
9 จุดชมวิวทุ่งดอกไม้สุดตระการตาในไซตามะ ที่เติมสีสันให้ทุกฤดูกาล
ถ้าอยากออกไปดูสีสันของฤดูกาลแบบสบายๆ จากย่านคันโต ไซตามะก็มีจุดชมวิวทุ่งดอกไม้สวยงามกระจายอยู่หลายแห่ง และแต่ละที่ก็มีความยิ่งใหญ่กับเอกลักษณ์ต่างกันไป
มีตั้งแต่ทุ่งชิบะซากุระที่สวนฮิตสึจิยามะ (Hitsujiyama Park) บริเวณเชิงเขาจิจิบุ สวนดอกวิสทีเรียชื่อดังอุชิจิมะโนะฟุจิ (Ushijima no Fuji) หรือฟุจิคะเอ็น ในคาสุคาเบะ ไปจนถึงสวนดอกไม้นาคางาวะ ยาชิโอะ ฟลาวเวอร์พาร์ก ที่แต่งแต้มสีสันริมแม่น้ำ ทั้งสีสันและกลิ่นหอมของดอกไม้ที่แตกต่างกันสร้างทิวทัศน์งดงามทั่วทั้งจังหวัด
ตั้งแต่ทุ่งป๊อปปี้บนที่ราบสูง ซุ้มวิสทีเรียยาวชวนฝัน ไปจนถึงแนวซากุระริมแม่น้ำ หากคุณออกเดินทางตามรอยจุดชมดอกไม้ในไซตามะ สีสันของฤดูกาลก็น่าจะช่วยเติมความทรงจำในการเดินทางให้งดงามยิ่งขึ้น
ทุ่งดอกไม้ใกล้ท้องฟ้า สีสันของดอกไม้ที่ทอดยาวถึงเส้นขอบฟ้า
เมื่อออกไปยังผืนดินกว้างใหญ่และที่ราบสูงของไซตามะ สิ่งที่สะดุดตาเป็นพิเศษก็คือทิวทัศน์ดอกไม้ที่ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่
สีสันที่แผ่กว้างเต็มสายตา กับความโปร่งโล่งของทุ่งดอกไม้ที่เหมือนทอดยาวไปถึงท้องฟ้า คือเสน่ห์สำคัญของพื้นที่แบบนี้ ทิวทัศน์ดอกไม้ที่ได้พบตามเชิงเขาและบนที่ราบสูง เป็นรางวัลพิเศษที่หาได้จากการเดินทางเท่านั้น
1. เท็งคูโนะป๊อปปี้ (มินาโนะมาจิ)
เท็งคูโนะป๊อปปี้ (Tenku no Poppy) คือทุ่งป๊อปปี้ที่บานสะพรั่งประมาณ 12 ล้านดอก บนที่ราบสูงสูงจากระดับน้ำทะเล 500 เมตร พื้นที่ 4 เฮกตาร์ ทุ่งป๊อปปี้ที่แผ่เต็มไหล่เขาของที่ราบสูงจิจิบุ สมชื่อจุดชมดอกไม้ที่อยู่ใกล้ท้องฟ้า
ทะเลดอกป๊อปปี้สีแดงทอดยาว สร้างภาพงดงามราวกับทำให้เส้นแบ่งระหว่างผืนฟ้ากับผืนดินเลือนหายไป เมื่อมองออกไปยังทิวทัศน์ดอกไม้ที่ต่อเนื่องไกลสุดสายตา คุณจะสัมผัสได้อีกครั้งถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติในไซตามะ

