
คู่มือเจาะลึกเสน่ห์ของย่านออนเซ็นยุงาวาระ แหล่งน้ำพุร้อนชื่อดังที่นักเขียนและปัญญาชนหลงรัก
ถ้าอยากหาย่านออนเซ็นที่ได้พักผ่อนแบบไม่วุ่นวาย ยุงาวาระทางใต้สุดของจังหวัดคานางาวะเป็นชื่อที่ชวนให้ลองแวะมา
ที่นี่เก่าแก่ถึงขั้นถูกกล่าวถึงใน ‘มันโยชู’ เมื่อประมาณ 1,300 ปีก่อน
นับตั้งแต่ยุคเมจิ (ค.ศ. 1868–1912) เป็นต้นมา ที่นี่ยังได้รับความนิยมในฐานะสถานที่พักฟื้นสำหรับนักการเมืองและบรรดานักประพันธ์
น้ำพุร้อนคุณภาพดีที่อ่อนโยนต่อผิวยังคงเป็นจุดเด่น รอบ ๆ มีเรียวกังออนเซ็นอยู่มากมาย รวมถึงร้านดังที่นักชิมชื่นชอบอีกหลายแห่ง
ลองมาทำความรู้จักเสน่ห์ของออนเซ็นยุงาวาระที่ทำให้ผู้คนกลับมาเยือนซ้ำแล้วซ้ำเล่ากัน
ย่านออนเซ็นยุงาวาระเป็นสถานที่แบบไหน?
บรรยากาศของย่านออนเซ็นยุงาวาระจะค่อย ๆ คลี่ตัวไปตามเมืองยุงาวาระทางตอนใต้สุดของจังหวัดคานางาวะ
ที่นี่มีประวัติยาวนานจนถูกกล่าวถึงใน ‘มันโยชู’ ซึ่งเป็นรวมบทกวีญี่ปุ่นที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในญี่ปุ่น และมีชื่อเสียงว่าเป็นออนเซ็นที่อ่อนโยนต่อร่างกาย จึงถูกใช้เป็นสถานที่พักฟื้นมาอย่างยาวนาน
ย่านออนเซ็นแผ่ขยายไปตามแม่น้ำฟูจิกิคาวะและแม่น้ำจิโตเสะกาวะ ซึ่งเป็นแนวเขตระหว่างเมืองยุงาวาระกับจังหวัดชิซูโอกะ และยังมีที่พักแบบน้ำแร่ออนเซ็นไหลจากแหล่งกำเนิดอยู่มากมาย
ยังมีร้านอาหารที่มีชื่อเสียงระดับประเทศอยู่ด้วย จึงเป็นแหล่งออนเซ็นยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากเพลิดเพลินกับมื้ออร่อย

ประวัติของยุงาวาระ
ถ้าย้อนดูที่มาของออนเซ็นยุงาวาระ ก็ต้องย้อนไปไกลถึงประมาณ 400,000–230,000 ปีก่อน เมื่อแนวภูเขาวงแหวนด้านนอกของฮาโกเนะก่อตัวขึ้น
ภูเขาไฟยุงาวาระที่ก่อตัวขึ้นในช่วงนั้นค่อย ๆ ถูกกัดเซาะ และมีการค้นพบน้ำพุร้อนในพื้นที่ยุงาวาระ

ช่วงเวลาที่ชื่อของยุงาวาระปรากฏเด่นชัดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น คือสมัยของโดอิ ซาเนฮิระ (Doi Sanehira) ผู้ปกครองดินแดนแห่งนี้
มินาโมโตะ โนะ โยริโทโมะ ผู้ก่อตั้งรัฐบาลโชกุนคามาคุระ ได้ยกกองกำลังขึ้นในปี ค.ศ. 1180 เพื่อฟื้นฟูตระกูลมินาโมโตะ แต่กลับพ่ายแพ้ในศึกอิชิบาชิยามะ
โยริโทโมะและพวกพ้องเหลือเพียง 8 คนและถูกไล่ล่า แต่ซาเนฮิระและพวกได้ซ่อนตัวพวกเขาไว้ที่ยุงาวาระและช่วยให้หนีรอดไปได้ ภายหลังตระกูลมินาโมโตะจึงสามารถโค่นตระกูลไทระและก่อตั้งรัฐบาลโชกุนคามาคุระได้

ออนเซ็นยุงาวาระเป็นออนเซ็นแห่งเดียวในญี่ปุ่นตะวันออกที่ถูกกล่าวถึงใน ‘มันโยชู’ ซึ่งรวบรวมขึ้นเมื่อประมาณ 1,300 ปีก่อน
ในหนังสือ ‘โชโคกุออนเซ็นโคโนะคากามิ’ ช่วงปลายสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603–1868) ที่จัดอันดับแหล่งออนเซ็นทั่วประเทศในลักษณะคล้ายตารางซูโม่ ที่นี่ได้รับเลือกให้ติดอันดับ 3 แหล่งออนเซ็นฝั่งตะวันออก
สำหรับคำว่า “โซยุ” นั้น หมายถึงระบบการใช้งานและดูแลร่วมกันทั้งหมู่บ้านที่ใช้ปกป้องน้ำพุร้อนของยุงาวาระ
ปัจจุบันเมืองก็ยังคงเป็นผู้ดูแลระบบแบ่งปันน้ำพุร้อนนี้อยู่

