
คู่มือเที่ยวโอกินาว่าฉบับสมบูรณ์ที่ควรอ่านเป็นอันดับแรก
โอกินาว่า (Okinawa) เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่สุดของญี่ปุ่น
ผู้คนมากมายเดินทางมาที่นี่ทุกวันเพื่อสัมผัสทะเลและหาดทรายอันงดงาม วัฒนธรรมและอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ ตลอดจนธรรมชาติที่ยังคงความบริสุทธิ์
แม้จะมีสถานที่น่าสนใจมากมาย แต่ระบบขนส่งสาธารณะยังไม่ครอบคลุม หลายคนจึงอาจกังวลกับการวางแผนเที่ยว
สำหรับผู้ที่กำลังประสบปัญหานี้ บทความนี้รวบรวมข้อมูลที่ควรรู้เพื่อเที่ยวโอกินาว่าให้เต็มอิ่ม ตั้งแต่เสน่ห์และสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ข้อมูลการเดินทาง เกาะรอบนอกยอดนิยม ไปจนถึงแผนเที่ยวตัวอย่าง
โอกินาว่า ดินแดนแห่งธรรมชาติที่ช่วยเยียวยาจิตใจ
โอกินาว่าตั้งอยู่ทางใต้สุดของญี่ปุ่น ประกอบด้วยเกาะขนาดใหญ่ 4 เกาะ ได้แก่ เกาะหลักโอกินาว่า (Okinawa Main Island) เกาะมิยาโกะ (Miyako Island) เกาะอิชิงากิ (Ishigaki Island) และเกาะอิริโอโมเตะ (Iriomote Island) รวมถึงเกาะเล็ก ๆ อีกประมาณ 160 เกาะ
เสน่ห์สำคัญที่สุดของโอกินาว่าคือทะเลสีเขียวมรกตและธรรมชาติที่ยังคงความบริสุทธิ์
ทั่วโอกินาว่ามีชายหาดสวยกระจายอยู่มากมาย นอกจากเล่นน้ำทะเลแล้ว ยังสนุกกับกิจกรรมทางน้ำอย่างดำน้ำตื้นและพายเรือคายัคในทะเลได้ด้วย
ทางตอนเหนือของเกาะหลักโอกินาว่ามีพื้นที่ที่ไม่ได้มีเพียงทะเล แต่ยังเต็มไปด้วยเทือกเขาและป่าทึบซึ่งเรียกว่า “ยันบารุ” (Yanbaru)
ส่วนเกาะอิริโอโมเตะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ และเป็นถิ่นที่พบพืชป่าชายเลนของญี่ปุ่น รวมถึงสัตว์หายากอย่างนกยัมบารุคุอินและแมวป่าอิริโอโมเตะ
วัฒนธรรมอาหารที่แตกต่างจากเกาะฮอนชูก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของโอกินาว่า
เมนูที่มีชื่อเสียงเป็นพิเศษ ได้แก่ โกยะจัมปุรุ ซึ่งนำมะระโอกินาว่าและเต้าหู้ท้องถิ่นมาผัด และโอกินาว่าโซบะที่ทำเส้นจากแป้งสาลีล้วนโดยไม่ใช้แป้งบักวีต
นอกจากนี้ยังมีของขึ้นชื่อเฉพาะถิ่นอีกมากมาย เช่น หมูอากู เนื้ออิชิงากิ มะม่วง และสับปะรด
วัฒนธรรมอาหารอันเป็นเอกลักษณ์นี้เติบโตขึ้นจากประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเฉพาะของโอกินาว่าที่จะกล่าวถึงต่อไป
เพื่อให้สนุกกับทริปโอกินาว่าได้ลึกซึ้งขึ้น มาทำความรู้จักประวัติศาสตร์ของที่นี่กัน

ประวัติศาสตร์อาณาจักรริวกิวที่ช่วยให้เที่ยวโอกินาว่าได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
เมื่อย้อนกลับไปในอดีต โอกินาว่าเคยเป็นประเทศเอกราชที่เรียกว่าอาณาจักรริวกิว (Ryukyu Kingdom) ซึ่งแยกต่างหากจากญี่ปุ่น
อาณาจักรริวกิวถือกำเนิดขึ้นในศตวรรษที่ 15 และเจริญรุ่งเรืองจากการค้ากับญี่ปุ่น จีน และประเทศต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
แม้จะตกอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 17 แต่ยังคงค้าขายกับต่างประเทศ พร้อมรับวัฒนธรรมจากญี่ปุ่นและจีนเข้ามาผสมผสานจนเกิดเป็นวัฒนธรรมริวกิวอันเป็นเอกลักษณ์
เมื่อยุคเอโดะ (ค.ศ. 1603–1868) สิ้นสุดลงและยุคเมจิ (ค.ศ. 1868–1912) เริ่มต้นขึ้น อาณาจักรริวกิวก็สิ้นสุดลง และจังหวัดโอกินาว่าถือกำเนิดขึ้น
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โอกินาว่าไม่เพียงเป็นพื้นที่แห่งเดียวในญี่ปุ่นที่เกิดการรบภาคพื้นดิน แต่หลังสงครามยุติใน ค.ศ. 1945 ยังอยู่ภายใต้การปกครองทางทหารของสหรัฐอเมริกา
ด้วยเหตุนี้ โอกินาว่าจึงมีสถานที่มากมายที่สัมผัสได้ถึงวัฒนธรรมอเมริกัน
สิทธิ์ในการบริหารปกครองถูกส่งคืนให้ญี่ปุ่นใน ค.ศ. 1972 และดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน
ทุกวันนี้ยังสัมผัสวัฒนธรรมริวกิวได้ทั่วโอกินาว่า อีกทั้งโบราณสถาน 9 แห่งในจังหวัด รวมถึงปราสาทชูริ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโกในชื่อ “แหล่งกูซูกุและมรดกที่เกี่ยวข้องแห่งอาณาจักรริวกิว”

อุณหภูมิเฉลี่ยและตัวอย่างการแต่งกายในโอกินาว่า
โอกินาว่ามีภูมิอากาศแบบกึ่งเขตร้อนภาคพื้นสมุทร จึงอบอุ่นตลอดทั้งปี และอุณหภูมิระหว่างฤดูร้อนกับฤดูหนาวต่างกันไม่มาก
ฤดูฝนมาเร็วกว่าฮอนชู โดยอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน
เดือนกันยายน–ตุลาคมมีพายุไต้ฝุ่นบ่อย ผู้ที่วางแผนเดินทางในช่วงนี้จึงควรระวัง
สามารถเล่นน้ำทะเลได้ตั้งแต่เดือนเมษายน–ตุลาคม
อุณหภูมิเฉลี่ยรายเดือนของโอกินาว่า
| - | ม.ค. | ก.พ. | มี.ค. | เม.ย. | พ.ค. | มิ.ย. | ก.ค. | ส.ค. | ก.ย. | ต.ค. | พ.ย. | ธ.ค. |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| อุณหภูมิเฉลี่ย (°C) | 17.3 | 17.5 | 19.1 | 21.5 | 24.2 | 27.2 | 29.1 | 29.0 | 27.9 | 25.5 | 22.5 | 19.0 |
ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูของโอกินาว่า
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม): เสื้อยืด แจ็กเก็ต เสื้อฮู้ด
- ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม): เสื้อผ้าเนื้อบาง เสื้อแขนสั้น
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน): เสื้อแขนสั้น คาร์ดิแกน
- ฤดูหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์): เสื้อแขนยาว เสื้อโค้ต
การเดินทางไปโอกินาว่า
จากโตเกียวไปโอกินาว่าใช้เวลาบินประมาณ 3 ชั่วโมง ส่วนจากโอซาก้าใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
โดยทั่วไป การเดินทางจากเกาะฮอนชูของญี่ปุ่นจะใช้เครื่องบิน
นอกจากสนามบินนาฮะ (Naha Airport) บนเกาะหลักแล้ว โอกินาว่ายังมีสนามบินรวม 13 แห่งเมื่อรวมเกาะรอบนอก
สนามบินนาฮะมีเที่ยวบินระหว่างประเทศให้บริการด้วย

