คู่มือชมใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่นที่ควรอ่านก่อนออกเดินทาง

คู่มือชมใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่นที่ควรอ่านก่อนออกเดินทาง

อัปเดต :
เขียนโดย:  GOOD LUCK TRIP

พอเข้าฤดูใบไม้ร่วง ญี่ปุ่นก็มีเสน่ห์ขึ้นมาอีกแบบด้วยสีสันของใบไม้ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปทั่วหลายภูมิภาค
มีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสวย ๆ อยู่มากมาย จนหลายคนอาจลังเลว่าจะไปชมที่ไหนดี
เพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เราจะพาไปรู้จัก “3 สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีชั้นนำของญี่ปุ่น” รวมถึงแนะนำจุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยมในแต่ละภูมิภาค ภูมิภาคละ 3 แห่งที่คัดมาแล้ว

เสน่ห์ของใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่น

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในต่างประเทศหลายแห่งมักเห็นเด่นชัดเพียงสีเดียว เช่น สีเหลืองหรือสีแดง แต่ในญี่ปุ่น เวลาออกไปชมจริง ๆ จะได้เห็นทั้งสีแดง สีเหลือง และสีเขียวอยู่ร่วมกันในภาพเดียว
ความหลากหลายของสีสันนี้คือเสน่ห์สำคัญของใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่น
นอกจากนี้ ยังมีทิวทัศน์อันงดงามที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างใบไม้เปลี่ยนสีกับวัด ศาลเจ้า และสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์
อีกทั้งยังสามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ในหลายบรรยากาศ ไม่ว่าจะเป็นแช่ออนเซ็นพร้อมชมวิว หรือมองจากกระเช้าลอยฟ้า ซึ่งนี่เองคือความเพลิดเพลินเฉพาะตัวของการชมใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่น

ใบไม้เปลี่ยนสีของญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยสีสัน
ใบไม้เปลี่ยนสีของญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยสีสัน

ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ดีที่สุดในแต่ละภูมิภาคของญี่ปุ่น

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การชมใบไม้เปลี่ยนสีจะแตกต่างกันไปตามภูมิภาค จึงควรเช็กข้อมูลล่วงหน้าก่อนออกเดินทางไปยังจุดชมต่าง ๆ
สามารถดูช่วงเวลาที่เหมาะสมของแต่ละภูมิภาคในญี่ปุ่นได้จากตารางด้านล่าง

ฮอกไกโด
ปลายเดือนกันยายน–ปลายเดือนตุลาคม
(ทั่วฮอกไกโด)
โทโฮคุ
ปลายเดือนกันยายน–กลางเดือนพฤศจิกายน
(จังหวัดอาโอโมริ จังหวัดอาคิตะ จังหวัดอิวาเตะ จังหวัดมิยางิ จังหวัดยามางาตะ จังหวัดฟุกุชิมะ)
คันโต
ต้นเดือนตุลาคม–ต้นเดือนธันวาคม
(จังหวัดอิบารากิ จังหวัดโทจิงิ จังหวัดกุนมะ จังหวัดไซตามะ จังหวัดชิบะ กรุงโตเกียว จังหวัดคานางาวะ)
ชูบุ
ปลายเดือนกันยายน–ต้นเดือนธันวาคม
(จังหวัดยามานาชิ จังหวัดนากาโนะ จังหวัดกิฟุ จังหวัดชิซูโอกะ จังหวัดไอจิ)
โฮคุริคุ
กลางเดือนตุลาคม–ต้นเดือนธันวาคม
(จังหวัดนีงาตะ จังหวัดโทยามะ จังหวัดอิชิกาวะ จังหวัดฟุกุอิ)
คันไซ
กลางเดือนตุลาคม–ต้นเดือนธันวาคม
(จังหวัดโอซาก้า จังหวัดเกียวโต จังหวัดเฮียวโงะ จังหวัดชิงะ จังหวัดนารา จังหวัดวากายามะ จังหวัดมิเอะ)
ชูโกกุ
กลางเดือนตุลาคม–ปลายเดือนพฤศจิกายน
(จังหวัดทตโตริ จังหวัดชิมาเนะ จังหวัดโอกายามะ จังหวัดฮิโรชิมะ จังหวัดยามากุจิ)
ชิโกกุ
ต้นเดือนตุลาคม–ปลายเดือนพฤศจิกายน
(จังหวัดโทคุชิมะ จังหวัดคางาวะ จังหวัดเอฮิเมะ จังหวัดโคจิ)
คิวชู
ปลายเดือนตุลาคม–ต้นเดือนธันวาคม
(จังหวัดฟุกุโอกะ จังหวัดซางะ จังหวัดนางาซากิ จังหวัดโออิตะ จังหวัดคุมาโมโตะ จังหวัดมิยาซากิ จังหวัดคาโงชิมะ)

※ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและแต่ละสถานที่ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในแต่ละปีอาจคลาดเคลื่อนจากข้อมูลเฉลี่ยที่ระบุไว้ในตาราง

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีทั่วญี่ปุ่น

เราได้สรุปช่วงเวลาที่เหมาะแก่การชมใบไม้เปลี่ยนสีของสถานที่ต่าง ๆ ไว้ในแผนที่ด้านล่างแล้ว ลองใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนได้เลย
แม้อยู่ในภูมิภาคเดียวกัน ช่วงเวลาที่ดีที่สุดก็อาจต่างกันไปตามแต่ละจุด ควรตรวจสอบข้อมูลของแต่ละสถานที่เพิ่มเติม

แผนที่จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีทั่วญี่ปุ่น
แผนที่จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีทั่วญี่ปุ่น

เว็บไซต์ที่เช็กข้อมูลใบไม้เปลี่ยนสีแบบเรียลไทม์ได้

หากอยากทราบสถานะการเปลี่ยนสีของใบไม้แบบเรียลไทม์ ลองดูเว็บไซต์ด้านล่าง ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของบริษัทข้อมูลสภาพอากาศในญี่ปุ่นและสมาคมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นที่เผยแพร่ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี

หากจะชมใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่น ต้องรู้จัก “3 สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีชั้นนำของญี่ปุ่น”

ในบรรดาจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีมากมายทั่วญี่ปุ่น เราขอหยิบ “3 สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีชั้นนำของญี่ปุ่น” ที่มีชื่อเสียงเป็นพิเศษมาแนะนำ
หากเป้าหมายหลักของการท่องเที่ยวคือการชมใบไม้เปลี่ยนสี อย่างน้อยควรไปเยือนสัก 1 แห่งจากทั้ง 3 แห่งนี้

1. 【เกียวโต】อาราชิยามะ

อาราชิยามะ (Arashiyama) ในเกียวโต เป็นสถานที่ที่สามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ซึ่งผสานสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์เข้ากับใบไม้เปลี่ยนสีได้อย่างลงตัว
มีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีมากมายที่ให้สัมผัสบรรยากาศแบบญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นสวนญี่ปุ่นกับภูเขาที่เปลี่ยนสี หรือสวนหินที่จัดอย่างเป็นระเบียบกับใบไม้แดง
โดยเฉพาะวัดเท็นริวจิและวัดเรียวอันจิที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโก รวมถึงสะพานโทเก็ตสึเคียวซึ่งเป็นจุดชมวิวชื่อดังประจำอาราชิยามะ ล้วนเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยม

ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศแบบญี่ปุ่น อาราชิยามะคือคำตอบ
ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศแบบญี่ปุ่น อาราชิยามะคือคำตอบ