เหล่านักเขียนที่หลงรักยุงาวาระ
เมื่อชื่อเสียงเรื่องการช่วยรักษาบาดแผลค่อย ๆ แพร่หลาย ออนเซ็นยุงาวาระก็ถูกกำหนดให้เป็นสถานที่พักฟื้นสำหรับทหารบาดเจ็บในสงครามจีน–ญี่ปุ่นครั้งที่หนึ่ง (ค.ศ. 1894–1895) และสงครามรัสเซีย–ญี่ปุ่น (ค.ศ. 1904–1905) ในสมัยเมจิ
จากนั้นเหล่านักเขียนกับปัญญาชนก็เริ่มมาเยือนด้วย
คุนิคิดะ ด็อปโปะ (Kunikida Doppo) ผู้เขียนนวนิยาย ‘จากยุงาวาระ’ และนัตสึเมะ โซเซกิ (Natsume Soseki) ผู้เขียน ‘แสงและเงา’ ต่างเคยมาพำนักที่ยุงาวาระ และเขียนนิยายที่ใช้ที่นี่เป็นฉาก
ส่วนชิมาซากิ โทซน (Shimazaki Toson) มักมาพักที่เรียวกัง “อิโตยะ” ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาใช้คิดโครงเรื่องต้นแบบของนวนิยาย ‘ก่อนรุ่งสาง’ ทุกครั้งหลังเขียนนิยายจบแต่ละเรื่อง

เหตุผลที่แนะนำย่านออนเซ็นยุงาวาระ
ยุงาวาระเป็นแหล่งออนเซ็นอันล้ำค่าที่แทบไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาโอเวอร์ทัวริซึม เหมาะกับการมาพักผ่อนแบบเงียบ ๆ
ต่อไปนี้คือเหตุผลที่ทำให้ย่านออนเซ็นยุงาวาระน่าไปเยือน
เดินทางจากสถานีโตเกียวได้ในเวลาเพียงราว 1 ชั่วโมงกว่า
แม้ฮาโกเนะยูโมโตะจะมีชื่อเสียงในฐานะแหล่งออนเซ็นใกล้โตเกียว แต่ยุงาวาระก็เดินทางได้ในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงหากใช้ชินคันเซ็น
จากสถานีโตเกียวสามารถนั่งรถด่วนพิเศษ JR Odoriko ตรงได้ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 13 นาที
จากนั้นนั่งรถบัสต่ออีก 10 นาทีไปยังย่านออนเซ็น รวมแล้วใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที

ทำเลสะดวก เหมาะเป็นฐานสำหรับเที่ยวพื้นที่รอบ ๆ
เนื่องจากตั้งอยู่ระหว่างสถานีโอดาวาระและสถานีอาตามิที่มีชินคันเซ็นจอด จึงเดินทางต่อไปยังตอนใต้ของคานางาวะ ฮาโกเนะ และคาบสมุทรอิซุได้สะดวก

เป็นแหล่งออนเซ็นที่ไม่ต้องกังวลเรื่องความแออัด
ที่นี่ไม่มีจุดรวมผู้คนหนาแน่นแบบย่านบันเทิง และที่พักออนเซ็นก็กระจายตัวอยู่หลายจุด จึงมีพื้นที่แออัดค่อนข้างน้อย
แม้แต่สวนมันโยะซึ่งเป็นไฮไลต์หลักก็มีพื้นที่กว้างและมีจุดพักผ่อนอยู่ทั่วบริเวณ จึงใช้เวลาได้อย่างสบาย ๆ

คุณภาพน้ำพุร้อนดีและอ่อนโยนต่อร่างกาย
น้ำพุร้อนบางประเภทอาจทำให้รู้สึกระคายผิวหรือทำให้เหนื่อยล้าหลังแช่ แต่บ่อน้ำของยุงาวาระมีสัมผัสอ่อนนุ่มต่อผิว
ส่วนประกอบของน้ำพุร้อนแบบเกลืออ่อนและด่างอ่อนของยุงาวาระเชื่อว่าดีต่อบาดแผล อีกทั้งยังมีชื่อเสียงว่าเป็นออนเซ็นเพื่อผิวสวยที่ช่วยปรับสภาพผิวให้ดีขึ้น

เพลิดเพลินกับธรรมชาติได้ตลอดทั้งสี่ฤดู
พื้นที่ยุงาวาระรายล้อมด้วยธรรมชาติ จึงเพลิดเพลินกับความเปลี่ยนแปลงของทั้งสี่ฤดูได้อย่างเต็มที่
ต้นฤดูใบไม้ผลิมีดอกบ๊วยบาน ส่วนต้นฤดูร้อนสามารถชมหิ่งห้อยได้
ฤดูใบไม้ร่วงมีใบไม้เปลี่ยนสีงดงาม และฤดูหนาวก็ยังเพลิดเพลินกับบ่ออาบน้ำกลางแจ้งได้ภายใต้อากาศที่อบอุ่น
ยังมีงานอีเวนต์ตามฤดูกาลจัดขึ้นอยู่เสมอ

ที่พักมีให้เลือกมากและครอบคลุมหลายงบประมาณ
แม้ย่านออนเซ็นยุงาวาระจะไม่ได้กว้างมาก แต่มีที่พักจำนวนมาก ตั้งแต่ที่พักหรูบรรยากาศเป็นส่วนตัว ไปจนถึงที่พักเพื่อพักฟื้นที่ค้างคืนได้ในงบเพียงไม่กี่พันเยนต่อคืน
จะเลือกพักในเรียวกังหรูเพื่อดื่มด่ำกับความสงบ หรือประหยัดงบที่พักแล้วนำไปใช้กับมื้ออาหารดี ๆ ก็ได้เช่นกัน

