รู้ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยที่สุดและจุดที่ควรไป! คู่มือเที่ยวโตเกียวในฤดูใบไม้ร่วงตระเวนชมใบไม้เปลี่ยนสี

รู้ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยที่สุดและจุดที่ควรไป! คู่มือเที่ยวโตเกียวในฤดูใบไม้ร่วงตระเวนชมใบไม้เปลี่ยนสี

อัปเดต :
เขียนโดย:  GOOD LUCK TRIP

พอเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง หลายคนน่าจะนึกว่า “ถ้ามาเที่ยวโตเกียวทั้งที ก็อยากชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ”
ที่จริงแล้วในโตเกียวเองก็มีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีชื่อดังอยู่มากมาย โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางออกไปไกลถึงชานเมืองก็เพลิดเพลินกับวิวฤดูใบไม้ร่วงได้อย่างเต็มที่
ลองใช้บทความนี้เป็นแนวทาง แล้วค่อยๆ ออกไปเที่ยวโตเกียวในฤดูใบไม้ร่วงกัน

ใบไม้เปลี่ยนสีในโตเกียวที่เพลิดเพลินได้ในหลากหลายบรรยากาศ

แม้โตเกียวจะมีภาพจำว่าเป็นเมืองใหญ่ทันสมัยอย่างชินจูกุและชิบูย่า แต่ก็ยังมีมุมที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ และมีแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีอยู่มากมาย
บางจุดให้บรรยากาศแบบเมืองใหญ่ ที่ได้เห็นตึกระฟ้าตัดกับสีสันของใบไม้ ขณะที่บางแห่งก็พาไปเจอภูเขาและหุบเขาที่แต่งแต้มด้วยสีสันงดงาม
อีกหนึ่งเสน่ห์ของการชมใบไม้เปลี่ยนสีในโตเกียวคือมีหลายจุดที่สามารถชมต้นแปะก๊วยสีเหลืองสวยได้

แม้อยู่ในโตเกียวก็สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีท่ามกลางธรรมชาติได้
แม้อยู่ในโตเกียวก็สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีท่ามกลางธรรมชาติได้

[โดยทั่วไป] ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสีของโตเกียว

โดยทั่วไปแล้ว ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสีของโตเกียวจะอยู่ราวปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม
อย่างไรก็ตาม แม้อยู่ในโตเกียวเหมือนกัน แต่ช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสีก็ต่างกันไปตามสภาพอากาศ ระยะเวลารับแสง และชนิดของต้นไม้ จึงทำให้แต่ละจุดมีช่วงสวยที่สุดไม่เหมือนกันเล็กน้อย
ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การชมของแต่ละสถานที่ที่แนะนำในบทความนี้ สรุปไว้ในตารางด้านล่าง เพื่อช่วยให้คุณวางแผนช่วงเวลาเที่ยวได้ง่ายขึ้น

อุทยานแห่งชาติโชวะคิเน็น
ปลายเดือนตุลาคม–ปลายเดือนพฤศจิกายน
เมจิจิงกูไกเอ็น
กลางเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม
ริคุงิเอ็น
ปลายเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม
สวนโอทะกุโระ
ปลายเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม
โคอิชิคาวะโคราคุเอ็น
ปลายเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม
สวนอุเอโนะองชิ
ปลายเดือนพฤศจิกายน–กลางเดือนธันวาคม
สวนฮามะริคิวองชิ
ปลายเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม
ชินจูกุเกียวเอ็น
กลางเดือนพฤศจิกายน–กลางเดือนธันวาคม
สวนโยโยงิ
ต้นเดือนพฤศจิกายน–กลางเดือนธันวาคม
สวนอิโนะคาชิระองชิ
กลางเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม
สวนมิสึโมโตะ
กลางเดือนพฤศจิกายน–กลางเดือนธันวาคม
สวนคินุตะ
ปลายเดือนพฤศจิกายน–กลางเดือนธันวาคม
สวนฮิบิยะ
ปลายเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม
สวนชิบะ
ปลายเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม
สวนคิโยสุมิ
ปลายเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม
ภูเขาทาคาโอะ
กลางเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม
หุบเขาอากิกาวะ
กลางเดือนพฤศจิกายน–ปลายเดือนพฤศจิกายน
ทะเลสาบโอคุทามะ
ปลายเดือนตุลาคม–กลางเดือนพฤศจิกายน
หุบเขามิตาเกะ
กลางเดือนพฤศจิกายน–ปลายเดือนพฤศจิกายน

คาดการณ์ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสีของโตเกียว ปี 2025

ข้อมูลจากบริษัทพยากรณ์อากาศ นิปปงคิโช (Nihon Kishou) ที่ประกาศในเดือนพฤศจิกายน ปี 2025 ระบุว่าช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสีของโตเกียวจะอยู่ราววันที่ 27 พฤศจิกายน และคาดว่าจะใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของทุกปี
อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาชมที่สวยที่สุดอาจคลาดเคลื่อนได้ตามแต่ละสถานที่และอุณหภูมิในช่วงต่อจากนี้ จึงควรติดตามข้อมูลเพิ่มเติม

