
เพลิดเพลินกับวิวสุดตระการตาของทะเลสีครามและท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาว! 19 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในเกาะมิยาโกะ
ถ้าอยากออกไปเจอทะเลสีครามใส ๆ และบรรยากาศเกาะที่ชวนให้ผ่อนคลาย เกาะมิยาโกะก็เป็นจุดหมายที่หลายคนนึกถึง
ที่นี่เป็นหนึ่งในเกาะห่างไกลของโอกินาวะที่ได้รับความนิยมมาก โดยมีทั้งหาดทรายสวยและพืชพรรณเขตร้อนที่ช่วยเติมเสน่ห์ให้ทิวทัศน์ยิ่งน่ามอง
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการเที่ยวเกาะมิยาโกะแบบเต็มอิ่ม ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวชมวิวสวย อาหารยอดนิยม ที่พัก และตัวอย่างเส้นทางท่องเที่ยว
เกาะมิยาโกะเป็นสถานที่แบบไหน?
เกาะมิยาโกะ (Miyakojima) ตั้งอยู่ห่างจากเกาะหลักโอกินาวะไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 300 กิโลเมตร รอบ ๆ ยังมีเกาะเล็กอย่างเกาะอิเคมะ เกาะคุริมะ เกาะอิราบุ เกาะชิโมจิ และเกาะโอกามิ ซึ่งทั้งหมดอยู่ในเขตเมืองมิยาโกะจิมะเช่นกัน
เสน่ห์สูงสุดของที่นี่คือทะเลสีฟ้าใสที่ได้รับการยกย่องว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น และหาดทรายขาวสะอาดที่เกิดจากปะการังแตกตัวตามธรรมชาติ
ที่นี่ยังขึ้นชื่อเรื่องท้องฟ้ายามค่ำคืนที่สวยงาม โดยเฉพาะช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมที่สามารถมองเห็นทางช้างเผือกได้อย่างชัดเจน
เกาะมิยาโกะยังคงอุดมด้วยธรรมชาติ มีทั้งพืชหายากและสิ่งมีชีวิตเฉพาะถิ่นจำนวนมาก ให้ได้ชมสัตว์และพืชที่พบได้เฉพาะที่นี่
อาหารประจำเกาะก็ไม่ควรพลาด โดยเฉพาะมะม่วงรสหวานเข้มข้นละมุนลิ้น
บนเกาะมิยาโกะยังคงมีธรรมเนียมการสวดอธิษฐานต่อเทพเจ้าในชีวิตประจำวันด้วย และมีสถานที่ที่เรียกว่า อุตากิ (Utaki) อยู่หลายแห่ง
เมื่อไปเยือนสถานที่ที่ชาวท้องถิ่นให้ความสำคัญ โปรดปฏิบัติตัวด้วยความเคารพและคำนึงถึงผู้คนในพื้นที่ด้วย

เกาะมิยาโกะแบ่งออกเป็น 6 พื้นที่
เกาะมิยาโกะแบ่งออกเป็น 6 พื้นที่ แต่ละแห่งมีเสน่ห์ต่างกันไป
พอเลือกไปคนละโซน บรรยากาศของทริปก็เปลี่ยนตามได้เหมือนกัน ถ้ารู้ลักษณะเด่นของแต่ละพื้นที่ไว้ก่อนก็ช่วยวางแผนได้ง่ายขึ้น
- ย่านใจกลางไทระ
- ศูนย์กลางของเกาะมิยาโกะ มีศาลาว่าการ ธนาคาร ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร และโรงแรมครบครัน เหมาะเป็นฐานสำหรับการท่องเที่ยว
- เขตอิเคมะ คาริมาตะ และชิมะจิริ
-
มีแนวปะการังสวยงามของ “ยาเอบิเซะ” และเป็นพื้นที่ยอดนิยมสำหรับกิจกรรมทางทะเล
ยังมีหมู่บ้านเก่าแก่ เทศกาลดั้งเดิม “ปาร์นตูมัตสึริ” และป่าชายเลนให้เที่ยวชม - เขตอิราบุ
-
เกาะที่เชื่อมกับเกาะมิยาโกะด้วยสะพานอิราบุโอฮาชิ
มีจุดชมวิวสวยหลายแห่ง เช่น “17END” ที่สามารถมองเห็นทะเลใสสะอาด เหมาะสำหรับการขับรถเที่ยว - เขตชิโมจิ
- มีสถานที่อย่าง “หาดโยนาฮะ มาเอะฮามะ” และ “จุดชมวิวริวงูโจ” บนเกาะคุริมะ ให้ชมวิวทะเลใสกว้างไกล อีกทั้งยังมีคาเฟ่และร้านของกระจุกกระจิกอยู่มาก
- เขตอุเอโนะ
-
เป็นพื้นที่ที่ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมการแลกเปลี่ยนระหว่างเยอรมนีกับชาวเกาะยังคงสืบทอดอยู่ ผ่านสถานที่อย่าง “อนุสรณ์แห่งเมตตา” และ “หมู่บ้านวัฒนธรรมเยอรมันอุเอโนะ”
ยังสามารถสนุกกับกิจกรรมทางทะเลได้ที่ “อินเกีย มารีน การ์เดน” - เขตกุสึเบะ
-
มีวิวสวยของ “ฮิงาชิ เฮนนาซากิ” และชายหาดยอดนิยมสำหรับดำน้ำตื้นอย่าง “ชายฝั่งโยชิโนะ” กับ “ชายฝั่งอารากุสุคุ”
ทิวทัศน์ไร่อ้อยที่แผ่กว้างก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของพื้นที่นี้
มารยาทและกฎที่ควรรู้เมื่อเที่ยวเกาะมิยาโกะ
เพื่อช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมดั้งเดิมของเกาะมิยาโกะ รวมถึงสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนักท่องเที่ยวกับคนในพื้นที่ เราขอแนะนำมารยาทและกฎที่ควรคำนึงถึงไว้ดังนี้
- สถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างอุตากิ (Utaki) ใช้บูชาเทพเจ้า จึงไม่ควรเข้าไปโดยพลการ และควรปฏิบัติตามป้ายแนะนำพร้อมแสดงความเคารพต่อสถานที่
- เกาะมิยาโกะพึ่งพาน้ำใต้ดินเป็นหลัก เพราะฉะนั้นการใช้น้ำอย่างประหยัดจึงสำคัญ
- พิธีกรรมดั้งเดิมและโบราณสถานเป็นทรัพย์สินสำคัญของชุมชน ควรเคารพกฎและเข้าชมอย่างเหมาะสม
- ในย่านชุมชน เช่น เขตตัวเมืองหรือย่านที่อยู่อาศัย ไม่ควรเดินโดยสวมเพียงชุดว่ายน้ำ
- ระวังไม่จอดรถกีดขวาง และขับรถตามกฎจราจรในจุดขับรถชมวิวและย่านตัวเมือง
ตัวอย่างการแต่งกายตามฤดูกาลบนเกาะมิยาโกะ
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): เสื้อยืด แจ็กเก็ต หรือฮู้ดดี้
- ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อผ้าบางเบาและเสื้อแขนสั้น
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): เสื้อแขนสั้นกับคาร์ดิแกน
- ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): เสื้อแขนยาวหรือโค้ต
เดินทางไปเกาะมิยาโกะอย่างไร?
การเดินทางหลักไปยังเกาะมิยาโกะคือทางเครื่องบิน บนเกาะมีสนามบิน 2 แห่ง ได้แก่ “สนามบินมิยาโกะ” และ “สนามบินชิโมจิชิมะ” ซึ่งเป็นประตูสู่เกาะแห่งนี้
เวลาที่ใช้เดินทางโดยเที่ยวบินตรงมายังเกาะมิยาโกะจากเกาะหลักโอกินาวะ โตเกียว และโอซาก้า มีดังนี้
- เกาะหลักโอกินาวะ (สนามบินนาฮะ)
- ประมาณ 1 ชั่วโมง
- โตเกียว (สนามบินฮาเนดะ)
- ประมาณ 3 ชั่วโมง
- โอซาก้า (สนามบินนานาชาติคันไซ)
- ประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที
การเดินทางหลักสำหรับเที่ยวเกาะมิยาโกะ
การเที่ยวเกาะมิยาโกะสามารถใช้รถบัสเป็นพาหนะหลักได้
แต่เนื่องจากจำนวนเที่ยวรถบัสมีไม่มาก จึงอยากแนะนำให้พิจารณาใช้บริการรถเช่าด้วย
นักท่องเที่ยวต่างชาติก็สามารถเช่ารถได้จากร้านอย่าง Nippon Rent-A-Car หรือ OTS Rent-A-Car จึงค่อนข้างสะดวกใจได้
สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเช่ารถได้ แท็กซี่ท่องเที่ยวที่พาเที่ยวจุดยอดนิยมบนเกาะก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ
หากคุณวางแผนจะเช่ารถขับในโอกินาวะรวมถึงบนเกาะมิยาโกะ ลองดูบทความนี้ประกอบได้
เสน่ห์ของเกาะมิยาโกะที่แตกต่างกันในแต่ละฤดูกาล
เกาะมิยาโกะมีอากาศอบอุ่นตลอดทั้งปี และแต่ละฤดูก็ให้อารมณ์ต่างกันไป
ถ้ายังลังเลว่าจะไปเที่ยวช่วงไหนดี ลองดูวิธีสนุกกับเกาะมิยาโกะในแต่ละฤดูกาลที่เรารวบรวมไว้ได้เลย
“ฤดูใบไม้ผลิที่เกาะมิยาโกะ” สนุกกับกิจกรรมทางทะเลได้ก่อนใคร
ฤดูใบไม้ผลิบนเกาะมิยาโกะเป็นช่วงที่อุณหภูมิกลางวันสบาย ๆ เหมาะกับการใช้เวลาอยู่กลางแจ้ง
ราวเดือนเมษายนจะมีการเปิดฤดูชายหาด ทำให้สามารถเริ่มสนุกกับกิจกรรมทางทะเลได้ก่อนฤดูท่องเที่ยวหลัก
อีกหนึ่งเสน่ห์คือการได้นั่งชมทิวทัศน์ไร่อ้อยอันเงียบสงบอย่างสบาย ๆ
ยังเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวไม่หนาแน่นมาก จึงเหมาะกับคนที่อยากพักผ่อนแบบเงียบ ๆ ด้วย

