คัดเลือกที่พักแนะนำ 11 แห่งในนารา แยกตามพื้นที่: ฐานที่พักพิเศษเพื่อดื่มด่ำกับเมืองหลวงเก่าอายุกว่าพันปี

คัดเลือกที่พักแนะนำ 11 แห่งในนารา แยกตามพื้นที่: ฐานที่พักพิเศษเพื่อดื่มด่ำกับเมืองหลวงเก่าอายุกว่าพันปี

อัปเดต :
เขียนโดย:  GOOD LUCK TRIP

แค่ก้าวเข้าสู่นารา ก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศของเมืองหลวงเก่าที่สั่งสมประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,000 ปี
แหล่งมรดกโลกอย่างวัดและศาลเจ้ามากมาย เช่น วัดโทไดจิ (Todaiji) และศาลเจ้าคาสึงะไทฉะ (Kasuga Taisha) กระจายตัวอยู่ทั่วพื้นที่ พร้อมทิวทัศน์ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นภาพต้นแบบของญี่ปุ่นซึ่งยังคงได้รับการสืบทอดอย่างดีมาจนถึงปัจจุบัน
เสน่ห์ด้านประวัติศาสตร์และบรรยากาศอันงดงามดึงดูดนักเดินทางทั้งในและต่างประเทศ ทำให้นาราเป็นจุดหมายยอดนิยมที่ได้รับความรักมายาวนานเคียงคู่กับเกียวโต อีกทั้งแต่ละพื้นที่ก็มีเอกลักษณ์ต่างกันอย่างชัดเจน
ตั้งแต่บรรยากาศคึกคักในตัวเมืองนารา ไปจนถึงความสงบของหมู่บ้านกลางหุบเขา และเส้นทางโยชิโนะที่อบอวลด้วยจิตวิญญาณแห่งชูเก็นโด คุณจะได้สัมผัสความรู้สึกราวกับเดินทางไปคนละสถานที่
ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปรู้จักลักษณะเด่นของแต่ละพื้นที่ พร้อมแนะนำที่พักน่าสนใจในแต่ละโซน

4 พื้นที่เหมาะเป็นฐานเที่ยวในนารา

ถ้าอยากให้ทริปนาราสนุกขึ้นอีกหน่อย ลองทำความรู้จักเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ไว้ก่อน
เมื่อเลือกที่พักให้เข้ากับธีมการเดินทาง เสน่ห์อันหลากหลายของนาราก็จะยิ่งเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

พื้นที่นารา
แนะนำสำหรับผู้ที่อยากเที่ยวไฮไลต์คลาสสิกของนารา เช่น วัดโทไดจิและวัดโคฟุกุจิ
พื้นที่อิโคมะ ชิงิ อิคารุงะ และคัตสึรางิ
แนะนำสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสต้นกำเนิดของวัฒนธรรมพุทธแบบอาสุกะและนารา รวมถึงความเชื่อบนภูเขา
พื้นที่ยามาโนะเบะ อาสุกะ คาชิฮาระ และอุดะ
แนะนำสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสเสน่ห์แห่งประวัติศาสตร์จากการเดินทางตามรอยดินแดนต้นกำเนิดของญี่ปุ่น
พื้นที่โยชิโนะจิ
เหมาะกับคนที่อยากชมซากุระบนภูเขาโยชิโนะ และสัมผัสโลกแห่งความเชื่อบนภูเขาอันลึกลับ
ทิวทัศน์เมืองนาราที่ให้ความรู้สึกถึงประวัติศาสตร์อันยาวนาน
ทิวทัศน์เมืองนาราที่ให้ความรู้สึกถึงประวัติศาสตร์อันยาวนาน

ออกเดินทางสู่เมืองหลวงเก่าที่มีทั้งมรดกโลกและกวางต้อนรับ! 4 ที่พักแนะนำใน “พื้นที่นารา”