อ้างอิง: นิปปงคิโช

เดินทางสะดวก! 15 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่แวะเดินเล่นได้แบบสบายๆ

ถ้าใครกำลังคิดว่า “มาเที่ยวโตเกียวในฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ก็อยากแวะชมใบไม้เปลี่ยนสีด้วย” เราคัดจุดแนะนำมาให้แล้ว
ทุกแห่งเดินทางง่ายทั้งจากใจกลางโตเกียวและจากสถานีใกล้เคียง ใช้เวลาไม่นานก็เที่ยวชมไฮไลต์ได้ จึงน่าจะใส่ไว้ในแผนเที่ยวได้ไม่ยาก

1. อุทยานแห่งชาติโชวะคิเน็น

บนพื้นที่กว้างประมาณ 40 เท่าของโตเกียวโดม มีทั้งสนามหญ้า น้ำพุ สนามกีฬา สวนที่เพลิดเพลินกับดอกไม้ตามฤดูกาล และสระน้ำสำหรับชมพืชพรรณริมน้ำกระจายอยู่ทั่วบริเวณ
ที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลายสำหรับเรียนรู้การอยู่ร่วมกับพืชและธรรมชาติ รวมถึงมีกิจกรรมและโปรแกรมให้เข้าร่วมมากมาย
จุดชมใบไม้เหลืองที่เด่นคือ “คะทาไรโนะอิโจนามิกิ” ที่มีต้นแปะก๊วยเรียงรายประมาณ 98 ต้นยาวราว 300 เมตร และแนวต้นแปะก๊วยริม “คะนารุ” ที่มีประมาณ 106 ต้นยาวราว 200 เมตร ทำให้สามารถเดินชมอุโมงค์สีทอง 2 แบบที่ให้บรรยากาศต่างกันได้อย่างสบายๆ

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี
ปลายเดือนตุลาคม–ปลายเดือนพฤศจิกายน
แนวต้นแปะก๊วยที่แม้ยามใบร่วงก็ยังงดงาม
แนวต้นแปะก๊วยที่แม้ยามใบร่วงก็ยังงดงาม

2. เมจิจิงกูไกเอ็น

สวนชั้นนอกของศาลเจ้าเมจิจิงกูที่ก่อตั้งในปี 1926 โดยมีหอภาพวาดอนุสรณ์เซโตกุเป็นศูนย์กลาง พร้อมสนามเบสบอลจิงกูและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬาหลากหลาย ให้ได้เพลิดเพลินทั้งธรรมชาติและกิจกรรมตลอดทั้งปี
แนวต้นแปะก๊วยยาวประมาณ 300 เมตรจากถนนอาโอยามะไปจนถึงหอภาพวาดอนุสรณ์เซโตกุมีชื่อเสียงมาก และในฤดูใบไม้ร่วงจะกลายเป็นอุโมงค์สีทองที่งดงามอย่างยิ่ง
เมื่อเข้าสู่ช่วงพีค จะมีการจัดงาน “เทศกาลต้นแปะก๊วยจิงกูไกเอ็น” ให้ชมแนวต้นไม้พร้อมลิ้มลองอาหารอร่อยจากทั่วญี่ปุ่น
แนวต้นแปะก๊วยยังมีการประดับไฟในตอนกลางคืน จึงเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่เที่ยวตอนค่ำก็สนุก

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี
กลางเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม
แนวต้นแปะก๊วยยามค่ำคืนก็สวยไม่แพ้กัน
แนวต้นแปะก๊วยยามค่ำคืนก็สวยไม่แพ้กัน

3. ริคุงิเอ็น

ริคุงิเอ็นเป็นสวนญี่ปุ่นแบบเดินชมรอบที่มีเนินเขาจำลองและสระน้ำ ใช้เวลาสร้าง 7 ปีตั้งแต่ปี 1695
สวนแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่ทัศนียภาพพิเศษของประเทศ และนับร่วมกับโคอิชิคาวะโคราคุเอ็นเป็น 2 สวนใหญ่แห่งยุคเอโดะ
เมื่อถึงช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ต้นอิโรฮะคาเอเดะ แปะก๊วย และต้นไม้อื่นๆ ราว 560 ต้นจะค่อยๆ เปลี่ยนสีทั่วทั้งสวน เติมความงดงามให้สวนญี่ปุ่นอันสง่างาม
การได้เดินเล่นท่ามกลางบรรยากาศอันละเมียดละไมที่แต้มแต่งด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี อาจทำให้รู้สึกราวกับได้ย้อนเวลากลับไป
ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ตอนกลางคืนยังมีการประดับไฟสวนญี่ปุ่นให้ได้สัมผัสเสน่ห์ที่ต่างจากตอนกลางวัน