“ฤดูร้อนที่เกาะมิยาโกะ” เต็มไปด้วยเสน่ห์หลากหลาย
พอเข้าสู่ฤดูร้อน เกาะมิยาโกะจะเต็มไปด้วยทะเลสีฟ้าใสและท้องฟ้าสีครามสด ให้บรรยากาศรีสอร์ตและวิวสวยน่าประทับใจ
อุณหภูมิน้ำทะเลกำลังสบาย จึงเป็นฤดูกาลที่เหมาะมากสำหรับว่ายน้ำ ดำน้ำตื้น และดำน้ำลึก
ในเดือนกรกฎาคมจะมีการจัด “เทศกาลฤดูร้อนเกาะมิยาโกะ” มีทั้งดอกไม้ไฟ ร้านแผงลอย และการแสดงศิลปะพื้นบ้านให้ชมด้วย
ช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมยังเป็นฤดูที่สามารถมองเห็นทางช้างเผือกได้สวยที่สุด ตอนกลางคืนจึงแนะนำให้ไปชมดาวตามชายหาดหรือจุดริมทะเลต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้ก็เป็นฤดูพายุไต้ฝุ่นเช่นกัน ควรเช็กพยากรณ์อากาศให้สม่ำเสมอก่อนเดินทาง

“ฤดูใบไม้ร่วงที่เกาะมิยาโกะ” ช่วงที่ชมท้องฟ้ายามค่ำคืนได้ง่าย
ฤดูใบไม้ร่วงบนเกาะมิยาโกะเป็นช่วงหลังฤดูไต้ฝุ่น อากาศค่อนข้างคงที่ จึงเที่ยวได้สะดวกตามแผน
แม้จะเป็นฤดูใบไม้ร่วง แต่อุณหภูมิน้ำทะเลยังสูงอยู่ ทำให้ยังสามารถเล่นน้ำหรือดำน้ำตื้นได้จนถึงราวเดือนตุลาคม
เมื่อเทียบกับฤดูร้อน นักท่องเที่ยวจะน้อยลง จึงใช้เวลาได้อย่างผ่อนคลายมากขึ้นแม้ในชายหาดหรือจุดท่องเที่ยวยอดนิยม ซึ่งเป็นเสน่ห์เฉพาะของฤดูนี้
และเพราะสภาพอากาศนิ่งขึ้น วันที่เหมาะกับการชมดาวสวย ๆ ของเกาะมิยาโกะก็มีมากขึ้นด้วย
หากอยากนั่งมองท้องฟ้าเต็มดาวอย่างช้า ๆ จุดริมทะเลอย่าง “ฮิงาชิ เฮนนาซากิ” หรือ “นิชิ เฮนนาซากิ” ก็น่าสนใจมาก

“ฤดูหนาวที่เกาะมิยาโกะ” อากาศอบอุ่น เดินเที่ยวสบาย
ฤดูหนาวของเกาะมิยาโกะมีอุณหภูมิราว 15–20 องศาเซลเซียส จึงอยู่สบายและอบอุ่นกว่าฤดูหนาวในแผ่นดินใหญ่ของญี่ปุ่น
แม้เป็นฤดูหนาว แต่ตอนกลางวันหลายวันก็ยังใส่เสื้อผ้าบาง ๆ ได้สบาย เหมาะกับการเดินเล่น
ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนธันวาคมยังเป็นฤดูกาลดูวาฬ มีโอกาสได้เห็นวาฬในท่วงท่าที่ทรงพลัง
อีกทั้งช่วงกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมยังเป็นฤดูเก็บเกี่ยวอ้อย ระหว่างขับรถเที่ยวก็สามารถชมบรรยากาศการตัดอ้อยและทิวทัศน์แบบเกาะได้ด้วย

19 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ให้คุณดื่มด่ำกับวิวสวยของเกาะมิยาโกะ
ถ้ามาเพื่อชมธรรมชาติของเกาะมิยาโกะให้เต็มตา รายชื่อสถานที่ยอดนิยมเหล่านี้น่าจะช่วยเลือกได้ง่ายขึ้น
แต่ละแห่งมีเสน่ห์ต่างกันไป ชวนให้ค่อย ๆ ไปดื่มด่ำกับทะเลสีครามในหลายบรรยากาศ
1. สวนทะเลมิยาโกะจิมะ
สวนทะเลมิยาโกะจิมะตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะ ใช้เวลาขับรถจากสนามบินมิยาโกะประมาณ 25 นาที เป็นสถานที่ท่องเที่ยวริมทะเลใสสวยที่สามารถชมปลาซึ่งอาศัยอยู่ในทะเลของเกาะมิยาโกะในสภาพธรรมชาติได้จากอาคารชมใต้น้ำ
ภายในมีบรรยากาศกว้างสบาย สามารถมองผ่านหน้าต่างแผ่นอะคริลิกทั้งหมด 24 บาน แต่ละบานสูง 1.5 เมตร กว้าง 50 เซนติเมตร และหนา 12 เซนติเมตร เพื่อชมปลาทะเลเขตร้อนสีสันสดใส ปลาหมึก งูทะเล และบางครั้งอาจได้เห็นเต่าทะเลในระยะใกล้

2. หาดโยนาฮะ มาเอะฮามะ
ในบรรดาสถานที่ต่าง ๆ บนเกาะมิยาโกะซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเกาะหลักโอกินาวะและเกาะอิชิงากิ หาดโยนาฮะ มาเอะฮามะโดดเด่นเป็นพิเศษในเรื่องความสวยงาม
จากสนามบินมิยาโกะใช้เวลาขับรถเพียง 15 นาที เดินทางสะดวกมาก จึงเป็นจุดยอดนิยมที่แวะไปได้ง่าย
หาดทรายขาวยาวประมาณ 7 กิโลเมตร ตัดกับทะเลสีเขียวมรกตใสสะอาด จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “อันดับหนึ่งแห่งตะวันออก”

