คู่มือเที่ยวโอกินาวะในฤดูใบไม้ร่วง: สัมผัสทะเล ป่า และวัฒนธรรมอย่างสบายๆ

คู่มือเที่ยวโอกินาวะในฤดูใบไม้ร่วง: สัมผัสทะเล ป่า และวัฒนธรรมอย่างสบายๆ

อัปเดต :
เขียนโดย:  GOOD LUCK TRIP

เที่ยวโอกินาวะในฤดูใบไม้ร่วง ลองสัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมริวกิวที่สวนปราสาทชูริและถนนเครื่องปั้นดินเผาสึโบยะ ยาจิมุน พร้อมออกไปชมธรรมชาติกึ่งเขตร้อนที่บิออสโนะโอกะและแนวต้นฟุกิแห่งบิเสะ
เดือนกันยายนยังคงมีอากาศร้อนแบบฤดูร้อน แต่เมื่อเข้าสู่เดือนตุลาคมและพฤศจิกายน อุณหภูมิจะค่อยๆ ลดลง จึงเหมาะกับการเดินเที่ยวเมืองและสถานที่กลางแจ้งมากขึ้น บางแห่งยังเล่นน้ำทะเลและสนุกกับกิจกรรมทางน้ำได้จนถึงประมาณเดือนตุลาคม ส่วนเทศกาลฤดูใบไม้ร่วงและงานประดับไฟก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ
เพลิดเพลินกับการเดินทางหลากหลายแบบที่มีเฉพาะในโอกินาวะ ตั้งแต่วิวทะเลและป่า ไปจนถึงวัฒนธรรมดั้งเดิมและกิจกรรมที่จัดขึ้นในฤดูใบไม้ร่วง

เที่ยวโอกินาวะในฤดูใบไม้ร่วงให้ครบทั้งทะเล ป่า และวัฒนธรรม

ฤดูใบไม้ร่วงในโอกินาวะเปิดโอกาสให้จัดทริปได้หลากหลาย ทั้งเดินชมย่านเก่าแก่ในชูริ เที่ยวป่ากึ่งเขตร้อน และทอดสายตามองทะเลสีคราม
งานประดับไฟจะเริ่มขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม เพิ่มความสนุกด้วยกิจกรรมเฉพาะฤดูกาล ลองค่อยๆ เดินทางจากนาฮะไปยังตอนกลางและตอนเหนือ เพื่อสัมผัสธรรมชาติและวัฒนธรรมของโอกินาวะอย่างเต็มอิ่ม

ถนนหิน กำแพงหิน และบ้านหลังคากระเบื้องสีแดงยังคงบรรยากาศแบบโอกินาวะในอดีต
ถนนหิน กำแพงหิน และบ้านหลังคากระเบื้องสีแดงยังคงบรรยากาศแบบโอกินาวะในอดีต

11 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในโอกินาวะที่เหมาะกับฤดูใบไม้ร่วง

ฤดูใบไม้ร่วงของโอกินาวะเหมาะกับการจัดทริปกลางแจ้ง ตั้งแต่เดินชมย่านประวัติศาสตร์ เที่ยวป่ากึ่งเขตร้อน ไปจนถึงชมวิวริมทะเล กิจกรรมก็มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งเดินเล่นในชูริเพื่อสัมผัสวัฒนธรรมริวกิว หรือสังเกตพันธุ์ไม้และสัตว์ทะเลในพื้นที่ตอนกลางและตอนเหนือ มาลองออกเดินทางทั่วโอกินาวะ พร้อมแวะสถานที่ที่เที่ยวควบคู่กับกิจกรรมฤดูใบไม้ร่วงได้อย่างลงตัว

1. สวนปราสาทชูริ (เมืองนาฮะ)

สวนแห่งนี้มีปราสาทชูริ (Shurijo Castle) สีแดงสดเป็นศูนย์กลาง ถ่ายทอดประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของอาณาจักรริวกิว ตั้งอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ ที่มองเห็นเมืองนาฮะ และล้อมรอบด้วยกำแพงปราสาทโค้งงดงาม
ที่นี่เจริญรุ่งเรืองในฐานะศูนย์กลางด้านการเมือง การทูต และวัฒนธรรมของอาณาจักรริวกิว ซึ่งดำรงอยู่ยาวนาน 450 ปี ตั้งแต่ปี 1429 ถึง 1879 และซากปราสาทได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี 2000

ประตูอันเป็นสัญลักษณ์ของอาณาจักรริวกิว เสาสีแดงและกระเบื้องหลังคาสีแดงโดดเด่นตัดกับท้องฟ้าสีคราม
ประตูอันเป็นสัญลักษณ์ของอาณาจักรริวกิว เสาสีแดงและกระเบื้องหลังคาสีแดงโดดเด่นตัดกับท้องฟ้าสีคราม

2. ถนนหินชูริคินโจโจ (เมืองนาฮะ)