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี
ปลายเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม
ใบไม้เปลี่ยนสีและสวนญี่ปุ่นที่ประดับไฟอย่างงดงาม
ใบไม้เปลี่ยนสีและสวนญี่ปุ่นที่ประดับไฟอย่างงดงาม

4. สวนโอทะกุโระ

“สวนโอทะกุโระ” ตั้งอยู่ห่างจากทางออกทิศใต้ของสถานีโอกิคุโบะ ของ JR และโตเกียวเมโทรสายมารุโนะอุจิ เดินประมาณ 10 นาที
ที่นี่เปิดเป็นสวนญี่ปุ่นแบบเดินชมรอบ โดยเขตซุงินามิได้ปรับปรุงพื้นที่เดิมของคฤหาสน์นักวิจารณ์ดนตรี โมโตโอะ โอทะกุโระ (Motoo Otaguro)
ภายใน “สวนโอทะกุโระ” ไม่ได้มีเพียงสวนญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังมีห้องชาสำหรับจัดงานน้ำชา และอาคารตะวันตกซึ่งเคยเป็นสถานที่ทำงานของโมโตโอะ โอทะกุโระ ที่ดัดแปลงเป็นอนุสรณ์สถานอีกด้วย
ที่นี่เป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสี และเมื่อถึงช่วงสวยที่สุดจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาเยือน
บริเวณสระน้ำที่มีศาลาอะซุมะยะ และแนวต้นแปะก๊วยขนาดใหญ่ที่เชื่อกันว่ามีอายุมากกว่า 100 ปี เป็นจุดชมยอดนิยมเป็นพิเศษ
ในตอนกลางคืนมีการประดับไฟ และเงาสะท้อนของใบไม้บนผิวน้ำสร้างบรรยากาศชวนฝัน

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี
ปลายเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม
ทิวทัศน์ชวนฝันของใบไม้เปลี่ยนสีที่สะท้อนบนผิวน้ำ จุดยอดนิยมของที่นี่
ทิวทัศน์ชวนฝันของใบไม้เปลี่ยนสีที่สะท้อนบนผิวน้ำ จุดยอดนิยมของที่นี่

5. โคอิชิคาวะโคราคุเอ็น

สวนญี่ปุ่นแบบเดินชมรอบที่มีสระน้ำเป็นศูนย์กลาง ตั้งอยู่ในย่านโคราคุเอ็น เขตบุนเคียว โตเกียว
ภายในสวนถ่ายทอดทิวทัศน์ 4 แบบ ได้แก่ ทะเล ภูเขา แม่น้ำ และชนบท ทำให้เพลิดเพลินกับภาพวิวที่เปลี่ยนไปทุกย่างก้าว
นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบจากสถานที่ท่องเที่ยวและรูปแบบศิลปะของจีน เช่น สะพานเอ็นเก็ตสึเคียว และไซโคะเท ทำให้เกิดโลกทัศน์ที่ผสานความงามแบบญี่ปุ่นและจีนได้อย่างลงตัว
เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ต้นอิโรฮะโมมิจิและเซลโควาที่เปลี่ยนสีจะช่วยเติมความสดใสให้ภูมิทัศน์อันกลมกลืนยิ่งขึ้น กลายเป็นวิวที่งดงามมีเสน่ห์
ในบรรดาจุดน่าสนใจมากมาย บริเวณ “สะพานสึเท็นเคียว” ได้รับความนิยมสูงในฐานะจุดชมวิวสุดสวย

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี
ปลายเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม
“สะพานสึเท็นเคียว” จุดชมวิวสวยที่ได้รับความนิยมสูง
“สะพานสึเท็นเคียว” จุดชมวิวสวยที่ได้รับความนิยมสูง

6. สวนอุเอโนะองชิ

สวนอุเอโนะที่ตั้งอยู่ในเขตไทโต โตเกียว มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “สวนอุเอโนะองชิ”
เป็นสวนสาธารณะภายใต้การดูแลของสำนักก่อสร้างกรุงโตเกียว มีพื้นที่กว้าง 530,000 ตารางเมตร เป็นสวนขนาดใหญ่ที่มีประวัติยาวนาน
ประกอบด้วยภูเขาอุเอโนะและสระชิโนบาสุ มีทั้งพรรณไม้หลากหลายและภูมิทัศน์ริมน้ำ จนกลายเป็นโอเอซิสกลางเมือง
ที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวตัวแทนของโตเกียว และในฤดูใบไม้ผลิก็มีนักท่องเที่ยวจากทั้งในและต่างประเทศมาเยือนในฐานะแหล่งชมซากุระชื่อดัง
นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสี โดยอีกหนึ่งไฮไลต์คือการได้เห็นจุดท่องเที่ยวภายในสวนเข้ากับสีสันของฤดูใบไม้ร่วงอย่างลงตัว