2. สวนฮิตสึจิยามะ (เมืองจิจิบุ)
“เนินชิบะซากุระ” ที่แผ่กว้างบริเวณเชิงเขาจิจิบุ เป็นหนึ่งในสถานที่ที่สะท้อนภาพทิวทัศน์ดอกไม้ของไซตามะได้อย่างชัดเจน และยังเป็นจุดท่องเที่ยวเด่นของฤดูใบไม้ผลิในจิจิบุด้วย โดยช่วงชมสวยอยู่ระหว่างกลางเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม
ชิบะซากุระสีชมพู ขาว และม่วง ปกคลุมเนินเขาอย่างสวยงาม โดยมีแนวภูเขาไกลๆ เป็นฉากหลัง กลายเป็นภาพฤดูใบไม้ผลิที่เป็นเอกลักษณ์ของจิจิบุ ลวดลายของดอกไม้ที่ทอดยาวไปตามความลาดชันอ่อนๆ ของเนินเขาจะเปลี่ยนมุมมองไปทุกครั้งที่เดิน หากแวะมาระหว่างเที่ยวจิจิบุ คุณน่าจะได้พบกับทิวทัศน์ที่ทำให้สัมผัสถึงความยิ่งใหญ่ของดอกไม้อย่างเต็มที่

สวนฤดูใบไม้ผลิที่ให้กลิ่นอายความงามแบบญี่ปุ่น วิสทีเรียและโบตั๋นที่ห้อยระย้าอย่างสง่างาม
ในบรรดาดอกไม้ที่คนญี่ปุ่นคุ้นเคยมาตั้งแต่โบราณ วิสทีเรียที่ห้อยระย้าและโบตั๋นที่บานอย่างหรูหรามักให้บรรยากาศสงบงามกับสวนและสวนสาธารณะได้เป็นพิเศษ ดอกไม้แสนสง่างามที่พบได้เพียงช่วงสั้นๆ ของฤดูใบไม้ผลิ จะทำให้เวลาที่คุณเดินชมรู้สึกผ่อนคลายขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
3. อุชิจิมะโนะฟุจิ (ฟุจิคะเอ็น) (เมืองคาสุคาเบะ)
สวนแห่งนี้เป็นที่รู้จักในฐานะสวนวิสทีเรียชื่อดังของคาสุคาเบะ ช่อดอกที่ห้อยยาวจากซุ้มวิสทีเรียพลิ้วไหวตามสายลม ทำให้ทั้งสวนถูกห่อหุ้มด้วยสีม่วงอ่อนอย่างนุ่มนวล
ดอกวิสทีเรียขนาดใหญ่ที่มีช่อยาวได้ถึง 2 เมตร จัดว่าเป็นหนึ่งในระดับใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นและน่าประทับใจมาก เมื่อค่อยๆ เดินชมสวน ทิวทัศน์ใต้ซุ้มวิสทีเรียจะเปลี่ยนบรรยากาศไปทีละมุม และเมื่อเดินผ่านใต้ซุ้มที่ดอกไม้ไหวพลิ้ว ก็ยากจะละสายตาจากแนวช่อดอกที่ปกคลุมอยู่เหนือศีรษะ หากมาให้ตรงกับฤดูดอกไม้บาน คุณจะได้ซึมซับความงามแสนสั้นของฤดูใบไม้ผลิอย่างสงบ

4. สวนโบตั๋นฮิงาชิมัตสึยามะ (เมืองฮิงาชิมัตสึยามะ)
ที่นี่เป็นแหล่งชมดอกไม้ชื่อดังของฮิงาชิมัตสึยามะ ภายในสวนกว้างใหญ่เต็มไปด้วยดอกโบตั๋นบานสะพรั่ง ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนถึงปลายเดือนเมษายน โบตั๋น 150 สายพันธุ์ จำนวน 6,500 ต้น จะทยอยบานต่อเนื่อง พร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่อบอวลไปทั่วสวน
ดอกขนาดใหญ่บานเรียงรายสองข้างทางเดิน ทำให้บรรยากาศของสวนสดใสขึ้นทันตา การค่อยๆ เดินชมสีหน้าและรูปทรงของดอกไม้แต่ละดอกก็เป็นเสน่ห์เฉพาะของที่นี่เช่นกัน หากแวะรวมไว้ในทริปชมดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิ คุณจะได้พบกับทิวทัศน์ดอกไม้ที่ชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย

ฤดูกาลแห่งดอกไม้ที่โอบล้อมด้วยกลิ่นหอม ทิวทัศน์ลาเวนเดอร์และกุหลาบ
เสน่ห์ของไซตามะไม่ได้อยู่แค่เรื่องสีสันของดอกไม้ แต่ยังรวมถึงแหล่งชมที่ให้เพลิดเพลินกับกลิ่นหอมไปพร้อมกันด้วย ในฤดูกาลที่ลาเวนเดอร์และกุหลาบบาน กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ลอยมากับทิวทัศน์ดอกไม้จะช่วยเติมเต็มช่วงเวลาแห่งการเดินเล่นให้พิเศษยิ่งขึ้น เมื่อเดินอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ คุณจะสัมผัสเสน่ห์ของดอกไม้ได้ด้วยมากกว่าสายตา
5. เทศกาลบลูเฟสติวัล อายาเมะและลาเวนเดอร์ (เมืองคูกิ)
“เทศกาลบลูเฟสติวัล อายาเมะและลาเวนเดอร์” ที่จัดขึ้นในเมืองคูกิ เป็นงานดอกไม้ช่วงต้นฤดูร้อนที่เต็มไปด้วยทิวทัศน์สวยงามริมสายน้ำ ในช่วงชมสวยราวกลางเดือนมิถุนายนถึงปลายเดือนมิถุนายน พื้นที่ทั้งบริเวณจะถูกแต่งแต้มด้วยสีน้ำเงินสวยงาม และมีผู้คนมากมายมาถ่ายภาพด้วยกล้องหรือสมาร์ตโฟน
ภายในบริเวณงานที่เต็มไปด้วยทิวทัศน์ของดอกไม้สีม่วงอมฟ้า คุณสามารถเดินเล่นไปตามทางเดินริมสายน้ำพร้อมเพลิดเพลินกับสีสันและกลิ่นหอมของดอกไม้ หากแวะมาระหว่างทริปชมดอกไม้ต้นฤดูร้อน คุณจะได้พบกับทิวทัศน์ตามฤดูกาลที่เป็นเอกลักษณ์ของไซตามะ

6. สวนกุหลาบ (สวนอนุสรณ์การประกาศใช้การปกครองเมืองอินะ) (เมืองอินะ)
สวนกุหลาบภายในสวนอนุสรณ์การประกาศใช้การปกครองเมืองอินะ เป็นหนึ่งในสวนกุหลาบขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดไซตามะ และมีการดูแลปลูกทดแทนตลอดทั้งปี จึงได้รับการบำรุงรักษาอย่างพิถีพิถัน
ภายในสวนปลูกกุหลาบหลากหลายชนิด ให้เพลิดเพลินกับความแตกต่างของรูปทรงและสีสันของดอกไม้ เมื่อเดินไปตามทางในสวนที่จัดไว้อย่างเป็นระเบียบ คุณจะได้พบทั้งแปลงดอกไม้ลวดลายเรขาคณิตและกุหลาบที่บานอยู่บนซุ้มโค้งขนาดใหญ่ทีละมุม หากมาในช่วงดอกไม้สวย คุณจะได้เห็นทิวทัศน์อันหรูหราที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมและสีสัน

จากฤดูหนาวสู่ฤดูใบไม้ผลิ ทิวทัศน์ที่รังสรรค์ด้วยดอกไม้ตามฤดูกาล
อีกเสน่ห์หนึ่งของไซตามะคือทิวทัศน์ดอกไม้ที่แผ่กว้างไปพร้อมกับสายน้ำและภูเขา ไม่ว่าจะเป็นแนวซากุระริมทาง ทุ่งดอกไม้ริมแม่น้ำ หรือดอกไม้บนภูเขาที่เปลี่ยนผ่านจากฤดูหนาวสู่ฤดูใบไม้ผลิ แต่ละฤดูกาลล้วนให้บรรยากาศต่างกันไป เมื่อดอกไม้ซ้อนทับอยู่กับทิวทัศน์ ความลึกของภาพตรงหน้าก็ยิ่งเด่นชัดขึ้น
7. สวนดอกโรไบ นากาโทโระ–ภูเขาโฮโดะซัง (เมืองนากาโทโระ)
สวนดอกโรไบบนภูเขาโฮโดะซังในนากาโทโระ เป็นแหล่งชมดอกไม้ที่เพลิดเพลินได้ตั้งแต่ฤดูหนาวถึงต้นฤดูใบไม้ผลิ ภายในพื้นที่บนยอดเขามีดอกโรไบบานประมาณ 800 กอ หรือประมาณ 3,000 ต้น พร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศบริสุทธิ์
ความงามของดอกไม้ที่บานอย่างสง่างามท่ามกลางอากาศหนาวจัด พร้อมรับแสงอาทิตย์ต้นฤดูใบไม้ผลิ เป็นเสน่ห์ที่น่าประทับใจ ทิวทัศน์ดอกไม้ที่ได้ชมคู่กับวิวจากยอดเขายิ่งพิเศษขึ้นไปอีก หากแวะมาพร้อมกับการท่องเที่ยวนากาโทโระ คุณจะได้สัมผัสบรรยากาศของฤดูกาลที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากฤดูหนาวสู่ฤดูใบไม้ผลิ

