
เที่ยวไฮไลท์โตเกียวให้ครบ! แผนเที่ยวแนะนำ 7 วัน 6 คืน
โตเกียวเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมระดับแนวหน้า
ที่นี่ไม่ได้มีเพียงสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เช่น อาคารประวัติศาสตร์และแหล่งสันทนาการ แต่ยังเต็มไปด้วยย่านช้อปปิ้งที่รวบรวมแฟชั่นและวัฒนธรรมล้ำสมัย ตลอดจนแหล่งของกินที่มีทั้งอาหารรสเลิศและอาหารราคาย่อมเยา
บทความนี้จะแนะนำแผนเที่ยวที่รวมย่านและไฮไลท์สำคัญของโตเกียวไว้ในทริปเดียว เพียงเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ในแผนนี้ ก็จะได้สัมผัสเสน่ห์ของโตเกียวอย่างเต็มที่
วันที่ 1: อุเอโนะ
วันแรกเริ่มเที่ยวที่อุเอโนะ (Ueno) ซึ่งเดินทางจากสนามบินได้สะดวกและมีสถานที่ท่องเที่ยวอยู่ใกล้กัน
ย่านนี้มีเสน่ห์เฉพาะตัว เพราะผสมผสานพื้นที่ที่ได้สัมผัสธรรมชาติและวัฒนธรรมท่ามกลางเมืองใหญ่ เข้ากับบรรยากาศย่านชุมชนเก่าแก่ของโตเกียว
หากมาเที่ยวอุเอโนะ ลองเริ่มต้นจากสถานที่ท่องเที่ยว 3 แห่งนี้
1. สวนอุเอโนะ
สวนอุเอโนะ (Ueno Park) ตั้งอยู่ในเขตไทโต กรุงโตเกียว มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “สวนอุเอโนะอนชิ” เป็นสวนสาธารณะในความดูแลของสำนักการก่อสร้างกรุงโตเกียว มีพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 530,000 ตารางเมตรและมีประวัติศาสตร์ยาวนาน ในฤดูใบไม้ผลิ นักท่องเที่ยวทั้งจากญี่ปุ่นและต่างประเทศจะมาเยือนเพื่อชมซากุระ ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของโตเกียว

2. สวนสัตว์อุเอโนะ
สวนสัตว์อุเอโนะ (Ueno Zoo) เปิดในปี 1882 และเป็นสวนสัตว์แห่งแรกของญี่ปุ่น แม้ตั้งอยู่ใจกลางโตเกียว แต่ยังคงรักษาธรรมชาติไว้ในรูปแบบสวนสัตว์เมือง โดยเลี้ยงสัตว์ประมาณ 3,000 ตัว จากประมาณ 300 สายพันธุ์ พื้นที่กว้างใหญ่ท่ามกลางแมกไม้แบ่งเป็นสวนฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก แต่ละโซนจัดสภาพแวดล้อมให้ใกล้เคียงธรรมชาติสำหรับสัตว์ทั้งสายพันธุ์ยอดนิยมและสัตว์หายาก

3. ถนนช้อปปิ้งอาเมะโยโกะ
ถนนช้อปปิ้งอาเมะโยโกะ (Ameyoko Shopping Street) มีร้านค้าประมาณ 400 ร้านเรียงรายตลอดระยะทางประมาณ 500 เมตร ระหว่างสถานี JR อุเอโนะกับสถานี JR โอคาจิมาจิ
มีร้านหลากหลายประเภท ทั้งอาหาร ขนม เสื้อผ้า ของใช้เบ็ดเตล็ด และเครื่องประดับ ที่นี่มีสินค้าลดราคาตลอดทั้งปี บรรยากาศคึกคักราวกับรวบรวมเสน่ห์ของย่านชุมชนเก่าแก่ในโตเกียวไว้ในที่เดียว