หากพูดถึงโซนท่องเที่ยวคลาสสิกของจังหวัดนารา หลายคนก็มักนึกถึง “พื้นที่นารา” ก่อนเป็นอันดับแรก
ที่นี่มีมรดกโลก “ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมแห่งเมืองเก่านารา” ซึ่งประกอบด้วยวัด ศาลเจ้า และโบราณสถาน 8 แห่ง รวมถึงวัดโทไดจิและวัดโคฟุกุจิ กระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณ
สถานที่น่าสนใจหลายแห่งอยู่ในระยะที่เดินเที่ยวได้ จึงสะดวกมากหากใช้เป็นฐานที่พัก
ไม่ว่าจะเป็นพระใหญ่แห่งวัดโทไดจิ โคมไฟของศาลเจ้าคาสึงะไทฉะ หรือหน้าต่างไม้แบบลูกกรงในย่านนารามาจิ ทุกย่างก้าวในเมืองล้วนอบอวลด้วยบรรยากาศของเมืองหลวงเก่า
รอบสวนสาธารณะนารามีวัดและศาลเจ้าจำนวนมาก อีกทั้งยังเพลิดเพลินกับวิวของภูเขาวากาคุสะและการพบเจอกวางที่คุ้นคนได้ด้วย
ในย่านนารามาจิที่ยังคงมีบ้านมาจิยะจากสมัยเอโดะ ค.ศ. 1603–1868 หลงเหลืออยู่ เพียงเดินเล่นตามตรอกก็ให้ความรู้สึกราวกับย้อนเวลากลับไป
ต่อไปนี้คือ 4 ที่พักที่เหมาะสำหรับการใช้เวลาแบบนาราแท้ ๆ เช่น การได้เผชิญหน้ากับไดบุตสึเด็นในยามเช้าอันเงียบสงบ

1. GLAMPING GATE นารา

“GLAMPING GATE นารา” เป็นที่พักสไตล์แกลมปิงที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาในย่านฮาริโจ เมืองนารา
ที่นี่มาในคอนเซปต์ “WANDER BASE 〜ฐานลับในดินแดนที่ยังไม่ถูกสำรวจ〜” โดยมีจุดเด่นคือการได้สัมผัสบรรยากาศไม่เหมือนชีวิตประจำวัน ท่ามกลางทำเลที่โอบล้อมด้วยผืนป่าธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์
พื้นที่ปิดล้อมให้ความรู้สึกเหมือนที่ซ่อนลับ ช่วยปลุกจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย และทำให้คุณได้ใช้เวลาพิเศษกับคนสำคัญโดยลืมความวุ่นวายของเมืองไปชั่วขณะ

พื้นที่แสนพิเศษท่ามกลางธรรมชาติเขียวชอุ่ม
พื้นที่แสนพิเศษท่ามกลางธรรมชาติเขียวชอุ่ม

2. NIPPONIA HOTEL นารา นารามาจิ

“NIPPONIA HOTEL นารา นารามาจิ” เป็นที่พักที่ให้คุณได้ค้นพบเสน่ห์ของสาเกญี่ปุ่นและนาราอีกครั้ง
ตั้งอยู่ในทำเลสะดวกสำหรับการท่องเที่ยว โดยเดินจากสถานี “นารา” ของสาย JR Nara ประมาณ 12 นาที
โรงแรมแห่งนี้ดัดแปลงมาจากคฤหาสน์เก่าของโรงผลิตสาเก “Nara Toyosawa Shuzo” ที่ได้รับการอนุรักษ์และบูรณะอย่างประณีต
ยังคงเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นดั้งเดิมไว้อย่างชัดเจน พร้อมเติมความสะดวกสบายแบบร่วมสมัย จนเป็นที่รู้จักในฐานะสถานที่ที่เวลาไหลไปอย่างเนิบช้า

ใช้เวลาผ่อนคลายในอาคารประวัติศาสตร์
ใช้เวลาผ่อนคลายในอาคารประวัติศาสตร์

3. นารามาจิยะ วาคาซะ ไซ เบ็ตเต

เรียวกังขนาดกะทัดรัดพร้อมอาหาร ที่ตั้งอยู่บริเวณขอบด้านเหนือของสวนสาธารณะนารา ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของหอพระใหญ่แห่งวัดโทไดจิ และถ่ายทอดบรรยากาศแบบบ้านมาจิยะเก่าแก่ของนาราได้อย่างงดงาม
เมื่อผ่านทางเข้าแบบพื้นหินที่พรมน้ำไว้ จะได้พบกับอาคารที่มีเอกลักษณ์ เช่น พื้นดินในตัวอาคารและเพดานสูงแบบเปิดโล่ง
ที่นี่มีห้องพักทั้งหมด 12 ห้อง โดยเน้นห้องสไตล์ญี่ปุ่นที่มีกลิ่นหอมของเสื่อทาทามิ