2. 【โทจิงิ】นิกโก

ในเมืองนิกโก (Nikko) ซึ่งมีพื้นที่คิดเป็น 1 ใน 4 ของทั้งจังหวัดโทจิงิ มีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยมอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นถนนอิโรฮะซากะที่สามารถขับรถชมวิวได้ ทะเลสาบชูเซ็นจิซึ่งถือเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีอันดับต้น ๆ ของคันโต และน้ำตกริวซุที่ให้ชมความงามของน้ำตกคู่กับใบไม้เปลี่ยนสี
ที่นี่ยังมีแหล่งออนเซ็นด้วย จึงแช่น้ำร้อนพร้อมชมใบไม้เปลี่ยนสีได้อีกแบบ
เพราะมีหลายจุดที่เหมาะกับการขับรถเที่ยว หากอยากชมใบไม้เปลี่ยนสีในนิกโกให้เต็มอิ่ม แนะนำให้ใช้รถเช่า

อิโรฮะซากะ จุดที่แม้แต่ระหว่างขับรถก็ยังเพลิดเพลินกับใบไม้เปลี่ยนสีได้
อิโรฮะซากะ จุดที่แม้แต่ระหว่างขับรถก็ยังเพลิดเพลินกับใบไม้เปลี่ยนสีได้

3. 【โออิตะ】ยาบาเค

ยาบาเค (Yabakei) ในเมืองนากัตสึ จังหวัดโออิตะ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นทั้ง “3 วิวใหม่ของญี่ปุ่น” “มรดกญี่ปุ่น” และ “3 ทิวทัศน์มหัศจรรย์ของญี่ปุ่น” ที่นี่คุณจะได้ชมความงามของใบไม้เปลี่ยนสีหลากสีสันตัดกับหมู่ยอดหินอย่างน่าประทับใจ
พื้นที่กว้างใหญ่แห่งนี้มีระยะเหนือ–ใต้ 32 กิโลเมตร และตะวันออก–ตะวันตก 36 กิโลเมตร เต็มไปด้วยทิวทัศน์ที่ไม่เหมือนใครจากหน้าผา ถ้ำ ลำธาร และหินรูปร่างแปลกตา
ในบรรดาจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสวย ๆ มากมาย จุดที่มีชื่อเสียงเป็นพิเศษคือจุดชมวิวฮิโตเมะฮักเคในใจกลางฟุคะยาบะเค
ทิวทัศน์มหัศจรรย์ที่มองเห็นจากจุดชมวิวแห่งนี้ เป็นภาพที่หาได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น

ใบไม้เปลี่ยนสีของฮิโตเมะฮักเค จุดห้ามพลาดเมื่อมาเยือนยาบาเค
ใบไม้เปลี่ยนสีของฮิโตเมะฮักเค จุดห้ามพลาดเมื่อมาเยือนยาบาเค

ทิวทัศน์ยิ่งใหญ่ย้อมด้วยสีแดงและเหลือง! 3 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในฮอกไกโด

ถ้าอยากเห็นธรรมชาติขนาดใหญ่ของฮอกไกโดถูกแต่งแต้มด้วยสีแดงและเหลือง ลองเริ่มจาก 3 จุดนี้ก่อน
แต่ละแห่งให้บรรยากาศต่างกัน และล้วนสะท้อนเสน่ห์ของภูมิภาคนี้ได้อย่างชัดเจน

1. ย่านออนเซ็นโจซังเค

เมืองออนเซ็นเก่าแก่แห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตมินามิ เมืองซัปโปโร ฮอกไกโด และมักถูกขนานนามว่าเป็นแหล่งพักผ่อนชานเมืองของซัปโปโร
เปิดให้บริการมานานกว่า 150 ปี และอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติชิโคตสึ-โทยะ โดยย่านออนเซ็นแผ่ขยายไปตามฝั่งแม่น้ำที่เกิดจากการกัดเซาะของแม่น้ำชิราอิและแม่น้ำโทโยฮิระ
จากสะพานโจซังเคโอฮาชิซึ่งอยู่ใจกลางย่านออนเซ็น สามารถมองเห็นวิวหุบเขาใหญ่ที่แต่งแต้มด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี และโรงแรมที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติได้อย่างเต็มตา
บริเวณใกล้เคียงยังมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีอีกหลายแห่ง จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นฐานในการตระเวนเที่ยว

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
ต้นเดือนตุลาคม–กลางเดือนตุลาคม
ทิวทัศน์สวยงามจนเรียกได้ว่าย่านออนเซ็นโจซังเคเองก็เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสี
ทิวทัศน์สวยงามจนเรียกได้ว่าย่านออนเซ็นโจซังเคเองก็เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสี

2. มหาวิทยาลัยฮอกไกโด

มหาวิทยาลัยฮอกไกโดเป็นมหาวิทยาลัยที่มีวิทยาเขตกว้างขวางและบรรยากาศปลอดโปร่งสบาย
เดินทางสะดวก สามารถเดินจากสถานีซัปโปโรเข้าไปในพื้นที่มหาวิทยาลัยได้ คนทั่วไปก็เข้าไปเดินเล่นและชมบรรยากาศได้เช่นกัน
บริเวณแนวต้นป็อปลาร์ คุณจะได้ชมต้นป็อปลาร์สูงเด่นตระหง่าน พร้อมภาพบรรยากาศกว้างใหญ่แบบดินแดนเหนือ
ส่วนถนนคิตะ 13 โจทั้งสองฝั่งเป็นแนวต้นแปะก๊วย ซึ่งในฤดูใบไม้ร่วงจะเปลี่ยนเป็นสีทองสวยงามและน่าชมมาก

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
ปลายเดือนตุลาคม–ต้นเดือนพฤศจิกายน
ใจกลางเมืองซัปโปโรมีวิทยาเขตธรรมชาติอันสวยงาม กว้างประมาณ 38 เท่าของโตเกียวโดม
ใจกลางเมืองซัปโปโรมีวิทยาเขตธรรมชาติอันสวยงาม กว้างประมาณ 38 เท่าของโตเกียวโดม

3. อุทยานแห่งชาติชิโคตสึ-โทยะ

อุทยานแห่งชาติชิโคตสึ-โทยะตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด มีพื้นที่รวมกว้างถึง 993 ตารางกิโลเมตร
ที่นี่มีทั้งทะเลสาบคาลเดราขนาดใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ ทะเลสาบโทยะและทะเลสาบชิโคตสึ และยังได้เห็นภูเขาไฟกับภูมิประเทศภูเขาไฟหลายรูปแบบ เช่น ภูเขาโยเท ภูเขาอุสุ และภูเขาทารุมาเอะ
ภายในอุทยานมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีหลายแห่ง โดยบริเวณหุบเขานรกโนโบริเบ็ตสึออนเซ็นและรอบทะเลสาบชิโคตสึเป็นจุดที่มีชื่อเสียงเป็นพิเศษ

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
กลางเดือนตุลาคม–ปลายเดือนตุลาคม
ทะเลสาบชิโคตสึและใบไม้เปลี่ยนสีโดยรอบที่ส่องประกายในแสงยามเช้า
ทะเลสาบชิโคตสึและใบไม้เปลี่ยนสีโดยรอบที่ส่องประกายในแสงยามเช้า

3 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในโทโฮคุที่ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์จนต้องตะลึง