ถนนหินเก่าแก่ในย่านชูริคินโจโจ (Shuri Kinjocho Stone-paved Road) ยังคงร่องรอยบรรยากาศสมัยอาณาจักรริวกิว จากปราสาทชูริสามารถเดินต่อไปตามทางลาดยาวประมาณ 300 เมตร เหยียบไปบนหินปูนริวกิวที่มีพื้นผิวขรุขระ ถนนกว้างเฉลี่ยประมาณ 4 เมตร และหินที่ปูแต่ละก้อนมีขนาดประมาณ 20–30 เซนติเมตร
ชูริคินโจโจเป็นพื้นที่ที่รอดพ้นจากไฟสงครามมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ จึงยังหลงเหลือทั้งถนนหินและกำแพงหินรอบบ้านเรือนตลอดสองข้างทาง หากเดินเที่ยวคู่กับปราสาทชูริ จะได้ตามรอยเส้นทางจากยุคอาณาจักรริวกิวที่ยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน

ทางลาดปูหินที่ขนาบด้วยกำแพงหินรอบบ้านเรือน ยังคงอบอวลด้วยบรรยากาศแบบริวกิว
ทางลาดปูหินที่ขนาบด้วยกำแพงหินรอบบ้านเรือน ยังคงอบอวลด้วยบรรยากาศแบบริวกิว

3. ถนนเครื่องปั้นดินเผาสึโบยะ ยาจิมุน (เมืองนาฮะ)

จุดเดินเล่นในย่านสึโบยะที่เปิดโอกาสให้สัมผัสทั้งอดีตและปัจจุบันของยาจิมุน เครื่องปั้นดินเผาเอกลักษณ์เฉพาะของโอกินาวะ ตลอดถนนปูหินปูนริวกิวยาวประมาณ 400 เมตร มีทั้งเวิร์กช็อป ร้านค้า และแกลเลอรีเครื่องปั้นดินเผาตั้งกระจายอยู่
บริเวณทางเข้าด้านตะวันตกมีพิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาสึโบยะเมืองนาฮะ (Naha Municipal Tsuboya Pottery Museum) ซึ่งสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์และเทคนิคการผลิตได้ เมื่อเลี้ยวเข้าสู่ตรอกด้านข้าง จะพบซูจิกวา ทางเดินเล็กๆ ที่ทอดต่อกันราวกับเขาวงกต เพลิดเพลินกับการตามหาเครื่องถ้วยชิ้นโปรดพร้อมเดินชมสึโบยะในบรรยากาศดั้งเดิม

ชิซาคู่หนึ่งซึ่งเป็นเครื่องปั้นดินเผาของโอกินาวะ เชื่อกันว่าช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย
ชิซาคู่หนึ่งซึ่งเป็นเครื่องปั้นดินเผาของโอกินาวะ เชื่อกันว่าช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย

4. สวนชิกินะเอ็น (เมืองนาฮะ)

ตำหนักพักผ่อนที่ใหญ่ที่สุดของราชวงศ์ริวกิว สร้างเสร็จในปี 1799 สมัยพระเจ้าโชอง กษัตริย์องค์ที่ 15 แห่งราชวงศ์โชที่ 2 ใช้เป็นสถานที่พักผ่อนของราชวงศ์และรับรองราชทูตจากจักรพรรดิจีน
สวนแห่งนี้นำรูปแบบสวนญี่ปุ่นที่จัดเส้นทางเดินรอบสระน้ำมาใช้ พร้อมผสมผสานลวดลายแบบริวกิวเข้ากับวัฒนธรรมญี่ปุ่นและจีนอย่างลงตัว ในปี 2000 สวนชิกินะเอ็น (Shikinaen Royal Garden) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลกทางวัฒนธรรม ลองเดินชมสวนพร้อมตามรอยวัฒนธรรมของอาณาจักรในอดีต

ศาลาหกเหลี่ยมบนเกาะเล็กกลางสระ สร้างโดยนำรูปแบบสถาปัตยกรรมจีนมาใช้
ภาพเอื้อเฟื้อโดย: แผนกทรัพย์สินทางวัฒนธรรม เมืองนาฮะ ศาลาหกเหลี่ยมบนเกาะเล็กกลางสระ สร้างโดยนำรูปแบบสถาปัตยกรรมจีนมาใช้

5. บิออสโนะโอกะ (เมืองอุรุมะ)

สวนพฤกษศาสตร์ธรรมชาติในตอนกลางของจังหวัดโอกินาวะ ที่สนุกได้ทั้งกิจกรรมบนทะเลสาบและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ภายในมีป่าเฟิร์นเขียวชอุ่ม ดอกกล้วยไม้หลากสีเติบโตงดงาม และระบบนิเวศกึ่งเขตร้อนอันเป็นเอกลักษณ์ยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้
เรือชมทะเลสาบจะพาล่องไปตามเส้นทางคดเคี้ยวยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ให้เพลิดเพลินกับการล่องเรือแบบจังเกิลครูซพร้อมฟังคำบรรยายจากคนขับเรือ เป็นสถานที่ที่ได้ใช้เวลาพายเรือและเดินป่าเพื่อสังเกตพันธุ์พืชและสัตว์หายาก

ล่องเรือจังเกิลครูซอย่างสบายๆ บนทะเลสาบที่โอบล้อมด้วยป่ากึ่งเขตร้อน
ล่องเรือจังเกิลครูซอย่างสบายๆ บนทะเลสาบที่โอบล้อมด้วยป่ากึ่งเขตร้อน