บรรยากาศแบบบ้านมาจิยะของนาราปรากฏอยู่ทั่วอาคาร ทั้งพื้นดิน เสื่อทาทามิ และลายไม้ลูกกรง
บรรยากาศแบบบ้านมาจิยะของนาราปรากฏอยู่ทั่วอาคาร ทั้งพื้นดิน เสื่อทาทามิ และลายไม้ลูกกรง

4. ฟุฟุ นารา

ที่พักแห่งนี้ตั้งอยู่ในมุมหนึ่งของสวนสาธารณะนารา ทำเลเหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นฐานท่องเที่ยวนารา และตัวอาคารยังออกแบบโดยเค็งโงะ คุมะ สถาปนิกชั้นนำของญี่ปุ่น
มีห้องพักแบบสวีตทั้งหมด 5 ประเภท โดยแต่ละห้องมีดีไซน์ของผ้าและเฟอร์นิเจอร์แตกต่างกัน เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ใส่ใจในรายละเอียด
นอกจากนี้ยังมีอ่างอาบน้ำกลางแจ้งภายในห้องพัก ให้คุณได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่

สไตลิชสวีต
สไตลิชสวีต

2 ที่พักแนะนำใน “พื้นที่อิโคมะ ชิงิ อิคารุงะ และคัตสึรางิ” ที่ซึ่งความเชื่อบนภูเขาและวัฒนธรรมอาสุกะมาบรรจบกัน

“พื้นที่อิโคมะ ชิงิ อิคารุงะ และคัตสึรางิ” แผ่กว้างอยู่บริเวณเชิงเขาทางฝั่งตะวันตกของแอ่งนารา
เป็นพื้นที่ที่ยังคงกลิ่นอายของวัดซึ่งถือเป็นต้นธารของพุทธศาสนาในญี่ปุ่น และบรรยากาศแห่งความเชื่อบนภูเขาไว้อย่างเข้มข้น
วัดโฮริวจิที่เกี่ยวข้องกับเจ้าชายโชโตกุ เป็นที่รู้จักในฐานะกลุ่มอาคารไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกซึ่งยังคงหลงเหลืออยู่ และรูปลักษณ์อันสง่างามหนักแน่นของที่นี่น่าจะสร้างความประทับใจให้ผู้มาเยือนได้ไม่น้อย
บนภูเขาชิงิมีวัดโชโกะซนชิจิแผ่ขยายอยู่กลางหุบเขา ส่วนบนภูเขาอิโคมะก็เป็นที่ตั้งของวัดโฮซันจิ ซึ่งได้รับความศรัทธาจากผู้คนทั่วไปมาอย่างยาวนาน
แม้จะอบอวลด้วยบรรยากาศแห่งประวัติศาสตร์และศรัทธา แต่พื้นที่นี้ก็ยังได้รับความนิยมในฐานะฐานสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งด้วย
หากขับรถเที่ยวหรือเดินป่าตามภูมิประเทศแบบหุบเขา ก็จะค่อย ๆ เห็นอีกบรรยากาศของพื้นที่นี้ขึ้นมา อีกทั้งยังมีสถานที่สำหรับครอบครัว เช่น “สวนสนุกยอดเขาอิโคมะ” และ “สวนเกษตรชิงิยามะ โนโดกะมูระ” จึงเป็นโซนที่เหมาะกับการเดินทางแบบครอบครัวเช่นกัน
เราขอแนะนำ 2 ที่พักที่ให้คุณดื่มด่ำกับบรรยากาศชนบทกลางหุบเขาได้อย่างเต็มที่

1. natomi宿

“natomi宿” คือเกสต์เฮาส์ที่รีโนเวตจากบ้านโบราณอายุ 85 ปีซึ่งเคยเป็นโรงตีเหล็กมาก่อน
ตั้งอยู่ในโคเซะโจ เมืองอิโคมะ จังหวัดนารา อดีตเมืองพักแรมที่เคยรุ่งเรือง และบริหารโดยพี่น้องหญิง 2 คนผู้รักการเดินทาง
เสน่ห์ของบ้านโบราณยังคงปรากฏอยู่ทั่วทุกมุม ไม่ว่าจะเป็นพื้นดินภายในอาคารที่มีคานไม้ขนาดใหญ่ หรือระเบียงไม้ที่ล้อมรอบลานกลางบ้าน จึงเป็นที่ชื่นชอบในฐานะที่พักที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้ใช้ชีวิตอยู่จริง

