
อิ่มอร่อยกับวัฒนธรรมอาหารที่สืบทอดมายาวนาน! 27 ร้านอาหารยอดนิยมในนารา แบ่งตามหมวดหมู่
ถ้าได้เดินเล่นในนารา เมืองเก่าที่อบอวลด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของญี่ปุ่น ก็จะพบว่าเสน่ห์ของที่นี่ไม่ได้มีแค่สถานที่สำคัญเท่านั้น
เมืองนี้ยังมีแหล่งมรดกโลก 3 แห่งซึ่งมากที่สุดในประเทศ
แม้สิ่งก่อสร้างอย่างวัดโฮริวจิและวัดโทไดจิจะมักเป็นจุดสนใจ แต่เสน่ห์ของวัฒนธรรมอาหารดั้งเดิมที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณก็ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ไม่แพ้กัน
นาราอุดมไปด้วยธรรมชาติและมีวัตถุดิบท้องถิ่นคุณภาพดีมากมาย จึงมีอาหารให้ลิ้มลองหลากหลายที่แม้จะเรียบง่ายแต่รสชาติลุ่มลึก
บทความนี้จะแนะนำอาหารท้องถิ่นของนาราแยกตามหมวดหมู่ พร้อมร้านแนะนำที่น่าแวะไปชิม
สรุปมาให้อ่านเข้าใจง่าย แม้คุณจะยังไม่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมอาหารของนารา ก็จะค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของที่นี่ได้ไม่ยาก ลองอ่านไปจนจบนะ
3 ร้านเก่าแก่ที่ลิ้มลองคาคิโนฮะซูชิได้
สำหรับคนที่สนใจอาหารพื้นถิ่นของนารา “คาคิโนฮะซูชิ” เป็นเมนูที่มักได้ยินชื่อกันบ่อยอยู่เสมอ
เมนูนี้เป็นซูชิอัดชนิดหนึ่ง ทำจากข้าวซูชิคำเล็ก วางปลาที่หมักเกลืออย่างปลาซาบะหรือปลาแซลมอน แล้วห่อด้วยใบพลับ
เป็นอาหารท้องถิ่นที่นิยมในแถบนารา วากายามะ และภูมิภาคคันไซมาอย่างยาวนาน โดยเดิมทีได้รับความนิยมในฐานะอาหารเก็บรักษาได้นาน
จุดเด่นคือรูปลักษณ์และรสชาติที่เรียบง่ายแต่สง่างาม พร้อมกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของใบพลับที่ซึมเข้าสู่ข้าวซูชิและปลา เกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ต่อไปนี้คือ 3 ร้านเก่าแก่ที่สืบทอดธรรมเนียมคาคิโนฮะซูชิมายาวนาน อยากชวนให้ลองแวะไปชิมรสชาติต้นตำรับด้วยตัวเอง
1. คาคิโนฮะซูชิ ฮมโปะ ทานากะ สาขาหลักนารา
หนึ่งในร้านของ “คาคิโนฮะซูชิ ฮมโปะ ทานากะ” ที่สั่งสมประวัติมายาวนานประมาณ 120 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1903
มีร้านอยู่ในพื้นที่คันไซโดยมีนาราเป็นศูนย์กลาง และยังขยายสาขาไปถึงโตเกียวกับไอจิด้วย
“สาขาหลักนารา” ตั้งอยู่หน้าสถานีคินเท็ตสึนาราในทำเลที่ยอดเยี่ยม และถือเป็นร้านสำคัญในฐานะเสมือนแฟลกชิปสโตร์ ร่วมกับสาขาหลักโกโจในเมืองโกโจที่เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่
ภายในร้านมีมุมรับประทานอาหารชื่อ “คาคิโนฮะชายะ” ให้ได้ลิ้มรสเมนูของร้านชื่อดังได้ทันทีในร้าน

2. คาคิโนฮะซูชิ ยักโกะ
“คาคิโนฮะซูชิ ยักโกะ” ตั้งอยู่ใกล้คินปุเซ็นจิ ซาโอโด ก่อตั้งขึ้นในช่วงยุคไทโชราวทศวรรษ 1910 และปัจจุบันสืบทอดร้านโดยรุ่นที่ 3 และ 4
คาคิโนฮะซูชิของที่นี่ทำตามสูตรดั้งเดิมตั้งแต่วันแรกที่เปิดร้านอย่างเคร่งครัด และทำด้วยมือทีละชิ้นอย่างพิถีพิถัน
ไม่ใช้วัตถุกันเสียหรือสารเติมแต่งใด ๆ จึงเป็นเมนูที่อ่อนโยนต่อร่างกาย และทางร้านจะเสิร์ฟในช่วงเวลาที่รสชาติเข้ากันพอดีที่สุด

3. อิซาสะ สาขาหลัก
“อิซาสะ สาขาหลัก” ในอำเภอโยชิโนะ จังหวัดนารา เป็นร้านคาคิโนฮะซูชิเก่าแก่ที่มีประวัติมากกว่า 100 ปี
จุดแข็งจากการเป็นร้านขายข้าวมาตั้งแต่ก่อตั้ง ถูกนำมาใช้ในการทำชาริข้าวผสมสูตรพิเศษที่หุงด้วยน้ำซุปสูตรลับและน้ำส้มสายชูผสม ก่อนจะปั้นแต่งด้วยมืออย่างประณีต
เมื่อจับคู่ชารินี้กับหน้าปลาที่หั่นบางและหมักให้ได้ที่ ก็จะได้เมนูรสชาติลุ่มลึกแม้จะดูเรียบง่าย
เมนูยอดนิยมคือคาคิโนฮะซูชิแบบดั้งเดิมที่ใช้เฉพาะปลาซาบะ และชุดรวมกับ “อิซาสะซูชิ (ปลาแซลมอน)” ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของหมู่บ้านคามิคิตะยามะ