3. ฮิงาชิ เฮนนาซากิ
ฮิงาชิ เฮนนาซากิตั้งอยู่ที่ปลายตะวันออกสุดของเกาะมิยาโกะ เป็นจุดชมวิวที่สร้างความประทับใจให้ผู้มาเยือน
ที่นี่ยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “100 สวนสาธารณะในเมืองของญี่ปุ่น”
จากแหลมเรียวยาวประมาณ 2 กิโลเมตร คุณจะมองเห็นเส้นขอบฟ้าของมหาสมุทรแปซิฟิกและทะเลจีนตะวันออกทอดยาวสุดสายตา ให้ความรู้สึกสดชื่นกับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ หากอยากเปลี่ยนมุมมองเพื่อชมทิวทัศน์ แนะนำให้ขึ้นไปที่ประภาคาร

4. สะพานอิราบุโอฮาชิ
โอกินาวะเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวยอดนิยมมากแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น
หลายคนอยากดื่มด่ำกับวิวทะเลและท้องฟ้าให้เต็มที่มากขึ้น จึงเดินทางจากเกาะหลักโอกินาวะด้วยเครื่องบินประมาณ 1 ชั่วโมงเพื่อเที่ยวหมู่เกาะมิยาโกะ เกาะที่ได้รับความนิยมอันดับหนึ่งคือเกาะมิยาโกะ และเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองคือเกาะอิราบุ
สิ่งที่เชื่อมสองเกาะนี้เข้าด้วยกันก็คือสะพานอิราบุโอฮาชิ

5. โทริอิเคะ
“โทริอิเคะ” อนุสรณ์ธรรมชาติที่ได้รับการขึ้นทะเบียนระดับประเทศ ตั้งอยู่บนเกาะชิโมจิจิมะ (Shimojijima) ซึ่งเป็นเกาะรอบนอกของเกาะมิยาโกะ จังหวัดโอกินาวะ เป็นจุดลึกลับที่ดูราวกับดวงตามังกรสองดวงเรียงกัน
แท้จริงแล้วสระทั้งสองแห่งนี้เชื่อมถึงกันใต้ดิน และยังเชื่อมต่อกับทะเลอีกด้วย
ด้วยโครงสร้างอันเป็นเอกลักษณ์ จึงได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักดำน้ำ

6. อิมุเกีย มารีน การ์เดน
“อิมุเกีย มารีน การ์เดน” ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางใต้ของเกาะมิยาโกะ เป็นสวนริมทะเลที่ใช้ประโยชน์จากอ่าวธรรมชาติ
สำหรับคนที่สนใจความหมายของชื่อ “อิมุเกีย” หมายถึง “น้ำพุที่ถูกโอบล้อม” และคนท้องถิ่นนิยมเรียกว่า “อินเกีย”
คลื่นค่อนข้างสงบ เด็กเล็กก็สามารถเล่นน้ำได้อย่างสบายใจ

7. ชายฝั่งอารากุสุคุ
เกาะมิยาโกะตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะหลักโอกินาวะ เป็นเกาะที่ยังคงมีธรรมชาติอันบริสุทธิ์อยู่มาก จึงได้รับความนิยมอย่างสูงจากนักเดินทาง
บนเกาะมีชายหาดวิวสวยอยู่หลายแห่ง และหนึ่งในนั้นคือชายฝั่งอารากุสุคุ
จุดเด่นที่สุดของที่นี่คือทะเลที่ใสสะอาดมาก
ทะเลสีเขียวมรกตแวววาวและคลื่นที่ค่อนข้างสงบ ทำให้ที่นี่เป็นที่รู้จักในฐานะจุดดำน้ำตื้นยอดนิยม

8. จุดชมวิวริวงูโจ
เมื่อข้ามสะพานคุริมะโอฮาชิยาว 1,690 เมตรจากเกาะมิยาโกะในโอกินาวะ ก็จะถึงเกาะคุริมะ
บนเนินสูงของเกาะมีอาคารที่สะดุดตาตั้งอยู่ นั่นคือ “จุดชมวิวริวงูโจ” ซึ่งออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจจากวังใต้สมุทร “ริวงูโจ” ที่ปรากฏในนิทานพื้นบ้านของญี่ปุ่น
เมื่อก้าวขึ้นไปบนจุดชมวิว 3 ชั้น เบื้องล่างจะมองเห็น “หาดโยนาฮะ มาเอะฮามะ” ที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งของตะวันออก
ไล่เฉดสีระหว่างหาดทรายขาวกับทะเลสีโคบอลต์บลูก็งดงามจนยากจะละสายตา

9. หาดซาวาดะ
“หาดซาวาดะ” ตั้งอยู่บนเกาะอิราบุในหมู่เกาะมิยาโกะ และมีทะเลสีเทอร์ควอยซ์ใสสะอาดแผ่กว้างออกไป
ความงามของที่นี่โดดเด่นมากจนในปี 1996 ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “100 ชายหาดของญี่ปุ่น”
บริเวณชายหาดน้ำตื้นมีลากูนที่สงบ เหมาะสำหรับดำน้ำตื้นและเล่นน้ำทะเล
อีกลักษณะเด่นคือแนวโขดหินจำนวนมากที่ถูกพัดพามาจากคลื่นยักษ์ครั้งใหญ่ในปี 1771 ทิวทัศน์ของก้อนหินหลากขนาดที่กระจายอยู่ทั่วชายหาดเป็นภาพที่หาชมได้ยากจากที่อื่น

10. หาดไพนางามะ
หาดไพนางามะตั้งอยู่ในเขตตัวเมืองของเกาะมิยาโกะ เป็นสถานที่พักผ่อนที่คนท้องถิ่นรักกันมาก
ชื่ออย่างเป็นทางการคือ “หาดมินามินางามะ” แต่ในภาษาถิ่นของเกาะมิยาโกะ “ไพ” หมายถึงทิศใต้ และ “นางามะ” หมายถึงชายหาดยาว จึงเรียกกันในชื่อปัจจุบัน
จุดเด่นที่สุดของชายหาดแห่งนี้คือการเดินทางที่สะดวก เพราะอยู่ในระยะที่เดินจากใจกลางเมืองมิยาโกะได้

11. พิพิธภัณฑ์ยูกิชิโอะ
พิพิธภัณฑ์และร้านค้าที่ตั้งอยู่ติดกับโรงงานผลิตเกลือ “ยูกิชิโอะ” ซึ่งเป็นสินค้าขึ้นชื่อที่ทำจากน้ำทะเลของเกาะมิยาโกะ
“ยูกิชิโอะ” ผลิตด้วยวิธีที่คงส่วนประกอบของน้ำเกลือเข้มข้นซึ่งปกติจะถูกแยกออก ทำให้มีส่วนประกอบจากน้ำทะเลมากถึง 14 ชนิด
ด้วยลักษณะเม็ดละเอียดฟูคล้ายหิมะ จึงเป็นหนึ่งในของฝากยอดนิยมที่หลายคนชื่นชอบในด้านความงามด้วย
สถานที่ที่ทำให้คุณได้เรียนรู้วิธีการผลิต วิธีใช้ และวิธีลิ้มรส “ยูกิชิโอะ” อย่างสนุกสนาน ก็คือ “พิพิธภัณฑ์ยูกิชิโอะ” แห่งนี้

12. ชายฝั่งโยชิโนะ
“ชายฝั่งโยชิโนะ” บนชายฝั่งตะวันออกของเกาะมิยาโกะ เป็นชายหาดยอดนิยมที่มีทะเลใสและแนวปะการังสวยงาม
แนวปะการังอยู่ใกล้ชายฝั่งมาก เพียงว่ายน้ำออกไปเล็กน้อยก็สามารถชมปลาทะเลเขตร้อนสีสันสดใสและปะการังได้ในระยะใกล้
ทะเลบริเวณนี้น้ำตื้นและมักมีคลื่นสงบ จึงเหมาะสำหรับครอบครัวและผู้เริ่มต้นดำน้ำตื้น
สภาพทะเลจะแตกต่างไปตามช่วงน้ำขึ้นน้ำลง จึงควรตรวจสอบเวลาก่อนไป