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี
ปลายเดือนพฤศจิกายน–กลางเดือนธันวาคม
มาสนุกกับการเดินชมใบไม้เปลี่ยนสีในสวนอุเอโนะช่วงฤดูใบไม้ร่วงกัน
มาสนุกกับการเดินชมใบไม้เปลี่ยนสีในสวนอุเอโนะช่วงฤดูใบไม้ร่วงกัน

7. สวนฮามะริคิวองชิ

สวนฮามะริคิวองชิ เดิมในสมัยเอโดะเรียกว่า “ฮามะโกะเท็น” และเคยเป็นคฤหาสน์พักผ่อนของตระกูลโชกุนโทกุงาวะ ต่อมาจึงกลายเป็นพระราชวังพักแรมของราชวงศ์ และตั้งแต่ปี 1945 เป็นต้นมาจึงถูกมอบให้กรุงโตเกียวและเปิดให้ประชาชนเข้าชม
“สระน้ำชิโออิริ” ซึ่งรับน้ำทะเลเข้ามา จะเปลี่ยนบรรยากาศของสระตามจังหวะน้ำขึ้นน้ำลง ภายในสระยังมีโรงน้ำชา และการนั่งจิบมัตฉะที่นี่ก็เป็นประสบการณ์ที่มีเสน่ห์น่าลอง
ในฤดูใบไม้ร่วง ยังสามารถชมสวนที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสีได้จากโรงน้ำชาอีกด้วย

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี
ปลายเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม
สวนฮามะริคิวองชิที่ย้อมด้วยสีของใบไม้เปลี่ยนสี
สวนฮามะริคิวองชิที่ย้อมด้วยสีของใบไม้เปลี่ยนสี

8. ชินจูกุเกียวเอ็น

ชินจูกุเกียวเอ็นมีรากฐานมาจากที่ดินคฤหาสน์ของชนชั้นซามูไรในสมัยเอโดะ ก่อนจะถือกำเนิดเป็นสวนของราชวงศ์ในปี 1906 และภายหลังเปิดให้ประชาชนเข้าชม
สวนขนาดใหญ่แห่งนี้ประกอบด้วยสวน 3 รูปแบบ ได้แก่ สวนญี่ปุ่น สวนเรขาคณิต และสวนภูมิทัศน์ จนได้รับการยกย่องว่าเป็นสวนตะวันตกสมัยใหม่ชั้นเลิศ
เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง สวนแต่ละส่วนจะถูกแต่งแต้มด้วยใบไม้เปลี่ยนสี ทำให้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ฤดูใบไม้ร่วงที่แตกต่างกันในแต่ละโซน
แนวต้นแพลตานัสในสวนเรขาคณิตที่ต้นไม้เปลี่ยนเป็นสีทองและมีพรมใบไม้ร่วงปกคลุมพื้น เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมอย่างมาก

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี
กลางเดือนพฤศจิกายน–กลางเดือนธันวาคม
นอกจากแนวต้นแพลตานัสแล้ว ยังมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่น่าสนใจอีกมากมาย
นอกจากแนวต้นแพลตานัสแล้ว ยังมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่น่าสนใจอีกมากมาย

9. สวนโยโยงิ

สวนโยโยงิมีพื้นที่กว้าง 544,711.27 ตารางเมตร และเต็มไปด้วยทัศนียภาพของน้ำและต้นไม้อันอุดมสมบูรณ์ จนแทบไม่น่าเชื่อว่าอยู่ใจกลางเมือง
ภายในสวนแบ่งเป็น 2 โซนโดยมีถนนคั่นกลาง คือโซนป่าทางเหนือ และโซนลานกว้างทางใต้ที่มีเวทีกลางแจ้งและสนามกีฬา
มีต้นไม้ใบกว้าง 6 ชนิด เช่น เซลโคว่าและแปะก๊วย รวมประมาณ 1,300 ต้น จึงสามารถเพลิดเพลินกับการเดินชมใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงได้
ภาพต้นแปะก๊วยสีทองเรียงรายอยู่บนพรมใบไม้ร่วงเป็นทิวทัศน์สวยงามที่ไม่ควรพลาด

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี
ต้นเดือนพฤศจิกายน–กลางเดือนธันวาคม
ความตัดกันระหว่างแปะก๊วยกับใบไม้ร่วงนั้นสวยงามมาก
ความตัดกันระหว่างแปะก๊วยกับใบไม้ร่วงนั้นสวยงามมาก