3 ร้านเฉพาะทางที่ลิ้มลองมิวะโซเม็ง ซึ่งเล่ากันว่าเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น
ถ้าพูดถึงเส้นที่ผูกพันกับนารามาอย่างยาวนาน “มิวะโซเม็ง” ก็มักเป็นชื่อแรก ๆ ที่ถูกนึกถึง
มีต้นกำเนิดในเขตมิวะ เมืองซากุราอิ จังหวัดนารา และว่ากันว่าเป็นโซเม็งที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น โดยมีมาตั้งแต่สมัยนารา ค.ศ. 710–794
จุดเด่นสำคัญคือเส้นคุณภาพสูงที่ทำจากแป้งสาลีคัดสรรและน้ำสะอาด ยืดเส้นด้วยมืออย่างประณีตจนได้เส้นบางสม่ำเสมอ
เมื่อต้มแล้วสุกอย่างทั่วถึง สัมผัสนุ่มลื่น และเพลิดเพลินกับความหนึบเฉพาะตัวพร้อมความลื่นคอได้อย่างดี
อีกเสน่ห์หนึ่งของมิวะโซเม็งคือวิธีกินที่หลากหลาย ทั้งตามฤดูกาลและทั้งสไตล์ญี่ปุ่น ตะวันตก หรือจีน
หน้าร้อนแนะนำ “โซเม็งเย็น” ที่สดชื่นมาก ส่วนหน้าหนาวเหมาะกับ “นิวเม็ง” ซึ่งเป็นโซเม็งในน้ำซุปร้อน ช่วยให้ร่างกายอุ่นจากภายใน
ถ้าอยากสัมผัสเสน่ห์ของโซเม็งให้เต็มที่ ลองแวะร้านเฉพาะทางที่กำลังจะแนะนำต่อไปนี้ดู
1. มิวะยามาโมโตะ โอชกุจิโดโกโระ
“มิวะยามาโมโตะ” ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1717 ช่วงกลางสมัยเอโดะ
ตลอดเวลากว่า 300 ปีที่ผ่านมา แบรนด์โซเม็งแห่งนี้เป็นที่รู้จักในระดับประเทศ
จุดเด่นของโซเม็งจาก “มิวะยามาโมโตะ” คือความบางของเส้นและความหนึบแน่นแบบเฉพาะของวิธีทำเส้นด้วยมือ โดยค่อย ๆ ยืดเส้นทีละน้อยพร้อมหมักบ่มซ้ำเป็นเวลานาน
ที่ร้านอาหารสามารถลิ้มลองโซเม็งสูตรเด็ดของร้านเก่าแก่แห่งนี้ได้หลายเมนู โดยโซเม็งเย็นเมนูคลาสสิกใช้เส้นบางพิเศษ “ฮาคุริว” ที่มีความหนาประมาณ 0.6 มม.

2. เซ็นจูเท
ร้านอาหารแห่งนี้ตั้งอยู่ในย่านมิวะ เมืองซากุราอิ จังหวัดนารา ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งกำเนิดโซเม็ง
เป็นร้านดังมากที่แทบทุกปีจะถูกนำเสนอผ่านสื่อต่าง ๆ และไม่ว่าจะไปเมื่อไรก็มักมีคิวรอเสมอ
ที่นี่ยังคงรักษารสชาติแบบดั้งเดิมมาตั้งแต่ก่อตั้ง พร้อมมีเมนูหลากหลายที่ใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล ทำให้ได้สัมผัสความลึกซึ้งของโซเม็งที่แตกต่างจากการทำกินที่บ้าน
ขอแนะนำเมนูมาตรฐาน “โซเม็งเย็นสามสี”
เพลิดเพลินได้ตั้งแต่หน้าตาที่สวยงาม โดยเสิร์ฟ 3 แบบคือธรรมดา ไข่ และมัทฉะในภาชนะไม้ไผ่ และเมื่อกินกับน้ำซุปเส้นสูตรพิเศษก็อร่อยอย่างไม่ต้องสงสัย
หากมาในฤดูหนาว ก็แนะนำให้เลือก “นิวเม็ง” ที่น้ำซุปร้อนและเครื่องต่าง ๆ เข้ากันอย่างลงตัว

3. เทโนเบะ ทาคาดายะ สาขาหลักนารา-ซากุราอิ
“เทโนเบะ ทาคาดายะ” เป็นร้านเฉพาะทางโซเม็งที่ได้รับความนิยมในฐานะสถานที่นำเสนอเสน่ห์ใหม่ ๆ ของมิวะโซเม็ง โดยยังคงสืบทอดวิธีทำเส้นด้วยมือแบบดั้งเดิม
ที่นี่นำเสนอวิธีกินโซเม็งแบบใหม่ โดยยกให้โซเม็งเป็นพระเอกของจาน ทำให้ได้ลิ้มรสชาติและสัมผัสของเส้นในบรรยากาศที่เป็นกันเองมากขึ้น
แม้แต่เมนูมาตรฐานก็มีน้ำซุป 3 แบบทั้งร้อนและเย็น พร้อมท็อปปิ้งที่ออกแบบให้เหมาะกับแต่ละแบบ จึงเลือกกินได้ตามชอบ
นอกจากนี้ยังมีเมนูสร้างสรรค์อย่าง “โคะไซเซ็ตสึ ~คาโบนาร่าสไตล์น้ำซุปดาชิ~” แบบจำกัดช่วงเวลา และเมนูแปลกใหม่น่าสนใจอีกมาก ซึ่งเป็นเสน่ห์เฉพาะของร้านนี้

3 ร้านอาหารที่ลิ้มลองชางายุ อาหารท้องถิ่นที่มีประวัติยาวนาน 1,200 ปี
ในบรรดาอาหารพื้นบ้านของนารา มีเมนูเรียบง่ายที่อยู่คู่ชีวิตประจำวันมาอย่างยาวนานอย่าง “ชางายุ”
ชางายุเป็นโจ๊กข้าวที่หุงด้วยใบชา เช่น เซ็นฉะหรือโฮจิฉะเป็นหลัก
มีประวัติยาวนานกว่า 1,200 ปี และในนาราที่เมนูนี้หยั่งรากเป็นอาหารประจำวัน ก็เป็นที่รู้จักกันในชื่อเรียกอย่างเป็นกันเองว่า “โอะไคซัง”
จุดเด่นคือแม้จะเรียบง่าย แต่กลิ่นและรสของชาซึมเข้าสู่ข้าว ทำให้สัมผัสเบา กินง่าย
ชามีสรรพคุณช่วยการย่อยอาหารและอ่อนโยนต่อกระเพาะ จึงเหมาะมากทั้งในหน้าร้อนที่ความอยากอาหารลดลง หรือสำหรับผู้ที่ใส่ใจสุขภาพ
หากกินคู่กับสาหร่ายคอมบุเค็ม บ๊วยดอง หรือผักดอง ก็จะช่วยเพิ่มมิติให้รสชาติอ่อน ๆ อร่อยยิ่งขึ้น
ต่อไปนี้คือร้านที่ให้คุณได้สัมผัสทั้งชางายุแสนเรียบง่ายแต่อบอุ่นใจ และวัฒนธรรมอาหารของนาราอย่างเต็มที่
1. ซาโบ ดันดัน
ร้านน้ำชาสไตล์ญี่ปุ่นแท้ที่ตั้งอยู่เงียบ ๆ ในมุมหนึ่งของนารามาจิ ตัวอาคารใช้มาจิยะเดิมของตระกูลมัตสึยามะ อดีตพ่อค้าผู้มั่งคั่งในท้องถิ่น 그대로 และเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่ขึ้นทะเบียนโดยจังหวัด มีอายุราว 200 ปี
เมื่อก้าวเข้าไปข้างใน จะพบกับห้องเสื่อทาทามิที่ชวนให้คิดถึงวันวาน เพียงแค่นั่งอยู่ก็รู้สึกผ่อนคลาย
เมนูเด่นของร้านคือชางายุ อาหารท้องถิ่นของนาราที่ว่ากันว่ากินกันมาตั้งแต่ประมาณ 1,300 ปีก่อน
ชางายุจานหลักเสิร์ฟมาในหม้อเหล็กร้อน ๆ พร้อมเครื่องเคียงอย่างไชโป๊แห้งหั่นเส้น นาราซึเกะ บ๊วยดอง ฟุกิปรุงรส และผักกาดดอง รวมถึงน็ปเปอิจิรุซึ่งเป็นอาหารท้องถิ่นของนารา