การเดินทางไปย่านออนเซ็นยุงาวาระ
ยุงาวาระตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของจังหวัดคานางาวะ มีรถไฟสายโทไคโดวิ่งผ่าน และมีรถไฟตรงจากโตเกียวให้บริการ
วิธีที่แนะนำคือเดินทางมายุงาวาระด้วยรถไฟตรง แล้วต่อรถบัสจากสถานีไปยังย่านออนเซ็น
การไปสถานียุงาวาระ ใช้รถไฟจากฝั่งโตเกียวสะดวกที่สุด
หากต้องการเดินทางตรงไปยุงาวาระ แนะนำให้ใช้รถด่วนพิเศษ JR Odoriko แบบที่นั่งจองทั้งหมด ซึ่งเดินทางจากโตเกียวได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน

จากโตเกียวใช้เวลา 1 ชั่วโมง 13 นาที และต่อรถบัสอีกประมาณ 10 นาที ก็จะถึงย่านออนเซ็นยุงาวาระ

อีกวิธีคือขึ้นชินคันเซ็นไปถึงอาตามิแล้วนั่งย้อนกลับมา 1 สถานีเพื่อมายุงาวาระ แต่เมื่อเทียบกับการใช้ขบวน Odoriko แล้ว เวลารวมจะสั้นลงเพียงประมาณ 10–15 นาทีเท่านั้น

ระยะเวลาเดินทางจากโตเกียวไปยุงาวาระ
| รถไฟที่ใช้ | เวลาเดินทาง | การต่อรถ | เวลารวม |
|---|---|---|---|
| ขบวน Odoriko | 1 ชั่วโมง 13 นาที | ไม่มี | 1 ชั่วโมง 13 นาที |
| ชินคันเซ็น Kodama | ถึงอาตามิ 33 นาที | 8–23 นาที | 1 ชั่วโมง 2 นาที–1 ชั่วโมง 8 นาที |
| รถไฟธรรมดา | 1 ชั่วโมง 35 นาที–1 ชั่วโมง 46 นาที | ไม่มี | 1 ชั่วโมง 35 นาที–1 ชั่วโมง 46 นาที |
* ข้อมูล ณ เดือนมีนาคม ค.ศ. 2026 เวลาเดินทางระหว่างอาตามิ–ยุงาวาระประมาณ 6 นาที
ที่ยุงาวาระ ควรใช้รถบัสให้เป็นประโยชน์
จากสถานี JR ยุงาวาระไปยังย่านออนเซ็นมีระยะทางมากกว่า 2 กม. หากเดินจะใช้เวลาเกือบ 30 นาที
อย่างไรก็ตาม มีรถบัสจากหน้าสถานีวิ่งผ่านย่านออนเซ็นไปจนถึงโอคุยุงาวาระค่อนข้างถี่ จึงสะดวกหากเลือกใช้รถบัส
ในช่วงเวลา 10:00–13:00 รถออกทุก 15 นาที ส่วนช่วง 09:00 และ 14:00–15:00 รถออกทุก 12 นาที จึงใช้งานได้สะดวก

ระยะห่างระหว่างป้ายรถบัสก็ไม่ไกลกันมาก ทำให้ขึ้นลงใกล้จุดหมายได้ง่าย จึงเหมาะใช้เป็นพาหนะสำหรับเที่ยวชมด้วย
ยุงาวาระเที่ยวได้เพลิดเพลินตลอดทั้งสี่ฤดู
ยุงาวาระมีเสน่ห์ตรงที่แวะมาเมื่อไรก็เจอสีสันของธรรมชาติไม่เหมือนกัน และยังมีอีเวนต์ต่าง ๆ จัดขึ้นตลอดทั้งปี
ทำให้ได้ชมทั้งดอกไม้และสีสันของต้นไม้ตามฤดูกาล
เว็บไซต์ท่องเที่ยวทางการของออนเซ็นยุงาวาระอัปเดตข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ หากกำลังวางแผนเดินทาง แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ก่อน
ต้นฤดูใบไม้ผลิกับงาน “อุเมะโนะอุตาเกะ” ที่สวนมาคุยามะ (สวนบ๊วยยุงาวาระ)
ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม จะมีเทศกาลดอกบ๊วยชื่อ “อุเมะโนะอุตาเกะ” จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี
ที่สวนบ๊วยยุงาวาระในสวนมาคุยามะ มีต้นบ๊วยแดงและบ๊วยขาวปลูกอยู่ประมาณ 4,000 ต้น และจะบานเต็มที่ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม

ปลายเดือนพฤษภาคมเป็นช่วงชมซัตสึกิ และยังชมการบินของหิ่งห้อยได้
ที่ “ซัตสึกิโนะซาโตะ” ในสวนโฮชิกายามะ ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองยุงาวาระ มีต้นซัตสึกิปลูกอยู่ 50,000 ต้น และจะสวยที่สุดในช่วงต้นเดือนมิถุนายน

ช่วงต้นเดือนมิถุนายนราว 1 สัปดาห์ สวนมันโยะยังมีอีเวนต์ชื่อ “โฮตารุโนะอุตาเกะ”
ยุงาวาระยังคงมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการอาศัยของหิ่งห้อย จึงสามารถชมได้ในพื้นที่กว้าง เช่น บริเวณแม่น้ำจิโตเสะกาวะและแม่น้ำฟูจิกิคาวะ

ฤดูใบไม้ร่วงเหมาะกับการเดินเขาไปหมู่บ้านใบเมเปิลอิเคมิเนะ
ฤดูใบไม้ร่วงเป็นอีกช่วงที่แนะนำไม่แพ้ฤดูใบไม้ผลิ เพราะสามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ใบไม้เปลี่ยนสีได้อย่างสวยงาม
ลองนั่งรถบัสไปโอคุยุงาวาระ แล้วเดินลงเลียบแม่น้ำฟูจิกิคาวะ จากนั้นขึ้นเส้นทางเขาเลยโรงแรมเซย์รันโซเล็กน้อย เพื่อไปยังหมู่บ้านใบเมเปิลอิเคมิเนะ