13. สวนพืชเขตร้อนเมืองมิยาโกะจิมะ
“สวนพืชเขตร้อนเมืองมิยาโกะจิมะ” มีพื้นที่กว้างถึงประมาณ 120,000 ตารางเมตร สามารถชมดอกไม้และต้นไม้สไตล์เขตร้อน รวมถึงพืชกึ่งร้อนประมาณ 1,600 ชนิด
ภายในสวนมีถนนเรียงรายด้วยต้นเดโกะ ซึ่งในฤดูใบไม้ผลิจะผลิดอกสีแดงสด ให้บรรยากาศสวยงามมีชีวิตชีวา
นอกจากนี้ ที่หมู่บ้านหัตถกรรมทดลองเมืองมิยาโกะจิมะภายในพื้นที่เดียวกัน ยังสามารถลองทำงานหัตถกรรมดั้งเดิมของเกาะมิยาโกะได้ เช่น เครื่องปั้น การย้อมผ้า และการทอผ้า โดยเดินทางจากสนามบินมิยาโกะด้วยรถยนต์ประมาณ 10 นาที

14. สะพานคุริมะโอฮาชิ
สะพานยาว 1,690 เมตรที่เชื่อมระหว่างเกาะมิยาโกะกับเกาะคุริมะ เปิดใช้ในปี 1995 และได้รับความนิยมในฐานะจุดขับรถชมวิวตัวแทนของเกาะมิยาโกะ
จากบนสะพานสามารถมองเห็นหาดโยนาฮะ มาเอะฮามะที่มีทรายขาวสวย และทะเลสีเขียวมรกตได้แบบกว้างไกล
ในวันที่อากาศดี สีของทะเลยังเปลี่ยนไปตามแสงอีกด้วย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์
นอกจากขับรถแล้ว ยังสามารถเดินหรือปั่นจักรยานได้ เพราะมีทางเดินจัดไว้เรียบร้อย

15. หาดโทงุจิ
“หาดโทงุจิ” บนเกาะอิราบุ เป็นชายหาดยาวประมาณ 800 เมตร มีหาดทรายขาวละเอียดเนียน เดินเท้าเปล่าก็ยังสบาย
จากชายหาดสามารถมองเห็นเกาะชิโมจิ เกาะคุริมะ และเกาะหลักมิยาโกะที่เขียวชอุ่มอยู่ไกลออกไปเหนือทะเลสีโคบอลต์บลู
น้ำทะเลตื้นและคลื่นค่อนข้างสงบ จึงมีผู้คนมาที่นี่เพื่อเล่นน้ำหรือเดินเล่นริมชายหาดจำนวนมาก
นอกจากมีที่จอดรถแล้ว ยังมีคาเฟ่อยู่ติดกัน จึงเหมาะเป็นจุดแวะระหว่างขับรถเที่ยวด้วย

16. สะพานอิเคมะโอฮาชิ
“สะพานอิเคมะโอฮาชิ” ยาว 1,425 เมตร เชื่อมระหว่างเกาะมิยาโกะกับเกาะอิเคมะ เปิดใช้ในปี 1992 และเชื่อมเขตคาริมาตะทางตอนเหนือสุดของเกาะหลักมิยาโกะกับเกาะอิเคมะ
จากบนสะพานสามารถชมทะเลไล่เฉดสีระหว่างเทอร์ควอยซ์บลูกับเขียวมรกตที่ใสสะอาด จนได้รับสมญาว่า “อิเคมะบลู” โดยสีสันจะเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาและแสงแดดด้วย
มีทางเดินสำหรับคนเดินไว้เรียบร้อย จึงสามารถค่อย ๆ เดินชมวิวทะเลบนสะพานได้เช่นกัน

17. สวนผลไม้เขตร้อนไมปาริ มิยาโกะจิมะ
“สวนผลไม้เขตร้อนไมปาริ มิยาโกะจิมะ” ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะมิยาโกะ มีการปลูกผลไม้หลากหลายชนิด เช่น มะม่วง มะละกอ กล้วย สตาร์ฟรุต และแก้วมังกร
ที่นี่มี “ทัวร์นำชมสวนเขตร้อน” โดยใช้รถเข็นเฉพาะสำหรับพาชมสวน ระหว่างทัวร์ยังได้สัมผัสกับ “ม้าพันธุ์มิยาโกะ” ซึ่งเป็นม้าพื้นเมืองสายพันธุ์หนึ่งของญี่ปุ่นอีกด้วย
นอกจากนี้ ยังสามารถร่วมกิจกรรมเก็บเกี่ยวผลไม้ตามฤดูกาลได้
อีกหนึ่งเสน่ห์คือคาเฟ่ที่อยู่ภายใน ซึ่งเสิร์ฟไอศกรีมและน้ำผลไม้ที่ทำจากผลไม้ที่ปลูกในสวน

18. ชิกิระ โคงาเนะ ออนเซ็น
“ชิกิระ โคงาเนะ ออนเซ็น” เป็นสถานที่แช่ออนเซ็นแบบไปเช้าเย็นกลับ ตั้งอยู่ภายในรีสอร์ตขนาดใหญ่ “ชิกิระ เซเว่น ไมลส์ รีสอร์ต” ซึ่งทอดยาวประมาณ 11 กิโลเมตรทางตอนใต้ของเกาะมิยาโกะ
เป็นออนเซ็นธรรมชาติที่อยู่ใต้สุดและตะวันตกสุดของญี่ปุ่น น้ำพุร้อนเป็นประเภทโซเดียมคลอไรด์เข้มข้นสูง ผุดขึ้นมาจากใต้ดินลึกประมาณ 1,250 เมตร
อุณหภูมิน้ำแร่ต้นกำเนิดประมาณ 50 องศาเซลเซียส และมีปริมาณน้ำมากถึงประมาณ 800 ตันต่อวัน สีของน้ำที่เป็นประกายทองก็โดดเด่นไม่แพ้กัน
ภายในมีทั้งบ่อกลางแจ้ง บ่อชมวิว โซนสระว่ายน้ำ และโซนที่ต้องสวมชุดว่ายน้ำ จึงเหมาะทั้งสำหรับครอบครัวและคู่รัก พื้นที่เปิดโล่งที่รายล้อมด้วยพืชเขตร้อนก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์
แม้จะไม่ได้เข้าพักก็สามารถใช้บริการได้ จึงเป็นออนเซ็นที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมมาเยือน

19. ศาลเจ้ามิยาโกะ
“ศาลเจ้ามิยาโกะ” เป็นศาลเจ้าเพียงแห่งเดียวที่ยังคงอยู่บนเกาะมิยาโกะ และยังเป็นศาลเจ้าที่อยู่ใต้สุดของญี่ปุ่นด้วย
เป็นศาลเจ้าหลักของชุมชนที่มีประวัติยาวนาน สร้างขึ้นราวปี 1590 ในสมัยอาณาจักรริวกิว เทพเจ้าที่ประดิษฐานมีทั้งหมด 6 องค์ ได้แก่เทพเจ้าคุมาโนะ 3 องค์ และโทโยมิยะโอยะ 3 องค์
อาคารศาลเจ้าปัจจุบันได้รับการสร้างขึ้นใหม่ในช่วงปลายทศวรรษ 1960 และมีการบูรณะครั้งใหญ่ในปี 2014
บริเวณศาลเจ้าตั้งอยู่บนที่สูงในย่านใจกลางไทระ จึงมองเห็นทั้งตัวเมืองและทะเลได้อย่างสวยงาม

