
【19 สถานที่ในโตเกียวที่น่าไปในวันฝนตก】พบโตเกียวอีกมุมที่ต่างจากวันฟ้าใส
ในโตเกียวมีสถานที่มากมายที่ให้คุณดื่มด่ำได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพอากาศ ไม่ว่าจะเป็น teamLab Borderless, teamLab Planets, พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติ โตเกียว (The National Art Center, Tokyo) หรือมิไรคัง พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมแห่งชาติ (National Museum of Emerging Science and Innovation)
จะได้อยู่ท่ามกลางศิลปะล้ำสมัย สัมผัสความลึกซึ้งของวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม หรือทดลองงานฝีมือดั้งเดิม เสน่ห์ของพื้นที่ในร่มคือการได้ใช้เวลากับธีมหนึ่งอย่างเต็มที่
การเปลี่ยนแผนเพราะฝนอาจพาไปพบสิ่งใหม่ที่คาดไม่ถึงก็ได้
สู่ประสบการณ์ดื่มด่ำจนลืมเสียงฝน
ภาพ แสง VR และเครื่องเล่นต่าง ๆ ในโตเกียวมีสถานที่เชิงประสบการณ์ที่ทำให้เส้นแบ่งระหว่างความจริงกับโลกอีกใบดูพร่าเลือน
การเดินเข้าไปในผลงานและใช้ร่างกายเคลื่อนไหวไปพร้อมกับดื่มด่ำในโลกนั้น เป็นช่วงเวลาที่เข้มข้นจนลืมสภาพอากาศข้างนอกไปเลย ขอแนะนำสถานที่ที่เหมาะกับวันที่อยากก้าวออกจากชีวิตประจำวันไปอีกหนึ่งก้าว
1. teamLab Borderless: MORI Building DIGITAL ART MUSEUM (เขตมินาโตะ)
พิพิธภัณฑ์ศิลปะดิจิทัลที่ให้คุณก้าวเข้าไปในโลกศิลปะที่แผ่ขยายไร้พรมแดน
เช่น ใน “Bubble Universe” ลูกทรงกลมจำนวนนับไม่ถ้วนจะเติมเต็มพื้นที่ โดยมีแสงราวกับฟองสบู่และแสงที่ไหวระยิบคล้ายเจลลี่อยู่ร่วมกัน เสน่ห์ไม่ได้มีแค่การชมเท่านั้น แต่ยังได้มีส่วนร่วมกับพื้นที่ในฐานะส่วนหนึ่งของผลงาน แสงจะเปลี่ยนไปตามการเคลื่อนไหวของผู้คนในพื้นที่ ผลงานศิลปะหนึ่งเดียวที่เปลี่ยนสีหน้าไปทุกขณะเช่นนี้จะมอบความประทับใจแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน

2. teamLab Planets TOKYO DMM.com (เขตโคโตะ)
พิพิธภัณฑ์เชิงประสบการณ์ยอดนิยมที่มีทั้งนิทรรศการให้เดินแช่เท้าในน้ำ และผลงานที่ใช้ร่างกายเล่นสนุกได้ มีลูกเล่นแบบมีส่วนร่วมมากมาย เช่น เชื่อมกับสมาร์ตโฟนเพื่อเปลี่ยนแสงของผลงาน หรือวาดภาพของตัวเองแล้วนำกลับไปเป็นผลิตภัณฑ์ได้
ยังมีโปรเจกต์ด้านการศึกษาใหม่ 3 โครงการ ได้แก่ “ป่าจับและสะสม”, “ป่าแห่งการเคลื่อนไหว” และ “เรียนรู้! สวนสนุกแห่งอนาคต” ที่นี่ไม่จบแค่การชม แต่ตัวประสบการณ์เองกลายเป็นผลงานศิลปะ