ผ่อนคลายสบาย ๆ ที่ระเบียงไม้รอบลานกลางบ้าน
ผ่อนคลายสบาย ๆ ที่ระเบียงไม้รอบลานกลางบ้าน

2. โรงแรมท่องเที่ยวชิงิยามะ

เรียวกังน้ำพุร้อนบนภูเขาชิงิ ในเขตอิโคมะ จังหวัดนารา ที่โดดเด่นด้วยน้ำพุร้อนธรรมชาติเพียงแห่งเดียวของชิงิยามะ
จากห้องอาบน้ำรวมและอ่างอาบน้ำกลางแจ้งสามารถมองเห็นแนวเขาชิงิ พร้อมเพลิดเพลินกับการแช่น้ำท่ามกลางทิวทัศน์อันยิ่งใหญ่ของทั้งสี่ฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นซากุระหรือใบไม้เปลี่ยนสี
โดยเฉพาะช่วงซากุระ ต้นไม้จะอยู่ใกล้จนกลีบดอกปลิวร่วงลงสู่อ่างอาบน้ำกลางแจ้งได้เลย จึงขึ้นชื่อว่าให้ประสบการณ์ออนเซ็นที่เปี่ยมด้วยบรรยากาศงดงาม

จากห้องอาบน้ำรวมขนาดกว้างขวางก็มองเห็นแนวเขาชิงิได้เช่นกัน
จากห้องอาบน้ำรวมขนาดกว้างขวางก็มองเห็นแนวเขาชิงิได้เช่นกัน

2 ที่พักแนะนำใน “พื้นที่ยามาโนะเบะ อาสุกะ คาชิฮาระ และอุดะ” ดินแดนแห่งจุดเริ่มต้นของญี่ปุ่น

“พื้นที่ยามาโนะเบะ อาสุกะ คาชิฮาระ และอุดะ” ครอบคลุมตั้งแต่ตอนกลางไปจนถึงตะวันออกของจังหวัดนารา
เป็นพื้นที่ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการออกเดินทางตามหารากเหง้าของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น “ทางยามาโนะเบะ” ที่เชื่อกันว่าเป็นถนนสายเก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น หรือภูมิภาคอาสุกะซึ่งเป็นฉากของเรื่องราวใน “โคจิกิ” และ “นิฮงโชกิ
ทั้งความสง่างามของศาลเจ้าคาชิฮาระจิงงู แรงดึงดูดอันยิ่งใหญ่ของสุสานโบราณอิชิบุไต วัฒนธรรมสมุนไพรที่สืบทอดในอุดะ และภูมิทัศน์ชนบทกลางหุบเขา ต่างก็เก็บงำเรื่องราวที่สืบเนื่องมาตั้งแต่ยุคโบราณ
จึงเหมาะกับทั้งผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ และคนที่มองหาทริปสโลว์ไลฟ์ เดินเล่นอย่างสบาย ๆ ท่ามกลางทิวทัศน์ชนบทธรรมดา ๆ พร้อมสัมผัสกลิ่นอายโรแมนติกของยุคโบราณ
เราขอแนะนำ 2 ที่พักที่คุณจะได้ใช้เวลาอย่างผ่อนคลาย ท่ามกลางทิวทัศน์ที่ธรรมชาติและประวัติศาสตร์หลอมรวมกัน

1. อุดะ ยาคุโตโนะยาโดะ ยาตากิยะ

โอบุร์ฌที่ดัดแปลงจากบ้านโบราณหลังคามุงหญ้าอายุประมาณ 300 ปี ตั้งอยู่ท่ามกลางภูมิทัศน์ชนบทของเมืองอุดะ จังหวัดนารา
รายล้อมด้วยธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของที่ราบสูงยามาโตะ ณ ระดับความสูงประมาณ 400 เมตร ช่วยให้ทั้งร่างกายและจิตใจได้รีเฟรชอย่างเต็มที่
ห้องพักมีให้เลือก 4 ห้อง ซึ่งแต่ละห้องมีเอกลักษณ์ต่างกัน โดย “คาเงโระ” ที่ดัดแปลงจากโกดัง ให้แสงสลัวชวนสบาย เหมาะสำหรับการเข้าพักคนเดียว
ส่วน “โคงากุ” ให้ความรู้สึกใกล้ชิดกับภูเขา มีเพดานสูงและบรรยากาศโปร่งโล่ง