การเดินทางจากสนามบินนาฮะไปยังสถานีหลัก
ต่อไปจะแนะนำวิธีเดินทางจากสนามบินนาฮะซึ่งเป็นประตูสู่โอกินาว่า ไปยังสถานีเค็นโชมาเอะ (Kencho-mae Station)
สถานีนี้อยู่ใกล้กับถนนโคคุไซโดริ สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของโอกินาว่า จึงมีโอกาสได้ใช้งานบ่อย
- เส้นทาง
- ขึ้นยูอิเรลที่สนามบินนาฮะ แล้วลงที่สถานีเค็นโชมาเอะ
- ระยะเวลา
- ประมาณ 15 นาที
วิธีเดินทางหลักในโอกินาว่า
รถบัสและโมโนเรลในโอกินาว่าให้บริการเฉพาะบางพื้นที่ การเดินทางจึงอาศัยรถเช่าหรือแท็กซี่เป็นหลัก
การเที่ยวโอกินาว่าด้วยระบบขนส่งสาธารณะเพียงอย่างเดียวค่อนข้างลำบาก จึงแนะนำให้เช่ารถ
หากไม่สะดวกใช้รถเช่า ลองพิจารณารถบัสนำเที่ยวหรือแท็กซี่นำเที่ยว

บัตรโดยสารแนะนำสำหรับผู้ที่ขับรถไม่ได้ “Okinawa Bus Pass”
“Okinawa Bus Pass” เป็นบัตรโดยสารรถประจำทางบนเกาะหลักได้ไม่จำกัดเที่ยว ยกเว้นรถลีมูซีนบัสสนามบินและรถบัสนำเที่ยวตามตาราง
มีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ พาส 1 วันและพาส 3 วัน โดยแต่ละแบบสามารถเพิ่มบัตรโดยสารยูอิเรล 1 วันได้
ค่าโดยสารมีดังนี้ (ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน ค.ศ. 2026)
- Okinawa Bus Pass 1 วัน
-
・ผู้ใหญ่: 2,900 เยน
・เด็ก: 1,450 เยน - Okinawa Bus Pass 3 วัน
-
・ผู้ใหญ่: 5,800 เยน
・เด็ก: 2,900 เยน - Okinawa Bus Pass 1 วัน พร้อมยูอิเรล
-
・ผู้ใหญ่: 3,500 เยน
・เด็ก: 1,750 เยน - Okinawa Bus Pass 3 วัน พร้อมยูอิเรล
-
・ผู้ใหญ่: 6,400 เยน
・เด็ก: 3,200 เยน
เมื่อคุ้นเคยกับการต่อรถบัสแล้ว ก็สามารถเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมได้ ผู้ที่ขับรถไม่ได้จึงควรลองใช้บัตรนี้
ข้อดีอีกอย่างคือสามารถดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขึ้นชื่อของโอกินาว่าอย่างอาวาโมริได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องขับรถ
โปรดตรวจสอบรายละเอียดของบัตรโดยสารจากเว็บไซต์ทางการ
เสน่ห์ของ 3 พื้นที่บนเกาะหลักโอกินาว่าที่ควรรู้ก่อนเดินทาง
โอกินาว่าประกอบด้วย 3 พื้นที่บนเกาะหลักและเกาะรอบนอกหลายแห่ง
ก่อนอื่นมาทำความรู้จักเสน่ห์และจุดเด่นของ 3 พื้นที่บนเกาะหลัก ซึ่งมักเป็นส่วนสำคัญของแผนเที่ยวกัน
พื้นที่ตอนเหนือของเกาะหลัก ธรรมชาติบริสุทธิ์และทิวทัศน์ดั้งเดิมของโอกินาว่า
หากมาเยือนพื้นที่ตอนเหนือของเกาะหลักซึ่งครอบคลุมครึ่งบนของเกาะ ลองใช้เวลาสัมผัสธรรมชาติที่ยังคงความบริสุทธิ์ให้เต็มที่
บริเวณยันบารุทางตอนเหนือของพื้นที่นี้เต็มไปด้วยป่าดิบกึ่งเขตร้อน และอาจพบสัตว์หายากอย่างนกยัมบารุคุอิน
เสน่ห์สำคัญคือการได้สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ท่ามกลางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเดินป่าในผืนป่าลึกที่มีพืชขึ้นเองตามธรรมชาติถึง 1,250 ชนิด หรือพายเรือคายัคสำรวจป่าชายเลน
เมืองนาโกะ (Nago City) ซึ่งเป็นประตูสู่ยันบารุ เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่มีสถานที่น่าสนใจมากมาย ทั้ง施設ที่ช่วยให้สัมผัสพืชและสัตว์ของโอกินาว่าได้ง่าย สวนที่มองเห็นทะเลสวยของโอกินาว่าแบบพาโนรามา และธีมพาร์กเกี่ยวกับสับปะรด
เมื่อเดินทางลงใต้จากเมืองนาโกะเล็กน้อย จะพบหมู่บ้านนากิจิน (Nakijin Village) ที่ยังคงทิวทัศน์ดั้งเดิมของโอกินาว่า และเมืองโมโตบุ (Motobu Town) ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวและชายหาดสวยมากมาย
หากมาเยือนหมู่บ้านนากิจิน ไม่ควรพลาดสะพานโคริ จุดชมวิวขึ้นชื่อ
เพลิดเพลินกับการขับรถท่ามกลางบรรยากาศเปิดโล่ง พร้อมชมทะเลสีเขียวมรกตที่ทอดตัวอยู่ทั้งสองฝั่ง
อย่าลืมแวะพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชูราอูมิ สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่เป็นตัวแทนของโอกินาว่าในเมืองโมโตบุ
ถัดลงไปทางใต้คือหมู่บ้านอนนะ (Onna Village) ซึ่งโดดเด่นด้วยกิจกรรมทางน้ำและชายหาด
ที่นี่มีโรงแรมพร้อมชายหาดส่วนตัวหลายแห่ง เหมาะกับการพักผ่อนภายในโรงแรมอย่างเต็มที่
สถานที่ยอดนิยม ได้แก่ แหลมมาเอดะ จุดดำน้ำลึกและดำน้ำตื้น และแหลมมันซาโมะ จุดชมวิวที่มีหน้าผารูปร่างคล้ายงวงช้าง