6. ชูระยาชิพาร์คโอกินาวะ สวนพฤกษศาสตร์ตะวันออกเฉียงใต้ (เมืองโอกินาวะ)

หนึ่งในสวนพฤกษศาสตร์กลางแจ้งขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น มีพืชประมาณ 1,300 สายพันธุ์ รวมมากกว่า 50,000 ต้น สามารถชมพืชเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนที่แผ่กว้างอยู่ในโซนสวนน้ำและสวนพฤกษศาสตร์ รวมถึงต้นเบาบับ ต้นเลือดมังกร และแนวต้นปาล์มยูซุระที่บนแผ่นดินใหญ่ญี่ปุ่นปลูกได้เฉพาะในเรือนกระจก
ช่วงปลายเดือนตุลาคมของทุกปี ยังมีงานประดับไฟที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด ตอนกลางวันเดินชมพันธุ์ไม้เมืองร้อน และเมื่อเข้าสู่ช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง ก็ยังเพลิดเพลินต่อกับสวนยามค่ำคืนที่แต่งแต้มด้วยแสงไฟ

พื้นที่ภายในสวนเขียวชอุ่มด้วยพืชกึ่งเขตร้อนนานาชนิด
พื้นที่ภายในสวนเขียวชอุ่มด้วยพืชกึ่งเขตร้อนนานาชนิด

7. แนวต้นฟุกิแห่งบิเสะ (เมืองโมโตบุ)

ทางเดินร่มรื่นในย่านบิเสะ เมืองโมโตบุ มีแนวต้นฟุกิสีเขียวทอดยาวผ่านหมู่บ้านดั้งเดิม เมื่อเดินไปตามตรอกเล็กๆ จะพบใบไม้หนาทึบจากต้นไม้ที่เติบโตล้อมรอบบ้านเรือน ซ้อนทับกันเป็นร่มเงาบังแสงแดด
ตลอดสองข้างทางยาวรวมประมาณ 1 กิโลเมตร มีต้นฟุกิสูง 10–20 เมตรเรียงรายอยู่หลายพันต้น สร้างบรรยากาศชวนให้นึกถึงริวกิว สามารถนั่งเกวียนควายหรือเช่าจักรยานเที่ยวชมได้ และอย่าลืมแวะชมต้นฟุกิคู่สามีภรรยาบริเวณทางเข้า

ทางเดินที่โอบล้อมด้วยสีเขียวของต้นฟุกิ ทอดยาวผ่านหมู่บ้านแบบดั้งเดิม
ทางเดินที่โอบล้อมด้วยสีเขียวของต้นฟุกิ ทอดยาวผ่านหมู่บ้านแบบดั้งเดิม

8. อุทยานใต้ทะเลบุเซนะ (เมืองนาโงะ)

สถานที่ท่องเที่ยวที่เปิดให้สัมผัสทะเลบริเวณแหลมบุเซนะได้ทั้งเหนือผิวน้ำและใต้น้ำ ขึ้นเรือท้องกระจกรูปปลาวาฬ ชมปลาหลากสีที่อาศัยอยู่ในทะเลธรรมชาติผ่านกระจกใต้ท้องเรือระหว่างล่องไป
บนแหลมยังมีหอชมวิวใต้ทะเลเพียงแห่งเดียวบนเกาะหลักโอกินาวะ ภายในหอสามารถมองโลกใต้ทะเลได้อย่างสบายแม้ในวันที่อากาศไม่ดี และชมปลากึ่งเขตร้อนสีสันสดใส เช่น ปลาทามัน ปลาจ่าฝูง และปลานกแก้ว

เรือท้องกระจกรูปปลาวาฬที่ให้สังเกตสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลได้อย่างใกล้ชิด
เรือท้องกระจกรูปปลาวาฬที่ให้สังเกตสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลได้อย่างใกล้ชิด

9. โอไรออนแฮปปี้พาร์ค (เมืองนาโงะ)

แหล่งท่องเที่ยวในเมืองนาโงะที่ให้ชมกระบวนการผลิตเบียร์อันเป็นตัวแทนของโอกินาวะได้อย่างใกล้ชิด จุดเด่นคือทัวร์โรงงานที่ตอบสนองความอยากรู้อยากเห็น มุมถ่ายภาพซึ่งกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ และโอกาสลิ้มรสเบียร์สดใหม่
หลังจบทัวร์สามารถชิมเบียร์ได้ไม่เกิน 2 แก้ว ทั้งยังมีเบียร์ไร้แอลกอฮอล์และชาซัมปินให้เลือก เรียนรู้เบื้องหลังการผลิตภายในอาคาร ก่อนปิดท้ายด้วยรสชาติสดใหม่จากโรงงาน

โรงงานที่เปิดให้ชมกระบวนการผลิตและลิ้มรสเบียร์โอไรออนสดใหม่
โรงงานที่เปิดให้ชมกระบวนการผลิตและลิ้มรสเบียร์โอไรออนสดใหม่

10. เซนะงะจิมะ อุมิคาจิเทอร์เรซ (เมืองโทมิกุสุกุ)