วันที่ 2: อาซากุสะ
วันที่ 2 ไปเที่ยวอาซากุสะ (Asakusa) ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุด ไม่เพียงในโตเกียวแต่รวมถึงทั่วญี่ปุ่น
ถนนหนทางย้อนยุคที่อบอวลด้วยบรรยากาศย่านชุมชนสมัยเอโดะ ผู้คนที่ทำงานในอาซากุสะซึ่งเปี่ยมด้วยพลังและเป็นมิตร ศาลเจ้าและวัดเก่าแก่ ตลอดจนขนมญี่ปุ่นและอาหารที่สะท้อนวัฒนธรรมการกินของญี่ปุ่น ล้วนทำให้ย่านนี้เป็นพื้นที่ที่สัมผัสความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่งในโตเกียว
1. วัดเซ็นโซจิ
วัดเซ็นโซจิ (Sensoji Temple) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของอาซากุสะ มีผู้มาสักการะอย่างน้อย 30 ล้านคนต่อปี และเป็นวัดตัวแทนของโตเกียวที่จัดกิจกรรมประจำปีหลากหลาย เช่น การไหว้พระรับปีใหม่และเทศกาลเซ็ตสึบุน
ประตูคามินาริมงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอาซากุสะ มีโคมแดงขนาดใหญ่แขวนอยู่ โดยมีเทพแห่งลมและเทพแห่งสายฟ้าประดิษฐานอยู่ทั้งสองด้าน
บนถนนช้อปปิ้งนากามิเสะซึ่งทอดยาวประมาณ 250 เมตรจากประตูคามินาริมงไปถึงอาคารหลัก มีร้านขายของฝากและร้านอาหารเรียงราย

2. ศาลเจ้าอาซากุสะ
ศาลเจ้าอาซากุสะ (Asakusa Shrine) ตั้งอยู่ข้างอาคารหลักของวัดเซ็นโซจิ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีจากประตูคามินาริมง
เนื่องจากประดิษฐานเทพท้องถิ่น 3 องค์ผู้มีส่วนในการก่อตั้งวัดเซ็นโซจิ จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า “ซันจะซามะ”
แม้ไม่ทราบช่วงเวลาที่แน่ชัด แต่เชื่อกันว่า “ศาลเจ้าซันจะกงเก็น” ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของศาลเจ้าอาซากุสะ สร้างขึ้นในช่วงปลายยุคเฮอันถึงต้นยุคคามาคุระหรือหลังจากนั้น

3. โตเกียวสกายทรี
ใจกลางโตเกียวสกายทรีทาวน์คือโตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree) หอส่งสัญญาณและสถานที่ท่องเที่ยวที่สูงถึง 634 เมตร ภายในหอคอยมีจุดชมวิว 2 แห่ง ได้แก่ เท็มโบเด็คที่ระดับความสูง 350 เมตร และเท็มโบแกลเลอเรียที่ระดับความสูง 450 เมตร

วันที่ 3: ฮาราจูกุ ชิบูย่า และชินจูกุ
วันที่ 3 สนุกกับการช้อปปิ้งให้เต็มที่
เมื่อได้เที่ยวครบทั้งฮาราจูกุ ชิบูย่า และชินจูกุ ซึ่งเป็นย่านช้อปปิ้งยอดนิยมของโตเกียว ก็แทบจะหาซื้อทุกอย่างที่ต้องการได้
ต่อไปนี้คือแหล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงเป็นพิเศษในทั้ง 3 ย่าน
1. ถนนทาเคชิตะ
ถนนทาเคชิตะ (Takeshita Street) เป็นถนนช้อปปิ้งยาวประมาณ 350 เมตร ทอดจากสถานีฮาราจูกุไปทางถนนเมจิ
มีร้านจำหน่ายสินค้าแฟชั่นดีไซน์โดดเด่นที่หาได้ยากจากที่อื่นอยู่มากมาย จึงได้รับความสนใจจากทั่วโลกในฐานะแหล่งกำเนิดเทรนด์

2. ทางเดินเลียบแม่น้ำชิบูย่าเก่า (แคตสตรีท)
ทางเดินเลียบแม่น้ำชิบูย่าเก่า (Former Shibuya River Promenade) ตั้งอยู่บนถนนสายรองที่แยกจากถนนใหญ่ซึ่งเชื่อมชิบูย่ากับฮาราจูกุ
ส่วนหนึ่งของทางเดินนี้ที่ทอดต่อจากบริเวณป้อมตำรวจจิงกูมาเอะ เป็นที่รู้จักในชื่อเล่นว่า “แคตสตรีท” และมีร้านยอดนิยมในหมู่วัยรุ่นรวมตัวอยู่มากมาย ที่มาของชื่อเล่นนี้มีหลายทฤษฎี เช่น เพราะมีแมวอยู่มาก หรือเพราะถนนแคบราวกับหน้าผากแมว

