
คู่มือชมใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่นที่ควรอ่านก่อนออกเดินทาง
พอเข้าฤดูใบไม้ร่วง ญี่ปุ่นก็มีเสน่ห์ขึ้นมาอีกแบบด้วยสีสันของใบไม้ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปทั่วหลายภูมิภาค
มีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสวย ๆ อยู่มากมาย จนหลายคนอาจลังเลว่าจะไปชมที่ไหนดี
เพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เราจะพาไปรู้จัก “3 สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีชั้นนำของญี่ปุ่น” รวมถึงแนะนำจุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยมในแต่ละภูมิภาค ภูมิภาคละ 3 แห่งที่คัดมาแล้ว
เสน่ห์ของใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่น
จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในต่างประเทศหลายแห่งมักเห็นเด่นชัดเพียงสีเดียว เช่น สีเหลืองหรือสีแดง แต่ในญี่ปุ่น เวลาออกไปชมจริง ๆ จะได้เห็นทั้งสีแดง สีเหลือง และสีเขียวอยู่ร่วมกันในภาพเดียว
ความหลากหลายของสีสันนี้คือเสน่ห์สำคัญของใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่น
นอกจากนี้ ยังมีทิวทัศน์อันงดงามที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างใบไม้เปลี่ยนสีกับวัด ศาลเจ้า และสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์
อีกทั้งยังสามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ในหลายบรรยากาศ ไม่ว่าจะเป็นแช่ออนเซ็นพร้อมชมวิว หรือมองจากกระเช้าลอยฟ้า ซึ่งนี่เองคือความเพลิดเพลินเฉพาะตัวของการชมใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่น

ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ดีที่สุดในแต่ละภูมิภาคของญี่ปุ่น
ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การชมใบไม้เปลี่ยนสีจะแตกต่างกันไปตามภูมิภาค จึงควรเช็กข้อมูลล่วงหน้าก่อนออกเดินทางไปยังจุดชมต่าง ๆ
สามารถดูช่วงเวลาที่เหมาะสมของแต่ละภูมิภาคในญี่ปุ่นได้จากตารางด้านล่าง
- ฮอกไกโด
-
ปลายเดือนกันยายน–ปลายเดือนตุลาคม
(ทั่วฮอกไกโด) - โทโฮคุ
-
ปลายเดือนกันยายน–กลางเดือนพฤศจิกายน
(จังหวัดอาโอโมริ จังหวัดอาคิตะ จังหวัดอิวาเตะ จังหวัดมิยางิ จังหวัดยามางาตะ จังหวัดฟุกุชิมะ) - คันโต
-
ต้นเดือนตุลาคม–ต้นเดือนธันวาคม
(จังหวัดอิบารากิ จังหวัดโทจิงิ จังหวัดกุนมะ จังหวัดไซตามะ จังหวัดชิบะ กรุงโตเกียว จังหวัดคานางาวะ) - ชูบุ
-
ปลายเดือนกันยายน–ต้นเดือนธันวาคม
(จังหวัดยามานาชิ จังหวัดนากาโนะ จังหวัดกิฟุ จังหวัดชิซูโอกะ จังหวัดไอจิ) - โฮคุริคุ
-
กลางเดือนตุลาคม–ต้นเดือนธันวาคม
(จังหวัดนีงาตะ จังหวัดโทยามะ จังหวัดอิชิกาวะ จังหวัดฟุกุอิ) - คันไซ
-
กลางเดือนตุลาคม–ต้นเดือนธันวาคม
(จังหวัดโอซาก้า จังหวัดเกียวโต จังหวัดเฮียวโงะ จังหวัดชิงะ จังหวัดนารา จังหวัดวากายามะ จังหวัดมิเอะ) - ชูโกกุ
-
กลางเดือนตุลาคม–ปลายเดือนพฤศจิกายน
(จังหวัดทตโตริ จังหวัดชิมาเนะ จังหวัดโอกายามะ จังหวัดฮิโรชิมะ จังหวัดยามากุจิ) - ชิโกกุ
-
ต้นเดือนตุลาคม–ปลายเดือนพฤศจิกายน
(จังหวัดโทคุชิมะ จังหวัดคางาวะ จังหวัดเอฮิเมะ จังหวัดโคจิ) - คิวชู
-
ปลายเดือนตุลาคม–ต้นเดือนธันวาคม
(จังหวัดฟุกุโอกะ จังหวัดซางะ จังหวัดนางาซากิ จังหวัดโออิตะ จังหวัดคุมาโมโตะ จังหวัดมิยาซากิ จังหวัดคาโงชิมะ)
※ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและแต่ละสถานที่ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในแต่ละปีอาจคลาดเคลื่อนจากข้อมูลเฉลี่ยที่ระบุไว้ในตาราง
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีทั่วญี่ปุ่น
เราได้สรุปช่วงเวลาที่เหมาะแก่การชมใบไม้เปลี่ยนสีของสถานที่ต่าง ๆ ไว้ในแผนที่ด้านล่างแล้ว ลองใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนได้เลย
แม้อยู่ในภูมิภาคเดียวกัน ช่วงเวลาที่ดีที่สุดก็อาจต่างกันไปตามแต่ละจุด ควรตรวจสอบข้อมูลของแต่ละสถานที่เพิ่มเติม

เว็บไซต์ที่เช็กข้อมูลใบไม้เปลี่ยนสีแบบเรียลไทม์ได้
หากอยากทราบสถานะการเปลี่ยนสีของใบไม้แบบเรียลไทม์ ลองดูเว็บไซต์ด้านล่าง ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของบริษัทข้อมูลสภาพอากาศในญี่ปุ่นและสมาคมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นที่เผยแพร่ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี
หากจะชมใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่น ต้องรู้จัก “3 สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีชั้นนำของญี่ปุ่น”
ในบรรดาจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีมากมายทั่วญี่ปุ่น เราขอหยิบ “3 สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีชั้นนำของญี่ปุ่น” ที่มีชื่อเสียงเป็นพิเศษมาแนะนำ
หากเป้าหมายหลักของการท่องเที่ยวคือการชมใบไม้เปลี่ยนสี อย่างน้อยควรไปเยือนสัก 1 แห่งจากทั้ง 3 แห่งนี้
1. 【เกียวโต】อาราชิยามะ
อาราชิยามะ (Arashiyama) ในเกียวโต เป็นสถานที่ที่สามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ซึ่งผสานสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์เข้ากับใบไม้เปลี่ยนสีได้อย่างลงตัว
มีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีมากมายที่ให้สัมผัสบรรยากาศแบบญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นสวนญี่ปุ่นกับภูเขาที่เปลี่ยนสี หรือสวนหินที่จัดอย่างเป็นระเบียบกับใบไม้แดง
โดยเฉพาะวัดเท็นริวจิและวัดเรียวอันจิที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโก รวมถึงสะพานโทเก็ตสึเคียวซึ่งเป็นจุดชมวิวชื่อดังประจำอาราชิยามะ ล้วนเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยม

2. 【โทจิงิ】นิกโก
ในเมืองนิกโก (Nikko) ซึ่งมีพื้นที่คิดเป็น 1 ใน 4 ของทั้งจังหวัดโทจิงิ มีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยมอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นถนนอิโรฮะซากะที่สามารถขับรถชมวิวได้ ทะเลสาบชูเซ็นจิซึ่งถือเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีอันดับต้น ๆ ของคันโต และน้ำตกริวซุที่ให้ชมความงามของน้ำตกคู่กับใบไม้เปลี่ยนสี
ที่นี่ยังมีแหล่งออนเซ็นด้วย จึงแช่น้ำร้อนพร้อมชมใบไม้เปลี่ยนสีได้อีกแบบ
เพราะมีหลายจุดที่เหมาะกับการขับรถเที่ยว หากอยากชมใบไม้เปลี่ยนสีในนิกโกให้เต็มอิ่ม แนะนำให้ใช้รถเช่า

3. 【โออิตะ】ยาบาเค
ยาบาเค (Yabakei) ในเมืองนากัตสึ จังหวัดโออิตะ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นทั้ง “3 วิวใหม่ของญี่ปุ่น” “มรดกญี่ปุ่น” และ “3 ทิวทัศน์มหัศจรรย์ของญี่ปุ่น” ที่นี่คุณจะได้ชมความงามของใบไม้เปลี่ยนสีหลากสีสันตัดกับหมู่ยอดหินอย่างน่าประทับใจ
พื้นที่กว้างใหญ่แห่งนี้มีระยะเหนือ–ใต้ 32 กิโลเมตร และตะวันออก–ตะวันตก 36 กิโลเมตร เต็มไปด้วยทิวทัศน์ที่ไม่เหมือนใครจากหน้าผา ถ้ำ ลำธาร และหินรูปร่างแปลกตา
ในบรรดาจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสวย ๆ มากมาย จุดที่มีชื่อเสียงเป็นพิเศษคือจุดชมวิวฮิโตเมะฮักเคในใจกลางฟุคะยาบะเค
ทิวทัศน์มหัศจรรย์ที่มองเห็นจากจุดชมวิวแห่งนี้ เป็นภาพที่หาได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น

ทิวทัศน์ยิ่งใหญ่ย้อมด้วยสีแดงและเหลือง! 3 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในฮอกไกโด
ถ้าอยากเห็นธรรมชาติขนาดใหญ่ของฮอกไกโดถูกแต่งแต้มด้วยสีแดงและเหลือง ลองเริ่มจาก 3 จุดนี้ก่อน
แต่ละแห่งให้บรรยากาศต่างกัน และล้วนสะท้อนเสน่ห์ของภูมิภาคนี้ได้อย่างชัดเจน
1. ย่านออนเซ็นโจซังเค
เมืองออนเซ็นเก่าแก่แห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตมินามิ เมืองซัปโปโร ฮอกไกโด และมักถูกขนานนามว่าเป็นแหล่งพักผ่อนชานเมืองของซัปโปโร
เปิดให้บริการมานานกว่า 150 ปี และอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติชิโคตสึ-โทยะ โดยย่านออนเซ็นแผ่ขยายไปตามฝั่งแม่น้ำที่เกิดจากการกัดเซาะของแม่น้ำชิราอิและแม่น้ำโทโยฮิระ
จากสะพานโจซังเคโอฮาชิซึ่งอยู่ใจกลางย่านออนเซ็น สามารถมองเห็นวิวหุบเขาใหญ่ที่แต่งแต้มด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี และโรงแรมที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติได้อย่างเต็มตา
บริเวณใกล้เคียงยังมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีอีกหลายแห่ง จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นฐานในการตระเวนเที่ยว
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
- ต้นเดือนตุลาคม–กลางเดือนตุลาคม

2. มหาวิทยาลัยฮอกไกโด
มหาวิทยาลัยฮอกไกโดเป็นมหาวิทยาลัยที่มีวิทยาเขตกว้างขวางและบรรยากาศปลอดโปร่งสบาย
เดินทางสะดวก สามารถเดินจากสถานีซัปโปโรเข้าไปในพื้นที่มหาวิทยาลัยได้ คนทั่วไปก็เข้าไปเดินเล่นและชมบรรยากาศได้เช่นกัน
บริเวณแนวต้นป็อปลาร์ คุณจะได้ชมต้นป็อปลาร์สูงเด่นตระหง่าน พร้อมภาพบรรยากาศกว้างใหญ่แบบดินแดนเหนือ
ส่วนถนนคิตะ 13 โจทั้งสองฝั่งเป็นแนวต้นแปะก๊วย ซึ่งในฤดูใบไม้ร่วงจะเปลี่ยนเป็นสีทองสวยงามและน่าชมมาก
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
- ปลายเดือนตุลาคม–ต้นเดือนพฤศจิกายน

3. อุทยานแห่งชาติชิโคตสึ-โทยะ
อุทยานแห่งชาติชิโคตสึ-โทยะตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด มีพื้นที่รวมกว้างถึง 993 ตารางกิโลเมตร
ที่นี่มีทั้งทะเลสาบคาลเดราขนาดใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ ทะเลสาบโทยะและทะเลสาบชิโคตสึ และยังได้เห็นภูเขาไฟกับภูมิประเทศภูเขาไฟหลายรูปแบบ เช่น ภูเขาโยเท ภูเขาอุสุ และภูเขาทารุมาเอะ
ภายในอุทยานมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีหลายแห่ง โดยบริเวณหุบเขานรกโนโบริเบ็ตสึออนเซ็นและรอบทะเลสาบชิโคตสึเป็นจุดที่มีชื่อเสียงเป็นพิเศษ
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
- กลางเดือนตุลาคม–ปลายเดือนตุลาคม