แม้กลางฤดูหนาวก็ไม่ได้หนาวจัด
ยุงาวาระมีอากาศอบอุ่น และหิมะตกในฤดูหนาวนั้นเกิดขึ้นได้ยากมาก
หากไม่มีลมแรงและมีแดด ก็ยังสามารถนั่งพักผ่อนในสวนได้สบาย หรือจะแช่บ่อกลางแจ้งก็ยังอบอุ่นกำลังดี

5 จุดห้ามพลาดในยุงาวาระ
ถ้ามาถึงยุงาวาระ จะเที่ยวแบบแอ็กทีฟก็ได้ แต่เสน่ห์อีกแบบของที่นี่คือการหามุมวิวดี ๆ แล้วค่อย ๆ ใช้เวลาอย่างผ่อนคลาย
1. สวนมันโยะ ยุงาวาระโซยุ Books & Retreat
สวนประวัติศาสตร์แห่งนี้ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 สวนประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น โดยป้ายรถบัสที่ใกล้ที่สุดคือโอจิไอบาชิ
ในปี ค.ศ. 2021 ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่และเปิด “ยุงาวาระโซยุ Books & Retreat”
ภายในบริเวณทางเข้าสวนมี “เก็งคังเทラス” ซึ่งรวมทั้งศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว คาเฟ่ และโคเวิร์กกิ้งสเปซไว้ด้วยกัน

ภายในสวนมีทางเดินสำหรับเดินเล่น โดยทางเลียบลำธารมีทั้งพื้นไม้และม้านั่งจัดไว้เป็นระยะ
มาเดินเล่นที่สวนมันโยะแล้วลองใช้เวลาอ่านหนังสืออย่างเพลิดเพลินก็น่าสนใจ
คุณยังสามารถนำเครื่องดื่มหรือของว่างแบบซื้อกลับจากเก็งคังเทラスเข้ามาทั้งถาด แล้วนั่งชมลำธารอย่างช้า ๆ ได้อีกด้วย

ลึกเข้าไปในสวนยังมีศาลาพักผ่อนที่ให้ความเป็นส่วนตัวคล้ายห้องส่วนตัว และยังมีสถานที่แช่ออนเซ็น “โซยุเทラス” ที่ต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น (มีกำหนดเปิดให้บริการอีกครั้งในช่วงฤดูใบไม้ผลิ–ฤดูร้อน ค.ศ. 2026)

2. สวนมาคุยามะ (สวนบ๊วยยุงาวาระ)
สวนแห่งนี้แผ่กว้างอยู่เชิงเขามาคุยามะที่มีความสูง 626 ม. และมีดอกบ๊วยบานมากถึง 4,000 ต้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม
ในช่วงเวลาดังกล่าว สวนจะกลายเป็นสถานที่จัดงาน “อุเมะโนะอุตาเกะ” และมีร้านจำหน่ายสินค้าท้องถิ่นกับของฝากของยุงาวาระด้วย
ระหว่างช่วงจัดงานจะมีกิจกรรมมากมายในวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ พร้อมรถบัสตรงจากหน้าสถานียุงาวาระ
ในปี ค.ศ. 2026 งานจัดระหว่างวันที่ 7 กุมภาพันธ์–8 มีนาคม ค่าเข้าชม 300 เยน และผู้เข้าพักในเมืองยุงาวาระเข้าชมฟรี

มาคุยามะเป็นภูเขาที่เกิดจากกิจกรรมภูเขาไฟ และบนหน้าผาหินยังสามารถเห็นแนวหินเสาเหลี่ยมที่เกิดขึ้นขณะแมกมาเย็นตัวลงได้
บริเวณผาหินยังมีผู้คนมาเล่นปีนผา จึงเป็นสวนที่เพลิดเพลินได้แบบแอ็กทีฟตลอดทั้งปี

3. น้ำตกฟุโด
น้ำตกสูง 15 ม. แห่งนี้ปรากฏอยู่ในนวนิยายที่เขียนไม่จบเรื่อง ‘แสงและเงา’ ของนัตสึเมะ โซเซกิ
บริเวณแอ่งน้ำตกยังเป็นจุดที่ค้นพบแร่ที่เรียกว่า “ยุงาวาระฟุทสึเซกิ” ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติของเมือง
ด้านหน้าของน้ำตกมีร้านน้ำชาให้นั่งพัก พร้อมเครื่องดื่มและของว่างเบา ๆ


4. พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมืองยุงาวาระ
พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งนี้เปิดให้บริการหลังจากนำอาคารของเรียวกังเก่าแก่ “อามาโนะยะ” ที่นัตสึเมะ โซเซกิเคยมาพัก มาปรับปรุงใหม่
ที่นี่จัดแสดงผลงานของศิลปินที่เกี่ยวข้องกับยุงาวาระ เช่น ทาเคอุจิ เซโฮ (Takeuchi Seiho), ยาซุอิ โซทาโร (Yasui Sotaro), ยาเบะ โทโมเอะ (Yabe Tomoe) รวมถึงผลงานของฮิรามัตสึ เรย์จิ (Hiramatsu Reiji) จิตรกรภาพญี่ปุ่นร่วมสมัย และมีการเปลี่ยนผลงานจัดแสดงทุก 3 เดือน