2. โตโนะชายะ สาขานารามาจิ
“โตโนะชายะ สาขานารามาจิ” เป็นร้านอาหารในย่านนารามาจิที่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1963
ภายนอกมีบรรยากาศงดงามมีเสน่ห์ ส่วนภายในตกแต่งแบบญี่ปุ่นร่วมสมัย ให้ความรู้สึกสงบสบายที่ผสานกลิ่นอายเมืองเก่ากับความสะดวกสบายแบบปัจจุบัน
จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะมากสำหรับแวะพักผ่อนระหว่างเที่ยวหรือเดินเล่นในนารา
ชางายุของร้านนี้ทำจากเท็นฉะ ซึ่งเป็นวัตถุดิบของมัทฉะ จึงมีสีเขียวอ่อนสวยงาม และรสเค็มอ่อน ๆ ที่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น
เมนูแนะนำคือ “เบนโตะชางายุ”
พอเริ่มจากชางายุจานหลักแล้ว ก็จะได้ลิ้มรสกับข้าวตามฤดูกาลและของขึ้นชื่อของนาราอย่างของต้ม นามาซึ เต้าหู้งา และวาราบิโมจิไปตามลำดับ เป็นเมนูหรูที่น่าประทับใจทั้งหน้าตาและรสชาติ

3. ยามาโตะยาคุโชกุโดโกโระ นารายามะ ชะคัง
ร้านอาหารยาเซ็นในย่านนารามาจิ อยู่ในระยะเดินจากวัดโคฟุกุจิที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
สำหรับคนที่อยากรู้จักแนวคิดนี้มากขึ้น อาหารยาเซ็นคืออาหารที่ใช้ประโยชน์จากสรรพคุณของวัตถุดิบ โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยดูแลสุขภาพ
ที่นี่เน้นคอร์สอาหารซึ่งให้ลิ้มลองทั้งวัตถุดิบตามฤดูกาลของนาราและชางายุแบบยามาโตะ
เมนูยอดนิยมคือ “โอมากาเสะโกะเซ็น” ที่ได้ชิมชางายุแบบยามาโตะพร้อมอาหารจานเล็ก 6 อย่าง
สำหรับผู้ที่ชอบดื่ม แนะนำ “เซ็ตโฮโรโยอิ” ที่รวมเบียร์หรือสาเกญี่ปุ่น 1 แก้วกับกับแกล้มตามฤดูกาล 5 ชนิด
ในเมนูเครื่องดื่มยังมีชาสมุนไพรยาเซ็นหลากหลายชนิด รวมถึงชาคุซุที่ใช้โยชิโนะคุซุซึ่งผลิตหลักในภูมิภาคโยชิโนะของจังหวัดนารา

- ที่อยู่
- 〒630-8373 จังหวัดนารา เมืองนารา มินามิอิจิโจ 14−6 Google Maps
- เวลาเปิด
-
วันอังคาร–วันอาทิตย์ 11:30–13:45, 17:30–19:00
วันจันทร์ 11:30–13:45, 17:30–20:00 - วันหยุด
- ไม่มี
เสน่ห์อยู่ที่ซุปเข้มข้นรสจัด! 3 ร้านดังของเท็นริราเม็ง
ถ้าอยากกินอะไรที่รสชาติเข้มข้นขึ้นมาหน่อยตอนมาเยือนนารา “เท็นริราเม็ง” ก็เป็นอีกเมนูที่ไม่ควรมองข้าม
เท็นริราเม็งเป็นราเม็งท้องถิ่นของเมืองเท็นริ จังหวัดนารา
ในจังหวัดนี้มักเรียกว่า “สตามินะราเม็ง” เป็นราเม็งรสจัดที่โดดเด่นด้วยกระเทียมจำนวนมาก
ซุปทำจากน้ำสต็อกกระดูกไก่และซอสโชยุเป็นเบส ใส่ผักกาดขาว เนื้อหมู กุยช่าย และเครื่องต่าง ๆ อย่างเต็มที่ ให้รสเข้มข้นและลุ่มลึกชวนเจริญอาหาร
ยังใส่พริกด้วย จึงมีสีแดงเล็กน้อยและมีรสเผ็ดปลายลิ้นเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่ง
แม้จะอิ่มคุ้มเต็มคำ แต่ก็ยังมีความสมดุลด้านโภชนาการ ให้ความพึงพอใจสูงในชามเดียว
ถ้ามาเที่ยวนารา อยากให้ลองแวะร้านเท็นริราเม็งแนะนำต่อไปนี้ดู
1. ไซกะราเม็ง สาขาหลัก
“ไซกะราเม็ง” ที่เริ่มต้นจากรถเข็นในเมืองเท็นริ จังหวัดนารา เมื่อปี ค.ศ. 1968 คือร้านต้นกำเนิดของเท็นริราเม็ง
ว่ากันว่าจุดเริ่มต้นมาจากผู้ก่อตั้งซึ่งทำงานในร้านอาหารจีน อยากให้ผู้คนได้กินของที่ช่วยเติมพลังแม้ในยามดึก จึงเปิดร้านรถเข็นขึ้นมา
ซุปใช้โชยุทาเระโฮมเมดสูตรลับผสมกระเทียม แล้วใส่ผักกาดขาว เนื้อหมู กุยช่าย แครอตและเครื่องต่าง ๆ ที่นำไปผัดก่อน
เครื่องที่ใส่มาอย่างล้นชามจนแทบมองไม่เห็นเส้น ทำให้เป็นราเม็งที่ทั้งอิ่มและเติมพลังได้เต็มที่ เส้นหยักที่ใช้ก็เกาะซุปได้ดี เข้ากันอย่างยอดเยี่ยม