3. TYFFONIUM Odaiba (เขตโคโตะ)
สถานบันเทิงแบบดื่มด่ำที่ผสาน VR และ AR เข้าด้วยกัน ได้รับความนิยมเพราะใช้เทคโนโลยีล่าสุดพาเข้าไปสู่โลกภาพอันงดงาม
มีคอนเทนต์ทั้งหมด 6 แบบที่โดดเด่นแตกต่างกัน เช่น เครื่องเล่นสยองขวัญ “Corridor” ที่พาเดินสำรวจคฤหาสน์ตะวันตกในซากปรักหักพัง เครื่องเล่นที่ให้สัมผัสโลกจากภาพยนตร์ “IT” และ “FLUCTUS” ที่พาเดินทางในต่างโลกเหนือจินตนาการ เหมาะกับการเดินท่องไปในโลกอีกใบ ท่ามกลางภาพสวยและเรื่องราวที่โอบล้อม

4. Tokyo Joypolis (เขตมินาโตะ)
สถานที่ยอดนิยมในโอไดบะที่รู้จักกันในฐานะธีมพาร์กในร่มขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น ภายในมี 3 ชั้น พร้อมเครื่องเล่นที่ใช้เทคโนโลยีล่าสุดมากมาย เช่น รถไฟเหาะ “Gekion Live Coaster” ที่ผสานกับเกมจังหวะ และ “ZERO LATENCY VR” ที่เล่นพร้อมกันได้ 6 คน
นอกจากเครื่องเล่นแล้ว ยังมีการจัดอีเวนต์และโชว์ต่าง ๆ เป็นความบันเทิงที่ทั้งผู้ใหญ่และเด็กสนุกได้

การเรียนรู้และการค้นพบที่พ่อแม่ลูกสนุกไปด้วยกัน
หุ่นยนต์ ไดโนเสาร์ ประสบการณ์อาชีพ และของเล่น ความน่าสนใจของโตเกียวคือมีสถานที่มากมายที่ไม่ได้ให้แค่มองและเรียนรู้ แต่ยังได้ลงมือทำเพื่อเข้าใจให้ลึกขึ้น
นิทรรศการและกิจกรรมที่กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของเด็ก ๆ มีอยู่มากมาย และหลายครั้งผู้ใหญ่ก็เผลอสนุกตามไปด้วย ลองไปเยือนสถานที่ที่ทำให้ได้พบโลกใหม่ระหว่างเล่นสนุกกัน
5. มิไรคัง พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมแห่งชาติ (เขตโคโตะ)
พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่มีธีมเป็นเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์ล้ำสมัยและอนาคตของมนุษยชาติ เมื่อเดินไปตามชั้นจัดแสดง จะได้สัมผัสหลากหลายสาขา ตั้งแต่เทคโนโลยีหุ่นยนต์ การวิจัยอวกาศ ไปจนถึงวิทยาศาสตร์ชีวภาพ
“Alter” ที่ถ่ายทอดความเหมือนสิ่งมีชีวิตผ่านการเคลื่อนไหวซับซ้อน และ “Otonaroid” ที่มีรูปลักษณ์คล้ายมนุษย์อย่างมาก เป็นงานวิจัยล้ำหน้าและเป็นนิทรรศการหาชมยากในระดับโลก ซึ่งชวนตั้งคำถามว่า “ชีวิตคืออะไร?” “มนุษย์คืออะไร?” นอกจากนี้ยังมีทัวร์ชมห้องวิจัย ให้ได้มองแนวหน้าของงานวิจัยอย่างใกล้ชิด

6. พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (เขตไทโตะ)
พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แบบครอบคลุมที่เป็นตัวแทนของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในมุมหนึ่งของสวนอุเอโนะ “อาคารญี่ปุ่น” โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมตะวันตกสไตล์นีโอเรอเนซองส์ที่สร้างเสร็จในปี 1931 และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศ
ส่วน “อาคารโลก” แนะนำวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตและพัฒนาการของวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี โครงกระดูกไทรันโนซอรัสและไทรเซราทอปส์ที่จัดแสดงอยู่ชั้นใต้ดินให้ความตื่นตาตื่นใจอย่างมาก และยังมีไฮไลต์ต่อเนื่องไปจนถึงนิทรรศการกลางแจ้งของฐานปล่อยจรวดที่ใช้ส่ง “Ohsumi” ดาวเทียมดวงแรกของญี่ปุ่นขึ้นสู่อวกาศ