5. โคโกเมะโนะยุ
สถานแช่ออนเซ็นของเทศบาลแห่งนี้อยู่ใกล้สวนมันโยะมาก เหมาะสำหรับแวะหลังเดินเล่นในสวน
ใช้บริการได้โดยไม่ต้องจองล่วงหน้า ภายในมีทั้งพื้นที่พักผ่อนปูเสื่อทาทามิและคาเฟ่ที่รับประทานอาหารได้

ถึงกับมีแฟนคลับนั่งมาจากโตเกียว! 5 ร้านอาหารแนะนำในยุงาวาระ
ถ้าให้พูดกันตรง ๆ ยุงาวาระเป็นเมืองที่แค่มาเพื่อกินก็ยังคุ้ม เพราะมีร้านดังรวมตัวกันอยู่มาก
ภายในระยะเดินประมาณ 10 นาทีจากสถานี JR ยุงาวาระก็มีร้านแนะนำอยู่เช่นกัน ดังนั้นจะทานอาหารเช้าเบา ๆ แล้วมาถึงยุงาวาระเพื่อกินมื้อกลางวันเร็วหน่อยก็น่าสนใจ
1. เกี๊ยวซ่าโนะอิจิบังเต สาขายุงาวาระ
ร้านอาหารจีนใกล้สถานียุงาวาระแห่งนี้มีเมนูยอดนิยมอย่างยากิโซบะตันตัน ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นโซลฟู้ดของยุงาวาระ
สำหรับยากิโซบะตันตัน หมายถึงบะหมี่ผัดรสเผ็ดที่ใช้ทั้งงาคั่วบดและโตวบันเจียง โดยแต่ละร้านจะปรุงออกมาในสไตล์ของตัวเอง
ที่เกี๊ยวซ่าโนะอิจิบังเตสามารถเลือกระดับความเผ็ดได้ แต่แม้จะเลือกรสแบบมาตรฐานที่ไม่เพิ่มความเผ็ด ก็ยังให้รสเผ็ดชัดเจนอยู่ดี

2. โชคดีชูกะโซบะโชคุโด นิโคริ
ร้านนี้เป็นร้านในเครือของร้านราเมงชื่อดังอิดะโชเต็น โดยเสิร์ฟราเมงที่ไม่ใช้ผงชูรสเลยแม้แต่น้อย และเลือกใช้เฉพาะวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างดี
น้ำซุปที่เคี่ยวน้ำมันออกจนหมดนั้นใสสะอาด แม้แรกเห็นอาจดูรสเบา แต่ซุปที่ออกรสจากน้ำสต๊อกอย่างชัดเจนกลับมอบความอร่อยลึกซึ้งได้อย่างเต็มที่
มีทั้งราเมงที่ใช้น้ำมันหมูส่วนหลังของหมูแบรนด์ “TOKYO X”, ราเมงตันตัน และสึเคะโซบะให้เลือก ส่วน “แกงกะหรี่ของอิดะ” ก็เป็นอีกเมนูยอดนิยมเช่นกัน
* ปิดให้บริการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม ค.ศ. 2026 และมีแผนจะรีโนเวตแล้วเปิดใหม่

3. โชกุจิโดโคะโต
ร้านอาหารที่ดำเนินการโดยร้านขายเนื้อแห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนยูโมโตะโดริ ใจกลางย่านออนเซ็น (ปิดประจำวันพุธและพฤหัสบดี)
ทั้งเมนูเนื้อและเมนูปลาต่างได้รับคำชม และยังสามารถสั่งอาหารจานเดี่ยวได้ด้วย
ช่วงมื้อค่ำเปิดให้บริการเฉพาะสุดสัปดาห์วันศุกร์–อาทิตย์ ดังนั้นหากตั้งใจไปทานตอนเย็น ควรตรวจสอบวันเปิดทำการให้ดี

4. MUSEUM CAFE and garden
คาเฟ่ชั้น 1 ของพิพิธภัณฑ์ศิลปะยุงาวาระแห่งนี้ มีเมนูที่ดูแลโดยจูนิอัน ร้านเต้าหู้ชื่อดังของท้องถิ่น
มีเมนูเรียงรายให้ลิ้มลองความอร่อยของถั่วได้อย่างเต็มที่ ซึ่งหาไม่ได้จากคาเฟ่อื่นทั่วไป
ภายในร้านยังมีการจัดกิจกรรมแสดงและจำหน่ายผลงานของศิลปินที่ทำงานอยู่ในยุงาวาระและเขตเมืองหลวงเป็นครั้งคราวด้วย

5. โคเมะโด
ร้านขนมญี่ปุ่นที่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1910 ตั้งอยู่ใกล้ป้ายรถบัส “ทางเข้าสวน” มาก
ที่นี่คือร้านต้นตำรับของคิบิโมจิ ของขึ้นชื่อแห่งยุงาวาระ และยังคงรักษาสูตรดั้งเดิมพร้อมทำอย่างพิถีพิถันมาจนถึงปัจจุบัน
บางสินค้าอาจขายหมดในช่วงบ่ายแก่ ๆ ดังนั้นแนะนำให้แวะมาตั้งแต่ช่วงเวลาเช้า