รีสอร์ตคอมเพล็กซ์ที่แผ่กว้างบนเกาะเซนะงะจิมะ ซึ่งมีเส้นรอบเกาะ 1.8 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์หรือรถบัสจากสนามบินนาฮะประมาณ 15 นาที เมื่อเดินเที่ยวบนเกาะจะได้แวะร้านประมาณ 45 แห่ง ตั้งแต่ร้านอาหารอย่างโอกินาวะโซบะและทาโกไรซ์ ไปจนถึงร้านเครื่องประดับและร้านผ่อนคลาย
อาคารสีขาวที่เรียงรายบนเนินเขาริมทะเลสีเขียวมรกตดูราวกับเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่ง เดินทางมาได้สะดวกทั้งหลังมาถึงโอกินาวะหรือก่อนขึ้นเครื่อง พร้อมเพลิดเพลินกับอาหารและการช้อปปิ้งไปพลางชมทะเล

ทิวทัศน์สวยเหมาะแก่การถ่ายภาพ อาคารสีขาวเรียงรายชวนให้นึกถึงรีสอร์ตในยุโรปตอนใต้
ทิวทัศน์สวยเหมาะแก่การถ่ายภาพ อาคารสีขาวเรียงรายชวนให้นึกถึงรีสอร์ตในยุโรปตอนใต้

11. พิพิธภัณฑ์ศิลปะนันโจ (เมืองนันโจ)

พิพิธภัณฑ์ในเมืองนันโจที่ให้ชมศิลปะร่วมสมัยท่ามกลางป่าและทิวทัศน์มหาสมุทรแปซิฟิก ที่นี่นำเสนอแนวคิดพิพิธภัณฑ์ศิลปะแบบฉากทิวทัศน์ ซึ่งให้สัมผัสงานศิลปะร่วมกับธรรมชาติ สถาปัตยกรรม และพื้นที่ใช้ชีวิต แทนการชมผลงานเฉพาะในห้องจัดแสดงแบบเดิม
ห้องจัดแสดงถาวรนำเสนอผลงานหลากหลายจากศิลปินร่วมสมัยทั้งญี่ปุ่นและต่างประเทศ เช่น ยาโยอิ คุซามะ พัค ซอโบ และจาง เสี่ยวกัง ลองเดินชมทั้งภายในและภายนอกอาคารที่ผลงานศิลปะ สถาปัตยกรรม และธรรมชาติหลอมรวมกัน

ผลงานศิลปะร่วมสมัยที่จัดวางในห้องนิทรรศการซึ่งชวนให้นึกถึงพื้นที่อยู่อาศัย
ผลงานศิลปะร่วมสมัยที่จัดวางในห้องนิทรรศการซึ่งชวนให้นึกถึงพื้นที่อยู่อาศัย

เพิ่มสีสันให้ทริปโอกินาวะในฤดูใบไม้ร่วงกับ 3 กิจกรรมน่าสนใจ

ในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน โอกินาวะมีงานหลากหลายเอกลักษณ์ ตั้งแต่ประเพณีที่สืบทอดมายาวนานและงานประดับไฟ ไปจนถึงคาร์นิวัลซึ่งหลอมรวมวัฒนธรรมหลายรูปแบบ
ความสนุกไม่ได้จบลงแค่การเที่ยวตอนกลางวัน ลองร่วมคึกคักไปกับผู้คนในท้องถิ่น หรือเดินชมสวนพฤกษศาสตร์ที่โอบล้อมด้วยแสงไฟ หากช่วงเวลาตรงกันก็เหมาะจะเพิ่มกิจกรรมเหล่านี้ไว้ในแผนเที่ยวฤดูใบไม้ร่วง

1. งานชักเย่อนาฮะ (เมืองนาฮะ)

งานประเพณีที่เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม จัดขึ้นทุกเดือนตุลาคมใจกลางเมืองนาฮะ ขบวนผู้ถือธงใหญ่ประจำท้องถิ่นจะบรรเลงเครื่องดนตรีดั้งเดิมและเดินไปตามเส้นทางจากสถานีมากิชิของยูอิเรลถึงศาลาว่าการจังหวัดโอกินาวะ
งานชักเย่อใช้เชือกยักษ์น้ำหนักรวมประมาณ 40 ตัน ซึ่งได้รับการบันทึกสถิติโลกกินเนสส์ นักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถเข้าร่วมได้ในวันงาน ผู้คนจำนวนมากแบ่งเป็นฝั่งตะวันออกและตะวันตก ช่วยกันออกแรงดึงเชือก ก่อนร่วมแบ่งปันความยินดีด้วยการเต้นคาชาชีหลังรู้ผลแพ้ชนะ

เชือกยักษ์น้ำหนักรวมประมาณ 40 ตัน ซึ่งได้รับการบันทึกสถิติโลกกินเนสส์
เชือกยักษ์น้ำหนักรวมประมาณ 40 ตัน ซึ่งได้รับการบันทึกสถิติโลกกินเนสส์

2. งานประดับไฟโอกินาวะนันโกกุ (เมืองโอกินาวะ)