เสน่ห์ของการชมใบไม้เปลี่ยนสีในโทโฮคุอยู่ที่ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่สัมผัสได้ชัดเจน
ภูเขาและหุบเขาที่แต่งแต้มด้วยสีสันอาจพบได้ในภูมิภาคอื่นเหมือนกัน แต่ความยิ่งใหญ่แบบชวนให้หยุดมองนั้นเป็นอีกบรรยากาศหนึ่งของโทโฮคุ
เราจึงคัดมา 3 แห่งที่ทั้งสวยงามและเต็มไปด้วยธรรมชาติอย่างน่าประทับใจ

1. 【จังหวัดอาโอโมริ】โออิราเสะเคย์ริว

แม่น้ำโออิราเสะไหลออกจากทะเลสาบโทวาดะ โดยช่วงหุบเขาระยะประมาณ 14 กิโลเมตรจากเนโนะคุจิริมทะเลสาบโทวาดะไปจนถึงยากิยามะ เรียกว่าโออิราเสะเคย์ริว (Oirase Keiryu)
สถานที่แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งทิวทัศน์พิเศษและอนุสรณ์ธรรมชาติของประเทศ ร่วมกับทะเลสาบโทวาดะ เพราะเป็นจุดชมวิวที่สามารถเพลิดเพลินกับธรรมชาติหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสายน้ำใส น้ำตกหลายรูปแบบ และโขดหินขนาดต่าง ๆ ท่ามกลางป่าไม้
ทิวทัศน์ที่ผสานน้ำตก ลำธาร และต้นไม้ที่เปลี่ยนสีอย่างกลมกลืนงดงามมาก โดยเฉพาะบริเวณซันรันโนะนางาเระ อิชิเกโดะโนะเซะ อาชูระโนะนางาเระ และทะเลสาบโทวาดะ จะได้ชมวิวสวยเฉพาะฤดูใบไม้ร่วง
ที่นี่ยังมีเส้นทางเดินธรรมชาติที่ได้รับการจัดไว้อย่างดี จึงเหมาะสำหรับเดินเล่นชมวิวด้วย

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
กลางเดือนตุลาคม–ต้นเดือนพฤศจิกายน
ทิวทัศน์งดงามที่ต้นไม้เปลี่ยนสีตัดกับสายน้ำใสอย่างลงตัว
ทิวทัศน์งดงามที่ต้นไม้เปลี่ยนสีตัดกับสายน้ำใสอย่างลงตัว

2. 【จังหวัดมิยางิ】นารุโกะเคียว

นารุโกะเคียว (Naruko-kyo) เป็นหุบเขาที่มีหน้าผาสูงชันลึกราว 100 เมตรทอดยาวต่อเนื่องประมาณ 2.5 กิโลเมตร
บนหน้าผาสีขาวที่ตัดขึ้นอย่างคมชัด มีต้นไม้ผลัดใบใบกว้างอย่างเมเปิลและมิสุนาระขึ้นหนาแน่น และเมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้เหล่านี้จะเปลี่ยนเป็นสีแดงและเหลือง สร้างทิวทัศน์งดงามราวภาพวาด
เมื่อเดินข้ามสะพานโอฟุคาซาวะที่พาดผ่านนารุโกะเคียว คุณจะได้สัมผัสทั้งความสูงของหุบเขาและวิวโดยรอบอย่างเต็มที่ เป็นจุดชมวิวที่ทั้งตื่นเต้นและโรแมนติก และถ้าโชคดีอาจได้เห็นรถไฟวิ่งผ่านหุบเขาแห่งนี้ด้วย

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
กลางเดือนตุลาคม–ต้นเดือนพฤศจิกายน
ความงามของธรรมชาติอันน่าตื่นตา กับหน้าผาสูงลึก 100 เมตรทอดยาวราว 2.5 กิโลเมตร
ความงามของธรรมชาติอันน่าตื่นตา กับหน้าผาสูงลึก 100 เมตรทอดยาวราว 2.5 กิโลเมตร

3. 【จังหวัดอาโอโมริ】ภูเขาฮักโคดะ

ภูเขาฮักโคดะ (Hakkoda-san) เป็นชื่อเรียกรวมของภูเขาหลายลูกที่ตั้งตระหง่านอยู่ทางตอนใต้ของเมืองอาโอโมริ และยังเป็นหนึ่งในภูเขา 100 ลูกชื่อดังของญี่ปุ่น
มียอดโอทาเกะสูง 1,585 เมตรเป็นยอดหลัก ส่วนภูเขาทาคาดะโอทาเกะ อิโดะดาเกะ อาคาคุระดาเกะ และอีกหลายยอดรวมเป็นฮักโคดะเหนือ ขณะที่คุชิกามิเนะและอีก 6 ยอดเรียกว่า ฮักโคดะใต้
เมื่อถึงช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ภูเขาทั้งแนวจะถูกย้อมด้วยสีสันสดใส เกิดเป็นลวดลายงดงามราวผ้าทอ
บางปีอาจมีหิมะแรกตกในช่วงปลายเดือนตุลาคม ทำให้ได้เห็นภาพใบไม้เปลี่ยนสีท่ามกลางหิมะด้วย
จากกระเช้าลอยฟ้าฮักโคดะ สามารถชมพาโนรามาใบไม้เปลี่ยนสีได้รอบทิศ 360 องศา

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
ปลายเดือนกันยายน–ปลายเดือนตุลาคม
ภูเขาฮักโคดะที่ย้อมเป็นสีแดงทั่วทั้งผืน
ภูเขาฮักโคดะที่ย้อมเป็นสีแดงทั่วทั้งผืน

เดินทางสะดวก เที่ยวสบาย! 3 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในคันโต

แม้คันโตจะมักถูกมองว่าเป็นภูมิภาคเมืองใหญ่ แต่จริง ๆ แล้วก็มีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีอยู่ไม่น้อย
อีกหนึ่งเสน่ห์คือเดินทางสะดวกจากตัวเมือง จึงแวะไปเที่ยวได้แบบสบาย ๆ

1. 【โตเกียว】ภูเขาทาคาโอะ

ภูเขาทาคาโอะ (Takao-san) เป็นภูเขาสูง 599 เมตร ตั้งอยู่ในเมืองฮาจิโอจิ กรุงโตเกียว
ด้วยการเดินทางที่สะดวกและสามารถขึ้นเขาได้ง่ายแบบไปเที่ยวชิล ๆ จึงเป็นที่นิยมมาก
ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ ต่างก็มาเยือนที่นี่ โดยมีผู้มาเยือนประมาณ 3 ล้านคนต่อปี และยังมีชื่อเสียงในฐานะภูเขาที่มีจำนวนนักเดินเขามากที่สุดในโลก
ที่นี่ยังเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีชื่อดังของโตเกียว พอถึงฤดูใบไม้ร่วงจะได้เห็นภาพสีแดง เหลือง และเขียวผสมผสานกันอย่างสวยงาม
มีเส้นทางเดินเขาที่ไม่ยาก จึงเหมาะกับผู้เริ่มต้นที่อยากสนุกกับการเดินชมใบไม้เปลี่ยนสี

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
กลางเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม
ภูเขาทาคาโอะ ที่คุณสามารถเพลิดเพลินกับการเดินชมใบไม้เปลี่ยนสีได้แบบสบาย ๆ
ภูเขาทาคาโอะ ที่คุณสามารถเพลิดเพลินกับการเดินชมใบไม้เปลี่ยนสีได้แบบสบาย ๆ