เด่นเรื่องออนเซ็นน้ำไหลจากแหล่งกำเนิดและบ่อกลางแจ้ง! 5 ที่พักแนะนำในยุงาวาระ
พอเริ่มหาที่พักในยุงาวาระ หลายคนอาจลังเลเพราะมีตัวเลือกค่อนข้างมาก และบางแห่งก็มีแหล่งน้ำพุร้อนส่วนตัวของตัวเองด้วย
หากมองหาที่พักที่เหมาะเป็นฐานท่องเที่ยว แนะนำบริเวณระหว่างป้ายรถบัส “มิตสึเกะโจ” ถึง “หน้าพิพิธภัณฑ์”
หากสนใจสถาปัตยกรรม ลองเลือกเรียวกังเก่าแก่ที่อาคารจากสมัยเมจิหรือไทโชได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมประเภทสิ่งปลูกสร้างที่จับต้องได้
1. ฟูจิยะเรียวกัง
เรียวกังเก่าแก่บนพื้นที่กว้างขวางแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องเมนูปลาไหลด้วย และได้รีโนเวตครั้งใหญ่ก่อนเปิดใหม่ในปี ค.ศ. 2019
ภายในมีทั้งอาคารเก่าที่สร้างในปีไทโช 12, อาคารราคุมิโซที่สร้างระหว่างปีโชวะ 26–29 และอาคารใหม่ที่สร้างขึ้นใหม่ทั้งหมด พร้อมให้ชมวิวสวนสวยไปด้วย
แม้แต่ห้องที่เล็กที่สุดก็ยังมีพื้นที่ 34 ตร.ม. และในอาคารเก่ากับราคุมิโซยังมีอ่างอาบน้ำฮิโนกิออนเซ็นภายในห้องอีกด้วย

2. อิโตยะ
ที่พักแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปีเมจิ 21 โดยเสาประตู กำแพงหิน และอาคารหลัก 2 หลังจากทั้งหมด 3 หลัง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมประเภทสิ่งปลูกสร้างที่จับต้องได้ของประเทศ
ที่นี่เป็นที่พักประจำของชิมาซากิ โทซน โดยเล่าว่าหลังส่งต้นฉบับปีละ 4 ครั้ง เขามักมาพักผ่อนที่อิโตยะประมาณ 1 สัปดาห์
ภายในมีห้องอาบน้ำในร่ม 2 แห่ง และมีบ่อกลางแจ้งกับบ่อกึ่งกลางแจ้งอย่างละ 1 แห่งที่สามารถจองใช้แบบส่วนตัวได้
สามารถระบุห้องได้ตั้งแต่ขั้นตอนจอง หากงบประมาณเอื้อ แนะนำให้เลือกห้องในอาคารหลักที่ขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมฯ
คุณจะได้ดื่มด่ำกับความงามทางสถาปัตยกรรมของยุคไทโช (ค.ศ. 1912–1926) ที่เต็มไปด้วยรายละเอียดพิถีพิถัน

3. เก็นเซ็นอุเอโนะยะ
เรียวกังออนเซ็นที่เก่าแก่ที่สุดในยุงาวาระแห่งนี้เปิดกิจการมายาวนานกว่า 300 ปีตั้งแต่สมัยเอโดะ และตัวอาคารยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมประเภทสิ่งปลูกสร้างที่จับต้องได้
ที่นี่มีแหล่งน้ำพุร้อนส่วนตัว พร้อมทั้งบ่อกลางแจ้งที่ใช้แบบส่วนตัวได้ในโซนอ่างในร่ม และบ่อแช่เท้าไม้ฮิโนกิรวมบนชั้นบนสุดของอาคารที่มองเห็นวิวได้ดี โดยทั้งหมดใช้น้ำแร่ที่ไหลตรงจากแหล่งกำเนิด

4. The Ryokan Tokyo YUGAWARA
ที่พักแห่งนี้เหมาะสำหรับนักเดินทางคนเดียวและสายครีเอทีฟที่อยากเก็บตัวพักผ่อนเงียบ ๆ
แพ็กเกจที่พักก็มีแบบรวมอาหารพร้อมแนวคิดส่งเสริมการเขียนต้นฉบับหรือการอ่านหนังสือ และในเลานจ์สำหรับทำงานยังมีบริการเครื่องดื่มฟรีอีกด้วย

5. นิวเวลซิตี้ ยุงาวาระ
โรงแรมออนเซ็นที่มีบ่อกลางแจ้งขนาดใหญ่ “อิซุมิโนะยุ” และสามารถใช้บริการแบบไปเช้าเย็นกลับได้ด้วย
เป็นโรงแรมที่เข้าพักได้ในงบสบาย ๆ และมีรถชัตเทิลบัสวิ่งระหว่างโรงแรมกับสถานียุงาวาระ

ตัวอย่างทริป 2 วัน 1 คืน เที่ยวย่านออนเซ็นยุงาวาระให้คุ้ม
ยุงาวาระเดินทางจากโตเกียวได้ในเวลาเพียง 1 ชั่วโมงกว่า ๆ จะเที่ยวแบบวันเดียวก็ได้สบาย
แต่ถ้าอยากเพลิดเพลินกับน้ำพุร้อนคุณภาพเยี่ยมและอาหารอร่อยอย่างเต็มที่ การค้าง 2 วัน 1 คืนจะเหมาะกว่า
ลองมาดูตัวอย่างทริป 2 วัน 1 คืนที่สามารถเพลิดเพลินกับไฮไลต์ตามฤดูกาลได้ด้วย
วันที่ 1 เดินเล่นสำรวจย่านออนเซ็นยุงาวาระ
วันแรกจัดตารางให้เที่ยวจุดน่าสนใจต่าง ๆ ในย่านออนเซ็นยุงาวาระ
หลังจากแช่โคโกเมะโนะยุแล้ว หากกลับจากสถานียุงาวาระก็สามารถใช้เป็นแพลนเที่ยววันเดียวได้เช่นกัน
09:00 ออกจากสถานีโตเกียว
ขึ้นขบวน Odoriko 1 ที่ออกจากโตเกียวเวลา 09:00

10:14 ถึงยุงาวาระ
เริ่มจากแวะศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวเพื่อหาข้อมูลก่อน
ภายในมีทั้งแผนที่ แผ่นพับแยกตามธีม และคูปองส่วนลดค่าเข้าชม