งานประดับไฟที่แต่งแต้มชูระยาชิพาร์คโอกินาวะ สวนพฤกษศาสตร์ตะวันออกเฉียงใต้ด้วยแสงสีสไตล์เมืองร้อน ภายใต้ธีมแดนมหัศจรรย์แห่งแสงซึ่งเต็มไปด้วยทะเลและดอกไม้เมืองร้อน มีการถ่ายทอดลวดลายอันหลากหลายที่เป็นเอกลักษณ์ของสวนพฤกษศาสตร์ ทั้งดอกบัวขนาดยิ่งใหญ่ ต้นปาล์ม ดอกชบา และเถาหยก
โซนดอกบัวแห่งแสงจำลองดอกบัวที่ผลิบานในฤดูร้อนด้วยแสงไฟ พร้อมการแสดงประกอบดนตรีและเลเซอร์ ทิวทัศน์แห่งแสงที่เริ่มขึ้นในปลายเดือนตุลาคมจะส่องสว่างค่ำคืนฤดูใบไม้ร่วงของโอกินาวะ

ชมทิวทัศน์แสงไฟระยิบระยับขณะนั่งรถบัสเที่ยวรอบสวน
ชมทิวทัศน์แสงไฟระยิบระยับขณะนั่งรถบัสเที่ยวรอบสวน

3. โอกินาวะอินเตอร์เนชันแนลคาร์นิวัล (เมืองโอกินาวะ)

คาร์นิวัลที่จัดขึ้นประมาณเดือนพฤศจิกายนของทุกปี โดยมีถนนโคซะเกตในเมืองโอกินาวะเป็นศูนย์กลาง ขบวนพาเหรดเปี่ยมด้วยพลัง มีทั้งกลุ่มประชาชนในชุดหลากหลาย ทีมเต้นท้องถิ่น และทีมชาวต่างชาติที่อาศัยในเมืองโอกินาวะเข้าร่วม
ภายในงานมีการแสดงระบำริวกิว สตรีตแดนซ์ เอซา ศิลปะการแสดงพื้นบ้าน มิวสิคัล ดนตรีสด และวงโยธวาทิต สะท้อนเอกลักษณ์ของเมืองโอกินาวะที่วัฒนธรรมหลากหลายมาบรรจบกัน

ขบวนพาเหรดคาร์นิวัลที่มีกลุ่มหลากหลายเข้าร่วมในเครื่องแต่งกายสีสันสดใส
ขบวนพาเหรดคาร์นิวัลที่มีกลุ่มหลากหลายเข้าร่วมในเครื่องแต่งกายสีสันสดใส

5 ร้านอาหารที่น่าแวะระหว่างเที่ยวโอกินาวะในฤดูใบไม้ร่วง

ระหว่างเดินเที่ยวเมืองหรือสำรวจธรรมชาติ ลองแวะชิมรสชาติท้องถิ่นอย่างโอกินาวะโซบะและทาโกไรซ์
ทั้งร้านกาแฟพร้อมวิวทะเลและร้านอาหารในบ้านโบราณริวกิว บรรยากาศของแต่ละแห่งล้วนสะท้อนความเป็นโอกินาวะได้อย่างชัดเจน เพิ่ม 5 ร้านนี้ไว้ในเส้นทางท่องเที่ยว แล้วเพลิดเพลินไปกับทั้งอาหารและทิวทัศน์

1. ชูริโซบะ (เมืองนาฮะ)

ร้านโอกินาวะโซบะยอดนิยมในหมู่คนท้องถิ่น ตั้งอยู่ในย่านที่พักอาศัยห่างจากปราสาทชูริเพียงเล็กน้อย เมนูเรียบง่ายมาก นอกจากชูริโซบะจานหลักแล้ว ยังมีอาหารตุ๋น ข้าวปั้น จูชี่ และน้ำแข็งไสเซ็นไซ
ชูริโซบะ (Shuri Soba) ใช้เส้นแบนทำมือที่เหนียวนุ่มและเคี้ยวหนึบ เสิร์ฟกับน้ำซุปใสซึ่งทำจากหมู ปลาโอแห้ง และเกลือโอกินาวะ โรยหน้าด้วยหมูสามชั้น เนื้อสันนอก ลูกชิ้นปลา ขิงซอย และต้นหอมตามแบบดั้งเดิม จะสั่งอาหารตุ๋นหรือจูชี่ที่ซึมซับรสอูมามิของน้ำซุปมากินคู่กันก็เข้ากันดี

ชูริโซบะชามใหญ่เต็มอิ่ม โรยหน้าด้วยหมูสามชั้น เนื้อสันนอก และลูกชิ้นปลา
ชูริโซบะชามใหญ่เต็มอิ่ม โรยหน้าด้วยหมูสามชั้น เนื้อสันนอก และลูกชิ้นปลา

2. ZHYVAGO COFFEE WORKS OKINAWA (เมืองชาตัน)

ร้านกาแฟริมทะเลในอเมริกันวิลเลจ (American Village) ที่นำเสนอวัฒนธรรมกาแฟซึ่งผสมผสานชายฝั่งตะวันตกของโอกินาวะเข้ากับชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา
เลือกนั่งได้ทั้งโต๊ะภายในร้านและระเบียงพร้อมวิวทะเล โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตกที่ทิวทัศน์งดงามเป็นพิเศษ นอกจากกาแฟ ยังมีเชค ชา และน้ำส้ม ส่วนของหวานยอดนิยมคือชีสเค้ก จะซื้อกลับแล้วนำไปนั่งริมทะเลให้เข้ากับแผนเดินเล่นก็เพลิดเพลินได้อีกแบบ