2. 【โตเกียว】เมจิจิงกูไกเอ็น

สวนชั้นนอกของเมจิจิงกู ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1926 โดยมีทั้งสนามกีฬาและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬาหลายประเภท รวมถึงธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลให้ได้เพลิดเพลิน
แนวต้นแปะก๊วยยาวประมาณ 300 เมตรที่ทอดจากถนนอาโอยามะไปยังหอภาพอนุสรณ์เซโตกุ เป็นจุดเด่นที่มีชื่อเสียง และในฤดูใบไม้ร่วงจะกลายเป็นอุโมงค์สีทองอันงดงาม
เมื่อใบไม้เปลี่ยนสีเข้าสู่ช่วงสวยที่สุด จะมีการจัดงานเทศกาลแปะก๊วยจิงกูไกเอ็น ซึ่งคุณสามารถชมแนวต้นแปะก๊วยพร้อมลิ้มลองอาหารจากทั่วญี่ปุ่นได้
พอตกค่ำ แนวต้นแปะก๊วยยังมีการประดับไฟ จึงเป็นอีกจุดที่มาเที่ยวกลางคืนก็เพลิดเพลินได้

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
กลางเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม
มีชื่อเสียงทั้งเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬาและแนวต้นแปะก๊วยอันสวยงาม
มีชื่อเสียงทั้งเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬาและแนวต้นแปะก๊วยอันสวยงาม

3. 【โตเกียว】อุทยานแห่งชาติโชวะคิเน็น

บนพื้นที่กว้างประมาณ 40 เท่าของโตเกียวโดม มีทั้งสนามหญ้า น้ำพุ สนามกีฬา สวนที่สามารถชมดอกไม้ตามฤดูกาล และสระน้ำที่มีพืชพรรณริมน้ำกระจายอยู่ทั่วบริเวณ
ภายในยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลายสำหรับเรียนรู้การอยู่ร่วมกับพืชและธรรมชาติ พร้อมทั้งมีกิจกรรมและโปรแกรมทดลองต่าง ๆ มากมาย
ที่นี่มีจุดชมใบไม้เหลืองของต้นแปะก๊วย 2 แห่ง ได้แก่ “แนวต้นแปะก๊วยคาตาไร” ที่มีต้นแปะก๊วย 98 ต้นเรียงรายยาวประมาณ 300 เมตร และบริเวณ “ริมคานาล” ที่มีต้นแปะก๊วย 106 ต้นเรียงรายยาวประมาณ 200 เมตร คุณสามารถเดินชมอุโมงค์สีทองทั้ง 2 แห่งที่มีบรรยากาศต่างกันได้อย่างสบาย ๆ

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
ปลายเดือนตุลาคม–ปลายเดือนพฤศจิกายน
อุทยานแห่งชาติที่พื้นที่กว้างใหญ่แต่งแต้มด้วยสีเขียวและดอกไม้ตามฤดูกาล
อุทยานแห่งชาติที่พื้นที่กว้างใหญ่แต่งแต้มด้วยสีเขียวและดอกไม้ตามฤดูกาล

ถ้าอยากเดินชมใบไม้เปลี่ยนสีในชูบุ ต้องที่นี่! 3 จุดยอดนิยม

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยมในภูมิภาคชูบุหลายแห่ง เหมาะกับการชมวิวไปพร้อมกับการเดินเขา
มีทั้งสถานที่สำหรับเดินเขาแบบจริงจัง และจุดที่เดินเที่ยวได้แบบสบาย ๆ จึงเหมาะแม้กับคนที่ไม่มั่นใจเรื่องกำลังมากนัก

1. 【จังหวัดนากาโนะ】คามิโคจิ

คามิโคจิ (Kamikochi) เป็นแหล่งท่องเที่ยวภูเขาที่มีทิวทัศน์งดงามจนได้รับการยกย่องทั้งในฐานะแหล่งทิวทัศน์พิเศษและอนุสรณ์ธรรมชาติพิเศษ ถือเป็นหนึ่งในจุดชมวิวภูเขาชั้นนำของญี่ปุ่น
จากเส้นทางเดินที่จัดไว้อย่างดี สามารถมองเห็นแนวภูเขาสูงระดับ 3,000 เมตร เช่น โฮทากะ ได้อย่างใกล้ชิด และยังเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นของเส้นทางปีนเขาไปยังยอดอย่างยาริงาทาเกะ จึงมีนักปีนเขาจริงจังที่สะพายเป้ใบใหญ่มากันไม่น้อย
คามิโคจิยังมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามหลายแห่ง โดยบริเวณสะพานคัปปะ รอบสระเมียวจิน และรอบสระไทโช เป็นจุดยอดนิยมเป็นพิเศษ
การได้เพลิดเพลินกับการเดินเขาอย่างเต็มรูปแบบพร้อมชมใบไม้เปลี่ยนสี คือเสน่ห์เฉพาะของคามิโคจิในฤดูใบไม้ร่วง

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
กลางเดือนตุลาคม–ปลายเดือนตุลาคม
จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยงามบริเวณคามิโคจิและรอบสระไทโช
จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยงามบริเวณคามิโคจิและรอบสระไทโช

2. 【จังหวัดไอจิ】โครังเค

โครังเค (Korankei) เป็นลำธารยาวประมาณ 1 กิโลเมตรที่เกิดจากแม่น้ำโทโมเอะ และเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานกึ่งแห่งชาติที่ราบสูงไอจิ
ตั้งแต่ภูเขาอีโมริสูง 254 เมตรลงมาตามแนวแม่น้ำ มีป่าไม้ผลัดใบใบกว้างแผ่ขยายอยู่ และเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ต้นเมเปิลประมาณ 4,000 ต้นจะพร้อมใจกันเปลี่ยนสี
เมื่อถึงช่วงสวยที่สุด จะมีการจัดงานเทศกาลใบเมเปิลโครังเค และในตอนกลางคืนสามารถเพลิดเพลินกับบรรยากาศชวนฝันจากภูเขาอีโมริที่ส่องไฟเป็นสีทอง รวมถึงเงาต้นไม้สีทองที่สะท้อนบนแม่น้ำโทโมเอะ
นอกจากนี้ยังมีจุดน่าสนใจอีกมาก เช่น สะพานโครังที่สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีของโครังเคได้รอบทิศ และทางเข้าวัดโคจะคุจิที่ถูกโอบล้อมด้วยต้นไม้สีสันดุจผ้าทอ

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
กลางเดือนพฤศจิกายน–ปลายเดือนพฤศจิกายน
ใบไม้เปลี่ยนสีของโครังเคที่ประดับไฟยามค่ำคืน
ใบไม้เปลี่ยนสีของโครังเคที่ประดับไฟยามค่ำคืน

3. 【จังหวัดนากาโนะ】เซ็นโจจิกิคาร์

เซ็นโจจิกิคาร์ (Senjojiki Cirque) เป็นหุบรูปชามที่เกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็งเมื่อประมาณ 20,000 ปีก่อน ตั้งอยู่ใต้ยอดโฮเค็นดาเกะของเทือกเขาแอลป์กลาง คร่อมเมืองโคมากาเนะและหมู่บ้านมิยาดะในจังหวัดนากาโนะ
ด้วยทิวทัศน์ยิ่งใหญ่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างน่าตื่นตาตลอดทั้ง 4 ฤดู ที่นี่จึงดึงดูดทั้งนักปีนเขาและนักท่องเที่ยวจากทั่วญี่ปุ่น
ยังเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งพืชอัลไพน์อันอุดมสมบูรณ์ และในฤดูใบไม้ร่วงสามารถชมสีสันของพืชพรรณบนภูเขาที่เปลี่ยนสีได้อย่างสวยงาม
ลองนั่งกระเช้าลอยฟ้าจูโอแอลป์โคมากาทาเกะ ชมผืนภูเขาที่แต่งแต้มด้วยสีแดง เหลือง และส้มไปทั่วทั้งลาดเขาอย่างเต็มอิ่ม