10. สวนอิโนะคาชิระองชิ

สวนอิโนะคาชิระองชิที่คร่อมอยู่ระหว่างเมืองมุซาชิโนะและเมืองมิตากะในโตเกียว เป็นสวนเก่าแก่ที่เปิดในปี 1917 ในฐานะสวนองชิแห่งแรกของญี่ปุ่น และครบรอบ 100 ปีในปี 2017
พื้นที่ประมาณ 380,000 ตารางเมตร หรือราว 9 เท่าของโตเกียวโดม แบ่งออกเป็น 4 โซน ได้แก่ บริเวณสระอิโนะคาชิระ โกเท็นยามะ สวนนิชิ และสวนที่สอง
มีทั้งสนามเบสบอล เวทีกลางแจ้ง ท่าเรือพายเรือ รวมถึงพิพิธภัณฑ์จิบลิมิตากะโนะโมริ จึงเป็นจุดที่มีผู้คนมาเยือนมากมายทั้งเพื่อร่วมกิจกรรมและท่องเที่ยว
ในฤดูใบไม้ร่วง ต้นอิโรฮะโมมิจิ แปะก๊วย และเซลโคว่าจะเปลี่ยนสีสะท้อนลงบนผิวน้ำของ “สระอิโนะคาชิระ” เกิดเป็นภาพที่งดงาม

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี
กลางเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม
ใบไม้เปลี่ยนสีสะท้อนบนผิวน้ำของสระอิโนะคาชิระ
ใบไม้เปลี่ยนสีสะท้อนบนผิวน้ำของสระอิโนะคาชิระ

11. สวนมิสึโมโตะ

สวนมิสึโมโตะเป็นสวนที่สร้างเลียบโคอาอิดาเมะ และมีทิวทัศน์แบบเมืองริมน้ำที่สวยงาม
ภายในสวนกว้างประมาณ 96 เฮกตาร์ มีทั้งแนวต้นป็อปลาร์และป่าเมตาเซควาญา เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินเล่นสบายๆ พร้อมอาบป่าไปด้วย
ในฤดูใบไม้ร่วง คุณสามารถนั่งม้านั่งและชมทิวทัศน์ริมน้ำที่เรียงรายด้วยต้นไม้เปลี่ยนสีได้อย่างช้าๆ
เป็นจุดที่เหมาะสำหรับผู้ที่อยากเดินชมใบไม้เปลี่ยนสีแบบไม่เร่งรีบ

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี
กลางเดือนพฤศจิกายน–กลางเดือนธันวาคม
ป่าเมตาเซควาญาที่เปลี่ยนสีอย่างงดงาม
ป่าเมตาเซควาญาที่เปลี่ยนสีอย่างงดงาม

12. สวนคินุตะ

สวนคินุตะเป็นสวนที่ใช้ประโยชน์จากภูมิประเทศธรรมชาติ ประกอบด้วยลานสนามหญ้าและพื้นที่ป่าไม้
โซนแฟมิลีพาร์กเป็นลานสนามหญ้าที่มีเนินลาดอ่อนๆ และในฤดูใบไม้ผลิจะมีซากุระประมาณ 840 ต้นบานสะพรั่งรอบบริเวณนี้
ด้วยความที่มีต้นเซลโคว่า แปะก๊วย และเมเปิลราว 1,000 ต้น จึงสามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ในฤดูใบไม้ร่วง
ภาพต้นไม้ที่เปลี่ยนเป็นสีแดงและสีเหลืองตัดกับพรมใบไม้ที่ปกคลุมทั่วพื้นน่าจะทำให้คุณสัมผัสเสน่ห์ของฤดูใบไม้ร่วงได้อย่างเต็มที่

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี
ปลายเดือนพฤศจิกายน–กลางเดือนธันวาคม
สวนคินุตะที่ให้ความรู้สึกของฤดูใบไม้ร่วงได้อย่างเต็มเปี่ยม
©️ มูลนิธิสวนสาธารณะแห่งกรุงโตเกียว สวนคินุตะที่ให้ความรู้สึกของฤดูใบไม้ร่วงได้อย่างเต็มเปี่ยม

13. สวนฮิบิยะ

สวนสไตล์ตะวันตกที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น เปิดให้บริการในปี 1903 บนพื้นที่กว้าง 16 เฮกตาร์ เต็มไปด้วยต้นไม้ สนามหญ้า และดอกไม้สีสันสดใส จึงเป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมกลางย่านธุรกิจ
สัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของสวนฮิบิยะคือ “น้ำพุใหญ่” ซึ่งสามารถชมการแสดง 24 รูปแบบได้ตั้งแต่ 08:00–21:00 โดยวนรอบทุก 28 นาที
ภายในสวนมีไม้เปลี่ยนสีมากมาย เช่น แปะก๊วยและเมเปิล ทำให้เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้ทั่วสวนจะค่อยๆ เปลี่ยนสี
บริเวณน้ำพุที่เก่าแก่เป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่นและรอบสระคุโมงาตะ จะได้สัมผัสทิวทัศน์ฤดูใบไม้ร่วงที่เปี่ยมด้วยบรรยากาศเฉพาะตัว

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี
ปลายเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม
สระคุโมงาตะที่แต่งแต้มด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี
สระคุโมงาตะที่แต่งแต้มด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี

14. สวนชิบะ

เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ได้รับการกำหนดให้เป็นสวนสาธารณะแห่งแรกของญี่ปุ่นในปี 1873
เสน่ห์สำคัญที่สุดของใบไม้เปลี่ยนสีที่สวนชิบะคือทิวทัศน์ของเมเปิลและแปะก๊วยที่เปลี่ยนสีโดยมีโตเกียวทาวเวอร์เป็นฉากหลัง
ภายในสวน ต้นไม้สีแดงและเหลืองผสานกับวัดศาลเจ้าเก่าแก่และพื้นที่สีเขียวได้อย่างลงตัว ทำให้เพลิดเพลินกับบรรยากาศสงบจนแทบไม่เชื่อว่าอยู่ในเมืองใหญ่
โดยเฉพาะ “โมมิจิดานิ” หุบเขาจำลองที่มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งมีทั้งโขดหิน กลุ่มต้นไม้ และน้ำตกอย่างอลังการ เหมาะสำหรับการเดินเล่นมาก

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี
ปลายเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม
“โมมิจิดานิ” ในฤดูใบไม้ร่วง มองโตเกียวทาวเวอร์ผ่านใบไม้แดงสดที่ปกคลุมเต็มท้องฟ้า
“โมมิจิดานิ” ในฤดูใบไม้ร่วง มองโตเกียวทาวเวอร์ผ่านใบไม้แดงสดที่ปกคลุมเต็มท้องฟ้า

15. สวนคิโยสุมิ

สวนคิโยสุมิเป็นสวนญี่ปุ่นแบบเดินชมรอบที่มีองค์ประกอบหลักเป็นสระน้ำ เนินจำลอง และสวนหินแห้ง
เสน่ห์ของใบไม้เปลี่ยนสีที่สวนคิโยสุมิคือความงามของเมเปิลและแปะก๊วยที่สะท้อนบนผิวน้ำ อันเป็นเอกลักษณ์ของสวนแบบเดินชมรอบรอบสระ
โดยเฉพาะบริเวณโออิเซ็นซุย สีแดงและเหลืองจะกลมกลืนกับการจัดวางหินและต้นไม้เก่าแก่ ให้ได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ฤดูใบไม้ร่วงที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์
อีกหนึ่งไฮไลต์คือการเดินช้าๆ ภายในสวนและค่อยๆ สัมผัสความงามของใบไม้เปลี่ยนสีที่แตกต่างกันไปในแต่ละมุม

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี
ปลายเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม
ฤดูใบไม้ร่วงของสวนคิโยสุมิ ใบไม้เปลี่ยนสีของต้นฮาเซะและศาลเรียวเท
ฤดูใบไม้ร่วงของสวนคิโยสุมิ ใบไม้เปลี่ยนสีของต้นฮาเซะและศาลเรียวเท

5 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ให้คุณดื่มด่ำกับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของโตเกียว

โตเกียวไม่ได้มีแค่จุดที่แวะชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ง่ายๆ เท่านั้น บางแห่งยังเปิดโอกาสให้ใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติได้เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นภูเขา หุบเขาที่แต่งแต้มสีสัน หรือทะเลสาบที่รายล้อมด้วยใบไม้เปลี่ยนสี
จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี 5 แห่งต่อไปนี้ เหมาะกับการเผื่อเวลาเที่ยวให้มากหน่อยเพื่อค่อยๆ ซึมซับบรรยากาศ

1. ภูเขาทาคาโอะ

ภูเขาทาคาโอะเป็นภูเขาสูง 599 เมตร ตั้งอยู่ในเมืองฮาจิโอจิ กรุงโตเกียว
เดินทางสะดวกและได้รับความนิยมในฐานะภูเขาที่ขึ้นได้ง่ายแบบมาเที่ยวสบายๆ
มีผู้คนหลากหลายตั้งแต่ครอบครัวที่มีเด็กเล็กไปจนถึงผู้สูงอายุมาเยือน โดยมีผู้มาเยือนประมาณ 3 ล้านคนต่อปี และยังมีชื่อเสียงว่าเป็นจุดปีนเขาที่มีจำนวนนักปีนเขามากที่สุดในโลก
ที่นี่ยังเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีของโตเกียว และเมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วงจะได้เห็นทิวทัศน์หลากสีที่ผสมผสานระหว่างแดง เหลือง และเขียว
มีเส้นทางเดินเขาที่ระดับความยากไม่สูง จึงแม้แต่มือใหม่ก็สามารถเพลิดเพลินกับการเดินชมใบไม้เปลี่ยนสีได้

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี
กลางเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม
“ภูเขาทาคาโอะ” ที่เหมาะกับการเดินชมใบไม้เปลี่ยนสีแบบสบายๆ
“ภูเขาทาคาโอะ” ที่เหมาะกับการเดินชมใบไม้เปลี่ยนสีแบบสบายๆ