5 จุดชมดาวบนเกาะมิยาโกะที่ควรไปหลังพระอาทิตย์ตก
เกาะมิยาโกะเป็นที่รู้จักในฐานะเกาะที่สามารถชมท้องฟ้ายามค่ำคืนได้สวยงาม เพราะแสงไฟในตัวเมืองมีน้อยและอากาศค่อนข้างใส
มองเห็นทางช้างเผือกได้อย่างสวยงาม และในญี่ปุ่นก็มีไม่กี่แห่งที่สามารถชมกลุ่มดาวกางเขนใต้ได้ด้วย จึงยิ่งเป็นที่นิยม
สถานที่ที่แนะนำมาก่อนหน้านี้อย่างฮิงาชิ เฮนนาซากิ หาดโยนาฮะ มาเอะฮามะ และอิมุเกีย มารีน การ์เดน ก็เป็นจุดชมดาวที่รู้จักกันดีเช่นกัน แต่ในที่นี้จะขอแนะนำอีก 5 แห่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษ
1. นางามะฮามะ
“นางามะฮามะ” ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของเกาะคุริมะ เป็นชายหาดที่มองเห็นเส้นขอบฟ้าได้กว้างไกล และขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในจุดชมดาวที่ดีที่สุดของเกาะมิยาโกะ
บริเวณรอบ ๆ แทบไม่มีไฟถนน จึงได้รับผลกระทบจากแสงประดิษฐ์น้อย ทำให้สามารถชมทางช้างเผือกและหมู่ดาวจำนวนมากได้อย่างชัดเจน
หากสภาพอากาศและจังหวะเหมาะสม ยังอาจได้เห็นภาพดาวสะท้อนบนผิวน้ำในบรรยากาศแสนฝันด้วย

2. ฮิงะ โรดพาร์ก
จุดพักรถแห่งนี้ตั้งอยู่ริมถนนสายจังหวัดหมายเลข 83 ในเขตกุสึเบะ เมืองมิยาโกะจิมะ
เพราะอยู่ตรงจุดสูงสุดของถนนรอบเกาะ ตอนกลางวันจึงมองเห็นทะเลได้อย่างสวยงาม และตอนกลางคืนก็เหมาะกับการชมดาว
ด้วยทัศนียภาพที่เปิดกว้าง ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาวจะทอดยาวเต็มสายตา
มีทั้งที่จอดรถและห้องน้ำ จึงเป็นอีกหนึ่งจุดชมดาวที่แวะด้วยรถยนต์ได้สะดวก

3. ชิราโทริซากิ
“ชิราโทริซากิ” ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือสุดของเกาะอิราบุ เป็นแหลมที่ขึ้นชื่อในฐานะจุดดำน้ำซึ่งมีภูมิประเทศใต้น้ำซับซ้อน และในเวลากลางวันสามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ใต้น้ำและสภาพภูมิประเทศอันน่าตื่นตาได้
หลังพระอาทิตย์ตก ที่นี่จะกลายเป็นจุดที่มองเห็นท้องฟ้าเต็มดาวได้จากพื้นที่เปิดกว้าง
อีกหนึ่งเสน่ห์คือสามารถชมภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาวทอดยาวไปจนเกือบถึงเส้นขอบฟ้า

4. หาดมุสุนุน
“หาดมุสุนุน” ตั้งอยู่อย่างเงียบสงบทางฝั่งตะวันตกของเกาะคุริมะ เป็นชายหาดที่ยังไม่ถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวมากนัก
เพราะแทบไม่มีแสงประดิษฐ์ส่องถึง จึงมองเห็นประกายดาวที่ปกคลุมเต็มท้องฟ้ายามคืนได้อย่างชัดเจน
ด้วยบรรยากาศเงียบสงบและผู้คนไม่พลุกพล่าน คุณจึงใช้เวลาชมดาวอย่างช้า ๆ ได้อย่างเต็มอิ่ม

5. 17END
“17END” ตั้งอยู่ทางเหนือของรันเวย์สนามบินชิโมจิชิมะ และมีหาดทรายขาวโผล่ขึ้นมาเฉพาะช่วงน้ำลง จึงถูกเรียกว่า “ชายหาดลวงตา” ด้วย
ชื่อนี้มาจากหมายเลขรันเวย์ “17” ซึ่งหันไปทาง 170 องศา และคำว่า “Runway End” ที่หมายถึงปลายสุดของรันเวย์
ในยามค่ำคืน จะได้เห็นทิวทัศน์พิเศษเฉพาะของ 17END ที่ผสานไฟรันเวย์ของสนามบิน แสงจากเครื่องบิน และท้องฟ้าเต็มดาวเข้าด้วยกัน

3 จุดลับบนเกาะมิยาโกะที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียล
ใครที่เที่ยวจุดยอดฮิตกันมาพอแล้ว อาจอยากลองแวะมุมลับ ๆ ของเกาะมิยาโกะดูบ้าง
ที่นี่เราได้คัดเลือกจุดลับที่กำลังได้รับความสนใจบนโซเชียลมีเดียมาแนะนำเป็นพิเศษ
แต่ละแห่งมีบรรยากาศราวกับดินแดนลับแล ถ้ามีโอกาสก็ลองใส่ไว้ในแผนเที่ยวของคุณดู
1. ยูนิ โนะ ฮามะ
“ยูนิ โนะ ฮามะ” คือสันทรายที่ปรากฏขึ้นเฉพาะช่วงน้ำลงนอกชายฝั่งเกาะอิราบุ ด้วยภาพลักษณ์ราวกับลอยอยู่กลางทะเล จึงถูกเรียกว่า “เกาะลวงตา” ด้วย
การเดินทางไปด้วยตัวเองค่อนข้างยาก และจำเป็นต้องใช้บริการทัวร์เรือ
วิวจากหาดทรายขาวที่ถูกล้อมรอบด้วยทะเลแบบ 360 องศานั้นถ่ายรูปสวยมาก จนกลายเป็นกระแสบนโซเชียลมีเดีย
รูปทรงของสันทรายจะแตกต่างกันทุกครั้งที่ปรากฏขึ้น จึงเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้ได้เห็นทิวทัศน์เฉพาะในวันและเวลานั้นเท่านั้น

2. นุโดคุบิอาบุ
“นุโดคุบิอาบุ” ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบ ๆ ในมุมหนึ่งของไร่อ้อยบนเกาะอิราบุ
เป็นถ้ำแนวดิ่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานประจำเมืองมิยาโกะจิมะ มีความลึกประมาณ 22 เมตร
ปากถ้ำมี 2 จุด โดยปากถ้ำขนาดใหญ่กว้าง 3 เมตร ยาว 25 เมตร และสามารถลงไปได้ทางบันไดจากด้านตะวันออกเฉียงเหนือ
อีกด้านหนึ่งเป็นหลุมแนวดิ่งลักษณะคล้ายบ่อ กว้าง 3 เมตร ยาว 7 เมตร และถูกแบ่งด้วยสะพานธรรมชาติ
ภายในถ้ำมีหินย้อยกระจายอยู่หลายจุด ประกอบกับรากไทรที่ห้อยลงมาจากเพดาน ทำให้เกิดแสงเงาเฉพาะตัวบนผิวหิน ในช่วงเวลาที่แสงส่องเข้ามา ภายในถ้ำจะยิ่งดูงดงามลึกลับเป็นพิเศษ

3. หน้าผามุยก้า
ชายฝั่งนานามาตะเป็นแนวหน้าผาสูงประมาณ 30 เมตรต่อเนื่องกัน และจุดชมวิวของ “หน้าผามุยก้า” บริเวณชายฝั่งนี้ได้รับความนิยมในฐานะจุดชมวิวสวย
ไฮไลต์คือความตัดกันอย่างงดงามระหว่างผาหินที่ดูดุดันซึ่งเกิดจากแนวปะการังยกตัวสะสมตัวเป็นเวลายาวนาน กับทะเลสีฟ้ามิยาโกะ
ด้านล่างของหน้าผามีน้ำพุที่เรียกว่า “มุยก้า” และยังมีร่องรอยโบราณสถานกระจายอยู่โดยรอบ ซึ่งเชื่อว่าเป็นหลักฐานว่าครั้งหนึ่งเคยมีผู้คนอาศัยอยู่แถวนี้