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
ปลายเดือนกันยายน–ต้นเดือนตุลาคม
กระเช้าโคมากาทาเกะที่ให้คุณเพลิดเพลินกับใบไม้เปลี่ยนสีของเซ็นโจจิกิคาร์ได้อย่างเต็มที่
กระเช้าโคมากาทาเกะที่ให้คุณเพลิดเพลินกับใบไม้เปลี่ยนสีของเซ็นโจจิกิคาร์ได้อย่างเต็มที่

แนะนำสำหรับคนที่เบื่อที่เที่ยวแบบเดิม! 3 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในโฮคุริคุ

โฮคุริคุมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่เปิดมุมมองได้หลายแบบ ทั้งนั่งรถรางและนั่งกอนโดลาชมวิว
ถ้าเริ่มอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากจุดชมแบบเดิม ๆ ลองเก็บภูมิภาคนี้ไว้ในแผนดูสักครั้ง

1. 【จังหวัดโทยามะ】หุบเขาคุโรเบะ

หุบเขาใหญ่ที่ถูกแม่น้ำคุโรเบะกัดเซาะจนลึกเป็นรูปตัว V
สายน้ำที่มีต้นกำเนิดจากภูเขาวาชิบะในตอนกลางของเทือกเขาแอลป์เหนือ ไหลผ่านระหว่างแนวเขาทาเทยามะและแนวเขาอุชิโระทาเทยามะเป็นระยะทาง 86 กิโลเมตร ลงมาตามทางลาดชันที่มีความต่างระดับสูงถึง 3,000 เมตร และการเข้าถึงหุบเขาสูงชันแห่งนี้ทำได้ด้วยรถไฟโทรกโกะเท่านั้น
ระหว่างนั่งรถไฟโทรกโกะ คุณจะได้ชมความตัดกันอย่างสวยงามของต้นไม้ 3 ประเภท ได้แก่ ไม้เขียวชอุ่ม ไม้ใบเปลี่ยนสีแดง และไม้ใบเปลี่ยนสีเหลือง
ตลอดเส้นทางยังมีจุดชมวิวอีกหลายแห่ง เช่น ซารุโทบิเคียวซึ่งเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติพิเศษ สะพานโอคุคาเนะที่พาดสูง 34 เมตรจากผิวน้ำของแม่น้ำคุโรเบะสายหลัก และหินฮิโตกุอิวะที่ธรรมชาติสร้างขึ้นอย่างน่าตื่นตา ทำให้ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ใบไม้เปลี่ยนสีเท่านั้น

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
ปลายเดือนตุลาคม–กลางเดือนพฤศจิกายน
จากรถไฟโทรกโกะสามารถชมความตัดกันอย่างงดงามของต้นไม้ 3 ชนิดได้
จากรถไฟโทรกโกะสามารถชมความตัดกันอย่างงดงามของต้นไม้ 3 ชนิดได้

2. 【จังหวัดนีงาตะ】สวนยาฮิโกะ

สวนยาฮิโกะ (Yahiko Park) มีพื้นที่กว้างราว 40,000 สึโบะ และมีจุดที่ให้สัมผัสบรรยากาศแบบญี่ปุ่นอยู่มากมาย ทั้งลำธารและน้ำตก
ภายในสวนปลูกต้นไม้นานาชนิด จึงสามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลได้
บริเวณหุบเมเปิลรอบสะพานคังเก็ตสึ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสวนยาฮิโกะ มีการปลูกไม้ใบเปลี่ยนสีและไม้ใบเหลืองหลากชนิด โดยเฉพาะต้นเมเปิลสมชื่อ
ความงดงามสดเด่นของสะพานคังเก็ตสึสีแดงชาดกับใบไม้เปลี่ยนสีเป็นภาพที่ไม่ควรพลาด
พอตกกลางคืนจะมีการประดับไฟ ทำให้ความงามยิ่งโดดเด่นขึ้นอีก

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
ปลายเดือนตุลาคม–กลางเดือนพฤศจิกายน
ใบไม้เปลี่ยนสีที่หุบเมเปิลและสะพานคังเก็ตสึยามค่ำคืน
ใบไม้เปลี่ยนสีที่หุบเมเปิลและสะพานคังเก็ตสึยามค่ำคืน

3. 【จังหวัดนีงาตะ】นาเอบะดรากอนโดลา

กอนโดลาที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น เชื่อมระหว่างที่ราบสูงนาเอบะกับที่ราบสูงทาชิโระ
กอนโดลานี้ไต่ระดับความสูงประมาณ 430 เมตร ระยะทางรวมราว 5.5 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 25 นาที ให้ความรู้สึกตื่นเต้นจากทั้งความสูงและทิวทัศน์โดยรอบ
เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้รอบกอนโดลาจะเปลี่ยนสี เกิดเป็นภาพงดงามระหว่างทะเลสาบฟุตาอิโกะสีเขียวมรกตกับผืนป่าหลากสี
จุดชมวิวเด่นของฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่เรียกว่า “เสาหมายเลข 14” ให้ประสบการณ์ราวกับกอนโดลากำลังลอยลึกเข้าไปท่ามกลางภูเขาที่แต่งแต้มด้วยสีสันของฤดูใบไม้ร่วง

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
กลางเดือนตุลาคม–ต้นเดือนพฤศจิกายน
สัมผัสทั้งความตื่นเต้นจากความต่างระดับและวิวใบไม้เปลี่ยนสีอันสวยงามได้พร้อมกัน
สัมผัสทั้งความตื่นเต้นจากความต่างระดับและวิวใบไม้เปลี่ยนสีอันสวยงามได้พร้อมกัน

สัมผัสบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วงแบบญี่ปุ่น! 3 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในคันไซ

คันไซมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีมากมายที่บรรยากาศฤดูใบไม้ร่วงแบบญี่ปุ่นเด่นชัดเป็นพิเศษ เพราะสีสันของธรรมชาติมักกลมกลืนกับสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์ได้อย่างสวยงาม
เราคัด 3 แห่งที่ให้คุณสัมผัสสุนทรียภาพแบบญี่ปุ่น เช่น ความสง่างามและความงามอันเรียบง่ายลุ่มลึก

1. 【จังหวัดเกียวโต】วัดคิโยมิสึเดระ แห่งภูเขาโอโตวะ

วัดคิโยมิสึเดระแห่งภูเขาโอโตวะ (Otowasan Kiyomizudera) ก่อตั้งขึ้นในปี 778 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโกในปี 1994
ภายในบริเวณวัดบนพื้นที่ 130,000 ตารางเมตรซึ่งแผ่ขยายอยู่บนไหล่เขาโอโตวะ มีอาคารและศิลาจารึกมากกว่า 30 แห่ง รวมถึงสมบัติแห่งชาติและทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญ
เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้ในวัดจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง ให้คุณเพลิดเพลินกับภาพการผสานกันระหว่างใบไม้เปลี่ยนสีกับสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์
จุดเด่นที่ไม่ควรพลาดคือทัศนียภาพของอาคารหลักที่มีชื่อเสียงจากสำนวน “กระโดดจากเวทีคิโยมิสึ” และเจดีย์สามชั้นสีแดงชาด ซึ่งเมื่ออยู่คู่กับใบไม้สีแดงสดแล้วงดงามอย่างยิ่ง