2. ไซกะราเม็ง รถเข็น
“ไซกะราเม็ง รถเข็น” เริ่มกิจการในเมืองเท็นริ จังหวัดนารา เมื่อปี ค.ศ. 1968
เป็นสไตล์การกินใต้เต็นท์ที่ตั้งอยู่ในลานจอดรถกว้างขวาง และการได้นั่งกินราเม็งพร้อมมองท้องฟ้ายามค่ำก็ให้บรรยากาศพิเศษไม่เหมือนใคร
ซุปทำจากโชยุทาเระโฮมเมดสูตรลับและกระเทียม ใส่ผักกาดขาว เนื้อหมู กุยช่ายจำนวนมากที่นำไปผัด แล้วปรุงความเผ็ดด้วยล่าเจียง เกิดเป็นรสชาติเอกลักษณ์ที่ยิ่งกินยิ่งติดใจ
ราเม็งชามโตที่อิ่มคุ้มนี้ได้รับความนิยมทั้งจากคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว เหมาะมากในคืนอากาศหนาวหรือวันที่เหนื่อยล้า

3. เท็นริสตามินะราเม็ง สาขาหลัก
“เท็นริสตามินะราเม็ง สาขาหลัก” ในเมืองเท็นริ จังหวัดนารา เป็นร้านดังที่ขึ้นชื่อเรื่อง “สตามินะราเม็ง”
จุดเด่นคือซุปต้นตำรับเบสกระดูกหมูที่ใส่ผักและเนื้อหมูอย่างจุใจ พร้อมกลิ่นกระเทียมที่ช่วยเพิ่มความเข้มข้น
เส้นโฮมเมดพิเศษผสมไข่ที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้เข้ากับซุป มีสัมผัสเหนียวนุ่มและเข้ากันกับซุปได้อย่างพอดี
อีกทั้งขั้นตอน “ผัด” ซึ่งร้านอื่นไม่ค่อยมี ยังช่วยดึงรสชาติแท้ของหมู ผัก และเส้นออกมาได้อย่างชัดเจน
ราเม็งชามใหญ่ที่เกิดจากการจับคู่ของวัตถุดิบและกรรมวิธีอย่างพิถีพิถันนี้ มีทั้งความเผ็ดและความอร่อยกลมกล่อม ชิมครั้งเดียวก็ยากจะลืม

รสชาติเป็นเอกลักษณ์จนอยากกินซ้ำ! 3 ร้านยอดนิยมที่ลิ้มลองอาสึกะนาเบะได้
ถ้าได้แวะย่านอาสึกะ แล้วอยากลองอาหารท้องถิ่นที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นสบายท้อง “อาสึกะนาเบะ” ก็เป็นเมนูที่น่าสนใจมาก
อาสึกะนาเบะเป็นอาหารท้องถิ่นของแถบอาสึกะ จังหวัดนารา เป็นเมนูหม้อไฟที่ต้มไก่และผักในน้ำซุปมิโสะขาว
ซุปสีขาวที่ดูโดดเด่นมีการเติมนมลงไป ทำให้ได้รสชาติครีมมี่เข้มข้นที่เป็นเอกลักษณ์
ปรุงรสอย่างเรียบง่ายเพื่อดึงความหวานและอูมามิของวัตถุดิบ จึงช่วยให้ร่างกายอุ่นจากภายในและนิยมกินกันมากเป็นพิเศษในฤดูหนาว
ยังมีประวัติที่เชื่อมโยงกับสมัยอาสึกะ ค.ศ. 592–710 ทำให้ได้สัมผัสวัฒนธรรมอาหารโบราณไปพร้อมกันด้วย
ต่อไปนี้คือร้านแนะนำที่คุณจะได้เพลิดเพลินกับอาสึกะนาเบะยอดนิยมซึ่งใช้ของดีจากท้องถิ่น
1. โนกะซากาบะ โดฮัตเต็น
อิซากายะที่ได้รับความรักจากทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว ตั้งอยู่ในทำเลดีเยี่ยม เดินเพียง 1 นาทีจากสถานีคินเท็ตสึคาชิฮาระจิงกูมาเอะ
เมนูมีอาหารหลากหลายที่ชูรสชาติแท้ของวัตถุดิบอย่างเต็มที่
แม้จะเลือกยากว่าอะไรดีที่สุด แต่ถ้าสั่งเมนูขึ้นชื่ออย่างอาสึกะนาเบะก็ไม่ผิดหวังแน่นอน
ในหม้อดินอัดแน่นด้วยไก่ยามาโตะเนื้อสดคุณภาพเยี่ยมและผักท้องถิ่นที่ร้านภูมิใจนำเสนอ พร้อมน้ำซุปครีมมี่เข้มลึกที่ทำให้ได้ลิ้มรสอูมามิของวัตถุดิบอย่างเต็มที่

2. โนซงเรสตอรองต์ ยูเมอิจิชายะ
ร้านอาหารชนบทใกล้อิชิบุไตโคะฟุง โดยยึดแนวคิดผลิตในท้องถิ่น บริโภคในท้องถิ่น เป็นหลัก เมนูส่วนใหญ่คืออาหารผักตามฤดูกาลที่ใช้วัตถุดิบจากหมู่บ้านอาสึกะและปรุงอย่างพิถีพิถัน
ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมถึงประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ ยังสามารถสั่ง “ชุดอาสึกะนาเบะ” ที่ต้มด้วยนมและน้ำซุปกระดูกไก่ได้ด้วย จึงเป็นร้านที่น่าแวะตลอดทั้งปี
ที่ชั้น 1 ของอาคารเดียวกันยังมีร้านของฝากที่ขายผักสดจากหมู่บ้านอาสึกะและข้าวโบราณ อยากแนะนำให้แวะควบคู่กันไป

3. ฮิโมโรกิ
ร้านอาหารที่ดัดแปลงจากบ้านโบราณอายุกว่า 150 ปี ตั้งอยู่ใกล้กับศาลเจ้าอาสุกะนิอิมาสุทันที
จุดเด่นของอาสึกะนาเบะที่ “ฮิโมโรกิ” คือวิธีกินแบบพิเศษ โดยเริ่มจากกินในสไตล์คล้ายสุกี้ยากี้ด้วยวาริชิตะก่อน แล้วเมื่อกินไปได้ประมาณครึ่งหนึ่งจึงเติมนมเพื่อเปลี่ยนเป็นอาสึกะนาเบะ
เมนูยอดนิยมคือ “ชุดอาสึกะนาเบะ” ที่เสิร์ฟพร้อมข้าวจากจังหวัดนารา อุด้ง และไข่ออนเซ็น
เพราะวัตถุดิบและน้ำซุปสำหรับ 1 ที่ถูกจัดมาในหม้อเดียว จึงเป็นอีกจุดเด่นที่ทำให้กินได้ง่ายสบาย ๆ