อิ่มอร่อยกับอาหารท้องถิ่นและวัตถุดิบพื้นเมือง! 5 ร้านอาหารยอดนิยมในเกาะมิยาโกะ
มาเที่ยวเกาะมิยาโกะทั้งที เรื่องกินก็อยากให้เผื่อเวลาไว้เหมือนกัน
มาลองชิมทั้งโซลฟู้ดของเกาะมิยาโกะและเมนูที่ใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นกัน
1. Doug’s Burger สาขาหลักเกาะมิยาโกะ
ร้านเบอร์เกอร์สไตล์อเมริกัน “Doug’s Burger สาขาหลักเกาะมิยาโกะ” ตั้งอยู่ห่างจากสนามบินมิยาโกะโดยรถยนต์ประมาณ 5 นาที
ร้านนี้ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบท้องถิ่น โดยใช้ปลาทูน่าครีบเหลืองจากเกาะมิยาโกะและเนื้อวากิวขนดำจากเกาะทารามะเป็นวัตถุดิบหลัก
ขนมปังบันจากยีสต์ธรรมชาติและรสอูมามิเข้มข้นของไส้คือจุดเด่น ทำให้ไม่ว่าเลือกเมนูไหนก็น่าพอใจ
เมนูที่อยากแนะนำเป็นพิเศษคือ “Doug’s Tuna Steak Burger”
จุดเด่นคือการหมักทูน่าในโชยุวาซาบิ และใช้มัสตาร์ดญี่ปุ่นแทนมัสตาร์ดทั่วไป จึงได้รสชาติแบบญี่ปุ่นแม้จะเป็นเบอร์เกอร์สไตล์อเมริกัน

2. Kojasoba
“Kojasoba” เป็นร้านเก่าแก่ที่เปิดกิจการมากว่า 80 ปี อยู่ห่างจากสนามบินมิยาโกะโดยรถยนต์ประมาณ 10 นาที
ที่นี่คุณจะได้ลิ้มลอง “มิยาโกะโซบะ” โซลฟู้ดของคนท้องถิ่น ซึ่งมีน้ำซุปใสรสอ่อน เส้นแบน และเครื่องอย่างหมูสามชั้นกับคามาโบโกะที่ซ่อนอยู่ใต้เส้น
ตัวร้านมีบรรยากาศเรียบสงบในอาคารสไตล์โอกินาวะ จากที่นั่งริมหน้าต่างสามารถมองเห็นสวนที่ปลูกพืชกึ่งร้อน
เมนูยอดนิยมแน่นอนว่าคือมิยาโกะโซบะ และยังมี “เซ็ตโซบะ” ที่เสิร์ฟพร้อมมิยาโกะโซบะและกับข้าวประจำวันอีกด้วย

3. Maruyoshi Shokudo
“Maruyoshi Shokudo” เป็นร้านโซบะเก่าแก่ที่เปิดมานานกว่า 60 ปี
เมนูยอดนิยมคือ “มิยาโกะโซบะ” และ “โซกิโซบะ”
ทั้งสองเมนูเป็นอาหารขึ้นชื่อของเกาะมิยาโกะและโอกินาวะ โดยโซกิหมายถึงซี่โครงหมู
น้ำซุปทำจากกระดูกหมูผสมกระดูกไก่และคัตสึโอะ พร้อมใส่กระเทียมขูดเป็นเคล็ดลับ ทำให้ได้รสชาติเข้มข้นลึกซึ้ง
เส้นเหนียวนุ่ม เคี้ยวหนึบ และลื่นคอ เข้ากันได้ดีกับน้ำซุปรสจัดจ้าน
“Maruyoshi Shokudo” ขึ้นชื่อในฐานะร้านดังของมิยาโกะโซบะและโซกิโซบะ จึงมีทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวแวะมาไม่ขาดสาย
แม้การหมุนเวียนของลูกค้าจะค่อนข้างเร็ว แต่เพราะเป็นร้านยอดนิยมก็อาจต้องรอคิว จึงควรเผื่อเวลาไว้สักหน่อย

4. Miyakogyu Teppanyaki Yukishio Steak
“Miyakogyu Teppanyaki Yukishio Steak” ในย่านตัวเมืองเกาะมิยาโกะ เป็นร้านเทปปันยากิเฉพาะทางที่ให้คุณลิ้มลองเนื้อวัวมิยาโกะอย่างหรูหรา
รูปแบบของร้านคือเชฟจะย่างอาหารตรงหน้าผ่านเคาน์เตอร์ ทำให้ได้ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
มีทั้งสเต๊กเนื้อวัวมิยาโกะและเนื้อวัวอิชิงากิ เมนูผักสดจากท้องถิ่น รวมถึงไอศกรีมยูกิชิโอะ ครบด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของเกาะมิยาโกะ
สำหรับคนที่สงสัย “ยูกิชิโอะ” ที่เป็นชื่อร้านด้วยนั้น คือเกลือขึ้นชื่อที่ทำจากน้ำทะเลใต้ดินของเกาะมิยาโกะ มีรสกลมกล่อมและช่วยขับรสอูมามิตามธรรมชาติของเนื้อวัวมิยาโกะให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

5. Rakuen no Kajitsu
“Rakuen no Kajitsu” เป็นร้านอาหารที่บริหารโดยสวนผลไม้บนเกาะคุริมะ
ที่นี่สามารถเพลิดเพลินกับอาหารและขนมหวานที่ใช้ผลไม้จากเกาะมิยาโกะและวัตถุดิบจากโอกินาวะอย่างเต็มที่
เมนูเด่นของร้านคือพาร์เฟต์มะม่วงสุกแบบจำกัดเฉพาะฤดูร้อน
นอกจากนี้ยังมีพาร์เฟต์และเจลาโตที่ใช้ผลไม้ตามฤดูกาลอย่างแก้วมังกร เมลอน และกล้วยเกาะให้เลือกหลากหลาย
ไม่ใช่แค่ของหวานเท่านั้น แต่ยังมีเมนูอาหารอย่างพาสต้า ข้าวกะเพรา และข้าวหน้าหมูอากูอีกด้วย

3 แหล่งช้อปปิ้งบนเกาะมิยาโกะที่แวะได้ระหว่างเที่ยว
อีกอย่างที่ทำให้การเดินทางสนุกขึ้นก็คือการแวะช้อปปิ้ง และบนเกาะมิยาโกะก็มีทั้งสินค้าพื้นเมือง วัตถุดิบท้องถิ่น และจุดหาของฝากให้เลือกครบพอสมควร
เราจะพาไปรู้จักแหล่งช้อปปิ้งที่เหมาะกับการแวะระหว่างเที่ยวหรือก่อนกลับ ไม่ว่าจะเป็นตลาดหรือย่านการค้า ที่ให้คุณสนุกกับการเลือกซื้อของสไตล์เกาะมิยาโกะได้อย่างเต็มที่
1. Shima no Eki Miyako สาขาหลัก
“Shima no Eki Miyako” เป็นตลาดขายตรงจากผู้ผลิตที่บริหารโดย JA Okinawa
มีทั้งผักและผลไม้สดจากเกาะมิยาโกะ รวมถึงสินค้าขึ้นชื่อและของฝากมากมาย จึงเป็นจุดยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวด้วย
ภายในร้านมีผลไม้ตามฤดูกาล เช่น มะม่วง เมลอน และแก้วมังกรวางจำหน่าย สามารถซื้อไปชิมทันทีหรือไว้ทานระหว่างพักบนเกาะได้
ยังมีสินค้าขึ้นชื่อของเกาะมิยาโกะอย่างยูกิชิโอะ น้ำตาลดำ อาวาโมริ และมิยาโกะโซบะครบครัน เหมาะมากสำหรับการหาของฝาก
รวมถึงของว่างที่คนท้องถิ่นคุ้นเคย เช่น เทมปุระสไตล์โอกินาวะและกล้วยเกาะ ก็สามารถหาซื้อได้ที่นี่

2. ตลาดอาตาราสุ
“ตลาดอาตาราสุ” เป็นฟาร์เมอร์ส มาร์เก็ตที่ตั้งชื่อตามคำว่า “อาตาราสุ” ในภาษาถิ่นของเกาะมิยาโกะ ซึ่งมีความหมายว่า “น่ารักน่าเอ็นดู”
ที่นี่เดินทางสะดวกเพราะอยู่ใกล้สนามบินมิยาโกะมาก
มีผลไม้และผักจากเกาะมิยาโกะเรียงรายมากมาย โดยเฉพาะมะม่วงซึ่งเป็นสินค้าขึ้นชื่อของพื้นที่
นอกจากของฝากยอดนิยมแล้ว อีกหนึ่งเสน่ห์คือยังมีเบนโตะและอาหารพร้อมทานที่ให้คุณได้ลิ้มลองรสชาติแบบท้องถิ่นด้วย