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
ปลายเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม
วัดมรดกโลกที่อยากแวะเมื่อมาเกียวโต
วัดมรดกโลกที่อยากแวะเมื่อมาเกียวโต

2. 【จังหวัดเกียวโต】วัดโคไดจิ

วัดนิกายเซน สังกัดสำนักเคนนินจิของนิกายรินไซ ตั้งอยู่เชิงเขาฮิกาชิยามะในเกียวโต ทางตะวันออกเฉียงเหนือของวัดโฮคันจิที่มีชื่อเสียงจากเจดีย์ยาซากะ
หลังการถึงแก่อสัญกรรมของโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ ภรรยาเอกของเขาคือเนเนะ หรือคิตะโนะมันโดโกะ ย้ายจากโอซาก้ามาพำนักที่เกียวโตและออกบวช
ต่อมาในปี 1606 เธอได้สร้างวัดโคไดจิ หรือชื่อทางการว่าโคไดโชจุเซ็นจิ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ฮิเดโยชิและใช้เป็นสถานที่ฝังศพของตนเอง วัดแห่งนี้ถือเป็นวัดสำคัญแห่งหนึ่งของย่านฮิกาชิยามะ
แม้ภายในวัดจะมีจุดน่าสนใจมากมาย เช่น ห้องชงชาที่ออกแบบโดยเซ็นโนะริคิว และสวนที่จัดโดยโคโบริเอ็นชู แต่สิ่งที่ทำให้วัดโคไดจิมีชื่อเสียงทั้งในและต่างประเทศคือใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง
สีสันไล่ระดับของต้นเมเปิลราว 1,000 ต้นนั้นงดงามตระการตา
ส่วนการประดับไฟยามค่ำคืนก็ทำให้ได้ดื่มด่ำกับความงามที่ทั้งสง่าและลึกลับ

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
กลางเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม
ที่วัดโคไดจิยามค่ำคืน คุณจะได้เพลิดเพลินกับความงามที่ทั้งสง่าและลึกลับ
ที่วัดโคไดจิยามค่ำคืน คุณจะได้เพลิดเพลินกับความงามที่ทั้งสง่าและลึกลับ

3. 【จังหวัดนารา】สวนนารา

สวนที่คุณสามารถเพลิดเพลินกับทั้งมรดกทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันล้ำค่า เช่น ศาลเจ้าคาสุงะ ไทฉะ วัดโคฟุกุจิ วัดโทไดจิ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินารา และโชโซอิน ควบคู่ไปกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่โดยรอบ
มีหลายสิ่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติ เช่น ป่าดึกดำบรรพ์คาสุงะยามะ กวางแห่งนารา ป่านางิในเขตศาลเจ้าคาสุงะ นาราโนะยาเอะซากุระแห่งจิโซคุอิน และแหล่งอาศัยของผีเสื้อรูมิสซิจิมิ
เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง สถานที่แห่งนี้จะเปลี่ยนเป็นพื้นที่ที่มรดกทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติผสานกับต้นไม้ที่เปลี่ยนสีอย่างงดงาม
เนื่องจากภายในสวนมีการปลูกต้นไม้ใบเปลี่ยนสีไว้หลายจุด การเดินเล่นไปเรื่อย ๆ แล้วหามุมโปรดของตัวเองก็เป็นอีกความสนุกหนึ่ง

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
ปลายเดือนตุลาคม–ต้นเดือนธันวาคม
สวนนาราที่ใบไม้เปลี่ยนสีและอุคิมิโดะเปล่งประกายอย่างงดงาม
สวนนาราที่ใบไม้เปลี่ยนสีและอุคิมิโดะเปล่งประกายอย่างงดงาม

เดินเล่นในบรรยากาศเงียบสงบที่แต่งแต้มด้วยใบไม้เปลี่ยนสี! 3 จุดในภูมิภาคชูโกกุ

ถ้าอยากชมใบไม้เปลี่ยนสีท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ ภูมิภาคชูโกกุก็มีหลายจุดที่น่าสนใจ
เหมาะกับการค่อย ๆ เดินเล่นและดื่มด่ำกับทิวทัศน์แบบไม่เร่งรีบ

1. 【จังหวัดฮิโรชิมะ】สวนโมมิจิดานิ

สวนโมมิจิดานิ (Momijidani Park) บนเกาะมิยาจิมะในอ่าวฮิโรชิมะ เป็นสวนที่พัฒนาเป็นทางเดินเล่นอยู่ในหุบเขาเชิงภูเขามิเซ็น
เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้ประมาณ 700 ต้นจะเปลี่ยนสีแต่งแต้มทั่วทั้งสวน
ในจำนวนนี้ 560 ต้นเป็นเมเปิลอิโรฮะ จึงได้ชมความตัดกันอันสวยงามระหว่างต้นไม้สีแดงสดกับสีเขียว
ทิวทัศน์ที่เกิดจากสะพานสีแดงสด “โมมิจิบาชิ” ตรงทางเข้าสวน และต้นเมเปิลกับต้นโมมิจิบริเวณใกล้เคียงนั้น งดงามจนเหมาะกับคำว่า “สง่างาม”

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
กลางเดือนพฤศจิกายน–ปลายเดือนพฤศจิกายน
สะพานโมมิจิบาชิที่ให้ชมทิวทัศน์อันงดงามอย่างมีเสน่ห์
สะพานโมมิจิบาชิที่ให้ชมทิวทัศน์อันงดงามอย่างมีเสน่ห์

2. 【จังหวัดฮิโรชิมะ】อิมะโคยะซัง

อิมะโคยะซัง (Imakoyasan) เป็นวัดที่ก่อตั้งขึ้นในฐานะวัดชั้นพิเศษเทียบเท่าวัดหลักของภูเขาโคยะ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพุทธศาสนานิกายชินงอนซึ่งเปิดโดยโคโบไดชิ หรือคูไค
เชื่อกันว่าสถานที่แห่งนี้ก็เปิดโดยโคโบไดชิเช่นเดียวกับภูเขาโคยะ
ในช่วงแรกเริ่มเคยมีวัดมากถึง 7 ศาลา 12 สำนักและรุ่งเรืองอย่างมาก แต่หลายแห่งสูญหายไปจากภัยพิบัติและสงคราม
ปัจจุบัน สิ่งที่ยังคงเหลืออยู่ เช่น พระประธานในหอคันนงโด และหัวสิงโตของศาลเจ้านิว ล้วนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรม
เมื่อถึงช่วงใบไม้เปลี่ยนสี บริเวณอิมะโคยะซังทั้งพื้นที่จะถูกแต่งแต้มด้วยสีสัน ให้คุณเดินเล่นท่ามกลางบรรยากาศที่วัดและธรรมชาติกลมกลืนกันอย่างงดงาม

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
ต้นเดือนพฤศจิกายน–กลางเดือนพฤศจิกายน
ทิวทัศน์งดงามที่วัดบรรยากาศสง่าและใบไม้เปลี่ยนสีกลมกลืนกันอย่างลงตัว
ทิวทัศน์งดงามที่วัดบรรยากาศสง่าและใบไม้เปลี่ยนสีกลมกลืนกันอย่างลงตัว