พื้นที่ตอนกลางของเกาะหลัก สัมผัสวัฒนธรรมและบรรยากาศเฉพาะของโอกินาว่า
พื้นที่ตอนกลางของเกาะหลักรวบรวมหมู่บ้านและเมืองที่มีวัฒนธรรมหลากหลายและโดดเด่น
สถานที่ที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษคือหมู่บ้านโยมิตัน (Yomitan Village) ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะ “หมู่บ้านยาจิมุน”
“ยาจิมุน” เป็นภาษาโอกินาว่าที่หมายถึงเครื่องปั้นดินเผา โดยเฉพาะเครื่องเซรามิก และทั่วหมู่บ้านโยมิตันมีเวิร์กช็อปกับร้านจำหน่ายยาจิมุนกระจายอยู่หลายแห่ง
ยาจิมุนมีเสน่ห์จากเนื้อสัมผัสเรียบง่ายแต่แฝงด้วยความอบอุ่น เหมาะเป็นของฝากจากทริปโอกินาว่า
เมืองชาตัน (Chatan Town) ซึ่งมีคาเฟ่และร้านอาหารทันสมัย รวมถึงสถานที่สำหรับช้อปปิ้งและความบันเทิง ก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมเช่นกัน ที่นี่ยังมีซันเซ็ตบีช จึงสัมผัสบรรยากาศรีสอร์ตได้อย่างง่ายดาย
นอกจากนี้ยังมีเมืองที่มีเอกลักษณ์อีกมาก เช่น เมืองคาเดนะ เมืองกิโนะวัง และเมืองโอกินาว่า ซึ่งได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมอเมริกัน ลองขับรถเที่ยวชมแต่ละเมืองกัน


พื้นที่ตอนใต้ของเกาะหลัก แหล่งรวมสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย
พื้นที่ตอนใต้ของเกาะหลักเป็นประตูสู่ทริปโอกินาว่า เพราะเป็นที่ตั้งของสนามบินนาฮะ
เมืองนาฮะ (Naha City) ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลาง รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมและจุดคลาสสิก เช่น ถนนโคคุไซโดริซึ่งเป็นถนนสายหลัก และปราสาทชูริ สัญลักษณ์ของโอกินาว่า
เมืองนาฮะยังมีโมโนเรลให้บริการ จึงมีระบบขนส่งสาธารณะครอบคลุมกว่าพื้นที่อื่น
บริเวณใต้เมืองนาฮะมีสถานที่มากมายที่ให้สัมผัสธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์และวัฒนธรรมทางจิตวิญญาณของโอกินาว่า เช่น หุบเขากังกาลาที่เกิดจากถ้ำหินปูนอายุหลายแสนปีพังทลาย และเซฟาอุตากิ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของโอกินาว่าที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
หากต้องการเที่ยวชมวัฒนธรรมและศิลปะการแสดงดั้งเดิมของโอกินาว่าเป็นหลัก ขอแนะนำเมืองฮาเอบารุ (Haebaru Town)
พื้นที่นี้ยังเคยเป็นสมรภูมิรุนแรงในยุทธการโอกินาว่าระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเฉพาะรอบเมืองอิโตมันมีอาคารและ施設ที่ถ่ายทอดโศกนาฏกรรมจากสงคราม


5 เกาะรอบนอกยอดนิยมสำหรับทริปโอกินาว่า
หากเดินทางมาโอกินาว่า ลองแวะไปยังเกาะรอบนอกด้วย ไม่ใช่เพียงเที่ยวเกาะหลักเท่านั้น
เกาะที่จะแนะนำต่อไปนี้จะพาไปพบกับทิวทัศน์และวัฒนธรรมที่ไม่มีบนเกาะหลัก
1. เกาะมิยาโกะ เสน่ห์สำคัญคือทะเลสวยใส
หมู่เกาะมิยาโกะตั้งอยู่กึ่งกลางแนวหมู่เกาะริวกิวที่โค้งเป็นรูปคันธนู ตั้งแต่เกาะหลักโอกินาว่าไปจนถึงเกาะอิชิงากิและเกาะอิริโอโมเตะ
ในบรรดาเกาะขนาดเล็กใหญ่ 8 เกาะ เช่น เกาะอิเคมะและเกาะโอกามิ เกาะหลักของหมู่เกาะก็คือเกาะมิยาโกะ
เสน่ห์สำคัญที่สุดคือทะเลที่สวยโดดเด่นแม้เทียบกับทั่วโอกินาว่า ผิวน้ำสีเขียวมรกตและสีน้ำเงินโคบอลต์มีความใสสูง จึงมีชื่อเสียงในฐานะจุดยอดนิยมสำหรับกีฬาทางน้ำ เช่น ดำน้ำลึกและดำน้ำตื้น

2. เกาะอิชิงากิ ทะเลสวย ท้องฟ้าเต็มดาว และอาหารท้องถิ่นรสเลิศ
เกาะอิชิงากิเป็นเกาะหลักของหมู่เกาะยาเอยามะ ตั้งอยู่กลางทะเลจีนตะวันออก ห่างจากเกาะหลักโอกินาว่าไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 400 km และใช้เวลาบินจากเกาะหลักโอกินาว่าประมาณ 50 นาที
ที่นี่เป็นเกาะขนาดใหญ่ที่สุดอันดับ 3 ของจังหวัด รองจากเกาะหลักโอกินาว่าและเกาะอิริโอโมเตะ โดดเด่นด้วยภูมิอากาศอบอุ่นแบบเขตร้อนและทะเลใส
ความงามของทะเลดึงดูดนักดำน้ำจำนวนมากจากทั่วโลกให้มาเยือน

3. เกาะคุเมะ เกาะรอบนอกที่สวยที่สุดในโอกินาว่า
เกาะคุเมะ (Kume Island) เป็นเกาะรอบนอกกลางทะเลจีนตะวันออก ห่างจากเมืองนาฮะไปทางตะวันตกประมาณ 100 km
ในสมัยอาณาจักรริวกิว เกาะนี้ได้รับการยกย่องว่าสวยเป็นพิเศษท่ามกลางเกาะจำนวนมาก จึงถูกเรียกว่า “คุมิโนะชิมะ” ใน ค.ศ. 1983 เกาะทั้งเกาะได้รับการกำหนดให้เป็นอุทยานธรรมชาติประจำจังหวัด
ไฮไลต์สำคัญคือหาดฮาเตะโนะฮามะ ซึ่งมีหาดทรายขาวและทะเลสีน้ำเงินโคบอลต์งดงามจนได้รับการขนานนามว่าสวยที่สุดในเอเชียตะวันออก
ยังเพลิดเพลินกับอาหารขึ้นชื่อได้ทั้งอาวาโมริของเกาะคุเมะ ไก่แบรนด์ “คุเมะจิมะอากะโดริ” กุ้งคุรุมะ และมะม่วง
เกาะนี้มีจุดดำน้ำมากมาย จึงดึงดูดนักดำน้ำจากทั่วโลก