2. พิพิธภัณฑ์ป่าพื้นถิ่นเมืองฟุจู

ที่นี่นำเสนอประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตพื้นบ้าน และธรรมชาติของเมืองฟุจูทางตะวันตกของโตเกียว บนพื้นที่ประมาณ 140,000 ตารางเมตร นอกจากอาคารพิพิธภัณฑ์หลักแล้ว ยังมีบ้านชาวนาแบบโบราณ ทาวน์เฮาส์ และอาคารประวัติศาสตร์จัดวางอยู่ภายในบริเวณ
ในพื้นที่กว้างขวางมีทั้งต้นไม้และดอกไม้มากมาย รวมถึงไม้ใบกว้างจำนวนมาก จึงสามารถเพลิดเพลินกับใบไม้เปลี่ยนสีสวยงามในฤดูใบไม้ร่วงได้อย่างเต็มที่
โดยเฉพาะ “น้ำตกโมมิจิ” ที่มีต้นเมเปิลนับไม่ถ้วนล้อมรอบน้ำตก เป็นจุดถ่ายรูปชั้นเยี่ยม

หลังจากชมใบไม้เปลี่ยนสีทั่วบริเวณแล้ว ลองแวะพักจิบน้ำชาที่ห้องชาดู
อาคารแบบสุกิยะสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมเปิดโอกาสให้ลองประสบการณ์ชงมัตฉะได้
การได้จิบชาพร้อมชมต้นไม้ที่กำลังเปลี่ยนสีคือช่วงเวลาแสนสุขอย่างแท้จริง

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี
กลางเดือนพฤศจิกายน–ปลายเดือนพฤศจิกายน
พักจิบชา ท่ามกลางสวนที่อบอวลด้วยบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วง
พักจิบชา ท่ามกลางสวนที่อบอวลด้วยบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วง

3. หุบเขาอากิกาวะ

“หุบเขาอากิกาวะ” มีความยาวประมาณ 20 กิโลเมตร ต่อเนื่องตั้งแต่เมืองอากิรุโนะไปจนถึงหมู่บ้านฮิโนฮาระ
อยู่ห่างจากใจกลางเมืองไปทางตะวันตกราว 1 ชั่วโมง และเต็มไปด้วยธรรมชาติอุดมสมบูรณ์จนแทบไม่เชื่อว่าเป็นโตเกียว
มีการจัดเตรียมทั้งเส้นทางเดิน จุดบาร์บีคิว และที่พัก จึงได้รับความนิยมในฐานะสถานที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ง่ายๆ
เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้จะเปลี่ยนเป็นสีสดใส และสามารถเพลิดเพลินกับหุบเขาที่แต่งแต้มด้วยสีแดงและเหลืองได้
วิวหุบเขาที่ย้อมด้วยสีสันอันอุดมสมบูรณ์เมื่อมองจาก “สะพานอิชิบุเนะบาชิ” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ “หุบเขาอากิกาวะ” นั้นงดงามมาก

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี
กลางเดือนพฤศจิกายน–ปลายเดือนพฤศจิกายน
“สะพานอิชิบุเนะบาชิ” จุดชมวิวสวยงามตระการตา
“สะพานอิชิบุเนะบาชิ” จุดชมวิวสวยงามตระการตา

4. ทะเลสาบโอคุทามะ

“ทะเลสาบโอคุทามะ” ตั้งอยู่คร่อมระหว่างโตเกียวและยามานาชิ เป็นทะเลสาบเทียมที่เกิดจากการกั้นต้นน้ำของแม่น้ำทามะ และถือเป็นเขื่อนประปาที่มีความจุน้ำขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น
บริเวณรอบ “ทะเลสาบโอคุทามะ” ได้รับการกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติจิจิบุทามะไค จึงมีธรรมชาติยิ่งใหญ่รายล้อมด้วยขุนเขา
ในฤดูใบไม้ร่วง ภูเขาโดยรอบจะค่อยๆ เปลี่ยนสี และสามารถชมภาพใบไม้สะท้อนบนผิวน้ำได้อย่างงดงาม
ความแตกต่างของสีสันและบรรยากาศของแต่ละภูเขาก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์เช่นกัน
ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกิจกรรมและออนเซ็นที่ครบครัน จึงสามารถมาเที่ยวพักผ่อนรับบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วงได้จากใจกลางโตเกียวในเวลาราว 2 ชั่วโมง

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี
ปลายเดือนตุลาคม–กลางเดือนพฤศจิกายน
“สะพานถังเหล็ก” ของขึ้นชื่อแห่งทะเลสาบโอคุทามะกับใบไม้เปลี่ยนสี
“สะพานถังเหล็ก” ของขึ้นชื่อแห่งทะเลสาบโอคุทามะกับใบไม้เปลี่ยนสี