3. คาบูกิโจ
คาบูกิโจ (Kabukicho) ถือกำเนิดขึ้นในปี 1947 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จากโครงการฟื้นฟูพื้นที่เสียหายจากสงคราม โดยตั้งเป้าดึงโรงละครคาบูกิมายังย่านนี้ ต่อมามีร้านอาหารจำนวนมากเปิดเรียงราย จนพัฒนาเป็นย่านบันเทิงขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น คาบูกิโจยามค่ำคืนเต็มไปด้วยชีวิตชีวา แค่เดินชมก็สนุกแล้ว ที่นี่ไม่ได้มีเพียงร้านดื่มเท่านั้น แต่ยังลิ้มลองอาหารอย่างยากินิกุและซูชิได้ พร้อมร้านอาหารเชนยอดนิยมอีกมากมาย

วันที่ 4: ตลาดโทโยสุ โตเกียวทาวเวอร์ และกินซ่า
วันที่ 4 ออกเที่ยวชมสถานที่และย่านสำคัญที่เป็นตัวแทนของโตเกียว
เริ่มด้วยอาหารเช้าที่ตลาดโทโยสุ แหล่งของกินชื่อดังของโตเกียว จากนั้นไปชมโตเกียวทาวเวอร์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ก่อนปิดท้ายด้วยการช้อปปิ้งและรับประทานมื้อค่ำที่กินซ่า ย่านช้อปปิ้งหรูของโตเกียว
1. ตลาดโทโยสุ
ตลาดสึกิจิซึ่งเคยเป็น “ครัวของโตเกียว” และรองรับความต้องการด้านอาหารของชาวเมือง ย้ายมายังโทโยสุในปี 2018 เนื่องจากอาคารทรุดโทรม
ตลาดโทโยสุ (Toyosu Market) ได้ยกระดับความปลอดภัยและจัดเส้นทางเข้าชม ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถเข้าเยี่ยมชมได้สะดวก
ที่อาคารค้าส่งสินค้าประมงสามารถชมการประมูลปลาทูน่า ส่วนอาคารผักและผลไม้ที่อยู่ติดกันมีเส้นทางชมซึ่งแบ่งสีตามฤดูกาลของผักและผลไม้

2. โตเกียวทาวเวอร์
โตเกียวทาวเวอร์ (Tokyo Tower) สร้างขึ้นในปี 1958 มีความสูง 333 เมตร และในเวลานั้นเป็นหอคอยโครงเหล็กแบบตั้งได้ด้วยตัวเองที่สูงที่สุดในโลก แซงหน้าหอไอเฟลในปารีส ด้วยทำเลในเขตมินาโตะใจกลางโตเกียว จึงสามารถชมทิวทัศน์ทั่วเมืองจากจุดชมวิวได้
ปัจจุบันยังคงมีการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

3. อาคารหลักวาโกะกินซ่า
วาโกะ สำนักงานใหญ่ (Wako Main Store) เป็นร้านค้าเฉพาะทางที่ตั้งอยู่หัวมุมสี่แยกกินซ่า 4 โจเมะ
อาคารสไตล์นีโอเรอเนซองส์ที่โดดเด่นด้วยหอนาฬิกาบนดาดฟ้า สร้างขึ้นในปี 1932 เพื่อเป็นอาคารสำนักงานใหญ่แห่งที่ 2 ของบริษัทฮัตโตริโทเคเท็น ซึ่งปัจจุบันคือเซโกกรุ๊ป และได้รับการรับรองให้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มมรดกอุตสาหกรรมสมัยใหม่
อาคารแห่งนี้เฝ้ามองเมืองมากว่า 90 ปี และเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะสัญลักษณ์ของกินซ่า

วันที่ 5: โตเกียวดิสนีย์แลนด์และโตเกียวดิสนีย์ซี
วันที่ 5 ออกจากโตเกียวไปเล็กน้อย เพื่อเที่ยวโตเกียวดิสนีย์แลนด์และโตเกียวดิสนีย์ซีในจังหวัดชิบะ
แม้จะอยู่ชิบะ แต่ใช้เวลาเดินทางจากสถานีโตเกียวเพียงประมาณ 20 นาที จึงเดินทางได้สะดวกราวกับไปเที่ยวสถานที่ในโตเกียว
1. โตเกียวดิสนีย์แลนด์
โตเกียวดิสนีย์แลนด์ (Tokyo Disneyland) เป็นสวนสนุกขนาดใหญ่ที่ได้รับความรักภายใต้คำขวัญ “อาณาจักรแห่งความฝันและเวทมนตร์” ใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟจากสถานีโตเกียวประมาณ 15 นาที
เครื่องเล่นยอดนิยมมีทั้งคลาสสิกอย่าง “สแปลชเมาน์เทน” และ “อิตส์อะสมอลล์เวิลด์” รวมถึงเครื่องเล่นใหม่ที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2020 อย่าง “โฉมงามกับเจ้าชายอสูร มนตร์วิเศษแห่งเรื่องราว” และ “เบย์แม็กซ์ แฮปปี้ไรด์” มาสนุกกับอาณาจักรแห่งความฝันและเวทมนตร์ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องกันให้เต็มที่!