4. เกาะอิริโอโมเตะ มรดกโลกทางธรรมชาติ
เกาะอิริโอโมเตะตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะหลักโอกินาว่า และมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเกาะหลัก
พื้นที่อย่างน้อยประมาณ 90% ปกคลุมด้วยป่าดิบกึ่งเขตร้อน
เกาะทั้งเกาะได้รับการกำหนดให้เป็นอุทยานแห่งชาติกึ่งแห่งชาติ และเป็นขุมทรัพย์ทางธรรมชาติที่รวบรวมทั้งทะเล ภูเขา แม่น้ำ และน้ำตกไว้ครบครัน
ที่นี่ยังเป็นถิ่นอาศัยของพืชและสัตว์หายากหลากหลายชนิด รวมถึงแมวป่าอิริโอโมเตะซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติ
นอกจากกิจกรรมอย่างเดินป่าและพายเรือแคนูท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์แล้ว ยังได้สัมผัสประสบการณ์ล้ำค่าด้วยการพายคายัคสำรวจป่าชายเลนที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
เกาะแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติใน ค.ศ. 2021 เนื่องจากเป็นถิ่นอาศัยของสิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์ และมีความสำคัญต่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ

5. เกาะทาเคโทมิ ที่ยังคงย่านเมืองแบบดั้งเดิม
เกาะทาเคโทมิ (Taketomi Island) ตั้งอยู่ในเมืองทาเคโทมิของหมู่เกาะยาเอยามะ จังหวัดโอกินาว่า เป็นเกาะเล็ก ๆ ที่มีเส้นรอบเกาะเพียงประมาณ 9.2 km ชุมชนทั้ง 3 แห่งบนเกาะ ได้แก่ ชุมชนตะวันตก ชุมชนตะวันออก และชุมชนนากาสุจิ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมดั้งเดิมที่สำคัญ
เกาะนี้ได้รับความนิยมจากชายหาดที่มีทะเลสีครามและทรายขาว รวมถึงท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว ซึ่งได้รับการรับรองเป็นเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด
เอกลักษณ์ของที่นี่คือทิวทัศน์เมืองดั้งเดิมของโอกินาว่า บ้านหลังคากระเบื้องสีแดงล้อมด้วยกำแพงหินปะการัง และเชื่อมต่อกันด้วยถนนทรายขาว

จำนวนวันที่ควรใช้เพื่อเที่ยวโอกินาว่าให้เต็มอิ่ม
หากต้องการเที่ยวโอกินาว่าให้เต็มอิ่ม ควรพักอย่างน้อย 3 วัน 2 คืน
แม้เฉพาะเกาะหลักก็มีสถานที่น่าสนใจมากมาย และหากเดินทางไปเกาะรอบนอกก็ต้องใช้เวลาเดินทางพอสมควร
ควรวางแผนทริปให้มีเวลาเผื่อ โดยคำนึงถึงเวลาเดินทางด้วย

แผนเที่ยวเกาะหลักโอกินาว่า 3 วัน 2 คืน ตระเวนสถานที่ยอดนิยม
สำหรับผู้ที่อยากเที่ยวโอกินาว่าให้เต็มอิ่มในเวลาไม่นาน ต่อไปนี้คือแผนเที่ยว 3 วัน 2 คืน ตระเวนสถานที่ยอดนิยมบนเกาะหลัก
แผนนี้รวบรวมกิจกรรมไว้อย่างเต็มที่ ทั้งสัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของอาณาจักรริวกิว เรียนรู้งานหัตถกรรมดั้งเดิมของโอกินาว่า เที่ยวชมจุดวิวสวย ชิมอาหารท้องถิ่น และช้อปปิ้ง
วันที่ 1: สัมผัสประวัติศาสตร์โอกินาว่าอย่างใกล้ชิด
เริ่มต้นด้วยการเที่ยวชมสถานที่คลาสสิกที่ช่วยให้สัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในสมัยอาณาจักรริวกิว
วันนี้ยังได้แวะถนนโคคุไซโดริ ถนนสายหลักของโอกินาว่าที่เต็มไปด้วยแหล่งช้อปปิ้งและอาหาร จึงสัมผัสได้ทั้งอดีตและปัจจุบันของโอกินาว่าภายในวันเดียว
10:40 เริ่มต้นจากสนามบินนาฮะ
จุดเริ่มต้นของวันแรกคือสนามบินนาฮะ ซึ่งมีเที่ยวบินระหว่างประเทศให้บริการ
ขึ้นโมโนเรลจากสถานีนาฮะคูโค (Naha-kuko Station) ของยูอิเรลที่เชื่อมตรงกับสนามบิน ไปยังสถานีชูริ
เดินจากสถานีประมาณ 15 นาที ก็จะถึงร้านโอกินาว่าโซบะยอดนิยม “ชูริโซบะ”

11:30 รับประทานมื้อกลางวันที่ “ชูริโซบะ”
ร้านดังแห่งนี้ได้รับความนิยมจนมีคนต่อแถวก่อนเปิด เมนูเรียบง่าย มีเพียงชูริโซบะซึ่งเป็นจานหลัก อาหารต้มปรุงรส ข้าวปั้น จูชี่ และน้ำแข็งไสราดถั่วแดง
ชูริโซบะมีให้เลือก 3 ขนาด ได้แก่ ใหญ่ กลาง และเล็ก จุดเด่นคือเส้นแบนทำมือที่เหนียวนุ่มและเคี้ยวได้เต็มคำ
ก่อนออกไปตระเวนเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ ของโอกินาว่า มาเติมพลังมื้อกลางวันด้วยเมนูขึ้นชื่อกัน

12:10 เดินเล่นในสวนปราสาทชูริที่ยังคงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมริวกิว
จากชูริโซบะเดินเพียง 1 นาที ก็ถึงจุดหมายถัดไปคือสวนปราสาทชูริ (Shurijo Castle Park)
ปราสาทชูริเป็นปราสาทสีแดงเพียงแห่งเดียวในญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยสีแดงชาดสดใส และเป็นสัญลักษณ์ของโอกินาว่า
ครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการเมือง การทูต และวัฒนธรรมของอาณาจักรริวกิว ซึ่งดำรงอยู่เป็นเวลา 450 ปี ตั้งแต่ ค.ศ. 1429–1879
ด้วยคุณค่าทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อย่างสูง จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม
แม้อาคาร 8 หลัง รวมถึงอาคารหลักของปราสาทชูริ จะถูกไฟไหม้เสียหายใน ค.ศ. 2019 แต่พื้นที่แบบเสียค่าเข้าชมได้กลับมาเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนมิถุนายน ค.ศ. 2020
ลองเดินชมภายในพื้นที่เพื่อสัมผัสวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของโอกินาว่า

13:25 สัมผัสมนตร์เสน่ห์แห่งอดีตที่สุสานทามาอุดุน ที่หลับใหลของกษัตริย์ริวกิว
หลังเที่ยวสวนปราสาทชูริอย่างเต็มอิ่มแล้ว เดินประมาณ 10 นาทีไปยังสุสานทามาอุดุน (Tamaudun)
สุสานทามาอุดุนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเช่นเดียวกับสวนปราสาทชูริ สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1501 ในสมัยของกษัตริย์โช ชิน ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นยุครุ่งเรืองสูงสุดของอาณาจักรริวกิว
ตัวสุสานเป็นโครงสร้างหินขนาดใหญ่ที่กล่าวกันว่าสร้างเลียนแบบปราสาทชูริ และแบ่งห้องฝังพระอัฐิออกเป็น 3 ห้องทางตะวันออก กลาง และตะวันตก
ลองสัมผัสบรรยากาศสมัยอาณาจักรริวกิว ณ สถานที่ซึ่งยังคงโบราณสถานจากตอนก่อสร้างใน ค.ศ. 1501 ไว้ รวมถึงศิลาจารึกทามาอุดุนที่สลักพระนามของเชื้อพระวงศ์ผู้หลับใหลอยู่ที่นี่