ตัวอาคารรีโนเวตจากบ้านโบราณอายุ 300 ปี
ตัวอาคารรีโนเวตจากบ้านโบราณอายุ 300 ปี

2. โรงแรมนาราพลาซ่า

โรงแรมสำหรับการเข้าพักแบบสบาย ๆ ที่เชื่อมต่อกับธีมพาร์คน้ำพุร้อน “Nara Kenko Land” ในเมืองเท็นริ
ห้องพักสไตล์ญี่ปุ่นโมเดิร์นที่ให้ความอบอุ่นของไม้มีทั้งหมด 79 ห้อง
ทุกห้องมาพร้อมเตียง Simmons และ Wi‑Fi ฟรี มอบทั้งการนอนหลับที่สบายและช่วงเวลาพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม
จึงเป็นฐานที่พักในนาราที่ครบครันด้วยเสน่ห์หลากหลาย ทั้งการท่องเที่ยว น้ำพุร้อน อาหาร และการผ่อนคลายในคราวเดียว

พื้นที่กว้างขวาง เหมาะสำหรับครอบครัวและทริปกลุ่ม
พื้นที่กว้างขวาง เหมาะสำหรับครอบครัวและทริปกลุ่ม

ตามรอยซากุระแห่งภูเขาโยชิโนะและดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของชูเก็นโด! 3 ที่พักแนะนำใน “พื้นที่โยชิโนะจิ”

“พื้นที่โยชิโนะจิ” ทางตอนใต้ของจังหวัดนารา เป็นดินแดนที่ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และประวัติศาสตร์แห่งศรัทธายังคงมีชีวิตอยู่ โดยเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลก “สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเส้นทางแสวงบุญในเทือกเขาคิอิ”
ซากุระนับพันต้นบนภูเขาโยชิโนะเป็นหนึ่งในจุดชมดอกไม้ที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น และในฤดูใบไม้ผลิจะมีนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศมาเยือนจำนวนมาก
นอกจากนี้ ภูเขาโยชิโนะยังเป็นที่รู้จักในฐานะดินแดนที่เกี่ยวข้องกับเอ็นโนะเกียวจะ ผู้ก่อตั้งชูเก็นโด โดยมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มากมาย รวมถึงวัดคินปุเซ็นจิ กระจายตัวอยู่ตามภูเขา
ไม่ว่าจะเป็นความเขียวขจีของฤดูร้อน สีสันใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง หรือทิวทัศน์หิมะในฤดูหนาว ก็ล้วนงดงามและคุ้มค่าแก่การมาเยือนตลอดปี
พื้นที่นี้ยังครอบคลุมเขตภูเขาลึกอย่างโอมีเนะซังและหมู่บ้านเท็นคาวะ จึงนับเป็นจุดหมายที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายในแต่ละวันและฟื้นฟูทั้งกายใจ
เราขอแนะนำ 3 ที่พักที่ให้คุณค่อย ๆ ดื่มด่ำกับธรรมชาติและวัฒนธรรมของโยชิโนะจิได้อย่างเต็มที่

1. Camp base kadojin

“Camp base Kadojin” เป็นที่พักแห่งแรกในจังหวัดนาราที่คุณจะได้สนุกกับไทนีเทรลเลอร์และบาร์เรลซาวน่า
คอนเซปต์คือ “ฐานลับที่ทำให้ได้กลับไปมีหัวใจแบบเด็กอีกครั้ง”
เป็นแกลมปิงที่ผสานทั้งการใช้งานจริงและความรู้สึกทันสมัย อีกทั้งยังมีเทรลเลอร์เฮาส์ที่เข้าพักพร้อมสัตว์เลี้ยงได้ด้วย
ไทนีเทรลเลอร์ทั้ง 3 คันตกแต่งแตกต่างกัน และทุกแบบมีเตียงให้พร้อม