3 ร้านยอดนิยมที่ลิ้มลองขนมหวานจากโยชิโนะคุซุได้
ของหวานของนาราเองก็มีวัตถุดิบเด่นที่คนชอบขนมญี่ปุ่นมักคุ้นหูกันดี อย่าง “โยชิโนะคุซุ”
โยชิโนะคุซุคือแป้งคุซุคุณภาพสูงที่ผลิตหลักในแถบโยชิโนะ จังหวัดนารา
ทำอย่างประณีตโดยสกัดแป้งจากรากคุซุแล้วนำมาทำให้บริสุทธิ์ ใช้เวลานาน จึงมีจุดเด่นที่ความใสและสัมผัสเนียนลื่น
ในญี่ปุ่นมีการใช้มาอย่างยาวนานทั้งในขนมญี่ปุ่นและเป็นตัวเพิ่มความข้นในอาหารญี่ปุ่นหลากหลายชนิด
เมนูตัวแทนได้แก่ คุซุโมจิ คุซุคิริ และโกมะโดฟุ
ต่อไปนี้คือร้านยอดนิยมที่เสิร์ฟเมนู “สไตล์โยชิโนะ” โดยใช้โยชิโนะคุซุเป็นวัตถุดิบหลัก
1. โยชิโนะฮงคุซุ เท็งเกียวโด สาขาหลักนารา
ร้านในเครือโดยตรงของ “อิโนะอุเอะ เท็งเกียวโด” ผู้ผลิตโยชิโนะฮงคุซุจากหมู่บ้านคุซุเก่าในเมืองโกเซะ จังหวัดนารา ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1870
เป็นร้านเฉพาะทางคุซุที่ตั้งอยู่บริเวณซากประตูทิศตะวันตกของวัดโทไดจิ ซึ่งมีชื่อเสียงจากพระใหญ่ และสามารถลิ้มลองทั้งอาหารและขนมที่ทำจากคุซุได้
ที่เท็งเกียวโด สาขาหลักนารา ใช้โยชิโนะฮงคุซุที่ผ่านการทำให้บริสุทธิ์ด้วยวิธี “โยชิโนะซาราชิ” ซึ่งสืบทอดมาตั้งแต่ก่อตั้งร้าน
มีเมนูหลากหลายให้ลอง ทั้งคุซุโมจิเนื้อเด้งดึ๋ง คุซุคิริเหนียวนุ่มลื่นที่เสิร์ฟแบบทำสด โกมะโดฟุที่โชว์ความยืดหยุ่นของโยชิโนะฮงคุซุ และโจ๊กคุซุเพื่อสุขภาพ

2. คันมิโดโกโระ ซากุระ Café
“คันมิโดโกโระ ซากุระ Café” ตั้งอยู่ในมุมหนึ่งของนารามาจิ เป็นคาเฟ่สไตล์บ้านโบราณที่รีโนเวตจากมาจิยะอายุ 160 ปี
ทางร้านภูมิใจนำเสนอขนมหวานที่ใช้โยชิโนะฮงคุซุหายากมากแบบ 100%
เสน่ห์ของร้านนี้คือทุกเมนูทำสดหลังรับออร์เดอร์ จึงได้สัมผัสทั้งความสดใหม่และรสชาติแท้ของโยชิโนะคุซุอย่างชัดเจน
เมนูยอดนิยมคือ “คุซุคิริ” และ “คุซุโมจิ” ที่โดดเด่นด้วยสัมผัสเนียนลื่นและความหวานอย่างมีระดับ นอกจากนี้ยังแนะนำเมนูพิเศษอย่าง “ฮิยะคุซุเซ็นไซ” และ “คุซุชิรุโกะ” ด้วย
อีกข้อดีคือมีชา季節หรือชาเกียวคุโระเซ็นฉะ และโฮจิฉะแนบมาด้วย

3. โฮคงอัน
“โฮคงอัน” ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีโยชิโนะยามะของกระเช้าโยชิโนะยามะ
เป็นร้านแรกบนภูเขาโยชิโนะที่เสิร์ฟคุซุโมจิคู่ชา และตัวอาคารบ้านโบราณที่กลมกลืนกับธรรมชาติรอบด้านก็ถ่ายทอดทั้งประวัติศาสตร์และเสน่ห์ของสถานที่ได้อย่างดี
ที่นี่เสิร์ฟขนมหวานที่ใส่ใจทั้งวัตถุดิบจากโยชิโนะและวิธีทำ เช่น คุซุโมจิที่ใช้คินาโกะทำเอง คุซุยุที่ทำจากฮงคุซุ และ “คุซุบานะ” ขนมคุซุต้นตำรับของร้าน
คุซุคิริที่ทำจากฮงคุซุ 100% จะทำหลังรับออร์เดอร์ จึงได้ลิ้มรสในช่วงที่อร่อยที่สุด
ยังมีเมนูตามฤดูกาลอย่างซากุระโมจิช่วงฤดูใบไม้ผลิ และคากิโกริช่วงฤดูร้อนที่น่าสนใจไม่แพ้กัน
หากอากาศดี การได้นั่งที่ระเบียงพร้อมชมทิวทัศน์สี่ฤดู ก็เป็นอีกเสน่ห์หนึ่งของที่นี่

3 ร้านยอดนิยมที่ควรไปถ้าอยากกินคามะเมชิ
ถ้าอยากมองหามื้อที่ได้ทั้งความหอมของข้าวและเสน่ห์แบบอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิม “คามะเมชิ” ก็เป็นตัวเลือกที่ชวนลองมาก
คามะเมชิคือเมนูข้าวแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่หุงข้าวพร้อมเครื่องต่าง ๆ ในหม้อใบเล็ก
เสน่ห์อยู่ที่ข้าวซึ่งปรุงรสด้วยดาชิและโชยุจะดูดซับความอร่อยจากเครื่องอย่างอาหารทะเล เนื้อสัตว์ และผัก จึงได้สัมผัสฟูนุ่มหอมกรุ่นแบบข้าวหุงใหม่
ในนารา คามะเมชิที่ได้รับความนิยมมักใช้วัตถุดิบท้องถิ่นตามฤดูกาล เช่น ไก่ยามาโตะ นาราซึเกะ และผักภูเขา รวมถึงเครื่องปรุงและดาชิแบบดั้งเดิม จนเกิดเป็นรสชาติเอกลักษณ์ที่น่าลองมาก
ต่อไปนี้คือร้านที่ไม่ใช่แค่มื้ออาหารธรรมดา แต่ทำให้การกินกลายเป็นประสบการณ์พิเศษ ทั้งร้านบรรยากาศบ้านโบราณและร้านที่ใช้ภาชนะดั้งเดิมอย่างมีเสน่ห์
1. คามะเมชิ ชิซูกะ สาขาสวนสาธารณะ
“คามะเมชิ ชิซูกะ” คือร้านคามะเมชิเก่าแก่ที่เปิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1959 และปัจจุบันมี 2 สาขาในเมืองนารา
แม้ตอนนี้จะกลายเป็นร้านดังที่ใครพูดถึงคามะเมชิในนาราก็มักนึกถึงชื่อร้านนี้ แต่ก็ยังคงรักษาสไตล์การหุงทีละหม้อตามออร์เดอร์ด้วยไฟตรงอย่างพิถีพิถันเช่นเดิม
เพราะเหตุนี้เอง สาขาสวนสาธารณะที่ตั้งอยู่หน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินาราจึงมีคิวยาวช่วงกลางวันเป็นภาพคุ้นตา และนั่นก็ยิ่งยืนยันว่าคามะเมชิของ “ชิซูกะ” เป็นของอร่อยที่คุ้มค่ากับการรอ