14:10 สัมผัสบรรยากาศอาณาจักรริวกิวบนทางหินชูริคินโจโจ
จากสุสานทามาอุดุน ไปเที่ยวชมทางหินชูริคินโจโจ (Shuri Kinjocho Stone-Paved Road) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางมาดามะมิจิที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 สมัยอาณาจักรริวกิว เพื่อเชื่อมปราสาทชูริกับพื้นที่ต่าง ๆ
ใช้เวลาเดินจากสุสานทามาอุดุนประมาณ 12 นาที
ทางเดินหินยาวประมาณ 300 m มีความกว้างเฉลี่ยประมาณ 4 m และปูด้วยหินปูนริวกิวขนาดประมาณ 20–30 cm
ใกล้ทางหินยังมีอุจิคินโจทากิ สถานที่สักการะเทพเจ้า และต้นอากางิขนาดใหญ่ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ มีอายุอย่างน้อย 200 ปี
ที่นี่ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับชาวโอกินาว่า จึงควรรักษามารยาทและเดินชมอย่างสงบ

15:40 สนุกกับการช้อปปิ้งและอาหารที่ย่านการค้าโคคุไซโดริ เมืองนาฮะ
หลังเดินชมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของโอกินาว่าแล้ว เดินกลับไปยังสถานีชูริประมาณ 30 นาที
หากเหนื่อยจากการเดิน แนะนำให้ใช้แท็กซี่
ขึ้นโมโนเรลจากสถานีชูริ ลงที่สถานีมากิชิ แล้วเดินอีก 5 นาที ก็จะถึงย่านการค้าโคคุไซโดริ เมืองนาฮะ (Naha Kokusai Dori Shopping Street) ซึ่งเป็นถนนสายหลักของนาฮะ
ที่นี่เป็นย่านใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในนาฮะ และมีชื่อเสียงในฐานะศูนย์กลางการค้าและความบันเทิง
ตลอดถนนยาวประมาณ 1.6 km มีร้านค้าประมาณ 600 แห่งเรียงราย ทั้งร้านอาหาร ร้านขายของฝาก ห้างสรรพสินค้า คาเฟ่ ร้านของจิปาถะ และโรงแรม
เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้ง และเมื่อหิวก็แวะรับประทานมื้อเย็นที่ร้านอาหารริมถนน

19:00 ดื่มด่ำบรรยากาศรีสอร์ตที่ฮิวอิตต์ รีสอร์ต นาฮะ
หลังอิ่มอร่อยกับมื้อเย็นแล้ว เดินทางจากสถานีมากิชิไปยังสถานีอาซาโตะ จากนั้นเดินประมาณ 3 นาทีถึงที่พักคืนแรก “ฮิวอิตต์ รีสอร์ต นาฮะ” (Hewitt Resort Naha)
ห้องพักที่ชวนให้นึกถึงทะเลและแสงอาทิตย์ของโอกินาว่าตกแต่งอย่างมีระดับ พร้อมเตียงซิมมอนส์ที่ช่วยให้หลับสบาย
นอกจากระเบียงบนชั้น 13 ที่สามารถเพลิดเพลินกับบาร์บีคิวพร้อมชมวิวทั่วเมืองนาฮะ ซึ่งเปิดตามฤดูกาลและต้องจองล่วงหน้าแล้ว หลังพระอาทิตย์ตกยังมีการแสดงโฮโลแกรม 3 มิติ ลองสนุกกับ施設และกิจกรรมหลากหลาย ก่อนพักผ่อนให้เต็มที่เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันถัดไป

วันที่ 2: ตระเวนสถานที่ท่องเที่ยวคลาสสิกของโอกินาว่า
วันที่ 2 จะพาไปยังสถานที่หลากหลายประเภท ทั้ง施設พักผ่อนยอดนิยม จุดชมวิวสวย แหล่งช้อปปิ้ง และพื้นที่ที่สามารถซื้อหรือทดลองทำงานหัตถกรรมดั้งเดิม
น่าจะช่วยให้สัมผัสเสน่ห์ของโอกินาว่าได้จากหลายมุมมอง
08:30 รับรถเช่าในเมืองนาฮะ
นั่งแท็กซี่จากโรงแรมไปยังสำนักงานรถเช่าใกล้เคียงแล้วรับรถ จากนั้นเริ่มต้นทริปวันที่ 2 ด้วยการขับรถ
ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงก็จะถึงพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอกินาว่าชูราอูมิ

10:30 เที่ยวพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอกินาว่าชูราอูมิ สถานที่ยอดนิยม
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอกินาว่าชูราอูมิ (Okinawa Churaumi Aquarium) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวคลาสสิกภายในสวนโอเชียนเอ็กซ์โปของโอกินาว่า
เมื่อลงบันไดเลื่อนจากชั้น 4 ไปยังชั้น 3 จะถึงทางเข้าพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ
โครงสร้างพื้นที่ชั้น 2 และชั้น 1 ให้ความรู้สึกราวกับกำลังดำดิ่งลึกลงไปใต้ทะเล
เบื้องหน้าคือโลกอันกว้างใหญ่และลึกลับของสิ่งมีชีวิตแห่งท้องทะเลโอกินาว่า
เพลิดเพลินกับนิทรรศการต่าง ๆ โดยมีตู้ปลายักษ์ “ทะเลคุโรชิโอะ” เป็นไฮไลต์หลัก

12:30 ถ่ายภาพกับทิวทัศน์ดั้งเดิมของโอกินาว่าที่แนวต้นฟุคุกิแห่งบิเสะ
หลังเที่ยวพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอกินาว่าชูราอูมิเต็มอิ่มแล้ว ขับรถประมาณ 5 นาทีไปยังแนวต้นฟุคุกิแห่งบิเสะ (Bise Fukugi Tree Road)
ถนนต้นไม้ในย่านบิเสะซึ่งเป็นหมู่บ้านดั้งเดิมที่จัดวางเป็นตาราง มีต้นฟุคุกิสูง 10–20 m หลายพันต้นเรียงรายทั้งสองข้างทางเล็ก ๆ รวมระยะทางประมาณ 1 km สร้างบรรยากาศเปี่ยมเสน่ห์แบบริวกิว
ลองเดินเล่นพร้อมสัมผัสบรรยากาศเฉพาะของโอกินาว่า
มีจุดถ่ายรูปกระจายอยู่ทั่ว ลองค้นหามุมโปรดของตัวเอง

13:15 เดินชมซากปราสาทนากิจิน ปราสาทชื่อดังของโอกินาว่า
หลังเดินชมเสร็จแล้ว ขับรถประมาณ 15 นาทีไปยังซากปราสาทนากิจิน (Nakijin Castle Ruins)
ซากปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่บนคาบสมุทรโมโตบุ ทางตอนเหนือของเกาะหลักโอกินาว่า และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
ที่นี่เคยเป็นปราสาทประทับของกษัตริย์โฮคุซังในยุคซันซัง เมื่อริวกิวแบ่งออกเป็น 3 เขต ได้แก่ โฮคุซัง ชูซัง และนันซัง ซึ่งต่างแข่งขันแย่งชิงอำนาจกัน เชื่อกันว่าปราสาทสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13
กำแพงปราสาทที่ยังคงอยู่มีความยาวประมาณ 1.5 km จุดสูงสุดสูง 8 m และพื้นที่ปราสาทประมาณ 7.9 ha กว้างขวางพอ ๆ กับปราสาทชูริ
เพลิดเพลินกับพื้นที่ภายในปราสาทที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมแตกต่างจากเกาะฮอนชูของญี่ปุ่น

