ท่ามกลางบรรยากาศสงบของเกียวโต วัดแห่งนี้มีจุดเริ่มต้นจากอดีตจักรพรรดิคาเมยามะ (Kameyama) ซึ่งต่อมาออกผนวชเป็นจักรพรรดิธรรมราช หลังจากสามารถต้านทานการรุกรานของมองโกล 2 ครั้งในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 13 ได้ จึงทรงสถาปนาที่นี่ให้เป็นวัดเซนแห่งแรกของญี่ปุ่นที่สร้างขึ้นตามพระประสงค์ของจักรพรรดิ ต่อมาหลังจากคิอัง โซเอ็น (Kian Soen) สร้างอาคารหลักของวัดแล้ว พระอาจารย์ชั้นสูง อิชชัง อิเน (Issan Ichinei) ซึ่งถูกส่งมายังญี่ปุ่นในฐานะทูตจากราชวงศ์หยวน ก็เข้ามาสืบทอดต่อ
อาคารส่วนใหญ่ที่ยังคงเหลืออยู่ในปัจจุบันสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยเอโดะเป็นต้นมา โฮโจซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติ เป็นอาคารที่ย้ายมาจากพระราชวังหลวงเกียวโต ซึ่งเดิมสร้างโดยโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ และย้ายมาตั้งในสมัยเอโดะ ภายในมีภาพเขียนบนบานเลื่อนและผนังอันวิจิตรในแบบศิลปะโมโมยามะโดยสำนักคาโนะ รวมถึงงานแกะสลักที่เล่ากันว่าเป็นผลงานของซาจินโกโร และสวนหินที่ออกแบบโดยโคโบริ เอ็นชู ส่วนประตูซันมงได้รับการบูรณะขึ้นใหม่โดยโทโด ทากาโทระในช่วงต้นสมัยเอโดะ และยังปรากฏอยู่ในละครคาบูกิเรื่อง “โรมง โกซัง โนะ คิริ” ด้วย
ที่นี่มีทั้งพระพุทธรูปศากยมุนีทรงมงกุฎ รูปปั้นพระอรหันต์ทั้งสิบหกองค์ และภาพวาดบนเพดานอันงดงามโดยคาโนะ ทันยูที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ระหว่างนันเซ็นอินกับสวนโฮโจก็จะพบซุยโรคาคุ สะพานส่งน้ำที่สร้างขึ้นในสมัยเมจิ เนื่องจากคลองส่งน้ำจากทะเลสาบบิวะต้องพาดผ่านเขตวัด โดยออกแบบให้กลมกลืนกับทัศนียภาพโดยรอบ และปัจจุบันกลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม
จุดเด่น
-
โฮโจที่จัดแสดงงานศิลปะจากสมัยโมโมยามะไว้ให้ชมอย่างน่าสนใจ
-
บนชั้นของประตูซันมงที่เรียกว่าโกโฮโร มีทั้งพระพุทธรูป พระอรหันต์ รวมถึงรูปปั้นของโทกุงาวะ อิเอยาซุ และโทโด ทากาโทระ
-
สวนแบบเดินชมรอบของนันเซ็นอินสืบย้อนไปได้ถึงสมัยคามาคุระ และถือว่าเก่าแก่ที่สุดในเกียวโต โดยมีเรื่องเล่าว่าอดีตจักรพรรดิคาเมยามะทรงเป็นผู้ออกแบบสวนนี้ด้วย
-
ซุยโรคาคุ กับซุ้มอิฐโค้งที่เรียงต่อเนื่องกันอย่างสวยงาม
-
ภายในฮัตโตที่สร้างขึ้นใหม่ในช่วงต้นสมัยเมจิ มีภาพวาดบนเพดานโดยอิมาโอะ เคย์เน็น