2. ซากุระอัน
“ซากุระอัน” คือร้านคามะเมชิชื่อดังในเมืองซากุราอิ จังหวัดนารา
ที่นี่หุงคามะเมชิสไตล์เกียวโตโดยใช้ข้าวโบราณอย่างข้าวบาร์เลย์ ข้าวแดง และข้าวดำให้ดูตรงหน้า ทำให้ได้สัมผัสทั้งกลิ่นหอมเฉพาะตัวและข้าวก้นหม้อกรอบ ๆ อย่างใกล้ชิด
นอกจาก “คามะเมชิกุ้ง” เนื้อเด้งและ “คามะเมชิซีฟู้ด” ที่รวมอาหารทะเลแล้ว ยังมีเมนูให้เลือกหลากหลาย รวมถึง “คามะเมชิตามฤดูกาล” ที่ใช้วัตถุดิบประจำช่วงเวลาด้วย
ภายในร้านบรรยากาศสงบแบบญี่ปุ่น มีทั้งห้องเสื่อทาทามิ โต๊ะโคทัตสึขุดพื้น และที่นั่งโต๊ะ ให้ใช้เวลาพักผ่อนได้สบาย ๆ (ต้องจองล่วงหน้า)
อีกทั้งที่ “ซากุระอัน” ยังมีจำหน่ายร่มกันแดดทำมือและร่มกันแดดจากผ้ากิโมโน จึงเป็นอีกจุดที่ได้สัมผัสงานฝีมือแบบญี่ปุ่นไปพร้อมกัน

3. คามะเมชิ ทามะยะ
“คามะเมชิ ทามะยะ” ในเมืองคัตสึรางิ จังหวัดนารา เป็นร้านเฉพาะทางคามะเมชิที่ดัดแปลงจากโรงแรมเก่าอายุกว่า 160 ปี ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมมีรูปแบบ
จุดเด่นที่สุดคือกรรมวิธีหุงด้วยหม้อดินนาน 30 นาทีในทุกออร์เดอร์ โดยไม่ลดทอนความพิถีพิถันแม้แต่น้อย
ระหว่างรอ จะนั่งฟังเสียงชะคุฮาจิภายในร้าน หรือออกไปสักการะวัดไทมะเดระที่อยู่ใกล้ ๆ ก็ได้
เมนูขึ้นชื่ออย่าง “เซ็นโดเมชิ” ที่ปรุงอย่างประณีต ให้สัมผัสข้าวฟูนุ่มและความอร่อยของเครื่องอย่างกลมกลืนลงตัว
เครื่องมีให้เลือก 4 แบบที่คัดสรรมาอย่างดี ได้แก่ หมูยามาโตะตุ๋นก้อน เห็ดนารา ไก่ยามาโตะ และเนื้อยามาโตะกิวชิงุเระ ทั้งหมดใช้วัตถุดิบจากจังหวัดนาราอย่างเต็มที่
อีกจุดน่าสนใจคือวิธีกินได้ 3 แบบในจานเดียว เริ่มจากกินแบบปกติ ต่อด้วยราดไข่ออนเซ็นให้คล้ายข้าวคลุกไข่ และปิดท้ายด้วยการราดดาชิพิเศษให้คล้ายโอฉะซึเกะ

3 ร้านยอดนิยมที่ลิ้มลองเมนูปลาอายุได้หลากหลาย
อาหารปลาของนาราก็มีเสน่ห์เฉพาะตัว และในบรรดานั้น “ปลาอายุ” เป็นเมนูที่ขึ้นชื่อมากจนพลาดได้ยาก
แม่น้ำอย่างโยชิโนะกาวะและอุดะกาวะที่ไหลผ่านจังหวัดมีคุณภาพน้ำดีเยี่ยม อีกทั้งธรรมชาติของนารายังเหมาะต่อการเจริญเติบโตของปลาอายุ จึงหยั่งรากในวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นมาตั้งแต่โบราณ
ปลาอายุที่เติบโตตามธรรมชาติมีกลิ่นหอมสดชื่นจนถูกเปรียบกับแตงโมหรือแตงกวา จึงถูกเรียกว่า “ปลาแห่งกลิ่นหอม” ด้วย
เนื้อแน่นของปลามีจุดเด่นที่รสชาติละมุนและสุภาพ เมื่อกินคำหนึ่งแล้วความอร่อยจะค่อย ๆ แผ่กระจายในปาก
ในบรรดาเมนูต่าง ๆ เมนูยอดนิยมได้แก่ ย่างเกลือ ต้มหวาน และซูชิปลาอายุ ซึ่งขับเน้นกลิ่นรสเฉพาะตัวและความละเอียดอ่อนของปลาได้อย่างดี
ต่อไปนี้คือร้านชื่อดังที่พร้อมต้อนรับด้วยเมนูปลาอายุแสนอร่อย อยากให้คุณลองแวะไปสักครั้ง
1. สึรุเบะซูชิ ยาสุเกะ
ร้านซูชิที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น มีประวัติยาวนานกว่า 800 ปี และยังเคยปรากฏเป็นฉากในคาบูกิและการแสดงเวทีต่าง ๆ
อีกหนึ่งจุดเด่นคือตัวอาคารไม้ 3 ชั้นที่ให้ความรู้สึกคลาสสิกและอบอุ่น
ภายในมีห้องเสื่อกว้างขวางที่มองเห็นสวนเขียวขจี เป็นพื้นที่แห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง
ในบรรยากาศสุดพิเศษนี้ คุณจะได้ลิ้มลองเมนูปลาอายุหลากหลาย ทั้งย่างเกลือที่ใช้ปลาอายุจากแม่น้ำโยชิโนะกาวะในท้องถิ่น ไปจนถึงโอชิซูชิและปลาอายุทอด
ปลาอายุซาชิมิที่มีเฉพาะบางช่วงเวลา และ “ฮาราวาตะ” ที่เจ้าของร้านแนะนำ ก็เป็นเมนูที่ไม่ควรพลาดเช่นกัน