7. KidZania Tokyo (เขตโคโตะ)
สถานที่ให้เด็ก ๆ เป็นตัวเอกในการเรียนรู้ระบบของสังคมผ่านประสบการณ์อาชีพและสังคม ภายในมีพาวิลเลียนของบริษัทจริงเรียงราย และมีงานกับบริการให้ทดลองประมาณ 100 ประเภท
เมื่อทำงานจะได้รับสกุลเงินเฉพาะ “KidZo” ซึ่งนำไปใช้ซื้อของหรือใช้บริการได้ ทั้งยังมีกิจกรรมฝากเงินกับธนาคาร และกิจกรรมที่เข้าร่วมเป็นภาษาอังกฤษได้ อัดแน่นด้วยระบบที่ทำให้เรียนรู้ความสัมพันธ์กับสังคมผ่านการเล่น

8. พิพิธภัณฑ์ของเล่นโตเกียว (เขตชินจูกุ)
พิพิธภัณฑ์เชิงประสบการณ์ที่ให้คนต่างรุ่นเล่นสนุกได้ท่ามกลางความอบอุ่นของไม้ อาคารซึ่งใช้โรงเรียนประถมโยสึยะไดชิเดิมที่สร้างขึ้นก่อนสงครามและปัจจุบันเลิกใช้เป็นโรงเรียนแล้ว ได้รับการปรับปรุงใหม่ด้วยไม้จากในประเทศอย่างเต็มที่ กลายเป็นพื้นที่อบอุ่นน่าอยู่
มี 8 ห้องให้สำรวจ ตั้งแต่ “ป่าของเล่น” ที่มีบ่อบอลใส่ลูกไม้ 20,000 ลูก ไปจนถึงห้องจัดแสดงของเล่นจากทั่วโลก ลานเรียนรู้เรื่องไม้ และเวิร์กช็อปงานประดิษฐ์ สามารถสัมผัสเสน่ห์ของไม้และของเล่นผ่านการเล่นได้

วันฝนตกยิ่งเหมาะกับการดื่มด่ำในศิลปะ
จะเดินชมนิทรรศการพิเศษขนาดใหญ่ ชื่นชมตัวสถาปัตยกรรม หรือครุ่นคิดถึงยุคสมัยและแนวคิดที่อยู่เบื้องหลังผลงาน โตเกียวมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะมากมายที่ชวนให้ใช้เวลาอยู่ด้วยทั้งวัน
หลายแห่งไม่ได้สนุกแค่นิทรรศการ แต่ยังรวมถึงสถาปัตยกรรม วิวทิวทัศน์ และคาเฟ่ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับวันที่อยากใช้เวลาอย่างช้า ๆ ดื่มด่ำกับวัฒนธรรม
9. พิพิธภัณฑ์ศิลปะโมริ (เขตมินาโตะ)
ศูนย์กลางศิลปะร่วมสมัยที่ตั้งอยู่บนชั้น 53 ของรปปงงิฮิลส์ โมริทาวเวอร์ รปปงงิฮิลส์มีคอนเซ็ปต์เป็น “เมืองศูนย์กลางวัฒนธรรม” และพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีบทบาทสำคัญในฐานะพื้นที่ที่ผู้คนได้สัมผัสวัฒนธรรมร่วมสมัย
นอกจากนิทรรศการพิเศษแล้ว ยังมีโปรแกรมหลากหลาย เช่น “MAM Collection” ที่แนะนำผลงานในคอลเล็กชัน “MAM Screen” ที่ฉายผลงานวิดีโอ และ “MAM Project” สำหรับโปรเจกต์เชิงทดลอง หลังชมงานแล้ว อยากให้ไปต่อที่ Tokyo City View หรือคาเฟ่ในพิพิธภัณฑ์เพื่อซึมซับบรรยากาศต่ออีกนิด

10. พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติ โตเกียว (เขตมินาโตะ)
พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มีพื้นที่จัดแสดงขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยผนังกระจกโค้งขนาดใหญ่ อาคารที่ออกแบบด้วยคอนเซ็ปต์ “พิพิธภัณฑ์ศิลปะในป่า” มีจุดที่ควรค่าแก่การชม เช่น ผนังกระจกแบบเคอร์เทนวอลล์ที่โค้งเป็นคลื่น
พื้นที่กว้างใหญ่ 14,000 ตร.ม. มีห้องจัดแสดง 12 ห้อง จัดนิทรรศการหลากหลายธีมตั้งแต่ผลงานชิ้นเอกของโลกไปจนถึงมังงะ อีกทั้งยังมีห้องสมุดศิลปะ ร้านค้าพิพิธภัณฑ์ และร้านอาหารครบครัน เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สนุกได้ทั้งสถาปัตยกรรมและนิทรรศการ

11. พิพิธภัณฑ์ศิลปะมิตซูบิชิอิจิโกคัง (เขตชิโยดะ)
พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่โดดเด่นเป็นพิเศษท่ามกลางย่านมารุโนะอุจิ อาคารอิฐแดงอันเป็นเอกลักษณ์นี้เป็นการบูรณะ “Mitsubishi Ichigokan” ซึ่งสร้างขึ้นในปี 1894 ออกแบบโดยโจไซอาห์ คอนเดอร์ สถาปนิกชาวอังกฤษผู้เคยออกแบบพิพิธภัณฑ์อุเอโนะและโรคุเมคัง
ผลงานในคอลเล็กชันเน้นศิลปะตะวันตกช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เช่น โลートレックและเรอดง อยากให้ชมไปพร้อมกับสังเกตรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างบันไดลายตาราง งานตกแต่งไม้ และทางเดินกระจก

12. พิพิธภัณฑ์ภาพถ่ายโตเกียว (เขตเมกุโระ)
พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งแรกของญี่ปุ่นที่เชี่ยวชาญด้านภาพถ่ายและภาพเคลื่อนไหว ตั้งอยู่ในเอบิสึ การ์เดนเพลส มีห้องจัดแสดง 3 ห้องและฮอลล์สำหรับแนะนำผลงานจากญี่ปุ่นและต่างประเทศ
มีผลงานสะสมอย่างน้อย 37,000 ชิ้น ครอบคลุมอย่างเป็นระบบตั้งแต่วัสดุที่บอกเล่ายุคเริ่มต้นของภาพถ่ายและภาพเคลื่อนไหว ไปจนถึงผลงานล่าสุดของศิลปินร่วมสมัย นิทรรศการคอลเล็กชัน “TOP Collection” ให้ภัณฑารักษ์คัดเลือกผลงานตามธีม และเมื่อรวมกับนิทรรศการพิเศษแล้ว มีการจัดนิทรรศการประมาณ 15 งานต่อปี

13. Art Aquarium Museum GINZA (เขตชูโอ)
โลกแห่งศิลปะปลาทองชวนฝันที่ปรากฏขึ้นในย่านกินซ่า ไม่ใช่แค่ปลาทองและตู้ปลาเท่านั้น แต่ทั้งพื้นที่ถูกจัดแสดงด้วยแสง ดนตรี และกลิ่นหอม เกิดเป็นบรรยากาศเหนือชีวิตประจำวันจนทำให้ลืมความวุ่นวายของเมือง
ผลงานที่ผสานปลาทองหลากหลายสายพันธุ์เข้ากับการจัดดอกไม้โดยโชโกะ คาริยาซากิ นักจัดดอกไม้ ก็เป็นอีกไฮไลต์ ที่นี่ยังถ่ายรูปได้ จึงสนุกกับการเก็บภาพช่วงเวลาชวนฝันที่แสงและปลาทองถักทอร่วมกัน

สัมผัสสุนทรียะและวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น
อีกหนึ่งเสน่ห์ของโตเกียวคือการได้พบกับงานฝีมือ ศิลปะการแสดง และวัฒนธรรมการใช้ชีวิตที่สืบทอดกันมายาวนาน
เมื่อได้ลงมือทำจริง หรือชมฝีมือช่างและศิลปะการแสดงดั้งเดิมอย่างใกล้ชิด จะสัมผัสมิติที่ลึกกว่าการอ่านในตำรา อยากให้ใช้เวลาสงบ ๆ แล้วลิ้มรสความน่าสนใจของวัฒนธรรมญี่ปุ่น
14. พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมชาและพิพิธภัณฑ์ Oi Ocha (เขตมินาโตะ)
พิพิธภัณฑ์แบบผสมผสานที่ให้เรียนรู้โลกของชา ซึ่งหยั่งรากลึกในชีวิตคนญี่ปุ่นจากหลายมุมมอง ประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์ 2 แห่งที่มีธีมต่างกัน และให้สัมผัสเสน่ห์ของชาที่ใกล้ชิดกับวิถีชีวิตชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
นอกจากนิทรรศการจำลองร้านน้ำชาในสมัยเอโดะและการแนะนำอุปกรณ์ชงชาแล้ว โปรแกรมประสบการณ์อย่างการชงชาด้วยกาน้ำคิวสุ หรือการทำขวดฉลากออริจินัลก็ได้รับความนิยม อยากให้แวะคาเฟ่ที่มีขนมหวานจากชาด้วย

15. Ozu Washi (เขตชูโอ)
ร้านเฉพาะทางด้านกระดาษวาชิในนิฮงบาชิที่มีประวัติยาวนานกว่า 300 ปี สามารถทดลองทำตั้งแต่วิธีตักเยื่อกระดาษวาชิขั้นพื้นฐานไปจนถึงการทำให้แห้ง และนำกระดาษวาชิที่ทำเสร็จกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน
ภายในร้านมีกระดาษวาชิทำมือจากทั่วญี่ปุ่นเรียงราย ใช้งานได้หลากหลายทั้งงานคัดพู่กัน งานหัตถกรรม และตกแต่งภายใน ยังมีพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับกระดาษและนิทรรศการพิเศษควบคู่กัน ทำให้สัมผัสความลึกซึ้งของวัฒนธรรมวาชิที่สืบทอดมานานอย่างน้อย 1,300 ปีได้ใกล้ตัว

16. พิพิธภัณฑ์การพิมพ์โตเกียว (เขตบุงเคียว)
พิพิธภัณฑ์เฉพาะทางที่พาย้อนรอยประวัติของตัวอักษร หนังสือ และวัฒนธรรมการพิมพ์ นิทรรศการถาวรจัดแสดงวัสดุสะสม เช่น “Hyakumanto Darani” ที่ถือเป็นสิ่งพิมพ์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกในบรรดาสิ่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่ รวมถึงตัวพิมพ์และเครื่องจักรต่าง ๆ
นอกจากนิทรรศการที่อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างการพิมพ์กับสังคมจากมุมมองประวัติศาสตร์อารยธรรมแล้ว ใน “Printing Workshop” ยังแนะนำอุปกรณ์และเอกสารเกี่ยวกับเทคนิคการพิมพ์แบบเลตเตอร์เพรส ผ่านทัวร์ชมและประสบการณ์พิมพ์เลตเตอร์เพรส จะได้สัมผัสน้ำหนักของเทคโนโลยีที่ใช้ถ่ายทอดตัวอักษร

17. Suigian (เขตชูโอ)
พื้นที่พิเศษที่ให้เพลิดเพลินกับศิลปะการแสดงดั้งเดิม เช่น โนะ เคียวเก็น นาฏศิลป์ญี่ปุ่น และกากาคุ พร้อมมื้ออาหาร ร้านตั้งอยู่ในโซนใต้ดินของผืนป่าที่มีศาลเจ้าเก่าแก่ในนิฮงบาชิ โตเกียว บรรยากาศราวกับที่ซ่อนลับที่กระตุ้นความสนุกแบบผู้ใหญ่
มีแกลเลอรีจัดแสดงภาพอุกิโยะเอะและภาพพิมพ์ควบคู่กัน และการออกแบบที่ให้วัฒนธรรมดั้งเดิมกลมกลืนอย่างเป็นธรรมชาติก็มีเสน่ห์ สามารถใช้ช่วงเวลาหนึ่งดื่มด่ำกับสุนทรียะแบบญี่ปุ่น พร้อมอาหารญี่ปุ่นที่ถ่ายทอดการเปลี่ยนผ่านของฤดูกาลและค็อกเทลที่ได้แรงบันดาลใจจากละครโนะ