3 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในโทโฮคุที่ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์จนต้องตะลึง
เสน่ห์ของการชมใบไม้เปลี่ยนสีในโทโฮคุอยู่ที่ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่สัมผัสได้ชัดเจน
ภูเขาและหุบเขาที่แต่งแต้มด้วยสีสันอาจพบได้ในภูมิภาคอื่นเหมือนกัน แต่ความยิ่งใหญ่แบบชวนให้หยุดมองนั้นเป็นอีกบรรยากาศหนึ่งของโทโฮคุ
เราจึงคัดมา 3 แห่งที่ทั้งสวยงามและเต็มไปด้วยธรรมชาติอย่างน่าประทับใจ
1. 【จังหวัดอาโอโมริ】โออิราเสะเคย์ริว
แม่น้ำโออิราเสะไหลออกจากทะเลสาบโทวาดะ โดยช่วงหุบเขาระยะประมาณ 14 กิโลเมตรจากเนโนะคุจิริมทะเลสาบโทวาดะไปจนถึงยากิยามะ เรียกว่าโออิราเสะเคย์ริว (Oirase Keiryu)
สถานที่แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งทิวทัศน์พิเศษและอนุสรณ์ธรรมชาติของประเทศ ร่วมกับทะเลสาบโทวาดะ เพราะเป็นจุดชมวิวที่สามารถเพลิดเพลินกับธรรมชาติหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสายน้ำใส น้ำตกหลายรูปแบบ และโขดหินขนาดต่าง ๆ ท่ามกลางป่าไม้
ทิวทัศน์ที่ผสานน้ำตก ลำธาร และต้นไม้ที่เปลี่ยนสีอย่างกลมกลืนงดงามมาก โดยเฉพาะบริเวณซันรันโนะนางาเระ อิชิเกโดะโนะเซะ อาชูระโนะนางาเระ และทะเลสาบโทวาดะ จะได้ชมวิวสวยเฉพาะฤดูใบไม้ร่วง
ที่นี่ยังมีเส้นทางเดินธรรมชาติที่ได้รับการจัดไว้อย่างดี จึงเหมาะสำหรับเดินเล่นชมวิวด้วย
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
- กลางเดือนตุลาคม–ต้นเดือนพฤศจิกายน

2. 【จังหวัดมิยางิ】นารุโกะเคียว
นารุโกะเคียว (Naruko-kyo) เป็นหุบเขาที่มีหน้าผาสูงชันลึกราว 100 เมตรทอดยาวต่อเนื่องประมาณ 2.5 กิโลเมตร
บนหน้าผาสีขาวที่ตัดขึ้นอย่างคมชัด มีต้นไม้ผลัดใบใบกว้างอย่างเมเปิลและมิสุนาระขึ้นหนาแน่น และเมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้เหล่านี้จะเปลี่ยนเป็นสีแดงและเหลือง สร้างทิวทัศน์งดงามราวภาพวาด
เมื่อเดินข้ามสะพานโอฟุคาซาวะที่พาดผ่านนารุโกะเคียว คุณจะได้สัมผัสทั้งความสูงของหุบเขาและวิวโดยรอบอย่างเต็มที่ เป็นจุดชมวิวที่ทั้งตื่นเต้นและโรแมนติก และถ้าโชคดีอาจได้เห็นรถไฟวิ่งผ่านหุบเขาแห่งนี้ด้วย
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
- กลางเดือนตุลาคม–ต้นเดือนพฤศจิกายน

3. 【จังหวัดอาโอโมริ】ภูเขาฮักโคดะ
ภูเขาฮักโคดะ (Hakkoda-san) เป็นชื่อเรียกรวมของภูเขาหลายลูกที่ตั้งตระหง่านอยู่ทางตอนใต้ของเมืองอาโอโมริ และยังเป็นหนึ่งในภูเขา 100 ลูกชื่อดังของญี่ปุ่น
มียอดโอทาเกะสูง 1,585 เมตรเป็นยอดหลัก ส่วนภูเขาทาคาดะโอทาเกะ อิโดะดาเกะ อาคาคุระดาเกะ และอีกหลายยอดรวมเป็นฮักโคดะเหนือ ขณะที่คุชิกามิเนะและอีก 6 ยอดเรียกว่า ฮักโคดะใต้
เมื่อถึงช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ภูเขาทั้งแนวจะถูกย้อมด้วยสีสันสดใส เกิดเป็นลวดลายงดงามราวผ้าทอ
บางปีอาจมีหิมะแรกตกในช่วงปลายเดือนตุลาคม ทำให้ได้เห็นภาพใบไม้เปลี่ยนสีท่ามกลางหิมะด้วย
จากกระเช้าลอยฟ้าฮักโคดะ สามารถชมพาโนรามาใบไม้เปลี่ยนสีได้รอบทิศ 360 องศา
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
- ปลายเดือนกันยายน–ปลายเดือนตุลาคม

เดินทางสะดวก เที่ยวสบาย! 3 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในคันโต
แม้คันโตจะมักถูกมองว่าเป็นภูมิภาคเมืองใหญ่ แต่จริง ๆ แล้วก็มีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีอยู่ไม่น้อย
อีกหนึ่งเสน่ห์คือเดินทางสะดวกจากตัวเมือง จึงแวะไปเที่ยวได้แบบสบาย ๆ
1. 【โตเกียว】ภูเขาทาคาโอะ
ภูเขาทาคาโอะ (Takao-san) เป็นภูเขาสูง 599 เมตร ตั้งอยู่ในเมืองฮาจิโอจิ กรุงโตเกียว
ด้วยการเดินทางที่สะดวกและสามารถขึ้นเขาได้ง่ายแบบไปเที่ยวชิล ๆ จึงเป็นที่นิยมมาก
ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ ต่างก็มาเยือนที่นี่ โดยมีผู้มาเยือนประมาณ 3 ล้านคนต่อปี และยังมีชื่อเสียงในฐานะภูเขาที่มีจำนวนนักเดินเขามากที่สุดในโลก
ที่นี่ยังเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีชื่อดังของโตเกียว พอถึงฤดูใบไม้ร่วงจะได้เห็นภาพสีแดง เหลือง และเขียวผสมผสานกันอย่างสวยงาม
มีเส้นทางเดินเขาที่ไม่ยาก จึงเหมาะกับผู้เริ่มต้นที่อยากสนุกกับการเดินชมใบไม้เปลี่ยนสี
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
- กลางเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม

2. 【โตเกียว】เมจิจิงกูไกเอ็น
สวนชั้นนอกของเมจิจิงกู ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1926 โดยมีทั้งสนามกีฬาและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬาหลายประเภท รวมถึงธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลให้ได้เพลิดเพลิน
แนวต้นแปะก๊วยยาวประมาณ 300 เมตรที่ทอดจากถนนอาโอยามะไปยังหอภาพอนุสรณ์เซโตกุ เป็นจุดเด่นที่มีชื่อเสียง และในฤดูใบไม้ร่วงจะกลายเป็นอุโมงค์สีทองอันงดงาม
เมื่อใบไม้เปลี่ยนสีเข้าสู่ช่วงสวยที่สุด จะมีการจัดงานเทศกาลแปะก๊วยจิงกูไกเอ็น ซึ่งคุณสามารถชมแนวต้นแปะก๊วยพร้อมลิ้มลองอาหารจากทั่วญี่ปุ่นได้
พอตกค่ำ แนวต้นแปะก๊วยยังมีการประดับไฟ จึงเป็นอีกจุดที่มาเที่ยวกลางคืนก็เพลิดเพลินได้
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
- กลางเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม

3. 【โตเกียว】อุทยานแห่งชาติโชวะคิเน็น
บนพื้นที่กว้างประมาณ 40 เท่าของโตเกียวโดม มีทั้งสนามหญ้า น้ำพุ สนามกีฬา สวนที่สามารถชมดอกไม้ตามฤดูกาล และสระน้ำที่มีพืชพรรณริมน้ำกระจายอยู่ทั่วบริเวณ
ภายในยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลายสำหรับเรียนรู้การอยู่ร่วมกับพืชและธรรมชาติ พร้อมทั้งมีกิจกรรมและโปรแกรมทดลองต่าง ๆ มากมาย
ที่นี่มีจุดชมใบไม้เหลืองของต้นแปะก๊วย 2 แห่ง ได้แก่ “แนวต้นแปะก๊วยคาตาไร” ที่มีต้นแปะก๊วย 98 ต้นเรียงรายยาวประมาณ 300 เมตร และบริเวณ “ริมคานาล” ที่มีต้นแปะก๊วย 106 ต้นเรียงรายยาวประมาณ 200 เมตร คุณสามารถเดินชมอุโมงค์สีทองทั้ง 2 แห่งที่มีบรรยากาศต่างกันได้อย่างสบาย ๆ
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
- ปลายเดือนตุลาคม–ปลายเดือนพฤศจิกายน

ถ้าอยากเดินชมใบไม้เปลี่ยนสีในชูบุ ต้องที่นี่! 3 จุดยอดนิยม
จุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยมในภูมิภาคชูบุหลายแห่ง เหมาะกับการชมวิวไปพร้อมกับการเดินเขา
มีทั้งสถานที่สำหรับเดินเขาแบบจริงจัง และจุดที่เดินเที่ยวได้แบบสบาย ๆ จึงเหมาะแม้กับคนที่ไม่มั่นใจเรื่องกำลังมากนัก
1. 【จังหวัดนากาโนะ】คามิโคจิ
คามิโคจิ (Kamikochi) เป็นแหล่งท่องเที่ยวภูเขาที่มีทิวทัศน์งดงามจนได้รับการยกย่องทั้งในฐานะแหล่งทิวทัศน์พิเศษและอนุสรณ์ธรรมชาติพิเศษ ถือเป็นหนึ่งในจุดชมวิวภูเขาชั้นนำของญี่ปุ่น
จากเส้นทางเดินที่จัดไว้อย่างดี สามารถมองเห็นแนวภูเขาสูงระดับ 3,000 เมตร เช่น โฮทากะ ได้อย่างใกล้ชิด และยังเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นของเส้นทางปีนเขาไปยังยอดอย่างยาริงาทาเกะ จึงมีนักปีนเขาจริงจังที่สะพายเป้ใบใหญ่มากันไม่น้อย
คามิโคจิยังมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามหลายแห่ง โดยบริเวณสะพานคัปปะ รอบสระเมียวจิน และรอบสระไทโช เป็นจุดยอดนิยมเป็นพิเศษ
การได้เพลิดเพลินกับการเดินเขาอย่างเต็มรูปแบบพร้อมชมใบไม้เปลี่ยนสี คือเสน่ห์เฉพาะของคามิโคจิในฤดูใบไม้ร่วง
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
- กลางเดือนตุลาคม–ปลายเดือนตุลาคม

2. 【จังหวัดไอจิ】โครังเค
โครังเค (Korankei) เป็นลำธารยาวประมาณ 1 กิโลเมตรที่เกิดจากแม่น้ำโทโมเอะ และเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานกึ่งแห่งชาติที่ราบสูงไอจิ
ตั้งแต่ภูเขาอีโมริสูง 254 เมตรลงมาตามแนวแม่น้ำ มีป่าไม้ผลัดใบใบกว้างแผ่ขยายอยู่ และเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ต้นเมเปิลประมาณ 4,000 ต้นจะพร้อมใจกันเปลี่ยนสี
เมื่อถึงช่วงสวยที่สุด จะมีการจัดงานเทศกาลใบเมเปิลโครังเค และในตอนกลางคืนสามารถเพลิดเพลินกับบรรยากาศชวนฝันจากภูเขาอีโมริที่ส่องไฟเป็นสีทอง รวมถึงเงาต้นไม้สีทองที่สะท้อนบนแม่น้ำโทโมเอะ
นอกจากนี้ยังมีจุดน่าสนใจอีกมาก เช่น สะพานโครังที่สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีของโครังเคได้รอบทิศ และทางเข้าวัดโคจะคุจิที่ถูกโอบล้อมด้วยต้นไม้สีสันดุจผ้าทอ
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
- กลางเดือนพฤศจิกายน–ปลายเดือนพฤศจิกายน