2. โยชินายะ
ร้านอาหารริมแม่น้ำโยชิโนะกาวะที่เป็นที่รักของคนท้องถิ่น มีเมนูประมาณ 50 ชนิด โดยเน้นอุด้งทำมือที่ใช้เวลาพัฒนาสูตรถึง 6 ปี
มีอุด้งให้เลือกหลากหลาย ทั้งอุด้งสาหร่ายย่าง คิตสึเนะอุด้ง และอุด้งเทมปุระ
“ชุดคาคิโนฮะซูชิ” ที่รวมคาคิโนฮะซูชิ อาหารท้องถิ่นของนารา เข้ากับอุด้ง ก็เป็นเมนูยอดนิยมเช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีเมนูข้าวหน้าต่าง ๆ ครบครัน เช่น คัตสึด้ง แกงกะหรี่ด้ง และ “อะบุทามะด้ง” ที่ทำจากเต้าหู้ทอดกับไข่ อีกทั้งยังได้ลิ้มลองปลาอายุย่างเกลือสด ๆ ที่เจ้าของร้านเป็นคนตกเองด้วย

3. ซุงิกาเสะ
“ซุงิกาเสะ” เป็นเรียวกังอาหารเก่าแก่ในอำเภอโยชิโนะ จังหวัดนารา
ยังเป็นร้านชื่อดังที่ให้คุณได้ลิ้มรสวัตถุดิบตามฤดูกาลท่ามกลางบรรยากาศสงบที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติอุดมสมบูรณ์
โดยเฉพาะความพิถีพิถันต่อวัตถุดิบธรรมชาติจากนาราในท้องถิ่นนั้นโดดเด่นมาก แม้แต่น้ำก็ไม่ใช้น้ำประปา แต่ใช้น้ำใต้ดินจากแม่น้ำทาคามิกาวะที่ผ่านการให้ความร้อนสำหรับหุงข้าวและชงชา
ด้วยเหตุนี้ เมนูจึงเปลี่ยนไปตามฤดูกาล เช่น ไคเซกิที่ใช้เห็ดมัตสึทาเกะธรรมชาติจากโยชิโนะในฤดูใบไม้ร่วง หรือหม้อไฟโบตันที่ใช้เนื้อหมูป่าธรรมชาติในฤดูหนาว
ส่วนเมนูปลาอายุจะมีให้ลิ้มลองหลัก ๆ ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงปลายเดือนกันยายน ในคอร์ส “เต็มอิ่มกับปลาอายุธรรมชาติย่างเกลือ” และ “คอร์สปลาอายุธรรมชาติเต็มรูปแบบ”
แม้จะใช้บริการเฉพาะมื้ออาหารได้ แต่เป็นระบบจองล่วงหน้าทั้งหมด จึงควรระวังเรื่องนี้ไว้ด้วย

3 ร้านยอดนิยมที่ลิ้มลองเนื้อยามาโตะกิวอันหายากได้
ถ้าอยากลองวากิวประจำท้องถิ่นของนารา “ยามาโตะกิว” เป็นชื่อที่ควรจำไว้เลย
ยามาโตะกิวคือวากิวขนดำแบรนด์หายากที่นาราภูมิใจนำเสนอ
เฉพาะวัวที่ผ่านเกณฑ์เข้มงวดเท่านั้นจึงจะได้รับชื่อนี้ โดยมีจุดเด่นที่เนื้อนุ่มและลายไขมันละเอียด
ความหวานของไขมันกับอูมามิของเนื้อแดงผสานกันอย่างลงตัว ให้สัมผัสนุ่มละลายในปากและกลิ่นรสเข้มข้น
นอกจากนี้ยังได้รับการชื่นชมจากคนทุกวัยว่าไขมันไม่เลี่ยน กินได้เรื่อย ๆ
อีกหนึ่งเสน่ห์คือความอเนกประสงค์ที่เข้ากับเมนูได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสเต๊กหรือชาบูชาบู
ต่อไปนี้คือร้านที่มีชื่อเสียงเรื่องแฮมเบิร์กและสุกี้ยากี้ที่ใช้ยามาโตะกิว
1. CafeCojica
สังเกตได้จากโนเรนสีแดงที่สะดุดตาเมื่อเดินเข้าไปในซอยจากถนนซันโจโดริ
เป็นร้านที่ดัดแปลงจากบ้านโบราณอายุ 120 ปี ให้ได้นั่งพักผ่อนสบาย ๆ บนห้องเสื่อทาทามิ
เมนูเด่นคือ “แฮมเบิร์กตุ๋นซอสสูตรพิเศษของ Cojica จากยามาโตะกิวและยามาโตะพอร์ก”
เป็นจานที่เสิร์ฟแฮมเบิร์กนวดมือเนื้อนุ่มกับเดมิกลาซซอสสูตรเข้มข้นของร้าน โดยเลือกได้ว่าจะกินคู่ข้าวดำเนื้อหนึบหรือขนมปัง อีกทั้งยังมีสลัด ซุป เครื่องเคียง และเค้กหรือคีชรวมมาให้อย่างครบครัน

2. คิสึเนะ
ร้านสุกี้ยากี้ที่ตั้งอยู่ชั้น 1 ของ “ชิคะซารุคิตสึเนะ บิลดิง” จุดสนใจแห่งใหม่จากนากางาวะ มาซาชิจิ โชเต็น ร้านเก่าแก่แห่งนาราที่ทำงานสร้างสรรค์โดยมีงานหัตถกรรมญี่ปุ่นเป็นพื้นฐาน
เชฟโทบะ ชูซากุ เจ้าของและเชฟของร้าน “sio” ซึ่งได้รับดาวมิชลินไกด์โตเกียว 2020 ต่อเนื่อง 3 ปี ได้นำเสนอวิธีสนุกกับสุกี้ยากี้แบบใหม่ผ่านเมนูร่วมสมัยที่มีสุกี้ยากี้เป็นแกนหลัก
สุกี้ยากี้ซิกเนเจอร์ของร้านเป็นเมนูพิเศษที่อัปเดตด้วยแนวคิดผสมผสานคุณค่าดั้งเดิมกับความใหม่ จนได้รสชาติที่หาไม่ได้จากที่อื่น
ในบรรดาเมนูสุกี้ยากี้ ยังมีคอร์สที่คัดสรรเนื้อยามาโตะกิวจากจังหวัดนาราอย่างดีด้วย

3. ฟุคุเด็น
“ฟุคุเด็น” ตั้งอยู่ในนารามาจิ โดดเด่นด้วยบรรยากาศมีเสน่ห์จากการใช้คฤหาสน์เก่ามาปรับเป็นพื้นที่ร้าน
ที่นี่สามารถลิ้มลองไคเซกิเนื้อที่ใช้ทั้งยามาโตะกิวระดับพรีเมียม หมูแบรนด์ดัง และผักยามาโตะที่ปลูกโดยเกษตรกรท้องถิ่น
มีทั้งชาบูชาบูที่กินกับดาชิสูตรพิเศษ และอาหารที่ใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลอีกหลากหลาย
แต่ละจานดึงรสชาติของวัตถุดิบออกมาได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังจัดเสิร์ฟอย่างสวยงาม ช่วยสร้างช่วงเวลามื้อพิเศษได้อย่างน่าประทับใจ
ห้องส่วนตัวที่รีโนเวตจากโกดังเก่าบรรยากาศดี เหมาะอย่างยิ่งสำหรับโอกาสพิเศษ เช่น การฉลองวันครบรอบ

