขึ้นไปทางเหนือจากสถานีจิยูกาโอกะ เป็นร้านยอดนิยมที่มีสาขาหลายแห่งในโตเกียว เช่น ชิบูย่า ชินจูกุ และฟุตาโกะทามากาวะ รวมถึงเกียวโตและโกเบด้วย
ร้านมี 2 ชั้น ได้แก่ชั้น 1 และชั้น 2 จำหน่ายไอเท็มคุณภาพที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็นภาชนะ เครื่องครัว อาหาร เสื้อผ้า และเครื่องเขียน

ถ้าจะพักที่เมกุโระ ต้องที่นี่! 2 ที่พักแนะนำ
เมกุโระอยู่ไม่ไกลจากย่านคึกคักของโตเกียว แต่บรรยากาศยังคงสงบสบายอยู่พอสมควร
หากคุณไม่ชอบความวุ่นวายของย่านใจกลางเมือง การใช้เมกุโระเป็นฐานเที่ยวโตเกียวก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
ถ้ากำลังคิดจะพักในย่านนี้ ลองดูที่พักที่เราจะแนะนำต่อไปนี้ได้เลย
1. โรงแรมกะโจเอ็น โตเกียว
โรงแรมกะโจเอ็น โตเกียว ถือกำเนิดขึ้นในปี 2017 จากการรีแบรนด์เมกุโระกะโจเอ็น
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ภายในอาคาร คุณจะสะดุดตากับภาพวาดญี่ปุ่นและงานหัตถศิลป์อันหรูหราที่จัดวางอยู่ทั่วทุกมุม ถ่ายทอดความงดงามของวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ได้อย่างโดดเด่น
ห้องพักทั้ง 60 ห้องล้วนเป็นห้องสวีตที่มีขนาดอย่างน้อย 80 ตร.ม. ในบรรยากาศเงียบสงบและมีระดับที่นำแนวคิดวาบิและซาบิมาผสานกัน พร้อมห้องอบไอน้ำและอ่างเจ็ตบาธครบครัน ช่วยให้ทั้งร่างกายและจิตใจได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่

2. โรงแรมมิดอิน เมกุโระ เอกิมาเอะ
โรงแรมทำเลดี เดินจากสถานีเมกุโระ 3 นาทีตามถนนกงโนะสุเกะซากะ เหมาะสำหรับการเที่ยวในโตเกียวอย่างสะดวกสบาย จากสถานีเมกุโระสามารถนั่งรถไฟไปยังจุดยอดนิยมอย่างรปปงงิ ชิบูย่า และฮาราจูกุได้ภายในไม่เกิน 10 นาที
ในเขตเมกุโระที่ตั้งของโรงแรมมีศาลเจ้าและวัดอยู่มากมาย ทั้งเส้นทาง “เมกุโระชิจิฟุกุจินเมกุริ” โบสถ์คาทอลิกฮิมงยะ หรือซาเลซิโอเชิร์ช สวนลอยฟ้าเมกุโระ และแม่น้ำเมกุโระซึ่งในฤดูใบไม้ผลิถือเป็นหนึ่งในจุดชมดอกไม้ชื่อดังของโตเกียว เรียกได้ว่ารอบโรงแรมมีสถานที่น่าแวะชมอยู่มากทีเดียว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวเมกุโระ
Q
ถ้ามีเวลาไม่นาน แต่อยากเที่ยวเมกุโระให้คุ้ม ควรไปที่ไหนดี?
แนะนำบริเวณริมแม่น้ำเมกุโระ ซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้ามีสไตล์และร้านอาหารยอดนิยม
Q
เดินทางจากสถานีนากะเมกุโระไปสถานีจิยูกาโอกะใช้เวลานานแค่ไหน?
โดยรถไฟใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที
Q
เดินทางจากนากะเมกุโระไปไดคันยามะใช้เวลานานแค่ไหน?
โดยรถไฟใช้เวลาประมาณ 2 นาที
บทสรุป
บทความนี้พาคุณไปรู้จักเสน่ห์ของเมกุโระ พร้อมข้อมูลที่ควรรู้สำหรับการเที่ยว โดยเน้นทั้งจุดท่องเที่ยวยอดนิยม ร้านอาหาร และร้านค้า
ถ้ามีโอกาส ลองออกไปเดินเล่นในย่านที่บรรยากาศสงบและมีรสนิยม เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งและอาหารอร่อย พร้อมสัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของโตเกียวกันดู
หากกำลังวางแผนเที่ยวโตเกียว บทความด้านล่างนี้ก็มีข้อมูลสำคัญที่ไม่ควรพลาดเช่นกัน อย่าลืมเปิดอ่านเพิ่มเติม