10:45 ออกจากหน้าสถานียุงาวาระ
รถบัสขึ้นลงทางประตูหน้า และรองรับทั้งบัตร IC สำหรับการเดินทาง รวมถึงการแตะชำระด้วยบัตรเครดิต

10:55 ลงรถที่โอจิไอบาชิ แล้วมุ่งหน้าไปเก็งคังเทラス
หากอยากฝากสัมภาระเพื่อเดินเที่ยวอย่างคล่องตัว สามารถใช้ล็อกเกอร์หยอดเหรียญฟรีที่เก็งคังเทラス หรือฝากไว้ที่ที่พักที่จะเข้าพักก็ได้
ถ้าไม่จำเป็นต้องฝากของ แนะนำให้ตรงไปยังจุดหมายแรกคือน้ำตกฟุโดได้เลย


11:20 เดินเล่นไปยังน้ำตกฟุโด
จากทางเข้าสวนมันโยะใช้เวลาเดินประมาณ 20 นาที
เนื่องจากต้องเดินขึ้นเนิน จะเลือกนั่งรถบัสจากโอจิไอบาชิไปยังน้ำตกฟุโดก็ได้เช่นกัน (ใช้เวลาประมาณ 4 นาที)

12:00 พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมืองยุงาวาระ
จากน้ำตกฟุโดเดินประมาณ 8 นาที แม้จะมีรถบัสให้ใช้ แต่เพราะเป็นเส้นทางลงเขา จึงแนะนำให้เดินมากกว่า

หลังชมพิพิธภัณฑ์เสร็จ ให้เลี้ยวขวาที่โรงแรม “ยุงาวาระออนเซ็น ยุงาวาระ มินะโนะคาโอริ” แล้วเดินเล่นตามถนนโมโตะยุโดริมุ่งหน้าไปสวนมันโยะ

13:30 เดินเล่นในสวนมันโยะ
หากอยากพักจิบอะไรเบา ๆ หลังมื้ออาหาร ลองแวะห้องชาชื่อ “มันโยะเท” เพื่อดื่มมัตฉะพร้อมขนมก่อน

แนะนำให้เริ่มจากเดินตามทางด้านล่างริมลำธาร แล้วค่อยใช้ทางด้านบนตอนเดินกลับจากโซยุเทラス

15:00 โคโกเมะโนะยุ
หากเดินขึ้นจากสวนมันโยะโดยมุ่งหน้าไปศาลเจ้าคุมาโนะ จะเป็นทางลัดไปยังโคโกเมะโนะยุได้

16:00 ไปยังที่พักคืนนี้
หากฝากสัมภาระไว้ที่เก็งคังเทラス อย่าลืมกลับไปรับก่อนแล้วจึงเช็กอินเข้าที่พัก

หากมาพักในช่วงต้นเดือนมิถุนายนซึ่งเป็นฤดูชมหิ่งห้อย แนะนำให้ไปสวนมันโยะราว 20:00
วันที่ 2 ดื่มด่ำกับจุดชมตามฤดูกาลและอาหารเด็ดของยุงาวาระ
วันที่ 2 จัดเป็นตารางที่สามารถใช้เวลาเยี่ยมชมไฮไลต์ตามฤดูกาลได้อย่างเต็มที่
แม้จะไม่มีอีเวนต์พิเศษ ก็อยากให้ลองกลับไปนั่งพักสบาย ๆ ที่สวนมันโยะอีกครั้ง หรือเดินเล่นในมุมที่ชอบ เพื่อเพลิดเพลินกับเวลาที่ใช้ในยุงาวาระให้เต็มที่
09:30 ไปโคเมะโด
เริ่มจากแวะโคเมะโดและซื้อคิบิโมจิทำสดใหม่กันก่อน

10:00 เที่ยวจุดเด่นตามฤดูกาล
หากเป็นช่วงงาน “อุเมะโนะอุตาเกะ” ให้กลับไปที่สถานียุงาวาระแล้วนั่งรถบัสตรงไปยังสวนมาคุยามะซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน
หากพักค้างคืนในที่พักของยุงาวาระ จะเข้าชมฟรี ดังนั้นตอนเช็กเอาต์ควรแจ้งว่าจะไปชมงานดอกบ๊วยไว้ด้วย

หากมาพักในฤดูใบไม้ร่วง ก็ออกไปชมใบไม้เปลี่ยนสีกันได้เลย
เส้นทางที่แนะนำคือไปโอคุยุงาวาระก่อน แวะหมู่บ้านใบเมเปิล แล้วค่อยเดินลงมาถึงสวนมันโยะ

หากมาในช่วงนอกฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ก็แนะนำให้กลับไปเดินเล่นที่สวนมันโยะอีกครั้ง
แม้วันก่อนจะมาในช่วงบ่าย แต่หากมาในตอนเช้า ทิศทางของแสงจะต่างออกไปและให้บรรยากาศอีกแบบหนึ่ง
หากมาในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนมิถุนายน ลองไปเยือนซัตสึกิโนะซาโตะที่สวนโฮชิกายามะด้วย
วันเสาร์และวันอาทิตย์จะมีรถบัสฟรีออกจากหน้าสถานี
12:30 แวะร้านดังแถวสถานียุงาวาระ
บริเวณรอบสถานียุงาวาระก็มีร้านชื่อดังที่ได้รับความนิยมอยู่หลายแห่ง ลองเลือกรับประทานอาหารกลางวันในย่านนี้ได้

