เมื่อเดินมาในย่านนี้ จะได้พบร่องรอยสำคัญของประวัติศาสตร์คริสต์ศาสนาในฮกไกโด บาทหลวงเดนนิงชาวอังกฤษเดินทางมาถึงในปี 1874 ซึ่งเป็นปีถัดจากการยกเลิกป้ายประกาศห้ามศาสนาคริสต์ในญี่ปุ่น และโบสถ์ฮาโกดาเตะเซนต์จอห์น (Hakodate Saint John Church) ก็ได้ก่อตั้งขึ้นในฐานะโบสถ์ของแองกลิคันอังกฤษ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเป็นผู้บุกเบิกงานเผยแผ่ศาสนาในฮกไกโด หลังจากนั้น งานเผยแผ่ศาสนาได้มั่นคงขึ้นโดยมี 3 เสาหลักคือ “การศึกษา การช่วยเหลือผู้ยากไร้ และการแพทย์” ผ่านบาทหลวงบาเชเลอร์ผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็นบิดาแห่งชาวไอนุ และคู่สามีภรรยาโคโรบังที่อุทิศตนช่วยเหลือผู้คนด้วยการแพทย์สมัยใหม่ จนได้สร้างประวัติศาสตร์ไว้ที่ซัปโปโร
อาคารโบสถ์ในปัจจุบันเป็นหลังที่ 5 ซึ่งสร้างขึ้นใหม่หลังผ่านเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในฮาโกดาเตะหลายครั้ง และเป็นโบสถ์รูปกางเขนที่สร้างเสร็จในปี 1979 โดยสื่อถึงความปรารถนาให้พรของพระเจ้าแผ่ขยายไปทั่วโลก ต่อมาในปี 2006 ก็มีการสร้างบ้านพักศิษยาภิบาลที่อยู่ติดกัน ซึ่งได้รับรางวัลภูมิทัศน์เมืองของเมืองฮาโกดาเตะด้วย
ไปป์ออร์แกนที่ผลิตในเยอรมนีตะวันตกภายในโบสถ์แห่งนี้เป็นเครื่องแรกที่ติดตั้งในฮาโกดาเตะ และสร้างความประทับใจอย่างลึกซึ้งในการขับร้องสรรเสริญระหว่างพิธีนมัสการที่เริ่มทุกวันอาทิตย์เวลา 10:30 น. สถานที่แห่งนี้ยังมีเป้าหมายให้ผู้มาเยือนที่เดินทางผ่านได้ใช้ช่วงเวลาสั้น ๆ เพื่อชำระและเติมเต็มจิตใจด้วยเช่นกัน
จุดเด่น
-
อาคารประวัติศาสตร์ส่วนหนึ่งของกลุ่มโบสถ์ในย่านโมโตมาจิ
-
บ้านพักศิษยาภิบาลที่สร้างใหม่ในปี 2006 และได้รับรางวัลด้านภูมิทัศน์เมือง
-
ถ้ามีเวลา แนะนำให้แวะชมทิวทัศน์จากยอดเขาฮาโกดาเตะควบคู่กัน
-
ภายในสวนมีดอกไม้และต้นไม้ที่คริสตชนช่วยกันดูแล ช่วยเติมบรรยากาศแห่งการพักผ่อน