3. ถนนนิชิซาโตะโอโดริ
“ถนนนิชิซาโตะโอโดริ” ใจกลางเมืองมิยาโกะจิมะ เป็นย่านการค้าที่เก่าแก่ที่สุดบนเกาะ
มีร้านขายของฝากมากมายที่จำหน่ายอาวาโมริ แก้วริวกิว เสื้อยืดสไตล์เกาะมิยาโกะ และของกระจุกกระจิกต่าง ๆ จึงสามารถเดินเล่นพร้อมเลือกซื้อของฝากได้เพลิน ๆ
ที่เดียวกันนี้ยังมีร้านอาหารดังที่ให้ลิ้มลองเมนูท้องถิ่นของเกาะมิยาโกะอยู่กระจายตัว ทำให้เป็นจุดที่สนุกได้ทั้งช้อปปิ้งและกินอร่อย
หลังช่วงเย็นเป็นต้นไป ร้านอิซากายะและบาร์จะเริ่มเปิด ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนเป็นแหล่งกินดื่มยามค่ำคืน เป็นถนนที่มีเสน่ห์ต่างกันไปตามช่วงเวลา

ดื่มด่ำกับทะเลและท้องฟ้าแสนสวย! 5 ที่พักยอดนิยมในเกาะมิยาโกะ
ถ้าอยากให้ทริปเกาะมิยาโกะสมบูรณ์ขึ้นอีกหน่อย เรื่องที่พักก็ควรเลือกให้เหมาะกับสไตล์การเที่ยวของตัวเอง
เราได้คัดสรรทั้งรีสอร์ตโฮเทลที่โดดเด่นด้วยทำเลชมทะเลและท้องฟ้า รวมถึงบรรยากาศที่มอบช่วงเวลาสุดพิเศษ และโรงแรมสไตล์คอนโดมิเนียมที่มีเอกลักษณ์มาแนะนำให้รู้จัก อาหารเลิศรสที่ลิ้มลองได้ในโรงแรมก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ ลองทำให้เวลาพักผ่อนในโรงแรมกลายเป็นช่วงเวลาพิเศษไปด้วยกัน
1. SHIGIRA BAYSIDE SUITE ALLAMANDA
“SHIGIRA BAYSIDE SUITE ALLAMANDA” ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางใต้ของเกาะมิยาโกะ ภายในรีสอร์ตขนาดใหญ่ “ชิกิระ เซเว่น ไมลส์ รีสอร์ต” ที่ทอดยาวประมาณ 11 กิโลเมตร
มองเห็นวิวทะเลสวยและต้นไม้เขตร้อนที่ไหวพลิ้วได้เต็มตา ขณะเดียวกันบรรยากาศหรูหราที่อบอวลก็ให้ความรู้สึกสมเป็นรีสอร์ตระดับไฮเอนด์
ห้องพักมากกว่าครึ่งมีสระว่ายน้ำส่วนตัว และยังสามารถพักผ่อนบนระเบียงพร้อมจากุซซี่ไปพร้อมกับชมวิวสวยของเกาะมิยาโกะได้
ภายในโรงแรมมีร้านอาหาร 5 แห่ง ที่เสิร์ฟทั้งอาหารญี่ปุ่น เทปปันยากิ และอาหารอิตาเลียน โดยใช้วัตถุดิบจากเกาะมิยาโกะ

2. Hotel Shigira Mirage
“Hotel Shigira Mirage” ตั้งอยู่ในชิกิระ เซเว่น ไมลส์ รีสอร์ต เช่นเดียวกับ SHIGIRA BAYSIDE SUITE ALLAMANDA
ห้องพักมีให้เลือก 3 ประเภท ได้แก่ “Bayside” ซึ่งอยู่ใกล้ทะเลที่สุด “Mirage Floor” ที่ได้รับบริการพิเศษมากกว่า Bayside และ “Pool Villa Premier” ที่มาพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวและเดย์เบด
ไม่ว่าจะเลือกแบบไหนก็สามารถดื่มด่ำกับท้องฟ้าและทะเลอันงดงามของเกาะมิยาโกะได้ พร้อมเปลี่ยนเวลาที่ใช้บนเกาะให้กลายเป็นช่วงเวลาพิเศษ
ในมื้ออาหารก็มีให้เลือกทั้งร้านอาหารซีฟู้ดแห่งเดียวของรีสอร์ตและร้านเทปปันยากิที่ให้ลิ้มลองวัตถุดิบชั้นเยี่ยมอย่างเนื้อวัวมิยาโกะ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของที่นี่

3. Miyakojima Tokyu Hotel & Resorts
“Miyakojima Tokyu Hotel & Resorts” เป็นรีสอร์ตโฮเทลที่อยู่ติดกับหาดมาเอะฮามะ ใช้เวลาขับรถจากสนามบินมิยาโกะประมาณ 10 นาที
ช่วงเวลาที่ได้นั่งชมพระอาทิตย์ตกเหนือหาดมาเอะฮามะซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “หาดทรายที่สวยที่สุดแห่งตะวันออก” จากระเบียงห้องพักนั้นชวนให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างยิ่ง
อาหารแบบบุฟเฟต์ก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่น โดยเฉพาะออมเล็ตหน้าต่าง ๆ ในมื้อเช้าที่ได้รับความนิยมมาก
ยังมีบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งอีเวนต์ที่ให้ชมศิลปะการแสดงดั้งเดิมของโอกินาวะ และสปาสำหรับการพักผ่อนอย่างเต็มที่
ถ้ามีเวลา ลองเข้าร่วมโปรแกรมกิจกรรมทางทะเลที่หาดมาเอะฮามะด้วยก็น่าสนุกไม่น้อย

4. HOTEL PINK HIBISCUS
โรงแรมสไตล์คอนโดมิเนียมแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเกาะมิยาโกะเล็กน้อย ห้องพักถูกออกแบบเป็นพื้นที่สร้างสรรค์โดยใช้ธีมสีหลัก 3 สี ได้แก่ ชมพู ฟ้า และเกรย์จ์
ไม่ใช่แค่ในห้องพักเท่านั้น แต่ทั่วทั้งอาคารยังเต็มไปด้วยดีไซน์และลูกเล่นที่สนุกสนาน เช่น เคาน์เตอร์ต้อนรับสีชมพูสด จึงเป็นโรงแรมที่ถ่ายรูปขึ้นอย่างมากและเหมาะกับการแชร์บนโซเชียล

5. Hilton Okinawa Miyako Island Resort
รีสอร์ตโฮเทลที่ตั้งอยู่ติดกับหาดมิยาโกะซันเซ็ต เดินทางจากสนามบินมิยาโกะโดยรถยนต์ประมาณ 15 นาที และยังอยู่ใกล้ย่านตัวเมืองในทำเลที่สะดวก
ห้องพักทุกห้องมีระเบียงส่วนตัว ให้คุณใช้เวลาพักผ่อนอย่างสบายพร้อมชมวิวทะเลสีเขียวมรกต สะพานอิราบุโอฮาชิ และพระอาทิตย์ตกอันงดงาม
อีกหนึ่งเสน่ห์คือมีสระว่ายน้ำหลากหลายถึง 5 แบบ ทั้งสระเด็กพร้อมสไลเดอร์และสระบรรยากาศสงบสำหรับผู้ใหญ่
ที่บุฟเฟต์อาหารเช้า คุณจะได้ลิ้มลองทั้งอาหารโอกินาวะอย่างมิยาโกะโซบะ รวมถึงเมนูญี่ปุ่น ตะวันตก และจีน

3 ของฝากที่ควรซื้อเมื่อมาเกาะมิยาโกะ
ของกินและขนมหวานที่ใช้วัตถุดิบเฉพาะของเกาะมิยาโกะก็เป็นของฝากที่ได้รับความนิยมไม่น้อย
ในบรรดาสินค้ามากมาย เราได้คัดเลือกของฝากที่แนะนำเป็นพิเศษมา 3 อย่างให้คุณลองเลือกกลับไป
1. ยูกิชิโอะจากเกาะมิยาโกะ “Yukishio (Powder)”
“Yukishio (Powder)” ของขึ้นชื่อจากเกาะมิยาโกะ เป็นเกลือเนื้อฟูละเอียดราวกับหิมะที่เกิดจากน้ำทะเลสวยใสของโอกินาวะ
ต่างจากเกลือทั่วไป เพราะยังคงมีส่วนประกอบของน้ำเกลือเข้มข้นที่ปกติจะถูกแยกออก จึงให้รสเค็มที่มาพร้อมความหวานนุ่มและความกลมกล่อม
ยูกิชิโอะละลายในปากอย่างนุ่มนวล และเป็นเครื่องปรุงอเนกประสงค์ที่ช่วยชูรสวัตถุดิบได้ดีมาก เพียงโรยบนเทมปุระ ซาชิมิ หรือสลัด ก็ช่วยเพิ่มมิติของรสชาติได้อย่างชัดเจน