5. หุบเขามิตาเกะ

“หุบเขามิตาเกะ” ตั้งอยู่ในเมืองโอเมะ กรุงโตเกียว เป็นหุบเขาที่เกิดจากต้นน้ำของแม่น้ำทามะ
เป็นจุดที่สามารถชมความงามอลังการของหุบเขา ซึ่งเกิดจากการผสานกันของสายน้ำใสที่ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 100 แหล่งน้ำชื่อดังของญี่ปุ่น หินรูปร่างแปลกตา และต้นไม้โดยรอบ
หากเดินตาม “ทางเดินเลียบริมธารมิตาเกะ” ที่ทอดยาวประมาณ 4 กิโลเมตร โดยเริ่มจากสถานีมิตาเกะของ JR ก็จะได้เพลิดเพลินกับความงามของหุบเขาแบบสบายๆ พร้อมแวะเที่ยวพิพิธภัณฑ์ศิลปะเกียกุโด โรงสาเกซาวาโนะอิ และโรงสาเกโอะซาวะได้ด้วย
ความงามยิ่งใหญ่ของหุบเขาจะสวยยิ่งขึ้นในฤดูใบไม้ร่วง โดยสองฝั่งแม่น้ำจะถูกแต่งแต้มด้วยคาเอเดะ แปะก๊วย และเซลโคว่า

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี
กลางเดือนพฤศจิกายน–ปลายเดือนพฤศจิกายน
“หุบเขามิตาเกะ” ในฤดูใบไม้ร่วงที่ความงามอันยิ่งใหญ่ยิ่งโดดเด่นขึ้น
“หุบเขามิตาเกะ” ในฤดูใบไม้ร่วงที่ความงามอันยิ่งใหญ่ยิ่งโดดเด่นขึ้น

“นิกโกะ” 1 ใน 3 แหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีชั้นนำของญี่ปุ่น เที่ยวไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียวได้

ถ้าอยากขยับออกไปไกลจากโตเกียวอีกหน่อยเพื่อชมใบไม้เปลี่ยนสี เราขอแนะนำ “นิกโกะ” ในจังหวัดโทจิงิ
ที่นี่เป็นที่รู้จักในฐานะ “1 ใน 3 แหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีชั้นนำของญี่ปุ่น” และมีจุดสวยให้ชมมากมาย เช่น “อิโรฮะซากะ” ที่มองเห็นใบไม้เปลี่ยนสีแผ่กว้างตามเชิงเขาจากในรถ, “ทะเลสาบชูเซ็นจิ” จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีชั้นนำของภูมิภาคคันโต และ “ศาลเจ้านิกโก้โทโชกู” ที่ให้เดินชมใบไม้เปลี่ยนสีท่ามกลางบรรยากาศสง่างาม
หากใช้รถไฟชินคันเซ็นสายโทโฮคุ จะเดินทางจากสถานีโตเกียวได้ในเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จึงเหมาะสำหรับเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับด้วย
นิกโกะยังมีแหล่งออนเซ็นมากมาย หากจะพักค้างในเรียวกังที่มีอ่างอาบน้ำกลางแจ้งพร้อมวิวใบไม้เปลี่ยนสีก็น่าสนใจไม่น้อย

“อิโรฮะซากะ” ที่เพลิดเพลินกับใบไม้เปลี่ยนสีได้แม้ระหว่างขับรถ
“อิโรฮะซากะ” ที่เพลิดเพลินกับใบไม้เปลี่ยนสีได้แม้ระหว่างขับรถ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับใบไม้เปลี่ยนสีในโตเกียว

Q

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสีของโตเกียวคือเมื่อไร?

A

โดยทั่วไปช่วงที่สวยที่สุดคือปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนธันวาคม

Q

ช่วยแนะนำจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีใกล้โตเกียวหน่อย

A

ขอแนะนำ “นิกโกะ” ในจังหวัดโทจิงิ ซึ่งได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 3 แหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีชั้นนำของญี่ปุ่น โดยมีจุดดังๆ รวมอยู่มากมาย เช่น “ทะเลสาบชูเซ็นจิ” ที่เป็นแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีชื่อดังของคันโต

Q

ในโตเกียวมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีท่ามกลางธรรมชาติไหม?

A

มี หากเดินทางจากใจกลางโตเกียวไปทางตะวันตกราว 1–2 ชั่วโมง ก็สามารถเพลิดเพลินกับใบไม้เปลี่ยนสีในสถานที่ที่อุดมด้วยธรรมชาติ เช่น “ภูเขาทาคาโอะ” และ “ทะเลสาบโอคุทามะ” ได้

บทสรุป

เราได้พาคุณไปรู้จักเสน่ห์ของใบไม้เปลี่ยนสีในโตเกียวและแหล่งชมยอดนิยมต่างๆ กันแล้ว
หลายคนอาจนึกไม่ถึงว่าในโตเกียวเองก็มีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีอยู่มากมาย
เดินทางก็สะดวก แถมระยะห่างระหว่างแต่ละจุดก็ไม่ไกลนัก จึงเป็นเสน่ห์แบบฉบับโตเกียวที่สามารถเที่ยวชมหลายแห่งได้ในวันเดียว ลองใช้บทความนี้เป็นแนวทาง แล้วออกไปเดินเล่นในโตเกียวช่วงฤดูใบไม้ร่วงกัน