2. โตเกียวดิสนีย์ซี
โตเกียวดิสนีย์ซี (Tokyo DisneySea) ตั้งอยู่ติดกับโตเกียวดิสนีย์แลนด์ และเป็นส่วนหนึ่งของโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ต
เครื่องเล่นยอดนิยม ได้แก่ “โซอาริน: แฟนแทสติกไฟลต์” ซึ่งเปิดตัวในปี 2019 และ “ทอยสตอรี่มาเนีย!” เกมยิงเป้าร่วมกับวู้ดดี้และบัซ นอกเหนือจากเครื่องเล่น ยังมีความสนุกอย่าง “มิกกี้แอนด์เฟรนด์ส ฮาร์เบอร์กรีตติ้ง” ที่มิกกี้และเพื่อนๆ จะทักทายผู้ชมจากบนเรือ มากมายจนเที่ยววันเดียวก็สัมผัสได้ไม่ครบ!

วันที่ 6: โอไดบะ
วันที่ 6 ไปเที่ยวโอไดบะ (Odaiba) ซึ่งมีแหล่งสันทนาการมากมาย
ด้วยสวนสนุกในร่มและสวนขนาดใหญ่ริมทะเล โอไดบะจึงเหมาะสำหรับครอบครัวที่อยากทำกิจกรรมสนุกๆ ร่วมกัน
1. อาคารสำนักงานใหญ่ฟูจิทีวี
สำนักงานใหญ่ฟูจิทีวี (Fuji TV Headquarters) โดดเด่นด้วยลูกทรงกลมสีเงินที่ให้ความรู้สึกล้ำอนาคต เป็นสถาปัตยกรรมที่ออกแบบโดยเคนโซ ทังเกะ และเป็นแลนด์มาร์กของโอไดบะ แม้จะเป็นสถานีโทรทัศน์ แต่ก็มีชั้นที่เปิดให้เข้าชมได้
ตัวอย่างเช่น ลูกทรงกลมอันเป็นสัญลักษณ์ของอาคารคือห้องชมวิวที่เรียกว่า “ฮาจิทามะ” ซึ่งมองเห็นทัศนียภาพพาโนรามา 270 องศา ส่วนชั้นใต้ห้องชมวิวก็สามารถเยี่ยมชมสตูดิโอที่ใช้บันทึกรายการข่าวสารยามเช้าได้

2. โตเกียวจอยโพลิส
โตเกียวจอยโพลิส (Tokyo Joypolis) เป็นหนึ่งในสวนสนุกในร่มขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่โอไดบะ ภายใต้แนวคิด “ดิจิเรียล (DigitaReal)” ซึ่งหมายถึงการผสมผสานระหว่าง “ดิจิทัล” กับ “โลกจริง”
ภายในแบ่งออกเป็น 3 ชั้น บนชั้น 1 มีเครื่องเล่น 6 รายการ ซึ่งรวมถึงเครื่องเล่นแห่งแรกของโลก เช่น รถไฟเหาะสุดเร้าใจ “เกคิออน ไลฟ์ โคสเตอร์” ที่มาพร้อมเกมจังหวะให้ผู้เล่นควบคุมเอง และเครื่องเล่น VR “ZERO LATENCY VR” ที่เล่นพร้อมกันได้ 6 คน

3. พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์มิไรคัง
พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์มิไรคัง (Miraikan) เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์ล้ำสมัย
เนื้อหาครอบคลุมเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอนาคตของเรา เช่น หุ่นยนต์ AI วิทยาศาสตร์ชีวภาพ สิ่งแวดล้อมโลก และอวกาศ
มีนิทรรศการเชิงปฏิสัมพันธ์จำนวนมากที่ให้สัมผัสและค้นพบด้วยตัวเอง ทั้งผู้ใหญ่และเด็กจึงสนุกได้ตามความสนใจของตน
ภาพ 3D อันทรงพลังในโรงภาพยนตร์โดมก็ได้รับความนิยมเช่นกัน