3. 【จังหวัดโอกายามะ】โอคุตสึเค

โอคุตสึเค (Okutsu-kei) เป็นหุบเขาตอนต้นน้ำของแม่น้ำโยชิอิ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งทิวทัศน์ของประเทศ
กลุ่มหลุมหินวงรีอุสุบุจิที่เกิดขึ้นตลอดเวลานับแสนปี จนได้รับสมญาว่า “หลุมหินอันดับหนึ่งแห่งตะวันออก”
นอกจากนี้ยังมีจุดน่าสนใจที่กระจายอยู่ทั่วไปในชื่อ “8 วิวแห่งโอคุตสึเค” ทำให้ได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์หลากหลายรูปแบบ
เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง ต้นเมเปิล เมเปิลคาเอเดะ และต้นแปะก๊วยจะเปลี่ยนสี เกิดเป็นภาพงดงามจากสีสันที่หลากหลายตัดกับภูมิประเทศอันมีเอกลักษณ์
พอตกกลางคืนจะมีการประดับไฟ ทำให้ได้สัมผัสทิวทัศน์อีกแบบที่ต่างจากตอนกลางวัน จึงเป็นจุดชมวิวที่มีความหลากหลายมาก

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
กลางเดือนตุลาคม–ต้นเดือนพฤศจิกายน
ใบไม้เปลี่ยนสีของโอคุตสึเคที่ส่องสว่างอย่างงดงามในยามค่ำคืน
ใบไม้เปลี่ยนสีของโอคุตสึเคที่ส่องสว่างอย่างงดงามในยามค่ำคืน

เพลิดเพลินกับใบไม้เปลี่ยนสีได้หลากหลายบรรยากาศ! 3 จุดในชิโกกุ

ชิโกกุเป็นภูมิภาคที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีได้หลายอารมณ์ ตั้งแต่ล่องเรือชมสวนที่ประดับไฟ ไปจนถึงมองท้องฟ้า ทะเล และสีสันของฤดูใบไม้ร่วงจากกระเช้าลอยฟ้า
ถ้าอยากลองมุมมองที่ต่างออกไป ลองดู 3 แห่งที่เรากำลังแนะนำต่อจากนี้

1. 【จังหวัดคางาวะ】สวนริตสึริน

สวนริตสึริน (Ritsurin Garden) สร้างขึ้นเป็นบ้านพักของตระกูลมัตสึไดระ เจ้าแคว้นทากามัตสึ โดยเจ้าแคว้นแต่ละรุ่นได้ช่วยกันบูรณะและต่อเติม จนแล้วเสร็จเมื่อเกือบ 300 ปีก่อน
เป็นสวนมรดกทางวัฒนธรรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งทิวทัศน์พิเศษของประเทศ และยังมีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นในบรรดาสวนประเภทนี้
สวนแห่งนี้เป็นสวนแบบเดินชมรอบ มีสระน้ำ 6 แห่งและเนินดิน 13 แห่ง จนได้รับสมญาว่า “หนึ่งก้าวหนึ่งวิว” เพราะทุกย่างก้าวจะได้เห็นทิวทัศน์ที่สวยงามแตกต่างกันไป
เมื่อถึงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี คุณยังสามารถเพลิดเพลินกับภาพใบไม้สีสดที่ประดับไฟสะท้อนบนผืนน้ำในสวนอย่างชวนฝัน
หากมาในช่วงนี้ ไม่ควรพลาด “เรือญี่ปุ่นรอบทะเลสาบใต้” ที่ให้ชมทั้งสวนและใบไม้เปลี่ยนสียามค่ำคืนจากบนเรือ

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
กลางเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม
สวนริตสึรินที่สามารถชมสวนและใบไม้เปลี่ยนสีจากบนเรือได้
สวนริตสึรินที่สามารถชมสวนและใบไม้เปลี่ยนสีจากบนเรือได้

2. 【จังหวัดคางาวะ】กระเช้าลอยฟ้าคังคะเค

คังคะเค (Kankakei) เป็นหุบเขาบนเกาะโชโดชิมะ จังหวัดคางาวะ และตั้งอยู่ใจกลางอุทยานแห่งชาติเซโตะไนไค
หินประเภทแอนดีไซต์และหินกรวดภูเขาไฟที่เกิดจากกิจกรรมภูเขาไฟเมื่อประมาณ 13 ล้านปีก่อน ได้ถูกการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกและการกัดเซาะตลอดช่วงเวลายาวนาน จนกลายเป็นทิวทัศน์อันน่าทึ่งของโขดหินและหินรูปร่างประหลาดที่ตั้งตระหง่าน
ที่นี่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 3 หุบเขาที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น หนึ่งใน 3 ทิวทัศน์มหัศจรรย์ของญี่ปุ่น หนึ่งใน 100 ทิวทัศน์ของญี่ปุ่น และยังติดอันดับ 100 ธรรมชาติญี่ปุ่นที่อยากส่งต่อให้ศตวรรษที่ 21
มีกระเช้าลอยฟ้าวิ่งผ่านหุบเขาลึก จากบนกระเช้าสามารถมองเห็นทั้งทะเลเซโตะในและหุบเขาที่ถูกย้อมด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสีได้อย่างกว้างไกล
นับเป็นกระเช้าลอยฟ้าเพียงแห่งเดียวในญี่ปุ่นที่ให้ชมท้องฟ้า ทะเล และหุบเขาใบไม้เปลี่ยนสีได้พร้อมกัน

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
ต้นเดือนพฤศจิกายน–ปลายเดือนพฤศจิกายน
วิวสุดตระการตาของท้องฟ้า ทะเล และหุบเขาจากมุมสูง! เดินเขาก็สดชื่นเช่นกัน♪
วิวสุดตระการตาของท้องฟ้า ทะเล และหุบเขาจากมุมสูง! เดินเขาก็สดชื่นเช่นกัน♪

3. 【จังหวัดเอฮิเมะ】โอมโกะเค

โอมโกะเค (Omogo-kei) เป็นหุบเขาที่แผ่ขยายอยู่เชิงเขาอิชิซึจิ และเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งทิวทัศน์ที่ได้รับการกำหนดโดยประเทศ
หนึ่งในจุดเด่นคือสายน้ำใสที่มีความโปร่งใสสูงจนมองเห็นก้นแม่น้ำได้ แม้ยืนดูจากทางเดินที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อย
ความตัดกันระหว่างสายน้ำสีเขียวมรกตกับใบไม้ที่เปลี่ยนเป็นสีแดงและเหลืองนั้นงดงามราวภาพฝัน และยังให้ความรู้สึกลึกลับน่าค้นหาอีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีจุดที่สามารถชมน้ำตกและหินรูปร่างแปลกตาได้ ทำให้ได้เห็นวิวสวยหลากหลายรูปแบบ

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
ปลายเดือนตุลาคม–กลางเดือนพฤศจิกายน
โอมโกะเค ที่ให้คุณเพลิดเพลินกับความตัดกันของสายน้ำใสสวยและใบไม้เปลี่ยนสี
โอมโกะเค ที่ให้คุณเพลิดเพลินกับความตัดกันของสายน้ำใสสวยและใบไม้เปลี่ยนสี

ถ้าอยากได้บรรยากาศคลาสสิก ต้องที่นี่! 3 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในคิวชู

คิวชูมีทั้งบรรยากาศคลาสสิกอย่างวัดกับใบไม้เปลี่ยนสี และทิวทัศน์หุบเขาที่ชวนมองเพลิน
บางแห่งยังมีภาพทั้งพื้นที่ถูกย้อมเป็นสีทองที่หาชมได้ไม่บ่อยนัก
หากคุณมีแผนเที่ยวคิวชูในฤดูใบไม้ร่วง ลองใส่สถานที่ที่แนะนำต่อไปนี้ไว้ในทริปดู