ภายในร้านมีสไตล์โดดเด่นด้วยการตกแต่งแบบดิบเท่และแสงไฟสะดุดตา
ภายในร้านมีสไตล์โดดเด่นด้วยการตกแต่งแบบดิบเท่และแสงไฟสะดุดตา

3. ทาโกไรซ์คาเฟ่คิจิมูนา สาขาดีโปไอส์แลนด์ (เมืองชาตัน)

ร้านเฉพาะทางด้านทาโกไรซ์ อาหารโซลฟู้ดต้นตำรับจากโอกินาวะ ตั้งอยู่ในดีโปไอส์แลนด์ (Depot Island) ของอเมริกันวิลเลจ นอกจากทาโกไรซ์สูตรคลาสสิกที่อร่อยลงตัวกับซัลซารสเผ็ดแล้ว ออมุทาโกะที่โปะไข่นุ่มฟูเยิ้มบนทาโกไรซ์ก็เป็นอีกจานที่น่าลิ้มลอง
มีท็อปปิงให้เลือกมากมาย เช่น เบคอน มอสซาเรลลาชีส และอะโวคาโด ระหว่างช้อปปิ้งหรือเดินเล่น ลองแวะอิ่มอร่อยกับรสชาติโอกินาวะที่ปรุงได้ตามความชอบ

ทาโกไรซ์สูตรคลาสสิกที่โปะด้วยเนื้อบด ผักกาดหอม มะเขือเทศ และชีสอย่างเต็มที่
ทาโกไรซ์สูตรคลาสสิกที่โปะด้วยเนื้อบด ผักกาดหอม มะเขือเทศ และชีสอย่างเต็มที่

4. บ้านโบราณร้อยปี อุฟุยะ (เมืองนาโงะ)

ร้านอาหารโอกินาวะที่สร้างขึ้นจากการย้ายและบูรณะบ้านโบราณริวกิว ตั้งอยู่ปลายทางบนถนนภูเขาซึ่งห่างจากตัวเมืองนาโงะ อาคารหลักที่เรียกว่าบ้านอาซาโตะเป็นบ้านซึ่งสร้างขึ้นในสมัยเมจิเมื่อกว่า 100 ปีก่อนและได้รับการซ่อมแซมใหม่
เมนูมีทั้งโอกินาวะโซบะเส้นสดทำเองจากโรงทำเส้นภายในพื้นที่ ชาบูหมูอากู และสเต๊กเนื้อวากิวจากจังหวัดโอกินาวะ ลิ้มรสอาหารโอกินาวะอย่างเต็มอิ่มพร้อมชมบ้านโบราณและน้ำตก

ชาบูหมูอากูชั้นเลิศ เมนูยอดนิยมอันดับหนึ่งในคอร์สมื้อค่ำ
ชาบูหมูอากูชั้นเลิศ เมนูยอดนิยมอันดับหนึ่งในคอร์สมื้อค่ำ

5. แฮปปี้แพนเค้ก สาขาอุมิคาจิเทอร์เรซ โอกินาวะ (เมืองโทมิกุสุกุ)

ร้านยอดนิยมในเซนะงะจิมะ อุมิคาจิเทอร์เรซ ที่ให้เพลิดเพลินกับแพนเค้กซึ่งพิถีพิถันเรื่องวัตถุดิบควบคู่กับวิวทะเล ลองชิมแพนเค้กเนื้อนุ่มฟูที่ใช้เวลาอบแผ่นละ 20 นาที ทำจากวัตถุดิบอย่างไข่สด เนยจากน้ำนมดิบฮอกไกโด และน้ำผึ้งมานูกาจากนิวซีแลนด์
ระเบียงซึ่งมีทั้งโต๊ะและที่นั่งเคาน์เตอร์ตั้งอยู่ในทำเลโดดเด่น มองเห็นทะเลโอกินาวะแบบพาโนรามา ทั้งยังเห็นเครื่องบินขึ้นลงจากสนามบินบินผ่านตรงหน้า ให้เพลิดเพลินกับของหวานพร้อมชมท้องทะเลและท้องฟ้า

แพนเค้กยอดนิยม เนื้อหนานุ่มฟู เสิร์ฟคู่กับวิปบัตเตอร์
แพนเค้กยอดนิยม เนื้อหนานุ่มฟู เสิร์ฟคู่กับวิปบัตเตอร์

3 โรงแรมที่เหมาะเป็นฐานเที่ยวโอกินาวะในฤดูใบไม้ร่วง

สำหรับทริปฤดูใบไม้ร่วงที่เดินทางจากนาฮะไปยังตอนกลางและตอนเหนือของโอกินาวะ ช่วงเวลาที่โรงแรมก็ควรเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง
โรงแรมทั้ง 3 แห่งมอบเสน่ห์การพักผ่อนที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นห้องพักพร้อมวิวทะเล พื้นที่ซึ่งคำนึงถึงความเชื่อมโยงกับยัมบารุ หรือกิจกรรมหลากหลาย หลังเที่ยวเสร็จแล้วกลับมาพักที่รีสอร์ต เพื่อสัมผัสทะเลและธรรมชาติของโอกินาวะอย่างใกล้ชิด