วันที่ 7: รอบสถานีโตเกียว
วันที่ 7 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการเที่ยว แวะไปสถานีโตเกียวเพื่อซื้อของฝากกัน
รอบสถานีโตเกียวยังมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย จึงอยากให้ลองเดินสำรวจบริเวณโดยรอบควบคู่กับการเลือกซื้อของฝาก
1. สวนพระราชวังชั้นนอก
สวนพระราชวังชั้นนอก (Kokyogaien National Garden) ตั้งอยู่นอกประตูหลักของพระราชวังอิมพีเรียล บริเวณใจกลางคือจัตุรัสหน้าพระราชวัง ซึ่งมีต้นสนดำญี่ปุ่นประมาณ 2,000 ต้นกระจายอยู่บนสนามหญ้าสีเขียวขจี
จากสวนแห่งนี้สามารถมองเห็นสะพานนิจูบาชิที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังมีจุดน่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น ประตูซากุราดะมงซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ และรูปปั้นทองสัมฤทธิ์อันทรงพลังของขุนศึกคุสึโนกิ มาซาชิเงะ

2. อาคารสถานีโตเกียวฝั่งมารุโนะอุจิ
สถานีโตเกียว ประตูสู่ญี่ปุ่น เริ่มก่อสร้างในเดือนมีนาคม 1908 และเปิดให้บริการในเดือนธันวาคม 1914 โดยมีคิงโกะ ทัตสึโนะ ผู้บุกเบิกสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ของญี่ปุ่นเป็นผู้ออกแบบ
อาคารสถานีฝั่งมารุโนะอุจิ (Tokyo Station Marunouchi Building) ซึ่งสร้างด้วยโครงเหล็กและอิฐ สูญเสียหลังคาและการตกแต่งภายในจากการโจมตีทางอากาศในปี 1945 ต่อมาได้รับการบูรณะความเสียหายจากสงครามให้เป็นอาคาร 2 ชั้น และใช้งานต่อเนื่องมากว่า 60 ปี ในปี 2003 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ

3. โตเกียวสเตชันเฟิร์สต์อเวนิว
โตเกียวสเตชันเฟิร์สต์อเวนิว (Tokyo Station First Avenue) เป็นศูนย์การค้าที่เชื่อมตรงกับสถานีโตเกียว ซึ่งเป็นประตูสู่ญี่ปุ่น
ที่นี่รวบรวมร้านค้าหลากหลาย ทั้งราเม็ง อาหารท้องถิ่นจากทั่วประเทศ ขนมญี่ปุ่นและขนมตะวันตกจากร้านดังและร้านเก่าแก่ รวมถึงสินค้าคาแรกเตอร์ยอดนิยม
ยังมีกิจกรรมจำกัดเวลาและป๊อปอัปสโตร์ จึงได้พบสิ่งใหม่ทุกครั้งที่มาเยือน

4. แกรนสตาโตเกียว
แกรนสตาโตเกียว (Gransta Tokyo) เป็นศูนย์การค้าภายในสถานีขนาดใหญ่ที่สุดของ JR East โดยมี “สแควร์ซีโร่” พื้นที่โถงสูงขนาดใหญ่เป็นจุดสังเกต รอบๆ มีร้านขนมที่คัดสรรมาอย่างดี คาเฟ่ ร้านอาหาร และร้านของใช้เบ็ดเตล็ดเรียงราย ให้บรรยากาศราวกับเป็น “เมือง” แห่งหนึ่ง
ร้านค้าแบบจำกัดเวลาก็เปิดใหม่ทุกเดือน สามารถเพลิดเพลินได้หลายรูปแบบ ทั้งแวะยืนดื่มสั้นๆ หรือเลือกซื้อข้าวกล่อง

บทสรุป
เป็นอย่างไรกันบ้างกับข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการเที่ยวโตเกียวซึ่งรวบรวมมาให้อย่างครอบคลุม
บทความนี้คัดเลือกสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม และอาหารมาแนะนำอย่างพิถีพิถัน แต่โตเกียวยังมีสถานที่น่าสนใจ ที่พัก และของอร่อยอีกมากมายที่ไม่สามารถกล่าวถึงได้ทั้งหมด
ลองอ่านบทความด้านล่างที่แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งของกินยอดนิยมในโตเกียวอย่างละเอียดเพิ่มเติม