3. 【จังหวัดนากาโนะ】เซ็นโจจิกิคาร์
เซ็นโจจิกิคาร์ (Senjojiki Cirque) เป็นหุบรูปชามที่เกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็งเมื่อประมาณ 20,000 ปีก่อน ตั้งอยู่ใต้ยอดโฮเค็นดาเกะของเทือกเขาแอลป์กลาง คร่อมเมืองโคมากาเนะและหมู่บ้านมิยาดะในจังหวัดนากาโนะ
ด้วยทิวทัศน์ยิ่งใหญ่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างน่าตื่นตาตลอดทั้ง 4 ฤดู ที่นี่จึงดึงดูดทั้งนักปีนเขาและนักท่องเที่ยวจากทั่วญี่ปุ่น
ยังเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งพืชอัลไพน์อันอุดมสมบูรณ์ และในฤดูใบไม้ร่วงสามารถชมสีสันของพืชพรรณบนภูเขาที่เปลี่ยนสีได้อย่างสวยงาม
ลองนั่งกระเช้าลอยฟ้าจูโอแอลป์โคมากาทาเกะ ชมผืนภูเขาที่แต่งแต้มด้วยสีแดง เหลือง และส้มไปทั่วทั้งลาดเขาอย่างเต็มอิ่ม
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
- ปลายเดือนกันยายน–ต้นเดือนตุลาคม

แนะนำสำหรับคนที่เบื่อที่เที่ยวแบบเดิม! 3 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในโฮคุริคุ
โฮคุริคุมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่เปิดมุมมองได้หลายแบบ ทั้งนั่งรถรางและนั่งกอนโดลาชมวิว
ถ้าเริ่มอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากจุดชมแบบเดิม ๆ ลองเก็บภูมิภาคนี้ไว้ในแผนดูสักครั้ง
1. 【จังหวัดโทยามะ】หุบเขาคุโรเบะ
หุบเขาใหญ่ที่ถูกแม่น้ำคุโรเบะกัดเซาะจนลึกเป็นรูปตัว V
สายน้ำที่มีต้นกำเนิดจากภูเขาวาชิบะในตอนกลางของเทือกเขาแอลป์เหนือ ไหลผ่านระหว่างแนวเขาทาเทยามะและแนวเขาอุชิโระทาเทยามะเป็นระยะทาง 86 กิโลเมตร ลงมาตามทางลาดชันที่มีความต่างระดับสูงถึง 3,000 เมตร และการเข้าถึงหุบเขาสูงชันแห่งนี้ทำได้ด้วยรถไฟโทรกโกะเท่านั้น
ระหว่างนั่งรถไฟโทรกโกะ คุณจะได้ชมความตัดกันอย่างสวยงามของต้นไม้ 3 ประเภท ได้แก่ ไม้เขียวชอุ่ม ไม้ใบเปลี่ยนสีแดง และไม้ใบเปลี่ยนสีเหลือง
ตลอดเส้นทางยังมีจุดชมวิวอีกหลายแห่ง เช่น ซารุโทบิเคียวซึ่งเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติพิเศษ สะพานโอคุคาเนะที่พาดสูง 34 เมตรจากผิวน้ำของแม่น้ำคุโรเบะสายหลัก และหินฮิโตกุอิวะที่ธรรมชาติสร้างขึ้นอย่างน่าตื่นตา ทำให้ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ใบไม้เปลี่ยนสีเท่านั้น
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
- ปลายเดือนตุลาคม–กลางเดือนพฤศจิกายน

2. 【จังหวัดนีงาตะ】สวนยาฮิโกะ
สวนยาฮิโกะ (Yahiko Park) มีพื้นที่กว้างราว 40,000 สึโบะ และมีจุดที่ให้สัมผัสบรรยากาศแบบญี่ปุ่นอยู่มากมาย ทั้งลำธารและน้ำตก
ภายในสวนปลูกต้นไม้นานาชนิด จึงสามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลได้
บริเวณหุบเมเปิลรอบสะพานคังเก็ตสึ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสวนยาฮิโกะ มีการปลูกไม้ใบเปลี่ยนสีและไม้ใบเหลืองหลากชนิด โดยเฉพาะต้นเมเปิลสมชื่อ
ความงดงามสดเด่นของสะพานคังเก็ตสึสีแดงชาดกับใบไม้เปลี่ยนสีเป็นภาพที่ไม่ควรพลาด
พอตกกลางคืนจะมีการประดับไฟ ทำให้ความงามยิ่งโดดเด่นขึ้นอีก
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
- ปลายเดือนตุลาคม–กลางเดือนพฤศจิกายน

3. 【จังหวัดนีงาตะ】นาเอบะดรากอนโดลา
กอนโดลาที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น เชื่อมระหว่างที่ราบสูงนาเอบะกับที่ราบสูงทาชิโระ
กอนโดลานี้ไต่ระดับความสูงประมาณ 430 เมตร ระยะทางรวมราว 5.5 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 25 นาที ให้ความรู้สึกตื่นเต้นจากทั้งความสูงและทิวทัศน์โดยรอบ
เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้รอบกอนโดลาจะเปลี่ยนสี เกิดเป็นภาพงดงามระหว่างทะเลสาบฟุตาอิโกะสีเขียวมรกตกับผืนป่าหลากสี
จุดชมวิวเด่นของฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่เรียกว่า “เสาหมายเลข 14” ให้ประสบการณ์ราวกับกอนโดลากำลังลอยลึกเข้าไปท่ามกลางภูเขาที่แต่งแต้มด้วยสีสันของฤดูใบไม้ร่วง
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
- กลางเดือนตุลาคม–ต้นเดือนพฤศจิกายน

สัมผัสบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วงแบบญี่ปุ่น! 3 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในคันไซ
คันไซมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีมากมายที่บรรยากาศฤดูใบไม้ร่วงแบบญี่ปุ่นเด่นชัดเป็นพิเศษ เพราะสีสันของธรรมชาติมักกลมกลืนกับสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์ได้อย่างสวยงาม
เราคัด 3 แห่งที่ให้คุณสัมผัสสุนทรียภาพแบบญี่ปุ่น เช่น ความสง่างามและความงามอันเรียบง่ายลุ่มลึก
1. 【จังหวัดเกียวโต】วัดคิโยมิสึเดระ แห่งภูเขาโอโตวะ
วัดคิโยมิสึเดระแห่งภูเขาโอโตวะ (Otowasan Kiyomizudera) ก่อตั้งขึ้นในปี 778 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโกในปี 1994
ภายในบริเวณวัดบนพื้นที่ 130,000 ตารางเมตรซึ่งแผ่ขยายอยู่บนไหล่เขาโอโตวะ มีอาคารและศิลาจารึกมากกว่า 30 แห่ง รวมถึงสมบัติแห่งชาติและทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญ
เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้ในวัดจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง ให้คุณเพลิดเพลินกับภาพการผสานกันระหว่างใบไม้เปลี่ยนสีกับสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์
จุดเด่นที่ไม่ควรพลาดคือทัศนียภาพของอาคารหลักที่มีชื่อเสียงจากสำนวน “กระโดดจากเวทีคิโยมิสึ” และเจดีย์สามชั้นสีแดงชาด ซึ่งเมื่ออยู่คู่กับใบไม้สีแดงสดแล้วงดงามอย่างยิ่ง
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
- ปลายเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม

2. 【จังหวัดเกียวโต】วัดโคไดจิ
วัดนิกายเซน สังกัดสำนักเคนนินจิของนิกายรินไซ ตั้งอยู่เชิงเขาฮิกาชิยามะในเกียวโต ทางตะวันออกเฉียงเหนือของวัดโฮคันจิที่มีชื่อเสียงจากเจดีย์ยาซากะ
หลังการถึงแก่อสัญกรรมของโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ ภรรยาเอกของเขาคือเนเนะ หรือคิตะโนะมันโดโกะ ย้ายจากโอซาก้ามาพำนักที่เกียวโตและออกบวช
ต่อมาในปี 1606 เธอได้สร้างวัดโคไดจิ หรือชื่อทางการว่าโคไดโชจุเซ็นจิ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ฮิเดโยชิและใช้เป็นสถานที่ฝังศพของตนเอง วัดแห่งนี้ถือเป็นวัดสำคัญแห่งหนึ่งของย่านฮิกาชิยามะ
แม้ภายในวัดจะมีจุดน่าสนใจมากมาย เช่น ห้องชงชาที่ออกแบบโดยเซ็นโนะริคิว และสวนที่จัดโดยโคโบริเอ็นชู แต่สิ่งที่ทำให้วัดโคไดจิมีชื่อเสียงทั้งในและต่างประเทศคือใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง
สีสันไล่ระดับของต้นเมเปิลราว 1,000 ต้นนั้นงดงามตระการตา
ส่วนการประดับไฟยามค่ำคืนก็ทำให้ได้ดื่มด่ำกับความงามที่ทั้งสง่าและลึกลับ
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
- กลางเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม

3. 【จังหวัดนารา】สวนนารา
สวนที่คุณสามารถเพลิดเพลินกับทั้งมรดกทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันล้ำค่า เช่น ศาลเจ้าคาสุงะ ไทฉะ วัดโคฟุกุจิ วัดโทไดจิ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินารา และโชโซอิน ควบคู่ไปกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่โดยรอบ
มีหลายสิ่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติ เช่น ป่าดึกดำบรรพ์คาสุงะยามะ กวางแห่งนารา ป่านางิในเขตศาลเจ้าคาสุงะ นาราโนะยาเอะซากุระแห่งจิโซคุอิน และแหล่งอาศัยของผีเสื้อรูมิสซิจิมิ
เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง สถานที่แห่งนี้จะเปลี่ยนเป็นพื้นที่ที่มรดกทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติผสานกับต้นไม้ที่เปลี่ยนสีอย่างงดงาม
เนื่องจากภายในสวนมีการปลูกต้นไม้ใบเปลี่ยนสีไว้หลายจุด การเดินเล่นไปเรื่อย ๆ แล้วหามุมโปรดของตัวเองก็เป็นอีกความสนุกหนึ่ง
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
- ปลายเดือนตุลาคม–ต้นเดือนธันวาคม

เดินเล่นในบรรยากาศเงียบสงบที่แต่งแต้มด้วยใบไม้เปลี่ยนสี! 3 จุดในภูมิภาคชูโกกุ
ถ้าอยากชมใบไม้เปลี่ยนสีท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ ภูมิภาคชูโกกุก็มีหลายจุดที่น่าสนใจ
เหมาะกับการค่อย ๆ เดินเล่นและดื่มด่ำกับทิวทัศน์แบบไม่เร่งรีบ
1. 【จังหวัดฮิโรชิมะ】สวนโมมิจิดานิ
สวนโมมิจิดานิ (Momijidani Park) บนเกาะมิยาจิมะในอ่าวฮิโรชิมะ เป็นสวนที่พัฒนาเป็นทางเดินเล่นอยู่ในหุบเขาเชิงภูเขามิเซ็น
เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้ประมาณ 700 ต้นจะเปลี่ยนสีแต่งแต้มทั่วทั้งสวน
ในจำนวนนี้ 560 ต้นเป็นเมเปิลอิโรฮะ จึงได้ชมความตัดกันอันสวยงามระหว่างต้นไม้สีแดงสดกับสีเขียว
ทิวทัศน์ที่เกิดจากสะพานสีแดงสด “โมมิจิบาชิ” ตรงทางเข้าสวน และต้นเมเปิลกับต้นโมมิจิบริเวณใกล้เคียงนั้น งดงามจนเหมาะกับคำว่า “สง่างาม”
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
- กลางเดือนพฤศจิกายน–ปลายเดือนพฤศจิกายน

2. 【จังหวัดฮิโรชิมะ】อิมะโคยะซัง
อิมะโคยะซัง (Imakoyasan) เป็นวัดที่ก่อตั้งขึ้นในฐานะวัดชั้นพิเศษเทียบเท่าวัดหลักของภูเขาโคยะ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพุทธศาสนานิกายชินงอนซึ่งเปิดโดยโคโบไดชิ หรือคูไค
เชื่อกันว่าสถานที่แห่งนี้ก็เปิดโดยโคโบไดชิเช่นเดียวกับภูเขาโคยะ
ในช่วงแรกเริ่มเคยมีวัดมากถึง 7 ศาลา 12 สำนักและรุ่งเรืองอย่างมาก แต่หลายแห่งสูญหายไปจากภัยพิบัติและสงคราม
ปัจจุบัน สิ่งที่ยังคงเหลืออยู่ เช่น พระประธานในหอคันนงโด และหัวสิงโตของศาลเจ้านิว ล้วนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรม
เมื่อถึงช่วงใบไม้เปลี่ยนสี บริเวณอิมะโคยะซังทั้งพื้นที่จะถูกแต่งแต้มด้วยสีสัน ให้คุณเดินเล่นท่ามกลางบรรยากาศที่วัดและธรรมชาติกลมกลืนกันอย่างงดงาม
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
- ต้นเดือนพฤศจิกายน–กลางเดือนพฤศจิกายน