1. 【จังหวัดมิยาซากิ】ทาคาจิโฮะเคียว

ทาคาจิโฮะเคียว (Takachiho-kyo) เป็นหุบเขารูปตัว V ที่เกิดจากแม่น้ำโกคาเสะกัดเซาะลาวาที่ไหลมาจากการปะทุของภูเขาอาโสะนานนับหมื่นปี
หน้าผาสูงสุดถึง 100 เมตร และเฉลี่ยราว 80 เมตร ทอดยาวต่อเนื่องกว่า 7 กิโลเมตร เป็นทิวทัศน์ที่น่าประทับใจมาก
ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งทิวทัศน์และอนุสรณ์ธรรมชาติของประเทศ
จุดเด่นที่สุดคือ “น้ำตกมานาอิ” ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 น้ำตกชื่อดังของญี่ปุ่น
เมื่อถึงช่วงใบไม้เปลี่ยนสี บริเวณใกล้น้ำตกก็จะเต็มไปด้วยสีสัน และสามารถชมทิวทัศน์ของน้ำตกคู่กับใบไม้เปลี่ยนสีได้จากบนเรือ
นอกจากบริเวณน้ำตกมานาอิแล้ว ยังมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในส่วนอื่น ๆ อีกด้วย ลองเดินเล่นตามทางเดินทาคาจิโฮะเคียวดู

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
กลางเดือนพฤศจิกายน–ปลายเดือนพฤศจิกายน
น้ำตกมานาอิ จุดเด่นของทาคาจิโฮะเคียว กับใบไม้เปลี่ยนสีอันงดงาม
น้ำตกมานาอิ จุดเด่นของทาคาจิโฮะเคียว กับใบไม้เปลี่ยนสีอันงดงาม

2. 【จังหวัดฟุกุโอกะ】ใบไม้เปลี่ยนสีของต้นแปะก๊วยที่ไทบารุ

ป่าแปะก๊วยกว่า 100 ต้นในไร่องุ่นของเขตไทบารุ ถูกเรียกรวมว่า “ใบไม้เปลี่ยนสีของต้นแปะก๊วยที่ไทบารุ” และเมื่อถึงช่วงสวยที่สุดก็จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาเยือน
เนื่องจากป่าแปะก๊วยแห่งนี้เป็นที่ดินส่วนบุคคล และเจ้าของอนุญาตให้เข้าชมด้วยความกรุณา จึงห้ามเข้าในช่วงนอกระยะเวลาที่เปิดให้ชม
ในช่วงที่ใบไม้ร่วง จะได้เห็นภาพงดงามราวกับมีพรมสีทองปูคลุมไปทั่วทั้งพื้นที่

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
กลางเดือนพฤศจิกายน–ปลายเดือนพฤศจิกายน
ใบไม้เปลี่ยนสีของต้นแปะก๊วยที่ไทบารุ ซึ่งย้อมทัศนียภาพทั้งผืนให้เป็นสีทอง
ใบไม้เปลี่ยนสีของต้นแปะก๊วยที่ไทบารุ ซึ่งย้อมทัศนียภาพทั้งผืนให้เป็นสีทอง

3. 【จังหวัดฟุกุโอกะ】วัดโนมิยามะคันนงจิ

วัดโนมิยามะคันนงจิ (Nomiyama Kannonji) ตั้งอยู่เชิงเขาโฮโคดาเตะ และเป็นวัดชั้นพิเศษของนิกายชินงอนแห่งภูเขาโคยะ
เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ที่มีผู้มาสักการะมากกว่า 1 ล้านคนต่อปี
อีกด้านหนึ่ง ที่นี่ยังเป็นสถานที่ฝึกฝนและศึกษาของพระสงฆ์จำนวนมากด้วย
ภายในวัดมีจุดน่าสนใจหลายแห่ง เช่น รูปสลักจิโซสำหรับเด็กที่ล่วงลับมากกว่า 3,000 องค์ ไดชิโดที่ประดิษฐานโคโบไดชิ และศาลอินาริที่ประดิษฐานอินาริไดเมียวจิน
บริเวณวัดและทางเดินเข้าวัดมีต้นเมเปิลและต้นสึสึจิอย่างละประมาณ 1,000 ต้นขึ้นไป พอถึงฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้เปลี่ยนสีจะช่วยแต่งแต้มบรรยากาศอันสง่างามของสถานที่แห่งนี้
แม้จะมีจุดชมใบไม้สวยหลายแห่ง แต่ภาพของต้นโดดันสึสึจิราว 1,000 ต้นที่ปลูกอยู่ด้านหลังหอเฮียกคันนงโด ซึ่งย้อมพื้นที่โดยรอบให้แดงสดนั้น เป็นภาพที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
ปลายเดือนตุลาคม–กลางเดือนพฤศจิกายน
ลองเดินชมบริเวณวัดที่แต่งแต้มด้วยใบไม้เปลี่ยนสี แล้วสัมผัสเสน่ห์แบบญี่ปุ่น
ลองเดินชมบริเวณวัดที่แต่งแต้มด้วยใบไม้เปลี่ยนสี แล้วสัมผัสเสน่ห์แบบญี่ปุ่น

โอกินาว่าชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ไหม?

น่าเสียดายที่โอกินาว่าไม่สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยงามแบบเดียวกับพื้นที่อื่นได้
เนื่องจากสภาพภูมิอากาศไม่เอื้อต่อการเกิดใบไม้เปลี่ยนสี และชนิดของต้นไม้ก็แตกต่างจากพื้นที่แผ่นดินใหญ่ของญี่ปุ่นด้วย
หากตั้งใจจะไปชมใบไม้เปลี่ยนสี แนะนำให้เลือกจุดหมายปลายทางนอกเหนือจากโอกินาว่า

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่น

Q

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสีคือเมื่อไหร่?

A

จะแตกต่างกันไปตามภูมิภาค แต่หลายพื้นที่จะเข้าสู่ช่วงที่เหมาะแก่การชมใบไม้เปลี่ยนสีตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนธันวาคม

Q

คำว่า “โมมิจิงาริ” หมายถึงอะไร?

A

สำหรับคนที่สนใจคำนี้ “โมมิจิงาริ” หมายถึงการไปยังจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงที่สวยที่สุด เพื่อชื่นชมความงามของใบไม้เปลี่ยนสี

Q

ช่วยแนะนำสถานที่ที่มีชื่อเสียงด้านใบไม้เปลี่ยนสีหน่อย

A

ในบรรดาจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีมากมาย สถานที่ที่มีชื่อเสียงเป็นพิเศษคือ “3 สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีชั้นนำของญี่ปุ่น” ได้แก่ อาราชิยามะในเกียวโต นิกโกในโทจิงิ และยาบาเคในโออิตะ

บทสรุป

เราได้พาคุณไปรู้จักตั้งแต่เสน่ห์ของใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่น ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในแต่ละภูมิภาค ไปจนถึงจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่คัดสรรมาแยกตามพื้นที่
หากกำลังวางแผนเดินทางมาชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น ลองนำสถานที่ที่แนะนำในบทความนี้ไปใช้เป็นแกนหลักในการจัดทริปดู
น่าจะช่วยให้คุณดื่มด่ำกับเสน่ห์ของฤดูใบไม้ร่วงในญี่ปุ่นได้เต็มที่ยิ่งขึ้น