14:20 ขับรถชมวิวบนสะพานโคริ
หลังเต็มอิ่มกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมโอกินาว่าแล้ว มุ่งหน้าไปยังสะพานโคริ (Kouri Bridge) หนึ่งในจุดชมวิวสวยที่สุดของโอกินาว่า
สะพานโคริเปิดใช้ใน ค.ศ. 2005 เป็นสะพานเชื่อมเกาะยาว 1,960 m ระหว่างเกาะยากาจิในเมืองนาโกะกับเกาะโคริ
ทิวทัศน์ทะเลสีเขียวมรกตอันงดงามที่ทอดตัวทั้งสองฝั่งสะพาน ทำให้ที่นี่มีชื่อเสียงในฐานะเส้นทางขับรถยอดนิยม
ชมทะเลสวยของโอกินาว่าผ่านหน้าต่างรถได้อย่างเต็มตา
ฝั่งเกาะโคริยังมีจุดชมวิวและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับคู่รัก จึงควรเที่ยวชมภายในเกาะด้วย

15:30 รับประทานมื้อกลางวันช่วงบ่ายที่สถานีริมทางเคียวดะ ยันบารุบุซซังเซ็นเตอร์
หลังชมวิวสวยของเกาะโคริแล้ว ขับรถประมาณ 30 นาทีไปยังสถานีริมทาง “เคียวดะ” ยันบารุบุซซังเซ็นเตอร์ (Michi-no-Eki Kyoda Yanbaru Local Products Center)
ที่นี่เป็นสถานีริมทางแห่งแรกของจังหวัดโอกินาว่า ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะหลัก นอกจากซื้อผักสดและสินค้าพิเศษจากยันบารุแล้ว ยังมีอาหารและของว่างให้รับประทาน บางคนเดินทางมาเพื่อเลือกซื้อสินค้าพิเศษที่มีจำหน่ายเฉพาะที่นี่
รับประทานมื้อกลางวันช่วงบ่ายที่ร้านอาหารภายใน施設 มีทั้งโอกินาว่าโซบะซึ่งเป็นเมนูขึ้นชื่อ ทาโก้ และสเต๊ก

16:40 สัมผัสงานหัตถกรรมดั้งเดิมของโอกินาว่าที่หมู่บ้านยาจิมุน
หลังลิ้มลองอาหารขึ้นชื่อของโอกินาว่าแล้ว ขึ้นรถอีกครั้งและมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านยาจิมุน (Yachimun no Sato)
ใช้เวลาขับรถประมาณ 40 นาที
หมู่บ้านยาจิมุนคือพื้นที่ที่รวมเวิร์กช็อปยาจิมุน 19 แห่งไว้ด้วยกัน
“ยาจิมุน” เป็นชื่อเรียกรวมของเครื่องปั้นดินเผาที่ผลิตในโอกินาว่า และมักหมายถึงเครื่องเซรามิกโดยเฉพาะ
ยาจิมุนมีเสน่ห์จากสัมผัสหนาและการใช้สีสันเรียบง่าย เหมาะสำหรับซื้อเป็นของฝาก
บางเวิร์กช็อปมีกิจกรรมทดลองวาดลวดลาย จึงลองมาสัมผัสงานหัตถกรรมดั้งเดิมของโอกินาว่ากัน

18:30 ผ่อนคลายในพื้นที่มีระดับของโรงแรมอควา ชิตตา นาฮะ
หลังเที่ยวหมู่บ้านยาจิมุนเต็มอิ่มแล้ว ขับรถประมาณ 1 ชั่วโมงไปยังโรงแรมสำหรับคืนที่ 2
โรงแรมอควา ชิตตา นาฮะ (Hotel Aqua Citta Naha) เป็นโรงแรมรีสอร์ตในเมืองที่เปิดให้บริการเมื่อ ค.ศ. 2017
มีห้องพักให้เลือกหลากหลาย ทั้งห้องทวินมาตรฐาน ห้องดับเบิล และห้องทริปเปิล
สระว่ายน้ำโปร่งใสแห่งแรกในจังหวัดโอกินาว่าบนชั้นบนสุด มีผนังฝั่งที่หันสู่ถนนโปร่งใสลงไปถึงใต้น้ำ มอบประสบการณ์ราวกับกำลังว่ายอยู่บนท้องฟ้า
แน่นอนว่ายังมีอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากโอกินาว่าให้ลิ้มลอง
ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางด้วยบริการเหนือระดับในพื้นที่มีคุณภาพ

วันที่ 3: เพลิดเพลินกับอาหารและช้อปปิ้ง
วันสุดท้ายของทริปจะเริ่มจากการสัมผัสจิตวิญญาณของโอกินาว่า และเรียนรู้ประวัติศาสตร์สงครามอันน่าเศร้าที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ก่อนออกไปยังจุดที่เพลิดเพลินกับอาหารและการช้อปปิ้ง
ลิ้มลองอาหารน่าสนใจของโอกินาว่า พร้อมเลือกซื้อของฝากเพื่อเก็บเป็นความทรงจำจากทริป
09:00 ออกเดินทางจากโรงแรม
ออกจากโรงแรมด้วยรถเช่า มุ่งหน้าไปยังจุดหมายแรกของวันที่ 3 คือเซฟาอุตากิ (Sefa Utaki)
ขับรถประมาณ 1 ชั่วโมงก็จะถึงเซฟาอุตากิ

10:00 สัมผัสจิตวิญญาณของโอกินาว่าที่เซฟาอุตากิ
เซฟาอุตากิ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของอาณาจักรริวกิว เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นผืนป่าที่เทพเจ้าเสด็จลงมา และใช้ประกอบพิธีกรรมสำคัญต่าง ๆ รวมถึงพิธีโออาราโอริสำหรับแต่งตั้งคิโคเอะโอกิมิ นักบวชหญิงสูงสุดของอาณาจักร
ภายในผืนป่าซึ่งถือเป็นเขตศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด มีสถานที่สวดภาวนาที่เรียกว่า “อูกันจู” กระจายอยู่หลายจุด
เดินชมโดยรักษามารยาท แล้วสัมผัสวัฒนธรรมเฉพาะของโอกินาว่า

11:00 เรียนรู้คุณค่าของสันติภาพที่สวนอนุสรณ์สันติภาพ
จากเซฟาอุตากิไปยังสวนอนุสรณ์สันติภาพ (Peace Memorial Park) ใช้เวลาขับรถประมาณ 25 นาที
เมืองอิโตมันและบริเวณโดยรอบซึ่งเป็นที่ตั้งของสวนอนุสรณ์สันติภาพ เคยเกิดการรบภาคพื้นดินเพียงแห่งเดียวในญี่ปุ่นระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือที่เรียกว่ายุทธการโอกินาว่า
ภายในสวนมีพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพซึ่งจัดแสดง資料ที่ถ่ายทอดโศกนาฏกรรมของยุทธการโอกินาว่า รวมถึงอนุสรณ์สถานต่าง ๆ เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในสงคราม
ที่นี่จะช่วยให้สัมผัสความโหดร้ายของสงครามอย่างใกล้ชิด และตระหนักถึงความสำคัญของสันติภาพ