ยังมีอาหารท้องถิ่นของนาราอีกมากมาย
อาหารของนารายังมีอะไรให้ลองอีกไม่น้อย นอกเหนือจากเมนูท้องถิ่นที่แนะนำไปก่อนหน้านี้
ช่วงท้ายนี้เลยอยากปิดด้วยเมนูดังอีกเล็กน้อย เผื่อจะลองชิมคู่กันระหว่างเที่ยวได้อย่างเพลิน ๆ
1. ขนมหวานจากลูกพลับ
นารามีสภาพอากาศและภูมิประเทศที่เหมาะกับการปลูกลูกพลับ จึงเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีผลผลิตลูกพลับมากที่สุดของประเทศ
โดยเฉพาะพันธุ์ฟุยุงากิและโทเนะวาเสะที่ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อหนา ฉ่ำ และหวานจัด ทำให้ขนมหวานจากลูกพลับที่ใช้วัตถุดิบเหล่านี้มีชื่อเสียงมากด้วย
ในนารา วัฒนธรรมอาหารถนอมด้วยลูกพลับ เช่น พลับแห้งและคาคิโนฮะซูชิ พัฒนามาตั้งแต่โบราณ การนำมาดัดแปลงเป็นขนมจึงเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ขนมหวานจากลูกพลับที่เป็นตัวแทน ได้แก่ วุ้นลูกพลับ ซอร์เบต์ลูกพลับ และโมนากะลูกพลับ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ยังมีการผสานกับขนมตะวันตกมากขึ้น จนเกิดสินค้าออริจินัลอย่างเค้กและเยลลีที่ได้รับความสนใจ
ถ้ามาเยือนนารา อยากให้ลองแวะร้านขนมญี่ปุ่นหรือร้านเฉพาะทางลูกพลับ แล้วหาขนมจากลูกพลับแบบที่ชอบดู

2. มะโฮโระบะ ไดบุทสึ พุดดิ้ง
“มะโฮโระบะ ไดบุทสึ พุดดิ้ง” ซึ่งได้รับความนิยมในฐานะของฝากจากนารา เป็นพุดดิ้งที่มีทั้งรสคัสตาร์ด รวมถึงพุดดิ้งสาเกที่ใช้ชาท้องถิ่นยามาโตะและสาเกชื่อดังฮัตสึชิกะจากนารา
อีกเสน่ห์คือไลน์อัปที่หลากหลายโดยใช้วัตถุดิบของจังหวัดอย่างหรูหรา เช่น นาระยาเอะซากุระที่ท็อปด้วยดอกซากุระจากโยชิโนะ
ภายในจังหวัดยังมีร้านหลายแห่งที่มาพร้อมคาเฟ่ในตัวด้วย
ฝาขวดที่มีลายใบหน้าพระใหญ่หรือกวางซึ่งถือเป็นผู้ส่งสารของเทพก็น่ารักมาก รับรองว่าเหมาะเป็นของฝากอย่างแน่นอน

3. นาราซึเกะ
ถ้าสนใจอาหารหมักดองแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น “นาราซึเกะ” ก็เป็นอีกอย่างที่น่ารู้จักไว้
นาราซึเกะคือผักดองแบบดั้งเดิมชนิดหนึ่งที่มีต้นกำเนิดในจังหวัดนารา
โดยหลักจะนำผักอย่างฟัก มะเขือ แตงกวา และขิง ไปหมักซ้ำในกากสาเกหลายรอบ
เสน่ห์อยู่ที่กลิ่นรสหอมลุ่มลึกจากการบ่มระยะยาว และกลิ่นเฉพาะตัวที่มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่
รสเค็มและหวานสมดุลกันอย่างลงตัว เหมาะทั้งกินกับข้าวและเป็นกับแกล้ม
รสชาติที่มีเอกลักษณ์นี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มสีสันให้มื้ออาหาร แต่ยังอุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุ จึงเป็นอีกจุดเด่นในด้านสุขภาพด้วย
ในร้านอาหารญี่ปุ่นและร้านอาหารภายในจังหวัด มักเสิร์ฟคู่กับเมนูหลัก จึงอยากชวนให้ลองชิมดู
หากอยากลองนาราซึเกะแบบจริงจังยิ่งขึ้น แนะนำให้ไปร้านเฉพาะทางที่สามารถซื้อเป็นของฝากได้ด้วย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาหารนารา
Q
ย่านไหนในจังหวัดนาราที่มีร้านอาหารจำนวนมาก?
ภายในจังหวัด เมืองนาราซึ่งมีทั้งสถานีรถไฟเจอาร์นาราและสถานีคินเท็ตสึนารา เป็นพื้นที่ที่มีร้านอาหารจำนวนมาก
Q
บริเวณรอบสถานีรถไฟเจอาร์นารา มีร้านหรือย่านที่กินอาหารท้องถิ่นได้ไหม?
แนะนำร้านอาหารที่เรียงรายอยู่ในย่านการค้าบนถนนสายหลักของเมืองนาราอย่างถนนซันโจโดริ ใกล้ประตูตรวจตั๋วยังมีร้านของฝากที่ขายสาเกท้องถิ่นและนาราซึเกะด้วย
Q
บริเวณรอบสถานีคินเท็ตสึนารา มีร้านหรือย่านที่กินอาหารท้องถิ่นได้ไหม?
สามารถหากินได้ในหลายแห่ง เช่น ศูนย์การค้าไทม์สเพลส นารา, ฮิกาชิมุกิ โชเท็งไก และโคนิชิ ซากุระโดริ โชเท็งไก เป็นต้น
บทสรุป
ตลอดบทความนี้ เราได้พาไล่ดูอาหารท้องถิ่นและอาหารพื้นบ้านยอดนิยมของนาราแยกตามหมวดหมู่ พร้อมร้านแนะนำที่น่าแวะไปชิม
มีให้เลือกหลากหลายทั้งข้าว เนื้อ ปลา และขนมหวาน จึงช่วยให้การวางแผนมื้ออาหารในนาราง่ายขึ้นพอสมควร
ถ้ายังลังเลว่าจะกินอะไรหรือเลือกร้านไหนดี ลองใช้บทความนี้เป็นแนวทางในการตัดสินใจได้เลย
หากได้เพลิดเพลินกับอาหารนาราควบคู่ไปกับบรรยากาศเมืองเก่าที่มีเสน่ห์ ก็จะยิ่งทำให้ความทรงจำของการเดินทางชัดเจนขึ้นอีกหน่อย
หากกำลังวางแผนเที่ยวในนารา อย่าลืมดูบทความนี้ด้วย ซึ่งรวบรวมข้อมูลทั้งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ที่พัก และของฝากไว้แบบครบถ้วน