13:30 ซื้อของฝาก
บริเวณหน้าสถานีก็สามารถซื้อของฝากได้หลากหลาย และที่ร้านสะดวกซื้อในสถานี “NewDays” ก็มีของฝากและเอคิเบ็นจำหน่ายเช่นกัน

หากมีเวลา ลองแวะชิโบริ สวีตส์ แฟกทอรี สาขาหลักยุงาวาระ ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีเดินประมาณ 3 นาทีด้วยก็น่าสนใจ
เป็นร้านขนมที่มีคาเฟ่อยู่ในตัว และยังสามารถชมโรงงานรวมถึงร่วมเวิร์กช็อปทำขนมได้

14:35 ออกจากยุงาวาระ
แม้จะดูค่อนข้างเร็ว แต่ขบวน Odoriko ถัดไปจะออกอีกทีเวลา 16:34 หรืออีก 2 ชั่วโมงต่อมา ดังนั้นวางแผนตามเวลานี้จะอุ่นใจกว่า
ขบวน Odoriko 6 ออกจากยุงาวาระเวลา 14:35 ถึงโตเกียวเวลา 15:49 ส่วนขบวน Odoriko 10 ออกเวลา 16:34 ถึงโตเกียวเวลา 17:48

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับย่านออนเซ็นยุงาวาระ
Q
ได้ยินว่าย่านออนเซ็นอยู่ไกลจากสถานีรถไฟ วิธีเดินทางมีอะไรบ้าง?
รถบัสฮาโกเนะโทซังและอิซุฮาโกเนะวิ่งในเส้นทางเดียวกัน โดยเชื่อมระหว่างสถานียุงาวาระกับย่านออนเซ็นด้วยเวลาเดินทางประมาณ 10 นาที
Q
ยุงาวาระแบบไปเช้าเย็นกลับก็เที่ยวสนุกได้ไหม?
ได้แน่นอน เพราะมีออนเซ็นแบบไปเช้าเย็นกลับให้ใช้บริการด้วย
อย่างไรก็ตาม ที่นี่มีทั้งร้านอาหารอร่อยและที่พักแบบน้ำพุร้อนไหลจากแหล่งกำเนิดอยู่มากมาย หากเป็นไปได้ ลองพักค้างคืนเพื่อสัมผัสเสน่ห์ของออนเซ็นยุงาวาระให้เต็มที่ก็น่าจะดี
Q
มีที่พักให้เลือกเยอะจนตัดสินใจไม่ถูก ควรเลือกจากอะไรดี?
หากยังไม่มีไอเดียเป็นพิเศษ แนะนำให้เลือกที่พักซึ่งเดินถึงได้จากสวนมันโยะ เพราะสะดวกต่อการเดินทางไปที่ต่าง ๆ
หากมีความชอบเฉพาะทาง จะเลือกจากจุดเด่นอย่างอาคารประวัติศาสตร์ หรือมีออนเซ็นน้ำไหลจากแหล่งกำเนิดหรือไม่ก็ได้เช่นกัน
Q
ช่วยแนะนำวิธีเที่ยวในฤดูใบไม้ผลิหน่อย
แนะนำให้ไปงาน “อุเมะโนะอุตาเกะ” ที่จัดขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม
ในวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์จะมีกิจกรรมต่าง ๆ ทำให้บรรยากาศคึกคักและสนุกเป็นพิเศษ
Q
ฤดูร้อนมีอีเวนต์อะไรบ้าง?
ช่วงต้นเดือนมิถุนายนจะมีอีเวนต์อย่างซัตสึกิโนะซาโตะและโฮตารุโนะอุตาเกะ
ในเดือนสิงหาคม หลังงานยัสสะมัตสึริที่จัดช่วงต้นเดือน ยังมีการแสดงดอกไม้ไฟเหนือทะเลด้วย
นอกจากนี้ ในช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่สวนมันโยะยังมีงานร้านแผงลอยและการแสดงบนเวทีจัดต่อเนื่องเกือบ 2 สัปดาห์
Q
ได้ยินว่าใบไม้เปลี่ยนสีสวยมาก ควรไปที่ไหนดี?
ที่สวนมันโยะก็สามารถชมใบเมเปิลแดงสดได้สวยงาม แต่ทิวทัศน์ของโอคุยุงาวาระและการเดินเขาไปหมู่บ้านใบเมเปิลก็น่าแนะนำไม่แพ้กัน
บทสรุป
หากกำลังมองหาทริปที่ได้แช่น้ำพุร้อนดี ๆ แบบไม่เร่งรีบ ย่านออนเซ็นยุงาวาระก็เป็นจุดหมายที่เหมาะมาก
ที่นี่มีน้ำพุร้อนคุณภาพดีที่อ่อนโยนต่อร่างกาย มีร้านอาหารให้เลือกหลากหลาย และหลายร้านก็อร่อยจนมีแฟนประจำยอมเดินทางมาจากโตเกียวโดยเฉพาะ
ตลอดทั้งปียังมีอีเวนต์หลายแบบให้แวะตามฤดูกาล ตั้งแต่งานอุเมะโนะอุตาเกะในเดือนกุมภาพันธ์ ไปจนถึงการเก็บส้มในช่วงต้นเดือนธันวาคม
แม้จะไม่ใช่เมืองออนเซ็นที่เน้นความหวือหวา แต่ยิ่งมาเยือนบ่อยก็ยิ่งเห็นเสน่ห์ของมันชัดขึ้น นั่นแหละคือยุงาวาระ
ผู้เขียน
ช่างภาพ・นักเขียน
Oyamada Hiroaki
ช่างภาพและนักเขียนที่รักธรรมชาติ และอยากถ่ายทอดความประทับใจจากการเดินทาง