13:30 สถานีริมทางอิโตมัน
หลังเที่ยวสวนอนุสรณ์สันติภาพแล้ว ขับรถอีกประมาณ 15 นาทีไปยังสถานีริมทางอิโตมัน (Michi-no-Eki Itoman)
สถานีริมทางอิโตมันจำหน่ายของฝากและสินค้าพิเศษจากเมืองอิโตมันและทั่วโอกินาว่า
มีของฝากให้เลือกหลากหลาย ทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างอาวาโมริซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของโอกินาว่า ของจิปาถะ และขนมที่เก็บได้นาน เหมาะสำหรับมอบเป็นของขวัญ
ที่นี่ยังมีร้านอาหารมากมาย ลองรับประทานอาหารโอกินาว่า เช่น โอกินาว่าโซบะและโซกิ เป็นมื้อกลางวันช่วงบ่าย

15:00 ซื้อของฝากที่เซนากาจิมะ อุมิคาจิ เทอร์เรซ
หลังลิ้มลองอาหารโอกินาว่าเป็นมื้อกลางวันแล้ว ขับรถประมาณ 15 นาทีไปยังเซนากาจิมะ อุมิคาจิ เทอร์เรซ (Senagajima Umikaji Terrace)
เซนากาจิมะ อุมิคาจิ เทอร์เรซเป็น施設รีสอร์ตครบวงจรบนเกาะเซนากะ เกาะรอบนอกที่มีเส้นรอบเกาะ 1.8 km และเชื่อมต่อกับสนามบินนาฮะด้วยถนนเหนือทะเล
อาคารสีขาวที่เรียงรายบนเนินเกาะริมทะเลสีเขียวมรกต ดูราวกับเมืองเล็ก ๆ
ภายใน施設ไม่ได้มีเพียงร้านอาหารมากมาย แต่ยังมีร้านเครื่องประดับ เช่น แหวนและไข่มุก รวมถึงซาลอนผ่อนคลายที่สามารถนั่งพักพร้อมชมทะเล และร้านค้าหลากหลายประเภท
เลือกซื้อของฝากและใช้เวลาช่วงสุดท้ายของทริปโอกินาว่าตามแบบที่ชอบ

5 จุดชมวิวสวยในโอกินาว่าสำหรับทริปอย่างน้อย 3 คืน
ผู้ที่สามารถพักในโอกินาว่าอย่างน้อย 3 คืน ลองเพิ่มจุดชมวิวสวยต่อไปนี้เข้าไปในแผนเที่ยวตัวอย่างด้วย
จะได้ดื่มด่ำกับทิวทัศน์เฉพาะของโอกินาว่า ทั้งทะเลสีน้ำเงินโคบอลต์และพื้นที่ลึกลับที่เกิดจากผืนป่ากึ่งเขตร้อนกับหุบเขา
1. สะพานนิไรคาไน
สะพานนิไรคาไน (Nirai Kanai Bridge) ในเมืองนันโจ จังหวัดโอกินาว่า เป็นชื่อเรียกรวมของสะพานนิไรและสะพานคาไน
ใกล้จุดสูงสุดมีจุดชมวิวที่มองเห็นความกลมกลืนงดงามระหว่างทะเลใสสีครามกับสะพานนิไรคาไนที่โค้งตัว
“นิไรคาไน” หมายถึงดินแดนในอุดมคติตามความเชื่อของโอกินาว่า และยังมีความหมายว่า “อีกฟากของทะเล”
ลองบันทึกภาพทิวทัศน์อันงดงามที่คู่ควรกับชื่อแสนโรแมนติกนี้

2. แหลมมันซาโมะ
แหลมมันซาโมะ (Cape Manzamo) ตั้งอยู่ริมทะเลจีนตะวันออกในหมู่บ้านอนนะ บริเวณเกือบกึ่งกลางเกาะหลักโอกินาว่า และเป็นจุดชมวิวที่เป็นตัวแทนของโอกินาว่า
แหลมหินปูนริวกิวที่เกิดจากปะการังยกตัวถูกคลื่นกัดเซาะ จนกลายเป็นหน้าผาสูงประมาณ 20 m ที่มีรูปร่างโดดเด่นคล้ายงวงช้าง
ภาพท้องฟ้าสีคราม ทะเลสีน้ำเงินโคบอลต์ และหน้าผาที่ถูกคลื่นขาวซัดกระทบงดงามน่าตื่นตา

3. แหลมซัมปะ
แหลมซัมปะ (Cape Zanpa) ที่ปลายสุดของเกาะหลักโอกินาว่า โดดเด่นด้วยทิวทัศน์ทรงพลังจากหน้าผาสูงประมาณ 30 m ซึ่งทอดยาวประมาณ 2 km
พื้นที่รอบแหลมได้รับการพัฒนาเป็นสวนสาธารณะ สามารถชมพืชชายฝั่งที่พบได้เฉพาะในภูมิอากาศกึ่งเขตร้อนของโอกินาว่า
มีทางเดินจัดไว้อย่างดี จึงเหมาะกับการเดินเล่นพร้อมชมทิวทัศน์สวย
นอกจากประภาคารแหลมซัมปะซึ่งเป็นสัญลักษณ์แล้ว ที่นี่ยังมีชื่อเสียงเรื่องพระอาทิตย์ตกอันงดงาม

4. หาดสุนายามะ
หาดสุนายามะ (Sunayama Beach) ทางตอนเหนือของเกาะมิยาโกะ เป็นชายหาดลับที่ซ่อนอยู่หลังเนินทรายซึ่งปกคลุมด้วยต้นไม้หนาทึบ
เมื่อข้ามเนินไปจะพบหาดทรายขาวและทะเลสีน้ำเงินโคบอลต์ ซึ่งได้รับการยกย่องว่าสวยเป็นพิเศษในบรรดาชายหาดมากมายบนเกาะมิยาโกะ
จุดเด่นคือโขดหินที่ถูกคลื่นกัดเซาะจนเป็นรูปซุ้มโค้ง และกลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม
หาดทรายละเอียดราวกับหิมะผงก็เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ ให้สัมผัสสบายเมื่อเดินด้วยเท้าเปล่า
ด้วยการเดินทางที่สะดวก ห่างจากตัวเมืองประมาณ 4 km ชายหาดแห่งนี้จึงเป็นที่รักของทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น
หากอยากดื่มด่ำกับทะเลสวยของเกาะมิยาโกะ ลองมาเยือนหาดสุนายามะ