2. ยูกิชิโอะจากเกาะมิยาโกะ “Yukishio Sando”
ของฝากยอดนิยมจากโอกินาวะที่ใช้ “ยูกิชิโอะ” ซึ่งทำจากน้ำทะเลของเกาะมิยาโกะ
“ยูกิชิโอะ” เป็นเกลือที่ตกผลึกเป็นผงด้วยกรรมวิธีเฉพาะจากน้ำทะเลที่สูบขึ้นมาจากใต้ดินลึก 22 เมตร และยังคงมีส่วนประกอบจากน้ำทะเลอยู่
ด้วยคุณสมบัติที่ช่วยขับรสของวัตถุดิบ “Yukishio Sando” จึงถือกำเนิดขึ้นจากการจับคู่ยูกิชิโอะกับนม เนย และไข่ที่เข้ากันอย่างลงตัว

3. Montedoll “Banana Cake”
“Banana Cake” สินค้าขึ้นชื่อที่ทำด้วยมือทีละชิ้นโดยช่างขนมของร้านขนมตะวันตกเก่าแก่บนเกาะมิยาโกะ
บนเกาะมิยาโกะ ขนมนี้ยังเป็นของหวานขึ้นชื่อที่นิยมใช้เป็นของฝากอีกด้วย
เนื้อสัมผัสทั้งฟูนุ่มและชุ่มฉ่ำให้ความอร่อยสองแบบในชิ้นเดียว อีกทั้งยังใช้กล้วยสุกอย่างเต็มที่ จึงมีกลิ่นหอมตามธรรมชาติของกล้วยอย่างชัดเจน
ไม่ใช้สารแต่งกลิ่น สีผสมอาหาร หรือมาการีน จึงเป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าประทับใจเพราะเด็กเล็กก็ทานได้อย่างสบายใจ

3 งานอีเวนต์บนเกาะมิยาโกะที่ให้สัมผัสวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์
บนเกาะมิยาโกะมีทั้งพิธีกรรมดั้งเดิมและงานอีเวนต์หลากหลายจัดขึ้นตลอดทั้งปี
ในบรรดานั้น เราได้คัดเลือกงานที่มีชื่อเสียงและนักท่องเที่ยวก็สามารถเพลิดเพลินได้มาแนะนำเป็นพิเศษ
ถ้าช่วงเวลาที่คุณไปตรงกับงานไหนพอดี ก็อยากชวนให้ลองไปร่วมสัมผัสด้วยตัวเอง
1. ฮารีของเกาะมิยาโกะ (เทศกาลไคจินไซ)
พิธีกรรมดั้งเดิมที่จัดขึ้นราวเดือนมิถุนายนของทุกปีตามท่าเรือประมงต่าง ๆ บนเกาะมิยาโกะ เพื่ออธิษฐานขอให้เดินเรือปลอดภัยและจับปลาได้อุดมสมบูรณ์
“ฮารี” คือการแข่งขันเรือที่ใช้เรือฮาริวเซ็นประดับลวดลายมังกรหรือเรือประมงขนาดเล็ก
ภาพการแข่งขันที่ผู้เข้าแข่งพายเรือมังกรซึ่งประดับอย่างสวยงามฝ่าทะเลด้วยจังหวะพายอันทรงพลังนั้นเต็มไปด้วยความเร้าใจ
อีกหนึ่งไฮไลต์คือการแสดงศิลปะพื้นบ้าน “คุยชะ” ก่อนการแข่งขัน รวมถึงขบวนพาเหรดเรือประมง

2. เทศกาลฤดูร้อนเกาะมิยาโกะ
เทศกาลฤดูร้อนขนาดใหญ่ที่สุดบนเกาะ ซึ่งจัดขึ้นบริเวณใจกลางเกาะมิยาโกะในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมของทุกปี
บริเวณหลักอย่าง “ถนนนิชิซาโตะโอโดริ” “ถนนชิโมซาโตะโอโดริ” และ “ถนนอิจิบะ” จะกลายเป็นถนนคนเดิน
ภายในงานสามารถชมการแสดงสดหลากหลายรูปแบบ รวมถึงการเต้นรำพื้นเมืองของเกาะมิยาโกะที่เรียกว่า “คุยชะ”
ยังมีการจัด “ชักเย่อใหญ่ตะวันออก-ตะวันตก” โดยใช้เชือกขนาดยักษ์ยาวถึง 110 เมตร ทำให้ได้สัมผัสวัฒนธรรมของเกาะผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย
มีร้านแผงลอยเรียงรายให้ได้ลิ้มลองอาหารของเกาะมิยาโกะ และแน่นอนว่าไฮไลต์สำคัญที่สุดคือดอกไม้ไฟในวันสุดท้าย

3. การเต้นรำเดือนแปดของเกาะทารามะ
พิธีกรรมดั้งเดิมของเกาะทารามะที่จัดขึ้นเป็นเวลา 3 วันของทุกปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 เดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติ
ในช่วงงานจะมีการแสดงการเต้นรำพื้นบ้านและการแสดงละครรำหลากหลายรูปแบบ
ต้นกำเนิดของการเต้นรำพื้นบ้านนี้ย้อนกลับไปถึงคริสต์ศตวรรษที่ 17 เมื่อพื้นที่ยาเอยามะรวมถึงเกาะทารามะต้องเผชิญภาระภาษีอันหนักหน่วง
หลังจากส่งภาษีในเดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติ ก็เกิดธรรมเนียมการจัดพิธีในเดือน 8 เพื่อรายงานผลและอธิษฐานขอให้ปีถัดไปเก็บเกี่ยวได้อุดมสมบูรณ์
เชื่อกันว่าการเต้นรำพื้นบ้าน “การเต้นรำเดือนแปด” เริ่มขึ้นจากการที่ผู้คนร่วมแบ่งปันความยินดีและให้กำลังใจกัน จนค่อย ๆ เต้นรำออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ
ปัจจุบันยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมพื้นบ้านที่จับต้องไม่ได้ที่สำคัญระดับประเทศ และในช่วงจัดงานก็มีทั้งชาวเกาะและนักท่องเที่ยวมาร่วมงานอย่างคึกคัก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเกาะมิยาโกะ
Q
เที่ยวเกาะมิยาโกะได้ไหมถ้าไม่มีรถ?
เนื่องจากรถบัสซึ่งเป็นพาหนะหลักมีจำนวนเที่ยวไม่มาก หากเป็นไปได้แนะนำให้ใช้รถเช่า
Q
ถ้าอยากช้อปปิ้งบนเกาะมิยาโกะ ควรไปที่ไหนดี?
แนะนำ “Shima no Eki Miyako” ซึ่งอยู่ห่างจากสนามบินมิยาโกะโดยรถยนต์ประมาณ 10 นาที
บทสรุป
บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลสำหรับการเที่ยวเกาะมิยาโกะแบบค่อนข้างครบ ตั้งแต่สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ร้านอาหาร ที่พัก ไปจนถึงตัวอย่างทริป 3 วัน 2 คืน
หวังว่าคุณจะได้เพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์อันเป็นเสน่ห์สูงสุดของเกาะมิยาโกะ พร้อมลองทำกิจกรรมหลากหลายและใช้เวลาพิเศษในแบบของตัวเอง
หากคุณมีแผนจะเที่ยวที่อื่นนอกเหนือจากเกาะมิยาโกะด้วย ลองดูบทความนี้ที่คัดสรรสถานที่ท่องเที่ยวในโอกินาวะมาแนะนำไว้เช่นกัน