3. 【จังหวัดโอกายามะ】โอคุตสึเค
โอคุตสึเค (Okutsu-kei) เป็นหุบเขาตอนต้นน้ำของแม่น้ำโยชิอิ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งทิวทัศน์ของประเทศ
กลุ่มหลุมหินวงรีอุสุบุจิที่เกิดขึ้นตลอดเวลานับแสนปี จนได้รับสมญาว่า “หลุมหินอันดับหนึ่งแห่งตะวันออก”
นอกจากนี้ยังมีจุดน่าสนใจที่กระจายอยู่ทั่วไปในชื่อ “8 วิวแห่งโอคุตสึเค” ทำให้ได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์หลากหลายรูปแบบ
เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง ต้นเมเปิล เมเปิลคาเอเดะ และต้นแปะก๊วยจะเปลี่ยนสี เกิดเป็นภาพงดงามจากสีสันที่หลากหลายตัดกับภูมิประเทศอันมีเอกลักษณ์
พอตกกลางคืนจะมีการประดับไฟ ทำให้ได้สัมผัสทิวทัศน์อีกแบบที่ต่างจากตอนกลางวัน จึงเป็นจุดชมวิวที่มีความหลากหลายมาก
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
- กลางเดือนตุลาคม–ต้นเดือนพฤศจิกายน

เพลิดเพลินกับใบไม้เปลี่ยนสีได้หลากหลายบรรยากาศ! 3 จุดในชิโกกุ
ชิโกกุเป็นภูมิภาคที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีได้หลายอารมณ์ ตั้งแต่ล่องเรือชมสวนที่ประดับไฟ ไปจนถึงมองท้องฟ้า ทะเล และสีสันของฤดูใบไม้ร่วงจากกระเช้าลอยฟ้า
ถ้าอยากลองมุมมองที่ต่างออกไป ลองดู 3 แห่งที่เรากำลังแนะนำต่อจากนี้
1. 【จังหวัดคางาวะ】สวนริตสึริน
สวนริตสึริน (Ritsurin Garden) สร้างขึ้นเป็นบ้านพักของตระกูลมัตสึไดระ เจ้าแคว้นทากามัตสึ โดยเจ้าแคว้นแต่ละรุ่นได้ช่วยกันบูรณะและต่อเติม จนแล้วเสร็จเมื่อเกือบ 300 ปีก่อน
เป็นสวนมรดกทางวัฒนธรรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งทิวทัศน์พิเศษของประเทศ และยังมีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นในบรรดาสวนประเภทนี้
สวนแห่งนี้เป็นสวนแบบเดินชมรอบ มีสระน้ำ 6 แห่งและเนินดิน 13 แห่ง จนได้รับสมญาว่า “หนึ่งก้าวหนึ่งวิว” เพราะทุกย่างก้าวจะได้เห็นทิวทัศน์ที่สวยงามแตกต่างกันไป
เมื่อถึงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี คุณยังสามารถเพลิดเพลินกับภาพใบไม้สีสดที่ประดับไฟสะท้อนบนผืนน้ำในสวนอย่างชวนฝัน
หากมาในช่วงนี้ ไม่ควรพลาด “เรือญี่ปุ่นรอบทะเลสาบใต้” ที่ให้ชมทั้งสวนและใบไม้เปลี่ยนสียามค่ำคืนจากบนเรือ
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
- กลางเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม

2. 【จังหวัดคางาวะ】กระเช้าลอยฟ้าคังคะเค
คังคะเค (Kankakei) เป็นหุบเขาบนเกาะโชโดชิมะ จังหวัดคางาวะ และตั้งอยู่ใจกลางอุทยานแห่งชาติเซโตะไนไค
หินประเภทแอนดีไซต์และหินกรวดภูเขาไฟที่เกิดจากกิจกรรมภูเขาไฟเมื่อประมาณ 13 ล้านปีก่อน ได้ถูกการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกและการกัดเซาะตลอดช่วงเวลายาวนาน จนกลายเป็นทิวทัศน์อันน่าทึ่งของโขดหินและหินรูปร่างประหลาดที่ตั้งตระหง่าน
ที่นี่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 3 หุบเขาที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น หนึ่งใน 3 ทิวทัศน์มหัศจรรย์ของญี่ปุ่น หนึ่งใน 100 ทิวทัศน์ของญี่ปุ่น และยังติดอันดับ 100 ธรรมชาติญี่ปุ่นที่อยากส่งต่อให้ศตวรรษที่ 21
มีกระเช้าลอยฟ้าวิ่งผ่านหุบเขาลึก จากบนกระเช้าสามารถมองเห็นทั้งทะเลเซโตะในและหุบเขาที่ถูกย้อมด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสีได้อย่างกว้างไกล
นับเป็นกระเช้าลอยฟ้าเพียงแห่งเดียวในญี่ปุ่นที่ให้ชมท้องฟ้า ทะเล และหุบเขาใบไม้เปลี่ยนสีได้พร้อมกัน
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
- ต้นเดือนพฤศจิกายน–ปลายเดือนพฤศจิกายน

3. 【จังหวัดเอฮิเมะ】โอมโกะเค
โอมโกะเค (Omogo-kei) เป็นหุบเขาที่แผ่ขยายอยู่เชิงเขาอิชิซึจิ และเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งทิวทัศน์ที่ได้รับการกำหนดโดยประเทศ
หนึ่งในจุดเด่นคือสายน้ำใสที่มีความโปร่งใสสูงจนมองเห็นก้นแม่น้ำได้ แม้ยืนดูจากทางเดินที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อย
ความตัดกันระหว่างสายน้ำสีเขียวมรกตกับใบไม้ที่เปลี่ยนเป็นสีแดงและเหลืองนั้นงดงามราวภาพฝัน และยังให้ความรู้สึกลึกลับน่าค้นหาอีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีจุดที่สามารถชมน้ำตกและหินรูปร่างแปลกตาได้ ทำให้ได้เห็นวิวสวยหลากหลายรูปแบบ
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
- ปลายเดือนตุลาคม–กลางเดือนพฤศจิกายน