5. หุบเขากังกาลา
หุบเขากังกาลา (Valley of Gangala) ทางตอนใต้ของเกาะหลักโอกินาว่า เป็นหุบเขาโบราณที่เกิดจากถ้ำหินปูนพังทลายเมื่อหลายแสนปีก่อน
ภาพแสงอาทิตย์ส่องลอดผ่านพืชกึ่งเขตร้อนที่ขึ้นหนาทึบให้บรรยากาศลึกลับอย่างยิ่ง
นอกจากทิวทัศน์งดงามแล้ว ยังเป็นพื้นที่ที่หลงเหลือร่องรอยมนุษย์เมื่อ 20,000 ปีก่อน
สามารถเดินชมป่าและภายในถ้ำพร้อมไกด์ผู้เชี่ยวชาญ จึงสนุกได้แม้ไม่มีความรู้ล่วงหน้า
อย่างไรก็ตาม หากต้องการเข้าไปภายในหุบเขากังกาลา ต้องเข้าร่วมทัวร์พร้อมไกด์ซึ่งต้องจองล่วงหน้า
บริเวณทางเข้ามี “CAVECAFE” ที่ใช้พื้นที่ภายในถ้ำหินปูน มอบช่วงเวลาผ่อนคลายอันแปลกใหม่ในถ้ำ

3 เมนูท้องถิ่นที่ไม่ควรพลาดเมื่อเที่ยวโอกินาว่า
ต่อไปจะแนะนำอาหารท้องถิ่นชื่อดังของโอกินาว่าที่คัดสรรมาแล้ว
เมื่อมาเยือนโอกินาว่า อย่าลืมลองชิมเมนูเหล่านี้
โอกินาว่ามีอาหารเฉพาะถิ่นมากมาย จึงอยากให้สัมผัสเสน่ห์ของที่นี่ผ่านวัฒนธรรมอาหารด้วย
1. โอกินาว่าโซบะ
โอกินาว่าโซบะ (Okinawa Soba) เป็นหนึ่งในอาหารท้องถิ่นที่เป็นตัวแทนของโอกินาว่า และเป็นอาหารประจำใจของชาวจังหวัดนี้
ต่างจากโซบะบนเกาะฮอนชู เพราะใช้เส้นที่ทำจากแป้งสาลีและน้ำด่างโดยไม่ใช้แป้งบักวีต
เส้นหนาเสิร์ฟคู่กับน้ำซุปเข้มข้นที่ต้มจากกระดูกหมู ปลาโอแห้ง และวัตถุดิบอื่น ๆ รสชาติหอมลุ่มลึกเข้ากันได้ดีกับเส้นที่ลื่นคอ
เครื่องที่ใส่จะแตกต่างกันไปในแต่ละร้าน แต่โดยทั่วไปมีหมูสามชั้นต้มซีอิ๊วหวาน ขิง และลูกชิ้นปลาทอด
อีกหนึ่งเสน่ห์คือแต่ละพื้นที่มีลักษณะของเส้น การปรุงรส และเครื่องที่ใส่แตกต่างกัน

2. หมูอากู
หมูอากู (Agu Pork) เป็นหมูแบรนด์ชั้นสูงที่เป็นตัวแทนของโอกินาว่า และขึ้นชื่อว่าเป็นวัตถุดิบหายากเนื่องจากเติบโตช้าและมีส่วนที่รับประทานได้น้อย
จุดเด่นของหมูอากูคือเนื้อนุ่มและส่วนมันที่อัดแน่นด้วยรสหวานและอูมามิ
ไขมันยังมีจุดหลอมเหลวต่ำ จึงให้สัมผัสราวกับละลายในปาก
อาหารโอกินาว่าที่ใช้หมูอากูและมีชื่อเสียงคือ “ราฟูเต” หรือหมูสามชั้นตุ๋น
โดยทั่วไปจะใช้หมูสามชั้น นำไปเคี่ยวกับน้ำตาล ซีอิ๊ว และอาวาโมริซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของโอกินาว่า
สัมผัสนุ่มละลายของหมูอากูและรสชาติเข้มข้นที่รวมทั้งความกลมกล่อมกับอูมามิไว้ด้วยกันนั้นโดดเด่นอย่างยิ่ง

3. องุ่นทะเล
“องุ่นทะเล” คือสาหร่ายชนิดหนึ่งที่เรียกว่าคุบิเระซุตะ ชื่อนี้มาจากรูปร่างที่คล้ายผลองุ่น
ด้วยสัมผัสเม็ดเล็ก ๆ ที่แตกในปาก จึงมีอีกชื่อว่า “คาเวียร์สีเขียว” และเป็นวัตถุดิบที่ขาดไม่ได้ในอาหารโอกินาว่า
เป็นสินค้าพิเศษของโอกินาว่าที่เติบโตได้เฉพาะในเขตกึ่งร้อนและเขตร้อน
มักรับประทานกับซอสพอนสึ แต่ด้วยรสเค็มในตัวจึงกินเปล่า ๆ ได้เช่นกัน
นิยมใช้ในสลัด เต้าหู้เย็น หรือชาบูชาบู ช่วยเพิ่มสีสันและมิติให้กับอาหาร
หากไปร้านที่เสิร์ฟอาหารโอกินาว่า ก็น่าจะมีโอกาสได้ลิ้มลองบ่อยครั้ง

“Okinawa FunPASS” ตัวช่วยแนะนำสำหรับเที่ยวโอกินาว่า
Okinawa FunPASS เป็นพาสอิเล็กทรอนิกส์ที่รวมส่วนลดสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ร้านอาหาร และร้านค้าที่กำหนดไว้
เสน่ห์สำคัญที่สุดคือสามารถเลือก施設ที่ร่วมรายการได้อย่างอิสระตามความชอบและแผนเดินทาง
เพียงแสดง QR โค้ดก็เข้าใช้施設ได้ ไม่ต้องเสียเวลาซื้อตั๋วเข้าชมหรือตั๋วกิจกรรมที่หน้างาน
อีกหนึ่งข้อดีคือช่วยประหยัดได้อย่างน้อย 3,000 เยน และอาจประหยัดมากกว่า 8,000 เยน ขึ้นอยู่กับวิธีใช้งาน
มีอายุใช้งาน 5 วันนับจากวันที่ใช้ครั้งแรก และสามารถใช้ได้ทันทีหลังซื้อ
หากอยากเที่ยวโอกินาว่าอย่างคุ้มค่าและอิสระยิ่งขึ้น ลองพิจารณาใช้ Okinawa FunPASS

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวโอกินาว่า
Q
เที่ยวโอกินาว่าโดยไม่เช่ารถได้ไหม?
พื้นที่นอกเมืองนาฮะมีระบบขนส่งสาธารณะไม่ครอบคลุม จึงแนะนำให้เช่ารถ
Q
สถานที่ท่องเที่ยวใดในโอกินาว่าเหมาะสำหรับทริปครอบครัวที่มีเด็ก?
ขอแนะนำพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชูราอูมิ ซึ่งสามารถชมสัตว์น้ำหลากหลายชนิดได้
บทสรุป
บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลที่ควรรู้ก่อนเที่ยวโอกินาว่าไว้อย่างครบถ้วน ทั้งข้อมูลการเดินทาง เสน่ห์และสถานที่น่าสนใจในแต่ละพื้นที่ เกาะรอบนอกยอดนิยม และแผนเที่ยวตัวอย่าง
หากใช้บทความนี้เป็นแนวทาง แม้จะเป็นทริปโอกินาว่าครั้งแรกก็น่าจะสัมผัสเสน่ห์ของที่นี่ได้อย่างเต็มที่
ผู้ที่ต้องการรู้จักสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และที่พักในโอกินาว่าเพิ่มเติม ลองอ่านบทความด้านล่างนี้ด้วย