เทรลเลอร์แต่ละคันมีชื่อว่า “โอโซมิ” “เซ็นกิ” และ “โกกิ”
เทรลเลอร์แต่ละคันมีชื่อว่า “โอโซมิ” “เซ็นกิ” และ “โกกิ”

2. โยชิโนะออนเซ็น โมโตยุ

“โยชิโนะออนเซ็น โมโตยุ” ตั้งอยู่อย่างเงียบสงบท่ามกลางหุบเขาของภูเขาโยชิโนะ ภายในอาคารสไตล์สถาปัตยกรรมเฉพาะของภูเขาโยชิโนะที่เรียกว่า “โยชิโนะดาเตะ” สามารถมองเห็นทิวทัศน์อันยิ่งใหญ่ของภูเขาโยชิโนะได้
น้ำพุร้อนของที่นี่เป็นน้ำจากต้นกำเนิด 100% และเป็นเรียวกังที่ให้คุณดื่มด่ำกับทั้งธรรมชาติของภูเขาโยชิโนะและออนเซ็นได้อย่างเต็มที่
บ่อน้ำพุร้อนที่เปิดใช้งานมาตั้งแต่ประมาณ 300 ปีก่อนถือเป็นจุดเด่น และเป็นน้ำพุร้อนชื่อดังที่มีผู้มาใช้บริการไม่ขาดสาย จนได้รับฉายาว่า “บ่อน้ำร้อนลับแห่งโยชิโนะ”

จากห้องอาบน้ำรวมสามารถมองเห็นต้นไม้ในสวนได้
จากห้องอาบน้ำรวมสามารถมองเห็นต้นไม้ในสวนได้

3. อาซาฮีกัง

“อาซาฮีกัง” เปิดกิจการมาแล้วประมาณ 140 ปี
ตั้งอยู่หน้าทางขึ้นเขาโอมีเนะซังซึ่งเป็นมรดกโลก และได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานในฐานะที่พักสำหรับนักปีนเขา
อาหารที่เสิร์ฟอัดแน่นด้วยวัตถุดิบท้องถิ่นตามฤดูกาล ตั้งแต่ปลาอะยุย่างเกลือ ซาชิมิกวางสด ไปจนถึงเมนูผักภูเขาที่มีให้เลือกหลากหลาย

ห้องสไตล์ญี่ปุ่นที่เป็นระเบียบงดงามพร้อมโทโคโนะมะ เหมาะแก่การพักผ่อนอย่างยิ่ง
ห้องสไตล์ญี่ปุ่นที่เป็นระเบียบงดงามพร้อมโทโคโนะมะ เหมาะแก่การพักผ่อนอย่างยิ่ง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับที่พักในนารา

Q

ถ้าไปเที่ยวนารา ควรพักย่านไหนดี?

A

หากเป็นทริปนาราครั้งแรก แนะนำ “พื้นที่นารา” ที่มีทั้งมรดกโลกและสมบัติแห่งชาติกระจุกตัวอยู่มาก

Q

ถ้าไปเที่ยวนาราแบบครอบครัว ควรพักพื้นที่ไหน?

A

แนะนำ “พื้นที่อิโคมะ ชิงิ อิคารุงะ และคัตสึรางิ” ที่มีทั้งจุดท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ รวมถึงสถานที่พักผ่อนและกิจกรรมให้สนุกได้ด้วย

บทสรุป

เสน่ห์ของนาราเป็นแบบที่คงสัมผัสได้ไม่หมดในการเดินทางเพียงครั้งเดียว
ตั้งแต่ความคึกคักของเมืองหลวงเก่าไปจนถึงความสงบของหมู่บ้านกลางหุบเขา ทุกครั้งที่เปลี่ยนพื้นที่ คุณจะได้พบกับอีกมุมหนึ่งของดินแดนแห่งนี้
ลองนึกถึงสถานที่ที่อยากไป ประวัติศาสตร์ที่อยากสัมผัส และช่วงเวลาที่อยากใช้ แล้วออกตามหาฐานที่พักในแบบของคุณเอง
หากอยากรู้จักนาราให้ลึกยิ่งขึ้น ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวและอาหารอร่อย ลองดูบทความด้านล่างนี้ต่อได้เลย