วัฒนธรรมโตเกียวสำหรับผู้ใหญ่ในวันฝนตก
การใช้เวลาเงียบ ๆ ท่ามกลางหนังสือ หรือการย้อนตามประวัติของแบรนด์ที่ได้รับความรักมายาวนาน ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีใช้เวลาแบบโตเกียว มีสถานที่ที่เติมเต็มความอยากรู้อยากเห็นทางปัญญา พร้อมให้เพลิดเพลินกับนิทรรศการและพื้นที่ของสถานที่นั้น ๆ
ลองสัมผัสเสน่ห์ของโตเกียวที่สงบผ่อนคลาย แตกต่างจากการเที่ยวที่รีบเร่งดูบ้าง
18. พิพิธภัณฑ์โทโยบุนโกะ (เขตบุงเคียว)
พิพิธภัณฑ์ที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมโดยห้องสมุดเฉพาะทางด้านเอเชียศึกษา ฉากหลังเป็นหนังสือสะสมประมาณ 1,000,000 เล่ม และยังมีนิทรรศการที่แนะนำสมบัติของชาติ ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญ และภาพอุกิโยะเอะให้ชมอย่างเต็มอิ่ม
เมื่อขึ้นบันไดไปยังชั้น 2 จะพบ “Morrison Stacks” ห้องหนังสือที่น่าตื่นตาตื่นใจด้วยชั้นหนังสือสูงจรดเพดาน อัดแน่นด้วยหนังสือเกี่ยวกับเอเชียตะวันออก ระหว่างการชม สามารถใช้เวลาสบาย ๆ ในสวนที่ปลูกพืชเกี่ยวข้องกับซีโบลด์ หรือที่ Orient Cafe ได้

19. YEBISU BREWERY TOKYO (เขตชิบูยะ)
สถานที่เชิงประสบการณ์ที่ให้สัมผัสประวัติและเสน่ห์ของเบียร์เอบิสึ ณ แหล่งกำเนิดของแบรนด์ มี “Yebisu Tour” (มีค่าใช้จ่าย) ซึ่งจัดทุกชั่วโมง ชั่วโมงละ 2 รอบ โดยผู้เชี่ยวชาญของเบียร์เอบิสึจะพาไปรู้จักทุกอย่างเกี่ยวกับเบียร์เอบิสึ
ช่วงท้ายทัวร์จะได้ชิมเอบิสึ 2 ชนิด และที่ Tasting Salon ยังสามารถเปรียบเทียบรสชาติของเบียร์หลายแบรนด์ได้ สินค้าออริจินัลที่หาซื้อได้เฉพาะที่นี่ก็เป็นอีกสิ่งที่น่าสนใจ

บทสรุป
โตเกียวมีสถานที่มากมายที่เที่ยวสนุกได้โดยไม่ขึ้นกับสภาพอากาศ
ประเภทของสถานที่ก็หลากหลายจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็น teamLab Borderless และ teamLab Planets ที่ให้ดื่มด่ำกับศิลปะล้ำสมัย มิไรคัง พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมแห่งชาติ และ KidZania Tokyo ที่พ่อแม่ลูกเล่นไปพร้อมกับเรียนรู้ได้ หรือ Ozu Washi และ Suigian ที่ให้สัมผัสความลึกซึ้งของวัฒนธรรมญี่ปุ่น
การไม่ต้องรีบย้ายที่และได้ใช้เวลาอยู่กับสถานที่หนึ่งอย่างเต็มที่ ก็เป็นเสน่ห์เฉพาะของวันฝนตก ลองออกไปค้นหาเสน่ห์ของโตเกียวที่ต่างจากทุกครั้งกัน