1. เดอะบุเซนะเทอร์เรซ (เมืองนาโงะ)

โรงแรมรีสอร์ตบนแหลมบุเซนะ หนึ่งในพื้นที่รีสอร์ตขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น นำเสนอการพักผ่อนอันหรูหราสำหรับผู้ใหญ่ ห้องพักแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ชั้นมาตรฐาน ห้องสวีตและชั้นคลับ รวมถึงคลับคอตเทจ
ร้านอาหาร ร้านค้า สปา และกิจกรรมทางทะเลหลากหลาย ช่วยเติมเต็มชีวิตรีสอร์ตอันสง่างามสำหรับผู้ใหญ่ การได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติของแหลมบุเซนะ พร้อมเพลิดเพลินกับอาหารและสปา หรือใช้เวลาพักผ่อนสบายๆ ในโรงแรม ก็เป็นจุดหมายหนึ่งของการเดินทางได้เช่นกัน

ตัวอย่างห้องพักโทนสีขาวนวลที่นำพื้นผิวของวัสดุธรรมชาติมาใช้ในการตกแต่ง
ตัวอย่างห้องพักโทนสีขาวนวลที่นำพื้นผิวของวัสดุธรรมชาติมาใช้ในการตกแต่ง

2. โอเรียนทัลโฮเทล โอกินาวะ รีสอร์ต&สปา (เมืองนาโงะ)

โรงแรมรีสอร์ตตรงปากทางเข้าสู่ยัมบารุ ทางตอนเหนือของเกาะหลักโอกินาวะ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ภายใต้แนวคิดสนุกกับเกาะ เชื่อมโยงกับผืนป่า ผู้เข้าพักจึงสัมผัสประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับยัมบารุผ่านโรงแรมได้
เมื่อเข้าสู่ล็อบบี้ จะพบพื้นที่เขียวขจีที่ตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้พื้นถิ่นของยัมบารุ ส่วนพื้นที่นั่งเล่นซึ่งกรุกระจกเต็มบานในห้องพักมองเห็นทะเลจีนตะวันออก นอกจากนี้ยังได้ลิ้มรสอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากจังหวัดโอกินาวะ จึงเหมาะเป็นฐานสำหรับเที่ยวพื้นที่ตอนเหนือ

ชมทะเลจีนตะวันออกแบบเต็มตาจากห้องพักกว้างขวางขนาดอย่างน้อย 44 ตารางเมตร
ชมทะเลจีนตะวันออกแบบเต็มตาจากห้องพักกว้างขวางขนาดอย่างน้อย 44 ตารางเมตร

3. เรอเนสซองซ์ รีสอร์ต โอกินาวะ (หมู่บ้านอนนะ)

โรงแรมรีสอร์ตบนชายฝั่งตะวันตกของเกาะหลักโอกินาวะ ให้พักผ่อนพร้อมสัมผัสทะเลอย่างใกล้ชิด ห้องพักทั้ง 377 ห้องมีระเบียงและมองเห็นทะเลทุกห้อง โดดเด่นด้วยทำเลงดงามที่ชมทะเลจีนตะวันออกได้อย่างเต็มตา
ภายในมีร้านอาหารและบาร์ 9 แห่ง ครบทั้งอาหารญี่ปุ่น อาหารตะวันตก ซูชิบาร์ และบาร์บีคิว รวมถึงกิจกรรมหลากหลาย เช่น สนอร์เกิล ดำน้ำ และสัมผัสใกล้ชิดกับโลมา การพักผ่อนที่ได้ชมทะเล ทำกิจกรรม และลิ้มรสอาหารกำลังรออยู่

มองเห็นทะเลสีเขียวมรกตจากห้องพักที่ตกแต่งในธีมทะเลและธรรมชาติของโอกินาวะ
มองเห็นทะเลสีเขียวมรกตจากห้องพักที่ตกแต่งในธีมทะเลและธรรมชาติของโอกินาวะ

เส้นทางท่องเที่ยวแนะนำในฤดูใบไม้ร่วง จากนาฮะสู่ตอนเหนือของโอกินาวะ

เริ่มจากประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในนาฮะ แล้วเดินทางต่อสู่ธรรมชาติกึ่งเขตร้อนและทะเลในพื้นที่ตอนกลางและตอนเหนือ
สำหรับทริป 2 วัน 1 คืน วันแรกสามารถเช่ารถที่สนามบินนาฮะ เดินเที่ยวชูริและสึโบยะ แล้วเดินทางต่อไปยังพื้นที่ตอนกลาง ส่วนวันที่ 2 เที่ยวบิออสโนะโอกะ แหลมบุเซนะ และนาโงะตามลำดับได้สะดวก
ออกเดินทางจากใต้ขึ้นเหนือของเกาะหลัก เชื่อมโยงบรรยากาศเมือง ป่า ทะเล และอาหารในแบบโอกินาวะเข้าด้วยกัน