8. คุโระเมะกาวะ ซากุระสึสึมิ (เมืองอาซากะ)
บริเวณริมแม่น้ำคุโระเมะกาวะที่ไหลผ่านเมืองอาซากะ จะคึกคักเป็นพิเศษเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ เพราะต้นโซเมโยชิโนะจำนวน 232 ต้นที่ปลูกเรียงรายตลอดสองฝั่งแม่น้ำเป็นระยะทาง 700 เมตร จะบานพร้อมกันอย่างงดงาม ในช่วงที่มีการจัด “เทศกาลดอกไม้คุโระเมะกาวะ” ยังมีร้านแผงลอยตั้งเรียงราย ให้บรรยากาศการชมซากุระที่สนุกสนาน แม้อยู่ภายในเมือง แต่ทิวทัศน์ดอกไม้ริมแม่น้ำก็เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินเล่นในฤดูใบไม้ผลิ

9. สวนนาคางาวะ ยาชิโอะ ฟลาวเวอร์พาร์ก (เมืองยาชิโอะ)
ฟลาวเวอร์พาร์กริมพื้นที่แม่น้ำนาคางาวะแห่งนี้ มีดอกไม้ตามฤดูกาลบานให้ชมตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วง ทิวทัศน์ดอกไม้แผ่กว้างบนพื้นที่ริมแม่น้ำอันกว้างใหญ่ และให้บรรยากาศโปร่งโล่งใต้ท้องฟ้าเปิดกว้าง
ในฤดูใบไม้ผลิมีดอกพีชและดอกนาโนะฮานะ ส่วนฤดูใบไม้ร่วงมีฮิกังบานะและคอสมอสให้ชม หากเดินเล่นพร้อมสัมผัสความกว้างของท้องฟ้า คุณจะได้เห็นทิวทัศน์ดอกไม้ที่เปลี่ยนสีสันไปตามฤดูกาล ลองใช้เวลาค่อยๆ เดินชม พร้อมมองหาความงามเฉพาะช่วงเวลานั้นดูสักครั้ง

บทสรุป
ไซตามะมีจุดชมดอกไม้สวยงามหลากหลายให้แวะไปตามฤดูกาล ตั้งแต่ทุ่งดอกไม้บนที่ราบสูง วิสทีเรียและโบตั๋นที่แต่งแต้มสวน กุหลาบและลาเวนเดอร์ที่มีกลิ่นหอม ไปจนถึงแนวซากุระริมแม่น้ำ
แต่ละแห่งต่างกันทั้งชนิดของดอกไม้และความกว้างของทิวทัศน์ จึงชวนให้อยากกลับไปเที่ยวซ้ำในคนละช่วงเวลาด้วย ตั้งแต่ภูเขาในจิจิบุไปจนถึงสวนริมแม่น้ำ แต่ละทิวทัศน์ที่ดอกไม้รังสรรค์ขึ้นล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ลองออกเดินทางตามรอยแหล่งชมดอกไม้ในไซตามะ แล้วค่อยๆ สัมผัสสีสันของแต่ละฤดูกาลด้วยตัวคุณเอง