ถ้าอยากได้บรรยากาศคลาสสิก ต้องที่นี่! 3 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในคิวชู
คิวชูมีทั้งบรรยากาศคลาสสิกอย่างวัดกับใบไม้เปลี่ยนสี และทิวทัศน์หุบเขาที่ชวนมองเพลิน
บางแห่งยังมีภาพทั้งพื้นที่ถูกย้อมเป็นสีทองที่หาชมได้ไม่บ่อยนัก
หากคุณมีแผนเที่ยวคิวชูในฤดูใบไม้ร่วง ลองใส่สถานที่ที่แนะนำต่อไปนี้ไว้ในทริปดู
1. 【จังหวัดมิยาซากิ】ทาคาจิโฮะเคียว
ทาคาจิโฮะเคียว (Takachiho-kyo) เป็นหุบเขารูปตัว V ที่เกิดจากแม่น้ำโกคาเสะกัดเซาะลาวาที่ไหลมาจากการปะทุของภูเขาอาโสะนานนับหมื่นปี
หน้าผาสูงสุดถึง 100 เมตร และเฉลี่ยราว 80 เมตร ทอดยาวต่อเนื่องกว่า 7 กิโลเมตร เป็นทิวทัศน์ที่น่าประทับใจมาก
ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งทิวทัศน์และอนุสรณ์ธรรมชาติของประเทศ
จุดเด่นที่สุดคือ “น้ำตกมานาอิ” ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 น้ำตกชื่อดังของญี่ปุ่น
เมื่อถึงช่วงใบไม้เปลี่ยนสี บริเวณใกล้น้ำตกก็จะเต็มไปด้วยสีสัน และสามารถชมทิวทัศน์ของน้ำตกคู่กับใบไม้เปลี่ยนสีได้จากบนเรือ
นอกจากบริเวณน้ำตกมานาอิแล้ว ยังมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในส่วนอื่น ๆ อีกด้วย ลองเดินเล่นตามทางเดินทาคาจิโฮะเคียวดู
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
- กลางเดือนพฤศจิกายน–ปลายเดือนพฤศจิกายน

2. 【จังหวัดฟุกุโอกะ】ใบไม้เปลี่ยนสีของต้นแปะก๊วยที่ไทบารุ
ป่าแปะก๊วยกว่า 100 ต้นในไร่องุ่นของเขตไทบารุ ถูกเรียกรวมว่า “ใบไม้เปลี่ยนสีของต้นแปะก๊วยที่ไทบารุ” และเมื่อถึงช่วงสวยที่สุดก็จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาเยือน
เนื่องจากป่าแปะก๊วยแห่งนี้เป็นที่ดินส่วนบุคคล และเจ้าของอนุญาตให้เข้าชมด้วยความกรุณา จึงห้ามเข้าในช่วงนอกระยะเวลาที่เปิดให้ชม
ในช่วงที่ใบไม้ร่วง จะได้เห็นภาพงดงามราวกับมีพรมสีทองปูคลุมไปทั่วทั้งพื้นที่
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
- กลางเดือนพฤศจิกายน–ปลายเดือนพฤศจิกายน

3. 【จังหวัดฟุกุโอกะ】วัดโนมิยามะคันนงจิ
วัดโนมิยามะคันนงจิ (Nomiyama Kannonji) ตั้งอยู่เชิงเขาโฮโคดาเตะ และเป็นวัดชั้นพิเศษของนิกายชินงอนแห่งภูเขาโคยะ
เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ที่มีผู้มาสักการะมากกว่า 1 ล้านคนต่อปี
อีกด้านหนึ่ง ที่นี่ยังเป็นสถานที่ฝึกฝนและศึกษาของพระสงฆ์จำนวนมากด้วย
ภายในวัดมีจุดน่าสนใจหลายแห่ง เช่น รูปสลักจิโซสำหรับเด็กที่ล่วงลับมากกว่า 3,000 องค์ ไดชิโดที่ประดิษฐานโคโบไดชิ และศาลอินาริที่ประดิษฐานอินาริไดเมียวจิน
บริเวณวัดและทางเดินเข้าวัดมีต้นเมเปิลและต้นสึสึจิอย่างละประมาณ 1,000 ต้นขึ้นไป พอถึงฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้เปลี่ยนสีจะช่วยแต่งแต้มบรรยากาศอันสง่างามของสถานที่แห่งนี้
แม้จะมีจุดชมใบไม้สวยหลายแห่ง แต่ภาพของต้นโดดันสึสึจิราว 1,000 ต้นที่ปลูกอยู่ด้านหลังหอเฮียกคันนงโด ซึ่งย้อมพื้นที่โดยรอบให้แดงสดนั้น เป็นภาพที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
- ปลายเดือนตุลาคม–กลางเดือนพฤศจิกายน

โอกินาว่าชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ไหม?
น่าเสียดายที่โอกินาว่าไม่สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยงามแบบเดียวกับพื้นที่อื่นได้
เนื่องจากสภาพภูมิอากาศไม่เอื้อต่อการเกิดใบไม้เปลี่ยนสี และชนิดของต้นไม้ก็แตกต่างจากพื้นที่แผ่นดินใหญ่ของญี่ปุ่นด้วย
หากตั้งใจจะไปชมใบไม้เปลี่ยนสี แนะนำให้เลือกจุดหมายปลายทางนอกเหนือจากโอกินาว่า
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่น
Q
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสีคือเมื่อไหร่?
จะแตกต่างกันไปตามภูมิภาค แต่หลายพื้นที่จะเข้าสู่ช่วงที่เหมาะแก่การชมใบไม้เปลี่ยนสีตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนธันวาคม
Q
คำว่า “โมมิจิงาริ” หมายถึงอะไร?
สำหรับคนที่สนใจคำนี้ “โมมิจิงาริ” หมายถึงการไปยังจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงที่สวยที่สุด เพื่อชื่นชมความงามของใบไม้เปลี่ยนสี
Q
ช่วยแนะนำสถานที่ที่มีชื่อเสียงด้านใบไม้เปลี่ยนสีหน่อย
ในบรรดาจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีมากมาย สถานที่ที่มีชื่อเสียงเป็นพิเศษคือ “3 สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีชั้นนำของญี่ปุ่น” ได้แก่ อาราชิยามะในเกียวโต นิกโกในโทจิงิ และยาบาเคในโออิตะ
บทสรุป
เราได้พาคุณไปรู้จักตั้งแต่เสน่ห์ของใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่น ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในแต่ละภูมิภาค ไปจนถึงจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่คัดสรรมาแยกตามพื้นที่
หากกำลังวางแผนเดินทางมาชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น ลองนำสถานที่ที่แนะนำในบทความนี้ไปใช้เป็นแกนหลักในการจัดทริปดู
น่าจะช่วยให้คุณดื่มด่ำกับเสน่ห์ของฤดูใบไม้ร่วงในญี่ปุ่นได้เต็มที่ยิ่งขึ้น