วันที่ 1

วันที่ 2

อุณหภูมิเฉลี่ยของโอกินาวะในฤดูใบไม้ร่วง

เดือนกันยายนมีอุณหภูมิเฉลี่ย 27.9°C หลายวันมีอุณหภูมิกลางวันมากกว่า 30°C จึงยังคงความร้อนแบบฤดูร้อนอยู่ เดือนตุลาคมอุณหภูมิลดลงเหลือ 25.5°C ความร้อนจัดเริ่มผ่อนคลาย เหมาะกับการเดินเที่ยวเมืองและสถานที่กลางแจ้งมากขึ้น ส่วนเดือนพฤศจิกายนมีอุณหภูมิ 22.5°C อากาศกำลังสบาย แต่ช่วงเช้า ค่ำ และวันที่ลมแรงอาจรู้สึกเย็นเล็กน้อย

เดือน กันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน
อุณหภูมิ 27.9°C 25.5°C 22.5°C

เคล็ดลับการแต่งตัวเที่ยวโอกินาวะในฤดูใบไม้ร่วง

เดือนกันยายนสวมเสื้อแขนสั้นหรือเสื้อผ้าเนื้อบางก็สบาย แต่อย่าลืมหมวก แว่นกันแดด และการป้องกันแสงแดด เพราะแดดยังคงแรง
เดือนตุลาคมหลายวันยังสวมเสื้อแขนสั้นในตอนกลางวันได้ แต่ช่วงเช้าและค่ำอาจรู้สึกเย็นเล็กน้อย จึงควรพกเสื้อคลุมบางๆ ไว้
เดือนพฤศจิกายนเหมาะกับเสื้อแขนยาวหรือคาร์ดิแกน หากไปริมทะเลหรือสถานที่ลมแรง การมีเสื้อแจ็กเก็ตบางๆ จะช่วยให้เที่ยวได้สบายยิ่งขึ้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวโอกินาวะในฤดูใบไม้ร่วง

Q

ฤดูใบไม้ร่วงในโอกินาวะยังเล่นน้ำทะเลได้ไหม?

A

ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงตุลาคม อุณหภูมิน้ำทะเลยังสูง จึงสามารถเล่นน้ำและทำกิจกรรมทางน้ำได้ที่ชายหาดหลายแห่ง ช่วงเวลาที่เปิดให้เล่นน้ำแตกต่างกันไปในแต่ละหาด ควรตรวจสอบสถานะการให้บริการล่วงหน้า เมื่อถึงเดือนพฤศจิกายน อุณหภูมิอากาศและน้ำจะค่อยๆ ลดลง แต่ก็ยังมีผู้คนจำนวนมากสวมเว็ตสูทเพื่อดำน้ำหรือสนอร์เกิล

Q

ฤดูใบไม้ร่วงในโอกินาวะยังต้องระวังพายุไต้ฝุ่นไหม?

A

เดือนกันยายนมีจำนวนพายุไต้ฝุ่นเคลื่อนเข้าใกล้ค่อนข้างมาก และจะค่อยๆ ลดลงตั้งแต่เดือนตุลาคม ก่อนเดินทางควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศและข้อมูลเที่ยวบินล่าสุด พร้อมจัดตารางเวลาให้ยืดหยุ่นเพื่อความอุ่นใจ

Q

เที่ยวโอกินาวะในฤดูใบไม้ร่วงจำเป็นต้องเช่ารถไหม?

A

ภายในเมืองนาฮะสามารถเที่ยวด้วยยูอิเรลหรือรถโดยสารประจำทางได้ แต่หากจะเดินทางไปถึงพื้นที่ตอนกลางหรือตอนเหนือของเกาะหลัก รถเช่าจะสะดวกกว่า ช่วงวันหยุดยาวหรือสุดสัปดาห์รถอาจถูกจองเต็ม จึงควรเตรียมจองไว้แต่เนิ่นๆ

Q

มีกิจกรรมใดแนะนำสำหรับโอกินาวะในฤดูใบไม้ร่วง?

A

ฤดูใบไม้ร่วงที่อากาศร้อนน้อยลงเหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น เดินเที่ยวเมือง สำรวจธรรมชาติ นั่งเรือท้องกระจก และพายเรือคายัค ช่วงกลางคืนยังมีงานประดับไฟเริ่มจัดขึ้น ทำให้ได้สัมผัสเสน่ห์ของโอกินาวะที่แตกต่างจากตอนกลางวัน

บทสรุป

ฤดูใบไม้ร่วงในโอกินาวะเปิดโอกาสให้เพลิดเพลินได้ครบในทริปเดียว ทั้งเดินชมย่านเก่าแก่ในชูริ เที่ยวป่ากึ่งเขตร้อน และชมทะเล เดือนตุลาคมและพฤศจิกายนยังมีกิจกรรมเฉพาะฤดูกาลอย่างประเพณีดั้งเดิมและงานประดับไฟ
เดินทางจากนาฮะไปยังตอนกลางและตอนเหนือ ลิ้มรสโอกินาวะโซบะและอาหารท้องถิ่น พร้อมค่อยๆ สัมผัสฤดูใบไม้ร่วงของโอกินาวะที่มีมากกว่าทะเล